ขุนเดช

นายเดื่อง หัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถาน รับปาก อาจารย์ประทีป หัวหน้า คณะศึกษาโบราณคดีของกรมศิลป์ว่าจะปักหลักเฝ้าพระศิลา พระพุทธรูปที่ถูกค้นพบ ในถ้ำศิลาบนเขาหลวง สุโขทัย ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกโจรใจบาปที่จ้องจะมา ลักตัดเศียรพระศิลา โดยเฉพาะกับ กำนันบุญ สุโขทัย ซึ่งมีนิสัยขี้โกงชอบสะสมและ ลักลอบซื้อขายวัตถุโบราณ เมื่อกำนันบุญรู้เรื่องพระศิลาที่ถูกค้นพบ เลยอยากมาได้ไว้ ในครอบครองจึงเดินทางจากสุโขทัย มาศรีสัชนาลัยบ้านของนายเดื่อง เพื่อขอให้ นายเดื่องเปิดทางให้เข้าไปลักตัดเศียรพระ แต่กำนันบุญ ถูกนายเดื่องปฏิเสธและไล่ ตะเพิดอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพล นายเดื่องเป็นห่วงพระศิลาเลย จำเป็นต้องฝาก ขุนเดช ลูกชายวัย 10 ขวบไว้กับ คำปัน หญิงสาวที่แอบชอบพ่อของ ขุนเดช และคอยช่วยเลี้ยงดู ขุนเดช เหมือนลูกแท้ ๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นของ ขุนเดช ที่มีใจรักและ สนใจในศิลปะ โบราณซึ่งถูกถ่ายทอดมาจากพ่อ ทำให้ ขุนเดช แอบขึ้นรถของอาจารย์ประทีปตาม ไปหา พ่อที่ถ้ำศิลา อาจารย์ประทีปกลัวภัยจะเกิดกับนายเดื่องจึงให้ปืนไว้เพื่อป้องกันตัว แต่นาย เดื่องปฏิเสธยืนยันว่าจะใช้แค่ ดาบนิล อาวุธคู่กายสมบัติเก่าแก่ที่นายเดื่องได้รับตกทอดจากบรรพบุรุษ ดาบนิลเป็นดาบเหล็กเนื้อดีที่มีสีดำปลอดตั้งแต่ด้ามและตัวปลอก ซึ่งทำจากเขาควายตายฟ้าผ่า ส่วนเนื้อเหล็กนั้นเป็นเหล็กกล้าชั้นดี ผ่านการตีจากช่างยอดฝีมือ ในศรีสัชนาลัย ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถตีดาบให้ออกมาเป็นสีดำถึงเนื้อในเหล็กได้ ดาบนิลจึงมีความคม กริบและเป็นสมบัติหายาก นายเดื่องรักษาไว้อย่างดีเพราะคำสั่งเสีย ของบรรพบุรุษที่สั่งไว้สืบต่อกันมา ว่าต้องใช้ดาบนิลเพื่อปกป้องแผ่นดินเท่านั้น ฟากกำนันบุญที่โกรธแค้นนายเดื่องมากจึงสั่ง ให้ เสือแชน กับ เสือชิด ลูกน้องคนสนิทพา พวกบุกไปที่ถ้ำ ศิลาเพื่อจัดการกับนายเดื่องและเอาเศียรพระศิลามาให้ได้

ขุนเดช ที่แอบตามอาจารย์ประทีปมาหาพ่อที่เขาหลวงแต่เกิดพลัดหลงอยู่ในป่า หาทาง ไปหาพ่อที่ถ้ำศิลาไม่ได้ โชคดีที่เจอ หลวงพ่อสุข พระธุดงค์ที่มาปักกลดอยู่ในบริเวณเขาหลวง หลวงพ่อสุขเคยเจอกับนายเดื่องที่บริเวณถ้ำศิลาจึงพา ขุนเดช ไปหาพ่อ นายเดื่องโกรธลูกชาย มากที่แอบหนีมาจะลงมือตี แต่หลวงพ่อสุขห้ามไว้บอกพรุ่งนี้เช้า จะเป็นคนพา ขุนเดช กลับไปที่ ศรีสัชฯ เอง คืนนั้นนายเดื่องจึงจำเป็นต้องให้ ขุนเดช นอนค้างอยู่ในถ้ำ ขุนเดช นอนฟังพ่อเล่าเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเขาหลวงให้ฟังว่า เขาหลวง แห่งนี้ก็คือ พระขพุง ผีเทวดาที่สถิตย์อยู่ที่นี่ยิ่ง ใหญ่กว่าเทวดาในเมืองสุโขทัย หากผู้ครองเมืองสุโขทัยจะเป็นผู้ใดก็ตาม รู้จักนบไหว้และทำพิธีเซ่นสรวงถูกต้องแล้ว เมืองสุโขทัยย่อมตั้งมั่นถาวรยั่งยืน แต่หากไม่รู้จักนบไหว้ ไม่มีการพลีบูชาตามแบบแผนแล้ว ผีในเขาหลวงจะไม่คุ้มไม่เกรง เมืองสุโขทัยก็จะล่มจม เพราะเหตุนี้นายเดื่อง จึงต้องมาเฝ้าพระศิลาเอาไว้จากพวกคนใจบาป ขุนเดช เองก็รับปากพ่อว่าเมื่อโตขึ้นจะใช้ ดาบนิลทำหน้าที่รักษาสมบัติของชาติแบบพ่อ แต่ระหว่างนั้นพวกเสือแชน เสือชิดก็บุก เข้ามา นายเดื่องเป็นห่วงลูกชายจึงสั่งให้ ขุนเดช ไปหลบซ่อนตัว แล้วใช้ดาบนิลเข้าต่อสู้ กับพวกเสือแชน เสือชิด แต่สุดท้ายนายเดื่องก็สู้พวกมันไม่ได้ เพราะในระหว่างการต่อสู้ ดาบนิลเกิดหักเพราะความเก่าแก่ของดาบนิลที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน นายเดื่อง ถูกพวกมันฆ่าตายอย่าง เหี้ยมโหดทารุณต่อหน้าต่อตาขุนเดชแล้วตัดเอาเศียรพระศิลาไป เสือชิดได้ยินเสียงของ ขุนเดช ที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จึงคิดจะจัดการลูกชายนายเดื่องด้วย อีกคนแต่ขุนเดชก็คว้าเอาดาบนิลที่บัดนี้ เป็นเพียงแค่ดาบหักมาเป็นอาวุธป้องกันตัวและ หนีพวก มันเข้าหายไปในป่าเขาหลวง

กลางดึกคืนนั้นขณะที่หลวงพ่อสุขกำลังนั่งเจริญสมาธิอยู่ในกลด หลวงพ่อสุขได้ เห็นนิมิตรบางอย่างที่น่าตกใจ ในนิมิตรนั้นหลวงพ่อเห็นความเสื่อมทรามของผู้คนที่ไม่ เคารพต่อ พระพุทธศาสนา ศิลปะโบราณวัตถุถูกย่ำยีกลายเป็นเครื่องประดับข้างฝาบ้าน พระพุทธรูปต้องอยู่หลังกรงขังกั้นไม่ให้ผู้มีจิตศรัทธากราบไหว้ บางองค์ก็ถูกรุมขัดถู เพื่อขอหวยมัวเมาในกิเลศ พระพุทธรูปที่งดงามตามโบราณสถานก็ถูกตัดเศียรเรียงราย จนน่าเวทนา หลวงพ่อสุขสะดุ้งตื่น จากนิมิตรพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือจาก ขุนเดช ที่กำลังถูกพวกเสือแชน เสือชิดไล่ตามล่า และคิดว่าขุนเดชตกหน้าผาตายไปแล้ว จึงพากันกลับไป แต่ที่จริงแล้ว ขุนเดช หลบซ่อน ตัวอยู่ในซอกหินด้วยความตื่นกลัวและ ตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก ภาพของพ่อที่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าต่อตา ภาพของพระศิลาที่ถูกตัดเศียรทำให้ ขุนเดช กลัวจนช็อคหมดสติ

หลวงพ่อสุขไปพบนายเดื่องถูกฆ่าตายที่ถ้ำศิลา จึงออกตามหา ขุนเดช ด้วยความเป็นห่วงและได้พบ ขุนเดช สลบอยู่ที่ซอกหินจึงปลุก ขุนเดช ให้ตื่น แต่ ขุนเดช กลับลุกขึ้น มาแสดงอาการเกรี้ยวกราด ดุดัน ใช้ดาลนิลหักที่กำไว้แน่นไล่ทำร้ายหลวงพ่อเหมือนกับ สัตว์ร้ายตัวหนึ่ง หลวงพ่อรู้ว่าที่ ขุนเดช เป็นอย่างนี้เพราะอาการช็อคตกใจกลัวจนเสียสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลวงพ่อนั่งนิ่งและแผ่เมตตาให้ ขุนเดช ใจสงบ ซึ่งก็ได้ผล ขุนเดช สงบนิ่งไปและเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายน่าเวทนา หลวงพ่อสุขจำเป็นต้องเป่ากะหม่อม ขุนเดช ให้หลับอย่างสงบ

ข่าวการตายของนายเดื่องและการหายตัวไปของ ขุนเดช ลูกชายนายเดื่อง เป็นที่โจษจันไปทั่วสุโขทัยว่าเป็นฝีมือของพวกโจรใจบาป จ่าแท่น ซึ่งรักและเคารพนายเดื่องเหมือนพี่ชาย คิดว่า ขุนเดช น่าจะยังมีชีวิตอยู่ จึงชวนคำปันซึ่งเป็นน้องสาวออกตามหา ขุนเดช แต่ทั้งคู่ก็ไม่พบร่องรอยของ ขุนเดช คำปันร้องไห้เสียใจทำใจไม่ได้ว่า ขุนเดช จะตาย ชาวบ้านที่เชื่อเรื่องผี ๆ สาง ๆ พากันพูดกันปากต่อปากว่า พระขผุงคงเอาตัว ขุนเดช ไปอยู่ด้วยที่เขาหลวง

10  ปีต่อมา หลวงพ่อสุขซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เลี้ยงดู ขุนเดช จนเติบโตเป็นหนุ่มหน้าตาดี มีความฉลาดเฉลียว โดยสามารถสอบเข้าเรียนเป็น นักศึกษาในคณะโบราณคดีด้วยคะแนนสูงสุด แต่ ขุนเดช จำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้ เพราะผลจากการตกใจ กลัวจนช็อค ส่วนดาบนิลหักของนายเดื่องที่ติดตัว ขุนเดช มา หลวงพ่อสุขก็เก็บรักษาเอาไว้ในกุฎิ ไม่เคยนำมาให้ ขุนเดช เห็นเพราะเกรงว่า ถ้า ขุนเดช จับดาบนิลนี้อีกครั้ง ความโกรธแค้นเกรี้ยว กราดราวกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของ ขุนเดช อย่างที่หลวงพ่อเจอในอดีตจะกลับมาสิงสู่ใน ร่างของ ขุนเดช อีกครั้ง แต่หลวงพ่อ ก็ไม่เคยรู้ว่าหลายต่อหลายคืน ขุนเดช มักจะฝันร้ายเห็นภาพเศียรพระศิลาถูกตัด ซึ่ง ขุนเดช ก็ไม่กล้าเล่าให้ หลวงพ่อฟังเพราะกลัวว่าจะทำให้อาการอาพาธของหลวงพ่อที่ไม่ค่อยดีอยู่จะทรุดหนักขึ้น

ใกล้ ๆ วัดที่ ขุนเดช อาศัยอยู่เป็นโรงหล่อพระของ ลุงเถิน ที่เอ็นดูขุนเดชเพราะเป็น เด็กหนุ่มเอาการเอางานมักมาช่วยงานลุงเถินเสมอ ๆ แถม ขุนเดช ยังช่วยติวหนังสือให้ ดารา ลูกสาวคนสวยของลุงเถิน ที่อยากจะสอบเข้าเรียนในคณะโบราณคดีเหมือนอย่าง ขุนเดช ดารา มักจะค่อนขอดและงอนพ่อบ่อย ๆ หาว่าพ่อรัก ขุนเดช เหมือนลูกชาย ที่เป็น อย่างนั้นเพราะลุงเถินมักจะชวน ขุนเดช ให้อยู่คุยเรื่องในอดีต เมื่อครั้งที่ลุงเถินเคยเป็น นักเลงเพลงดาบ โดยได้ฝีมือตี เหล็กตีดาบมาจากปู่ที่เป็นคนสุโขทัย ลุงเถินให้ ขุนเดช ดู ดาบที่ลุงเถินกับพ่อช่วยกันตีตอนเป็นหนุ่ม มันคือดาบสีดำปลอดที่ด้ามและตัวปลอกทำ จากเขาควายตายฟ้าผ่าซึ่งเรียกว่า ดาบนิล ที่ตอนนี้หาช่างตีอีกไม่ได้แล้ว เมื่อตอนลุงเถิน เป็นหนุ่ม ๆ เคยใช้ดาบนิลออกไปมีเรื่องมีราวตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน ทั้ง ๆ ที่บรรพบุรุษเคยสั่งไว้ว่าดาบนิลตีขึ้นเพื่อปกป้องแผ่นดินเท่านั้น ผลก็เลยทำให้ลุงเถินชีวิตไม่ เจริญก้าวหน้าจนเกือบตายหลายครั้ง ลุงเถินจึงเลิกเป็นนักเลงดาบ หันมาใช้วิชาความรู้ มาหล่อพระแทนเพราะไม่อยากทำบาปอีก ส่วนดาบนิลก็เก็บรักษาไว้ อย่างดี ลุงเถินกลัว ว่าถ้าตัวเองตายไปจะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ให้ลูกสาวไม่ได้ จึงสอนให้ ขุนเดช ทั้งวิชาเชิง ดาบ เชิงมวยคาดเชือกและการตีดาบไว้เป็นความรู้ติดตัว เพราะเชื่อในความเป็นคนดีของ ขุนเดช ว่าจะไม่ใช่ในทางที่ผิด

เวลาที่ ขุนเดช ไปไหนมาไหนกับดารา ใคร ๆ มักจะคิดว่าสองคนเป็นคนรักกัน แม้แต่ ย้ง หรือ ยงยุทธ เพื่อนสนิทของ ขุนเดช ที่กำลังสอบเข้าเรียนตำรวจก็คิดอย่างนั้น ขุนเดช อ่านใจ ของเพื่อนได้ว่า ย้งเองก็แอบชอบดาราแต่ไม่กล้าแสดงออก เลยคิดจะช่วยให้ย้งได้มีโอกาสตามลำพังกับดารา ขุนเดช ชักชวนไปเที่ยวอยุธยากัน เพื่อชมโบราณ สถาน แต่ดารารู้ตัวว่า ขุนเดช ทำเพื่อย้ง ดาราเลยน้อยใจเพราะตัวเองก็แอบชอบ ขุนเดช อยู่ ดาราจะนั่งรถบัสกลับกรุงเทพฯ เองคนเดียว แต่ระหว่างทางไปเจอกับ ประดับ ลูกชาย นายทหารนิสัยเกกมะเหรกเกเรเพราะมี พ่อเป็นนายทหารยศใหญ่โต จึงกร่างไม่กลัวใคร ประดับกับเพื่อนฝูงพยายามที่จะชวนดาราให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ขุนเดช กับย้งตามมาเจอ เข้าเลยมีเรื่องกับประดับและเข้าตาจนถูกพวกประดับล้อมกรอบ โชคดีที่อาจารย์ประทีป และคณะศึกษาโบราณคดีขับรถผ่านมาพบเข้า พวกประดับจึงต้องล่าถอยไป แต่ก็เก็บ สมุดจดบันทึกของดาราได้ ทำให้ประดับรู้ว่าดาราเป็นใครและเรียนอยู่ที่ไหน อาจารย์ ประทีปอาสาพาพวกขุนเดชไปส่งที่กรุงเทพฯ เพราะกำลังไปที่นั่นเหมือนกัน และ อาจารย์ประทีปก็สะดุดชื่อของ ขุนเดช เป็นอย่างมาก ยิ่งได้รู้ว่า ขุนเดช เป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่ในวัดและเป็นนักศึกษาโบราณคดี ที่มีความรู้เกี่ยวกับสุโขทัยจนหาตัวจับได้ยากก็ยิ่งสนใจ

ขุนเดช กลับมาที่วัดก็ทราบข่าวร้ายว่าหลวงพ่อสุขอาพาธหนักแต่ไม่ยอมไป โรงพยาบาลเพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลาต้องละสังขารก็ขอให้เป็นไปตามกรรม ส่วนอาจารย์ ประทีปด้วยความสงสัยว่าทำไมหลวงพ่อสุขถึงตั้งชื่อเด็กที่เอามาเลี้ยงว่า ขุนเดช จึงขอเข้า ไปมนัสการกราบหลวงพ่อ และก็จำได้ว่าหลวงพ่อสุขคือพระธุดงค์องค์เดียวกันกับที่เคย เจอที่เขาหลวงเมื่อ 10 ปีก่อน เลยยิ่งมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับ ขุนเดช ลูกชายนายเดื่องที่หา ศพไม่พบจนทุกวันนี้ หลวงพ่อเลย เล่าให้อาจารย์ประทีปฟังถึงสาเหตุที่ต้องพา ขุนเดช มาอยู่ที่วัดและเลี้ยงดู ขุนเดช เพราะ ขุนเดช เห็นภาพพ่อตัวเองถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา จึงช็อคและจำความไม่ได้ หลวงพ่อกลัวว่าถ้าโจร พวกนั้นรู้ว่า ขุนเดช ยังมีชีวิตอยู่จะเป็น อันตราย จึงพา ขุนเดช มาที่กรุงเทพฯ แต่ ขุนเดช ก็ยังคงมีจิตวิญญาณของคนศรีสัชนาลัย เพียงแค่ภาพโบราณสถานของสุโขทัยจากในหนังสือ ขุนเดช ก็สามารถจดจำรายละเอียดที่มาได้หมด หลวงพ่อสุขเอาดาบนิลหักของนายเดื่องออกมาให้ อาจารย์ประทีปดูเพื่อ ยืนยันว่าเป็น ขุนเดช ลูกชายนายเดื่องจริง ๆ หลวงพ่ออยากให้อาจารย์ประทีปรับปากว่าจะ คืนดาบนิลอันนี้ให้ ขุนเดช ก็ต่อเมื่อจิตใจของ ขุนเดช นิ่งสงบพอและรู้จักคำว่า อโหสิ เพราะถ้า ขุนเดช ยังมีจิตที่ไม่นิ่ง แม้ดาบนิลนี้จะเป็นเพียงแค่ดาบหักและมีแต่รอยบิ่น แต่ความกราดเกรี้ยวของขุนเดชจะทำให้ดาบหักกลับมามีความคมยิ่งกว่าเก่าไม่ต่างอะไร กับคมดาบในมือของทหารพระร่วง

ประดับตามมาหาดาราถึงที่โรงหล่อพระแต่ถูกลุงเถินกับ ขุนเดช ไล่ตะเพิดเพราะ ดันมาลองดีกับเถินนักเลงเก่า ประดับเจ็บแค้นที่ถูกด่าสาดเสียเทเสีย จึงใช้อิทธิพลของ พ่อพาทหารบุกไปโรงหล่อพระแจ้งข้อหาเท็จกับนายเถินว่าซ่องสุมอาวุธสงคราม เพื่อเป็นประโยชน์ให้พวกกบฏ เถินปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม และไม่สนใจการเมือง ประดับจึงสั่งให้พรรคพวกบุกทุบทำลายพระพุทรูปที่หล่อเสร็จ แล้วต่อหน้าต่อตาดาราและนายเถินที่แทบหัวใจ สลายที่เห็นพระพุทธรูปถูกทำลาย ประดับเอาปืนที่นำมายัดไว้ในองค์พระเพื่อเป็นหลักฐาน เล่นงานนายเถินให้ถูกจับกุม

ขุนเดช ต้องพาดาราให้ไปพักอยู่กับย้งที่บ้านเพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ถูกประดับ ตามมารังควาญอีก ย้งกับดารารู้สึกกลัวแววตาของ ขุนเดช ที่บอกว่าจะจัดการทุกอย่างให้ เมื่อย้งถามว่า ขุนเดช คิดจะทำอะไร ขุนเดช ก็ไม่ปริปากพูดสักคำ ขุนเดช ไปที่โรงหล่อ พระที่เหลือแต่เศษซาก ของพระพุทธรูปที่ถูกทำลาย เศียรพระที่ถูกทุบทำลายจนหลุด จากบ่าทำให้ภาพอดีตในวัยเด็ก ของ ขุนเดช ผุดเข้ามาสร้างความเจ็บปวดให้ ขุนเดช อีก แต่ ขุนเดช ก็ยังไม่รู้ว่าภาพเหล่านั้นคืออะไรและเกี่ยวข้องกับตัวเองยังไง ขุนเดช รู้ว่า ดาบนิลของลุงเถินที่เคยใช้เมื่อวัยหนุ่มเก็บซ่อนไว้ที่ไหน ขุนเดช นำมันออกมาแล้ว มุ่งหน้าไปหาประดับที่กำลังดื่มกินอยู่ในบาร์

คืนนั้นเองที่อาการอาพาธของหลวงพ่อสุขกำเริบหนัก หลวงพ่อสุขถามหา ขุนเดช แต่ไม่มีใครรู้ว่า ขุนเดช อยู่ที่ไหน ดาบนิลหักตกลงมาจากชั้นวาง นิมิตรที่หลวงพ่อเคยเห็นเมื่อ 10 ปี ก่อนกลับมาอีกครั้ง เศษซากปรักหักพังของโบราณสถานถูกทำลาย เศียรพระเป็นเพียงเครื่อง ประดับข้างฝาบ้าน ภาพพระพุทธองค์กลายเป็นภาพประดับ ข้างฝาห้องน้ำของฝรั่งต่างชาติ หลวงพ่อสุขหายใจรวยรินพูดเป็นคำสุดท้ายก่อน มรณภาพว่า “จากนี้ไปไม่มีใครหยุด ขุนเดช ได้อีกแล้ว”

ขุนเดช ควงดาบนิลของลุงเถินบุกเข้าไปเล่นงานพวกประดับจนเกิดการต่อสู้โรมรันพันตู แต่ด้วยดาบเพียงเล่มเดียว ขุนเดช เลยพลาดท่าถูกพวกประดับจับตัวได้ พวกมันซ้อม ขุนเดช ทั้งเตะทั้งอัดจนสบักสะบอม ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่โดนทำร้ายกระตุ้น ให้ภาพในอดีตของ ขุนเดช กลับคืนมาอีกครั้ง คราวนี้ ขุนเดช เริ่มประติประต่อเรื่องราว เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ขุนเดช จำได้ว่าเขาคือลูกชายนายเดื่อง ผู้ที่สาบานว่าจะถวายชีวิตปกป้องสมบัติของพระร่วงไม่ให้ใครย่ำยี ขุนเดช เองก็สาบาน กับพ่อว่าจะถวายชีวิตเป็นทหารของพระร่วง แห่งศรีสัชนาลัย พวกประดับเห็น ขุนเดช นิ่ง ไปก็นึกว่าหมดสภาพแล้ว แต่ ขุนเดช กลับลุกขึ้นมา ด้วยแววตากราดเกรี้ยวน่ากลัวราวกับ ว่ามีสัตว์ร้ายเข้ามาสิงสู่ ขุนเดช คว้าดาบนิลได้และเกือบจะ สังหารประดับด้วยการบั่นคอ แต่ ขุนเดช ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีกลุ่มทหารเข้ามายุติการก่อเหตุวิวาท ประดับนึกว่าคนของพ่อมาช่วยแต่ประดับคิดผิด เพราะทหารที่บุกเข้ามายุติเหตุการณ์เป็นทหารฝ่ายปฏิวัติ เพราะเวลานี้รัฐบาลทหาร (จอมพล ป.) ถูกคณะปฏิวัติ (จอมพลสฤษดิ์) เข้ายึดอำนาจหลัง เกิดการเลือกตั้งสกปรก และรัฐบาลได้รับการคัดค้านจากประชาชนอย่างหนัก

ประดับและครอบครัวต้องหลบหนีภัยการเมืองออกนอกประเทศ ลุงเถินถูกปล่อยตัวออกจากคุกให้เป็นอิสระ ส่วน ขุนเดช กลับมาไม่ทันได้กราบหลวงพ่อสุขที่มรณภาพไปในคืนนั้น ในงานศพของหลวงพ่อสุข ขุนเดช บอกอาจารย์ประทีปว่าตนเอง จำความได้แล้วว่าเป็นลูกชายนายเดื่องที่หลวงพ่อช่วยชีวิตเอาไว้ เวลานี้เมื่อสิ้นบุญหลวง พ่อแล้วก็ถึงเวลาที่เขาควรจะกลับไป ยังบ้านเกิดที่ศรีสัชนาลัย แต่อาจารย์ประทีปทักท้วง อยากให้ ขุนเดช ได้เรียนโบราณคดีต่อให้จบ จะได้บรรจุเข้ารับราชการ ขุนเดช ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าอยากจะสานต่องานที่พ่อทำ เพราะรับปากพ่อไว้ก่อนตาย อาจารย์ประทีป ไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของ ขุนเดช จึงรับปากว่าจะช่วยให้ ขุนเดช ทำงานขุดแต่งโบราณสถานที่ศรีสัชนาลัยซึ่งกำลังขาดคนอยู่ ขุนเดช กราบขอบคุณอาจารย์ประทีป และพร้อมจะเดินทางกลับบ้านเกิดทันที อาจารย์ประทีปตามไปที่กุฏิหลวงพ่อสุข ถามหาดาบนิลที่หลวงพ่อเก็บเอาไว้ แต่ลูกศิษย์วัดบอกว่า ขุนเดช ได้มาเอาดาบนิลนั้น ไปแล้ว อาจารย์ประทีปรู้สึกใจคอไม่ดี เมื่อนึกถึงคำพูดของหลวงพ่อสุขที่กำชับไว้ว่า “อย่าคืนดาบนิลหักนี้ให้ ขุนเดช จนกว่า จิตใจของ ขุนเดช จะนิ่งสงบพอและรู้จักคำว่า อโหสิ เพราะถ้า ขุนเดช ยังมีจิตที่ไม่นิ่ง แม้ดาบนิลนี้จะเป็นเพียงแค่ดาบหักและมีแต่ รอยบิ่น แต่ความกราดเกรี้ยวของ ขุนเดช จะทำให้ดาบหักกลับมามีความคมยิ่งกว่าเก่า ไม่ต่างอะไรกับ คมดาบในมือของทหาร พระร่วง”

ขุนเดช จากไปอย่างเงียบ ๆ แม้แต่ย้งกับดาราก็ไม่รู้ว่า ขุนเดช หายไปไหน เพราะ ขุนเดช ไม่ยอมบอกใครถึงอดีตของตัวเอง คงมีแต่ลุงเถินคนเดียวที่ได้พบ ขุนเดช เป็นคนสุดท้าย ขุนเดช เอาดาบนิลของลุงเถินมาคืนและให้ลุงเถินดูดาบนิลหักของพ่อ รวมถึงได้เล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้ฟัง ลุงเถินดีใจและคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ชีวิต ขุนเดช จะกลับมาวนเวียนกับดาบนิล อีกครั้ง เพราะเพราะ ขุนเดช คือลูกหลานสุโขทัย สืบเชื้อสายจากทหารของพระร่วงที่มีดาบนิลเป็นอาวุธ ลุงเถินจึงไม่รับดาบนิลของตัวเองคืน และมอบให้กับ ขุนเดช เก็บเอาไว้เพื่อเตือนสติตัวเองว่า “ถึงดาบจะเป็นอาวุธที่อันตราย แต่สิ่งที่อันตรายกว่าคมดาบก็คือใจ ขอให้ขุนเดชใช้ดาบนิลเพื่อปกป้อง แผ่นดิน”

10 ปีผ่านไป….ศรีสัชนาลัยงดงามและมีมนต์ขลังด้วยศิลปะโบราณวัตถุอันทรง คุณค่า ขุนเดช ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถานให้กับอาจารย์ประทีป และตั้งหน้าตั้งตาทำนุบำรุงโบราณสถานที่ตัวเองรักยิ่งชีวิต หลังจากที่ ขุนเดช ทำงานเสร็จ จึงมาเดินเที่ยวชมวัด และได้เข้าไปไหว้พระอจนะที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุม ในขณะที่กำลังไหว้พระอยู่ก็ได้ยิน เสียงเสี่ยงเซียมซี จึงหันไปตามเสียงที่ได้ยินและได้พบกับ บัวทอง เด็กสาวสวยวัยเพิ่งจะ 19 กำลังเขย่ากระบอกเซียมซีเสียงดัง และอธิษฐานขอพรขมุบขมิบตามประสาเด็กสาววัยรุ่น ขุนเดช รู้สึกขำท่าทีของเด็กสาว จึงแกล้งพูดแหย่เล่นด้วยความเอ็นดู บัวทองไม่พอใจจึงลุกเดินหนีไป ขุนเดช เดินตาม บัวทองจึงรีบวิ่งไปหาแม่ ขุนเดช เห็นแม่ของบัวทองจึงจำได้ว่าเป็น น้าคำปัน ที่เคยเลี้ยงดู ขุนเดช ตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ขุนเดช ดีใจที่ได้เจอน้าคำปันที่นี่อีกครั้ง เพราะไม่ได้เจอกันตั้งแต่คราวที่พ่อถูกฆ่าตาย เมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ได้กลับมาที่ศรีสัชนาลัยก็ได้ ข่าวว่าน้าคำปันกับจ่าแท่นพากันย้ายจากศรีสัชฯ ไปตั้งรกรากที่อื่น น้าคำปันกอด ขุนเดช ด้วย น้ำตาว่าเพิ่งจะรู้เรื่อง ขุนเดช เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง เพราะตอนที่ย้ายจากศรีสัชฯไปเป็นการย้าย เพราะกลัวพวกโจรที่ฆ่าพ่อ ขุนเดช จะย้อนมาทำร้าย ส่วนจ่าแท่นก็โดนย้ายตามเจ้านาย แต่ตอนนี้สามีของน้าคำปันเพิ่งเสียและจ่าแท่นก็เพิ่งจะได้ย้ายกลับมาที่ศรีสัชฯแล้ว น้าคำปันแนะนำให้ ขุนเดช รู้จักกับบัวทองลูกสาวของน้าคำปัน ขุนเดช ยิ้มให้บัวทองอย่างเอ็นดูและชมว่าสวย เหมือนน้าสมัยสาว ๆ แต่บัวทองกลับแลบลิ้นใส่ขุนเดชเพราะรู้สึกหมั่นไส้ ที่ทำเป็นอวดเก่ง อวดภูมิความรู้เรื่องโบราณสถาน และทำมาเป็นสั่งสอน คำปันต้องปรามลูกสาวที่แก่นแก้วเป็น ม้าดีดกะโหลก ขุนเดช ไม่ติดใจอะไร บอกเด็กก็คงเป็นเด็ก บัวทองสวน ขุนเดช กลับทันทีว่าปีนี้ อายุ 19 ไม่ใช่เด็กอีกแล้ว น้าคำปันอ่อนอกอ่อนใจฝากขุนเดชช่วยดูแลน้องด้วย ขุนเดช รับปาก อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ที่วัดพระพายหลวง สุโขทัย ขณะที่ ขุนเดช กำลังยืนแจกชะแลงและเครื่องมือให้กับคนงานอยู่ แต่มีคนงานคนหนึ่งซึ่งมีท่าทีแปลก ๆ มันชื่อ ไอ้เถร พ่อแม่ของมันพามาฝากให้ทำงาน กับ ขุนเดช เพราะฐานะทางบ้านยากจน ขุนเดช จึงรับไว้ให้มาทำงานเป็นคนงานขุดแต่งโบราณสถาน ไอ้เถรมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อยและชอบขโมยพระในกรุ ขุนเดช สงสัยในท่าทางมีพิรุธ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรปล่อยในทำงานปกติ พอตกกลางคืนเถรแอบใช้ชะแลงที่ ขุนเดช แจกให้ทำงาน เข้าไปขุดกรุขโมยพระเพื่อไปขายให้กับกำนันบุญ พอรุ่งเช้า ขุนเดช มาเจอร่อยรอยการขโมยพระ และเห็นรอยชะแลงที่หน้าดินซึ่งชะแลงแต่ละอันขุนเดชจะทำรอยตำหนิเอาไว้ ทำให้ ขุนเดช รู้ว่าใครเป็นคนขุด ตกดึก ขุนเดช จึงไปลากตัวเถรและเอาชะแลงของเถรมาที่กรุพระ แล้วให้เถรนำ ชะแลงไปเทียบกับรอยดินว่าเป็นชะแลงอันเดียวกันรึป่าว แต่เถรขัดขืนจึงต่อสู้กัน จนเถรยอมเอาชะแลงไปเทียบกับรอยดิน พบว่าเป็นรอยเดียวกัน เถรรีบปฏิเสธ แล้วบอกว่าอาจจะมีคนขโมยชะแลงของตนเองไปทำความผิดก็ได้ ขุนเดช จึงให้เถรสาบานโดย การเอามือล้วงเข้าไปในข้องปลา พร้อมทั้งสาบานว่าหากเอามือล้วงไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นแสดงว่าไม่ได้ทำความผิด ซึ่งในข้องนั้น ขุนเดช ได้แอบเอางูเห่าใส่ไว้อยู่ พอเถรล้วงลงไปจึงโดนงูกัด แต่เถรแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขุนเดช จึงปล่อยตัวเถรไป ระหว่างทางพิษของงูออกฤทธิ์ เถรจึงหมดลมเสียชีวิตเพราะพิษงู รุ่งเช้าที่ร้านของคู่ผัวเมีย นายฮวด กับ สาลี่ ร้านกาแฟ ประจำหมู่บ้าน พวกชาว บ้านต่างพากันโจษจันพูดคุยกันถึงเรื่องการตายของไอ้เถร นายฮวด ถามจ่าแท่นที่เป็นลูกค้าประจำของที่ร้าน เพราะชอบมาฟังพวกชาวบ้านคุยกัน ว่าคิดยังไงกับการตายของไอ้เถร ซึ่ง ขุนเดช ก็นั่งฟังอยู่ จ่าแท่นบอกเพียงแต่ว่าเถรถูกงูเห่ากัดตาย ขุนเดชบอกสมควรแล้วที่เป็นแบบนั้น ขุนเดช จ่ายเงินค่ากาแฟแล้วจะไปทำงานต่อ แต่จ่าแท่นรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ เจ้านายคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำที่โรงพักของศรีสัชฯ จ่าแท่นแนะนำ ร.ต.ท.ยงยุทธ หรือ หมวดยงยุทธที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่ศรีสัชฯให้ทุกคนได้รู้จัก ขุนเดช กับหมวดยงยุทธพบหน้า กันก็จำได้ดีว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันนั่นเอง

วันคืนเก่า ๆ ของหมวดยงยุทธกับ ขุนเดช กลายมาเป็นเรื่องคุยกันที่บ้านพักของหมวด ยงยุทธ ขุนเดช ถามหมวดถึงดาราเพราะไม่ได้ข่าวเลยตั้งแต่ ขุนเดช ย้ายมาอยู่ที่ศรีสัชฯ ผู้หมวด อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ หนักใจที่จะพูดถึงดารา บอก ขุนเดช เพียงแต่ว่าดาราเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะโบราณคดี อย่างที่ฝันไว้ และตัวเองก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วเพราะต้องย้ายไปทำงานหลายจังหวัด ยงยุทธ ชวน ขุนเดช วกกลับมาคุยเรื่องการตายของไอ้เถร เพราะเกิดความสงสัยว่าไม่น่าจะเกิดจากงูกัด จนเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากตอนไปชัณสูตรศพเห็นร่อยรอยการถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกาย แต่ไม่รู้ว่าของแข็งนั้นคืออะไร จ่าแทนสงสัยถามย้อนว่าหมวดคิดว่านี่เป็นคดีฆาตกรรม หมวดยงยุทธตอบว่าค่อนข้างแน่ใจ แต่จ่าแท่นไม่คล้อยตามข้อสันนิษฐานของหมวดคิดว่าในศรีสัช ฯไม่มีฆาตกร เพราะชื่อศรีสัชนาลัยหมายความว่าเป็นเมืองของคนดี ขุนเดช ได้แต่ฟัง เงียบ ๆ ในขณะที่หมวด ยงยุทธสนใจดาบที่ ขุนเดช พกอยู่ ขุนเดช บอกเพียงแต่ว่าเป็นดาบของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย หมวดยงยุทธอยากจะขอดู ขุนเดช ว่ามันเป็นเพียงแค่ดาบหักที่มีแต่สนิมใช้ขุดหญ้าดายหญ้ายังไม่ได้เลย

ต่อมาไม่นานได้มีคณะอาจารย์และนิสิตนักศึกษาจากกรุงเทพฯ มาเรียนรู้และดูงาน เกี่ยวกับเรื่องโบราณสถาน อาจารย์ประทีปแนะนำให้ขุนเดชรู้จักกับอาจารย์ดารา เมื่อทั้งคู่ได้พบกัน ขุนเดช จึงนึกได้ว่าท่าทีอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของหมวดยงยุทธ มีความหมายซ่อนเร้น แท้จริงก็คือทุกวันนี้หมวดยงยุทธก็ยังพยายามตามจีบดาราอยู่ เพราะเป็นผู้ชายตรง ๆ จีบผู้หญิงไม่เป็น ทำให้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถเอาชนะใจดาราได้ เมื่อสบโอกาสรู้ว่าอาจารย์ดาราจะ มาปักหลักทำงานที่ศรีสัชฯ จึงทำเรื่องขอย้ายตามมา เพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง ขุนเดช ถามอาจารย์ดาราถึงลุงเถิน ดาราบอกพ่อเสียไปเมื่อ 3 ปีก่อน ขุนเดช รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ไปเคารพศพ ดาราชวนจึงชวน ขุนเดช ไปทำบุญทำสังฆทานให้พ่อด้วยกัน แต่ระหว่างที่ทำบุญด้วยกันที่วัด อาจารย์ดาราได้เจอบัวทอง ดาราสังเกตเห็นท่าทีของบัวทองที่สนิทสนมกับ ขุนเดช ก็พอจะเดาออกว่า ขุนเดช กับบัวทองน่าจะมีใจให้กัน และทำใจยอมรับว่า ขุนเดช ไม่เคยมองเธอในฐานะคนรักเลยสักครั้ง อาจารย์ดาราจึงยับยั่งชั่งใจและเริ่มเปิดใจให้กับหมวดยงยุทธ

ระหว่างนั้นกำนันบุญและลูกชายชื่อ สัมฤทธิ์ ซึ่งมีนิสัยไม่ต่างจากพ่อทั้งขี้โกง เจ้าชู้ และชอบเก็บสะสมวัตถุโบราณโดยเฉพาะพระเครื่อง พระผงที่อยู่ในกรุเจดีย์ สองพ่อลูกคิดแผนชั่วจะขโมยวัตถุโบราณและตัดเศียรพระ แต่หาคนฝีมือดีไม่ได้เพราะลูกน้องที่ใช้ให้ไปทำก็ถูกขุนเดชจัดการจนเกือบหมด จึงนึกถึงนายเปรื่อง อยุธยา หรือฉายา เปรื่อง เสียงแปล่ง โจรมืออาชีพลักลอบขุดเจาะขโมยพระ ทำมาทั่วทุกสารทิศ เปรื่องเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์ ใหญ่ที่ร้านกาแฟนายฮวด ขุนเดช รู้สึกสงสัยในตัวเปรื่อง จึงแอบตามไปพบเปรื่องกำลังขโมยตัด เศียรพระองค์ใหญ่ ขุนเดช จึงเข้าไปจัดการเปรื่อง ทั้งคู่ต่อสู้กัน เปรื่องล้มไปใส่องค์พระ เศียรพระที่เปรื่องเจาะไว้จึงตกลงมาทับร่างเปรื่องเสียชีวิต

แต่กระนั้นโจรชั่วหนักแผ่นดินก็ยังไม่หมดไป ยังมีสองพ่อลูก ผู้ใหญ่น่วม กับลูกชายชื่อ น้ำ ที่มีนิสัยนักเลงอันธพาล คบโจร โกงการพนัน ฉุดผู้หญิง ชอบขโมยขุดพระขุดเจดีย์ รู้มาว่าเจดีย์บนเขามีสมบัติและกรุพระเก่าอยู่ จึงขึ้นเขาไประเบิดเจดีย์เพื่อขโมยพระในกรุ แต่ก็ถูก ขุนเดช ตามฆ่า โดยใช้ดาบนิลของลุงเถินที่เหมือนกับดาบนิลของพ่อซึ่งใช้การไม่ได้ มาเป็นอาวุธ ต่อสู้กับพวกคนเลวทั้งสองคน ขุนเดช ใช้เชือกรัดคอน้ำโหนกับต้นไม้ตายแล้วนำศพมาประจาน

เหตุการณ์ของโจรขโมยพระที่ถูกฆ่าตายหลายคน ทำให้หมวดยงยุทธสงสัยและเริ่มตามสืบหาฝีมือของฆาตกรรายนี้ แต่หมวดยงยุทธก็จนปัญญาจนเมื่อผลการพิสูจน์หลักฐานแน่ชัดว่าของแข็งที่ใช้ทำร้ายพวกคนร้าย มีลักษณะตรงกับปลอกดาบที่ ขุนเดช พกติดตัวทุกประการ หมวดยงยุทธจึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือของ ขุนเดช ซึ่งตั้งศาลเตี้ยลงทัณฑ์พวกโจรใจบาปโดยไม่สนใจกฎหมาย ทำให้หมวดยงยุทธไม่พอใจ ขุนเดช และคอยจับผิด ว่า ขุนเดช จะต้องมีดาบเล่มอื่นอีกที่ไม่ใช่แค่ดาบนิลหักของพ่อ ซึ่งพกไว้ตบตาคนอื่น หมวดยงยุทธพยายามพูดกับจ่าแท่น ให้เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นฝีมือของ ขุนเดช และกล่าวว่า ขุนเดช เป็นวีรบุรุษบาป ให้จ่าแท่นช่วยกันหาหลักฐานมามัดตัวขุนเดชให้ได้ แม้ว่า ขุนเดช จะเป็นเพื่อนเก่า แต่กฏหมายก็ต้องศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่ในมือผู้พิทักสันติราษฎร์

หลังจากที่กำนันบุญทำงานไม่สำเร็จ ไม่มีสมบัติโบราณส่งไปให้ตามใบสั่งจากกรุงเทพฯ เพราะถูกขัดขวางจาก ขุนเดช ตลอด ทำให้ ท่านรัฐมนตรีปราชญ์ ผู้ชื่นชอบในวัตถุโบราณ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังใบสั่งที่ส่งไปให้กำนันบุญจัดหามาให้เริ่มแสดงอาการไม่พอใจ แต่ด้วยความที่เป็นถึงรัฐมนตรีจึงไม่สามารถออกหน้าได้ รัฐมนตรีปราชญ์จึงเรียกประดับทนายความและเลขาประจำตัวมาจัดการทุกอย่างให้ได้ตามประสงค์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากที่ประดับหนีภัยการเมืองไปอยู่เมืองนอก ประดับเรียนจบทางด้านกฏหมายและเดินทางกลับมาทำงานเป็นทนาย และเลขาส่วนตัวให้กับท่านรัฐมนตรี เพราะมีจุดประสงค์ที่อยากจะก้าวขึ้นสู่อำนาจอีกครั้งหลังจากที่พ่อต้องตายอยู่ที่เมืองนอก ประดับจึงจำยอมให้ท่านรัฐมนตรีโขกสับต่าง ๆ นา ๆ โดยในระหว่างนั้นก็วางแผนตีสนิทกับ ปารมี ลูกสาวคนสวยวัยเพียง 16 ของท่าน รัฐมนตรีเพื่อใช้เป็นสะพานให้ตัวเองยกฐานะเป็นลูกเขยท่าน ซึ่งแผนการของประดับก็ดูจะสดใสเพราะปารมี เป็นเด็กสาวแก่แดด ชอบช้อบปิ้ง และชอบหนุ่มหล่อ ๆ  ซึ่งประดับก็เรียกความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียว แต่ประดับต้องทำอย่างลับ ๆ ไม่ให้ท่านรัฐมนตรีรู้แผนการและไม่ให้ปารมีรู้ด้วยว่าประดับ มีคู่ขาเป็น คำผกา นักร้องในบาร์ที่นอกจากจะขายเสียงแล้วยังขายร่างกายเพื่อแลกกับเงิน และยอมทำตามทุกอย่างที่ประดับเรียกใช้ เพราะหวังว่าเมื่อวันที่ประดับขึ้นมามีอำนาจยิ่งใหญ่ เธอก็จะได้อานิสสงค์จากประดับ

ท่านรัฐมนตรีมีใบสั่งที่ให้ประดับไปจัดการหามาให้ได้ ประดับรู้จักกับ แจ็ค ฝรั่งพูดไทย คล่อง เป็นพ่อค้าวัตถุโบราณที่กรุงเทพฯ เดินทางมาขโมยวัตถุโบราณด้วยตนเอง โดยให้กำนันบุญคอยช่วยเหลือ แจ๊คระเบิดเจดีย์ แล้วใช้รถพังวัตถุโบราณต่าง ๆ พังเป็นหน้ากอง โดยไม่เกรงกลัวความผิด เพราะถือว่ามีเส้นสายใหญ่เป็นถึงรัฐมนตรี ขุนเดช รู้เรื่องจึงไปจัดการฆ่าโดยการแขวนคอแจ๊คหน้าเจดีย์ การตายของแจ็คทำให้ประดับต้องโดนท่านรัฐมนตรีเรียกไปด่า ประดับ จึงต้องอาศัยอำนาจของท่านรัฐมนตรีมากดดันตำรวจในพื้นที่ให้เร่งมือจัดการตามล่าตัวฆาตรที่กำลังลอยนวลอยู่นั่นเองที่ทำให้ประดับได้เจอกับหมวดยงยุทธ ดาราและ ขุนเดช ประดับแสดงท่าทางเจ้าชู้กับดาราเหมือนเมื่อก่อน แต่คราวนี้ประดับโดนหมวดยงยุทธขู่จะเล่นงาน ถ้ามายุ่งกับดาราอีก ประดับเลยขู่หมวดยงยุทธว่าจะอยู่ในหน้าที่ตำรวจได้อีกไม่นาน เมื่อไหร่ที่เขามีอำนาจทั้งสามคนต้องโดนแก้แค้นชนิดหาแผ่นดินยืนไม่มี แต่ประดับก็อยู่ในสุโขทัยได้ไม่นานต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เพราะท่านรัฐมนตรีเรียกตัวให้กลับด่วน แต่ประดับต้องการรู้ความเคลื่อน ไหวของพวก ขุนเดช อริเก่า และประดับก็ไม่ค่อยไว้ใจพวกกำนันบุญอยู่เป็นทุนเดิม จึงสั่งให้คำผกาย้ายเข้ามาอยู่ที่ศรีสัชฯ เพื่อเป็นหูเป็นตาให้ คอยส่งข่าวคราวให้ประดับรู้ตลอดเวลา แต่คำผกามาอยู่ที่ศรีสัชฯ ได้วันแรกก็มีเรื่องมีราวกับบัวทอง เพราะไปดูถูกบัวทองกับคำปันจนมีเรื่องมีราวทำให้คำผกากับบัวทองเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน

ส่วนเรื่องด่วนนั่นก็คือท่านรัฐมนตรี จับได้ว่าประดับกับปารมีแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ กันจนปารมีตั้งท้อง ประดับโดนท่านรัฐมนตรีเรียกคนมาซ้อมเพราะไม่พอใจ แต่ท่านรัฐมนตรีก็ไม่กล้าเอาเรื่องประดับถึงโรงพักฐานพรากผู้เยาว์ เพราะกลัวจะเป็นข่าวฉาวโฉ่ ปารมีก็มาอ้อนวอนพ่อ ขอร้องให้ไว้ชีวิตประดับเพราะรักกันจริง ๆ และให้เห็นแก่ลูกในท้อง ท่านรัฐมนตรีทำอะไรไม่ได้ จำเป็นต้องเลื่อนฐานะประดับให้ขึ้นมาเป็นลูกเขย ซึ่งก็สมใจประดับทันที

กำนันบุญเริ่มหงุดหงิดหัวเสียไม่รู้จะไปพึ่งใครให้ทำงานให้ ทำให้รู้สึกขวางหูขวางตาลงไม้ลงมือกับทุกคนไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ รำพัน เมียใหม่ของกำนันและเป็นแม่เลี้ยงของ สัมฤทธิ์ ก็โดนกำนันตบตีระบายอารมณ์ เพียงเพราะรำพันปล่อยให้ ทิพย์ ลูกสาววัย 12 ที่เกิดกับกำนันบุญซึ่งเป็นปัญญาอ่อนชอบฟ้อนรำรบกวนอารมณ์กำนัน จนกำนันคิดจะส่งทิพย์ให้ไปอยู่โรงพยาบาลบ้า แต่รำพันก็อ้อนวอนขอเลี้ยงไว้เพราะยังไงก็ลูก กำนันบุญเริ่มเบื่อเมียอย่างรำพันจึงหันไปสนใจคำผกา พยายามให้แก้วแหวนเงินทองปรนเปรอคำผกาทุกอย่าง ซึ่งคำผกาก็ชอบอกชอบใจเพราะเป็นคนเห็นแก่เงิน จึงใช้มารยายั่วให้กำนันหลงหัวปักหัวปำหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง แต่เมื่อวันที่คำผการู้ว่าประดับจะต้องแต่งงานกับปารมี และเห็นเค้าลางว่าตัวเองอาจจะถูกประดับเฉดหัวส่ง คำผกาจึงยอมตกเป็นของกำนันบุญ ใช้ความเป็นหญิงสองผัวหลอกเอาสมบัติจากกำนันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

กำนันบุญนึกถึงเสือแชน ลูกน้องเก่าซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วเป็นผู้ลงมือฆ่าพ่อของ ขุนเดช ให้กลับมาช่วยงานขโมยพระ เสือแชนไม่ชอบสะสมวัตถุโบราณ แต่จะชอบสะสมอาวุธโบราณ เช่น มีด หอก ดาบ เมื่อตำรวจสืบทราบจึงส่งสายตำรวจชื่อนายเหลือง เข้าไปตีสนิทโดยเอาดาบโบราณไปให้เสือแชนเพื่อสร้างความไว้วางใจ เหลืองบอกเสือแชนว่าถ้าอยากได้อีกก็ยังมีอีกเยอะ เพราะรู้แหล่งที่ฝังสมบัติอยู่ในถ้ำบนเขา เสือแชนหลงกลเชื่อจึงตามเหลืองขึ้นไปในถ้ำ เมื่อสบโอกาสเหลืองผลักเสือแชนตกลงไปก้นถ้ำ แล้วออกมาตามหมวดยงยุทธกับจ่าแท่นซึ่งรออยู่ด้านนอกเพื่อรอจับ แต่ระหว่างนั้น ขุนเดช ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถ้ำก็ได้โอกาสล้างแค้นให้พ่อ โดยปล่อยงูจงอาจให้กัดเสือแชน แล้วใช้ดาบนิลฟันคอเสือแชนจนหลุดจากบ่า พอตำรวจเข้ามาก็เจอแต่สภาพศพของเสือแชนที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณ ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับหมวดยงยุทธว่าต้องเป็นฝีมือของ ขุนเดช แน่ ๆ

การตายของเสือแชนทำให้กำนันบุญแค้นใจมาก จึงสั่งคนไปลอบยิง ขุนเดช ขณะที่กำลังตกแต่งเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ ขุนเดช ร่วงลงมาจากยอดเจดีย์แต่รอดตายเพราะตกลงมาในดงต้นพุทธรักษา ในขณะที่ ขุนเดช ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหมวดยงยุทธกับ จ่าแท่นก็มาตรวจที่เกิดเหตุ จ่าแท่นเจอดาบนิลของ ขุนเดช ที่ตกอยู่จึงหยิบขึ้นมาดู แต่พอชักดาบออกมาพบว่าข้างใน ไม่ใช่ดาบหักอย่างที่ ขุนเดช เอาให้ดูมาตลอด แต่มันเป็นดาบนิลที่คมกริบ จ่าแท่นตกใจมาก หรือว่าที่หมวดยงยุทธสงสัยจะเป็นเรื่องจริง แต่พอหมวดยงยุทธเดินมา จ่าแท่นรีบเก็บดาบเข้าฝักแล้วทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ่าแท่นรีบตามไปที่ โรงพยาบาลแล้วฝากดาบนิลให้บัวทอง เอาไปคืนขุนเดชโดยที่ยังเก็บเอาความสงสัยไว้กับตัว

ด้านกำนันบุญพอรู้ว่า ขุนเดช ยังไม่ตาย จึงได้ปรึกษาหารือกับ วงศ์ เจ้าของบ่อนพนัน ที่คอยสนับสนุนและทำงานให้กำนันบุญมาโดยตลอด ว่าจะจัดการ ขุนเดช กับพวกคนอื่น ๆ ที่ คอยขัดขวางอย่างไรดี จึงสั่งให้วงศ์รวบรวมลูกน้องไปก่อกวนสถานที่ต่าง ๆ จนสร้างความโกลาหล โดยเฉพาะกับกลุ่มนักศึกษาชายและหญิงของอาจารย์ดาราที่โดนพวกนักเลงบ่อนของวงศ์คุกคามความปลอดภัย บุกเข้าไปทำอนาจารนักศึกษาสาว ๆ เมื่ออาจารย์ดาราจะเอาเรื่อง วงศ์ก็หัวหมอใช้อิทธิพลของกำนันบุญเอาตัวรอดจากคุกจากตะรางออกมาได้ ทำให้อาจารย์ดาราไม่พอใจหมวดยงยุทธที่ปล่อยให้พวกนอกกฏหมายทำอะไรได้ตามอำเภอใจ หมวดยงยุทธเองซึ่งถูกผู้ใหญ่กดดันมาเรื่องฆาตกรฆ่าโจรก็หลุดปากสวนกลับเพราะไม่พอใจที่ถูกอาจารย์ดาราต่อว่า และคิดว่าอาจารย์ดาราเห็นด้วยกับการกระทำของวีรบุรุษบาปที่พวกชาวบ้านกำลังยกย่องเชิดชู แต่สิ่งที่มันทำก็ไม่ต่างจากอาชญากรคนหนึ่ง !!

วงศ์ย่ามใจทำเรื่องผิดกฎหมายได้โดยไม่เกรงกลัวเพราะถือว่ามีกำนันบุญและรัฐมนตรี ที่คอยหนุนหลังกำนันบุญช่วยอยู่ และเมื่อรู้เรื่องว่ามีสมบัติอยู่บนเขาจึงได้ชักชวน นางหวาด ซึ่งเป็นเมียขึ้นไปขุดสมบัติด้วยกัน เมื่อวงศ์ขุดเจอดาบทองคำส่วนหวาดเจอกำไลทองจึงดีใจพากันกลับบ้าน พอรุ่งเช้าวงศ์ถูกผีเข้าสิงเอาดาบทองคำไล่ฟันเมีย หวาดจึงต่อสู้แล้วใช้มีดฟันวงศ์จนตาย ส่วนตนเองพอฆ่าผัวตายจึงเป็นบ้าเอาดาบและกำไลทองคำหนีเข้าป่าหายสาบสูบไป

สำหรับนายสัมฤทธิ์ลูกชายของกำนันบุญ ซึ่งเคยเจอบัวทองในงานวัดจึงรู้สึกถูกตาต้องใจในความสวยของบัวทอง สัมฤทธิ์พยายามตามจีบและเอาของมีค่ามาให้บัวทองเพื่อหวังจะชนะใจ แต่บัวทองไม่เล่นด้วยแถมยังเกลียดเข้าไส้ คำผกาเองก็เกลียดบัวทองอยู่แล้วจึงเป่าหูให้สัมฤทธิ์วางแผนฉุดบัวทองมาทำเมีย สัมฤทธิ์เห็นด้วยจึงวางแผนให้ลูกน้องและ จำเริญ คนงานเก่าของขุนเดชมาช่วยฉุดบัวทองไปไว้ที่กระท่อมร้าง บัวทองเกือบจะตกเป็นของสัมฤทธิ์ โชคดีที่นางหวาดโผล่มาอาละวาดเอาดาบไล่ฟันสัมฤทธิ์ บัวทองจึงหนีหลุดไปได้ สัมฤทธิ์โกรธมากจึงยิงนางหวาดตายและเอากำไลทองมาจากนางหวาด พอตำรวจรู้เรื่องจาก หมอน้อย หมอประจำหมู่บ้านที่เป็นที่เคารพของทุกคน ซึ่งเห็นเหตุการณ์บัวทองถูกฉุดและมาแจ้งความให้ตำรวจไปช่วยบัวทอง จ่าแท่นจึงนำกำลังมาช่วยหลาน จำเริญซึ่งคอยดูต้นทางอยู่ได้ยินพวกลูกน้องของสัมฤทธิ์คุยกันว่า บัวทองเป็นแฟนของ ขุนเดช จึงตกใจมาก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าบัวทองเป็นแฟนของ ขุนเดช ซึ่งเป็นหัวหน้าเก่า สาเหตุที่จำเริญยอมทำชั่วช่วยสัมฤทธิ์ฉุดบัวทอง ทำไปเพราะอยากได้เงินไปให้แม่ที่กำลังป่วยและจะบวชทดแทนบุญคุณให้แม่ แต่พอรู้ว่าบัวทองเป็นแฟนของ ขุนเดช จำเริญเริ่มกลัวจึงรีบหนีไป ส่วนสัมฤทธิ์ก็เกือบโดนตำรวจจับได้ แต่ได้มา เจอ เสือเพิก เพื่อนเก่าของกำนันบุญมาช่วยไว้ แล้วพาไปอยู่ที่ซุ้มโจรด้วยกันช่วยกันออกปล้น ฆ่าชาวบ้าน แต่สัมฤทธิ์คิดชั่วอยากได้ลูกน้องของเสือเพิกมาเป็นของตัวเอง จึงหักหลังฆ่าเสือเพิกแล้วตั้งตัวเป็นหัวหน้าโจรซะเอง

หลังจากที่จำเริญกับพวกคนอื่นๆหนีตำรวจมาได้ก็มาถูก ขุนเดช ไล่ล่าฆ่าตายที่ละคน เหลือแต่จำเริญที่หนีมาบวชเพื่อทดแทนคุณแม่จนได้ เพราะกลับตัวกลับใจสำนึกผิดหวังว่าการบวชครั้งนี้นอกจากทดแทนบุญคุญแม่แล้วยังจะช่วยลบล้างความผิดที่ทำมา ขุนเดช ตามมางานบวชของจำเริญ โดยมีหมวดยงยุทธกับจ่าแท่นแอบตามมาดู ขุนเดช ว่าจะฆ่าจำเริญหรือไม่  แต่เมื่อ ขุนเดช มาเจอจำเริญที่อยู่ในผ้าเหลืองแล้วจึงอโหสิกรรมทุกอย่างให้กับจำเริญ จ่าแท่นจึงรู้สึกโล่งใจที่ขุนเดชไม่ทำอะไรวู่ว่ามลงไป

คำว่าอโหสิกรรมที่ ขุนเดช กล่าวต่อหน้าพระจำเริญทำให้ ขุนเดช เริ่มคิดได้ และการดูแลเอาใจใส่ของบัวทองในระหว่างที่ ขุนเดช พักรักษาตัวตอนที่ถูกยิง ก็ทำให้หัวใจของ ขุนเดช ที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีความรักให้ใครก็เริ่มอ่อนผ่อนลง เมื่อรู้ข่าวเรื่องโจรขโมยพระ ขุนเดชก็พยายามถอยและไม่ลงมือเอง แต่ส่งเบาะแสให้กับตำรวจให้เป็นฝ่ายจัดการ  จนกระทั่งมีชายเชื้อสายจีนไว้ผมเปียยาว ขายของเด็กเล่น อาศัยอยู่บนเรือ ชาวบ้านเรียกเค้าว่า จีนเปีย เข้ามาในศรีสัชฯ  ขุนเดชรู้สึกสงสัยในท่าทีมีพิรุธจึงพยายามสืบจนรู้ว่าเป็นพวกขโมยพระแล้วนำพระมาซ่อนไว้บนเรือ ขุนเดช จึงให้เบาะแสกับตำรวจจนตำรวจสามารถจับจีนเปียไว้ได้

จีนเปียถูกขังอยู่ในตะรางแต่ได้วางแผนจะแหกคุกออกไปจึงโกหกว่าหิวน้ำ ให้ตำรวจเอาน้ำมาให้ พอตำรวจเผลอจึงเอามีดเล็กที่ซ่อนอยู่ที่ผมเปียออกมาปาดคอตำรวจตายแล้วหลบหนีออกไป ตำรวจพยายามไล่ล่าจีนเปีย แต่จีนเปียก็สามารถหนีไปได้ ขุนเดช จึงต้องออกโรงด้วยตนเอง จัดการฆ่าจีนเปียแล้วนำศพมาส่งให้ที่สถานีตำรวจ

หลังจากที่สัมฤทธิ์เป็นหัวหน้าโจรปล้นฆ่าชาวบ้าน จนถูกทางการกดดันตามล่าตัว สัมฤทธิ์จึงหนีกลับมากบดานที่บ้านกำนันบุญที่ใช้อิทธิพลของตัวเองซ่อนลูกชายเอาไว้ไม่ให้ใครกล้าเข้ามายุ่ง ทางฟากรัฐมนตรีปราชญ์ที่พยายามปกปิดเรื่องลูกสาวท้องโตในวัยเรียนมาตลอด แต่เรื่องอื้อฉาวก็ไม่สามารถปกปิดได้ สาเหตุเพราะประดับทะเลาะกับปารมี เนื่องจากไปจับได้ว่าประดับไปมีอะไรกับคำผกาโสเภณีร่านราคาถูก และรู้ความจริงว่าประดับไม่เคยรักเธอเลย คิดแต่จะใช้เป็นเครื่องมือเพื่อได้เข้ามาเป็นลูกเขยรัฐมนตรี ปารมีน้อยใจประดับขับรถออกจากบ้านแล้วไปชนแม่ค้าข้างถนนตาย กลายเป็นข่าวครึกโครม ลูกสาวรัฐมนตรีท้องโตขับรถชนคนตาย ชื่อเสียงของรัฐมนตรี ปราชญเสียหายหนัก จนมีข่าวแว่วมาว่ามีสิทธิ์จะถูกถอดถอน ประดับกลัวว่าตัวเองจะเสียโอกาสถ้าไม่มีพ่อตาเป็นรัฐมนตรี จึงอาสาว่าจะทำทุกอย่างไม่ให้ท่านรัฐมนตรีหลุดจากเก้าอี้ รัฐมนตรีปราชญ์รู้มาว่าถ้าสามารถหาเครื่องชามสังคโลกโบราณที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มาเป็นสินบนให้กับผู้ใหญ่ในพรรคได้ เก้าอี้ของตัวเองก็จะไม่หลุด เพราะเครื่องชามสังคโลกที่ยังสมบูรณ์และงดงามไร้ที่ติ ไม่ได้ใช่ของหากันง่าย ๆ เท่าที่มีอยู่ก็มีแต่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเท่านั้น ประดับอาสาว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เองเพราะก่อนหน้านี้ได้ข่าวจาก ทางกำนันบุญว่ามีการค้นพบเครื่องชามสังคโลกในสภาพสมบูรณ์ที่ศรีสัชฯ

ประดับเดินทางมาหากำนันบุญ ซึ่งได้ยืนยันเรื่องเครื่องชามสังคโลกว่ามีการค้นพบแล้วจริง ๆ โดยรู้มาจากลูกน้องที่เคยแอบเข้าไปลักขุดขโมยของโบราณในที่ดินของหมอน้อย และรู้ว่าหมอน้อยมีเครื่องชามสังคโลกโบราณอยู่ กำนันบุญจึงไปทาบทามขอซื้อแต่ถูกหมอน้อยปฏิเสธ หมอน้อยบอกกำนันบุญว่าได้บริจาคที่ดินรวมถึงเครื่องชามสังคโลกให้กับทางการหมดแล้วเพื่อเป็นประโยชน์แก่แผ่นดิน กำนันบุญโกรธมากจึงให้สัมฤทธิ์พาลูกน้องไปปล้นที่บ้านหมอน้อย สัมฤทธิ์ฆ่าหมอน้อย เมียและลูก รวมถึงนายชื่นคนงานเฝ้าไร่ตายทั้งบ้าน แต่โชคดีที่นายชื่นแค่บาดเจ็บ จึงมาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพวกสัมฤทธิ์เป็นคนลงมือฆ่าหมอน้อยและครอบครัว หมวดยงยุทธบุกไปตามจับสัมฤทธิ์ที่บ้านกำนันบุญ แต่กำนันบุญรู้ตัวว่าตำรวจจะมาเพราะจับลูกชายเพราะรำพันแอบส่งข่าวให้ตำรวจรู้ว่าสัมฤทธิ์กบดานอยู่ที่บ้าน สัมฤทธิ์รอดไปได้โดยส่งให้ไปกบดานอยู่กับ นายซ้อน ลูกน้องเก่าที่ทำไร่อยู่ที่เขาพนมเพลิง ส่วนรำพันถูกกำนันบุญตบตีทำร้ายจะเอาถึงตาย ทิพย์ร้องไห้กระจองอแงเข้าไปกอดไม่ให้พ่อทำร้ายแม่ กำนันโกรธลูกสาวปัญญาอ่อนและทนรำคาญไม่ไหว คำผกายุส่งให้กำนันบุญจับลากตัวไปส่งโรงพยาบาลบ้า เพราะทนรำคาญทิพย์ที่ชอบมาทำให้เธอหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่บ่อย ๆ

แต่ระหว่างฉุดกระชากลากถูทิพย์สะบัดตัวหนี กำนันบุญกับคำผกาที่ช่วยกันจับตัวทิพย์อยู่เกิดพลาดท่าตกบันไดลงมาหมดสติทั้งคู่ ซึ่งในระหว่างที่หมดสติไปนั่นเอง กำนันบุญได้ฝันเห็นภาพในอดีตของตัวเองที่เคยไปลักตัดเศียรพระ และได้เจองูเห่านับเป็นสิบ ๆ ตัวเลื้อยปกป้ององค์พระ พวกลูกน้องพากันกลัวว่าเป็นงูเจ้าไม่ควรไปยุ่งหรือไปทำร้ายไม่อย่างนั้นบาปจะติดตัว แต่กำนันบุญไม่เกรงกลัวบาปกลัวกรรมเอาถังน้ำมันราดแล้วจุดไฟเผาฆ่างูเจ้าจนตายเกลี้ยง หลังจากนั้นไม่นานรำพันก็คลอดลูกออกมาเป็นทิพย์ ที่ตอนเกิดมีเกล็ดตามตัวเหมือนเกล็ดงู และเมื่อโตขึ้นทิพย์ก็มีอาการปัญญาอ่อนไม่สมประกอบ ส่วนคำผกาก็ฝันเห็นภาพตัวเองตอนเป็นเด็กยากจนไม่มีข้าวกิน จนต้องไปลักขโมยข้าวแม่ค้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนวันนึงเขาจับได้และสั่งไม่ให้ขโมยอีกถ้าอยากกินก็ให้มาขอ แต่เพราะสันดานชอบลักเล็กขโมยน้อยที่ติดเป็นนิสัย เมื่อเห็นแม่ค้ามีสร้อยทองใส่ก็อยากได้จึงแอบขโมยมาเก็บไว้ เมื่อแม่ค้าจับได้คำผกาก็ผลักแม่ค้าล้มลงไปที่ถนนจนถูกรถชนตาย

เมื่อกำนันบุญกับคำผกาฟื้นขึ้นมาก็พบว่ารำพันได้พาทิพย์หนีไปแล้ว ส่วนกำนันบุญเมื่อพยายามจะลุกขึ้นก็ทำไม่ได้อย่างเหมือนก่อน เพราะแข้งขาไม่มีเรี่ยวมีแรงจะขยับไปไหนก็ต้องใช้วิธีเลื้อยเอาคล้ายกับงูที่ต้องเลื้อยไปมา หมอบอกว่าที่กำนันบุญเป็นอย่างนี้สาเหตุมาจากการตกบันไดทำให้เส้นประสาทที่ขาเสียหาย คำผกาเห็นเข้าก็รู้สึกทุเรศลูกตาไม่สนใจใยดีกำนันบุญอีก และแอบขโมยกุญแจห้องเก็บสมบัติของกำนันเพื่อเข้าไปลักเอาแก้วแหวนเงินทองของกำนัน โดยเฉพาะกับกำไลทองที่สัมฤทธิ์เอามาจากศพนางหวาด แต่เมื่อคำผกาเอากำลังมาสวม คำผกาก็มีอาการไม่ต่างจากนางหวาดที่คลุ้มคลั่ง ควงดาบออกไล่ฟันลูกน้องกำนันบุญ และหนีมาเจอประดับ คำผกาก็พยายามทำร้ายประดับ ในที่สุดก็ถูกประดับยิงตายและเก็บเอากำไลทองจากคำผกามาไว้กับตัวเอง

กำนันบุญเริ่มกังวลและคิดถึงบาปกรรมที่เคยทำไว้กับงูเจ้าในอดีต ประดับมาหากำนันบุญเพื่อขอเอาชามสังคโลกที่ได้มาจากหมอน้อย กำนันบุญยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมนอกจากเรื่องเงินแล้ว อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเหลือลูกชายให้พ้นคดี และช่วยหาหมอเก่ง ๆ มารักษาให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เพราะเกรงกลัวว่าถ้าไอ้ ขุนเดช มันรู้ตัวเองกลายเป็นแค่ไอ้พิการ มันต้องตามมาจัดการฆ่าแก้แค้นที่เคยไปฆ่าพ่อมันแน่ ๆ ประดับเลยได้รู้ว่า ขุนเดช ศัตรูในอดีตที่เคยฝากความแค้นกันไว้นั้นตอนนี้มันก็ยังตามรังควาญเขาไม่หยุด ประดับคิดแผนการบางอย่างที่จะจัดการกับ ขุนเดช เพื่อสางความแค้น เลยทำเป็นรับปากกับกำนันบุญว่าจะจัดการตามที่ต้องการทุกอย่าง แต่พอลงจากเรือนของกำนันบุญได้ไม่เท่าไหร่ ประดับก็สั่งลูกน้องให้จัดการเผาบ้านกำนันบุญ ทรัพย์สมบัติของกำนันบุญก็สั่งให้คนขนออกมาจนเกลี้ยง ลูกน้องคนไหนที่ไม่ยอมแปรพักต์ก็จัดการฆ่าตายให้หมด แล้วใช้เลือดเขียนบนผนังเรือนว่านี่คือการ แก้แค้นของ ขุนเดช

การตายของหมอน้อยพร้อมกับครอบครัว สร้างความเสียใจให้กับทุกคนในศรีสัชฯที่ ต้องสิ้นคนดี ขุนเดช รักและเคารพหมอน้อยเหมือนญาติผู้ใหญ่จึงโกรธแค้นเป็นอย่างมากและ คิดแก้แค้นให้หมอน้อย นายซ้อนซึ่งให้ที่พักกับสัมฤทธิ์แอบมาพบกับ ขุนเดช เพื่อส่งข่าวเรื่องของสัมฤทธิ์ให้รู้ ถึงนายซ้อนจะเคยเป็นลูกน้องของกำนันบุญ แต่ตอนนี้ก็กลับตัวกลับใจแล้ว จึงขอให้ ขุนเดช ไปจัดการกับนายสัมฤทธิ์ที่เขาพนมเพลิง ขุนเดช จึงตามไปฆ่าโดยขุดหลุมพราง ให้สัมฤทธิ์ตกไปในหลุมแล้วใช้น้ำมันราดเผาสัมฤทธิ์ทั้งเป็น และยืนดูมันตายอย่างทรมาณให้สาสมกับความผิดที่เคยทำ หมวดยงยุทธตามมาพบ ขุนเดช ฆ่านายสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นหลักฐานคาตา ยงยุทธขอให้ ขุนเดช มอบตัว เพราะตอนนี้ ขุนเดช กลายเป็นอาชญากรที่ตำรวจต้องการ หลังจากที่ไปปล้นเผาบ้านของกำนันบุญ ขุนเดช ปฏิเสธไม่ได้เป็นคนไปปล้นบ้านกำนันบุญ หมวดยงยุทธและจ่าแท่นเชื่อว่า ขุนเดช ไม่ได้ทำและโดนใส่ร้าย จึงต้องขอร้องให้ ขุนเดช มอบตัวเพื่อไปพิสูจน์ความจริงกับศาล แต่ ขุนเดช ไม่ยอมมอบตัวสู้และเข้าต่อสู้กับหมวดยงยุทธจนเอาตัวรอดหนีไปได้

ที่จริงแล้วกำนันบุญยังไม่ตาย แต่ถูกประดับจับตัวเอาไว้เพื่อเรียกให้ ขุนเดช มาจัดการ โดยประดับเตรียมซ้อนแผนให้ตำรวจมาพบตอนที่ ขุนเดช ฆ่ากำนันบุญ ประดับส่งข่าวเรื่อง กำนันบุญให้ ขุนเดช รู้ผ่านทางอาจารย์ดาราว่ากำนันบุญอยู่ที่ถ้ำ พระศิลาบนเขาหลวง ที่ ๆ พ่อของ ขุนเดช ถูกฆ่าตาย อาจารย์ดาราเตือน ขุนเดช ไม่ให้ไป ตกหลุมพรางของประดับ และอาจารย์ประทีปก็เอาคำพูดของหลวงพ่อสุข ที่เคยเตือน เอาไว้พูดให้ ขุนเดช รู้ แต่ ขุนเดช ยืนยันว่าชีวิตเขาเกิดมาเพื่อปกป้องสมบัติของชาติ เขาคือทหารของพระร่วง ขุนเดช เดินทางไปที่ถ้ำศิลาและได้ พบกำนันบุญในสภาพนั่ง รถเข็นน่าเวทนา กำนันบุญขอร้อง ขุนเดช ให้ไว้ชีวิต อ้างว่าตอนนี้ตัวเองก็ไม่เหลืออะไร อีกแล้วได้รับกรรมที่เคยทำไว้แล้วอยากให้ ขุนเดช อโหสิให้ ขุนเดช ลังเลใจนึกถึงคำพูด ของหลวงพ่อสุขที่อาจารย์ประทีปบอกไว้และคำสัญญากับบัวทองว่าจะใช้ชีวิตด้วยกัน อย่างสงบ ขุนเดช คิดจะอโหสิให้กำนันบุญ แต่กลับถูกกำนันยิงเข้ากลางอกด้วยปืน ที่ซุกเอาไว้ในรถเข็น ขุนเดช ทรุดฮวบหายใจรวยรินเจ็บใจที่โดนกำนันบุญหลอก ประดับโผล่เข้ามาหัวเราะสะใจที่ ขุนเดช โดนเล่นงาน กำนันบุญอ้างว่าประดับสั่งให้ทำ ประดับเข้ามาจิกหัว ขุนเดช สมเพชเวทนาอยากเห็น ขุนเดช ตายต่อหน้าต่อตา เพราะถ้าขืนปล่อยให้ตำรวจได้ตัวไป วันนึง ขุนเดช ก็ต้องพ้นโทษออกมาอีก ประดับทิ้ง ขุนเดช ไว้ ในถ้ำกับกำนันบุญ ขุนเดช เกือบจะตายอยู่แล้วแต่ด้วยคำพูดของพ่อที่พูดถึง พระขพุงผี ผีเทวดาที่ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาใด ๆ บนเขาหลวง ขุนเดช ก็ฮึดลุกขึ้นมา กำนันบุญจะยิง ขุนเดช ซ้ำแต่ ขุนเดช ก็ฟันฉับเข้าที่คอด้วยดาบนิล กำนันบุญคอขาดกระเด็นสาสมกับกรรมที่ทำไว้

หมวดยงยุทธกับจ่าแท่นและกำลังตำรวจตามมาที่เขาหลวงเพื่อต้องการระงับเหตุและจับตัว ขุนเดช บัวทองกับอาจารย์ดาราตามจ่าแท่นมาด้วยเพราะเป็นห่วง ขุนเดช แต่หมวดยงยุทธสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปที่เขาหลวง อาจารย์ดาราขอร้องหมวดยงยุทธให้ ปล่อย ขุนเดช ไป แต่หมวดยงยุทธยืนยันว่าเขาต้องทำทุกอย่างตามความถูกต้อง เพราะถ้าเขาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องชาตินี้เขาก็คงทนมองหน้าใครไม่ได้อีก และอาจารย์ดาราก็คงจะภูมิใจในตัวเขาไม่ได้ อาจารย์ดาราน้ำตารื้นยอมเข้าใจว่าหมวดยงยุทธมีความจำเป็น จึงยอมอยู่กับบัวทองที่ตีนเขาหลวง

ขุนเดช ในสภาพที่บาดเจ็บหนักไล่ล่าตามหาตัวประดับในป่าบนเขาหลวง ประดับคิดว่าตัวเองน่าจะหาทางออกได้แต่ก็เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ เมื่อทางออกที่เคยเดิน กลับไม่เหมือนเดิม ประดับเริ่มเดินวนเวียนอยู่ในป่าจนหลวงทาง และได้ยินเสียงหวีด ร้องน่ากลัวไปทั่วป่า ประดับยิงปืนไปทั่วเพราะคิดว่าเป็นฝีมือของ ขุนเดช แต่ภาพที่ประดับเห็นกลับเป็นภาพของนักรบโบราณเดินไปเดินมาอยู่รอบตัว และหนึ่งในกลุ่มนักรบโบราณก็คือ ขุนเดช ที่ยืนจังก้า ในมือถือดาบนิลที่ชักออกมาเป็นดาบคมกริบ ขุนเดช ตวัดดาบเข้าสู้กับประดับและใช้มันเสียบทะลุหัวใจของประดับจนตายคาที่ จ่าแท่นกับหมวดยงยุทธตามมาพบ ขุนเดช ในสภาพหายใจรวยริน ขุนเดช บอกหมวดยงยุทธว่าเสียใจที่ให้หมวดจับเข้าคุกไม่ได้ เพราะคงสิ้นลมหายใจอยู่ที่เขาหลวงแห่งนี้ ขุนเดช ขอร้องหมวดยงยุทธว่าปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่ จะได้เป็นผีเฝ้าสมบัติของบรรพบุรุษจากพวกใจบาป ขุนเดช แน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาหมวดยงยุทธ

รัฐมนตรีปราชญ์มาที่สุโขทัยเพื่อรับถ้วยชามสังคโลกที่ประดับเก็บไว้ให้ เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องของประดับที่ไปเกี่ยวข้องกับพวกค้าวัตถุโบราณ ท่านรัฐมนตรีด่าประดับว่าเป็นพวกสารเลวและเพิ่งรู้เห็นความเลวของมันเหมือนกันสาสมที่มันตายซะได้แถมยังรับปากกับประชาชนว่าจะกวาดล้างพวกขายสมบัติชาติให้สิ้นซาก แต่ครั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีกลับมาถึงบ้านก็พบว่าประดับได้ส่งของขวัญมาให้ปารมี โดยสั่งให้ลูกน้องเอามาให้ก่อนที่ประดับจะตาย ปารมีเปิดกล่องของขวัญออกมาพบว่าเป็นกำไลทอง ปารมีเห็นว่าสวยดีจึงสวมกำไลทอง เข้าไปแล้วก็เกิดอาการคุ้มคลั่ง ลุกขึ้นมาไล่ทำร้ายรัฐมนตรีปราชญ์จนตกบันไดคอหักตายคาที่ ส่วนปารมีก็กลายเป็นบ้าเดินเพ้อละเมอว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหายออกจากบ้านไป

หมวดยงยุทธกับจ่าแท่นและชาวบ้านทุกคนร่วมกันจัดงานเผาศพให้ ขุนเดช ทุกคนมาร่วมงานศพ บัวทองยืนร้องไห้เสียใจ แค้นที่คนดี ๆ อย่าง ขุนเดช ต้องมาตายเพราะฝีมือคนชั่ว บัวทองเสียใจมากจึงได้เดินหลบออกไป จ่าแท่นเดินตามมาแล้วเล่าความจริงให้บัวทองฟังว่า ขุนเดช ยังไม่ตาย ตอนนี้หลบพักรักษาตัวอยู่ และเป็นความตั้งใจของหมวดยงยุทธที่จะให้ทุกคนเข้าใจว่าวีรบุรุษบาปอย่าง ขุนเดช ได้ตายจากไปแล้ว บัวทองดีใจเมื่อรู้ดังนั้น จึงพาแม่ไปอาศัยอยู่กับ ขุนเดช ไปปลูกไร่ ไถ่นาอยู่กันตามประสาอย่างมีความสุข โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า ขุนเดช ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนหมวดยงยุทธได้เลื่อนยศขึ้นเป็น ผู้การที่จังหวัดสุโขทัยและได้แต่งงานกับอาจารย์ดารา ทุก ๆ วันหมวดยงยุทธมักจะยืนมองโบราณสถานที่ยังทรงคุณค่า และนึกขอบใจ ขุนเดช ที่เสีย สละตัวเองเพื่อปกป้องสมบัติและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ให้อยู่สืบไป….. ติดตามชม ละครขุนเดช

รายชื่อนักแสดงนำในละคร ขุนเดช

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์   รับบท   ขุนเดช
ศุกลวัฒน์ คณารศ   รับบท   ร.ต.ท.ยงยุทธ
อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล   รับบท   บัวทอง
อคัมย์สิริ สุวรรณศุข   รับบท   อาจารย์ดารา
สุรวุฑ ไหมกัน   รับบท   กำนันบุญ สุโขทัย
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์   รับบท   ประดับ (ลูกเขยปราชญ์)
อุษณีย์ วัฒฐานะ   รับบท   คำผกา
ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์   รับบท   ปารมี (ลูกรมต.)
พิชยดนย์ พึ่งพันธ์   รับบท   สัมฤทธิ์ (ลูกบุญ)
เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์   รับบท   รัฐมนตรีปราชญ์
ภารดี อยู่ผาสุข   รับบท   คุณหญิง
วันชัย เผ่าวิบูลย์   รับบท   อาจารย์ประทีป
วินัย ไกรบุตร   รับบท   เดื่อง (พ่อขุนเดช)
รชยา รักษ์กสิกรณ์   รับบท   คำปัน (แม่บัวทอง)
วีระชัย หัตถโกวิท   รับบท   จ่าแท่น (ลุงบัวทอง)
ธนา สินประสาธน์   รับบท   เถิน (พ่อดารา)
ตฤณ เศรษฐโชค   รับบท   หมอน้อย
น้ำทิพย์ เสียมทอง   รับบท   มะลิ
ประถมาภรณ์ รัตนภักดี   รับบท   สาลี่
ธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง   รับบท   หลวงพ่อสุข
ยอดชาย เมฆสุวรรณ   รับบท   หลวงลุง
ฆนัท นาคถนอมทรัพย์   รับบท   อาจารย์ดำรง
พิพัฒน์พล โกมารทัต   รับบท   ฮวด
ปริษา ทนาวิวัฒน์   รับบท   รำพัน (เมียใหม่บุญ)
ณปภัช วรพฤทธานนท์   รับบท   ทิพย์ (ลูกรำพันบุญ)
พชร กระต่ายทอง   รับบท   เปี๊ยะ (น.ศ.)
ชญานี ธิติ   รับบท   กบ (น.ศ.)
ธัชพร วาจา   รับบท   หยิน (น.ศ.)

รายชื่อนักแสดงรับเชิญ

สุรพันธุ์ ศรีวิลัย   รับบท   เสือเพิก (เพื่อนเก่า)
ณรงค์ เจนครองธรรม   รับบท   เสือชิด (ลูกน้อง)
ยุพข่าน ดัสกร   รับบท   เสือแชน (ลูกน้อง)
ณรัฐ พัฒนาพงศ์ชัย   รับบท   ลูกน้องประดับ
เนรัญ ศรีสันต์   รับบท   ลูกน้องกำนันบุญ
ชมวิชัย เมฆสุวรรณ   รับบท   ลูกน้องสัมฤทธิ์
จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ   รับบท   เถร
เวนซ์ ฟอลโคเนอร์   รับบท   เปรื่อง อยุธยา
พงศนารถ วินศิริ   รับบท   ผู้ใหญ่น่วม
รอน สมูเรนเบิร์ก   รับบท   แจ๊ค
โอลิเวอร์ บีเวอร์   รับบท   วงศ์
ณรงค์ฤทธิ์ ป้อมภู่   รับบท   จำเริญ
นิมิตร ทยานุวัฒน์   รับบท   จีนเปีย
ธนัช ศรีบรรจง   รับบท   ตากล้ำ (พ่อเถร)
พจนี ใยละออ   รับบท   ยายแช่ม (แม่เถร)
จิณณะ จอมขันเงิน   รับบท   น้ำ (ลูกน่วม)
ปวารา อภิพูนลาภ   รับบท   หวาด (เมียวงศ์)
โชคดี พักภู่   รับบท   ชื่น (คนงานหมอน้อย)
อิทธิกร สาธุกรรม   รับบท   ซ้อน เขาพนมเพลิง

วุ่นวายสบายดี

วุ่นวายสบายดี เป็นเรื่องรวาวของนายสัตวแพทย์หนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งดูเป็นคนที่เข้มแข็ง แข็งแรง แต่ก็หนีจากเรื่องวุ่นวายทั้งภายนอกและภายในไม่พ้น โดยบรรดาสัตว์น้องใหญ่ได้เป้นตัวกระตุ้นให้เกิดความวุ่นวาย และทำให้ความวุ่นวายเหล่านั้นขยายวงกว้างออกไป และก็เป็นบรรดาพวกสัตว์อีกเช่นกันที่ทำให้เรื่องต่างๆ คลี่คลายลงไป

นักแสดงละคร วุ่นวายสบายดี

อ้น-สราวุฒิ มาตรทอง รับบท หมอกลางหาว,
ศรีริต้า เจนเซ่น รับบท น้ำทอง,
อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์,
เวฟ-สาริน บางยี่ขัน,
เมย์-กุณฑีรา สัตตบงกช,
กุ้ง-รวิช ไรวินท์,
ฝ้าย-อิสรีย์ สงฆ์เจริญ

แหม่มแก้มแดง

เมื่อสาวเจ้าตกกระไดรักกำมะลอ ปฎิบัติการจับผิดแบบชิงไหวชิงพริบจึงเกิดขึ้น

แหม่มแก้มแดง เป็นเรื่องราวของ อนามิกา (ภิรนีย์ คงไทย) หรือ อะนา ของเพื่อน ๆ มาเรียนคอร์ส 2 ปีจบทางด้าน Fashion Design ที่วิทยาลัยศิลปะในลอนดอน อะนามีเพื่อนซี้รูมเมทคือ เมธาวี (วิริฒิภา ภักดีประสงค์) หรือ เม ที่ต่างก็กำพร้าพ่อแม่ ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนในเมืองที่ค่าครองชีพแทบจะแพงที่สุดในโลก แต่ก็โชคดีที่ อัทธวุธ (พลังธรรม กล่อมทองสุข) หรือ อาร์ท เพื่อนกะเทยซี้ปึ้กตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองไทยซึ่งมีฐานะร่ำรวยและให้ทั้ง สองมาพักฟรีในบ้านเช่าของตน

งานพิเศษหาค่าเทอมของอะนา และเม คืองานที่ร้านอาหารไทยในลอนดอนของ เจ๊พนิดา (ดารณีนุช โพธิปิติ) หรือ เจ๊แพนด้า ที่มีลูกชายฉลาดน่ารักลูกครึ่งฝรั่งชื่อ จ๊อด (ศักดิเดช ศศิประภา) ซึ่งมาจากจอร์จนั่นเอง (แต่ปัจจุบันสามีฝรั่งทิ้งเจ๊แพนด้าไปแล้ว) อะนากับเม รับหน้าที่สารพัดในร้าน โดยอะนาเป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว ก็จะทำหน้าที่คล้ายผู้จัดการ + แคชเชียร์ + เด็กเสิร์ฟ + เด็กล้างจานเก็บกวาดร้าน รวมไปถึง บางครั้ง ก็ต้องแต่งชุดไทยรำไทยโชว์ฝรั่งหาทิป ขณะที่ เมจะได้ทำงานง่าย ๆ กว่าอะนา ทั้งสองอาศัยรายได้ทั้งเงินเดือนเงินทิป และอาศัยห่อข้าวในครัวกลับไปกิน เมื่อกินฟรีพักฟรี จึงทำให้ทั้งสองเรียนและดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงปรี๊ดอย่าง ลอนดอนได้

เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกเมื่อ ณภัทร (ทวีทรัพย์ จุลทรัพย์) หรือ ภัท เพื่อนซี้กับกลุ่มของอะนา กำลังเช็คอีเมลแล้วได้พบว่ามีคลิปส่งมาจาก ณดล (ชาคริต แย้มนาม) พี่ชายจากเมืองไทย โดยมีเม ที่แอบรักภัทอยู่ มานั่งดูอยู่ด้วย ในคลิปนั้นเป็น ภาพของ กอบชัย (ดิลก ทองวัฒนา) และ พนารัตน์ (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อและแม่ของเขา ยิ้มแย้มบอกข่าวดีว่า ได้หมั้นหมายภัทไว้กับ แพรวา (นาวินดา เบอร์ท๊อดที้) ลูกสาวของ เสรี (รอน บรรจงสร้าง) เศรษฐีใหญ่เพื่อนสนิทที่ได้สัญญากันไว้เมื่อนานมาแล้ว ภัทรู้ดีว่านี่เป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

เมกลับมาที่ห้องเช่าอาร์ท ร้องไห้เสียใจ อะนากับอาร์ทปลอบเม พร้อมว่าเมที่มัวแต่อิดออดไม่บอกให้ภัทได้รู้ว่าเมรักภัท ทุกอย่างจึงสายเกินแก้ อะนาตัดสินใจไปหาภัทที่ห้องเช่าของภัท แต่ก็ต้องประหลาดใจที่ได้พบกับ นลิณา หรือ นีน่า (เมย์ เฟื่องอารมย์) และ เกตนิการ์ หรือ เกด (โชติกา วงศ์วิลาศ) สองสาวแสบ ที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน อยู่ในห้องภัท นีน่าและเกดเป็นสาวเปรี้ยวรวยหรู พูดจาดูถูกอะนา ก่อนนีน่า จะบอกว่า แพรวาที่จะหมั้นหมายกับภัท ก็คือ น้องสาวแท้ ๆ ของตนนั่นเอง แต่นีน่าเองก็ไม่รู้ว่า เกดเพื่อนซี้ของตน ก็แอบรักภัทอยู่ และแอบคิดจะแย่งภัทมาครอบครอง เมเห็นภัทก็พอจะนึกออกว่าตัวภัทเองไม่ได้เห็นด้วยเลยกับการหมั้นแบบคลุมถุง ชนครั้งนี้

ภัทไป นั่งคร่ำครวญเมามายที่ร้านอาหารไทย อะนากับเม เลยต้องรับศึกหนัก ทั้งต้องดูแลร้าน และต้องดูแลภัท ที่เริ่มเมารั่ว เสียอกเสียใจว่าตนไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ก็ไม่สามารถขัดพ่อแม่และพี่ชายของตนได้ ภัทโวยวายจน อะนาโดนเจ๊แพนด้า ด่าเอา อะนากับเมต้องช่วยกันหิ้วปีกภัท มาที่ห้องเช่าอาร์ท นอกจากภัทจะเสียใจแล้ว เมก็ยังเสียใจอีกด้วยที่ภัทจะต้องหมั้นหมายไปกับคนอื่น

อะนากับอาร์ทเลยพยายามคิดสุมหัวกัน ว่าจะช่วยทั้งสองยังไงดี จนอะนาพูดเปรยเล่น ๆ ว่างั้นภัทก็หาเมียฝรั่งซะที่นี่เลย จะได้ไม่ต้องโดนคลุมถุงชน อะนากับเม เลยปิ๊งไอเดียว่า ก็ให้ภัทโกหกทางบ้านไปสิ ว่ามีเมียแล้ว ภัทยังเมา ๆ อยู่ ก็เลยบุ่มบ่ามกดโทรไปที่บ้านทันที พร้อมเปิด Speaker Phone ให้ทุกคนได้ยิน บอกณดล พี่ชายที่เขาเกรงใจสุด ๆ ว่าเขามีเมียอยู่ที่นี่แล้ว ณดลตอบกลับมาว่าไม่เชื่อ แต่ถ้ามีจริง แกก็เลิกซะ แล้วมาแต่งกับแพรวาที่เมืองไทย ภัทหันมาปรึกษาว่าเอาไงดี อะนาพลั้งปากแนะนำว่า งั้นบอกไปสิ ว่าเมียท้องอ่อน ๆ แล้ว ภัทว่าตามอะนา แต่ณดลถามย้อนอีกว่า ถ้ามีจริง เมียแกก็ต้องอยู่กับแกสิ ถึงขนาดท้องอ่อน ๆ คงอยู่บ้านเดียวกันแล้ว ขอฟังเสียงเมียแกหน่อย ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภัท เม และอาร์ทสะกิดอะนาให้รีบช่วยคิดแก้สถานการณ์ก่อนที่ณดลจะจับได้ อะนาเลยต้องโพล่งไปว่า ฉันเอง ฉันชื่ออนามิกา เป็นภรรยาของณภัทร และตอนนี้ ท้องได้สองเดือนแล้ว ณดลเต้นผาง บอกว่าจะบินด่วนไปเคลียร์กับแก เพราะขืนบอกพ่อแม่ตอนนี้ คงช็อกตาตั้งกันหมดแน่ ๆ

ทุกคนพากันเครียด เพราะเมื่อหลุดโกหกออกมาแล้ว ก็ต้องตกกระไดพลอยโจนกันให้เนียนต่อไป อะนาพยายามยุให้เม เนียนสวมบทบาทเมียท้อง 2 เดือนของภัทไป เพราะรู้ว่าเมก็หลงรักภัทอยู่แล้ว แต่ภัทปฏิเสธ เพราะรู้ว่าพี่ชายของตนฉลาด และช่างจับผิด กลัวว่าจะโดนจับได้ และคิดว่าต้องเป็นอะนาเท่านั้น แรก ๆ อะนาปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่ลับหลังเมมาขอร้อง เพราะถ้าอะนาไม่ยอมเล่นละครตบตา ภัทก็จะต้องแต่งงานกับคนอื่นไป อะนาจึงต้องรับปากเพราะเกรงใจเพื่อน และนอกจากนั้น ภัทยังรับปากจะจ่ายค่าแรงในการสวมบทบาทให้เท่ากับค่าแรงที่อะนาได้รับในร้าน อาหารไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ นีน่ากับเกดไปป่วนที่ร้าน จนมีเรื่องตบตีกับอะนาและเม อะนาออกรับแทนเมเลยโดนเจ๊แพนด้าไล่ออกมาจากงาน เมื่อต้องช่วยทั้งเม เพื่อนซี้ และช่วยทั้งค่าใช้จ่ายของตนเอง อะนาจึงตอบตกลงที่จะรับบทภรรยากำมะลอท้องสองเดือนให้กับณภัทร

คืนนั้น ทุกคนไปตกลง ทำความเข้าใจกันที่บ้านของภัท ภัทเตือนให้อะนาและเมทราบถึงความเฮี้ยบ เผด็จการของณดลพี่ชายตน จนอะนาจินตนาการถึงภาพของผู้ชายที่โหดและเผด็จการสุด ๆ อาร์ทหนีบแชมเปญสามขวดใหญ่ ๆ มาฉลองเนื่องในโอกาสที่ทุกคนจบการศึกษาด้าน Fashion Design ทั้งสี่ฉลองกันหนักไปหน่อย เพราะอาร์ทบังคับชนแก้ว ทุกคนเลยเมาไม่กลับ หลับกันเกลื่อนบ้าน รุ่งเช้า มีคนมากดออดหน้าบ้าน กดย้ำ ๆ ๆ ๆ อย่างไร้มารยาท อะนางัวเงียหัวยุ่งไปเปิดประตู พร้อมบ่นด่าว่าจะมาติดต่ออะไร ทำไมต้องกดกริ่งซะยังกะบ้านไฟไหม้ แต่เมื่อชายที่ยืนหน้าประตู แนะนำตัวว่าตนคือณดล อะนาก็ช็อกตาตั้ง พอรู้สึกตัวก็ปิดประตูโครมใส่ แล้ววิ่งมาปลุกทุกคนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

และเมื่อภัท แนะนำว่าผู้หญิงคนที่ปิดประตูใส่ณดล คือ อะนา ภรรยาท้องอ่อน ๆ ของตน ณดลก็ยิ่งตั้งแง่ ไม่ชอบหน้าอย่างแรง และณดลยังเห็นขวดแชมเปญที่ซ่อนอยู่ข้างโซฟา เห็นอาการแฮงค์ของทุกคนก็ทราบว่ามีการกินดื่มกันเต็มที่ ณดลโวยใส่ภัท และอะนาว่ากำลังท้องไส้ ทำไมกินเหล้า เถียง ๆ กันไป อะนาก็โผเข้าอาเจียนใส่ณดลเต็ม ๆ ณดลโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อะนาหาข้ออ้างว่าตนอาเจียนเพราะแพ้ท้อง ไม่ใช่เพราะเมา แต่ณดลไม่เชื่อ กลายเป็นฝังใจตั้งแต่แรกพบว่าอะนาเป็นผู้หญิงขี้เมา ใจง่าย จนปล่อยให้ตนเองท้องกับน้องชายตน อะนาต้องรีบเก็บข้าวของมาอยู่กับภัท ให้สมบทบาทของคู่รักที่มีพยานรักอยู่ในท้อง อะนามีกฏมากมาย เพื่อความปลอดภัยที่ต้องนอนในห้องภัทกันแค่สองต่อสอง

เพราะ รู้ดีว่าพี่ชายของตนเป็นจอมเข้มงวด จับผิดละเอียดทุกจุด ภัทจึงต้องชวนอะนา และเพื่อน ๆ ทั้งเม และอาร์ทไปถ่ายรูปคู่ ให้ดูเหมือนเป็นแฟนกันมานานจริง ๆ โดยเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน แล้วถ่ายตามวิวต่าง ๆ ที่ดูมีความเป็นลอนดอน (เช่นรถเมล์สองชั้น, ป้ายชื่อถนน, หรือป้ายของ Museum หรือ Park) แล้วมาใส่กรอบตั้งหัวเตียง และในบ้านของภัท เมรู้สึกสะท้อนใจ อะนารู้ใจก็เลยพยายามให้เมได้สลับถ่ายรูปคู่กับภัทบ้าง อาร์ทนั้น ถึงจะหมั่นไส้ณดลที่ดูเขี้ยวและช่างจับผิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดอยากเคลม เพราะความหล่อเหลาของณดล จนบางทีภัทต้องโวย ๆ เอาบ้าง
นลิ ณาแอบชอบณดลมานานแสนนาน เมื่อมาพบณดลที่ลอนดอน ก็พยายามใกล้ชิด ทอดสะพานให้อย่างออกนอกหน้า ในขณะที่เกตนิการ์ก็พยายามแทรกซึมตีสนิทกับภัท โดยอ้างกับนีน่าว่า ตนจะช่วยแย่งภัทกลับมาให้หมั้นกับน้องสาวของนีน่า แต่ลึกๆ ต้องการจะเก็บไว้กินเอง เมื่อนลิณาได้ยินจากปากของณดล ว่าอะนา ท้องกับภัท นีน่ากับเกดออกอาการไม่เชื่อ ย้ำกับณดลว่าไม่เคยเห็นวี่แววว่าสองคนนี้จะมีอะไรลึกซึ้งกันได้ เพิ่มความแคลงใจให้กับณดล

นีน่าพาเกดไปอาละวาด ลุยตบตีอะนา โทษฐานที่แย่งภัทไปจากแพรวา น้องสาวของนีน่า ส่วนเกดนั้นในใจชอบภัทอยู่ เลยแค้นอะนาเป็นพิเศษ แต่อะนาเอาตัวรอดได้ มีแต่เมที่โดนหางเลขเอา เพราะไม่สู้คน ตบสู้คนอื่น ๆ ไม่ได้ ณดลกับภัทเห็นรีบมาห้ามไว้ ณดลโวยว่าในท้องของอะนามีลูกของภัทอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าใครทำร้ายอะนา ก็เท่ากับทำร้ายหลานในไส้ของเขาด้วย

เพราะความไม่ไว้ใจ ณดลยิงคำถามสัมภาษณ์อะนาเหมือนสอบสวนนักโทษตลอดเวลา ตั้งแต่เจอกับน้องชายเขาได้ยังไง คบกันมากี่เดือน แม้กระทั่งคำถามว่าทำยังไงถึงได้ท้อง เลยเจอย้อนเอาว่าโตป่านนี้ยังต้องให้สอนด้วยเหรอ? ณดลเลยย้อนกลับว่าเขาหมายความว่าทำไมไม่รู้จักคุมกำเนิด หรือตั้งใจปล่อยให้ท้องเพื่อจับน้องชายเขา จนอะนาต้องย้อนเอาบ้างว่า แล้วทำไมไม่ด่าน้องชายคุณบ้าง ที่ไม่รู้จักป้องกันจนทำให้ฉันท้อง!

นอกจากนั้นณดลยังวางก้ามเผด็จการ บังคับอะนาไปซะทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะต้องการบำรุงเด็กในครรภ์ ในขณะที่อะนากินน้อยเพราะกลัวอ้วนตามประสาหญิงสาวทั่วไป หนำซ้ำณดลยังบังคับให้กินแต่อาหารที่มีประโยชน์แต่ไม่อร่อย ส่วนของโปรดของอร่อยที่อะนาโปรดปราน ก็โดนห้ามกิน หนักเข้าก็เททิ้งกันต่อหน้า หรือกระทั่งเวลาเข้านอน ก็ยังโดนบังคับจนอึดอัดขัดใจไปหมด

อะนาเกลียดณดลเข้าไส้ แต่ก็ต้องสวมบทภรรยาท้องอ่อน ๆ ของภัท แต่ณดลเป็นคนฉลาดและช่างจับผิด คอยดุด่าที่อะนาทำตัวไม่เหมือนผู้หญิงกำลังท้องอ่อน ๆ คอยเผด็จการสั่งโน่นนี่ จนอะนารำคาญว่าจะเป็นห่วงอะไรนักหนา ณดลก็ด่าให้ว่าเขาห่วงหลานของเขาในท้อง ไม่ได้เป็นห่วงอะนา อะนาคิดท้อจะเลิกอยู่เหมือนกัน แต่ภัทขอไว้ และสำคัญกว่านั้นคืออะนาต้องการช่วยเม เพราะถ้าความแตก เมจะต้องเสียภัทไป

ภัท พยายามชวนณดลออกไปเที่ยว หวังจะให้ห่าง ๆ จากอะนาบ้าง เพราะอะนาเริ่มรำคาญ ทะเลาะกับณดลจนกลายเป็นคู่กัด ณดลตอบตกลงไปเที่ยวกับภัท แต่ก็บังคับภัทให้พาอะนาไปด้วย โดยณดลคอยแอบสังเกต และพบพิรุธว่าภัทกับอะนา เวลาอยู่ใกล้ชิดกัน ดูยังไงก็ไม่เหมือนว่าเป็นคู่รักกันเอาซะเลย อะนาจำใจต้องพาณดลไปเที่ยวทั่วลอนดอนเพราะคนอื่นไม่ว่าง ระหว่างเที่ยวทั้งคู่ก็ทะเลาะจิกกัดกันตลอด แต่ณดลก็เริ่มเห็นความสวยน่ารักของว่าที่น้องสะใภ้หลาย ๆ อย่าง ทั้งคู่ได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันอีกหลายครั้ง ต่างคนต่างเริ่มรู้สึกดีต่อกัน แต่ก็ไม่กล้าเผยความในใจกัน เพราะมีพันธะติดพันกันอยู่

เรื่องเริ่มวุ่นเมื่อพ่อแม่ณดลกับณภัทรู้เรื่อง ก็เลยบอกให้กลับเมืองไทยทันที คราวนี้จะทำอย่างไรเมื่ออะนาต้องตามกลับเมืองไทยเพื่อสวมบทเมียกำมะลอต่อโดย เข้าไปอยู่ในบ้านด้วย อะนาจะรอดพ้นการจับผิดของณดลได้หรือไม่ และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้น จะทำให้ความรักของแต่ละคู่ลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน ละครแหม่มแก้มแดง

นักแสดงละคร แหม่มแก้มแดง

ชาคริต แย้มนาม
ภีรนีย์ คงไทย

ดิลก ทองวัฒนา, ทวีฤทธิ์ จุลทรัพย์, นาวินดา เบอร์ท๊อดที้, พลังธรรม กล่อมทองสุข, รอน บรรจงสร้าง, วิริฒิพา ภักดีประสงค์, ศักดิเดช ศศิประภา, ศิขรินธาน พลายพฤติ, สาวิตรี สามิภักดิ์, เพ็ญเพชร เพ็ญกุล, เมย์ เฟื่องอารมย์, แหม่มแก้มแดง, โชติกา วงศ์วิลาศ,จอย ชวนชื่น,ดารณีนุช โพธิปิติ,

หนุ่มบ้านไร่ กับหวานใจไฮโซ

นับดาว (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) สาวสวยไฮโซ เซเลบและนางแบบขาวีนชื่อดังแห่งวงสังคม ผู้ซึ่งปรากฏตัวไปงานไหนก็ล้วนเป็นดาวเด่นประจำงาน ด้วยความสวย รวย มีสไตล์ชัดเจนของเธอ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังของนับดาว เป็นไฮโซถังแตก ที่เวลาจะออกงานแต่ละครั้งก็ต้องหาเงินไปไถ่เครื่องเพชรหรือกระเป๋าแบรนด์ ออกจากโรงรับจำนำ แล้วพอออกงานเสร็จ ก็ต้องรีบเอากลับไปจำนำต่อทันทีเพราะกลัวจะไม่มีกิน

นับดาวต้องกอดเกียรติยศไว้โดยไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะ ดร.ชนะชัย (ภูชิสะ ธนพัฒน์) แฟนหนุ่มไฮโซของเธอเอง ที่นับดาวแอบหวังว่าการแต่งงานกับชนะชัย จะสามารถกู้ฐานะของเธอเองขึ้นมาได้ โดยไม่รู้เลยว่า ชัชฎา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) แม่ของชนะชัยก็ถังแตกพอกัน และหวังว่าจะเอาเงินของนับดาวมากู้ฐานะที่เหลือแต่เปลือกของตัวเองเช่นกัน

นับดาวรับงานเป็นเซเล็บมืออาชีพ งานไหนจ้างนับดาวมางานเป็นไม่ผิดหวังเพราะจะเอาคอนเซ็ปไหนเธอได้หมด สร้างความฮือฮาเสมอๆยามเธอปรากฎตัวในงาน โดยมี พี่ฟู่ (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) ดีไซเนอร์เสื้อผ้าและผู้จัดการส่วนตัวคอยหางานให้ นอกจากนี้ยังรับงานเดินแบบอีกโดยทุกคนเข้าใจว่านับดาวเป็นคนขยันและไม่กล้า ปฏิเสธคน เลยรับงานเยอะ แต่ความจริงแล้วที่นับดาวต้องขยันเพราะต้องหาเงินมาพยุงฐานะไว้ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้นับดาวเครียดจนกลายเป็นคนขี้วีน ทะเลาะกับคนในวงการบ่อยๆ โดยเฉพาะ เอมี่ (อภิษฎา เครือคงคา) นางแบบสาวดาวรุ่งที่กำลังมาแรง

เอ มี่มีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง และยังสร้างภาพเก่งมากจนทุกคนสงสาร ทำให้หลายคนไม่ชอบนับดาว จนกระทั่งงานเดินแบบงานหนึ่ง เอมี่แกล้งนับดาวจนไม่ได้สวมชุดฟีนนาเล่ของงาน นับดาวเลยเอาคืนด้วยการแกล้งเหยียบชายกระโปรงที่เอมี่ใส่จนเกาะอกหลุดฮือฮา อื้อฉาวทั้งงาน งานนี้ทำให้เอมี่อับอายคนสุดๆ ขณะเดียวกันนับดาวก็โดนแบนจากวงการจนไม่มีงานทำ

นับดาวเริ่มเข้าตาจนพอดีกับชนะชัยมาขอเธอแต่งงาน นับดาวเลยไม่ปฎิเสธเพราะเป็นทางเดียวที่จะหาเงินมากู้ฐานะอีกทั้งเธอก็มีใจ กับเขาด้วย วันหนึ่งขณะที่ อลิสา (จินตหรา สุขพัฒน์) น้าสาวของนับดาวเอาของเข้าโรงรับจำนำให้นับดาวเหมือนเคย เอมี่บังเอิญเห็นเลยไปแอบถ่ายรูปไปป่าวประกาศให้นับดาวเสียหายเป็นการแก้ แค้น ทำให้ชัชฎาชักไม่มั่นใจฐานะการเงินของนับดาว เลยแกล้งหลอกให้นับดาวหาเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจกับตน เพราะหวังจะสูบเงินของนับดาวและพิสูจน์ว่านับดาวมีเงินจริงรึเปล่า?

นับดาวกลุ้มใจเพราะตนไม่มีเงิน เลยกลัวว่าความลับจะแตก แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อนับดาวได้มรดกจากพ่อเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ต่าง จังหวัด ซึ่งมีคนมาจ่อคิวขอซื้อทำรีสอร์ทด้วยเงินถึงร้อยล้าน ทำให้นับดาวดีใจสุดขีด แต่ติดที่พ่อใส่ชื่อของนับดาว ร่วมกับ ปราบ (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) ลูกชายของผู้มีพระคุณ และคู่แค้นในวัยเด็กของนับดาว

นับดาวนึกถึงความแสบในวัยเด็กของปราบที่ขับเคี่ยวกับตนมาตลอดก็หนักใจ แต่เพื่อเงิน นับดาวเลยยอมไปต่างจังหวัดเพื่อหาปราบ และอ้อนวอนให้ปราบขายที่ดินจะได้เอาเงินมาแบ่งกัน แต่ปราบไม่ยอมขาย เลยทำให้เกิดสงครามย่อยๆขึ้นทันที

ปราบยังคงรักษาความแสบไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าตอนนี้ปราบจนกลายเป็นทั้งเจ้าของฟาร์มโคนมและสัตวแพทย์คนเดียวของอำเภอไปแล้วก็ตาม!

ปราบต้องทำงานทุกวัน ตั้งแต่ดูแลฟาร์ม ไปจนถึงทำหน้าที่สัตวแพทย์กึ่งสัตวบาลของชาวบ้าน ทั้งทำหมันให้หมู เอามือล้วงก้นช้างเพื่อดูริดสีดวง ฯลฯ ซึ่งแต่ละงานล้วนแล้วแต่แปลกๆ ต่างจากสัตวแพทย์เมืองกรุงลิบลับ ที่คอยดูแลแต่น้องหมาน้องแมวน่ารักๆ ทำเอานับดาวที่ไปเห็นเข้าครั้งแรกแทบเป็นลม

ปราบเลยได้ที ใช้ให้นับดาวเป็นผู้ช่วยตนเพื่อนับดาวจะได้ทนไม่ได้หนีกลับกรุงเทพ โดยอ้างว่านับดาวจะอยู่เฉยๆไม่ทำงานก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าข้าวให้ตน ด้วยความถังแตก ประกอบกับจะทู่ซี้อยู่ต่อเพื่อกล่อมปราบให้ขายที่ นับดาวเลยจำใจต้องยอมรับข้อเสนอ

ปราบเลยใช้ให้นับดาวทำงานแปลกๆเช่นโกยอึวัว ให้อาหารฟาร์มตัวเงินตัวทองที่ปราบทดลองเลี้ยงอยู่ แต่ละงานเรียกเสียงกรี๊ดด้วยความขยะแขยงให้นับดาวตลอด แต่พอถึงวันที่ขายวัวที่หมดสภาพให้โรงฆ่าสัตว์ นับดาวกลับร้องไห้โฮ ด่าปราบว่าไม่มีจรรยาแพทย์ ฆ่าสัตว์ที่ตนเองเลี้ยงมา ใจทมิฬหินชาติ ปราบพยายามอธิบายว่ามันเป็นงาน แต่นับดาวก็ไม่ฟังและประกาศว่าจะล้างแค้นให้วัวให้ได้

และนับดาวก็ไม่ต้องรอนาน เมื่อแอบได้ยินชาวบ้านมาตามปราบให้ไปช่วยทำคลอดเมียให้หน่อยเพราะหมอที่ อนามัยไปประชุมที่กรุงเทพ นับดาวเลยแก้เผ็ดแกล้งปล่อยลมยางรถของปราบ จนปราบขับรถไปกลางทาง ล้อก็แบนหมดทั้งสี่ล้อ ปราบต้องวิ่งข้ามเขาไปกว่าจะไปทำคลอดได้สำเร็จ ทำให้ปราบแค้นใจ และประกาศสงครามที่จะไม่มีวันสงบศึกกับนับดาวเด็ดขาด

การต่อสู้ของทั้งคู่เริ่มรุนแรงหนักขึ้น โดยปราบให้ ปกป้อง (ทูน หิรัญทรัพย์) กับ น้อยหน่า (ธัญชนก กู๊ด) อากับลูกสาวกำลังวัยรุ่นของตนช่วยกันแกล้งนับดาวให้นับดาวต้องลำบากลำบน สารพัด เพื่อให้นับดาวทนไม่ได้แล้วกลับไปกรุงเทพฯ แต่ความงกของนับดาวมีมากกว่า นอกจากจะไม่ยอมกลับแล้ว ยังเอาคืนปราบแบบแสบๆหลายครั้ง ไม่ว่าจะใส่ความปราบ จนสาวๆที่มาติดพันปราบอย่าง เพชรสี (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ลูกสาวนายอำเภอต้องเสียเซลพ์อกหักกลับไป หรือแกล้งป่วนงานของปราบจนฝูงแพะของชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของท้องร่วงเกือบตาย

ทั้งคู่กัดกันเจ็บๆหลายรอบ จนต่างฝ่ายต่างต้องหาตัวช่วยมาสู้กัน โดยนับดาวโทรตาม อลิสามาช่วยกันป่วนพวกปราบอีกแรง ทำให้อลิสากลายเป็นศัตรูคู่แค้นที่ฟัดเหวี่ยงกับปกป้อง ไปโดยปริยาย

ในขณะที่ปราบก็ยื่นข้อเสนอให้นับดาว สอนมารยาทการออกสังคมต่างๆ ให้กับน้อยหน่าแลกกับการขายที่ ซึ่งตอนนี้น้อยหน่าเป็นวัยรุ่นแล้วแต่ก็ยังแก่นทะโมนเหมือนเด็กผู้ชายไม่มี ผิด โดยปราบกะว่าถ้านับดาวจัดการน้อยหน่าอยู่หมัดได้ก็ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะอาศัยน้อยหน่าไล่นับดาวกลับไปนั่นเอง ซึ่งตนมีแต่ได้กับได้ฝ่ายเดียว

และทันทีที่เริ่มสอนน้อยหน่าก็แผลงฤทธิ์ทันที แต่นับดาวไม่เพียงแต่แสบกว่า ยังเล่นงานน้อยหน่ากลับจนน้อยหน่าแทบกระอัก ในขณะที่น้อยหน่ามีคู่แค้นอยู่อีกคนคือ ตะวัน (จักริน ภูริพัฒน์) หนุ่มน้อยจอมกวนแห่งรีสอร์ทข้างๆ ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ยิ่งตะวันเห็นนับดาวครั้งแรกก็แอบปิ๊งทันที เลยคิดจะข้ามรุ่นจีบผู้ใหญ่ ทำเอานับดาวกระอักกระอ่วน แต่น้อยหน่ากลับรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ ที่คู่กัดของตนมามีใจให้นับดาว ศัตรูหมายเลขหนึ่งของตนเช่นกัน

ระหว่างนั้นเอง ปราบก็พานับดาวไปดูวิธีทำไร่ และสอนให้รู้จักการทำไร่ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้าน อย่างที่นับดาวไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต เช่น การเลี้ยงนกแสกที่ดูน่ากลัว เอาไว้ปราบหนูที่มากัดกินพืชไร่ การทำเกษตรผสมผสาน รวมทั้งการทำไร่โดยปราศจากยาฆ่าแมลงและปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ทำเอานับดาวรู้สึกทึ่งในตัวปราบเป็นครั้งแรก หลังจากที่กัดกันมานาน

นับดาวถามปราบว่าทำไมไม่เป็นสัตวแพทย์ที่กรุงเทพฯ เพราะงานสบายกว่าแถมเงินดีกว่าหมอรักษาคนด้วยซ้ำ ปราบเลยบอกว่าเพราะเงินที่ได้จากไร่นาและฟาร์มสัตว์พวกนี้ที่เลี้ยงตน และส่งเสียให้ตนเรียนจนจบ ตนเลยอยากจะตอบแทนคืนกลับไปบ้าง และความรู้ที่ตนเรียนมาก็เป็นประโยชน์กับชาวบ้านมากด้วย

ปราบพานับดาวไปดูฟาร์มเลี้ยงไก่ เป็ด ซึ่งฟาร์มแบบนี้ตอนเกิดไข้หวัดนกระบาดไก่เป็ดตายยกเล้า จนเจ้าของแทบหมดตัว แถมคนในบ้านยังติดโรคจนตายตาม ตนเลยให้ความรู้ชาวบ้าน ด้วยการทำฟาร์มปิด และให้ผสมมะระ ขิง ลงในอาหารสัตว์ ทำให้ไก่ เป็ดมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจจะมีสารพิษตกค้าง นับดาวเลยพึ่งเรียนรู้ ว่ากว่าจะได้อาหารแต่ละอย่างที่ตนกินอยู่ เกษตรกรต้องผ่านความลำบากขนาดไหน

แม่ยายที่รัก

วันรบ (ชาคริต แย้มนาม) สถาปนิกป้ายแดง ของบริษัท พชรอาคิเทค รักอยู่กับมัทรี (รณิดา เตชสิทธิ์) สถาปนิกสาว เพื่อนร่วมคณะฯ จนวันรบมั่นใจว่า มัทรีคือแม่ของลูกเขาในอนาคต มัทรีก็รักและชื่นชมในตัววันรบ แม้เธอจะเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่มีคุณสมบัติส่วนเกินหนึ่งอย่าง ที่เป็นอุปสรรคขวางทางรักของวันรบอย่างยิ่ง นั่นคือ มัทรีมีแม่ที่หวงลูกสาวที่สุด โหดที่สุด เค็มที่สุด อย่างคุณนาย ติรกา (ลลิตา ศศิประภา) เจ้าของกิจการค้าโอ่งชื่อดังของจังหวัดราชบุรี จนวันรบต้องมอบฉายา “ไหน้ำปลาปิศาจ” ให้ว่าที่แม่ยายด้วยความเต็มใจ

คุณนายติรการักและหวงแหนมัทรียิ่งกว่าไข่ในหิน เมื่อวันรบเข้ามาพัวพันกับลูกสาวนางสิงห์ สงครามความรักชนิดนองเลือด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างว่าที่แม่ยายอย่างติรกา และว่าที่ลูกเขยอย่างวันรบจึงเกิดขึ้น แต่วันรบก็ไม่ย่อท้อ เขาพยายามทำทุกอย่างตามคำเรียกร้องของติรกาเพราะความรักที่มีต่อมัทรี

ติรกาไม่ต้องการให้วันรบกับมัทรีคบกัน จึงหาเหตุต่าง ๆ นานาให้ทั้งคู่แยกกัน และดึงตัว ธงฉาน (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ) เศรษฐีจากราชบุรี ที่ชอบพอมัทรีเป็นทุนเดิม เข้ามาแทรกกลางระหว่างวันรบกับมัทรีอยู่เสมอ แต่ธงฉานก็ไม่สามารถทำลายกำแพงรักของทั้งสองได้

วันรบเอาเรื่องกลุ้มใจของศึกรักครั้งนี้  ไปปรึกษา รชานนท์ (สหรัถ สังคปรีชา) เพื่อนรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัย กับ พชร (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เจ้านายและมีศักดิ์เป็นพี่เขยของรชานนท์ ด้วยความคะนองของฤทธิ์แอลกอฮอล์ พชรและรชานนท์แนะนำให้วันรบรวบรัดมัทรีเป็นของตัวเอง เพื่อหักหน้าติรกา ให้ยอมยกลูกสาวโดยไม่มีข้อแม้ วันรบไม่เห็นด้วย แต่มัทรีกลับใช้แผนนี้แทน

มัทรีวางยานอนหลับวันรบ เซ็ทแผนหลอกติรกาว่าได้เสียกับวันรบแล้วทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรกันเลยแม้ แต่ปลายเล็บ ติรกาโกรธและเจ็บแค้นที่วันรบทำลายพรหมจรรย์ของลูกสาวสุดที่รัก เพราะเคยมีอดีตขมขื่น ฝังใจ ที่เธอเคยมีความรักและพลาดพลั้งตั้งท้องกับผู้ชายคนหนึ่ง เมื่ออายุยังน้อย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่รับผิดชอบและหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ติรกาเสียใจและคิดทำร้ายตัวเอง แต่หมอพล ผู้ชายแสนดี เข้ามาช่วยเหลือ รับเป็นพ่อของลูกในท้องเธอ ตราบาปในอดีตกลับมาหลอกหลอนติรกา ทำให้ติรกาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้วันรบได้แต่งงานกับมัทรี จึงเรียกร้องเงินสินสอดสิบล้านเพื่อแลกกับการแต่งงาน ได้ไม่ครบสิบล้านไม่มีวันให้แต่ง!!! แต่ความจริงติรกาต้องการยื้อเวลาและหาทางแยกมัทรีกับวันรบออกจากกันเท่านั้น

วัน รบกลับมาปรึกษารชานนท์ กับพชรอีกครั้ง ขณะทั้งสามกำลังกึ่มได้ที่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ วันรบระบายความสุดเขี้ยวของว่าที่แม่ยาย ที่แสนอัดอั้นให้รุ่นพี่ทั้งสองฟัง พชรยุให้รชานนท์ไปจีบติรกา เพราะรชานนท์ยังหนุ่มโสด และวัยใกล้เคียงกับว่าที่แม่ยายยังสาวของวันรบ เมื่อรชานนท์เป็นพ่อเลี้ยง จะได้ยกมัทรีให้วันรบง่าย ๆ รชานนท์รับปากด้วยความคะนองเพราะความเมา

วันรบขอให้รชานนท์ไปเป็นเพื่อนเพื่อเจรจาต่อรองเรื่องสินสอด ทันทีที่รชานนท์และติรกาเจอหน้ากัน ก็เกิดความโกลาหล เมื่อติรกาคว้าปืนลูกซองออกมาไล่ยิงรชานนท์ จนรชานนท์กับวันรบแตกกระเจิง ต้องหนีกระสุนเพื่อรักษาชีวิตแทบไม่ทัน สร้างความงุนงงให้กับ มัทรีเป็นอย่างมาก ว่าอะไรทำให้ติรกาเลือดเดือดขึ้นหน้าขนาดนี้ รชานนท์เองก็ตกใจจนพูดไม่ออก ไม่ว่าวันรบจะถามถึงสาเหตุอะไร ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากรชานนท์ จนวันรุ่งขึ้นรชานนท์ชวนวันรบกลับไปที่บ้านติรกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ติรกาบันดาลโทสะ ยิงรชานนท์ จนวันรบต้องหามรชานนท์ส่งโรงพยาบาล เตือนใจ (ดวงตา ตุงคะมณี) แม่ของติรกา และ พุทรา (ปาจารีย์ ณ นคร) เลขาของติรกา ก็ตกใจไปตาม ๆ กัน

นลินี (พิมลวรรณ หุ่นทองคำ) พี่สาวของรชานนท์จะแจ้งตำรวจจับติรกา แต่รชานนท์ปฏิเสธ มัทรีตกใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และพยายามซักไซ้ไล่เลี่ยงกับติรกาว่าทำไมถึงกับต้องยิงรชานนท์ ติรกาตอบเพียงแค่ว่า เธอเสียดายที่ยิงรชานนท์ไม่ตาย แล้วติรกาก็หนีหน้าทุกคนกลับราชบุรีทันที

ท่ามกลางความงุนงงของวันรบ มัทรี พชร นลินี รชานนท์บอกความจริงกับทุกคนว่า เขาคือผู้ชายที่เคยรักกับติรกาเมื่อครั้งอดีต และเขาสังหรณ์ใจว่า มัทรีคือลูกสาวของเขา มัทรีตกใจ ไม่ยอมรับ เพราะเข้าใจว่าหมอพลคือพ่อของเธอมาตลอด

มัทรีตามไปถามความจริงจากติรกา แรก ๆ ติรกาไม่ยอมบอกอะไร จนแม่ลูกมีปากเสียงกันรุนแรง ติรกาจึงหลุดปากเล่าความจริงทั้งหมด ว่ารชานนท์ คือคนที่ทำให้เธอท้องและทอดทิ้งเธอกับลูกไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างไม่เหลียว แล มัทรีเจ็บปวดและเสียใจแทนแม่ เมื่อรู้ความจริงในอดีต ทำให้มัทรีไม่ยอมรับรชานนท์เป็นพ่อ รชานนท์บอกกับทุกคนว่าจะตามง้อขอคืนดีกับติรกา และจะทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อในตัวมัทรีกลับมา

เมื่อ วันรบรู้ความลับของติรกาจึงคิดว่าเหนือกว่า แต่ติรกาบอกว่าถ้าวันรบยังยุ่งเรื่องของเธอ เธอจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถ้าไม่จ่าย จะล้มเลิกงานแต่งงานทันที ซึ่งคราวนี้มัทรีเห็นด้วยกับแม่อย่างเต็มที่ สร้างความกลุ้มใจให้กับวันรบยิ่งนัก ที่จู่ ๆ คนรักพลิกกลับไปเข้าข้างว่าที่แม่ยายซะงั้น

ที่ราชบุรี ติรกามี สมภพ (โจโจ้ ไมอ๊อกซิ) นักธุรกิจหนุ่มใหญ่มาติดพัน สมภพเป็นคนเจ้าชู้ และมี รุจี (นฤมล พงษ์สุภาพ) เป็นภรรยาอยู่แล้ว แต่แสร้งตีหน้าเป็นคนดี หลอกให้ติรกาสงสารว่าครอบครัวมีปัญหาอยู่เสมอ สมภพมีศักดิ์เป็นอาของธงฉาน

วันรบ ไม่พอใจที่ธงฉานมาเกาะแกะเอาใจมัทรี ทำให้วันรบและธงฉานมีเรื่องกันทุกครั้งที่เจอ ธงฉานใช้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ หลอกให้ติรกาเข้าใจผิดวันรบอยู่บ่อย ๆ ทำให้ในสายตาติรกาเห็นว่า วันรบไม่คู่ควรกับมัทรีทั้งนิสัยใจคอและฐานะ ถ้าเทียบกับธงฉาน หนุ่มนิสัยดีและฐานะดี เพียบพร้อมคุณสมบัติทุกอย่าง

ติรกา แอบไปต่อรองกับรชานนท์ถึงบริษัท พชรอาคิเทค ให้เลิกความคิดเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นพ่อกับมัทรี ขณะที่ติรกากับรชานนท์มีปากเสียงและโทษกันเรื่องความผิดของอีกฝ่ายที่ทอด ทิ้ง รุจี (พรรณชนิดา ศรีสำราย) น้องเมียของสมภพก็เข้ามาเจอ รุจีชอบรชานนท์มานาน และแสดงความในใจให้รชานนท์รับรู้อยู่เสมอ เมื่อเจอติรกาอยู่กับรชานนท์ จึงเกิดอาการหึงหวง พร้อมแสดงความเป็นเจ้าของรชานนท์ ทำให้ติรกาและรุจีเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ติรกาผลุนผลันออกมาจากบริษัทด้วยความฉุนเฉียว จึงถูกรถยนต์เฉี่ยว หัวกระแทกพื้นอย่างแรง รชานนท์ตกใจมากรีบพาตัวติรกาส่งโรงพยาบาลทันที มัทรีตกใจเมื่อรู้เรื่อง โทษว่ารชานนท์เข้ามาทำให้ชีวิตแม่ของเธอต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ และยิ่งไม่ยอมรับรชานนท์ แถมพาลงอนและโกรธวันรบด้วย

เมื่อติรกาฟื้นขึ้นมาพร้อมกับอาการสูญเสียความทรงจำ ท่ามกลางความสับสนและจำอะไรไม่ได้ แต่กลับจำรชานนท์ได้ว่าเป็นคนที่เธอรักมาก รชานนท์จึงถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้ใกล้ชิดกับติรกา แต่ทำให้มัทรีไม่พอใจที่รชานนท์ใช้โอกาสนี้แต๊ะอั๋งลวนลามแม่ของเธอ

รชานนท์ ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านติรกาตามความต้องการของติรกา ทำให้มัทรีคอยขวางไม่ให้แม่เสียเปรียบรชานนท์ ร้อนถึงวันรบต้องคอยเข้ามาช่วยแยกมัทรีออกจากติรกา มัทรีทะเลาะกับวันรบเพราะกลัวแม่จะเสียเปรียบ ถ้าติรกาถูกรชานนท์ล่วงเกินทางเพศ แต่ติรกากลับมองว่าเป็นเรื่องปรกติของคู่สามีภรรยา ยิ่งทำให้วันรบชอบใจ มัทรีแอบรู้แผนที่รชานนท์จะวางยาติรกาเพื่อรวบรัด มัทรีจึงย้อนเอายานอนหลับของติรกาให้รชานนท์กินด้วย ทั้งคู่จึงหลับไปด้วยกันในที่สุด

กำนันเรือง (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) และ วันทนีย์ (ดารณีนุช โพธิปิติ) พ่อแม่ของวันรบมาเยี่ยมลูกชายจากต่างจังหวัด วันทนีย์ไม่ชอบมัทรี เพราะรู้ว่ามัทรีเป็นต้นเหตุให้ติรกาหาเรื่องแกล้งลูกชายตัวเอง วันทนีย์ ต้องการให้วันรบแต่งงานกับ กระถิน (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) เด็กสาวขัดดอกที่วันทนีย์ถูกใจ กระถินคอยแสดงตัวกับมัทรีว่าเป็นคู่หมายของวันรบ ทำให้มัทรีไม่พอใจ และมีปากเสียงกับวันรบบ่อยครั้ง

วันรบ ฉวยโอกาสที่ติรกาจำอะไรไม่ได้ แสร้งเล่นละครชีวิตรันทด เล่าเรื่องความลำบากอดมื้อกินมื้อ เพื่อเก็บออมเงินเอามาจ่ายค่าสินสอดให้ติรกา ติรกาภาคความจำเสื่อมสงสารและเห็นใจในความรักที่วันรบมีต่อมัทรี จึงยอมให้มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น ท่ามกลางความเสียใจของธงฉานกับกระถินและความไม่พอใจของวันทนีย์

แต่พิธีหมั้นก็เกิดขึ้นจนได้ แม้ว่าสมภพกับธงฉานจะแกล้งผีเข้า เพื่อล้มเลิกงานหมั้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พิธีหมั้นผ่านไปด้วยดี แต่แล้วอยู่ดี ๆ ความทรงจำของติรกาก็กลับคืนมาอีกครั้ง แต่เธออยากพิสูจน์ใจของรชานนท์ จึงไม่ได้แสดงออก มีเพียงเตือนใจ และ พุทราที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความจริงใจของรชานนท์ ทำให้ติรกาใจอ่อน และเมื่อวันรบแกล้งวางแผนการอยากให้ติรกากับรชานนท์เข้าใจกันจริง ๆ โดยให้โจรจับตัวไป ท่ามกลางความวุ่นวาย รชานนท์สารภาพเรื่องราวทั้งหมดว่ายังรักติรกาเสมอมา ตอนไปเรียนต่อเมืองนอกก็ตั้งใจจะให้ติรกาตามไป แต่อยู่ดี ๆ ก็ได้ข่าวว่าติรกาตั้งท้อง จึงเสียใจมาก ไม่เคยคิดมีใครใหม่เลย ที่สุดพ่อแม่ลูกก็เข้าใจกันเป็นครอบครัวที่มีความสุข

แต่แล้ววันทนีย์โทรสายด่วนด้วยความดีใจมาบอกวันรบว่า ให้กลับมาจัดการเรื่องกระถินท้องกับวันรบ มัทรีตกใจและเสียใจมากขอล้มเลิกงานหมั้นกับวันรบ วันรบปฏิเสธว่าไม่ได้ทำแต่มัทรีไม่เชื่อ รชานนท์ขอให้มัทรีใจเย็น ๆ และให้วันรบกลับไปพิสูจน์ไม่ใช่พ่อของลูกในท้องกระถิน

วัน รบ มัทรี รชานนท์ ติรกา เดินทางมาพิสูจน์ความจริงถึงบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณ รวมทั้งมือที่สามอย่างธงฉานด้วย กระถินอ้ำอึ้งเมื่อถูกซักฟอกเรื่องเด็กในท้อง ทั้ง ๆ ที่วันทนีย์คอยถือหางให้บอกต่อหน้าทุกคนว่าวันรบคือพ่อเด็ก แต่เหตุการณ์กลับโอละพ่อวุ่นวาย เมื่อกระถินไม่ได้ท้อง วันรบพ้นข้อกล่าวหา

แต่สมภพและธงฉาน ยังไม่ยอมเลิกรา ร่วมมือกับรุจี และ วริษรา (นิกกี้) ผู้หญิงสองคนที่หลงรักรชานนท์ และ วันรบ วางแผนแย่งชิง ใส่ร้ายป้ายสีให้สองหนุ่มตกหลุมพราง ทำให้ติรกาและมัทรีเข้าใจผิด เรื่องราวความรักของสองคู่ชู้ชื่น จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมดู… ละครแม่ยายที่รัก 

 

รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร แม่ยายที่รัก

ชาคริต แย้มนาม   รับบท   วันรบ
รณิดา เตชสิทธิ์   รับบท   มัทรี
ลลิตา ศศิประภา   รับบท   ติรกา
สหรัถ สังคปรีชา   รับบท   รชานนท์
สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย   รับบท   กระถิน
จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์   รับบท   พชร
พิมลวรรณ หุ่นทองคำ   รับบท   นลินี
โจโจ้ ไมออกซิ   รับบท   สมภพ
บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ   รับบท   ธงฉาน
ดวงตา ตุงคะมณี   รับบท   เตือนใจ
ดารณีนุช โพธิปิติ   รับบท   วันทนีย์
สุเทพ ประยูรพิทักษ์   รับบท   กำนันเรือง
พรรณชนิดา ศรีสำราญ   รับบท   รุจี
นฤมล พงษ์สุภาพ   รับบท   ทรงสุดา
ปาจารีย์ ณ นคร   รับบท   พุทรา
ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์   รับบท   วริษรา

แม่ยายที่รัก

มุกเหลี่ยมเพชร

เพชร เจ้าของธุรกิจจิวเวอรี่อันดับหนึ่งต้องสูญอะดอเรลลา อัญมณีเก่าแก่จากราชวงศ์ดัง เป็นคดีอื้อฉาวเดือดร้อนนับตั้งแต่ พาที เจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย ชนินทร ผู้จัดการบริษัท เจนจบ ฝ่ายการตลาด โดยเฉพาะ คมกฤช เจ้าของบริษัทที่ต้องจ่ายค่ารับประกันเพชร สารวัตร ธีรพัฒน์ ถูกส่งมาสืบสวนคดีใหญ่ ขณะที่การตามล่าแก๊งค์ปล้นเริ่มขึ้นเพชรถูกปกาศิตจากแม่ มรกต ให้แต่งงานกับลูกสาวของ ประไพ เพื่อนรัก ที่ชื่อ มุกดา หรือ หนูมุก เพชรต่อต้านหนูมุกจนกลายเป็นคู่ปะทะ ไม่มีใครรู้ว่าหนูมุก บ๊องแบ๊ว ที่จริงแล้วเป็นตำรวจสากล ที่ปลอมตัวมากระชากหน้ากากขบวนการฉกอะดอเรลลา

          การตามล่าแก๊งค์ปล้นเพชรเป็นไปอย่างเข้มข้น ท่ามกลางการติดตามจากนักข่าวสาวอย่าง รุจา คู่ปรับของคมกฤช มุกเจอหลักฐานหลายอย่างที่พุ่งเป้าไปยัง ชนินทร ที่ขายความลับให้บริษัทคู่แข่ง ที่มีสองพ่อลูกเจ้าเล่ห์ ศักดา และ สงคราม เป็นเจ้าของ ชนินทรยอมหักหลังเพื่อนเพื่อหาเงินมาให้ นิจนันท์ เมียจอมบงการ ยิ่งใกล้หลักฐานเอาผิด มุกต้องเผชิญกับภัยมืดที่ตามเอาชีวิตทั้งเธอและเพชร เจอรี่ เจ้านายมุกส่ง แอนดี้ คู่หูมาช่วย เพื่อเอาเพชรคืนจากกลุ่มโจรเหนือชั้นอย่าง ภูผา บลู แมงมุม ขุนพล
          เพชร กับมุกต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยกัน จากความเกลียดกลายเป็นความใกล้ชิด ท่ามกลางความริษยาของ   สาลินี เลขาสาวที่หลงรักเพชร คมกฤชเองก็ต้องคอยปกป้องรุจาที่ต้องการพิสูจน์สายเลือดนักข่าว ตามติดคดีเสี่ยง แต่ความดื้อและอวดเก่งก็ทำให้คมกฤชกับรุจางัดกันทุกเรื่อง มุกกับเพชรรู้ว่าจะมีการซื้อขายอะดอเรลลากลางทะเล ก็รีบตามไป ทั้งคู่โดนแก๊งค์ภูผาถล่มจนอะดอเรลลาหลุดมือไปได้อีก
          ความใกล้ชิด ความผิดหวังทำให้คนสองคนที่เริ่มต้นจากความเกลียด เปิดเผยความรู้สึกและผูกพันต่อกัน เหตุการณ์ กลับพลิกผันเมื่อ อะดอเรลลาถูกส่งมาให้มุกในชื่อของธีรพัฒน์ มุกกับธีรพัฒน์ต้องหาหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ ขณะที่มรกตจะยกเลิกการหมั้น แต่เพชรกลับแสดงความเชื่อใจด้วยการประกาศแต่งงานกับมุกทันที
          ก่อนงานเลี้ยง มุกในชุดเจ้าสาวถูกลักพาตัวมาที่โกดังร้าง เพชร คมกฤช รุจาตามมาช่วย .. ที่นั่นทุกคนได้เห็นหน้าคนชั่ว .. ผู้บงการเรื่องราวทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น มุกจะรอดพ้นมาเป็นอาภรณ์ประดับชีวิตเพชรได้หรือไม่ ต้องรอติดตามชมใน ละครมุกเหลี่ยมเพชร

มือปราบพ่อลูกอ่อน

มือปราบพ่อลูกอ่อน เป็นเรื่องราวของ กริสน์ ตำรวจนอกเครื่องแบบทำงานเป็นสายลับให้หน่วยงานลับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกส่งตัวไปให้เป็นบอร์ดี้การ์ดให้ อธิป มาเฟียใหญ่ ภัทรดนัย นายตำรวจที่เป็นสนิทของ กริสน์ ได้รายงานว่าจะมีการส่งสินค้าล็อตใหญ่ในวันเกิดโอปอ ลูกสาวคนเดียวของอธิป กริสน์ตามไปดูและบังเอิญได้เจอกับ พิมมาดา เจ้าของร้านดอกไม้ที่เข้ามาจัดดอกไม้ในงาน

ใน งาน อธิปเลยขอให้กสินน์ไปคุ้มกันความปลอดภัยให้ เพราะอธิปกำลังเจรจาธุรกิจกับ สุขสันต์ นักการเมืองผู้ที่เป็นชื่นชอบของคนทั้งประเทศ มาวิน นำกำลังบุกเข้าไปก่อนผิดแผนเลยทำให้การเจรจาระหว่างสุขสันต์ และอธิปต้องยุติลง สุขสันต์หายตัวไป สถานะที่แท้จริงของกริสน์ถูกเปิดเผย แถมยังมีความผิดถูกตั้งข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานอยู่ในระหว่างการจับกุม

กริสน์ปฏิวัติตัวเองใหม่และกลับไปเก็บหลักฐานที่บ้าน จีจ้า เด็กน้อยแอบตามกริสน์ไป แต่ดันมีคนมาแอบสุ่มอยู่ที่บ้านกริสน์ กริสน์จึงพาจีจ้าหนีไป ภัทรดนัยมาช่วยทั้งคู่ออกมาไปได้ และบอกกับกริสน์ว่าสุขสันต์มาติดพัน พิมมาดา และสุขสันต์ไม่ได้รักเด็กจึงคิดกำจัดเด็ก ๆ ด้วยการเป็นธุระส่งเด็ก ๆ ไปเรียนต่อเมืองนอก

เด็ก ๆ ต่อรองด้วยการทำตัวดีขึ้น แต่ว่าต้องให้กริสน์มาเป็นพี่เลี้ยงภายในหนึ่งเดือน หากพวกเขาไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็ให้ส่งไปต่างประเทศ พิมมาดารับข้อเสนอของเด็ก ๆ แต่ กริสน์ต้องเข้ามาทำงานในร้านดอกไม้ด้วย กริสน์รับปากเพราะเข้าแผนที่จะใช้พิมมาดาเป็นสะพานสืบเรื่องสุขสันต์

กริสน์สะกดรอยตามสุขสันต์ไปโยไม่รู้ว่ามีเด็กแอบตามไปด้วย กริสน์แอบถ่ายคลิปส่งมอบสินค้าของสุขสันต์ไว้ สมุนสุขสันต์เห็นเด็ก ๆ แต่กริสน์เข้าไปช่วยไว้และยอมสละมือถือที่มีคลิปวีดีโอเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ

สุข สันต์เชิญพิมมาดาไปทานอาหารกลางวันที่บ้านกริสน์และเด็ก ๆ ตามไปด้วย กริสน์แอบเข้าไปในห้องทำงานของสุขสันต์เพื่อจะเอาข้อมูลจากฮาร์ดดิสต์แต่ไม่ สำเร็จ กริสน์พยายามบอกว่าสุขสันต์เป็นคนไม่ดี แต่พิมมาดาไม่เชื่อ กริสน์ปวดใจเพราะเริ่มรู้ตัวว่าหลงรักพิมมาดาเข้าแล้ว

สุขสันต์รู้ว่ากริสน์แอบเข้าไปขโมยข้อมูล จึงคิดจำกัดกริสน์ แต่จีจ้าตามไปด้วย สมุนสุขสันต์จับจีจ้า กริสน์ขอชีวิตจีจ้าแลกกับชีวิตตน แต่อธิปส่งคนมาช่วยทัน กริสน์ขอให้พิมมาดาเชื่อว่าสุขสันต์เป็นพ่อค้ายาแต่เธอไม่เชื่อ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครมือปราบพ่อลูกอ่อน

ต้มยำลำซิ่ง

รักรสแซ่บ แสบทุกรสชาติ
สอดประสานทุกลีลา ซาบซ่าเคล้าเสียงเพลง

ทูนอินทร์ (ปอ ทฤษฎี สหวงษ์) เจ้าของไร่อินสรวงที่สระบุรี มีความรู้ความสามารถในการแต่งเพลง และร้องลูกทุ่งในระดับอาชีพ แต่ด้วยความเป็นคนขี้อายเข้าขั้นโรคจิต เพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายมาตั้งแต่วัยเด็ก12 ขวบ เมื่อต้องออกไปร้องเพลงในการประกวดลูกทุ่งเยาวชนครั้งนึง ทูนถูกเด็กหญิงวัยห้าขวบหน้าฝรั่งที่เป็นคู่แข่งในงาน แกล้งใส่ตุ๊กแกยางลงไปในกางเกง ทูนช็อคกลางเวที ร้องไม่ได้ และฉี่ราดกางเกง กลายเป็นตัวตลกของงาน นับแต่นั้นทูนไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังอีกเลย ร้องทีไรต้องนึกถึงหน้ายายเด็กแหม่มหัวเราะเยาะ และเห็นตุ๊กแกกัดน้องชายตัวเองขาดวิ่นทุกทีไป

ที่จริงอาการทางจิตของทูนน่าจะหายดีแล้ว เมื่อเขามีความรักกับนักร้องสาวที่เขากำลังปลุกปั้นอย่าง ฟ้าใส (หญิง รฐา โพธิ์งาม) ที่มาฝึกร้องเพลงกับเขา ทูนแต่งเพลงให้ฟ้าใสหลายเพลง และฟ้าใสเยียวยาให้ทูนหายประหม่า และช่วยให้เขาออกมาร้องเพลงในผับคู่กับเธอได้ ทั้งสองตกลงจะออกเพลงลูกทุ่งโดยร้องร่วมกัน แต่แล้วเมื่อโครงการใกล้เสร็จสมบูรณ์ ฟ้าใสก็ทิ้งทูนไปซบกับค่ายเพลงใหญ่ของ เสี่ยดำรง (สถาพร นาควิลัย) แถมยังขโมยทำนองบางท่อนของทูนไปด้วย ฟ้าใสอ้างว่าเธออยู่กับทูน ก็ไม่มีวันดังเท่ากับค่ายเพลงใหญ่ ที่สำคัญเธอไม่ต้องการร้องเพลงคู่ เธออยากเป็นศิลปินเดี่ยว ยิ่งฟ้าใสโด่งดังทูนก็ยิ่งเจ็บ แถมยังรู้ว่าฟ้าใสเป็นเมียน้อยของเสี่ยเข้าอีก ยิ่งทำให้ทูนจิตตกและป่วยใจอยู่เป็นปี เขาไม่สามารถออกมาร้องเพลงต่อหน้าผู้คนได้อีกเลยเป็นการถาวร ร้องทีไรก็สะอื้นไห้เมื่อนึกถึงฟ้าใส

ด้วยความรักในเสียงเพลงไม่เสื่อมคลาย ทำให้ทูนลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง เมื่อ พี่เมธ (สุเมธ องอาจ) นักร้องนักดนตรีระดับครู และเคยร่วมกันทำบริษัทผลิตรายการมาก่อน มาเปิดร้านอาหารกึ่งผับที่สระบุรี และชักชวนทูนมาเล่นดนตรีให้ที่ร้าน ทูนตั้งวงดนตรีขึ้นโดยมีสมาชิกคือ อินทร (นิธิ สมุทรโคจร) น้องชาย และสมุนสองนาย หนาน (เอ เชิญยิ้ม) และ คูน (ต๋อง ชวนชื่น) ชื่อวงว่า“ต้มแซ่บ”งานนี้พี่เมธยังช่วยทูนแต่งเพลงอยู่หลายเพลง แล้วร้องเล่นกันเองในร้าน จนร้านกลายเป็นสตูดิโอกลายๆ ของทูน ทูนหวังว่าสักวันนึง เพลงและวงของเขาจะออกไปฮิตเหมือนวงดังๆ ทั้งหลาย และเขาจะต้องดังสู้กับฟ้าใสให้ได้ ทูนหมายมั่นโดยที่ตัวเองก็ยังไม่กล้าออกไปร้องเพลงต่อหน้าผู้คนอยู่ดี ต้องให้พี่เมธและอินทรเป็นคนร้องอยู่ร่ำไป

แล้ววันหนึ่งทูนก็ติดใจเสียงร้องของสาว รุ้งระวี ศรีแอลเอ (ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต) สาวลูกครึ่งไทยอเมริกันอยู่ที่แอลเอ กำลังดังจากเพลง “ฝากแจ่วไปแอลเอ” ทูนได้เห็นมิวสิคของเธอ และหลงไหลกิริยาอ่อนช้อยที่สาวน้อยทั้งรำไทย ไหว้ และตักบาตรอย่างงดงามยิ่ง แต่ทูนจับพิรุธได้ว่ารุ้งโกหกประชาชน เพราะทูนบังเอิญเจอเธอเดินเล่นอยู่ที่ตลาดน้ำ ทั้งๆ ที่ค่ายเพลงประกาศว่ารุ้งยังเดินทางมาไม่ถึงเมืองไทย ทูนอยากรู้ความจริงถึงกับปลอมตัวไปรับรุ้งที่สุวรรณภูมิพร้อมกับทร และจับได้ในที่สุดว่ารุ้งโกหกจริง เขาช่วยรุ้งพ้นจากการแฉความจริงของนักร้องร่วมค่ายขี้อิจฉาอย่าง จุ๊บแจง แตงร่มใบ(มิณฑิตา วัฒนกุล), ขวัญข้าว สาวอีสาน( ศิริพร อยู่ยอด) กับหนุ่มหน้ามนรูปงาม อาชา อาชาไนย (เกริก ชิลเลอร์) ที่เป็นเกย์ในคราบหนุ่มหล่อล่ำ โดยมีพี่เลี้ยงรุ้งอย่าง จี่หอย (ธงธง มกจ๊ก) และ มะปราง (วรนันท์ จันทรัศมี) เป็นกำลังสนับสนุน ทูนไม่รู้ว่าที่รุ้งมาเมืองไทยก่อน เพราะเธอคิดถึงเมืองไทยมาก และเธออยากมาตามหาแม่ที่ไม่เคยเจอเธออีกเลยนับสิบปี

แม้จะรู้ว่ารุ้งโกหก แต่เพราะหลงเสน่ห์สาวรุ้งเข้าแล้ว ทูนประกาศว่ารุ้งนี่แหละจะเป็นคนที่ร้องเพลงของเขาสู่สาธารณะ ซึ่งพี่เมธและอินทรเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะรุ้งสังกัดอยู่กับค่ายเพลงยักษ์อิทธิซาวนด์ของ นายอิทธิ พลกำแหง (นิธิ สมุทรโคจร) มาเฟียใหญ่ของวงการเพลงลูกทุ่ง และรุ้งเป็นหวานใจคนใหม่ของนายอิทธิเสียด้วย อินทรเตือนทูนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยครั้งฟ้าใส แต่ทูนไม่สน เขาพร้อมจะเสี่ยง และก่อนอื่นเขาจะสืบประวัติรุ้งให้ถ่องแท้ เพราะเขาเชื่อว่ารุ้งปลอมแปลงอดีตตัวเองทั้งหมด

นายอิทธิสั่งให้โปรโมทรุ้งในฐานะหลานสาวไฮโซ เจ้าของร้านอาหารไทยหรูที่แอลเอ จากเมืองไทยไปตั้งแต่ห้าขวบ ไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย แต่ด้วยเลือดความเป็นไทยทำให้เธอหัดพูดแล้วร้องเพลงจากชุมชนคนไทยที่นั่น จนร้องเพลงลูกทุ่งระดับอาชีพ ประเด็น “ฝรั่งรักไทย” จึงเป็นจุดขายของรุ้ง ที่ทำให้แฟนเพลงรักและเอ็นดูรุ้งอย่างมาก รุ้งกลายเป็นดาวดังในทันที แต่ในความจริงแล้วเธอคือสาวลูกครึ่งจนๆ ในย่านสลัมของโคราช แม่เป็นนักร้องบาร์ชื่อ นางแสงหล้า(สุนารี ราชสีมา)ได้เสียกับชายอเมริกัน แล้วทิ้งเธอกับลูกไป แสงหล้าสอนลูกสาวร้องเพลง และพาตระเวนประกวดเกือบทุกเวที จนกระทั่งนางได้สามีใหม่จึงส่งลูกสาวไปอเมริกาเมื่อเธอได้เก้าขวบ และขาดการติดต่อนับแต่นั้น

ทูนได้โอกาสใกล้ชิดกับรุ้งอีก เมื่อบริษัทผลิตรายการของพี่เมธรับโปรเจคท์ถ่ายทำมิวสิค และสารคดีบันทึกเบื้องหลังการแสดงของรุ้งและศิลปินในค่ายของอิทธิ ทูนเสนอตัวเป็นตากล้องให้ โดยมีอินทรเป็นผู้ช่วยกล้อง ทั้งสองเข้ามาในทีมถ่ายทำ ทูนได้ใกล้ชิดรุ้งเต็มที่และเริ่มสงสัยว่ารุ้งเป็นฝรั่งดองอย่างที่เป็นข่าวลือรึเปล่า เพราะบางครั้งรุ้งก็หลุดบท ทานส้มตำปลาร้าเผ็ดจัดหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าทานเผ็ดไม่ได้ หรือรู้เรื่องท้องถิ่นมากกว่าคนพื้นที่เองเสียอีก ฯลฯ

เมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ทูนต้องช่วยรุ้งจากการกลั่นแกล้งของกลุ่มจุ๊บแจง โดยเฉพาะตัวจุ๊บแจงเองที่เคยเป็นเมียลับๆ ของอิทธิ และเกลียดรุ้งที่มาแย่งทั้งความรักและเพลงดังๆ ไปจากเธอ งานนี้พี่เลี้ยงอย่าง เจ๊จวงใจ(เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์) สาวใหญ่หน้าเหี้ยมคอยเสี้ยมอยู่ตลอดเวลาทั้งทูน อินทร พี่จี่หอย และน้องปราง ต้องคอยปกป้องรุ้ง ช่วยแก้ข่าวกับสื่อ คอยเป็นกันชน บางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือโดยเฉพาะกับเจ๊จี่หอยและเจ๊จวงที่นอกจากจะสาดคำด่าระดับน้ำกรดใส่กันแล้ว บางทียังสาดน้ำปลาร้าใส่กันอีกด้วย

ในการออกทัวร์คอนเสิร์ตสี่ภาค รุ้งไปร้องเพลงที่โคราช ทูนแอบตามรุ้งและจี่หอยที่ออกไปเที่ยวย่านสลัมกลางเมือง ที่แท้แล้วรุ้งมาตามหาแม่แต่ไม่พบ รุ้งเศร้าใจ ทูนแน่ใจแล้วว่าเธอเป็นแหม่มตัวปลอม ไม่ได้ไปอยู่แอลเอตั้งแต่สามขวบแน่ๆ ระหว่างที่รุ้งและกลุ่มนักร้องของค่ายไปโชว์ตัวแจกลายเซ็นและซีดีเพลงที่ ตลาด รุ้งพบหญิงชราเข้ามาขอลายเซ็น นางขอร้องให้รุ้งร้องเพลงเพลงหนึ่งที่รุ้งเคยร้องประกวดสมัยเด็ก รุ้งร้องให้ฟัง นางร่ำไห้จนรุ้งสงสัยว่านางเป็นใคร แต่นางก็หลบออกไปเสียก่อน ทูนเองก็สงสัยเช่นกัน เพราะเขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าสมัยเด็กที่แข่งประกวดกับเด็กแหม่มคนนั้น เขาก็เคยได้ยินแม่ของเด็กร้องเพลงนี้ให้ได้ยิน ทำให้ทูนเริ่มสงสัยว่าเด็กแหม่มตัวร้ายนั้นจะคือรุ้งนั่นเอง และเขาจะต้องสืบความจริงจากรุ้งให้ได้

รุ้งไม่รู้เลยว่าหญิงชราคนนั้นคือนางแสงหล้า แม่แท้ๆ ของรุ้งนั่นเอง ที่นางต้องส่งรุ้งไปอยู่เมืองนอกก็เพราะ นายคำรณ สามีใหม่ที่เป็นนักเลงคุมบ่อนและซ่อง ที่ทั้งซ้อมและรีดไถนางอยู่ตลอด ทำท่าว่าจะล่วงเกินรุ้งถึงขั้นขู่จะส่งรุ้งไปขายตัวที่ชายแดน นางจึงรีบส่งรุ้งไปอยู่กับญาติที่กำลังไปทำงานที่แอลเอ แสงหล้าจากลูกด้วยใจแทบขาด เมื่อนายคำรณรู้เข้าก็ซ้อมแสงหล้า แสงหล้าหนีหน้าจากสังคม และไม่กล้าติดต่อลูกอีกเลย

ทูนสนิทกับรุ้งมากขึ้น และพยายามล้วงความลับของรุ้ง รุ้งปรับทุกข์แต่เรื่องที่อิทธิบังคับให้เธอแต่งงานกับเขาโดยที่เธอไม่ได้รัก ทูนเห็นใจ และเริ่มมีความหวังว่ารุ้งอาจจะรักเขาบ้าง ในช่วงที่รุ้งจะไปทัวร์คอนเสิร์ตที่สระบุรี ทูนชวนรุ้งไปพักที่ไร่อินสรวงของเขาเป็นการพักผ่อน โดยที่อิทธิไม่เห็นชอบนัก

บรรยากาศงดงามของไร่ และการต้อนรับของทูน ทำให้ทั้งรุ้ง ปราง และพี่จี่หอยเคลิบเคลิ้ม รุ้งยังสงสัยเรื่องความเป็นโสดของทูน และรับรู้เรื่องฟ้าใสอดีตคนรักของทูนที่เป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดังคนนึง ทูนพารุ้งไปที่ผับในเมืองในคืนต่อมา ที่พี่เมธและสมุนวงต้มแซ่บกำลังเล่นอย่างเมามัน ทูนเชิญรุ้งขึ้นร้องเพลงร่วมกับต้มแซ่บ พี่เมธเสนอให้ทูนขึ้นร่วมร้องกับรุ้ง ทูนประหม่าร้องไม่ออก ทั้งกลัวคนหัวเราะเยาะเหมือนเมื่อวัยเด็ก อีกทั้งนึกไปถึงฟ้าใส รุ้งเข้ามาปลอบทูน ทูนถามความจริงเรื่องรุ้งเคยล่ารางวัลประกวดมาตั้งแต่เด็กๆ ใช่ไหม ทีแรกรุ้งปฏิเสธ แต่แล้วเมื่อทูนซักฟอกและให้ดูรูปที่เคยถ่ายด้วยกันตอนเด็ก รุ้งก็ยอมรับ เธอตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าทูนคือเด็กชายที่เธอแกล้งโยนตุ๊กแกใส่ และขอโทษทูนที่เธอทำให้เขาตกรอบ จากคำขอโทษทำให้ทูนหายจากอาการจิตแตกเป็นปลิดทิ้งเขาพารุ้งออกไปร้องเพลงด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ทูนร้องเพลงต่อหน้าคนอื่นได้เสียที เป็นที่ปลาบปลื้มทั้งพี่เมธ อินทร และเพื่อนร่วมวง

รุ้งสารภาพประวัติแท้จริงทั้งหมดของเธอ สิ่งที่รุ้งยังไม่รู้ก็คือทำไมแม่ต้องทิ้งเธอ ส่งเธอไปอยู่แอลเอ รุ้งเข้าใจว่าเพราะแม่รักชายชู้คนใหม่ จึงคิดกำจัดเธอเสีย และไม่ติดต่อเธออีกเลย ทูนปลอบรุ้งและสัญญาว่าจะตามหาแม่ให้รุ้งให้ได้ เขาร้องเพลง “สะพานสายรุ้ง”ที่ปลุกปลอบใจของรุ้งให้ยังมีความหวังเรื่องแม่ และดำรงความฝันของตนต่อไป รุ้งได้กำลังใจจากเสียงเพลงของทูน เธอขอเป็นลูกศิษย์เขา ให้เขาและพี่เมธสอนเธอร้องเพลง ทูนนำเพลงของเขาที่แต่งไว้นานแล้วอีกหลายเพลงมาให้รุ้ง รุ้งร้องได้อย่างไพเราะ เธอได้วิชาไปไม่น้อย เมื่อทูนและพี่เมธสอนรุ้งเรื่องการร้องลูกทุ่งอย่างที่เป็นลูกทุ่งแท้ของครู เพลงในแต่ละท้องถิ่น ที่มีความแตกต่างในเรื่องสำเนียงและการเอื้อน ทูนสัญญาว่าถ้าเธอหมดสัญญาจากอิทธิเมื่อไหร่ เขาและพี่เมธจะสร้างค่ายเพลงของตัวเองและให้เธอมาเป็นศิลปินของเขา

รุ้งโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ และคนที่จำรุ้งได้ก็คือนายคำรณพ่อเลี้ยงนั่นเอง ในคอนเสิร์ทครั้งหนึ่ง แสงหล้าตามมาแอบดูรุ้งร้องเพลง แสงหล้าตกใจที่เห็นนายคำรณเข้ามาแสดงตัวกับรุ้ง คำรณขู่รุ้งว่าถ้าไม่จ่ายเงินหลักล้านให้ตน ตนจะเปิดโปงเรื่องการปลอมประวัติของรุ้ง ทั้งเรื่องแม่ที่เป็นหญิงบาร์และขายตัวอยู่ที่โคราช ทูนเข้าปกป้องรุ้ง และขู่กลับนายคำรณไม่ให้มายุ่งกับรุ้งอีก งานนี้ทูนจ่ายนายคำรณไปเยอะ แต่หารู้ไม่ว่าจุ๊บแจงและเจ๊จวงเห็นเหตุการณ์ และเรียกนายคำรณไปซักฟอก และเริ่มแผนการทำลายรุ้งอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความที่อยากอยู่ใกล้และปกป้องลูกสาว แสงหล้าเสนอตัวมาเป็นแม่ครัวของทีมงานเวลาออกคอนเสิร์ท อิทธิ จวง จุ๊บแจง ขวัญข้าว และอาชาแสดงท่าทางรังเกียจแสงหล้า มีแต่รุ้งเท่านั้นที่ขอให้อิทธิรับแสงหล้าเข้าทำงาน ครั้งหนึ่งในการทัวร์คอนเสิร์ท จวงและจุ๊บแจงนัดนักข่าวให้มาทำข่าวเรื่องรุ้ง โดยให้คำรณ (ที่เข้าใจว่าแสงหล้าตายแล้ว) จ้างสาวใหญ่นางหนึ่งมาแสดงตัวเป็นแม่ของรุ้งกลางคอนเสิร์ท ชาวบ้านและนักข่าวเป็นงง เพราะสาวใหญ่ประกาศว่าเธอเลี้ยงรุ้งมาจนโตเป็นสาว ซึ่งขัดแย้งกับประวัติเดิม นักข่าวตีข่าวรุ้งลวงโลกกันสนุกสนาน ถึงกับอิทธิต้องออกแถลงข่าว งานนี้ทูนช่วยแก้สถานการณ์ได้ เพราะได้รับโทรศัพท์ลึกลับเสียงผู้หญิง สั่งให้รุ้งถามแม่ปลอมให้ร้องเพลงกล่อมเด็กซึ่งรุ้งรู้จักดีให้รุ้งฟัง แม่ตัวปลอมร้องมั่ว ทำให้จับได้ว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฏ คำรณและแม่ตัวปลอมรีบหนีไป ทูนและรุ้งยังสงสัยว่าใครเป็นคนโทรมา ทูนเริ่มสงสัยนางแสงหล้า ซึ่งก็คือนางนั่นเองที่ปลอมเสียงมาบอกทูนเพื่อช่วยลูกสาว

งานนี้ทำให้จุ๊บแจงทะเลาะใหญ่โตกับอิทธิ จุ๊บแจงประกาศลาออก และไปเข้าค่ายเพลงของเสี่ยดำรงคู่แข่ง จุ๊บแจงเข้าไปสนิทกับฟ้าใส และรายงานเรื่องที่ทูนกำลังจะจีบรุ้งอยู่ และกำลังจะให้รุ้งร้องเพลงของทูน ฟ้าใสอิจฉาเพราะรุ้งกำลังดังและแย่งแฟนเพลงไปจากเธอ เธอคิดแผนการร้ายร่วมกับจุ๊บแจงอีกครั้ง งานนี้จุ๊บแจงเรียกนายคำรณมาทำงานเป็นคนรถและบอดี้การ์ดให้ อิทธิเร่งรัดเรื่องการแต่งงานกับรุ้งเพราะเห็นรุ้งสนิทกับทูนเกินเหตุ แต่รุ้งยังไม่พร้อม เธอต้องตาม หาแม่ให้เจอ อิทธิเลยสร้างหลักฐานปลอมว่าแม่ของรุ้งตายแล้ว รุ้งเสียใจมากจนเกิดภาวะซึมเศร้า ร้องเพลงไม่ได้ ทูนช่วยปลอบจนรุ้งคลายใจ อิทธิยิ่งไม่พอใจจะเลิกจ้างทูนแต่ติดขัดที่เซ็นสัญญาไว้แล้ว อิทธิวางแผนจะให้รุ้งเข้าใจผิดทูนและเลิกคบกับทูน จังหวะนั้นฟ้าใสและจุ๊บแจงเข้ามาเสนอแผนกับอิทธิ อิทธิร่วมมือด้วยเพราะเป็นแผนที่แยบยลที่สุด

ทูนพารุ้งมาหลบที่บ้านไร่ และพารุ้งมาที่ทุ่งนาใต้ต้นแสงจันทร์ เป็นที่ๆ สงบเงียบที่เขาจะแต่งเพลงเป็นประจำ พร้อมกับเป่าขลุ่ยเป็นทำนองไปด้วย ที่ชอบต้นแสงจันทร์เพราะแม้แต่เวลากลางคืนมันก็ยังส่องประกายสว่างเหมือนสาย รุ้งยามกลางวัน ทูนก็ยอมรับว่าเขามีความสุขทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้รุ้ง รุ้งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งเพลงรักได้หลายเพลง ทูนสารภาพรักกับรุ้ง เขาจะแต่งงานกับรุ้งทันทีที่รุ้งพร้อม และมอบแหวนต้นตระกูลของเขาให้รุ้งเป็นสักขีพยาน

ขณะที่ความรักกำลังสุกงอม วันหนึ่งรุ้งพบว่าฟ้าใสมาหาทูนถึงที่ไร่อินสรวง ฟ้าใสแกล้งให้ทูนดูรอยแผล อ้างว่าเกิดจากการซ้อมของเสี่ยดำรง และตอนนี้เธอกำลังท้องอ่อนๆ ฟ้าใสกลัวว่าจะแท้งลูก เธอทำท่าจะเป็นลม จนทูนต้องเข้ามาประคองกอด และอุ้มฟ้าใสไปนอนในห้องด้านใน รุ้งเห็นภาพในระยะห่าง เธอใจคอไม่ดี ไม่แน่ใจว่าทูนพูดความจริงกับเธอรึเปล่า เพราะเมื่อรุ้งถามทูนว่านัดพบใครวันนี้ ทูนกลับปฏิเสธ รุ้งยิ่งแคลงใจมากขึ้น

งานคอนเสิร์ทการกุศลที่สระบุรี มีพี่เมธร่วมกับ อบต.เป็นหัวหน้างานเชิญนักร้องหลายค่ายมารวมกันร้องเพลง งานนี้ฟ้าใส จุ๊บแจง และรุ้งต้องมาปะทะกัน ก่อนวันงานฟ้าใสและเสี่ยดำรงมากินข้าวที่ผับ ฟ้าใสฟ้องทูนเรื่องที่เขาทำร้ายเธออีกทั้งๆ ที่กำลังท้อง ทูนโกรธจะชกเสี่ยดำรง(ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่) รุ้งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แอบดูทูนพาฟ้าใสไปพักในห้องทำงาน ลูบหลังให้เพราะฟ้าใสทำท่าจะอาเจียน ฟ้าใสร้องไห้กอดทูน ให้ทูนยกโทษให้เธอ แก้ตัวว่าเธอไปเป็นเมียน้อยเสี่ยดำรงเพราะถูกข่มขืน และเพลงที่เธอขโมยไปก็ไม่ใช่ฝีมือเธอ แต่เสี่ยดำรงบังคับ เธอยังรักทูนอยู่ แล้วเข้ากอดทูน รุ้งเห็นทั้งสองกอดกันยิ่งรู้สึกใจหาย จี่หอยให้รุ้งหนักแน่นไว้ เพราะทูนไม่ใช่คนสองใจแบบนั้น

ในงานคอนเสิร์ท ฟ้าใสเข้ามาเตือนรุ้งอย่างหวังดีว่าจะรักคนอย่างทูนต้องทำใจ เพราะทูนนั้นยังรักเธออยู่ รุ้งไม่เชื่อ ฟ้าใสเอาใบทะเบียนสมรสมาวางให้รุ้งดู รุ้งช็อค ไม่เท่านั้นฟ้าใสนำใบหย่ามาด้วย มีลายเซ็นของเธอพร้อมแล้ว แต่ไม่มีของทูน ทูนไม่ยอมเซ็นใบหย่าเพราะยังรักเธอไม่เสื่อมคลาย ฟ้าใสยังกัดรุ้งเรื่องแม่ที่เป็นหญิงขายตัว รุ้งโกรธจัดถามว่าเธอรู้มาจากไหน ฟ้าใสบอกว่าทูนเล่าให้เธอฟังทุกอย่าง เขารังเกียจอตีดเน่าๆ ของเธอ ที่ยังคบเพราะเธอเสียงดี และเพราะเธอกำลังดังเท่านั้น ฟ้าใสยั่วรุ้ง จนรุ้งตบหน้าฟ้าใสและจะเข้าทำร้าย ทูนเข้ามาเห็นพอดี ฟ้าใสร้องไห้ว่ารุ้งทำร้ายตน รุ้งถามทูนเรื่องทะเบียนสมรส

ทูนยอมรับว่าเขาไม่กล้าบอกรุ้งเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ รุ้งตวาดกลับว่ามันสำคัญมากสำหรับเธอ เพราะเธอไม่ต้องการจดทะเบียนซ้อนและอยู่ในฐานะเมียน้อย รุ้งประกาศไม่ให้ทูนยุ่งกับเธออีก รุ้งออกไปร้องเพลงตัดพ้อทูนอย่างน่าสงสาร ช่วงท้ายเธอร้องไม่ออกต้องกลับเข้ามาร้องไห้หลังเวที เมื่อฟ้าใสออกไปร้องบ้าง ส้นสูงเกิดหักจนเธอล้มกลางเวที ทุกคนยืนยันว่ารุ้งเป็นตัวการเพราะขอเปลี่ยนรองเท้ากะทันหัน จนฝ่ายเสื้อผ้าต้องสลับคู่กับฟ้าใส รุ้งยิ่งเฮิร์ทเมื่อทูนทำท่าว่าจะเชื่อว่ารุ้งเป็นตัวการจริง รุ้งหนีกลับกรุงเทพฯทันทีด้วยใจอันบอบช้ำ

ทูนดูแลฟ้าใสที่ทำท่าแพ้ท้องที่ห้องพักหลังร้าน ช่วงปลอดคนฟ้าใสหลบเข้าห้องทำงานของพี่เมธ เธอรู้ว่าเพลงของทูนเก็บไว้ที่นี่ นายคำรณเข้ามาช่วยแงะตู้ และถ่ายสำเนาทั้งทำนองและเนื้อร้องของทูนไปทั้งหมด สำเนาถูกส่งไปให้อิทธิที่รออยู่ในสวนหลังร้าน อิทธิจะคัดเลือกเพลงนั้นไปดัดแปลงและตกแต่งใหม่เพื่อให้รุ้งร้องในอัลบั้ม ชุดถัดไป ทั้งหมดไม่รู้เลยว่านางแสงหล้าแอบดูและใช้มือถือแอบถ่ายไว้ แต่ก่อนที่แสงหล้าจะหลบไป คำรณเห็นนางเสียก่อน เข้าจับนางได้ ทั้งหมดตกใจที่คำรณบอกว่าแสงหล้านี่แหละคือแม่แท้ๆ ของรุ้ง ทั้งสามจับแสงหล้าไปกักขังไว้ที่เซฟเฮาส์ของคำรณ แสงหล้าทำมือถือตกอยู่ในสวนหลังร้านพี่เมธนั่นเอง

รุ้งไม่ให้ทูนติดต่อเธออีก ทูนกลับไปซึมเศร้าอีกครั้ง เขาไปเลียแผลใจที่เถียงนาทุ่งแสงจันทร์ ร้องเพลงคิดถึงรุ้งอย่างน่าสงสาร พร้อมอาการเมามาย อินทรและพี่เมธต้องเข้ามาปลอบโยน

ทูนจับได้ว่าฟ้าใสโกหกเรื่องท้อง เขาบังคับให้ฟ้าใสเซ็นใบหย่าให้ เธอเย้ยว่าให้เขาเตรียมตัวรับเรื่องร้ายๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เขารีบนำใบหย่าไปแสดงให้รุ้งดูที่บริษัทอิทธิ และอธิบายเรื่องทั้งหมดที่ฟ้าใสใส่ความตน แต่รุ้งกลับไม่ใยดี เธอบอกว่าให้ลืมสัญญาระหว่างกันเสีย รุ้งถอดแหวนปาใส่หน้าทูน ทูนกลับบ้านไร่ด้วยใจสลาย เสียงขลุ่ยของทูนที่คนในบ้านได้ยินมาจากกลางทุ่งใต้ต้นแสงจันทร์นั้นเต็มไปด้วยความโหยหวนและบาดลึกจนทุกคนน้ำตาไหล

ไม่นานทูนช็อคเมื่อเห็นมิวสิคโปรโมทเพลงชุดใหม่ของรุ้ง มันคือเพลงของเขาล้วนๆ เขาบุกเข้าไปถามอิทธิ อิทธิบอกว่าเป็นเพลงที่รุ้งนำมามอบให้เขานำไปดัดแปลงใหม่ เขาไม่รู้มาก่อนว่าเป็นเพลงของใคร ทูนเองจะเอาผิดเขาไม่ได้เพราะเพลงของทูนไม่ได้จดลิขสิทธิ์ ทูนแน่ใจว่ารุ้งเป็นคนขโมยเพลงของเขาไปเพื่อแก้แค้นเขา เหมือนครั้งฟ้าใสไม่มีผิด งานนี้เขาต้องเอาคืน

รุ้งมาเล่นคอนเสิร์ทที่สระบุรีอีกครั้ง ทูนตามไปดูอย่างคุมแค้นเพราะรุ้งทั้งร้องและเต้นเพลงของเขาอย่างเริงร่า แถมเพลงก็ฮิตระเบิด ทูนตัดสินใจกับอินทรลักพาตัวรุ้งออกจากคอนเสิร์ท แล้วพากลับไปที่บ้านไร่ของตน ให้รุ้งสารภาพเรื่องที่ขโมยเพลงของเขาไป รุ้งบอกความจริงว่าเธอไม่รู้เลยว่าเป็นเพลงของทูน เพราะอิทธิเป็นคนนำเพลงมาให้เธอร้อง ทูนไม่เชื่อ จับเธอไปขังไว้ที่กระท่อมกลางนา ให้อดข้าวอดน้ำวันนึงเต็มๆ แต่แล้วก็อดสงสารไม่ได้ต้องเอาข้าวมาให้เธอกิน หารู้ไม่ว่ารุ้งไม่ได้อดเลย เพราะเธอแอบปีนต้นขนุนข้างกระท่อมเอามากินหน้าตาเฉย พี่เมธรู้ข่าวทูนลักพาตัวรุ้งรีบรุดมาเคลียร์คนทั้งคู่ จนเข้าใจกันได้ในที่สุด

ช่วงที่รุ้งหายตัวไปสามสี่วันนั้น เป็นโอกาสอันดีที่จวง จุ๊บแจง ขวัญข้าว และอาชาให้ข่าวสื่อว่ารุ้งท้องและไปทำแท้งต่างจังหวัด

รุ้งปรับความเข้าใจกับทูน เธอรู้แล้วว่าฟ้าใสและอิทธิร่วมมือกันวางแผนให้เธอเข้าใจผิดทูน เธอจะช่วยทูนให้ถึงที่สุด และขอแหวนจากเขาคืน ทูนมอบแหวนใส่นิ้วของรุ้งไว้เป็นครั้งที่สอง ทุ่งนาใต้ต้นแสงจันทร์ต้อนรับความรักของคนทั้งคู่อีกครั้ง เมธเตือนให้รุ้งรีบกลับกรุงเทพฯไปแก้ข่าวที่เธอหายตัว และเกิดข่าวลือว่าเธอหลบไปทำแท้ง

อิทธิบังคับรุ้งให้แต่งงาน รุ้งถามความจริงเรื่องที่อิทธิขโมยเพลงของทูน อิทธิไม่สน เขาต้องการแก้แค้นทูนที่ท้าทายอำนาจเขา และรุ้งจะต้องแต่งงานกับเขา รุ้งปฏิเสธ อิทธิเรียกคำรณเข้ามาให้พูดเรื่องแสงหล้าว่าตอนนี้เขาจับตัวแม่ของเธอไว้แล้ว (โดยไม่บอกว่าคือป้าแม่ครัวที่รุ้งรู้จัก) เมื่อรุ้งแต่งงานกับเขา เขาจะให้เธอได้พบแม่ รุ้งไม่เชื่อ อิทธิให้รุ้งได้พูดกับแสงหล้าทางมือถือ รุ้งขอให้แสงหล้าร้องเพลงกล่อมสมัยเด็กให้เธอฟังเพื่อเป็นการพิสูจน์ แสงหล้าร้องออกมาด้วยเสียงปนสะอื้น แต่ก็ทำให้รุ้งจำได้

แสงหล้าจะบอกว่าตนคือป้าที่มาสมัครเป็นแม่ครัว คำรณรีบตัดสายเสียก่อน รุ้งกลัวแม่ได้รับอันตราย จึงยอมแต่งงานกับอิทธิ ทูนตกใจเมื่อทราบข่าวรุ้งจะแต่งงาน เขาหาทางพบรุ้งจนได้ รุ้งไม่กล้าบอกความจริงทูน เธอต้องเสแสร้งว่าเธอไม่สนความรักของเขาแล้ว และตอนนี้เธอต้องการอยู่ค่ายใหญ่อย่างอิทธิ มากกว่าจะฝากความหวังลมๆ แล้งๆ อย่างค่ายไม่มีอนาคตของทูน ทูนทวงถามสัญญา รุ้งไม่สน เธอจากมาอย่างเย็นชา แต่แล้วก็มาแอบร้องไห้แทบขาดใจ ทูนจากมา พี่เมธและอินทรจะเข้าปลอบ

ทูนที่หลบมาที่ทุ่งแสงจันทร์อีกครั้ง แต่แปลกใจคราวนี้ทูนไม่ร้องไห้เมามาย แต่กลับเป่าขลุ่ยอย่างไพเราะให้นางสมศรี ควายตัวเมียฟังอย่างรื่นรมย์ ทูนบอกว่ารุ้งเล่นละครตบตาเขา เพราะเขาเห็นรุ้งยังใส่แหวนของเขาอยู่ รุ้งต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ๆ เขาต้องสืบรู้ความจริงให้ได้

จี่หอยและมะปรางได้ยินอิทธิพูดสายกับคำรณเรื่องจับแม่ของรุ้งไปกักขังไว้ จี่หอยรายงานให้ทูนทราบ ทูน พี่เมธ ทร และนายตำรวจสะกดรอยคำรณตามไปที่เซฟเฮาส์ มีการยิงต่อสู้กัน แต่ช่วยนางแสงหล้าออกมาได้ แต่คำรณหนีไป ทูน ทร และพี่เมธประหลาดใจที่พบว่าแม่ของรุ้งคือนางแสงหล้านั่นเอง

งานวันแต่งรุ้งและอิทธิ ศิลปินในค่ายมาร่วมพิธี รุ้งกำลังจะเซ็นทะเบียนสมรสกลางงาน ทูนบุกเข้ามาพร้อมตำรวจ เข้าจับอิทธิ จุ๊บแจง จวง และฟ้าใสที่ขโมยเพลงของเขาไป โดยนำหลักฐานจากกล้องมือถือของแสงหล้ามาให้ทุกคนดู อิทธิตะโกนด่ารุ้งที่มีแม่เป็นพาร์ทเนอร์ และแช่งชักรุ้งให้พินาศย่อยยับ นางแสงหล้าที่หลบอยู่ได้ยินเรื่องทั้งหมดก็ยิ่งหวั่นไหว พิธีแต่งล้มไป รุ้งเป็นอิสระ เธอถามถึงแม่ ทูนพาไปที่ห้องด้านหลัง แต่ปรากฏว่าแสงหล้าหนีไปเสียแล้ว นางไม่กล้าแสดงตัวกับรุ้ง เพราะกลัวว่าอดีตของรุ้งจะถูกเปิดโปง เธอไม่อยากทำลายอนาคตของลูกสาวที่กำลังโด่งดัง แต่กลับมีแม่เป็นหญิงขายตัว

รุ้งและทูนจัดคอนเสิร์ทร่วมกันอีกครั้ง ในค่ายเพลงของพี่เมธ รุ้งและทูนร้องเพลงคู่ร่วมกัน โดยไม่รู้ว่านางแสงหล้าแอบมาฟังอย่างที่เคย งานนี้นายคำรณแอบบุกเข้ามาในงาน จังหวะที่รุ้งและทูนลงมาร้องทักทายแฟนเพลง คำรณเข้าชาร์ทรุ้งจะยิง แสงหล้าเข้าขวาง กระสุนเข้าร่างแสงหล้า คำรณหนีกระเจิง ตำรวจไล่ตาม และยิงคำรณเสียชีวิตกลางกองขยะน้ำเน่า แสงหล้าสารภาพต่อหน้ารุ้งว่าเธอจำเป็นต้องส่งรุ้งไปเมืองนอกเพราะคำรณจะล่วง เกินรุ้ง ยกโทษให้นางด้วย แสงหล้าสลบไป รุ้งร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

นางแสงหล้าปลอดภัยเมื่อผ่าตัดเอากระสุนออก รุ้งขอให้แสงหล้ามาอยู่กับเธอ แสงหล้าไม่ยอมเพราะยังกลัวลูกสาวจะเสียชื่อ รุ้งให้ทูนออกข่าวแถลงการประวัติที่แท้จริงของเธอทั้งหมด ขอโทษแฟนเพลงที่ต้องสร้างประวัติใหม่ เพื่อที่จะตามหาตัวแม่ให้พบ รุ้งให้แม่ออกแถลงข่าวร่วมและรับผิดทั้งหมด แฟนเพลงให้อภัยเพราะเห็นใจความรักของแม่ลูก

ทูนและรุ้งแต่งงานกันที่บ้านไร่ จัดกันที่เถียงนาใต้ต้นแสงจันทร์ งานนี้คนที่มาร้องอวยพรให้คู่บ่าวสาวคือ แม่แสงหล้าที่สะสวยไม่แพ้ลูกสาว งานนี้นางอวยพรให้ความรักของคู่อินทรและมะปรางด้วย ทูนและรุ้งร้องเพลง “สะพานสายรุ้ง” คู่กัน ท่ามกลางความชื่นชมของเพื่อนและแฟนเพลงทุกคน

รายชื่อนักแสดง ต้มยำลำซิ่ง
ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ รับบทเป็น ทูนอินทร์ อินสรวง
ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบทเป็น รุ้งระวี ศรีแอลเอ
จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร รับบทเป็น อิทธิ พลกำแพง
ญาญ่า หญิง รฐา โพธิ์งาม รับบทเป็น ฟ้าใส ใจสะออน
มิ้น(AF4) มิณฑิตา วัฒนกุล รับบทเป็น จุ๊บแจง แตงร่มใบ
รอน(AF6) ภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น อินทร อินสรวง
วรนันท์ จันทรัศมี รับบทเป็น มะปราง
สุนารี ราชสีมา รับบทเป็น แสงหล้า
ชาติชาย งามสรรพ์ รับบทเป็น คำรณ
สุเมธ องอาจ รับบทเป็น เมธ
ธงธง มกจ๊ก รับบทเป็น จี่หอย
ศิริพร อยู่ยอด รับบทเป็น ขวัญข้าว สาวอีสาน
เกริก ชิลเลอร์ รับบทเป็น อาชา อาชาไนย

ออกอากาศเมื่อวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.

ชิงนาง

ชิงนาง เป็นเรื่องราวของสี่พี่น้องแห่งแสนสมุทร และหนึ่งนางในดวงใจ รักนี้จึงต้องแย่งชิง

วงเดือน (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) เป็นเด็กกำพร้าที่ นายแพทย์อนุต (ตฤณ เศรษฐโชค) อุปการะ เพราะพ่อ-แม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทั้งที่ ศรีเรือน (พิศมัย วิไลศักดิ์) แม่ของเขาคัดค้าน เพราะคำทำนายว่าวงเดือนนำความวิบัติมาสู่ “ครอบครัวแสนสมุทร” อนุตกับ ศรีดารา (สุพรรษา เนื่องภิรมย์) ภรรยาขัดแม่ไม่ได้จำใจให้วงเดือนเป็น เด็กรับใช้ แต่ชดเชยโดยส่งให้เรียนหนังสือจนจบพยาบาล วงเดือนตอบแทนบุญคุณด้วยการดูแลทุกคนในแสนสมุทรอย่างดี เธอโตมาพร้อมลูกชาย 4 คน ของตระกูล พฤกษ์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) พี่ชายคนโตหัวไม่ดี แต่ขยันขันแข็ง พ่อ-แม่วางตัวให้สืบทอดกิจการเรือประมง ขณะที่ ภูผา (อรรคพันธ์ นะมาตร์) ลูกชายคนรองเก่ง-กล้าแต่ใจร้อนไม่ยอมใคร ยิ่งไม่ผิดภูผาสู้หัวชนฝา ผิดกับ เมฆา (กันต์ กันตถาวร) ลูกชายคนที่สามฉลาดและมั่นใจในตัวเองกว่าใคร พ่อส่งให้เรียนหมอเพื่อรับช่วงกิจการคลินิกต่อ และคอยรักษา อรุณ (วศิน อัศวนฤนาท) น้องชายคนเล็กขี้โรคตั้งแต่เกิด ทุกคนในบ้านตามใจเขามากเป็นพิเศษ รวมถึงวงเดือนก็เป็นเพื่อนเล่น และดูแลอรุณเต็มที่

ตลอดมา 4 หนุ่ม รักกันมาก แต่พอรู้ว่าหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน คือ วงเดือน การแย่งชิงจึงเกิดขึ้น!! พี่-น้องต่างหาทางพิชิตใจเธอเต็มสูบ กระทั่งวงเดือนถูกฉุด! ภูผาไปช่วยสู้ไม่คิดชีวิตพลั้งมือยิงคนร้ายตาย อนุตโกรธมากคิดว่าภูผาเป็นอันธพาลชอบหาเรื่อง ถึงกับไล่ลูกชายออกจากบ้าน ศรีเรือนเป็นห่วงภูผาแอบยกที่ดินร้าง จ.เชียงราย ให้ไปบุกเบิก เขามุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองก่อนกลับแสนสมุทร ภูผาชวนวงเดือนหนีไปด้วยอรุณได้ยิน แกล้งป่วยหนักถ่วงเวลาไม่ให้วงเดือนไปตามนัด ทำให้ภูผาช้ำรักเข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่มีใจ

เมื่อถึงเชียงราย หนูนา (พิชญาภร สุวรรณวุฒิพิจัย) หลานสาวจอมห้าวของ นายสว่าง (กลศ อัทธเสรี) คนดูแลไร่ที่ย่าศรีเรือนไว้ใจรอรับภูผาที่สถานีรถไฟ หนูนาไม่ถูกชะตามาดขรึมของภูผา แต่ไม่นานความเสียสละ ตั้งใจจริงของภูผาก็ทำให้หนูนาแพ้ใจแอบรักเขาจนได้ ร้อนถึง พ่อเลี้ยงเหนือฟ้า (มิกค์ ทองระย้า) ลูกชายผู้มีอิทธิพลกับ วันชัย (ธีร์ วณิชนันทธาดา) ลูกพี่ลูกน้องยกพวกไปบุกไร่ภูผาเพื่อประกาศศักดิ์ดา ภูผาไม่หวั่นแต่หนูนาเป็นห่วงออกนอกหน้า เหนือฟ้ารู้ทันทีว่าน้องหนูนาสุดที่รักมีใจให้ภูผา แถมชาภูผายังคุณภาพดีเป็นคู่แข่งกับชาเหนือฟ้า วันชัยเลยยุเหนือฟ้ากำจัดภูผาให้พ้นทาง โดยวันชัยอาสาลงมือเอง แต่ยิงพลาดถูกม้าตัวโปรดของหนูนาตาย เธอเสียใจแทบคลั่งเกลียดชังเหนือฟ้าเพิ่มทวีคูณ โชคดีมีภูผาปลอบใจจนรู้สึกดี ยิ่งทำให้หนูนาหลงรักเขามากขึ้นด้วย แม้ภูผาจะมี คนรัก!! แล้ว และนำชื่อเธอมาตั้งชื่อไร่ชาเป็นที่ระลึกว่า “ไร่วงเดือน” แต่หนูนาก็หวังจะชนะใจภูผาให้ได้

ส่วนวงเดือนเศร้าใจคิดถึงภูผาทุกเวลา หนำซ้ำยังโดนกดดันจากย่าศรีเรือน และ โฉมไฉไล (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) ไฮโซตกอับกิ๊กเก่าเมฆามาหาเรื่อง เพราะคิดว่าวงเดือนเป็นแฟนใหม่ทำให้เมฆาไม่สนใจตน อนงค์ (กรองทอง รัชตะวรรณ) แม่โฉมไฉไล เจ้าของภัตตาคารหรู แต่ติดการพนันจนหนี้ท่วมตัว คิดวางแผนให้ลูกสาวจับลูกชายคนอื่นในตระกูลแสนสมุทรแทน โฉมไฉไลเปลี่ยนเป้าหมายยั่วพฤกษ์จนมีอะไรกัน อนงค์บังคับให้พฤกษ์แต่งงานกับลูกสาว พร้อมกับงานแต่งของอรุณกับวงเดือน ก่อนถึงวันงานย่าศรีเรือนป่วยหนัก มีวงเดือนคอยดูแลอย่างดี จนศรีเรือนรู้สึกผิดที่ทำไม่ดีกับเธอ จึงมอบจดหมายที่ภูผาเขียนหาวงเดือนให้ก่อนตัวเองสิ้นใจ ทำให้วงเดือนยอมหนีจากแสนสมุทรไปตามหาภูผาจนพบ และสัญญาจะรักกันจนวันตาย หนูนาอกหักส่งข่าวไปบอกเมฆาเรื่องวงเดือนแต่ภูผาจับได้ ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรงหนูนาหนีจากไร่ไปเจอเหนือฟ้ากับพวก วันชัยยุให้ปล้ำ! แต่เหนือฟ้าทำไม่ลง วันชัยชกเหนือฟ้าสลบแล้วข่มขืนเอง เหนือฟ้าฟื้นขึ้นมาเห็นความชั่วของวันชัย เขาต่อสู้ช่วยหนูนาจนตกหน้าผาตาย ภูผาตามมาเจอจึงไล่ล่าวันชัยแต่มันหนีไปได้ หนูนาเสียใจ และอายมาก แต่ต้องรับสภาพอุ้มท้องลูกวันชัยไว้

ไม่นานเมฆาก็มาหาภูผาถึงเชียงราย เขาขอร้องให้พี่ชายปล่อยวงเดือนไปแต่งงานกับอรุณที่ป่วยหนัก ภูผาจำใจยุติความรักกับวงเดือนเพื่อต่อชีวิตให้น้องชาย ระหว่างทางกลับแสนสมุทรรถที่วงเดือนนั่งคว่ำ วงเดือนอาการสาหัส ภูผาขอร้องให้เมฆาช่วยชีวิตเธอ เมฆาได้ทียื่นข้อเสนอให้ภูผาเลิกยุ่งกับวงเดือน ถึงจะยอมทำตามที่พี่ชายขอ ภูผายอมเพราะไม่มีทางเลือก หลังอาการวงเดือนดีขึ้นเมฆาพาเธอกลับแสนสมุทรทันที

เมฆาโกหกทุกคนที่บ้านว่าภูผาลักพาตัววงเดือน ทำให้อรุณเกลียดภูผามาก ทันทีที่อรุณเจอภูผาแอบมาเยี่ยมวงเดือนที่บ้าน เขาโกรธจัดต่อว่าภูผารุนแรงจนอาการกำเริบช็อก! เสียชีวิต เมฆารู้สึกผิดที่โกหกทำให้พี่-น้องทะเลาะกันจนตาย เขาสารภาพเรื่องนี้กับพฤกษ์แต่ถูกซ้ำเติม ทำให้เมฆาเครียดเมาเหล้าพลาดมีอะไรกับโฉมไฉไล เมื่อเรื่องฉาวกระฉ่อนทำพฤกษ์ช็อก! ผิดหวังเมาไร้สติ ลอบเข้าหาวงเดือนแต่เมฆาช่วยไว้ วงเดือนไว้ใจยอมแต่งงานปลอมๆ กับเมฆาโดยดี เพราะไม่อยากให้พฤกษ์มาวุ่นวาย โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกเมฆาหลอก

เมื่อภูผารู้ข่าวเสียใจมาก ยอมตัดใจไปแต่งงานกับหนูนาทันที เมฆาไปแสดงความยินดีกับภูผา-หนูนาในวันแต่งงานด้วย อยู่ๆ วันชัยประกาศกลางงานว่าเป็น “พ่อ” เด็กในท้องเจ้าสาว ก่อนลั่นไกใส่ภูผาแต่หนูนารับกระสุนแทนอาการสาหัส เมฆายื้อชีวิตหนูนาเต็มที่แต่ช่วยได้แค่เด็กในท้อง ส่วนหนูนาตาย! ในอ้อมกอดภูผา สุดท้ายวันชัยหนีไม่รอดถูกภูผายิงด้วยความโกรธแค้นตายคาที่

ที่บ้านแสนสมุทรพฤกษ์เอาแต่เมา-เล่นการพนัน ไม่ดูแลกิจการเรือประมง อนุต-ศรีดาราจึงตามภูผามาทำแทน แต่ไม่พบเพราะภูผาติดคุกคดีฆ่าวันชัย เมฆาจึงปิดคลินิกมาดูแลธุรกิจประมงกับวงเดือน ทำให้พฤกษ์ไม่พอใจทวงทุกอย่างคืนจากเมฆา และเปิดโป่งความชั่วที่เมฆาหลอกวงเดือนแต่งงาน ทำให้ภูผาตัดใจไปแต่งงานกับหนูนา วงเดือนโกรธมากตัดขาดเมฆา อนุตถึงกับช็อก! เป็นอัมพฤกษ์ วงเดือนดูแลหมอเพื่อทดแทนบุญคุณ ส่วนพฤกษ์ถูกโฉมไฉไลวางยาจนพิการ หลังพ้นโทษภูผากลับไปดูแลพ่อ และพี่ชาย เมฆาไม่อยากให้วงเดือน-ภูผารักกันอีก จึงใส่ร้ายว่าพี่ชายเป็นต้นเหตุทำให้บ้านแสนสมุทรตกต่ำ โฉมไฉไลหึงเมฆาถือปืนปรี่มายิงวงเดือน ภูผา-เมฆาปกป้องเธอสุดชีวิต เมื่อ “ความรัก” ก่อให้เกิด “ความแค้น” สงครามเสน่หาจะมีบทสรุปอย่างไร?! ติดตามความเข้มข้นใน ละคร “ชิงนาง”

แสบสลับขั้ว

เมื่อโชคชะตาเล่นตลกจับ “ตัวแสบขาแวนซ์ระดับเทพ” สลับร่างกับ “คุณชายจอมเนี้ยบตัวพ่อ” ความสุดขั้วของ 2 ตัวแสบ ทำให้เกิดเรื่องโกลาหลอลหม่านทั้งเรื่องการงานและความรัก

ณ ชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี ชุมชนเล็กๆที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นที่สิงสถิตย์ของ เซียน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายไทยวัยเกือบ ๓๐ แต่มีพฤติกรรมราวกับทีนเอจเจอร์ (Teenager) หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโต”

วันๆ เซียนเอาแต่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ ค่ำๆ ก็ออกแวนซ์กับเด็กแถวบ้าน ถึงแม้อายุจะต่างกันเกือบเท่าตัว แต่เซียนก็ไม่หวั่น ตะบี้ตะบันไร้สาระไปวันๆ เป็นที่หนักใจของ ป้าสายไหม (ราตรี วิทวัส) พี่สาวพ่อผู้รับหน้าที่อุปการะเซียน หลังจากกำพร้าพ่อแม่จากอุบัติเหตุทางเรือตั้งแต่เด็ก สายไหมต้องปากเปียกปากแฉะกับการพร่ำบ่นเซียนตลอดเวลา ตอนเป็นนักเรียนก็เรียนไม่เอาไหน โตขึ้นก็ไม่หางานทำเป็นเรื่องเป็นราว เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น จนสุดท้ายมาลงเอยอยู่ที่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยเป็นงานอดิเรก สายไหมเหนื่อยใจกับความไม่รับผิดชอบของหลานชายคนเดียวอย่างสุดระอา อยากจะไล่ออกจากบ้านหลายครั้ง แต่หลานชายตัวดีใช้คารม บวกอารมณ์ขัน ทำให้สายไหมใจอ่อน ต้องยอมเลี้ยงดู (มัน) ต่อไป

นอกจากสายไหมที่หลงคารมเซียนแล้ว สายพิณ หรือ พิณ (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) เด็กสาวรุ่นน้องข้างบ้านที่โตตามกันมายังเป็นอีกหนึ่งคนที่แอบปลื้มกับอารมณ์ขันของเซียน สายพิณเป็นหญิงสาววัยใส แสนดี อ่อนหวาน ตัวเล็กๆ น่ารัก เป็นเหมือนดอกไม้แสนสวยที่แอบซ่อนอยู่ในชุมชนแออัด สายพิณเป็นเด็กกำพร้าเหมือนเซียน อาศัยอยู่กับ ยายปิ่น คู่หูคู่ฮาของป้าสายไหม สายพิณอยู่บ้านติดกับเซียน ด้วยความใกล้ชิดทำให้สายพิณคิดกับเซียนเกินพี่ชาย แต่เซียนกลับไม่เคยเห็นเธอเป็นอื่น นอกจากน้องสาวแสนน่ารัก น่าทะนุถนอม สายพิณจำต้องเก็บความรักไว้ในใจไม่เคยบอกใคร ด้วยความไม่เจียมกะลาหัว เซียนดั๊นไปแอบชอบ น้ำเพชร (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) ลูกสาว เติมศักดิ์ หรือ เฮียเติม (พิพัฒน์พล โกมารทัต) และ เจ๊กิมฮวย (ณหทัย พิจิตรา) ผู้ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สมรศรีมณีฉาย ในภายหลัง

น้ำเพชรเป็นลูกสาวร้านทองหน้าชุมชนหมอเล้ง จบการบริหารมาจากออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นเลขานุการให้กับ ปลาใหญ่ หรือ คุณใหญ่ (ธันวา สุริยจักร) นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง (มั่กๆ) อายุยังไม่ทันก้าวข้ามมาเลข ๒ จำต้องมารับช่วงกิจการของตระกูลมหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจ น้ำเพชรเป็นเลขาหน้าใหม่ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน น้ำเพชรแอบชอบปลาใหญ่เจ้านายหน้าใส แต่ด้วยวัยที่ต่างกัน ประกอบกับความเคร่งขรึม จริงจัง เฮี้ยบ เนี้ยบ กริบ ทำให้น้ำเพชรไม่กล้าแสดงออก ได้แต่เก็บอาการแอบชอบอยู่ในใจลึ๊ก…ลึก !!

ถ้าเทียบระหว่างเซียนและปลาใหญ่ มันช่างแตกต่างและห่างไกลราวกับสรวงสวรรค์และแกนโลก ไม่ว่าเซียนจะพยายามตามจีบน้ำเพชรสักแค่ไหน แม้แต่ปลายหางตาเธอยังไม่เคยจะแลมาสักครั้งเดียว ปลาใหญ่เป็นลูกชายคนเดียวของ เกรียงไกร มหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจ (วันชัย   เผ่าวิบูลย์) เจ้าของโรงงานทอผ้าไหมรายใหญ่ของประเทศไทย เกรียงไกรเสียภรรยาตั้งแต่ปลาใหญ่มีอายุได้เพียง ๓ ขวบ เขาส่งลูกชายคนเดียวไปอยู่โรงเรียนประจำที่ประเทศอังกฤษ และกำลังจะเข้าศึกษาปริญญาตรี ปลาใหญ่ถูกเรียกตัวกลับมาประเทศไทยอย่างกะทันหัน เพราะเกรียงไกรเส้นโลหิตในสมองแตกจากความเครียด เขาเสียชีวิตหลังจากที่เห็นหน้าลูกชายเพียงไม่กี่นาที การจากไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของปลาใหญ่พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

ปลาใหญ่ต้องรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทมหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจกรุ๊ป ในขณะเพียง ๑๙ ปี ไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้จักใครสักคน คนที่เขาพอจะไว้ใจได้คือ พ่อบ้านครรชิต (เกริก ชิลเล่อร์) คนเก่าแก่ผู้ซื่อสัตย์ที่คอยดูแลปลาใหญ่และพ่อ ครรชิตเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างปลาใหญ่ในขณะขึ้นชกในสังเวียนธุรกิจที่แสนจะโหดร้าย โดยเฉพาะต้องคอยรับมือกับการสกัดดาวรุ่งของ เกริกก้อง (อัมรินทร์ สิมะโรจน์) น้องชายพ่อ ที่ต้องการฮุบกิจการเป็นของตัวเอง เกริกก้องไม่พอใจที่พี่ชายแต่งตั้งหลานชายปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาดูแลธุรกิจที่ก่อร่างสร้างกันมา เขาพยายามกลั่นแกล้ง และบีบบังคับให้ปลาใหญ่ขายหุ้นให้เขา แต่ไม่สำเร็จ ปลาใหญ่ยืนยันที่จะดูแลธุรกิจของพ่อด้วยตัวเอง เกริกก้องยิ่งไม่พอใจ หาทางดัน รัญญา หรือ รัน (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ลูกสาวคนเดียวขึ้นมาเทียบชั้นกับปลาใหญ่

รัญญาเป็นสาวเก๋ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง จบการศึกษาด้วยคะแนนดีเยี่ยม เรียนรู้งานมาตั้งแต่เด็ก รัญญาได้เปรียบปลาใหญ่ในทุกๆ ด้าน นอกจากปลาใหญ่ต้องเจอกับการเปรียบเทียบกับรัญญาแล้วยังต้องปวดหัวกับ จันทร์ทิพย์ ภรรยาของเกริกก้องที่คอยสร้างความปั่นป่วนภายในบ้านไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งจ้างคนใช้สืบข้อมูลส่วนตัวของปลาใหญ่ และคอยสาระแนตีสองหน้าทำเป็นหวังดี แต่จริงๆ ร้ายสุดขั้ว ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวได้เป็นใหญ่

ปลาใหญ่ต้องต่อสู้กับตัวเอง และต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ทำให้เขาเป็นเจ้านายที่สุดแสนเคร่งขรึม และอารมณ์ร้ายได้อย่างง่ายดาย ต่อมเหวี่ยงทำงานดีเป็นพิเศษ จนได้รับฉายา “คุณหนูอารมณ์เหวี่ยง” เลขากี่คนๆก็ไม่เคยรอด ภายในเวลาแค่ ๓ เดือน เปลี่ยนเลขามา ๑๒ คน และน้ำเพชรเป็นคนที่ ๑๓ หมายเลขสุดอาถรรพ์ แต่ด้วยความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเจ้านายสุดหล่อหน้าใส ทำให้น้ำเพชรกัดฟันทนทุกสิ่งอย่าง เข้าทำนองถึงร้ายก็รัก เซียนมีโอกาสได้เจอกับปลาใหญ่โดยบังเอิญ เพราะน้ำเพชรลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน กิมฮวย เลยต้องจ้างเซียนให้เอาเอกสารไปให้ แวบแรกที่เจอกัน เซียนสุดหมั่นไส้ (แกมอิจฉา) เพราะปลาใหญ่ทั้งหล่อ ใส รวย และยังได้ทำงานใกล้ชิดน้ำเพชรอีกต่างหาก

เซียนแอบหึงทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นแฟน ปลาใหญ่เห็นว่าเซียนมีท่าทีสนิทสนมกับน้ำเพชร จึงเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ปลาใหญ่เตือนให้น้ำเพชรอบรมสั่งสอนแฟน เพราะเซียนแสดงความรุ่มร่ามแอบทรามเล็กน้อยออกมาโดยไม่รู้ว่าปลาใหญ่เป็นเจ้านาย น้ำเพชรแทบกรี๊ดและพยายามจะอธิบายความจริง แต่ปลาใหญ่ไม่สนใจฟัง ทำให้น้ำเพชรยิ่งเกลียดเซียนเข้าไส้สั่งให้เขาอยู่ห่างจากเธอมากที่สุด เซียนถึงกับน้ำตาตกในและหมั่นไส้ (ไอ้) เจ้านายขี้เก๊กมากเป็นทวีคูณ เซียนกลับมาระบายกับสหายเลิฟที่วินมอเตอร์ไซค์ด้วยความแค้นใจ สหายของเซียนประกอบไปด้วย ป๋อง (ชูษี เชิญยิ้ม) ชายไทยวัยเกือบ ๒๐ ร่างใหญ่ มีน้ำใจ กลัวผี มีฝีมือด้านทำอาหารเป็นเลิศ มอมแมม (วิชญ จารุจินดา) ชายไทยร่างเล็ก ขี้ท้า…ท้าไปทั่ว แต่จริงๆเป็นคนขี้กลัวที่สุด ชายสี่ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) เป็นคนที่ดูดี มีหลักการ แต่จริงๆแล้วมั่ว ทั้งสามคนเป็นน้องรักของเซียน ขอให้เป็นเรื่องไร้สาระเข้าไว้…ถึงไหนถึงกัน!

หลังจากระบายความเคียดแค้นจนสาแก่ใจ เซียนประกาศอย่างกึกก้องว่าชาตินี้จะไม่ขอไปเหยียบที่ทำงานปลาใหญ่อีก และถ้ารวยกว่าเมื่อไหร่จะซื้อกิจการของปลาใหญ่ให้หมด !! ป๋อง มอมแมม และชายสี่ หรือแม้แต่ตัวเซียน รู้ว่ามันเป็นคำท้าทายที่สุดแสนจะห่างไกลความเป็นไปได้ ต่อให้เซียนเกิดใหม่อีกร้อยกว่าชาติก็ไม่มีทางจะรวยกว่าปลาใหญ่เด็ดขาดแต่แล้ว..เหตุการณ์สุดพิลึกพิลั่นก็พลันเกิดขึ้น…

เมื่อปลาใหญ่มีเหตุต้องรีบขับรถออกจากบ้านเพื่อไปงานสำคัญ ในขณะที่เซียนต้องมาส่งเอกสารให้กับลูกค้าในบริเวณใกล้เคียงกัน เซียนบิดมาอย่างเร็ว ทันใดนั้นเอง มีเด็กขี่รถจักรยานพรวดออกมานอกถนน และล้มลงตรงหน้าเซียนในระยะกระชั้นชิด เซียนตัดสินใจหักรถหลบออกโดยไม่ระวัง รถที่ตามหลังมาชนเข้าอย่างจัง ร่างเซียนลอยละลิวปลิวมาตกลงข้างถนน สลบเมือดไปทันที !! ในเวลาเดียวกัน ปลาใหญ่ขับรถอยู่อีกถนนด้วยความเร็วสูง ทันใดนั้นก็มีรถออกปาดหน้าเข้ามาอย่างเร็ว ทำให้ปลาใหญ่ต้องรีบหักหลบกะทันหัน รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ทั้งปลาใหญ่และเซียนอยู่ในอาการโคม่า และถูกพาส่งโรงพยาบาลเดียวกัน !! ในวินาทีแห่งชีวิตที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย ทั้งสองคนถูกเครื่องกระตุ้นหัวใจกระชากจิตและวิญญาณเข้าสู่ร่าง…ฟึ่บบบบบ !!

เซียนและปลาใหญ่รู้สึกตัวขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่มหัศจรรย์พันลึกยิ่งกว่านั้น คือ ทั้งสองคนค้นพบว่าร่างที่ตัวเองกำลังดำรงอยู่นั้น…มันไม่ใช่ร่างของตัวเอง วิญญาณของปลาใหญ่ดั๊นอุตริเข้าไปอยู่ในร่างของเซียน และวิญญาณของเซียนทะลึ่งเข้าไปอยู่ในร่างของปลาใหญ่

ทันทีที่ทั้งสองคนรู้สึกตัวและค้นพบความจริงอันแสนพิสดาร ทั้งเซียน (ที่อยู่ในร่างของปลาใหญ่) และปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างของเซียน) สุดแสนจะช้อค !! (โอ้ว..แม่เจ้าเป็นไปได้อย่างไร???)

ปลาใหญ่รีบบุกมาหาเซียนทันที ในขณะที่เซียนยังมึนๆ อยู่ ปลาใหญ่พยายามจะเขย่าให้วิญญาณของเซียนออกจากร่างตัวเอง ทันใดนั้น น้ำเพชรเข้ามาเห็นพอดี๊…พอดี รีบเข้ามากระชากปลาใหญ่ออกจากเซียน พร้อมกับด่ากระจายไล่ให้ปลาใหญ่ออกไปไกลๆ จากเซียน (เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองคนสลับร่างกันอยู่) ปลาใหญ่พยายามจะอธิบาย แต่ยิ่งพูด น้ำเพชรยิ่งคิดว่าเขาบ้า เซียนได้ทีรีบสวมรอยเป็นปลาใหญ่ทันที และไล่ปลาใหญ่ออกไป ทำให้ปลาใหญ่แค้นสุดๆ เขาจะต้องหาทางกลับคืนสู่ร่างเดิมให้ได้

หลังจากการสลับร่างที่สุดแสนพิลึกกึกกือเริ่มต้นขึ้น ชีวิตของเซียน (ในร่างปลาใหญ่) และชีวิตของปลาใหญ่ (ในร่างเซียน) ก็ต้องพบกับความโกลาหลอลหม่านมากมาย เรียงหน้ากระดานเข้ามาจนรับแทบไม่ไหว เซียนตื่นเต้นกับความรวยได้ไม่นาน เขาก็ค้นพบว่าชีวิตมหาเศรษฐีหมื่นล้านสุดแสนจะน่าเบื่อ งานก็หนัก ต้องมีประชุมมากมาย ประชุมแต่ละทีก็มีแต่เรื่องเครียด คิดหัวแตกก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง เอกสารที่ต้องเซ็นก็มีนับไม่ถ้วน และไม่ว่าเขาจะเซ็นสักกี่ครั้ง ก็เซ็นไม่เหมือน เช็คไม่ผ่าน ทั้งบริษัทวุ่นวายไปหมด ยิ่งไปกว่านั้น…ทั้ง เกริกก้อง จันทร์ทิพย์ (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) และ รัญญา ยังหาเรื่องเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องทำให้เสียหน้า ทำให้เสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ จนเซียนแทบจะอยากออกจากร่างเศรษฐีหมื่นล้าน แล้วกลับไปเป็นไอ้เซียนคนเดิม

สิ่งเดียวที่ทำให้เซียนมีความสุข คือการได้อยู่ใกล้น้ำเพชร ราวกับความฝันที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นจริง เซียนใช้ความเป็นปลาใหญ่หาโอกาสอยู่กับน้ำเพชรสองต่อสอง ใช้หน้าที่การงานไปหาเธอที่บ้าน อ้างว่ามีงานด่วน แล้วไปโชว์รวยต่อหน้าเติมศักดิ์และกิมฮวยด้วยความสะใจ แรกๆน้ำเพชรก็ตื่นเต้นที่เจ้านายสุดที่รักดูเหมือนจะมีใจให้อย่างคาดไม่ถึง แต่หลังๆ เธอเริ่มรู้สึกว่ามันมากจนผิดสังเกต ประกอบกับบุคลิกภาพก็แตกต่างราวกับคนละคน ยังไง๊…ยังไง มันก็ไม่ใช่คุณปลาใหญ่ที่เธอเคยรู้จัก แต่มันช่างคลับคล้ายคลับคลากับ (ไอ้)เซียนเสียเหลือเกิ๊น…(ยังไงกันเนี่ย?) แต่ในความต่างมันกลับทำให้เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งอารมณ์ขันและคารมที่สุดแสนจะลื่นไหล ทำให้เธออารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทางด้านปลาใหญ่ (ตัวจริง) พยายามจะหาทางบอกความจริงกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นป้าสายไหม ยายปิ่น สายพิณ มอมแมม ชายสี่ ป๋อง ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า “เซียนสมองเสื่อม” หลงว่าตัวเองเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน เจ้าของโรงงานผ้าไหมอันโด่งดัง ยิ่งปลาใหญ่อธิบาย ทุกคนก็ยิ่งคิดว่าสมองเขาผิดปกติ เขาจึงเลือกที่จะหยุดและหาทางพิสูจน์ด้วยวิธีอื่น ปลาใหญ่พยายามติดต่อน้ำเพชรที่บ้าน และขอให้เธอช่วย แต่น้ำเพชรกลับไล่ตะเพิดราวกับเขาเป็นไอ้โรคจิต ทำให้เขารู้ว่าน้ำเพชรไม่ได้เป็นแฟนกับเซียนแต่เธอแอบชอบเขา และปลาใหญ่ก็ต้องช็อกหนักเมื่อรู้ว่าเซียนแอบชอบน้ำเพชร และใช้ร่างของเขาตามจีบน้ำเพชร ปลาใหญ่อาละวาดใส่เซียน พยายามจะให้เซียนยอมรับว่าเกิดการสลับร่าง แต่เซียนทำเนียนไม่ยอมรับ แถมยังด่าว่าปลาใหญ่เพี้ยน น้ำเพชรยิ่งไม่พอใจและไล่ปลาใหญ่กลับไป พร้อมทั้งให้ตำรวจมาเฝ้าหน้าบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอ

ปลาใหญ่เปลี่ยนเป้าไปที่ครรชิต เขาพยายามขอพบครรชิตเพื่อบอกความจริง แต่โดนเซียนกลั่นแกล้งสารพัด ทำให้ทั้งสองคนไม่ได้เจอกัน เซียนติดรูปตัวเองไว้หน้าโรงงาน และหน้าบ้าน ห้ามไม่ให้เข้ามาใกล้ทุกคนที่อยู่แวดล้อมและครรชิตอย่างเด็ดขาด ความแสบของเซียนทำให้ปลาใหญ่สุดเครียด โดยเฉพาะเวลาเห็นข่าวความเสียหายของบริษัทที่ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ปลาใหญ่รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของเกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญา แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว เว้นแต่…สายพิณ

เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รู้ว่าเซียนเปลี๊ยนไป ดูเงียบ ขรึม จริงจัง และไม่ออกไปไร้สาระกับสามสหาย ที่สำคัญ ยังมีความรู้และมีรสนิยมดีอย่างแปลกประหลาด ปลาใหญ่สุดดีใจ ถึงแม้สายพิณพูดได้ไม่เต็มปากว่าเธอเชื่อเรื่องการสลับร่าง แต่เธอยินดีจะช่วยเขาค้นหาความจริง และกลับคืนสู่ร่างเดิม ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน และความอ่อนหวานบวกกับน้ำใจอันดีของสายพิณ ทำให้ปลาใหญ่รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ และทุกครั้งที่เขามีเรื่องกลุ้มใจ คนแรกที่เขาคิดถึง คือเธอ ผู้หญิงแสนธรรมดา ฐานะค่อนข้างยากจน คนที่เขาคงไม่มีโอกาสได้พบ ถ้ายังคงเป็น “คุณปลาใหญ่” ไฮโซฯ หมื่นล้าน แต่ปลาใหญ่ต้องแอบจ๋อยๆ …เมื่อรู้ว่าสายพิณแอบชอบพี่เซียน และที่เธอช่วยเขาเพราะต้องการได้พี่ชายสุดเลิฟคนเดิมกลับคืนมา

ทางด้านเซียน เริ่มเครียดหนักพอกัน เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในร่างปลาใหญ่ เขาไม่สามารถทำงานที่ปลาใหญ่เคยทำได้ ประกอบกับน้ำเพชร ครรชิต เกริกก้อง รัญญา และจันทร์ทิพย์ เริ่มระแคะระคายว่าเขาเปลี๊ยนไป ในขณะที่เซียนกำลังเครียด เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าสายพิณเข้ามาทำงานเป็นพนักงานของโรงงานผ้าไหม เซียนลืมตัว แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สายพิณยิ่งปักใจ แต่เมื่อเธอซักไซ้ เซียนกลับไม่ยอมรับและเอาตัวรอดไปอย่างกะล่อน สายพิณยอมเข้าไปทำงานในโรงงานเพื่อหาช่องทางช่วยปลาใหญ่ และเธอยังพยายามอธิบายให้สามสหาย ป๋อง มอมแมม และชายสี่ รวมทั้งสายไหมและปิ่น เห็นใจปลาใหญ่ จนทุกคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง เพราะความเฮฮาไร้สาระไม่เคยปรากฏหลังจากเซียนประสบอุบัติเหตุ แถมยังพูดจาดูดีมีการศึกษาหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนบอกทางฝรั่งด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว ทุกคนปักใจทันทีว่า…คนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่เซียนแน่นอน !!

ปลาใหญ่เปิดใจเล่าทุกเรื่องให้ทุกคนฟัง โดยเฉพาะเรื่องอันตรายที่เซียนอาจจะได้รับจากเกริกก้องและรัญญา เพราะทั้งสองคนร้ายกาจมากพอที่จะคิดกำจัดเขาเพื่อหวังฮุบโรงงาน ทั้ง ๕ คนจึงตัดสินใจช่วยปลาใหญ่ลากตัวเซียนมายอมรับความจริงและหาทางสลับร่างคืนดั่งเดิม ด้วยความร่วมมือของสายพิณ มอมแมม ป๋อง และชายสี่ ทำให้พวกเขาได้ตัวเซียนมา และเค้นจนเซียนต้องยอมรับอย่างหมดสภาพ พร้อมกับขอร้องให้ปลาใหญ่ช่วยเทรนด์ให้ตัวเองเป็น “คุณปลาใหญ่” ให้ได้ แต่ปลาใหญ่ไม่ยอม เขาต้องการกลับคืนร่างดังเดิมเท่านั้น เซียนจำใจต้องยอมเพราะไม่มีทางออกอื่น

ปิ่น (ปนัดดา โกมารทัต) และสายไหมเป็นเจ้าภาพฝ่ายพิธีการ ทั้ง ๒ คน พยายามหาวิธีเพื่อเรียกวิญญาณกลับคืนร่าง ทำหมดทุกวิธี ทั้งไสยศาสตร์ พุทธศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ชาวบ้าน) แต่ไม่สัมฤทธิ์ ไม่ว่าจะใช้ศาสตร์ทางด้านไหน ทั้งสองคนก็ไม่ยอมกลับคืนร่างตัวเอง จนยายปิ่นสรุปปิดท้ายว่า “มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่มีวิธีอื่น เมื่อหมดกรรมแล้ว ก็คงจะได้กลับคืนร่างเดิม” บทสรุปยายปิ่น ทำให้ปลาใหญ่ถึงกับอึ้ง มึน และหมดหวัง ต่างกับเซียนที่ใช้ความกะล่อนหว่านล้อมให้ปลาใหญ่ยอมรับสภาพ แล้วช่วยเขาสวมบทบาทคุณหนูหมื่นล้านให้แนบเนียนที่สุด เพื่อดำเนินธุรกิจที่สุดป่วนอยู่ในตอนนี้ พร้อมทั้งหาทางกำจัดครอบครัวเกริกก้องที่จ้องจะฮุบสมบัติอยู่ทุกลมหายใจ

ปลาใหญ่จำใจต้องยอมรับข้อเสนอ โดยเข้าไปทำงานเป็นที่ปรึกษาเซียนอย่างใกล้ชิด สร้างความงุนงงให้กับทุกคน โดยเฉพาะน้ำเพชร…เธอสงสัยอย่างแรง ที่จู่ๆ ไอ้บ้าเซียนก็เข้ามาทำงานเป็นที่ปรึกษานายใหญ่ ข้ามหัวใครต่อใครอีกมากมาย เซียนพยายามให้เหตุผลชื่นชมเซียนต่างๆนานา เพราะหวังว่าถ้าได้กลับร่าง น้ำเพชรจะชอบตัวเองขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะชื่นชมแค่ไหน น้ำเพชรก็ไม่มีทางเชื่อว่าเซียนจะทำงานได้จริง

น้ำเพชรพยายามจับผิดปลาใหญ่ในขณะที่ทำงานให้เซียน แต่ยิ่งเธอจับผิดมากเท่าไหร่ เธอยิ่งแปลกใจมากเท่านั้น เพราะเซียนทำงานได้อย่างดี ไม่มีที่ติ และบางครั้งมันทำให้เธอคิดถึง “คุณปลาใหญ่” เจ้านายหน้าใสที่เธอเคยทำให้ใครกลัวจนตัวสั่น ขณะที่ปลาใหญ่ช่วยงานเซียน เขาต้องเทรนด์เซียนในทุกๆเรื่อง ทั้งบุคลิกภาพ การออกงานสังคม การวางตัว การพูดจา และจ้างครูมาสอนภาษาแบบตัวต่อตัว แต่อย่างเดียวที่เขาไม่ยอมสอน คือปลอมลายเซ็น เพราะฉะนั้น เอกสารทุกฉบับ ปลาใหญ่เป็นคนเซ็นเองทั้งหมด และต้องแอบเซ็นแบบลับๆ เซียนต้องคอยกันไม่ให้น้ำเพชรและครรชิตรู้ แต่แล้วครรชิตก็ล่วงรู้จนได้ เพียงเวลาไม่นานที่ปลาใหญ่เข้ามาช่วยงานเซียน ครรชิตก็รู้ทันทีว่า คุณหนูตัวจริงของเขากลับมาแล้ว!!

เกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญาไม่พอใจที่จู่ๆก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ศัตรู จันทร์ทิพย์ยุให้ใช้ไม้แข็งเพื่อกำจัดปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างเซียน) เกริกก้องอนุมัติ แต่ย้ำว่าอย่าให้เรื่องบานปลาย ปลาใหญ่ถูกทำร้ายอาการสาหัส เซียนเห็นสภาพปลาใหญ่แล้วก็เป็นห่วงร่างกายตัวเอง เขาตัดสินใจจ้างมอมแมม ป๋อง และชายสี่มาเป็นบอดี้การ์ดให้กับเซียนและตัวเอง วันแรกที่ชายสี่มาทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เซียน เขาได้เจอกับรัญญา และตกหลุมรักในทันที ในขณะที่รัญญาทั้งรังเกียจและดูถูกอย่างเห็นได้ชัด แต่ชายสี่ก็ยังหลงละเมอเพ้อพกอย่างไม่เจียมตัว

ในระหว่างที่ปลาใหญ่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เซียนกลับไปแก้แค้นเกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญาด้วยวิธีที่สุดแสนกะล่อน โทษฐานที่ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาต้องมีอันต้องบวมช้ำ เซียนฉีกหน้าทั้ง ๓ คน กลางงานสังคมหรู ทำให้ทุกคนรู้ว่าเกริกก้องอิจฉาหลานชายตัวเองและต้องการจะฮุบสมบัติ กลายเป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั้งวงการ สร้างความสะใจให้กับปลาใหญ่อย่างแรง ปลาใหญ่ขอบใจเซียนที่ตอบโต้คนพวกนั้น ในขณะที่เซียนก็ขอโทษปลาใหญ่ที่เขาเคยไม่ชอบขี้หน้า อีกทั้งยังฉวยโอกาสจากร่างของเขา ปลาใหญ่ให้อภัยแต่ห้ามไม่ให้ทำอีก โดยเฉพาะการใช้ความเป็นเขาตามจีบน้ำเพชร ข้อห้ามที่แสนยาก เซียนอึกอัก ไม่รับปาก และขอร้องให้ปลาใหญ่ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่า จริงๆแล้วเขาไม่ใช่ปลาใหญ่ เซียนรู้ว่าเมื่อความจริงปรากฏ น้ำเพชรคงจะกลับไปเกลียดเขาเหมือนเดิม

เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะคืนสู่ความจริง เขาขอฝันหวานแบบนี้ไปอีกสักพัก ปลาใหญ่รับปากด้วยความเข้าใจ เพราะเขาเองก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ถ้าเขากลับสู่ร่างเดิม สายพิณก็คงจะไม่สนใจเขาเช่นกัน ท่ามกลางม่านหมอกของความรักที่ไม่ลงตัว พายุแห่งความคลั่งแค้นก็เริ่มก่อตัวขึ้น… หลังจากการโดนฉีกหน้ากลางสาธารณะชน เกริกก้องแค้นสุดแค้น เขาสั่งให้จันทร์ทิพย์กำจัดไอ้หลานชายจอมวายร้ายให้สิ้นซาก!!

ในขณะที่เกริกก้องกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการแก้แค้นเซียน รัญญาเริ่มเอะใจกับการเปลี่ยนไปของปลาใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยเห็นเขาตอบโต้แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะโดนรังแกแค่ไหน เขาจะเอาแต่เก็บกด และกดดันตัวเอง แต่จะไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้เด็ดขาด ประกอบกับบุคลิกที่ดูหลุกหลิก คำพูดคำจาที่ดูไม่ค่อยมีการศึกษา และเฮฮาผิดปกติ ทำให้เธอเริ่มสงสัย รัญญาอาศัยชายสี่เป็นเครื่องมือ เธอทำทีเป็นสนใจชายสี่ หาโอกาสอยู่กันสองต่อสอง และแอบล้วงความลับทุกครั้งที่มีโอกาส ชายสี่หลุดจะบอกหลายครั้ง แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทุกที น้ำเพชรเองก็เริ่มสงสัยมากขึ้น เธอรู้สึกว่าเซียน ปลาใหญ่ ครรชิต มอมแมม ป๋อง และชายสี่ รวมหัวกันทำอะไรบางอย่างลับหลังเธอ อีกทั้งจู่ๆก็มีสายพิณโผล่มาดูแลเซียน (ที่จริงๆแล้วเป็นปลาใหญ่) อย่างใกล้ชิด และเซียนก็ดูจะไม่สนใจเธอเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความสงสัยทำให้น้ำเพชรแอบตามสืบว่า จริงๆแล้ว อะไรคือต้นเหตุของการเปลี๊ยนไป…ทำให้ปลาใหญ่และเซียนต้องระวังตัวเองอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไขปัญหาภายในโรงงานที่เกริกก้องพยายามสร้างขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน และจันทร์ทิพย์ยังส่งนักเลงคอยสะกดรอยตาม หวังกำจัดเซียนตามคำสั่งของสามี

รอบตัวเซียนและปลาใหญ่มีความวุ่นวายและอันตรายรายล้อมอยู่ เท่านั้นยังไม่พอ เรื่องของหัวใจยังสร้างความปวดสมองไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อสายพิณได้ล่วงรู้ว่าเซียนชอบน้ำเพชร และพยายามจะใช้ความเป็นปลาใหญ่เพื่อเอาชนะใจเธอ สายพิณไม่พอใจอย่างแรง เพราะผิดศีลธรรม และแอบหึงเล็กๆ สายพิณพยายามจะเปิดโปงความจริงให้น้ำเพชรรู้ แต่เซียนอาศัยความกะล่อนเอาตัวรอดหลบเลี่ยงไปได้อย่างหวุดหวิด ในขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่น้ำเพชรพยายามเข้าใกล้ปลาใหญ่เพื่อสืบความจริง เซียนก็ต้องคอยกีดกัน เพราะกลัวว่าน้ำเพชรจะรู้ความจริง และกลับไปชอบปลาใหญ่เหมือนเดิม

ยิ่งเซียนแสดงอาการหวงน้ำเพชรมากเท่าไหร่ สายพิณก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น และยิ่งสายพิณเสียใจมากเท่าไหร่ ปลาใหญ่ก็ยิ่งจ๋อยมากเท่านั้น…เป็นวงเวียนของรักสี่เส้าที่แสนเศร้าและน่าเห็นใจ ป้าสายไหมและยายปิ่นอาศัยความเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเกิดอะไรขึ้น ยายปิ่นพยายามให้กำลังใจปลาใหญ่ และสารภาพว่าเธอยินดีจะมีเขาเป็นหลานเขยมากกว่าไอ้เซียน ถึงแม้เขาจะยังเด็ก แต่เป็นคนจริงจังและจริงใจ ในขณะเดียว กันก็พยายามจะให้หลานสาวได้รู้ตัวสักทีว่า จริงๆแล้ว เธอไม่ได้ชอบเซียน แต่มันเป็นเพียงความผูกพันและฝังใจ แต่ปลาใหญ่ก็ยังไม่กล้าพอจะสารภาพรัก ในขณะที่สายพิณก็ยังไม่รู้ใจตัวเองดีพอ ยายปิ่นก็ได้แต่ท้อใจ…พูดยังไงก็ไร้ประโยชน์ (เฮอ!) ป้าสายไหมเองก็พยายามจะให้เซียนยอมรับความจริงว่าน้ำเพชรไม่ได้ชอบเขาที่ตัวตนของเขาอย่างแท้จริง การปิดบังต่อไปก็เท่ากับหลอกตัวเองไปวันๆ แต่เซียนเองก็ยังไม่กล้าพอที่จะสารภาพความจริงกับเธอและแล้ว…การปิดบังก็เดินทางมาถึงสุดทาง

เมื่อน้ำเพชรจับได้ว่า…แท้จริงแล้ว เซียนและปลาใหญ่สลับร่างกันตามที่เธอสงสัย และทุกคนรู้ความจริงหมดแล้ว ยกเว้นเธอ น้ำเพชรอาละวาดใส่เซียน (ที่อยู่ในร่างปลาใหญ่) อย่างแรง ทั้งด่า ทั้งตบตี ด้วยความโกรธ และอายสุดจะบรรยาย น้ำเพชรเสียฟอร์มอย่างหนักที่ตัวเองสารภาพว่าชอบปลาใหญ่ ในขณะที่เขาอยู่ร่างของเซียน แล้วยังแสดงกริยาดูถูกเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซียน น้ำเพชรตัดสินใจลาออกทันที และเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน ถึงแม้เซียนจะตามง้อ ตามขอโทษ แต่น้ำเพชรก็ไม่ยอมพูดด้วย แถมยังไล่ตะเพิดจนเปิดเปิง ปลาใหญ่ลงทุนมาขอโทษแทนเซียน น้ำเพชรก็ยังไม่ยกโทษให้ แถมด่ากลับ และประกาศว่าเธอเลิกชอบเขาแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบเด็ก !! และจะไม่มีวันกลับไปทำงานอีกเด็ดขาด เซียนสุดแสนเสียใจ ได้แต่เก็บตัวเงียบ สายพิณถึงได้รู้ว่าเซียนรักน้ำเพชรมาก และไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเขาได้ สายพิณตัดใจจากเซียน และคืนสภาพกลายมาเป็นน้องสาวดังเดิม

รัญญาแอบมอมเหล้าชายสี่ พร้อมกับใช้เสน่ห์หญิงเย้ายวนจนเขาเคลิ้มและบอกเรื่องสลับร่างอย่างหมดเปลือกโดยไม่รู้ตัว รัญญารีบนำความจริงมาบอกเกริกก้องและจันทร์ทิพย์ทันที พร้อมกับถีบหัวชายสี่ทิ้งอย่างไม่ไยดี ทั้งสองคนแทบไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นจริง แต่จากการทดสอบ และนึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากอุบัติเหตุ ทั้งสองคนเริ่มเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้สูง เกริกก้องจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการกำจัดเซียน (ในร่างปลาใหญ่) มาเป็นกำจัดปลาใหญ่ (ในร่างเซียน) ทันที เพราะถ้ากำจัดวิญญาณเซียนที่อยู่ในร่างปลาใหญ่ แต่วิญญาณปลาใหญ่ที่อยู่ในร่างเซียนก็ยังอยู่ และเขาอาจจะกลับมาแก้แค้นได้ แต่ถ้ากำจัดวิญญาณของปลาใหญ่ในร่างเซียนได้ เขาจะใช้เงินซื้อเซียนและสั่งให้ใช้ความเป็นปลาใหญ่ทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการได้ไม่ยาก

ทั้ง ๓ คน วางแผนชั่วร้ายอย่างเลือดเย็น โดยไม่ได้รู้ว่าเลยว่าน้ำเพชรแอบมาได้ยินโดยบังเอิญ ขณะที่เธอเข้ามาเก็บของในที่ทำงานตอนกลางคืน น้ำเพชรรีบหนีกลับบ้านด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว แผนการสั่งเก็บปลาใหญ่ดังกึกก้องในสมอง น้ำเพชรลังเลว่าจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ดี หรือจะวางเฉยแล้วปล่อยให้มันเป็นไป เพื่อเป็นการแก้แค้นที่โดนหลอกมาตลอด แต่แล้วความดีงามก็ชนะ น้ำเพชรมาหาปลาใหญ่และบอกสิ่งที่รับรู้มา ปลาใหญ่ขอบใจและดีใจที่น้ำเพชรเห็นใจและให้ความร่วมมือ ในแวบนั้นเอง…น้ำเพชรเริ่มรู้ว่า จริงๆแล้ว คนที่เธอเป็นห่วงไม่ใช่แค่ปลาใหญ่แต่เป็นเซียน ผู้ชายที่เธอไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียว น้ำเพชรเริ่มค้นเข้าไปในใจของตัวเอง จนพบว่าเธอมีความสุขทุกครั้งเวลาที่อยู่กับเซียน เขาคือผู้ชายคนเดียวที่ทำให้เธอหัวเราะได้อย่างสุดเสียง คนที่เธอชอบ คือผู้ชายที่สุดแสนจะเฮฮา…ไม่ใช่ปลาใหญ่ เด็กน้อย หน้าใสผู้เคร่งขรึม น้ำเพชรรู้ใจตัวเอง แต่มันสายเกินไป เพราะเซียนแวะมาหาป้าสายไหมที่บ้าน และเห็นตอนน้ำเพชรคุยกับปลาใหญ่พอดี ด้วยความสนิทสนมของทั้ง ๒ คน ขณะกำลังคุยกัน ทำให้เซียนเข้าใจผิดคิดว่าน้ำเพชรยังคงชอบปลาใหญ่อยู่เหมือนเดิม เซียนถึงกับจ๋อย และยอมทำตามที่ป้าสอน คือรับสภาพความจริง เลิกตอแยน้ำเพชร พยายามจะตัดใจจากเธอ ถึงแม้จะเศร้าแต่เขาก็ต้องทำให้ได้

หลังจากที่ปลาใหญ่ล่วงรู้แผนการของสามคนพ่อแม่ลูก และชายสี่มาสารภาพเรื่องที่โดนมอมเหล้าล้วงความจริง ชายสี่ทั้งรู้สึกผิดและเสียใจที่โดนหลอกใช้ เขาน่าจะเชื่อมอมแมมและป๋องที่พยายามเตือนว่ารัญญาไม่จริงใจกับเขา จากความรักกลายเป็นความแค้น ชายสี่ประกาศว่าจะต้องหาโอกาสสั่งสอนรัญญาให้ได้ !! ปลาใหญ่เรียกทุกคนมาประชุมระดมหัวสมอง ทั้งครรชิต เซียน สายพิณ มอมแมม ป๋อง และชายสี่ โดยมีน้ำเพชรเป็นสมาชิกใหม่เข้าร่วมก๊วน เซียนดีใจที่น้ำเพชรมา แต่ดีใจได้ไม่นานก็กลับมาเศร้าเหมือนเดิม เพราะคิดว่าน้ำเพชรมาเพราะต้องการช่วยปลาใหญ่ ในขณะที่น้ำเพชรเองก็แปลกใจที่เซียนดูเงียบๆ ผิดปกติ

ในการสุมหัวเพื่อเตรียมรับมือกับแผนการร้ายครั้งนี้ เซียนอาศัยความเจ้าเล่ห์และแสนกล คิดแผนที่คนอื่นคิดไม่ได้ ทำให้ทุกคนต้องอึ้ง ไม่เว้นแม้แต่น้ำเพชรยังต้องยอมรับในความฉลาดของเซียน เซียนวางแผนให้น้ำเพชรเป็นนกต่อ ขอเข้าพบสามคนพ่อแม่ลูก โดยทำทีเป็นร้องห่มร้องไห้ พร้อมทั้งเล่าความจริงเกี่ยวกับการสลับร่างให้พวกนั้นฟัง และบอกว่าแค้นใจที่โดนเซียนหลอก จึงขอมาอยู่ด้วยเพราะต้องการแก้แค้นทั้งเซียนและปลาใหญ่ รัญญาเป็นคนแรกที่เชื่อเพราะจำได้ว่าตอนเมา ชายสี่เผลอพูดเรื่องที่น้ำเพชรโกรธออกมา เกริกก้องและจันทร์ทิพย์เลยเชื่อตามไปด้วย

น้ำเพชรยังบอกอีกว่าเซียนขอร้องให้เธอกลับมาทำงาน และเธอตัดสินใจกลับมาเพราะจะทำให้การแก้แค้นง่ายขึ้น น้ำเพชรเล่นละครได้อย่างแนบเนียนจนทุกคนยอมรับ เกริกก้องมอบหมายให้น้ำเพชรเป็นคนขับรถพาเซียนและปลาใหญ่ขึ้นเขาไปทางเชียงราย โดยให้อ้างว่าจะพาไปดูแหล่งผลิตไหมที่ใหม่ เพื่อนำมาใช้ในโรงงาน น้ำเพชรยอมทำแต่โดยดีเธอขับรถพาเซียนและปลาใหญ่ไปตามคำสั่ง และจอดรถไว้ในจุดที่เกริกก้องบอกไว้ หลังจากจอดรถแล้ว น้ำเพชรเดินลงจากรถโดยปล่อยให้ปลาใหญ่และเซียนนั่งอยู่บนรถเหมือนเดิม และไม่กี่นาทีต่อมาก็มีรถบรรทุกคันโตขับพุ่งพรวดมาอย่างเร็ว ตรงเข้ามาที่รถของน้ำเพชร พร้อมทั้งชนเข้าอย่างจัง ลากยาวต่อไปจนรถตกเขา น้ำเพชรได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้นเอง คนขับรถบรรทุกก็วิ่งลงจากรถและหนีไปอย่างรวดเร็ว

ที่กรุงเทพฯ…เกริกก้องและจันทร์ทิพย์รับโทรศัพท์รายงานจากคนขับรถด้วยความสะใจ ที่รู้ว่าแผนการสำเร็จ ทั้งเซียนและปลาใหญ่ตกเหวลงไปพร้อมกัน รับประกันว่าตายชัวร์ รัญญารู้ข่าวก็ดีใจ เตรียมชุดดำสำหรับไปงานศพทันที แต่ทั้งสามคนก็ดีใจได้ไม่นาน…เมื่อเซียนและปลาใหญ่ปรากฏตัวขึ้น พร้อมทั้งเปิดโปงว่ารู้แผนการทั้งหมด พร้อมทั้งมีเทปบันทึกเสียงตอนเกริกก้องสั่งให้น้ำเพชรขับรถไปจอดไว้ในจุดที่เกิดเหตุ และยังบอกอีกว่าตอนนี้คนขับรถถูกจับแล้ว เพราะป๋อม มอมแมม และชายสี่ดักรออยู่ที่เชียงใหม่ เซียนบอกว่าจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจ โทษฐานจ้างวานฆ่า !! เกริกก้องโกรธจัด รับไม่ได้ที่โดนเด็กเมื่อวานซืน และน้ำเพชรรวมหัวกันมาหลอก เกริกก้องคว้าปืนในลิ้นชักโต๊ะทำงานและพุ่งเข้ารวบตัวปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างเซียน) พร้อมกับประกาศว่าจะไม่มีวันยอมแพ้เป็นอันขาด ถ้าเขาจะต้องติดคุก ปลาใหญ่ก็จะต้องตาย !!

เซียนตกใจอย่างแรง พยายามหว่านล้อมสารพัด แต่เกริกก้องไม่ยอม ลากตัวปลาใหญ่ออกไปที่ดาดฟ้าของตึก เซียนรีบตามไป จันทร์ทิพย์และรัญญาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รัญญามีสติก่อน รีบวิ่งตามไปบนดาดฟ้า เกริกก้องบังคับให้ปลาใหญ่กระโดดลงไป หวังจะให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ปลาใหญ่ไม่ยอม เกริกก้องกำลังจะเหนี่ยวไก ในขณะที่เซียนกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งปืน รัญญาวิ่งพรวดออกมา และตะโกนเรียกเกริกก้องเพื่อให้ระวังตัว ทำให้เกริกก้องชะงักหันมาทางเซียน ปลาใหญ่ได้จังหวะเบี่ยงตัวหลบวืด เกริกก้องตกใจ หันกลับมาทางปลาใหญ่ และในวินาทีนั้นเอง เขาเหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็ว ลูกกระสุนพุ่งตรงเข้าที่หน้าอกของปลาใหญ่…เปรี้ยงงงงง !! แรงกระสุนดันให้เกริกก้องเสียหลักเซมาที่ริมขอบตึก และหล่นวูบลงไปทันที…ตุ๊บ!! เกริกก้องเสียชีวิตทันที ในขณะที่ปลาใหญ่ล้มลง…ฟึ่บ ! เซียนตกใจ กำลังจะวิ่งออกไปช่วย ทันใดนั้น เสียงปืนนัดที่สองก็ดังขึ้น… เปรี้ยงงงงง !! รัญญาร้องกรี๊ด เซียนหันไปเห็นจันทร์ทิพย์ยืนถือปืนอยู่ แววตาเลื่อนลอย น้ำตาไหลพราก ร่างของเซียนค่อยล้มลง…ฟึ่บ ! จันทร์ทิพย์หันปืนมาที่รัญญา…ครวญคร่ำออกมา
“ไหนๆ พ่อก็ตายแล้ว เราสองคนแม่ลูกก็ไปตามพ่อเถอะนะลูก”

รัญญาตกใจ ร้องไห้อย่างไร้สติ จันทร์ทิพย์กำลังจะเหนี่ยวไก ทันใดนั้นเอง ชายสี่ก็พุ่งพรวดเข้ามาและเอาตัวเองรับกระสุนปืนไว้อย่างเฉียดฉิว…เปรี้ยงงง!! รัญญาร้องกรี๊ด !! สิ้นเสียงรัญญา ตำรวจและครรชิตก็วิ่งพรวดเข้ามา ตำรวจล๊อกตัวจันทร์ทิพย์ไว้ ในขณะที่ครรชิตรีบเข้าไปดูปลาใหญ่และเซียนที่นอนเลือดอาบอยู่บนพื้น จันทร์ทิพย์ถูกตำรวจจับดำเนินคดี ในสภาพเพ้อคลั่งอย่างเสียสติ รัญญารีบเข้าไปดูชายสี่ ถึงแม้จะโดนยิงในตำแหน่งที่ไม่สำคัญ แต่เธอยอมรับว่าเขาเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ รัญญาขอบคุณชายสี่ และขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับเขา ชายสี่ดีใจก่อนจะสลบไป รัญญาถูกตำรวจพาตัวไปสอบปากคำ เซียนและปลาใหญ่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการโคม่าพร้อมกัน สายพิณ ยายปิ่น ป้าสายไหม ครรชิต มอมแมม ป๋อง น้ำเพชร และชายสี่ (หลังจากที่ได้สติและทำแผลเรียบร้อยแล้ว) ทุกคนยืนรอฟังผลอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความระทึกใจ

ในขณะที่หมอกำลังกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าอยู่นั้น จิตและวิญญาณถูกกระชากเข้าสู่ร่างอีกครั้ง สวรรค์ยังใจดี ทำให้ทั้งสองคนกลับมามีสติอีกครั้ง เซียนและปลาใหญ่ถูกนำตัวไปพักฟื้นในห้องคนป่วย ทันทีที่รู้สึกตัว…ทั้งสองคนได้ค้นพบว่าการสลับร่างได้จบสิ้นลงแล้ว…ปลาใหญ่และเซียนต่างกลับมาสู่ร่างของตัวเอง ทั้งสองคนต่างดีอกดีใจที่เรื่องวุ่นวายจบลงได้สักที แต่หลังจากดีใจได้ไม่นาน ทั้งสองคนก็ต้องกลุ้มใจ ถึงแม้จะเคลียร์ปัญหาเรื่องเกริกก้องได้แล้ว แต่เรื่องหัวใจยังไม่ได้เคลียร์ ปลาใหญ่สารภาพเรื่องสายพิณ และยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยจีบผู้หญิงหรือสารภาพรักกับหญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เซียนเสนอว่าจะช่วย แต่ปลาใหญ่จะต้องมีของแลกเปลี่ยน เซียนเรียกสายพิณมาคุย และโกหกว่าตัวเองยังเป็นปลาใหญ่อยู่ เซียนทำเป็นขรึมและสารภาพรักกับสายพิณ ตามที่ปลาใหญ่สารภาพให้เซียนฟัง สายพิณฟังแล้วก็ดีใจ ร้องไห้ และสารภาพว่าตัวเองก็ชอบปลาใหญ่ และไม่ว่าเขาจะอยู่ในร่างไหนก็ตาม สายพิณพูดจบ กำลังจะโผกอดเซียน ปลาใหญ่ก็ตะโกนห้ามขึ้น และรีบเข้ามาสารภาพความจริงว่า ทั้งสองคนกลับคืนร่างเดิมแล้ว สายพิณดีใจและโผเข้ากอดปลาใหญ่ตัวจริง เซียนเห็นน้องสาวมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขตามไปด้วย

เรื่องของสายพิณลงเอยได้ด้วยดี ปลาใหญ่ก็ต้องทำตามสัญญา เขาเปิดร้านคาร์แคร์ครบวงจรให้เซียน และสอนเขาทำธุรกิจ โดยให้ครรชิตเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เซียนพยายามปรับปรุงตัวเอง และทำงานอย่างตั้งใจจนกิจการเริ่มมั่นคง ในคาร์แคร์มีส่วนของร้านอาหารโดยให้มอมแมมดูแล มีร้านอินเตอร์เนตให้ชายสี่ดูแล ส่วนป๋องทำหน้าที่เจ๊าะแจ๊ะรับลูกค้า เซียนเปลี่ยนไปจนป้าสายไหมชื่นใจ

ทางด้านรัญญา หลังจากหลุดรอด ไม่ถูกดำเนินคดี เพราะจันทร์ทิพย์ยอมรับผิดทุกอย่าง เธอรับไม่ได้กับการสูญเสีย รีบเก็บของและหนีออกนอกประเทศไปทันที ก่อนไปรัญญาแวะไปล่ำลาชายสี่ ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกัน ชายสี่ขอให้อยู่ต่อ เขาจะลองพูดกับปลาใหญ่เพื่อให้เธอกลับมาทำงานเหมือนเดิม แต่รัญญาไม่อยากอยู่ อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ รัญญาขอบคุณที่ชายสี่มีน้ำใจและไม่รังเกียจเธอ ชายสี่บอกว่าจะเก็บเงินแล้วไปหาเธอ รัญญาไม่ตอบ บอกแค่ว่า “จะรอดูว่าจะทำได้หรือเปล่า” ทั้งสองแยกจากกันโดยไม่มีข้อสรุปใดๆ นอกจากความเข้าใจอันดี

สำหรับน้ำเพชร…ในระหว่างที่เซียนไปก่อร่างสร้างตัว หายไปจากชีวิต เธอรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง อยากจะถามจากปลาใหญ่แต่ก็ไม่กล้า ในวันที่เซียนพร้อมเจอน้ำเพชร ปลาใหญ่ทำทีเป็นสั่งให้เธอนำรถไปส่งเช็คที่คาร์แคร์ของเซียน ในขณะที่นั่งรออยู่นั้น เซียนก็ปรากฏตัวขึ้น น้ำเพชรแปลกใจ และเอ่ยปากต่อว่าด้วยความไม่พอใจที่อยู่ๆ เซียนหายไป เซียนต้องอธิบายให้เข้าใจว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และมีค่าคู่ควรกับเธอ ตอนนี้เขาพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก น้ำเพชรถึงกับน้ำตาซึมด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าเซียนจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ เซียนสารภาพความรู้สึกจนหมดเปลือก พร้อมทั้งบอกว่า เธอคือคนที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น น้ำเพชรโผเข้ากอดเซียน และร้องไห้ด้วยความดีใจ เซียนทั้งดีใจและโล่งใจที่น้ำเพชรยอมรับเขาที่เป็นตัวเขาอย่างแท้จริง !!

และแล้ว…ความโกลาหลอลหม่านที่ผสานทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และอันตรายรอบด้านก็ลงเอยอย่างดี ด้วยประการฉะนี้