Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

อุบัติเหตุ 2526

อุบัติเหตุ พ.ศ. 2526

เรื่องราวความรักของวิศนีหญิงสาวที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบทุกอย่างทางด้านฐานะและเงินทอง เพียงแต่ตลอดชีวิตของเธอไม่เคยได้รับความรักที่สมบูรณ์เพราะเติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน หนำซ้ำพ่อยังส่งเธอไปเรียนที่เมืองนอก จนเมื่อเธอเรียนไม่จบจึงถูกตามตัวกลับมาและได้พบกับอารุมชายผู้ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งเริ่มต้นจากศูนย์แต่ก็ยังไม่พอใจนนทลีย์ซึ่งเป็นคนรักของเขา เมื่อเริ่มทำงานด้วยกันวิศนีย์และอารุมก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจากความผิดพลาดหลาย ๆ อย่างก็ได้นำพาทั้งคู่ให้พบกัน และเริ่มเข้าใจซึ่งกันและกัน การพบกันของคนบางครั้งก็เริ่มต้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เราไม่ได้ตั้งใจ

นักแสดง

พล พลากร แสดงเป็น อารุม
มนฤดี ยมาภัย แสดงเป็น วิศนีย์
สาริกา สนธิกาญจน์ แสดงเป็น นนทลีย์
ยมนา ชาตรี แสดงเป็น เดชชาติ
กำธร สุวรรณปิยะศิริ แสดงเป็น อำนวย

เพลงละคร อุบัติเหตุ

คําร้อง/ทํานอง: มนัส ปิติสานต์
ขับร้อง: ประภาศรี ศรีอําภา

ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันฆ่าทําไม ฉันไม่ได้ไร้คุณธรรม
เป็นอุบัติเหตุ ไม่เจตนากระทํา โปรดอย่าปรักปรํา ฉันจะสร้างกรรมทําไม
ฉันต้องกลายเป็นฆาตกร เหตุการณ์ตามหลอน ไม่เว้นวาย
เธอต้องเสียขวัญ เธอต้องขวัญหาย อุบัติเหตุมีวันใด ฉันขอไถ่โทษคืน (ซ้ำ)
ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันฆ่าทําไม อุบัติเหตุมีวันใด ฉันขอไถ่โทษคืน

นวลนางข้างเขียง 2536

นวลนางข้างเขียง เป็นเรื่องราวชีวิตของหญิงสาวผู้อยู่กับเขียงหมู แต่ผันแปรไปเป็นนางแบบโฆษณาขายแชมพูเพราะความงามของเส้นผม ความรักของเธอกับจิตกรหนุ่มผู้รักอิสระ มันจะดำเนินไปเช่นไร

รายชื่อนักแสดง นวลนางข้างเขียง

1.ยุทธพิชัย ชาญเลขา แสดงเป็น ไพรัช
2.ชฎาพร รัตนกร แสดงเป็น หมวย
3.สมฤทัย กล่อมน้อย แสดงเป็น อัญชลี
4.ทนงศักดิ์ ศุภการ
5.ยุวดี เรืองฉาย
6.ชลวิทย์ สุขอุดม
7.เด่น ดอกประดู่
8.อัญชลี ไชยศิริ
9.ปทุมวดี โสภาพรรณ
10.นารถวลี ศรีสกุล
11.อนุชา อึงวัฒนา
12.หม่ำ จ๊กม๊ก
13.อติเทพ ฤทธิ์ไกวัล
14.ศิริวรรณ ทองแสง
15.ชลลพรรษ พจนวิจิตร
16.ลกมล ศรัทธาทิพย์
17.ธิติยา นพพงษากิจ
18.กนกวรรณ ปุรานนท์
19.เกษริน พูลลาภ
20.เพ็ญศิริ สุภาพันธ์
21.ลัดดาวรรณ์ สนธิ
22.พรอนนันต์ ศรีจันทร์
23.ด.ญ.เกศสุดา ลวงศรีราช
24.ด.ช.ยุทธศักดิ์ ศิริสุวรรณรัตน์

เมืองโพล้เพล้ 2535

เมืองโพล้เพล้ เป็นเมืองที่อยู่บนเส้นคาบเกี่ยวของการเปลี่ยนแปลงจากความคิดของคน หลายกลุ่ม ซึ่งต่างก็หวังให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ หลายบุคลิกในแต่ละ ตัวละครนำเสนอความคิดที่น่าสนใจ แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน
 
นักแสดง เมืองโพล้เพล้
 
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ แสดงเป็น กำนันโดด
กมลชนก โกมลฐิติ แสดงเป็น ป่านา
อนันต์ บุนนาค
จามจุรี เชิดโฉม
โน้ต เชิญยิ้ม

ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2535 ถึง วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535

เบญจรงค์ห้าสี 2539

เบญจรงค์ห้าสี เป็นละครชีวิตผู้หญิง 5 คนที่ไม่ใช่พี่น้องกัน แต่มาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน บทที่แหม่มได้รับเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่ไปเจอคุณจร (ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) หลอกแต่งงาน พอมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก็ถูกทุบตีทารุณ เรารักเขามาก แต่สุดท้ายอยู่ด้วยกันไม่ได้ ทำให้เลิกรากันไป เป็นผู้หญิงที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก ยายจะเป็นพี่ใหญ่ของผู้หญิงอีก 4 คน เพราเป็นผู้ใหญ่และคอยดูแลน้องๆในบ้าน  ผู้หญิงทั้ง 5 คนจะมีชีวิตแตกต่างกันออกไป
 
นักแสดง เบญจรงค์ห้าสี
 
จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น มนสินี (ยาย)
ชฎาพร รัตนากร
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์
ฌัชฌา รุจินานนท์
รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์
ศตวรรษ เมทนี
ขจรศักดิ์ รัตนนิสับ
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์
นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร

 

 

เจ้าสัวน้อย 2543

เจ้าสัวน้อย เป็นเรื่องราวของเด็กสาว คือ น้อย ที่ต้องทำตัวเป็นผู้ชาย เพราะเกิดมาในครอบครัวคนจีน ที่ปู่ต้องการ
กิมซัว และ เก้าเป็นเพื่อนรักกัน มาจากเมืองจีน มาทำหากินในประเทศไทย กิมซัวทำธุรกิจค้าไม้ ส่วนเก้าค้าเหล็กเส้น ทั้งคู่ร่ำรวยขึ้นมาพร้อมๆ กัน เก้ามีลูกชายชื่อจำลอง ส่วนกิมซัว มีลูกชายคนเดียวเช่นกันชื่อสนิท จำลอง แต่งงานกับสาวลูกคนจีนด้วยกัน มีลูก 2 คน คนโตเป็นชายชื่อเสรี คนเล็กเป็นหญิงชื่อ ชฎาทิพ กิมซัวหมายมั่นปั้นมือจะให้สนิท แต่งงานกับ "ลั้ง" หรือ เพลินจันทร์ ลูกสาวของเพื่อนชาวจีนในแวดวงธุรกิจ แต่แล้ววันหนึ่งสนิทก็พามรกต ภรรยาสาวชาวไทยแท้ๆ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ มาพบกับกิมซัวและบอกว่าเขาต้องแต่งงานกับเธอ กิมซัวผิดหวังมาก เพราะฝังใจกับธรรมเนียมจีนโบราณที่คนจีน ต้องแต่งงานกับคนจีนด้วยกัน และต้องมีลูกชายหรือหลานชาย เพื่อสืบสกุล สนิทอ้อนวอนจนกิมซัวยอมให้มรกตอยู่ที่บ้านได้ โดย มีเงื่อน ไขว่าถ้ามรกตคลอดลูกเป็นหญิง มรกตต้องออกจากบ้านทันที แล้วสนิทจะต้องแต่งงานกับเพลินจันทร์ด้วย สนิทยอมรับปาก อย่างจำยอม เขารักมรกตมาก ทั้งรักและสงสารจนไม่อาจจะทิ้งเธอไปได้ สนิทกับมรกตยอมให้เพศของลูกเป็นเครื่องกำหนด โชคชะตา ข่าวนี้รู้ไปถึงเก้า เพื่อนสนิทกิมซัว เก้าเป็นคนสมัยใหม่ปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดี เขาพยายามพูด เพื่อให้กิมซัว เปลี่ยนใจ ยอมรับมรกตเป็นสะใภ้โดยไม่มีข้อแม้ แต่กิมซัวไม่ยอม ยังคงยึดมั่นถือมั่นอยู่ในเรื่องต้องการหลานชายเพื่อสืบสกุล
 
จนคืนหนึ่งมรกตเจ็บท้อง สนิทพามรกตไปโรงพยาบาล โดยมีนมคิ้ม แม่นมซึ่งเคยเลี้ยงสนิทมาตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้กิมซัวให้คิ้ม มีหน้าที่ดูแลมรกตกับลูกแทน ด้วยความสงบเสงี่ยมอ่อนหวาน น่ารักของมรกต ทำให้คิ้มรักมรกตไม่ต่างจากที่รัก เจ้าสัวสนิท ซึ่งเคย เลี้ยงมาราวกับลูก กิมซัวจะไปโรงพยาบาลด้วย แต่สนิทไม่ยอม แต่เมื่อกิมซัวโทรมาถามสนิท แล้วสนิทส่งโทรศัพท์ให้คิ้ม ตอบกิมซัว เอง คิ้มกลับไม่พูดความจริง ด้วยความรักและ สงสารที่มีต่อสนิทกับมรกต นางตอบกิมซัวสั้นๆ ว่า กิมซัวได้ "เจ้าสัวน้อย" ซึ่งโดย ทั่วไป "เจ้าสัว"จะเป็นคำเรียกสำหรับลูกชายเท่านั้น วันที่สนิทพาลูกกลับบ้าน เขาแต่งตัวให้เด็กน้อยด้วยเสื้อผ้าเด็กชาย ที่บ้านกิมซัว เห่อหลานขนาดหนัก อุ้มไม่ยอมวาง กิมซัวทำเอาทุกคนใจหายเมื่อขอดู "เจ้าหนูน้อย" เขาพยายามถอดผ้าอ้อมออก แต่เด็กก็ร้องขึ้นมา คิ้มได้โอกาสจึงรับมาอุ้มไว้เอง นับจากวันนี้ สนิท มรกต และนมคิ้มจะระวัง "เจ้าสัวน้อย" มาก เพื่อไม่ให้ความลับถูกเปิดเผย เมื่อน้อย หรือพิมพ์ชนกโตขึ้น เธอเรียนในโรงเรียนที่เมืองไทยไม่นาน ก่อนถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ฮ่องกง จากนั้นก็ถูกส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษ น้อยจึงพูด-อ่าน-เขียน ได้ดีทั้ง ไทย-จีน-อังกฤษ มรกตบอกความจริงกับเธอเมื่อเธอรู้ความและพอเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อยู่ต่างประเทศน้อยจึงมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างหญิงสาวธรรมดาได้เต็มที่ แต่ทุกครั้งที่เธอกลับเมืองไทย
 
เธอจะต้องแต่งตัวและประพฤติ ตัวอย่างผู้ชายทุกครั้งเช่นกัน มรกตสงสารลูกมาก เธอกลัวว่าลูกสาวจะสับสนทางเพศ แต่น้อยก็ทำได้ดีทุกครั้ง เวลาผ่านไปจนน้อยอายุ 17 ปี ก๋งกิมซัวตัดสินใจเรียกตัวเธอกลับจากอังกฤษ แม้เธอจะเรียนไม่จบอะไรสักอย่าง แต่กิมซัวพอใจที่จะให้หลานชายสุดที่รักทายาทคนเดียวของตระกูลกลับมาบริหาร งาน มาฝึกมาหาประสบการณ์จากของจริงดีกว่า ที่สำคัญ กิมซัวรักน้อยมากจนไม่อยากให้ห่างไปไกลๆ อีก ในวันที่น้อยเดินทางถึงกรุงเทพฯ เธอแต่งตัวเป็นชาย ท่าทางและหน้าตาของเธอดู เป็นเด็กหนุ่มที่มีหน้าหวานและน่ารัก สาวๆ หลายคนเหลียวมองน้อยอย่างพอใจ ทำให้น้อยมีความมั่นใจมากขึ้น แต่แล้วขณะที่น้อยกำลังจะเข้าห้องน้ำ เธอลังเลเล็กน้อยระหว่างห้องน้ำหญิงกับชาย น้อยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำผู้ชาย เธอไม่กล้าเสี่ยงหากมีใครในครอบครัวมาพบเธอเดินเข้าห้องน้ำหญิง ก่อนที่น้อยจะเข้าประตู ผู้ชายคนหนึ่ง หล่อ สมาร์ท เข้ม ก็บอกเธอยิ้มๆ ว่าห้องน้ำหญิงอยู่อีกฝั่งน้อยหมดความมั่นใจทันที แต่ก็ยังทำขึงขังว่าเธอเป็นชาย เขามองเธออย่างไม่แน่ใจก่อนจะยอมเปิดประตูแล้วให้เธอเข้าไป น้อยกลับไม่ยอมเข้าห้องน้ำเธอผละจากมาทันที อารมณ์รีบร้อนน้อยลื่นล้มลงกับพื้น เจ้ากรรม… ชายรูปหล่อ กลับมาช่วยฉุดเธอลุกขึ้น น้อยทั้งอาย ทั้งโกรธ รีบเดินจ้ำไปหาพ่อ-แม่ เมื่อถึงบ้านกิมซัวดีใจมาก สั่งให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ "เจ้าสัวน้อย" ซึ่งแน่นอนว่าคงมีครอบครัวของก๋งเก้าเพื่อนสนิท โดยมีเสี่ยจำลอง เสรี กับ ชฎาทิพย์ และอีกครอบครัวหนึ่งคือ เพลินจันทร์ ที่ผิดหวังจากสนิท เพลินจันทร์ตัดสินใจแต่งงานกับข้าราชการคนไทย การศึกษาดี จบปริญญาโท ด้วยอารมณ์ประชดสนิท เธอมีลูก 2 คน คนโตเป็นชายชื่อ วรชิต อายุ 16 ปี คนเล็กเป็นหญิงชื่อ มาลาตี อายุประมาณ 15 ปี ส่วนสามีของเธอกลับทำตัวเหลวไหล กินเหล้าและผลาญสมบัติ เพลินจันทร์จบเกือบหมดก่อนจะตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง เพลินจันทร์รู้สึกแย่มาก ที่ตัดสินใจแต่งงานเพราะอารมณ์ ซ้ำลูกชายและลูกสาวนิสัยเหมือนพ่อทั้งคู่ เหลาะแหละ ไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบเที่ยว ฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินเกินตัว ยิ่งเพลินจันทร์เห็นครอบครัวของสนิทและมรกตอยู่กันอย่างมีความสุข รักใคร่กลมเกลียว แถมยังร่ำรวย เธอก็ยิ่งอิจฉาและหมั่นไส้เกลียดชังมรกตกับเจ้าสัวน้อยมากขึ้น เพลินจันทร์คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าไม่มีมรกตเธอก็คงแต่งงานกับสนิท ชีวิตเธอคงไม่ลำบากอย่างนี้ ความคิดนี้ครอบงำไปถึงวรชิตและมาลาตีด้วย
 
วรชิต เกลียดและอิจฉาเจ้าสัวน้อยมาก ขณะที่มาลาตีเองกลับมุ่งจะจับชายหนุ่มรวยๆ เพื่อแต่งงานแล้วยกสภาพตัวเองให้ดีขึ้นกว่า ปัจจุบัน ในคืนวันจัดงานต้อนรับเจ้าสัวน้อย ชฎาทิพย์กับดิศนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ตระกูลดีไปด้วย ชฎาทิพย์บอกพ่อกับ แม่ว่าดิศเป็น แฟนเธอ เมื่อไปถึงงานที่บ้านกิมซัว เจ้าของบ้านรอต้อนรับอยู่แล้ว ทุกคนเมื่อชฎาทิพย์แนะนำดิศ เจ้าสัวน้อยแทบช็อค เมื่อพบว่าดิศ คือ ชายหนุ่มที่เธอพบที่สนามบินนั่นเองน้อยยิ่งเกร็งและระวังตัวมากขึ้น ซึ่งก็ทำ ให้ดิศผิดสังเกตมากขึ้นเช่นกัน ส่วนมาลาตีใน ตอนแรกมุ่งจะจับเจ้าสัวน้อย แต่เมื่อพบดิศ มาลาตีเปลี่ยนเป้าหมายทันที มาลาตีทำตัวสาวเกินวัย จริตจก้านแพรวพราย
 
ท่าทางของเธอบอกเจตนาชัด เจนดิศมองออกแต่ก็ทำเฉย มาลาตีไม่รู้สึกตัวยังคง "รุก" ต่อไป ถึงขั้นจะขอไปดูโครงการคอนโดมิเนียม หรูริมน้ำของเขา เธอคุยเรื่องว่าจะซื้อสักยูนิต ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าแพงแสนแพง และที่สำคัญคือครอบครัวเธอแทบจะ เหลือแต่เปลือก อยู่แล้ว แต่มาลาตีก็ต้องการเพียงโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับดิศเท่านั้น เธอมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมาก โดยไม่ดูว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กกะโปโลใน สายตาของดิศ เรื่องมายุ่งยากตรงที่ชฎาทิพย์หันมาเห็นมาลาตีกับ ดิศพอดี เธอรี่เข้ามาอย่างหวงแหนดิศ เมื่อเผชิญ หน้ากันแทนที่มาลาตีจะเกรงใจชฎาทิพย์ เธอกลับยั่วชฎาทิพย์ถึงขั้น ขอดิศจากชฎาทิพย์ ชฎาทิพย์เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว อดไม่ได้ ตบมาลาตีเต็มแรงมาลาตีกรี๊ดเรียกร้องความสนใจและความเห็นใจจากคนรอบข้าง ทันที แต่คนที่ไปถึงก่อนคือเจ้าสัวน้อย น้อยมอง ดิศอย่างตำหนิ และเมื่อเสรีแยกชฎาทิพย์ออกไป เพลินจันทร์ก็มาพามาลาตีกลับบ้าน โดยเพลินจันทร์ต้องยอมขอโทษ ชฎาทิพย์ แทนลูก
 
น้อยตำหนิดิศตรงๆ ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงทะเลาะกัน และดิศคือผู้ชายเจ้าชู้ ดิศงงที่ถูกต่อว่าโดยไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็ย้อนเจ้าสัวน้อยกลับไปเช่นกัน จนน้อยต้องอึ้งเพราะจนแต้ม น้อยเก็บความโกรธพร้อมทั้งอาฆาตดิศไว้ในใจ เมื่องานเลิกตกดึกน้อยแอบหลบออกจากบ้านไปเที่ยวคนเดียว ด้วยความอยากรู้อยากเห็นชีวิตกลางคืนของหนุ่ม-สาวกรุงเทพฯ ที่ผับแห่งหนึ่ง ขณะน้องนั่งดื่มคนเดียวในมาดของชายหนุ่ม ก็มี 3 สาววัยรุ่น 2 คนค่อนข้างเปรี้ยวและกล้าเกินตัว แก่นกล้าขนาดจีบน้อยก่อน ส่วนอีกคนหนึ่งดูเรียบร้อยและค่อนข้างขี้อาย เมื่อสองสาวเห็นท่าว่าน้อยไม่เล่นด้วย ก็เริ่มหาเหยื่อใหม่ พอดีมีอีก 3 หนุ่มเข้ามาในผับ ท่าทางของสองสาวนั้นคุ้นเคยกับหนุ่มผู้มาใหม่ดี มีแต่สาวอีกคนหนึ่งที่ดูเคอะเขินขี้อาย กับลำบากใจในอาการแทะโลมของหนุ่มๆ น้อยดูอย่างห่วงใย เมื่อกลุ่มหนุ่มสาวออกจากผับ น้อยตามออกมาห่างๆ จึงทันเห็นว่าสองสาวเปรี้ยวต่างแยกกันไปกับหนุ่มคนละคู่ส่วนสาวขี้อายคง ยื้อยุดกับหนุ่มอีกคน ท่าทางเธอไม่เต็มใจจะไปกับเขา น้อยจึงเข้าช่วย เกิดการต่อสู้กัน น้อยซึ่งเคยฝึกศิลปะการป้องกันตัว ทั้งมวย ยูโด คาราเต้มาแล้ว จึงจับชายคนนั้นบิดแขนแทบหัก ก่อนจะปล่อยตัวไปตามคำขอร้องอย่างเจ็บปวด
 
น้อยไปส่งเด็กสาวคนนั้น ที่บ้าน ระหว่างทางน้อยรู้ว่าเด็กสาวชื่อ ปนัดดา เธอหลบออกมาเที่ยวเพราะอยากเต้นรำฟังเพลงเท่านั้นไม่ ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับเธอ น้อยอบรมไปมากมาย พอดีถึงบ้านปนัดดา จากลักษณะของบ้าน น้อยรู้ทันทีว่าปนัดดาต้องเป็นลูกเศรษฐีคนหนึ่ง ปนัดดาขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของน้อยไว้ เธอถือเศษกระดาษชิ้นเล็กอย่างหวงแหน เมื่อปนัดดาเข้าบ้านกพบมารดากับพี่ชายนั่งรออยู่ ปนัดดาเป็นลูกของคุณหญิงอมรา และเป็นน้องสาวคนเดียวของดิศ ปนัดดาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มารดาและพี่ชายฟังอย่างตื่นเต้น เธอพูดถึง พี่น้อย อย่างชื่นชมราวกับเทพบุตร ดิศเดาได้ทันทีว่าน้องสาวคงติดใจน้อยเข้าจริงๆ ส่วนน้อยเมื่อถึงบ้านก็แอบเข้าบ้านเช่นกัน แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าห้องรับแขก น้อยก็พบว่าทั้งกิมซัว สนิท มรกต และนมคิ้มต่างก็รอเธออยู่อย่างเป็นห่วง กิมซัวถึงขนาดบอกว่าจะตามเธอไปเที่ยวเธค เที่ยวผับด้วย น้อยตกใจมาก เธอหาวิธีพูดและแกล้งขู่ว่าจะกลับไปอังกฤษ จนกิมซัวให้ไปเที่ยวได้ตามลำพัง แต่ห้ามไปแท็กซี่อย่างคืนนี้อีก น้อยแอบดีใจที่จะได้ขับรถเอง
 
ส่วนปนัดดาเหงาและซึมทุกวัน เธอเฝ้าคิดถึงพี่น้อย วีรบุรุษในใจเธอตลอดเวลา คุณหญิงอมรากับดิศสงสาร ประกอบกับต้องการ เห็นหน้าหนุ่มคนนี้ ดิศจึงให้ปนัดดาโทรไปหาแล้วชวนมากินข้าวที่บ้าน โดยอ้างว่าเพื่อตอบแทนบุญคุณ เมื่อถึงวันนัด น้อยมาอย่าง ไม่ค่อยเต็มใจนัก ก๋งกิมซัวให้น้อยใช้รถคันหรูพร้อมคนขับมาส่งที่บ้านปนัดดา น้อยไม่รู้ตัวว่าเป็นที่สนใจของทุกคน เธอลงจาก รถอย่างมั่นใจมาดมั่น ในแบบของหนุ่มน้อยรูปงาม แต่เมื่อหันมา พบดิศที่มองอยู่ น้อยเกิดอาการประหม่าทันทีเธอตกใจที่รู้ว่าปนัดดาเป็นน้องสาวดิศ วันนั้นเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี คุณหญิงอมราพอใจและยอมที่จะ ให้ปนัดดาคบหาน้อยต่อไป ส่วนน้อยตัด สินใจขอเริ่มงานทันที น้อยสนใจและทุ่มเทกับการทำงานมาก ขณะที่วรชิต และมาลาตี เหลวไหลไม่ยอมเรียนและไม่ยอมทำงาน
 
วันหนึ่งดิศกับครอบ ครัวของก๋งเก้ามาพบกิมซัว จังหวะพอดีที่เพลินจันทร์ก็มา เพลินจันทร์จึงขอร้องกิมซัวให้ช่วยฝากงานให้มาลาตี โดยขอทำงานกับดิศเท่านั้น กิมซัวก็ตามใจ ทำให้ดิศต้องยอมรับปากกิมซัวอย่างเกรงใจ ส่วนวรชิต กิมซัวให้ไปทำงานที่บริษัทของน้อย ดิศให้มาลาตีไปเป็นผู้ช่วยของวรรณ เลขาสาวที่ทำงานด้วยกันมานาน วรรณเป็นคนเก่งและคล่อง วรรณพยายามสอนงานมาลาตีตามคำสั่งของดิศ แต่มาลาตีไม่ค่อยยอมทำอะไร นอกจากผัดหน้าแป้งเติมปากแทบทุก 10 นาที และเข้าไปเสริฟกาแฟให้ดิศทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ชฎาทิพย์รู้เรื่องนี้จนได้ เธอรีบมา หาดิศที่บริษัทและเข้าไป พบดิศขณะที่มาลาตีเสริฟกาแฟพลางออดอ้อน ชม้ายชายตาให้ดิศ ดิศแม้จะรำคาญมาลาตีแต่ก็ฝืนทน ทว่าเมื่อชฎาทิพย์เข้ามา เรื่องลุกลามใหญ่โตทั้งคู่ทะเลาะตบตีกันราวกับผู้หญิงชั้นต่ำ ดิศกับวรรณพยายามห้ามทั้งคู่ จึงไม่รู้ว่าน้อย มายืนดูอยู่นานแล้ว น้อยยิ่งตั้งข้อรังเกียจดิศมากยิ่งขึ้น ว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์และให้ความหวังกับผู้หญิงทั่วไป เมื่อชฎาทิพย์กับมาลาตีออกไปแล้ว น้อยก็เข้าพบดิศ พูดธุระเรื่องงาน สลับกับการพูดกึ่ง ตำหนิดิศเรื่องของชฎาทิพย์กับมาลาตี ดิศนึกโกรธเลยย้อนน้อยแรงๆ จนน้อยเองต้องหยุดพูด น้อยรู้ดี ว่าดิศคือลูกค้ารายแรกของตนจึงต้องพยายามระงับอารมณ์ และแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน วันหนึ่งเสรีชวนน้อยกับดิศ ไปดื่มประสาชายหนุ่มน้อยไปอย่างจำใจ ปรากฎว่าน้อยไปถึงคลับคนแรก จึงเป็นเป้าให้สาวๆ ใจกล้าเข้ามาชวนคุย 3-4 คน น้อยพยายามเลี่ยงสุดความสามารถ แต่สาวกลุ่มนี้กลับนึกสนุกเข้าประชิด ตัวเจ๊าะแจ๊ะมากขึ้น น้อยตกใจแก้สถานการณ์ไม่ได้ จังหวะที่ดิศเข้ามาพอดีเขาดึงน้อยออกมาจากกลุ่มแล้วบอกว่าเสรีป่วยมาไม่ได้
 
ดิศจึงชวนน้อยไปดื่มที่ผับชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง ด้วยความที่กลัวว่าดิศจะจับได้ว่าตนเป็นหญิง น้อยจึงสั่งเบียร์แทนน้ำอัดลม ทั้งที่เธอดื่มไม่ค่อยได้คอไม่แข็งเลย น้อยพยายามแอ๊คฝืนดื่มเบียร์จนเมาจริงๆ ดิศพยายามให้เธอดื่มน้ำเปล่า แต่น้อยไม่ยอมจึงปัดมือเขา น้ำจึงหกรดเสื้อเธอเปียก ดิศหาผ้ามาซับให้ จากการสัมผัสและรอยน้ำที่เปียกเสื้อจนเข้ารูป ดิศตกใจที่พบว่าน้อยเป็นผู้หญิง แถมน้อยเองก็มีปฏิกิริยาปกป้องอย่างผู้หญิงเช่นกัน ดิศทำเฉยน้อยทั้งเมาทั้งอายและง่วงจึงพร่ำพูดถึงเรื่อง ความสำคัญของเพศหญิง กับชายในสายตาคนจีนหัวโบราณอย่างกิมซัว แล้วพูดอะไรหลายอย่างจนดิศจับประเด็นได้ว่าน้อยต้องเป็นผู้หญิง
 
เขา พยายามบอกเสรี แต่เสรีไม่เชื่อ ส่วนปนัดดามาขอร้องให้ดิศช่วยซื้อสินค้าของน้อยด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว ของเธอ ดิศจึง เริ่มคิดมาก เขาไม่อยากให้ปนัดดาผิดหวัง ถ้ารู้ว่าน้อยเป็นหญิง ดิศพยายามหาทางพิสูจน์ให้ได้ ทางด้านวรชิตกร่าง ในบริษัทว่า เป็นหลานกิมซัว เป็นน้องของเจ้าสัวน้อย แถมยังคิดชั่วโดยการแอบรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทต่างๆ ที่มาค้าขายด้วย น้อยรับรู้เรื่อง อย่างกลุ้มใจ เธอให้วรชิตมาพบ วรชิตโวยวายไม่ยอมรับผิดน้อยจึงคาดโทษเอาไว้ ส่วนมาลาตีรุกดิศหนักขึ้น เธอไปถึงบ้านดิศไป พบอมรากับปนัดดา แนะนำตัวเองกึ่งเปิดตัวว่าเป็นแฟนดิศแล้วกลับไปก่อนที่ดิศจะกลับบ้าน
 
อมรา เล่าให้ดิศฟัง ดิศเริ่มเบื่อมาลาตีมากขึ้น เขาตั้งใจว่าเมื่อครบกำหนดลองงาน เขาจะบอกเธอว่าเธอไม่ผ่าน นั่นหมายถึงว่า มาลาตีต้อง ออกไป เสรีพยายามพูดกับน้อยเพื่อหาทางจับพิรุธว่าเธอเป็นหญิงหรือชาย แต่เสรีพูดตรงๆ เพราะถือว่าเป็นพี่และ สนิทสนมกันมานาน จากการสนทนาน้อยรู้ว่าดิศนั่นเองเป็นคนบอก เย็นนั้นน้อยจึงไปพบดิศที่บ้านเธอตั้งใจจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง แต่เมื่อพบดิศเข้าจริงๆ ดิศกลับเป็นฝ่ายรุกและต้อนน้อยจนเกิดการท้าพิสูจน์เกิดขึ้น ยิ่งพูดน้อยก็ยิ่งโมโห หน้าตากิริยาของเธอ น่ารักมาก จนดิศคิดวิธีพิสูจน์ได้ ดิศกอดและจูบเธออย่างอ่อนหวาน น้อยตกใจและลืมตัวไปกับเขา ดิศจูบจนน้อยต้องยอม รับว่าเธอ เป็นผู้หญิง ก่อนจะผละหนีกลับบ้านอย่างอับอาย น้อยวิตกและซึมจนพ่อ-แม่เป็นห่วง ดิศเองนั้นเริ่มรู้ตัวว่าเขาสนใจ และรักน้อย เข้าแล้ว เขาจึงต้องเร่งหาทางให้น้อยยอมรับความจริงให้ได้ รวมไปถึงกิมซัวด้วย อีกทั้งต้องพูดกับปนัดดาเพื่อไม่ให้เธอผิดหวัง
 
ขณะที่ดิศคิดหน ทางออก มาลาตียิ่งรุกเร้าดิศมาก เกิดปะทะตบตีกับชฎาทิพย์บ่อยขึ้น จนดิศระอาใจ เขาใช้มาตรการเด็ดขาดกับมาลาตีมากขึ้น กับแสดงท่าทีชัดเจนว่ารำคาญ จนถึงขั้นบอกว่ามาลาตีไม่ผ่านการทดลองงาน มาลาตีโกรธกระบึงกระบอนลาออกไป มาลาตีบอกเพลินจันทร์ว่าเธอจะจับเจ้าสัวน้อย เพลินจันทร์พอใจมาก ทุกอย่างเข้าระบบเดิมอีก มาลาตีพะเน้าพะนอคลอเคลียน้อยจนรำคาญ เสรีเองก็พยายามหาทางช่วยน้อยแต่ไม่สำเร็จ น้อยยอมรับกับเสรีว่าเธอเป็นผู้หญิง ทำทุกอย่างก็เพื่อบิดาและมารดา ในเมื่อกิมซัว ไม่ยอมรับหลานผู้หญิง เธอก็ต้องเป็นชาย ดิศเองก็บอกปนัดดาเช่นกัน ปนัดดาเสียใจมาก ดิศขอร้องแกมขู่ให้น้อยมาเจรจากับปนัดดา น้อยยอมมาเธออธิบายจนปนัดดาเข้าใจและยอมรับ เสรีและดิศหาทางช่วยน้อยโดยบอกก๋งเก้าให้ช่วยพูดกับกิมซัว แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่น้อยนัดกินข้าวกลางวันกับปนัดดาก็พบเสรีกับมาลาตีโดย บังเอิญ มาลาตีเห็นปนัดดาเคลียคลอกับน้อยก็โมโห รีบไปทำท่ากีดกันและเป็นเจ้าเข้าเจ้าของน้อย เธอโวยวายให้น้อยไปส่งที่บ้าน น้อยจึงให้เสรีไปส่งปนัดดาที่บ้าน ซึ่งเสรีก็พอใจอยู่แล้ว เพราะเขาแอบรักปนัดดามานาน แต่ไม่กล้าบอกใคร แม้กับดิศซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ทว่าคราวนี้เสรีลองพูดอ้อมๆ บอกปนัดดา เธอไม่เชื่อเธอบอกว่าเสรีพูดเพราะสงสารเธอ เห็นเธอเหมือนน้องสาว จนถึงบ้านปนัดดา เสรีจึงพูดอย่างจริงจังว่าเขาชอบเธอจริงๆ ปนัดดาอายรีบลงจากรถ ดิศซึ่งลงมาพอดีพบเสรี ดิศงงแต่ก็พอใจที่เสรีรักปนัดดา เสรีเล่าให้ดิศฟังเรื่องที่พบกับมาลาตี ดิศร้อนใจรีบไปพบน้อย เพื่อให้หาทางบอกความจริงเสียก่อนที่เรื่องจะยุ่งมากกว่านี้ ด้วยความสวยน่ารักของน้อย ดิศอดใจใกล้ชิดกับเธอไม่ได้ เขาเข้าไปยืนแนบชิดและจับมือเธอไว้ กิมซัวยืนมองภาพของทั้งคู่อย่างตกใจ กิมซัวรับไม่ได้ถ้าหลานชายจะวิปริตรักกับผู้ชายด้วยกัน
 
กิมซัวรีบ เดินออกมากันท่าทันที แกไม่สนใจแม้ดิศจะพูดด้วย ปฏิเสธทุกอย่าง กับน้อยก๋งกิมซัวรีบบอกว่าจะให้แต่งงานกับใครก็ได้ แกจะหาให้เอง ถ้าไม่ได้จริงๆ กิมซัวจะให้น้อยแต่งงานกับมาลาตี ดิศกับน้อยยิ่งกลุ้มใจ สนิทกับมรกตก็เช่นกัน แต่ทุกคนรู้ดีว่าบอกความจริงไม่ได้เพราะกิมซัวเป็นโรคหัวใจ ทุกคนจึงไปปรึกษาก๋งเก้า ก๋งเก้าซึ่งทันสมัยรับฟังอย่างเข้าใจ แกจึงช่วยวางแผน โดยนัดกิมซัวมากินข้าว แล้วจะช่วยเกริ่นความจริงให้รู้ แต่ก่อนหน้าวันนัด วรชิตกลับก่อเรื่องจนน้อยทนไม่ได้เธอไล่วรชิต ออกจาก งาน วรชิตโกรธจัด เมื่อกลับบ้านก็โดนเพลินจันทร์ต่อว่าอีก วรชิตจึงหนีออกจากบ้านไปมั่วสุมเสพยากับเพื่อน เมื่อหมดเงิน วรชิต จึงคิดจับเจ้าสัวน้อยเรียกค่าไถ่ เขาวางแผนจับเจ้าสัวน้อยในวันที่นัดกับก๋งเก้าพอดี แต่เหตุการณ์กลับชุลมุน วรชิตกับพวกจึง ได้ตัวก๋งกิมซัวไปแทน วรชิตติดต่อให้น้อยเอาเงินมาให้ น้อยรีบไปด้วยความเป็นห่วงก๋งกิมซัวจนลืมระวังตัว ระหว่างทางรถของ น้อยสวนกับดิศ และเมื่อดิศพบเสรี เสรีให้ดิศรีบตามไปช่วยน้อย แล้วที่บ้านร้าง
 
น้อยต้องกลายเป็นเหยื่อของวรชิตกับพวก เมื่อกลุ่มวายร้ายโลภมากคิดจับน้อยเรียกค่าไถ่อีกต่อ กิมซัวพยายามเตือนน้อย จึงถูกทำร้าย น้อยตกใจมาก จะเข้าไปดูก๋ง จึงถูกจับกระชากตัวไว้ เจ้ากรรมเสื้อเธอขาดพวกวาย ร้ายเมื่อรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงจึงจะข่มขืนเธอ กิมซัวแทบหัวใจวายเมื่อเห็นอย่างนั้น น้อยเองก็ทนไม่ได้ที่เห็นพวกโจรซ้อมกิมซัว เธอตัดสินใจยอมพวกมันเพื่อช่วยชีวิตก๋ง ก่อนเหตุการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ดิศก็พาตำรวจมาช่วยไว้ทันเวลา กิมซัวต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อฟื้นขึ้นมากิมซัวกลับยอมรับความ จริงได้ดีขึ้น แกยอมรับว่าหญิงหรือชายก็ไม่สำคัญ ขอให้เป็นคนดีก็พอ กิมซัวเปรียบเทียบน้อยกับวรชิต แล้วก็ต้องยอมรับว่า น้อยแม้จะเป็นหญิง แต่ก็กล้าหาญและกตัญญูมาก ที่สำคัญกิมซัวแน่ใจว่ารักหลานคนนี้มากเหลือเกิน ดิศเองก็ได้รับการยอมรับ เช่นกัน ความรักของเขากับน้อยไม่มีปัญหาอีกต่อไป
 
นักแสดง เจ้าสัวน้อย
 
อินทิรา เจริญปุระ แสดงเป็น พิมพ์ชนก(น้อย)
 เอกรัตน์ สารสุข แสดงเป็น ดิศ
ปัญญา นิรันดร์กุล แสดงเป็น กิมซัว

คือหัตถาครองพิภพ 2556

ศรี (ปิยธิดา วรมุสิก) ลูกสาวคนโตวัยขึ้นคานของท่านเจ้าสัว (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) พ่อค้าใหญ่ร่ำรวยมีชื่อเสียง ที่เกิดกับแม่น้อย (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ภรรยาคนที่สอง ศรีครองตัวเป็นโสด ไม่สนใจเรื่องการมีครอบครัว

ก่อนหน้านั้นมีคนมาสู่ขอ แต่ศรีก็ไม่สนใจ ท่านเจ้าสัวทั้งโกรธทั้งกลุ้มใจ ถึงขั้นต้องบังคับจับคลุมถุงชน แต่ศรีก็สร้างเรื่องให้วุ่นวายโดยร่วมมือกับอีเมี้ยน (อริสรา วงษ์ชาลี) พี่เลี้ยงสาวทึนทึก ห้าวๆ คล้ายผู้ชาย เมี้ยนปลอมตัวเป็นเจ้าสาวแทนศรี เพราะเจ้าสาวคลุมหน้าเข้าห้องหอไปเปิดหน้ามาเจ้าบ่าวถึงกับลมใส่ ส่วนศรีมี ศุกล (ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์) น้องชายลูกแม่ใหญ่ (นวลนง จามิกรณ์) ทั้งสองคน แม้จะเป็นลูกต่างแม่แต่รักใคร่และสนิทกันมาก ศุกลที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก รีบช่วยเหลือพาศรีไปแอบที่เรือนแพของแม่พริ้ง (ปัทมา ปานทอง) ซึ่งอาศัยที่ริมน้ำท่านเจ้าสัวขายเครื่องปั้นดินเผา

เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนท่านเจ้าสัวโกรธมากกล่าวหาว่า เจ้าสัวเอาคนรับใช้มายกให้เป็นสะใภ้ถือเป็นการดูถูกครอบครัว และตัดความเป็นเพื่อนกับท่านเจ้าสัว ที่แพศุกลได้พบกับสาวน้อยวัย 14 ปี สะบันงา (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ลูกสาวของพริ้ง เวลานั้นสะบันงากำลังจะลงว่ายน้ำเล่น ศุกลกับศรีขับเรือเครื่องมาอย่างเร่งรีบ ไปชนเอากระดานไม้ที่สะบันงายืนเก้งก้างอยู่จนตกลงไปในน้ำ สะบันงาตกใจร้องหวีดจนผ้าถุงหลุด ไม่กล้าขึ้นมาจากน้ำ ศรีต้องรีบไล่ศุกลให้ไป แล้วเอาผ้าถุงจากแพมาให้สะบันงาใส่ ศุกลหลงรักสะบันงาทันที และเป็นรักแรกพบของทั้งสองคน

พระยาสมิติภูมิ (เดวิด อัศวนนท์) ชาวฝรั่งสัญชาติอังกฤษ คอยเสาะหาผู้หญิงมีฐานะและมีความรู้คู่ควรมาเป็นภรรยา โดยไม่ได้เน้นความรัก พระยาเกษม (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) เพื่อนรักเป็นผู้แนะนำศรีให้ เนื่องเพราะศรีเป็นสาวหัวทันสมัย เขียนอ่านภาษาได้ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส นอกจากนี้ศรียังเป็นเพื่อนสนิทของ คุณหญิงลออศรี (กชกรณ์ นิมากรณ์) ภรรยาพระยาเกษมอีกด้วย ท่านเจ้าสัวดีใจมาก เพราะศรีลูกสาวมีวัยถึง 28 ปี เหตุเพราะศรีบ่ายเบี่ยงการแต่งงานหลายครั้ง

เวลาต่อมาพระยาสมิติภูมิมาสู่ขอศรี คุณหญิงลออศรีช่วยอ้อนวอน ศรีลังเลในเบื้องแรก เจ้าสัวกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จึงกักตัวศรีไว้ในห้องก่อนแต่งงาน 7 วัน ส่วนอีเมี้ยนนั้นท่านเจ้าสัวแสร้งส่งไปทำธุระต่างจังหวัด ศรีจำต้องแต่งงานกับพระยาสมิติภูมิ กลายเป็น คุณหญิงศรี และมีอำนาจเต็มในคฤหาสน์หลังใหญ่

ค่ำคืนแรกที่ตกเป็นภรรยาโดยสมบูรณ์ของพระยาสมิติภูมิ ศรีกรีดร้องดังโหยหวนจนท่านพระยาทั้งตกใจ และประหลาดใจ แต่ก็ภูมิใจที่ศรีอุตส่าห์ครองตัวมานาน แต่ยอมแต่งงานกับตน คุณหญิงศรี พาอีเมี้ยนมาเป็นต้นห้อง และหลีกเลี่ยงการหลับนอนกับพระยาสมิติภูมิสม่ำเสมอ โดยคอยจัดหาบ่าวสาวๆ ในบ้าน ไปปรนนิบัติพระยาสมิติภูมิแทน ไม่เว้นแม้แต่อีเมี้ยนก็ต้องยอมไปแก้ขัดให้

หลังจากศรีแต่งงานออกเรือนไปแล้ว เจ้าสัวส่งศุกลไปเรียนเมืองนอกด้านคอมเมิร์ชเพิ่มเติม เพื่อติดต่อค้าขายธุรกิจให้ใหญ่โตมากขึ้น ตลอดเวลาศุกลไม่เคยลืมสะบันงาสาวน้อยตกน้ำคนนั้น เขาตั้งใจเรียนจนจบและเดินทางกลับจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด ท่านเจ้าสัวผิดหวัง ศุกลไม่ได้เรียนการบริหารธุรกิจกลับไปเรียนด้านวรรณคดีและอักษรศาสตร์

ศุกลกับคุณหญิงศรีเป็นพี่น้องที่รักกันมาก จนถึงขั้นกล้าขอให้คุณหญิงมาบอกท่านเจ้าสัวไปสู่ขอสะบันงา ท่านเจ้าสัวโมโหมากสั่งให้ศุกลเลิกติดต่อกับสะบันงา เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ศุกลลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าสัวจะไปมีเมียเป็นลูกแม่ ค้าเรือนแพยากจน ไม่มีสกุลรุนชาติ นอกจากนี้ท่านเจ้าสัวแอบไล่แม่พริ้งและสะบันงาให้ไปจากที่ดินของตน ห้ามกลับมาอีก ศุกลเศร้าหมองไม่รู้สาเหตุการหายไปของสองแม่ลูก

สะบันงาในวัยเพียง 14 ปี กับแม่พริ้งและพ่อ การค้าขาดทุน เรือนแพโดนยึดเพราะติดจำนองเอาเงินไปรักษาแม่พริ้ง วันหนึ่งแม่พริ้งได้พบกับ แกละ (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี) โดยบังเอิญ จนได้รู้ว่าแกละเป็นบ่าวในบ้านพระยาสมิติภูมิ แกละแนะนำให้แม่พริ้งพาสะบันงาไปขายฝากตัวขัดดอกเพื่อเอาเงินไปรักษาตัว แม่พริ้งพาสะบันงามาบ้านพระยาสมิติภูมิ คุณหญิงศรีจำสะบันงาได้และดีใจแทนศุกลจึงรีบรับซื้อสะบันงาเอาไว้รับใช้ หวังให้ศุกลมารับไปเป็นภรรยาสักวัน ความที่สะบันงาอายุน้อยมากไร้เดียงสา จึงรอดพ้นสายตาประกอบกับคุณหญิงพยายามเอาสะบันงาหลบจากพระยาสมิติภูมิเสมอ สะบันงาจึงรอดหูรอดตามาตลอด

แต่แล้ววันหนึ่งสะบันงาก็ได้พบกับเจ้าพระยาสมิติภูมิโดยบังเอิญอย่าง จังๆ ท่านกลับไมได้คิดในแง่ชู้สาวเพราะมองว่าเด็กมาก ได้แต่ติดใจว่าสวยมากแต่ยังเด็ก แต่ท่านพระยาก็ไม่ได้ละเลยสะบันงา

คุณหญิงศรีปกครองคนในบ้านโดยมีอีเมี้ยนเป็นตัวแทน คอยสอดส่องดูแลความเป็นไปในบ้านและหาบ่าวสาวไปปรนนิบัติ รวมทั้งสองพี่น้อง สังเวียน (ธัญสินี พรมสุทธิ์) กับ สังวร (ภารดี อยู่ผาสุก) ที่ต่างเป็นคนขี้อิจฉาและมักใหญ่ใฝ่สูง อีเมี้ยนมักมีปัญหากับบ่าวไพร่ในบ้านเป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าหือ บ่าวในครัวนินทาเมี้ยนกับคุณหญิงศรีว่าเล่นเพื่อนกัน คุณหญิงศรีโกรธขู่จะเอาโทษกับทุกคนที่พูดเรื่องนี้ จนทำให้เรื่องสงบลง

วันหนึ่งคุณหญิงศรีชวนศุกลมาหาที่บ้าน ศุกลมาพบสะบันงาถึงกับตะลึงงันมองด้วยความดีใจและหลงใหล จากนั้นศุกลจึงแวะเวียนมาเยี่ยมคุณหญิงศรี เพื่อได้พบหน้าสะบันงาบ่อยมากจนดูผิดสังเกตของพวกบ่าวไพร่ โดยเฉพาะน้อย (ชมพูนุช ปิยธรรมชัย) บ่าวปากมากจอมส่อเสียด 1 ในบ่าวที่คอยไปบำเรอความสุขให้ท่านพระยา น้อยจับตาความสัมพันธ์ของสองคนตลอด แม้ไม่ค่อยได้พูดจากัน แต่สะบันงาก็มีใจรักตอบศุกล ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นภรรยาของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิในวันหนึ่ง

ที่นั่นนางเล็กๆ ทั้งหลาย สังเวียน สังวร และน้อย พยายามชิงดีชิงเด่นเพื่อให้เจ้าพระยาสมิติภูมิหลงใหล และแย่งตำแหน่งคุณหญิงศรี ตบตีกันเองก็เคยทำ โดยหารู้ไม่ว่าท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิจะเชิดชูเพียงคุณหญิงเท่านั้น เพราะเหมาะสมคู่ควร บรรดาเมียเล็กเมียน้อยเกลียดคุณหญิงศรีและเมี้ยนมาก ถึงกับทำพิธีสาปแช่งให้คุณหญิงมีอันเป็นไปสารพัด แต่ไม่รอดสายตาเมี้ยน คุณหญิงศรีแสร้งทำเฉยแต่เก็บงำข้อมูลไว้ชำระแค้น

ด้วยความเอ็นดูรักใคร่เป็นพิเศษคุณหญิงศรีสอนวิชาสารพัดทั้งไทย อังกฤษให้สะบันงา ทำให้สะบันงามีความรู้มากมาย เพราะคุณหญิงต้องการให้สะบันงาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่คู่ควรของศุกลผู้เป็น น้องชาย แต่พวกนางเล็กๆ กลับคิดไปว่าคุณหญิงจะเอาสะบันงามาเป็นตัวตายตัวแทนในวันข้างหน้า จึงพากันเกลียดและอิจฉาสะบันงาไปด้วย สะบันงาเป็นเด็กจิตใจดี ใจเย็น อดทน ไม่มองใครในแง่ร้าย ยิ่งทำให้คุณหญิงศรีรักสะบันงามากในฐานะน้องสะใภ้ในอนาคต คุณหญิงศรีบอกสะบันงาเรื่องศุกลรักและจะแต่งงาน สะบันงาเต็มใจรักตอบศุกล ซึ่งทั้งศุกลกับสะบันงาได้พูดจาตกลงกันเรื่องแต่งงานไว้แล้ว เพียงรอเวลาให้สะบันงาโตอีกสักนิด

สังวรออดอ้อนขอร้องพระยาสมิติภูมิอย่าทิ้งขว้าง พระยาสมิติภูมิรับคำทำให้สังวรไม่เกรงกลัวคุณหญิงศรี โดยเฉพาะกับเมี้ยนมักเป็นคู่ปรับกันเป็นประจำ คุณหญิงศรีแม้จะไม่ชอบสังวรแต่ก็ทำให้เธอพ้นหน้าที่ต้องกลับนอนกับพระยา สมิติภูมิ คุณหญิงศรีฉลาดไม่ลดตัวไปทะเลาะกับสังวรให้เป็นหน้าที่ของเมี้ยน สังวรท้องสมใจอยากกะได้ลูกชายมาสืบทอดตระกูลเขี่ยคุณหญิงศรีให้กระเด็น คุณหญิงศรีรับรู้แผนการของสังวร โดยมีเมี้ยนคอยจับตาดู คุณหญิงศรีไม่มีวันยอมให้พระยาสมิติภูมิมีลูกกับบ่าวไพร่ขี้อิจฉาคนใดโดย เด็ดขาด

สังวรยังไม่ทันบอกให้ใครเรื่องตั้งท้องรู้นอกจากสังเวียนน้องสาว น้อยเมียบ่าวผู้ทะเยอทะยานแอบฟังสองพี่น้องคุยกันจึงรีบไปบอกเมี้ยน เมี้ยนไปบอกคุณหญิงหญิงศรี แต่คุณหญิงศรียินดีกับสังวรยกใหญ่เมี้ยนถึงกับแปลกใจ สังวรผยองยกใหญ่วางก้ามตีเสมอเผลอเบ่งทับคุณหญิงศรี

เมี้ยนโมโหและโกรธจัด วางแผนเฉดหัวสังวรออกจากบ้านเนียนๆ ให้คุณหญิงศรี โดยแสร้งชวนสังวรมาคุยในห้องคุณหญิงศรี แล้วทิ้งไว้คนเดียว เมี้ยนจัดแจงนำเอาเครื่องเพชรของคุณหญิงศรีไปซ่อนไว้ในห้องของสังวร พร้อมกับร้องโวยวายว่าสังวรขโมยเครื่องเพชรไป คุณหญิงศรีให้ทางเลือกสองทาง ส่งตำรวจหรือต้องไปจากบ้าน สังวรจำนนต่อหลักฐาน พวกบ่าวไพร่คนในบ้านเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มีแต่สังเวียนเท่านั้นที่ไม่เชื่อเต็มที่ว่าสังวรจะขโมย สังวรต้องออกจากบ้านไปโดยมีลูกติดท้องไปด้วย ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิไม่รู้ว่าสังวรท้องรู้แต่ว่าขโมยของคุณหญิงแล้วหนีไป เพราะกลัวความผิด

สังวรกลับไปคลอดลูกชายตั้งชื่อว่า ทอง (โตขึ้นเป็น ศรุต สุวรรณภักดี) พร้อมกับเลี้ยงดูและเสี้ยมสอนให้ทองกลับมาแก้แค้นคุณหญิงศรีแทนตน

หลังจากเห็นพี่สาวถูกใส่ร้าย สังเวียนเจ็บแค้นคุณหญิงศรีที่กลั่นแกล้งสังวร จึงพยายามท้องกับเจ้าพระยาสมิติภูมิให้ได้ สังเวียนสนิทกับแกละที่ยังแคล้วคลาดไม่ได้เป็นภรรยาของท่านสมิติภูมิสักที สังเวียนพยายามไปปรนนิบัติเจ้าพระยาสมิติภูมิแทนคิวของแกละ และคอยเสี้ยมแกละให้ลาออกไปกับ ซ้ง (พศิน ศรีธรรม) กุ๊กจีนที่รักใคร่ชอบพอกันอยู่ ในที่สุดทั้งสองลาออกไปเปิดร้านอาหารจีนภายหลังกิจการเจริญรุ่งเรืองใหญ่โต และมีชื่อเสียงมากในเวลาต่อมา แกละเปลี่ยนชื่อเป็นลออศรีวดี ตามชื่อของคุณหญิงลออศรี ต่อมาเติมวดีข้าไปอีก แกละจึงมีชื่อยาวมากว่า คุณหญิงลออศรีวดี ส่วนซ้งก็เปลี่ยนชื่อเป็นคุณทรงวาด

น้อยเมียบ่าวอีกคนดีใจที่สังวรถูกกำจัดออกไป และหวังมีลูกกับเจ้าพระยาสมิติภูมิเช่นกัน น้อยอิจฉาสังเวียนที่กลายเป็นคนโปรด คอยติดตามข่าวสังเวียนไปบอกเมี้ยนหวังรางวัล หารู้ไม่ว่าเมี้ยนไม่ไว้ใจน้อยเช่นกัน

ในที่สุดสังเวียนท้องกับพระยาสมิติภูมิ แต่ขอร้องไม่ให้บอกใคร เจ้าพระยาสมิติภูมิรับปาก และทำให้เจ้าพระยาสมิติภูมิไม่ได้หลับนอนกับสังเวียนอีก เมี้ยนจับสังเกตอยู่ด้วยความแปลกใจ น้อยมาส่งข่าวว่าสังเวียนน่าจะท้อง คุณหญิงศรีสงบนิ่งด้วยยังไม่แน่ใจ เพราะกำลังวางแผนแต่งงานให้ศุกลกับสะบันงา เมื่อหมดคนที่จะส่งไปให้ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิ อีกทั้งท่านเจ้าพระยาไม่ต้องการน้อยเพราะปากมาก เมี้ยนก็มีรอบเดือน คุณหญิงศรีรักน้องชายมากและหวงสะบันงาไว้ให้น้องชาย จึงยอมไปนอนกับเจ้าพระยาสมิติภูมิเสียเอง พร้อมกับเตือนสะบันงาให้ระวังตัว

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปรากฏว่าคุณหญิงศรีท้องมีอาการแพ้และป่วยจนนอนอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถปกป้องสะบันงาให้น้องชายได้อีก แม้สะบันงาจะเฝ้าดูแลคุณหญิงศรีตลอดเวลา แต่ก็ต้องโดนเรียกไปพบท่านเจ้าพระยาในที่สุด

โชคยังดีที่เจ้าพระยาสมิติภูมิไม่ได้หลับนอนกับสะบันงาทันที เพราะจะถนอมเอาไว้ให้สะบันงาเต็มใจรับรักท่าน ท่านหลงรักสะบันงายิ่งกว่าหญิงใดๆ แม้แต่คุณหญิง ยิ่งพบว่าสะบันงาเก่งกาจเพราะเรียนรู้จากคุณหญิง ท่านยิ่งหลงใหล จ้างครูมาสอนสารพัดวิชาให้สะบันงา

ศุกลมาเยี่ยมคุณหญิงศรีและรู้ว่าสะบันงาเข้าไปดูแลปรนนิบัติพระยา สมิติภูมิก็เสียใจมาก คุณหญิงศรีบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รอเวลาไม่ได้แล้ว บอกให้ทั้งสองคนหนีไปด้วยกัน น้อยมาแอบฟังจึงรีบไปฟ้องสังเวียน และสังเวียนไปฟ้องท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิต่อ สังเวียนกร่างใหญ่โตเบ่งมากมีปากเสียงกับเมี้ยนไม่เกรงกลัวใคร เพราะเจ้าพระยาสมิติภูมิคอยให้ท้าย สังเวียนแอบส่งจดหมายถึงสังวรแจ้งข่าวท้องฝาก นายยอด (กษาปณ์ จำปาดิบ) คนรถไปส่ง ด้านนายยอดไม่ชอบหน้าสองพี่น้องจึงแอบเปิดอ่านและเอาจดหมายไปให้เมี้ยนเพราะ หวังรางวัล คุณหญิงศรีอ่านจดหมายจึงรู้ว่าสังเวียนท้องจริง และยังรู้ด้วยว่าสังเวียนเอาสมุนไพรทำให้แท้งลูกใส่ในยาหม้อบำรุงครรภ์ของ คุณหญิงศรี เหตุนี้คุณหญิงศรีจึงป่วยกระเสาะกระแสะ

คุณหญิงศรีแค้นมากแต่อีเมี้ยนแค้นกว่า จึงอาสาจัดการให้ โดยจ้างยอดให้เข้าหาสังเวียน สังเวียนต่อสู้แทงยอดด้วยมีด เมี้ยนเข้าไปเจอสังเวียนอยู่กับยอด จึงต่อว่าเสียงดังและเอาจดหมายที่สังเวียนคิดร้ายกับคุณหญิงโชว์ให้ดู สังเวียนตกใจกลัวมากจนด้วยหลักฐาน เมี้ยนขู่จะบอกท่านเจ้าพระยา สังเวียนจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมลูกในท้อง ส่วนยอดเมี้ยนปิดปากด้วยการลอบวางยาพิษ เจ้าพระยาสมิติภูมิอดสงสัยไม่ได้ แต่คุณหญิงเอาจดหมายที่สังเวียนเขียนถึงพี่สาวให้ท่านเจ้าพระยาอ่าน ท่านพูดไม่ออกเพราะสังเวียนปองร้ายคุณหญิงศรีจึงและคิดร้ายถึงขึ้นจะฆ่าลูก ในในท้องให้แท้ง จึงเงียบและไม่ต้องการให้เรื่องอื้อฉาว

เวลาต่อมาคุณหญิงศรีคลอดลูกสาวชื่อ พริสซิลลา หน้าตางดงามแต่ไม่แข็งแรงนัก คุณหญิงศรีไม่มีน้ำนม เมี้ยนต้องไปเอาบ่าวชื่อ ดา (มนตระกานต์ ทองขาว) พี่สาวของเดือน (อุษณีย์ วัฒฐานะ) มาเป็นแม่นม

น้อยมาบอกให้เจ้าพระยาสมิติภูมิไปดูศุกลกับสะบันงาคุยกันอย่างสนิท สนมใต้ต้นพิกุล ท่านตัดสินใจเลิกทะนุถนอมสะบันงาเอาไว้ต่อไป เจ้าพระยาสมิติภูมิกักสะบันงา ไม่ยอมส่งสะบันงากลับไปดูแลคุณหญิง และให้คุณหมออดุล หมอประจำบ้านมาดูแลพร้อมด้วยพยาบาลและเมี้ยน สะบันงาตกเป็นภรรยาของเจ้าพระยาสมิติภูมิจึงปฏิเสธแต่งงานกับศุกลเพราะมี มลทิน แต่ศุกลกลับไม่ถือสา เขารักสะบันงายิ่งกว่าสิ่งใดในโลก และให้ตัดสินใจหนีไปกับเขา ศุกลจะส่งรถมารับ นัดหมายให้ออกไปตอนเที่ยงคืนแรมสิบห้าค่ำที่จะมาถึง ถ้าไม่ออกมาเขาจะรอจนกว่าจะตาย สะบันงาสองจิตสองใจ น้อยแอบฟังที่ศุกลบอก แต่บิดเบือนเมื่อมารายงานท่านเจ้าพระยาว่าสะบันงานัดศุกลให้มารับเพื่อจะหนี ไปด้วยกัน ท่านแค้นมาก สั่งน้อยหานักเลงมาให้สองคน โดยท่านเจ้าพระยาสั่งให้เอาศุกลไปทำร้ายสั่งสอนให้เข็ดหลาบเท่านั้น

เมื่อถึงวันนัด สะบันงาไม่ยอมลงไป เพราะไม่ต้องการทรยศต่อผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ศุกลมารอรับสะบันงาตามที่นัดหมายไว้ ขณะเดินไปรอที่ต้นพิกุลใหญ่ เขาโดนสองคนทำร้ายทุบตีและอุ้มหายไป ขณะเดียวกันนั้น คุณหญิงศรีซึ่งอยู่ในห้องกับพริสซิลลาที่ยังแบเบาะมองทางหน้าต่าง เห็นสองคนกำลังอุ้มและทุบตีใครคนหนึ่งไป เอะใจว่าเป็นศุกลจึงลอบลงเรือนตามไปดู ทิ้งให้พริสซิลลาหลับอยู่ตามลำพัง เมี้ยนได้ยินเสียงพริสซิลลาร้องไห้วิ่งมาดู ไม่พบคุณหญิงศรีก็ตกใจมาก จึงมาเรียกน้อยไปตามเดือนกับดามาดูแลพริสซิลลา น้อยฉวยโอกาสมากระซิบสะบันงา

เมื่อรู้ว่าพริสซิลลาไม่มีใครดูแลเพราะเมี้ยนจะออกไปตามหาคุณหญิงศรี สะบันงาจึงขอไปดูแลพริสซิลลา ระหว่างทางน้อยกลับชวนไปแวะที่ต้นพิกุลใหญ่ บอกว่ามีคนรอพบถ้าไม่ไปพบเขาจะขึ้นไปหาเจ้าพระยาสมิติภูมิ สะบันงายอมไปแต่ไม่พบใคร น้อยย้อนกลับมาฟ้องท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิว่าสะบันงาไปรอพบศุกล สะบันงาเจอเมี้ยนระหว่างทางจึงรู้ว่าโดนน้อยหลอก เมี้ยนตามเดือนกับดามาดูแลพริสซิลลาแทนแล้ว เมี้ยนโกรธน้อยมากรู้ว่าน้อยหักหลัง แต่ต้องรีบไปตามหาคุณหญิง

ท่านเจ้าพระยาตามลงมาหาสะบันงาชวนกลับเรือนไปโดยไม่บอกว่ารู้เรื่อง ใดๆ สั่งให้สะบันงาอยู่แต่ในห้องอย่าไปไหน ส่วนตนเองออกไปดูผลงาน น้อยแอบวางเพลิงเรือนคุณหญิงศรีหวังให้พริสซิลลาตาย จากนั้นแอบไปดูผลงานที่สองโจรทำร้ายศุกลเพื่อรอรับส่วนแบ่งรางวัลตามที่ตกลง กันไว้ โจรสองคนเกิดโลภทำร้ายศุกลเมื่อเห็นว่ามีทองหยองเงินทองติดตัวมากมาย จึงริบมาหมดกลายเป็นฆ่าชิงทรัพย์ ขณะรูดแหวนติดนิ้วที่มีอักษรไขว้ ศก. คุณหญิงตามมาเจอโจรสองคน กระโจนเข้าไปหาน้องชายด่าว่าโจรเป็นการใหญ่ โจรชั่วสองคนที่กำลังขุดหลุมรอฝังศุกลโมโหใช้จอบฟันเข้าที่หน้าคุณหญิงศรีจน หน้าเละไปข้างหนึ่ง คุณหญิงไม่สิ้นฤทธิ์ พยายามคลานไปขัดขวางจึงโดนจอบฟันขาเดี้ยงไปข้างหนึ่ง เมื่อจะฟันมือปรากฏว่าคุณหญิงศรีหลบทันก่อนจะแกล้งนอนสลบ

น้อยพรวดออกมาแสดงความยินดีกับสองโจรเพื่อตั้งใจมาขอส่วนแบ่ง โจรสองคนจึงฟันน้อยตายไปด้วย เมื่อฝังศุกลและน้อยเสร็จ สองโจรคิดว่าคุณหญิงศรีตายแล้ว กำลังจะฝัง แต่ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิมาพบโจรสองคนตามนัดหมายเพื่อให้ค่าจ้างเสียก่อน และรู้ว่าโจรสองคนฆ่าศุกลแถมคุณหญิงศรีนอนตายอีกคน จึงโกรธมากด่าว่าโจรสองคน ทั้งสองคนบอกว่าคุณหญิงศรีมาขัดขวางจึงตัดสินใจฆ่า

ท่านเจ้าพระยาเสียใจมาก และจะยิงโจรทั้งสองคนทิ้งแต่เห็นไฟลุกท่วมบ้านที่คุณหญิงพัก ก็ตกใจกลัวพริสซิลลาโดนไฟครอกจึงรีบหันกลับบ้านเพื่อไปดูลูก โจรสองคนฉวยโอกาสหนีไปพร้อมค่าจ้าง

พอทุกคนคล้อยตัวไป เมี้ยนตามมา และพบสภาพคุณหญิงศรีก็หัวใจสลาย สงสารคุณหญิงจับใจ เมื่อเห็นว่าคุณหญิงยังไม่ตายจึงรีบอุ้มไปหลบที่รถของศุกลที่จอดแอบรออยู่ โดยให้คนรถขับพาไปที่บ้านของตนเองที่ปทุมธานี

ด้านสะบันงารีบออกจากตึกของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิมาช่วยพริสซิลลา กับเดือนและดา เจ้าพระยามาถึงบ้านไฟมอดไหม้มจนเป็นจุณ พริสซิลลาปลอดภัยเพราะทั้งสามคนช่วยไว้ ท่านซาบซึ้งในน้ำใจของทั้งสาม จากนั้นจึงย้อนกลับมาดูร่างคุณหญิงศรี แต่ร่างคุณหญิงหายไปไร้ร่องรอย จึงเข้าใจว่าพวกโจรพวกนั้นเอาศพไปด้วย ท่านเจ้าพระยาไม่สบายใจมากเรื่องคุณหญิงศรี และกลายเป็นหนามทิ่มแทงให้เจ็บปวดหัวใจจนกลายเป็นโรคหัวใจในเวลาต่อมา

ท่านเจ้าพระยาประกาศว่าคุณหญิงศรีเสียชีวิตในกองเพลิง และจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติ ส่วนสะบันงาได้รับการยกย่องเป็นภรรยาเอกเลื่อนฐานะเป็นคุณหญิง เธอดูแลพริสซิลลาอย่างดีรักเหมือนลูก พริสซิลลาโตขึ้นปรากฏว่าเป็นออทิสติก แต่คนในสมัยนั้นคิดว่าเด็กปัญญาอ่อน เธอเป็นเด็กสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตา พระยาสมิติภูมิรักลูกสาวคนนี้มาก สะบันงาก็รักใคร่เอ็นดูเช่นกัน สะบันงาไม่เชื่อว่าพริสซิลลาปัญญาอ่อนพยายามดูแลอย่างดี พริสซิลลามีความจำดีอย่างมหัศจรรย์มักรู้อะไรที่ใครนึกไม่ถึง คิดเลขได้เร็ว

สะบันงายังรักศุกลแม้จะไม่ได้คิดหนีตามไป แต่เข้าใจผิดคิดว่าศุกลหลอกว่าจะมาพบแต่ไม่กลับมาเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีคนเอาไปนินทาว่าเป็นฝีมือของสะบันงา ซึ่งวางแผนกำจัดคุณหญิงศรี ฆ่าตายหมกไว้ที่ไหนสักแห่ง บ้างว่าคุณหญิงศรีหนีตามน้องชายคนละแม่ สะบันงาเสียใจแต่นิ่งเฉยเสีย ท่านเจ้าพระยาคอยปลอบใจและรักสะบันงามากขึ้นทุกวัน และเล่นงานทุกคนที่พูดเรื่องนี้จนพากันเงียบปากไป โดยเฉพาะคุณหญิงลออศรี หรือ แกละนั่นเองคือตัวกระจายข่าวในวงชั้นสูง ภายหลังพระยาเกษมได้มาพบปะสะบันงาจึงรู้สึกดีขึ้น

เวลาผ่านไปสะบันงามีลูกสาวคนแรกกับเจ่าพระยาสมิติภูมิ ชื่อ พริ้มเพรา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เมี้ยนกลับมาหาสะบันงาบอกว่าขอพาพี่สาวทีพิการมาขอ อาศัยอยู่บ้านท้ายสวน โดยไม่ยอมบอกว่าที่แท้เป็นคุณหญิงศรีนั่นเอง สะบันงาอนุญาตด้วยความเต็มใจ และถามไถ่ถึงคุณหญิงศรี สะบันงาร้องไห้เสียใจที่คุณหญิงศรีหายไป เธอยังเคารพเทิดทูนและรู้ซึ่งในพระคุณคุณหญิงศรีเสมอ เมี้ยนฟังแล้วถึงกับร้องไห้โฮนำความมาบอกคุณหญิงศรี

คุณหญิงได้ทราบว่าสะบันงาปฏิเสธไม่ให้ทุกคนเรียกว่า คุณหญิง เพราะเธอมั่นใจว่าคุณหญิงศรียังมีชีวิตอยู่ คุณหญิงศรีถึงกับตื้นตันน้ำตาคลอขนาดไม่รู้ว่าเป็นคุณหญิงมาอาศัยอยู่ สะบันงายังใส่ใจส่งอาหารขนมนมเนยของใช้ทุกอย่างมาให้กินให้ใช้ แม้ว่าจะแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าพี่สาวเมี้ยนคนนี้ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ และทานอาหารด้วยมีดและส้อม

สะบันงาพยายามขอไปเยี่ยมพี่สาว แต่เมื่อเมี้ยนไปรายงาน ถูกคุณหญิงศรีปฏิเสธ บ่าวไพร่หลายคนไปเดินเล่นแถวนั้นพบหญิงสูงวัยพิการหน้าคล้ายผี ต่างตกใจวิ่งหนีกันทุกคน ภายหลังเมี้ยนไปหาหน้ากากมาให้ใส่บังใบหน้าแทน

คุณหญิงศรีมักแอบไปนั่งที่หลุมฝังศพศุกล นำดอกไม้ไปวางไว้ พูดกับหลุมศพน้องเสมอ เจ้าพระยาสมิติภูมิก็เช่นกันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงมักวนเวียนไปขอโทษ ศุกลที่นั่น จนอยู่มาวันหนึ่งพบดอกไม้วางอยู่เช่นเคย ผู้วางยังไม่ทันออกไปพ้น เจ้าพระยาสมิติภูมิตามไปกระชากไหล่ให้หันกลับมา หญิงคนนั้นใส่หน้ากากเห็นแค่ดวงตาข้างที่ไม่บอด ท่านจำได้ทันทีว่าคือดวงตาของคุณหญิง อุทานเรียกชื่อออกไปคุณหญิงผลักท่านเจ้าพระยาล้มลงแล้วกระเซอะกระเซิงหนีไป เจ้าพระยาสมิติภูมิยิ่งเสียใจมาก สงสารคุณหญิงศรีจับใจ ส่งคนไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ น่าอยู่ มีทุกอย่างครบครันแทนกระท่อมผุพัง

สะบันงาเลี้ยงดูพริสซิลลาอย่างดี จนต่อมา สะบันงามีลูกสาวคนที่สองชื่อ แพรวพรรณราย และลูกสาวคนที่สามชื่อ พราวพิลาส แต่ละครล้วนงดงามน่ารัก แถมยังมีลูกชายคนสุดท้องชื่อพฤกษ์ สมหวังดังปรารถนาของท่านเจ้าพระยาที่จะมีลูกไว้สิบสกุล เดือนผู้แสนดีได้รับการสนับสนุนจากสะบันงา ให้มาเป็นภรรยาคนที่สองของเจ้าพระยาต่อจากเธอ และมีลูกชายกับท่านเจ้าพระยาอายุแก่กว่าพฤกษ์สามวัน ชื่อ พจน์ และได้เกิดเรื่องราวกับพฤกษ์ดังได้กล่าวไปแล้ว พจน์จึงกลายเป็นผู้สืบสกุลแทน

ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิอุปการะเด็กชายคนหนึ่งชื่อ ศีล (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) เนื่องจากพ่อแม่ตาย จากการไปช่วยงานกฐินของท่าน ศีลเป็นเด็กดีกตัญญูรู้คุณได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก และกลับมาทำงานเป็นผู้จัดการห้างของตระกูลสมิติภูมิ เป็นที่ไว้วางใจของทุกคนในบ้าน

สะบันงามีเพื่อนสนิทชื่อ ปานวาด (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) เป็นลูกสาวของคุณหญิงลออศรี ปานวาดถูกส่งไปเรียนฝรั่งเศส มีสามีเป็นนักดนตรี ชื่อ ปีแอร์ และมีลูกชายด้วยกันชื่อ ธรรม์ (ชินวุฒ อินทรคูสิน) ปีแอร์โดนรถชนจนพิการ ปานวาดเลิกเรียนเอาเงินที่พ่อแม่ส่งมาให้รักษาตัวสามี ปีแอร์ทนดูสภาพปานวดลำบากไม่ได้จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย ปานวาดตัดสินใจพาลูกชายกลับบ้าน คุณหญิงไม่พอใจมาก แต่พระยาเกษมกลับนิ่งเฉย พาปานวาดมาพบกับสะบันงา สะบันงาให้กำลังใจปานวาด

ธรรม์กลายเป็นเพื่อนสนิทกับพริ้มเพรา แพรวพรรณราย โดยเฉพาะพิมพิลาส เนื่องจากชอบดนตรีเหมือนกัน พริ้มเพราสงบเสงี่ยมสุขมรอบคอบ ชอบไปหลังบ้านพบคุณป้าพิการ เธอไม่ตกใจกลัวเช่นคนอื่นพูดด้วยอย่างดี ศรีสอนภาษาให้พริ้มเพราและรักเหมือนลูกสาวอีกคน ศรีส่งข่าวให้ครอบครัวทราบว่ายังไม่ตายแต่ไม่พร้อมจะไปพบ ไม่ต้องการให้พ่อแม่เห็นหน้าผีของตนส่วนศุกลนั้นตายแล้ว ต่อมาภายหลังสิ้นเจ้าสัว ศรีได้รับมรดกทั้งหมดจึงยกต่อให้พริ้มเพรา

ส่วนพริสซิลลามักจะไปเดินเล่นในสวน จนพบศรีกลับจำได้ว่าเป็นแม่ และเรียกเธอว่าแม่ ศรีเสียใจมากแต่ไม่อาจยอมรับว่าเป็นแม่ให้เมี้ยนพากลับไปหาสะบันงา กำชับว่าห้ามบอกพริสซิลลามาเล่นแถวนั้นอีก แต่พริสซิลลาก็แอบมาจนได้

ฟากสองโจรชั่วใช้เงินหมดแล้วย้อนกลับมาจะไถเงินท่านเจ้าพระยาสมิติ ภูมิ พบกับพริสซิลลาสวยงามน่ารักมาด้อมมองเรียกหาแม่จึงฉุดคร่าจะข่มขืน ศรีมาพบใช้จอบฟาดสองคนซมซานหนีไปตายอย่างน่าอนาถ เมี้ยนพาพริสซิลลากลับไปหาสะบันงาอีก สะบันงาตัดสินใจปรึกษาเจ้าพระยาสมิติภูมิเรื่องส่งตัวพริสซิลลาไปรักษาโดยมี หมออดุลคอยดูแล ส่วนอุดร ลูกชายหมอรู้จักคุ้นเคยกับลูกๆ ของสะบันงาและสนิทเป็นคู่ๆ

อุดรสนิทและรักกับพริ้มเพราแต่ไม่สมหวัง เพราะพริ้มเพรารักธรรม์มากกว่า ส่วนธรรม์สนิทสนมกับพราวพิลาสเพราะรักดนตรีเหมือนกัน แพรวพรรณรายคอยตามกลั่นแกล้งทุกคนเพราะไม่มีใครจับคู่ด้วย พฤกษ์สนิทกับพจน์ไปไหนมีพจน์ตามไปด้วยดั่งเงา

ทุกคนดีกับพจน์ยกเว้นแพรวที่ชอบด่าว่าเป็นลูกบ่าว พริ้มเพรามีเพื่อนสนิทชื่อเมขลา เด็กยากไร้มาขอรับใช้ มาร์แมร์ เพื่อแลกกับการได้เรียนโรงเรียนไฮโซ โดยอาสาว่าจะกลับมาสอนหนังสือตอบแทนเมื่อเรียนจบ ไม่มีใครคบกับเมขลาเลย เพราะนิสัยไม่ดียกเว้นพริ้มเพรา เมขลามักหยิบเอาข้าวเอาของและแอบอ้างชื่อพริ้มเพราไปเบ่งใส่ใครต่อใคร

วันหนึ่งพฤกษ์กับพจน์พากันไปขุดไส้เดือนตกปลา กลับไปขุดพบกระดูกคนจึงร้องโวยวายขึ้นมา แพรวตามไปแกล้งพจน์พบแหวนที่โครงกระดูกรีบเอามาบอกสะบันงา สะบันงาเห็นแหวนสลัก ศก. ถึงกับลมจับ และรู้ความจริงว่าศุกลมารอรับเธอจริงๆ แต่โดนฆ่าตาย มั่นใจว่าเจ้าพระยาสมิติภูมิฆ่าศุกล จึงไปโวยวายต่อว่าเจ้าพระยาสมิติภูมิฆ่าศรีด้วย ท่านเจ้าพระยาหัวใจวายกะทันหัน ก่อนสิ้นลมยังทันได้บอกว่าคุณหญิงยังไม่ตายอยู่ท้ายบ้านสวน สะบันงารีบไปเชิญคุณหญิงศรีกลับมาเอาบ้าน เอาตำแหน่งคืนให้ คุณหญิงศรีไม่ยอมรับ และบอกว่าเธอคือคนสาบสูญขออาศัยอยู่แต่บนเรือนเท่านั้น

สองคนรักใคร่ปรองดองกันดังเดิม สะบันงายอมรับให้ทุกคนเรียกว่าคุณหญิงเนื่องจากคุณหญิงศรีอนุญาตแล้ว เคารพเรียกศรีว่าคุณพี่ เมี้ยนปรึกษาดูแลทุกอย่างในบ้านเช่นเดิม สะบันงามีความสุขมากจนถึงวันที่พฤกษ์ตายสะบันงาใจสลาย ผมที่เคยดกดำเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วข้ามคืน ด้านพริ้มเพรา ถูกส่งให้ส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังเริ่มวัยรุ่น สะบันงาตัดสินใจส่งพจน์ไปแทนพฤกษ์ ส่วนเมขลาอยากไปนอกอย่างพริ้มเพราะบ้าง ตั้งใจเรียนเต็มที่ได้ทุนไปนอกจนได้ ก่อนไปได้ทำทีพบกับศีลที่เคยพบที่บ้านพริ้มเพรา อ้างว่าเป็นเพื่อนพริ้มเพราให้มาหาศีลดูข้าวของเครื่องใช้ไปนอก ศีลใจดีให้เสื้อผ้าไปใส่เมืองนอกมากมายทำให้เมขลาอยากได้ศีลเป็นสามี แต่ศีลนิ่งเฉยมากเมขลาจึงอดใจไว้ก่อน

ศีลกลับเอ็นดูหลงใหลสาวน้อยวัยรุ่นพราวพิลาส ชอบฟังเสียงเธอเล่นเปียโน เขาหาเปียโนมาให้เล่น หาครูมาสอน พราวพิลาสนับถือศีลเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่กลับพึงพอใจธรรม์ที่คอยตามติดเล่นดนตรีด้วยกัน โชคร้ายธรรม์ได้เวลาไปเรียนต่อ อาคม สามีใหม่ของปานวาดแนะนำให้ไปเรียนกฎหมาย ธรรม์เคยสัญญากับพราวพิลาสว่าจะไม่ไปไหน เขาจำต้องไปและบอกว่าจะกลับมาเมื่อเรียนจบ แต่พอเรียนจบจริง ธรรม์กลับมาเรียนดนตรีต่อและไปรับพ่อของลูกเพื่อนสนิทชื่อ ชองปอล ข่าวนี้ทำให้พราวพิลาสเสียใจมาก เธอเศร้าซึมและแต่งเพลงหลายเพลงล้วนเศร้าสะเทือนใจ ศีลพยายามปลอบโยนชวนไปร้องเพลงที่ห้องอาหารในโรงแรมใหญ่ ศรีขอร้องให้สะบันงาอนุญาตเพื่อรักษาแผลใจ พราวพิลาสรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อศีลคอยดูแลทำให้อุ่นใจ

ต่อมาศีลไปดูงานเมืองนอกพบเมขลาอยู่ที่เมืองนั้นพอดี เมขลาทำที่ว่าโดนคนร้ายปล้นหมดตัวมาขออาศัยศีลอยู่ และมอมเหล้าจนได้เสียกันกับศีล ศีลไม่สบายใจมากแต่จำต้องแต่งงานเพราะเมขลาท้องส่วนเมขลาคลอดลูกปุ๊บก็สอบ ชิงทุนไปเรียนต่ออีก ทิ้งลูกไว้กับศีลแบบไม่ไยดี ศีลผิดหวังโกรธตัวเองเพราะต้องการขอพราวพิลาสแต่งงาน ศีลอกหัก แต่พยายามประคองตัวเลี้ยงดูลูกสาวอย่างดี พราวพิลาสเอ็นดูหนูน้อยมาก

พริ้มเพรากลับมาเมืองไทยท่ามกลางความยินดีของทุกคน อุดรกลายเป็นหมอหวังจะแต่งงานกับพริ้มเพราตามที่สะบันงาและศรีคอยสนับสนุน หวังให้พริ้มเพราดูแลกิจการของตนเอง แต่พริ้มเพรากลับหันไปเข้าวัดและจำศีลไม่กลับบ้าน ต่อมาสุดท้ายกลายเป็นบวชชี อุดรผิดวังแต่ก็สนับสนุนช่วยทำหนังสือธรรมะ พริ้มเพรากลับบ้านเมื่อมีเหตุสำคัญเพื่อมาปลอบใจให้คำแนะนำทำให้ทุกคนสงบใจ ได้

ส่วนแพรวพรรณรายร้ายกาจมาก ถึงขั้นแอบไปขึ้นเรือที่พจน์ไปนอก แพรวพรรณรายอยากไปมาก แต่โดนจับได้ก่อน โดนส่งตัวกลับมาบ้าน แต่มาสมหวังเมื่อ เลดี้แลนดอล น้องสาวของพระยาสมิติภูมิตายลง จึงได้มอบมรดกเป็นไร่ชาที่ดาจิริ่งให้พระยาสมิติภูมิ แพรวพรรณรายอาสาไปดูแลไร่ชา สะบันงาค้านแต่ศรีสนับสนุน แพรวพรรณรายหารู้ไม่ว่า พอล (มิกค์ ทองระย้า) หลานชายแท้ๆ ของลอร์ดแลนดอล สามีเลดี้วางแผนฆ่าเจ้าพระยาสมิติภูมิเอาไว้

พอพบหน้ากัน พอลถึงกับตะลึง เพราะไม่ใช่ชายแก่ที่ต้องการฆ่า แต่กลับเป็นสาวน้อยสวยงาม เช่นเดียวกับแพรวพรรณรายพบชายหนุ่มหล่อเหลาผู้น่าหลงใหล มีสาวน้อยข้างไร่ซึ่งรักพอล พยายามมากระแนะกระแหนดูถูกแพรวพรรณรายแต่เจอตอกกลับ พอลเข้าข้างแพรวพรรณรายและบอกสาวน้อยคนนั้นตามตรงว่าเขาไม่ได้รักเธอ พอลช่วยดูแลไร่ชา คอยแนะนำให้แพรวพรรณรายเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วบอกลากลับอังกฤษ แพรวพรรณรายเสียใจมากไม่ยอมให้ไป พอลยืนยันจะไปเพราะไม่ต้องการเกาะเธอกิน แพรวพรรณรายขี่ม้าแบล็กการ์ดตัวโปรดของพอลตกเหว ม้าตายแต่แพรวพรรณรายกระโดดเกาะโขดหินไว้ได้บาดเจ็บสาหัส พอลเสียใจมากสารภาพว่ารักแพรวพรรณรายและจะไม่ทิ้งแพรวพรรณรายไปไหน ทั้งคู่ช่วยกันสร้างไร่ชา สร้างโรงแรมกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังไปทั่ว แพรวพรรณรายมีลูกกับพอลสามคน ทุกคนกลับมาคลอดที่เมืองไทย

ทางด้านพราวพิลาสตกหลุมรักศีล และตกเป็นของศีล ศีลสัญญาว่าเมขลากลับมาจะขอหย่าเพื่อมาแต่งงานกับพราวพิลาสทันที พราวพิลาสมีความหวังอีกครั้ง ธรรม์กลับมาเมืองไทยเนื่องจากสามีของชองปอลสำนึกผิดและขอคืนดีโดยที่ชองปอ ลเต็มใจ ธรรม์พยายามงอนง้อพราวพิลาส ทุกคนลุ้นให้พราวพิลาสแต่งงานกับธรรม์ แต่พราวพิลาสเป็นของศีลแล้วธรรม์เสียใจผิดหวังได้แต่โทษตัวเองที่ทิ้งพราว พิลาสไป เมขลากลับมาศีลขอหย่าทันทีเมขลาวางแผนร้ายใหม่ ทำทีตกลงแล้วขอฉลองการจากลาฉวยโอกาสนอนกับศีลจากนั้นโกหกว่าท้อง หลอกมาได้ปีกว่าศีลจับได้จึงขอหย่า เมขลายอมหย่าแต่กลับวางแผนร้ายกับ จิรศักดิ์ เศรษฐีใหม่ให้หลอกปล้ำพราวพิลาสแต่ไม่สำเร็จ ตนเองกลับโดนหลอกเป็นเมียเก็บโดนซ้อม พราวพิลาสได้แต่งงานกับศีลมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกหนูของเมขลา เมขลาสอนให้ลูกเกลียดพราวพิลาสแต่เด็กไม่ยอมเกลียด พอพราวพิลาสมีลูกกับศีล เมขลาจึงหันมาสอนให้ลูกหนูอิจฉาน้องแทน

วันคืนโหดร้ายมาถึง ขณะพราวพิลาสเดินไปชงนม หนูน้อยนั่งมองน้องตัวน้อยในรถเข็นตรงระเบียงเข็นน้องไปติดขอบระเบียง น้องหนูตามไปจะช่วยน้องทำให้ทั้งคู่พลัดตกจากระเบียงพร้อมกัน พราวพิลาสถือขวดนมเดินกลับมาตกตะลึงกระโจนไปที่เด็กทั้งสองกอดประคองไว้พลัด ตกลงมาจากระเบียงพร้อมกันต่อหน้าต่อตาศีลที่กลับมาจากทำงาน เด็กทั้งสองทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนพราวพิลาสขยับตัวเดินไม่ได้ เมขลาเสียใจที่ลูกตนเองตายแต่พราวพิลาสกลับไม่ตาย เมขลาอาละวาดที่โรงพยาบาล เธอเดินหลงไปที่ห้องเก็บศพไม่มีใครเห็นจึงโดนล็อกห้องติดอยู่ในนั้น จนกลายเป็นบ้าในที่สุด

และต่อมาภายหลังทองลูกชายของสังวรได้กลับมาแก้แค้นตอนโตแล้ว แต่เข้าใจผิด จึงไปแก้แค้นคุณหญิงสะบันงาเพราะคิดว่าเป็นคุณหญิงศรี โดยทองปลอมตัวมาทำงานในบ้านหลอก พฤกษ์ จับตัวไปหมายจะฆ่าให้ตาย แต่ความที่พฤกษ์เป็นคนดี ไม่เคยดุด่าว่าร้ายตอบทอง อีกทั้งทองสำนึกว่าพฤกษ์คือน้องจึงฆ่าไม่ลง และเปลี่ยนใจโดยไม่บอกพฤกษ์ให้รู้ว่าจะปล่อย ผูกพฤกษ์ไว้กับพงอ้อกันหนี แต่เป็นเพราะพฤกษ์ตากฝนอดข้าวรอทองกลับมา แม้ที่สุดจะพยายามช่วยตัวเองหนี แต่ไม่สำเร็จ ร่างกายอ่อนแรงอดข้าวตายก่อนที่ทองจะบอกคุณหญิงสะบันงาให้รู้ความจริง

ส่วนทองเมื่อไปถึง ก็โดนตำรวจที่กำลังระดมตามหาพฤกษ์ไล่จับตัว ทองยิงสู้จึงโดนยิงทิ้งตาย กว่าจะเจอศพพฤกษ์ก็อีกหลายวัน สะบันงาหัวใจสลาย ต่อมา พจน์คู่หูและเป็นพี่ชายแก่กว่าสามวันลูกชายของ เดือน เคยเป็นแม่นมของพริสซิลลา ได้เลื่อนฐานะมาเป็นผู้สืบสกุลแทนพฤกษ์ ด้วยความเต็มใจจากสะบันงา

เวลาต่อมา พจน์กลับมาจากทำงานรับราชการ แต่ต้องแบ่งเวลามาบริหารบ้านและกิจการส่วนตัว พจน์ทำได้ดีโดยมีทุกคนให้กำลังใจ พจน์มีคนรักชื่อ กินรี น้องสาวเพื่อนที่ทำงาน กินรีเป็นครูชอบเขียนนิยาย

ในงานเปิดโรงแรมบนเขาของพอลกับแพรวพรรณราย ทุกคนไปกันหมดไม่เว้นแม้แต่พราวพิลาส ที่นั่นพวกเขาพบหมอเก่งมาก อาสารักษาพราวพิลาสให้หายขาด แต่ต้องใช้เวลานาน และต้องไปรักษาตัวที่เมืองนอก ศีลตัดสินใจพาพราวพิลาสไปรักษา และไปอยู่ให้กำลังใจดูแลกันไป ในที่สุดพราวพิลาสก็เดินได้กลับเมืองไทยและมีลูกกับศีลเป็นชายหนึ่งคน ทั้งสองคนตั้งใจจะมีลูกสามสี่คน

พริสซิลลาได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ได้ปัญญาอ่อนเป็นแค่ออทิสติก และยังเป็นเด็กอัจฉริยะอีกด้วย ศรีมีความสุขที่พริสซิลลาอาการดีขึ้นมาก คอยอยู่เคียงข้าง ความรักความสุขกลับมาสู่คฤหาสน์หลังนี้มากมายกว่าเดิม เพราะความรักความเสียสละของแม่ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก เหมือนดังคำสองคำ “สองมือแม่นี้ที่สร้างโลก”

รายชื่อนักแสดง

1. ปิยธิดา วรมุสิก แสดงเป็น ศรี / คุณหญิงศรี
2. อคัมย์สิริ สุวรรณศุข แสดงเป็น สะบันงา
3. เดวิด อัศวนนท์ แสดงเป็น เจ้าพระยาสมิติภูมิ
4. อริสรา วงษ์ชาลี แสดงเป็น เมี้ยน
5. โตนนท์ วงศ์บุญ แสดงเป็น พจน์
6. มิกค์ ทองระย้า แสดงเป็น พอล
7. พรพรรณ สิทธินววิธ แสดงเป็น กินรี
8. อัปสรสิริ อินทรคูสิน แสดงเป็น แพรวพรรณราย
9. ชินวุฒ อินทรคูสิน แสดงเป็น ธรรม์
10. พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ แสดงเป็น ศีล
11. เชฟฟานี่ อาวะนิค แสดงเป็น พริ้มเพราะ
12. ซอนญ่า สิงหะ แสดงเป็น พราวพิลาส
13. ปรัชญ์ ปรมิณ แสดงเป็น พฤกษ์
14. ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์ แสดงเป็น ศุกล
15. อุษณีย์ วัฒฐานะ แสดงเป็น เดือน
16. ธัญสินี พรมสุทธิ์ แสดงเป็น สังเวียน
17. ภารดี อยู่ผาสุก แสดงเป็น สังวร
18. พรรัมภา สุขได้พึ่ง แสดงเป็น ปานวาด
19. ชมพูนุช ปิยธรรมชัย แสดงเป็น น้อย
20. อนิสา กร้านท์ แสดงเป็น พริสซิลลา (ตอนเด็ก)
21. นวินดา เบอร์ต๊อดตี้ แสดงเป็น พริสซิลลา (ตอนโต)
22. ศรุต สุวรรณภักดี แสดงเป็น ทอง
23. กชกร ส่งแสงเติม แสดงเป็น เมขลา
24. ประถมาภรณ์ รัตนภักดี แสดงเป็น แกละ
25. พศิน ศรีธรรม แสดงเป็น อาซ้ง
26. ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล แสดงเป็น พระยาเกษม
27. กชกร นิมากรณ์ แสดงเป็น คุณหญิงลออศรี
28. วรพรต ชะเอม แสดงเป็น อาคม
29. รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์ แสดงเป็น คุณพระประสาน
30. สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง แสดงเป็น สุกิจ
31. กฤษฏิ์ โมกขะสมิต แสดงเป็น ดำรง
32. ธนศักดิ์ อุ่นอ่อน แสดงเป็น หมออดุลย์
33. เจษฎา รุ่งสาคร แสดงเป็น จีรศักดิ์
34. กษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น ยอด
35. เคน สตรุทเกอร์ แสดงเป็น คุณหมอมาร์ติน
36. วิวัฒน์ ผสมทรัพย์ แสดงเป็น เจ้าสัว
37. นวลนง จามิกรณ์ แสดงเป็น แม่ใหญ่
38. ปิยะดา เพ็ญจินดา แสดงเป็น แม่น้อย
39. ปัทมา ปานทอง แสดงเป็น พริ้ง
40. มนตระกานต์ ทองขาว แสดงเป็น ดา
41. ปวีณ ชิณวงษ์ แสดงเป็น ดิเรก
42. จารุศิริ ภูวนัย แสดงเป็น ทองหยอด
43. อมต อินทนนท์ แสดงเป็น ไอ้เหมาะ

ออกอากาศวันที่ 6 ธันวาคม

ชมภาพวันบวงสรวง และฟิตติ้งละคร

 

บ้านสอยดาว-2539

บ้านสอยดาว เป็นเรื่องราวของกลุ่มคนในบ้านสอยดาว นั่นคือ ปวุฒิ เด็กชายที่ถูกขอมาเลี้ยงโดยไม่ถูกกับเอื้อตะวัน ลูกชายของเจ้าของบ้าน ทำให้เขามีนิสัยเก็บกดและเกลียดชังคนในบ้านเพราะคิดว่าพวกนั้นทำให้ชีวิตของเขาย้ำแย่ เอื้อตะวันมีพี่สาวชื่อแอบจันทร์ เป็นคนสวยแต่นิสัยแย่ ทะเยอะทะยานเพราะถูกตามใจมาตลอด อิงฟ้าเป็นเด็กหญิงอีกคนที่เป็นหลานกำพร้าของเจ้าของบ้านมาอาศัย ต่อมาเยี่ยมรุ้งลูกสาวของคนงานในบ้านที่เสียชีวิตจึงเข้ามาอยู๋ในบ้านกับแม่อีกคน เธอเป็นคนสุขภาพไม่ดีมีโรคประจำตัว แต่นิสัยดี น่ารัก และเรียบร้อยจึงมีหลายคนรักและเอ็นดูหมดยกเว้นแอบจันทร์ซึ่งอิจฉาริษยาและคอยกลั่นแกล้งเธอตลอดเวลา แต่มีเอื้อตะวันกับปวุฒิคอยช่วยเหลือตลอด ทำให้แอบจันทร์ยิ่งเกลียดชังเยี่ยมรุ้งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีลูกสาวเจ้าของบ้านซึ่งเป็นฝาแฝดอาศัยอยู่ด้วย ชื่อโอบเดือนกับเอื้อมดาว ซึ่งเอื้อมดาวค่อนข้างรักและติดโอบเดือนพี่สาวของเธอมาก

ต่อมาเมื่อทั้งหมดโตขึ้น เอื้อตะวันได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ปวุฒิได้ทำงานช่วยเหลือพ่อของเอื้อตะวันและแอบจันทร์ ส่วนอิงฟ้าได้ไปเรียนหมอ ขณะที่เยี่ยมรุ้งเข้าเรียนดนตรีสากลซึ่งเป็นสาขาที่เธอรัก แต่ก็ถูกแอบจันทร์กลั่นแกล้งเสมอจนล่าสุดได้ผลักเธอตกบันได ปวุฒิจึงพาเธอและแม่ไปอยู่ข้างนอก และแต่งงานกับเธอเงียบๆ เยี่ยมรุ้งรักกันกับปวุฒิแต่ไม่ทราบว่าเขาได้เสียกับแอบจันทร์นานแล้ว จากนั้นปวุฒิยังคงทำงานบริษัทของพ่อของแอบจันทร์และแอบโกงเงินทีละเล็กละน้อยแล้วเอาเงินมาให้เยี่ยมรุ้งโดยที่เธอไม่รู้ แอบจันทร์เองก็ปล่อยให้ตัวเองท้องกับปวุฒิ เขาจึงจดทะเบียนซ้อนด้วยเพราะอยากได้มรดกจากบ้านสอยดาว พออิงฟ้าทราบก็เข้าใจผิดเข้ามาต่อว่าเยี่ยมรุ้งจนเธอเสียใจล้มป่วยอีกครั้ง ฝ่ายพ่อของแอบจันทร์รู้เรื่องที่ปวุฒิโกงก็ทะเลาะกับเขาจนตกระเบียงและความจำเสื่อม ปวุฒิและเยี่ยมรุ้งก็ทะเลาะกันในเรื่องที่ปวุฒิโกงเงินจากบ้านสอยดาว และเรื่องแอบจันทร์ท้อง อีกทั้งยังคิดว่าเยี่ยมรุ้งรักเอื้อตะวันอีกด้วย ในที่สุดเยี่ยมรุ้งก็ทรุดหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล และแม่ของเธอได้ขอร้องให้ปวุฒิคืนเงินและทรัพย์สินทั้งหมดกลับไปที่ บ้านสอยดาว

เอื้อตะวันกลับเมืองไทยและได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังได้รับกำลังใจจากอิงฟ้า ทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกับเยี่ยมรุ้งก่อนเธอสิ้นลม ฝ่ายแอบจันทร์เมื่อได้ทราบว่าปวุฒิได้แต่งงานอยู่กินกับเยี่ยมรุ้งก็โกรธมากจึงเข้าไปยิงเยี่ยมรุ้งทั้งๆ ที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว ปวุฒิได้เข้ามาแย่งปืนและถูกลูกหลงสลบไป แต่แอบจันทร์คิดว่าเขาตายแล้วจึงได้ยิงตัวเองตาย อย่างไรก็ตามหมอได้ช่วยชีวิตลูกของเธอไว้ได้ ส่วนปวุฒิได้สำนึกผิดจึงได้ออกบวช และยกลูกของเขาให้เอื้อตะวันและอิงฟ้ารับเป็นพ่อแม่ ทั้งสองได้คบหาดูใจกันตลอดไป สำหรับฝาแฝดโอบเดือนได้มีสามี ในขณะที่เอื้อมดาวเสียสติเพราะคิดว่าพี่สาวทิ้งเธอไป เธอจึงได้อยู่ในบ้านสอยดาวอย่างโดดเดี่ยวโดยมีผู้ดูแล และพี่สาวได้มาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว

ขอบคุณเรื่องย่อ บ้านสอยดาว จากคุณ Atrosesther S. ค่ะ

นักแสดง บ้านสอยดาว 2539

ปวุติ – อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล
เยี่ยมรุ้ง – น้ำฝน กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์
แอบจันทร์ – อ้อน เกวลิน คอตแลนด์
เอื้อตะวัน – อั๊ต อัษฎา พานิชกุล
อิงฟ้า – ทราย เจริญปุระ
โอบเดือนกับเอื้อมดาว – ดลยา-ดาเรศ อมลัษเฐียร

นักแสดงรุ่นเด็ก
แอบจันทร์ – ด.ญ.สาวิกา ไชยเดช
เอื้อตะวัน – ด.ช.ปรมัติ ธรรมมล

โดมทอง

คุณมณฑา หญิงสาวงามสง่าแห่งตระกูลผู้ดี ได้สมรสกับเจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ เจ้าของคฤหาสน์ที่สวยงามราวกับความฝันชื่อ โดมทอง ซึ่งด้านหน้าติดภูเขา ด้านหลังติดทะเล โดยหลังแต่งงาน คุณมณฑาได้พาน้องสาวที่เกิดจากภรรยาคนสุดท้ายของบิดามาด้วย คุณพลับพลึง หรือ คุณน้อย จึงมีอายุห่างจากคุณมณฑาค่อนข้างมาก ในขณะที่คุณมณฑาเป็นคนรักแรงเกลียดแรง แฝงด้วยความอำมหิตอย่างคาดไม่ถึง เข้มงวด และเจ้าอารมณ์ สร้างความตึงเครียด อึดอัดใจให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เสมอ แต่คุณพลับพลึงและเสียงเพลงลาวครวญจากจะเข้ของเธอ กลับนำความสดใส มีชีวิตชีวามาสู่ โดมทอง และ ท่านเจ้าคุณสรรักษ์ฯ
 
คุณมณฑาเริ่มเอะใจเมื่อท่านเจ้าคุณสั่งให้ปลูกทุ่งดอกพลับพลึง แต่ท่านเจ้าคุณก็แก้โดยปลูกต้นมณฑาไว้ในสวน นางพิศ บ่าวคนสนิท คอยยุยงว่าทำไมถึงปลูกพลับพลึงมากมายเป็นทุ่ง แต่ปลูกมณฑาไม่กี่ต้น ท่านเจ้าคุณก็แก้ได้อีกว่า ต้นมณฑาไม่เหมาะกับปลูกเป็นทุ่งเหมือนต้นพลับพลึง ถึงแม้คุณมณฑาจะไม่พอใจแค่ไหน ก็ไม่กล้าแสดงออกมากนักด้วยเกรงใจสามี โดยมาไล่เบี้ยเอากับน้องสาวแทน
 
ถึงแม้จะเกรงกลัวพี่สาวขนาดไหน คุณพลับพลึงผู้อ่อนไหวและเยาว์วัยก็ไม่อาจต่อต้านความรัก ความปรารถนาของท่านเจ้าคุณได้ ทั้งสองลักลอบมีความสัมพันธ์กัน ขณะที่คุณมณฑาตั้งครรภ์ นางพิศเป็นคนจับได้ แล้วนำมาฟ้องนาย คุณมณฑาเคียดแค้นจนแทบกระอักเป็นเลือด
 
ระหว่างที่ท่านเจ้าคุณไปทำงาน คุณมณฑาสั่งให้นางพิศโบยคุณพลับพลึงจนสลบ พร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้เรื่องนี้ถึงท่านเจ้าคุณเด็ดขาด ขณะเดียวกันคุณหญิงก็มารยาแพ้ท้องมากมายจนท่านเจ้าคุณไม่อาจปลีกตัวมาพบคุณพลับพลึงได้ และถึงแม้จะพบโดยบังเอิญคุณพลับพลึงก็จะพยายามหลบหน้าหลบตา หรือไม่คุณมณฑากับนางพิศก็จะเข้ามาในบริเวณนั้น
 
จนกระทั้งวันหนึ่ง ท่านเจ้าคุณต้องไปราชการต่างจังหวัด ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงคุณพลับพลึง ท่านเจ้าคุณจึงหาโอกาสมาล่ำลา ซึ่งก็ไม่ได้พ้นสายตาของนางพิศ ที่ได้รับคำสั่งให้คอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาแทนเจ้านาย คุณมณฑาแค้นแสนแค้น แต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ ยิ่งได้สังเกตเห็นแววตาท่านเจ้าคุณที่ลอบมองน้องสาวอย่างเป็นห่วงและอาลัย อาวรณ์ ท่านผู้หญิงแค้นแสนแค้น หากพยายามเก็บอารมณ์ไว้
 
เมื่อท่านเจ้าคุณไปแล้ว คุณมณฑาไม่รอช้า สั่งให้นางพิศไปพาพี่ชายมา แล้วสั่งให้ทั้งสองจับคุณพลับพลึงไปล่ามโซ่ขังในห้องบนยอดโดมทอง คุณพลับพลึงพยายามขอร้องให้ฆ่าเธอให้ตายเสียดีกว่า จะขังทรมานกันแบบนี้ แต่คุณมณฑากลับหัวเราะเยาะ บอกว่าการฆ่ามันไม่สาแก่ใจเท่ากับการที่ต้องทนทุกข์ทรมาน คุณพลับพลึงร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่นั่นกลับทำให้คุณมณฑาสะใจ
 
คุณพลับพลึงถูกขังอยู่ในห้องบนยอดโดมทองนั้น โดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ทั้งยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำ นายพัน ซึ่งรู้สึกผิดได้แอบเอาข้าวเอาน้ำมาให้ เมื่อคุณมณฑาจับได้จึงไล่นายพันออกไป ไม่ให้มาเหยียบโดมทองอีก และได้สั่งนางพิศให้ตอกตะปูปิดตายห้องนั้นเสีย เสียงคุณพลับพลึงตะโกนออกมา "คุณพี่ใจร้ายเหลือเกิน อิฉันจะไม่ไปไหนจะอยู่รอดูวันสุดท้ายของคุณพี่"
 
เมื่อท่านเจ้าคุณกลับมาไม่เห็นคุณพลับพลึงก็แปลกใจ คุณมณฑารายงานว่าน้องสาวหนีออกไปเพราะสำนึกผิดที่แย่งสามีพี่สาว ท่านเจ้าคุณตกใจที่ภรรยารู้ความจริง ท่านผู้หญิงมารยาน้ำตาไหลซึมเศร้าทำให้ท่านเจ้าคุณไม่กล้าต่อความยาวสาวความยืด อีกทั้งเห็นภรรยากำลังท้องกำลังไส้
 
คุณมณฑาทำเป็นส่งคนออกตามหาน้องสาวแต่ก็ไม่พบ ท่านเจ้าคุณนั้นคิดมากจนตรอมใจล้มเจ็บ ก่อนสิ้นใจท่านเจ้าคุณได้ตั้งจิตอธิฐานว่าจะไม่ยอมไปผุดไปเกิด จนกว่าจะตามหาคุณพลับพลึงพบ หลังจากนั้นคุณมณฑาได้สั่งให้เก็บรูปท่านเจ้าคุณ และรูปเขียนของคุณพลับพลึงไว้ในห้องเก็บของและปิดตายตั้งแต่นั่น
 
โดมทอง ในปี 2500 ยังคงความสง่างามและดูจะขลังยิ่งกว่าเดิม ภายในบ้าน อดิศวร์ วโรดม หลานชายคนเดียวของ คุณมณฑา หรือ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ฯ ซึ่งบัดนี้แก่ชราลงไปตามกาลเวลา ได้เข้ามาลาท่านเพื่อลงไปกรุงเทพฯ
 
อดิศวร์นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านเจ้าคุณราวกับพิมพ์เดียวกัน เหมือนเสียจนกระทั่งบางครั้งเมื่อท่านผู้หญิงกำลังเหม่อลอยและเขาเข้ามาหา ท่านจะพลั้งปากเรียกผิด ท่านผู้หญิงไม่อยากให้อดิศวร์ไปเพราะวันนั้นเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่ทรมานที่สุดของท่าน เพราะดวงวิญญาณคุณพลับพลึงจะทรงพลังมาก ด้วยวันนี้เป็นวันตาย และเป็นวันที่คุณพลับพลึงอธิษฐานไว้จะปรากฏให้เห็น พร้อมกับเพลงลาวครวญอันวังเวงเยือกเย็นชวนขนลุก อดิศวร์ซึ่งไม่เชื่อพยายามปลอบโยนและสั่งให้ 2 สาว อุษา กับ แสงแข ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ คอยดูแลท่านผู้หญิงให้ดีด้วย เขาจำเป็นต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับ พิณทอง ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวซึ่งจะเข้าพิธีหมั้นกับ พิชญ์ ชายหนุ่มชาติตระกูลดี
 
ในวันที่เดินทางมากรุงเทพฯ อดิศวร์และเพื่อน ๆ ซึ่งนาน ๆ จะพบกันทีได้ชวนกันไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง และได้พบกับ วิรงรอง เป็นครั้งแรก อดิศวร์รู้สึกสะดุดตาเป็นอย่างมากด้วยความสวยน่ารักสดใสและมีชีวิตชีวาของ เธอ วิรงรองมากับ อนิรุทธ์ เพื่อนสนิท ความสวยสะดุดตาของหญิงสาว กลับกลายเป็นความดูถูกทันทีที่อดิศวร์เห็น ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาในร้าน เขามาต่อว่าวิรงรองด้วยความหึงหวงจนเกือบชกต่อยกัน วิรงรองดูไร้ค่าทันทีในสายตาของผู้ชายค่อนข้างเข้มงวดอย่างอดิศวร์
 
วิรงรอง กลับมาถึงบ้านด้วยความโกรธและอับอายโดยมีอนิรุทธ์มาส่ง พิชญ์ตามมาขอโทษและปรับความเข้าใจพร้อมกับเอาแหวนออกมายืนยันว่าเขาจะแต่ง งานกับเธอแน่นอน วิรงรองจึงย้อนถามว่าแล้วคู่หมั้นของเขาล่ะ พิชญ์ขอเวลาจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เรียบร้อยและยืนยันว่าเขารักเธอคนเดียว ในขณะที่วิรงรองใจอ่อนจะยอมให้พิชญ์สวมแหวน คุณปราง มารดาวิรงรองกลับบ้านพอดี ความเยือกเย็นของคุณปรางทำให้พิชญ์กลับไปไม่กล้าโต้แย้ง
 
ในงานหมั้นของพิชญ์และพิณทอง อดิศวร์ได้พบกับพิชญ์เป็นครั้งแรกทำให้เขาห่วงหลานสาวทันที เพราะดูท่าทางแล้วพิณทองผู้อ่อนโยนอาจจะต้องเสียใจเพราะผู้หญิงที่อดิศวร์ คิดว่ามารยาคนนั้น และเขาไม่รีรอเลยที่จะพูดเป็นเชิงรู้ทันเมื่ออยู่ตามลำพังกับพิชญ์ว่า พิณทองเป็นคนดีมากหวังว่าพิชญ์คงจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ทำให้พิชญ์หวาดระแวงอดิศวร์ว่าจะรู้เรื่องเขากับวิรงรอง
 
ทางด้านคุณปรางเห็นวิรงรองลูกสาวซึมไป จึงปรึกษากับ คุณสุรภี คุณสุรภีนึกได้ว่าญาติผู้ใหญ่ของท่านที่โดมทองกำลังต้องการพยาบาลคนใหม่ เพราะคนเก่าลาออกไป เพราะทนความเจ้าอารมณ์ของท่านผู้หญิงไม่ไหว คุณปรางเห็นเป็นโอกาสดีที่จะแยกวิรงรองให้ไกลจากพิชญ์ อีกทั้งบรรยากาศใหม่ ๆ อาจจะทำให้วิรงรองดีขึ้นจากอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งวิรงรองก็ตอบรับในทันที
 
เมื่อเดินทางไปถึงโดมทอง วิรงรองพบว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่ตรงกับความฝันและความหวังของเธอ นั้นคือความสวยงามของโดมทอง แต่กระนั้นก็ยังสัมผัสได้กับความลึกลับ ความน่ากลัว และความโศกเศร้าที่ดูเหมือนจะแทรกอยู่ในทุกอณูของบ้าน
 
นอกจากนั้นวิรงรองยังได้ยินเสียงเพลงลาวครวญอันโหยหวนดังมาจากยอดโดมทอง ยิ่งได้พบกับอดิศวร์เธอยิ่งแปลกใจกับความเย็นชาระคนกับความไม่พอใจของอดิศวร์ที่มีต่อเธอ และเมื่อเขาพาเธอไปแนะนำตัวกับท่านผู้หญิง ทุกคนในที่นั้นแม้กระทั้งอดิศวร์เองก็ยังอดประหลาดใจและตกใจไม่ได้ เมื่อท่านผู้หญิงได้แสดงความหวาดกลัว และเกลียดชังวิรงรองอย่างสุดชีวิต และเรียกเธอว่านังพลับพลึง จนอดิศวร์ต้องให้อุษาพาเธอออกไปก่อน ท่านผู้หญิงสั่งให้อดิศวร์ไล่อีนังพลับพลึงออกไป ซึ่งทำให้แสงแขแอบดีใจเพราะความสวยสดใสของวิรงรองทำให้เธอหวาดระแวงว่าอดิศวร์จะพอใจวิรงรอง
 
เมื่ออดิศวร์ออกมา วิรงรองขอกลับกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขาปฏิเสธโดยไม่บอกเหตุผล ซึ่งแม้แต่อุษากับแสงแขก็แปลกใจเช่นกัน อุษานั้นแปลกใจแกมยินดีด้วยรู้สึกถูกชะตากับวิรงรอง ส่วนแสงแขยิ่งเพิ่มความริษยาและเกลียดชังวิรงรองมากขึ้น
 
ถึงแม้อดิศวร์จะห้ามไม่ให้ทุกคนเอ่ยถึงวิรงรองกับท่านผู้หญิงสรรักษ์ แสงแขก็ทำเป็นเผลอไผลทำให้ท่านผู้หญิงรู้ อดิศวร์ยืนยันกับท่านว่าเขามีเหตุผลที่ต้องให้วิรงรองอยู่ที่โดมทองต่อไป ซึ่งเหตุผลกระจ่างขึ้นในทันทีที่พิชญ์กับพิณทองมาฮันนีมูนที่โดมทอง ยิ่งอยู่โดมทองนานวันเข้า วิรงรองยิ่งพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกลับเรียกร้องให้เธอค้นหา เสียงกรีดร้องของท่านผู้หญิงด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีดในยามดึก โดยเฉพาะคืนจันทร์เพ็ญ
 
ผู้ชายในเครื่องแต่งกายโบราณนั่งรถม้ามาหยุดหน้าโดมทอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเหมือนจะรอใครสักคน เสียงโซ่ที่เหมือนถูกลากตามพื้น เงาลึกลับของผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนบ่าวสมัยโบราณที่คอยวนเวียนอยู่ภายนอก บ้าน ทำให้วิรงรองข่มความหวาดกลัวและพยายามสืบหาความจริง
 
นับตั้งแต่เข้าไปในห้องเก็บของที่ปิดตายจนพบรูปวาดของคุณพลับพลึงที่เหมือน เธอราวกับแกะ รูปของท่านเจ้าคุณสรรักษ์ไกรณรงค์ที่เหมือนกับอดิศวร์ราวกับพิมพ์เดียว และวิญญาณนางพิศซึ่งวิรงรองเข้าใจว่าเป็นแม่บ้านของท่านผู้หญิง จะมาปรากฏตัวคอยขัดขวางด้วยใบหน้าเย็นชาไร้ชีวิตจิตใจทุกครั้งที่วิรงรอง กำลังจะค้นพบความจริงบางอย่าง ความริษยาถึงขั้นปองร้ายถึงชีวิตของแสงแข ความเป็นมาของ พันธุ์สูรย์ ชายหนุ่มคนรักผู้ลึกลับของอุษา และที่ร้ายที่สุดคืออดิศวร์ ซึ่งวิรงรองไม่เข้าใจว่าเกลียดชังเธอเรื่องอะไร
 
ระหว่างนี้ ภูไท เจ้าของปางไม้ภูไทและน้องสาวชื่อ ลานนา มาเยี่ยมท่านผู้หญิงและอดิศวร์ที่โดมทอง ที่จริงแล้วทั้งสองพี่น้องเป็น เพื่อนเล่นกับอดิศวร์ อุษา แสงแข รวมทั้งพันธุ์สูรย์ด้วยมาตั้งแต่เด็ก เมื่ออดิศวร์ไล่พันธุ์สูรย์ออกจากบ้านเพราะจับได้ว่าเขารักกับอุษา พันธุ์สูรย์ก็หลบไปทำงานกับภูไทที่ปางไม้ เรื่องความรักของเขากับอุษาภูไทกับลานนาก็รู้ดี
 
การมาวันนี้เป็นการกลับมาพบกันของเพื่อนเก่าจริง ๆ เมื่อลานนาทักวิรงรองอย่างตื่นเต้น สองสาวสนิทกันมากตั้งแต่เรียนอยู่ต่างประเทศ ลานนาเองรู้จักพิชญ์ด้วยเช่นกัน แล้วก็ถึงวันที่พิณทองกับพิชญ์มาถึงโดมทอง พิชญ์ตกใจที่พบวิรงรองที่นี่โดยที่อดิศวร์แนะนำว่าเธอเป็นญาติเขา วิรงรองไม่มีท่าทางผิดปกติเธอทำราวกับพบพิชญ์เป็นครั้งแรก ตรงข้ามกับพิชญ์ที่มีพิรุธจนเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงอดิศวร์ที่แปลกใจกับอาการสงบนิ่งของวิรงรอง ตัวเธอเองก็แปลกใจที่สามารถเผชิญหน้ากับพิชญ์ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย เวลานี้เธอยอมรับเขาได้ในฐานะเพื่อนเท่านั้น หลังอาหารค่ำวิรงรองหลบไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว กว่าจะรู้ว่าพิชญ์แอบตามมาด้วยเขาก็มาถึงตัวเธอแล้ว
 
พิชญ์พยายามขอคืนดีกับวิรงรอง แต่เธอไม่ยอม เขาหาว่าเธอรักกับอดิศวร์จึงฉวยโอกาสไล่ให้เขาแต่งงานกับพิณทอง วิรงรองไม่ยอมพูดเรื่องนี้ เธอพยายามไล่ให้พิชญ์กลับไปหาพิณทอง แต่กลับทำให้เขาโกรธ พิชญ์ฉวยโอกาสดึงตัวเธอมากอด แต่เธอกลับตบหน้าเขาอย่างแรงและไล่ให้เขากลับไปหาพิณทองที่กำลังเดินตามมา วิรงรองย้ำกับพิชญ์เสียงเข้มว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขาจบไปแล้ว และไม่มีทางที่เธอจะกลับไปหาเขาอีก เมื่อพิชญ์ไปแล้ววิรงรองฟุบตัวร้องไห้อย่างเสียขวัญ เธอเจ็บใจที่พิชญ์หมิ่นน้ำใจและดูถูกเธอเหลือเกิน
 
เสียงของอดิศวร์ที่พูดถึงรอยฝ่ามือเธอบนหน้าพิชญ์ ทำให้วิรงรองตกใจมาก เธอรีบเช็ดน้ำตาทันที ขณะที่เขาพูดต่อเรื่อย ๆ ว่าเขานั่งเล่นตรงนี้นานแล้วและได้ยินทุกอย่าง วิรงรองเงียบกริบเมื่อจู่ ๆ อดิศวร์บอกให้เธอแต่งงานกับเขาและอยู่ที่โดมทองต่อไป
 
วิรงรองเข้าใจว่าเขาต้องการแต่งงานกับเธอเพื่อรั้งตัวไว้ไม่ให้กลับไปยุ่ง เกี่ยวกับพิชญ์อีก วิรงรองอิจฉาพิณทองที่มีอดิศวร์คอยช่วย และทำทุกอย่างเพื่อให้หลานสาวมีความสุขช่างตรงข้ามกับเธอที่ไม่มีใครเข้าใจ สักคน วิรงรองเถียงอดิศวร์อย่างลืมตัวชายหนุ่มดึงเธอมากอดและจูบคน พูดอย่างอ่อนโยนอบอุ่น วิรงรองรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน อ้อมกอดของอดิศวร์อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เธอผละจากเขาทันทีที่รู้สึกตัวแต่เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำร้ายเขาเหมือน พิชญ์ อดิศวร์หัวเราะพูดอย่างรู้ทันพลางรวบมือเธอไว้แล้วรีบจูงเดินย้อนกลับไปรวม กับคนอื่น ๆ พิณทองล้อทั้งคู่จนวิรงรองอายหน้าแดง นั่นทำให้แสงแขเพิ่มความเคียดแค้นชิงชังเธอมากขึ้นไปอีก
 
คืนนั้นดึกมากแล้วเมื่อแสงแขมาเคาะประตูห้องเรียกเธอออกไปคุยที่ระเบียงและ ขู่ไม่ให้เธอยุ่ง กับอดิศวร์ วิรงรองเห็นใจแสงแขจึงแกล้งหลอกว่าเธอมีคนรักแล้วเขาอยู่กรุงเทพฯ อีกไม่นานเธอจะกลับ ไปหาเขาเธอไม่สนใจอดิศวร์เลยสักนิด แสงแขไม่ค่อยเชื่อนักย้ำแล้วย้ำอีกจนวิรงรองอ่อนใจ เมื่อแสงแขยอมเชื่อและแยกไปนอนแล้ว วิรงรองกลับยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงนั้นจนดึก เธอเหนื่อยใจกับคนที่นี่เหลือเกิน ไม่มีใครยอมฟังและเชื่อในสิ่งที่เธอบอกเลยนอกจากอุษา
 
ฝนเริ่มตกและตกหนักขึ้นทุกทีแต่หญิงสาวคง ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เสียงเพลงหวานเศร้าแว่วมาอีกแล้วพร้อมเสียงรถม้า คราวนี้วิรงรองตั้งใจจะดูให้เห็นกับตาว่าใครขับรถม้า เมื่อเสียงรถม้าหยุดใต้ระเบียงหญิงสาวจึงชะโงกตัวลงไปดูจนเกือบพลัดตก ระเบียง ดีว่าอดิศวร์เข้ามารวบตัวอุ้มไว้ทัน เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นวิรงรอง เธอเปียกโชกทั้งตัว หน้าซีด ตัวรุมร้อนเหมือนจะมีไข้ อดิศวร์รีบอุ้มเธอไปหาอุษาให้ช่วยดูแล อุษาเองก็ตกใจมากและแปลกใจ ที่อดิศวร์กุลีกุจอช่วยเธอปฐมพยาบาลวิรงรองจนดึกกว่าจะยอมไปนอน ราตรีนั้นวิรงรองจึงต้องนอนกับอุษา เธอไข้สูงจนไม่มีใครกล้าปล่อยให้เธอกลับไปนอนที่ห้องตามลำพัง
 
วันรุ่งขึ้นอดิศวร์คอยช่วยอุษาสลับไปดูแลท่านผู้หญิง เขาอยู่กับท่านครั้งละนาน ๆ เพื่อให้อุษาได้ดูแลวิรงรองเต็มที่ อดิศวร์อ่อนโยนกับวิรงรองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน หญิงสาวหายป่วยทันงานเลี้ยงส่งพิชญ์กับพิณทอง พันธุ์สูรย์ฉวยโอกาสหลบมาพบอุษาโดยมี ภูไท ลานนา และวิรงรองคอยช่วย แต่อดิศวร์ก็รู้จนได้ เขารีบตามออกไปที่สวน วิรงรองกับภูไทรีบตามไปติด ๆ อดิศวร์ต่อว่าพันธุ์สูรย์แรง ๆ หลายคำและพยายามปลอบอุษาให้กลับมาหาเขา พันธุ์สูรย์แค้นใจจึงบอก อดิศวร์ว่าการหายตัวไปของคุณย่าน้อยบางทีท่านผู้หญิงจะรู้ดีที่สุด และเป็นไปได้ที่คุณย่าน้อยจะไม่ได้ออกไปไหนเธออาจอยู่ที่ไหนสักแห่งในโดมทอง นี้ คำพูดของเขาทำให้ทุกคนอึ้งไปหมด
 
เมื่ออดิศวร์ได้สติเขาต่อยพันธุ์สูรย์แล้วพาอุษากลับเข้าบ้านทิ้งทุกคนไว้ ที่นั่น วิรงรองน้อยใจเขาจนบอกไม่ถูก ภูไทไล่พันธุ์สูรย์กลับไปและอยู่เป็นเพื่อนวิรงรอง ผ่านไปครู่เดียวลานนาก็ลงมาหาต่อว่าเพื่อนสาวที่ไม่ยอมบอกเรื่องความ สัมพันธ์ระหว่างเธอกับอดิศวร์ ลานนาไม่ปล่อยให้วิรงรองงงนาน เธอบอกว่าอดิศวร์เพิ่งประกาศในงานว่าเขากำลังจะแต่งงานกับวิรงรอง หญิงสาวพูดไม่ออกข่มความน้อยใจ อดิศวร์ทำอะไรตามใจตัวเองและบังคับจิตใจเธอเหลือเกิน แต่หญิงสาวก็สวมบทบาทว่าที่เจ้าสาวอย่างน่ารัก งานเลี้ยงเลิกทุกคนกลับไปหมดโดมทองเงียบสนิท วิรงรองตัดสินใจจะหนีไปหาลานนา เธอทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะออกไป อดิศวร์เข้ามาเห็นพอดีเขารับอาสาจะไปส่งเธอที่บ้านภูไทให้ วิรงรองเดินไปขึ้นรถอย่างตะบึงตะบอน
 
บรรยากาศ ในรถเงียบกริบจนกระทั่งหญิงสาวทนไม่ไหว เธอเอะใจว่าจะถูกหลอก บ้านภูไทอยู่ไกลเกินไปไม่เหมือนที่ลานนาบอกเธอเลย เมื่อเธอประท้วงเขา อดิศวร์กลับรับว่าเขาไม่คิดจะพาเธอไปบ้านนั้นเลยและไม่มีทางเป็นไปได้ เขาไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่นอน วิรงรองโกรธจนพูดไม่ออก อดิศวร์จึงค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกับเธอ แต่กว่าวิรงรองจะได้ยินคำว่ารักก็ยากเต็มที น่าแปลกที่เธอเชื่อเขาและเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าเธอรักเขาเช่นกัน วิรงรองยอมกลับไปโดมทองอย่างเต็มใจ เมื่อพิชญ์กับพิณทองกลับไปแล้ว วิรงรองเริ่มสบายใจขึ้นบ้าง
 
คืนหนึ่งอดิศวร์พาเธอไปงานเลี้ยงที่จวนผู้ว่ากว่าจะกลับดึกมาก คืนนั้นเป็นคืนวันเพ็ญวิรงรองจึงชวนให้เขารอดูรถม้าลึกลับด้วยกัน อดิศวร์ตื่นเต้นที่เห็นว่ารถม้ามีจริงๆ เขาบอกเธอว่าชายคนที่ขับรถม้าไม่ได้มองห้องนอนวิรงรอง สายตาเขามองเลยขึ้นไปที่โดมทองต่างหาก
 
เช้าวันต่อมาอดิศวร์กับตาแสงคนขับรถ ขึ้นไปรื้อประตูและขึ้นไปที่โดมทอง วิรงรองกับอุษาตามไปด้วย บนนั้นมีประตูปิดตายอีกหนึ่งบาน อดิศวร์สั่งรื้อทันที เมื่อประตูเปิดทุกคนจึงเห็นว่ามีห้องอยู่อีกห้องหนึ่งทั้งที่ไม่น่าจะมี ทั้งหมดค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้อง ที่มุมห้องมีร่างทีเหลือเพียงโครงกระดูก และมีโซ่ตรวนเส้นโตถูกล่ามไว้ที่ข้อเท้าอย่างน่าสงสาร สร้อยคอทองคำห้อยล็อกเก็ตรูปเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์ที่ตกอยู่ใกล้ ๆ ทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าเธอคือคุณพลับพลึงนั่นเอง
 
อดิศวร์คิดถึงเรื่องที่พันธุ์สูรย์บอกว่า ที่จริงแล้วเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์รักกับคุณพลับพลึง การแต่งงานครั้งนั้นผิดฝาผิดตัว ท่านจำต้องแต่งงานกับคุณมณฑาซึ่งเป็นพี่สาว เมื่อภรรยาพาคุณพลับพลึงน้องสาวมาอยู่ด้วยทั้งคู่จึงหักใจไม่ได้ จนกระทั่งคุณมณฑาท้องจึงรู้ว่าสามีและน้องสาวมีความสัมพันธ์กัน หลังเธอคลอดลูกซึ่งก็คือพ่อของอดิศวร์ ไม่นานเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์ต้องไปราชการหัวเมืองหลายวันและคุณพลับพลึง ก็หายไปจากโดมทองตอนนั้นเอง
 
เสียงของวิรงรองที่บอกเขาให้ไขกุญแจโซ่ที่ล่ามข้อเท้าเธอทำให้อดิศวร์ได้สติ เขาผลุนผลันออกไปจากห้องโดยมีวิรงรองวิ่งตามไปที่ห้องท่านผู้หญิง เธอเข้าไปห้ามอดิศวร์ที่กำลังต่อว่าท่านผู้หญิงอย่างรุนแรง ท่านผู้หญิงปฏิเสธทุกอย่าง เสียงของวิรงรองทำให้ทั้งคู่หันมาหาเธอ ท่านผู้หญิงหน้าซีดเผือดตกใจ ท่านเรียกชื่อพลับพลึงไล่เธอออกไปก่อนจะเป็นลมและสิ้นใจทันที
 
ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด อดิศวร์ค้นกำปั่นข้างตัวท่านผู้หญิงซึ่งท่านหวงนักหนาจึงพบกุญแจ เขารีบไปไขโซ่ที่ล่ามข้อเท้าคุณพลับพลึง กุญแจพวงนั้นยืนยันได้ว่าท่านผู้หญิงอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด อดิศวร์ต้องจัดงานศพถึงสองงานพร้อมกัน เพียงแต่ร่างของคุณพลับพลึงต้องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้อื้อฉาวขณะที่ท่านผู้หญิงจัดที่บ้าน
 
หลังจากท่านผู้หญิงสิ้นอดิศวร์กับวิรงรองใกล้ชิดกันมากขึ้น ยืนยันความสัมพันธ์ที่มีต่อกันจนแสงแขแค้นใจแทบคลั่ง เธอรู้ดีว่าอดิศวร์ต้องแต่งงานกับวิรงรองแน่นอน ไม่มีใครขัดขวางเขาได้แน่ วันหนึ่งในระหว่างงานศพขณะที่วิรงรองคุยกับภูไทและลานนา พันธุ์สูรย์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกให้พาวิรงรองกลับไปข้างในบ้าน เขาพูดไม่ทันขาดคำเสียงปืนดังขึ้น ร่างวิรงรองทรุดฮวบลงทันที ภูไทรีบช้อนตัวเธอไว้จึงรู้ว่าเธอถูกยิง
 
อดิศวร์ทั้งโกรธและแค้นที่สุดขณะที่หมอกำลังผ่าตัดกระสุนออกให้วิรงรอง อดิศวร์คุยกับพันธุ์สูรย์อย่างเคร่งเครียด และยิ่งโกรธเมื่อรู้ว่าแสงแขอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาให้พันธุ์สูรย์ประสานกับตำรวจตามล่ามือปืนให้ได้ หมอช่วยชีวิตวิรงรองไว้ได้ อดิศวร์ดีใจมากเขาดูแลเธออย่างใกล้ชิดมากขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน มือปืนถูกจับตัวได้ไม่กี่วันต่อมา และให้การซัดทอดแสงแขว่าเป็นผู้จ้างวาน แต่แสงแขชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน
 
เมื่อเรื่องร้าย ๆ ผ่านไป ได้มีการเตรียมงานมงคลสองงาน หนึ่งคืองานแต่งงานของอุษากับพันธุ์สูรย์ และอีกงาน เป็นงานแต่งของอดิศวร์กับวิรงรอง ที่จะครองรักครองสุขกันที่โดมทองแห่งนี้ไปนานเท่านาน

 

รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร โดมทอง

 

วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์   รับบท   เจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ / อดิศวร์ ศิโรดม
ทัศนียา  การสมนุช   รับบท   คุณพลับพลึง และวิรงรอง
จีรนันท์  มะโนแจ่ม   รับบท   ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไกรณรงค์ (คุณมณฑาตอนสาว)
ดวงดาว  จารุจินดา   รับบท   ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไกรณรงค์ (คุณมณฑา)
พิชยดนย์  พึ่งพันธ์   รับบท   พิชญ์
กาญจน์เกล้า  ด้วยเศียรเกล้า   รับบท   พิณทอง
ภูมิภาฑิต  นิตยารส   รับบท   พันธุ์สูรย์
กวินตา  โพธิจักร   รับบท   อุษา
ชวัลกร  วรรธนพิสิฐกุล   รับบท   แสงแข
วีรคณิศร์  กานต์วัฒนกุล   รับบท   ภูไท
กวิตา  รอดเกิด   รับบท   ลานนา
นนทพันธ์  ใจกันทา   รับบท   อนิรุทธิ์
กาญจนา  จินดาวัฒน์   รับบท   คุณปราง
พิราวรรณ  ณ นคร   รับบท   คุณหญิงวัชรวิชิต
ภัสสร  บุณยเกียรติ   รับบท   คุณหญิงแก้ว
กาญจนาพร  ปลอดภัย   รับบท   สุรภี
น้อย  โพธิ์งาม   รับบท   อุไร
วชิรา  เพิ่มสุริยา   รับบท   โอบอ้อม
ไกรลาศ  เกรียงไกร   รับบท   นายสม
รุ้งลาวัลย์  โทนะหงษา   รับบท   บัวคำ
อำภา  ภูษิต   รับบท   นางพิศ
ตฤณ  เศรษฐโชค   รับบท   รมต.พจน์
ปราบ  ยุทธพิชัย   รับบท   นายพรหม
พอเจตน์  แก่นเพ็ชร์   รับบท   นายพัน

วันนี้ที่รอคอย-2556

น่าน ปิงนรเทพ (วัยเด็ก) ไปเดินเล่นกับม่านฟ้า หรือเมย น้องสาวสุดที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟจะพาม่านฟ้าไปส่งให้พ่อเลี้ยงทางเหนือ ซึ่งเป็นอดีตทหาร เพื่ออนาคตของม่านฟ้า หากน่านปิงกับม่านฟ้ามีวาสนาต่อกัน ทั้งคู่ย่อมได้พบกันอีก   

น่านปิงนรเทพ เป็นราชบุตรของเจ้าหลวงพีริยเทพ และพระเทวีศุลีมาน แห่งคีรีรัฐนคร เจ้าหลวงพีริยเทพมีพระเชษฐา ชื่อ เจ้าชายมาทยาธร ซึ่งมีพระชายานาม สิริวาระตี (พี่สาวพระเทวีศุลีมาน) และบุตรนาม ศิขรนโรดม เจ้าชายมาทยาธรไม่พอใจที่เจ้าหลวงพีริยเทพไม่เปิดการค้าเสรีจึงทำการปฏิวัติ เจ้าหลวงพีริยเทพไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงยอมโดยดี แต่พระองค์แอบให้อินปง ราชองครักษ์พาพระเทวีและราชบุตรหนี พร้อมนำตราสุรสีหนาท สัญลักษณ์ของกษัตริย์แห่งคีรีรัฐไปด้วย ส่วนพระองค์ดื่มยาพิษของเจ้าชายมาทยาธรสิ้นพระชนม์ เจ้าชายมาทยาธรให้นายพลจตุรัส ออกข่าวเรื่องเจ้าหลวงสิ้นพระชนม์ อินปงพาพระเทวีและราชบุตรหนีไปพร้อมจันทร์แรม ภรรยา และม่านฟ้า ลูกของเขา โดยมี ภูสินทร ราชองครักษ์อีกคนระวังหลัง และคำฝาย หญิงใบ้คอยดูแลราชบุตร ทั้งสองพระองค์ลงเรือล่องไปทางแม่น้ำเวียงสาย อินปงกับจันทร์แรมฝากม่านฟ้าไปด้วย แล้วพวกเขาก็กลับมาช่วยภูสินธร พลเอกราชิด ปะทะกับภูสินทร พวกภูสินทรสู้ไม่ได้ อินปงกับจันทร์แรมชิงฆ่าตัวตาย ภูสินทรบาดเจ็บสาหัส และถูกจับไปไว้ที่ผาห่มดอก ราชิดกลับมารายงานเจ้าชายมาทยาธร บายศรี ภรรยาของภูสินทรแอบได้ยินก็รีบไปเล่าให้พระชายาสิริวาระตีฟัง พระชายาหาทางช่วยภูสินทร เพื่อให้ภูสินทรไปอารักขาพระเทวีและราชบุตร

เจ้าชายมาทยาธรมาบอกพระชายาสิริวาระตีกับศิขรนโรดมว่าเจ้าหลวงสิ้นแล้ว ส่วนพระเทวีกับราชบุตรหายตัวไป พระชายาสิริวาระตีทำเป็นเพิ่งรู้ พระนางสงสารลูกเพราะรู้ว่าศิขรนโรดมกับน่านปิงนรเทพรักกันมาก ศิขรนโรดมไปเรียนหนังสือกับครูเฒ่าคนเดียว ด้วยความคิดถึง องค์ชายจึงเล่าให้ครูเฒ่าฟัง ตั้งแต่น่านปิงเป็นคนตั้งชื่อม่านฟ้า ทั้งยังเลี้ยงกระต่ายไว้เป็นของขวัญม่านฟ้า และอีกหลายเรื่องซึ่งทำให้ครูเฒ่ารู้ว่าแท้จริงเจ้าหลวงพีริยเทพทรงเห็นด้วย กับการเปิดประเทศ แต่คีรีรัฐยังไม่พร้อมจึงจะรอไปก่อน ศิขรนโรดมไม่ชอบการปกครอง แต่น่านปิงนรเทพขอร้องแกมบังคับให้เรียน เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ศิขรนโรดมจึงสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อเป็นผู้ช่วยของน่านปิงนรเทพ และจะรอให้น่านปิงนรเทพกลับมาเป็นเจ้าหลวง

นายแพทย์สิงหะไปตรวจอาการภูสินทร และแอบส่งข่าวเรื่องพาหนีในวันงานลอยประทีปให้ภูสินทรรู้ รุ่งเช้าของวันงาน ครูเฒ่าพาศิขรนโรดมนั่งรถม้าเล่น ระหว่างทางพบชายสองคนเดินอยู่ซึ่งหนึ่งในนั้นจะไปแม่น้ำเวียงสาย ครูเฒ่าให้ติดรถม้าไปด้วย ชายคนนั้น คือ ภูสินทร เขาได้รับคำสั่งให้ตามหาพระเทวีกับราชบุตรเพื่อถวายอารักขา และมอบห่อสมบัติให้สองพระองค์ใช้ยังชีพ

เวลาผ่านไปสิบกว่าปี ม่านฟ้ามาอยู่กับพลตรีสุริยะ ภีมะมนตรี โดยมีชื่อใหม่ว่า บราลี หรือ บรี ขณะที่คุณพ่อบาทหลวงย้ายมาอยู่ที่โบสถ์ในฮ่องกง พระเทวีศุลีมานฝากน่านปิงนรเทพมาเรียนด้วย ต่อมาไม่นาน พระเทวีตรอมใจตาย คุณพ่อบาทหลวงได้ฝากฝังน่านปิงไว้กับจ้าวฉินเย่ว์ หรือ เต้ นักธุรกิจใหญ่ในฮ่องกง โดยน่านปิงนรเทพ มีชื่อใหม่ว่า จ้าวซัน เต้มีจ้าวไทไท เป็นภรรยาใหญ่ นางไม่มีลูก เต้มีภรรยาอีกหลายคน และมีลูกชายกับหญิงต่างชาติ ชื่อ จ้าวฉินเจียง แต่จ้าวไทไทไม่ยอมรับทั้งแม่และลูก ฉินเจียงน้อยใจจึงหันไปหาอบายมุข โดยมีเกาเฟย อดีตนักเลงเป็นคนชักนำ นอกจากนี้ เต้ยังมีลูกสาวกับคุณนายสี่ 2 คน คือ เหม่ยอิง ผู้หญิงเก่ง แอบรักจ้าวซัน เพราะรู้ว่าจ้าวซันไม่ใช่พี่แท้ ๆ และผิงอัน หรือซายหมุย น้องสุดท้องซึ่งเป็นที่รักของทุกคน เต้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง ก่อนตายท่านจะให้จ้าวซันสืบทอดกิจการ แต่จ้าวซันไม่รับ เต้จึงให้จ้าวซันดูแลชั่วคราว ส่วนฉินเจียงได้เป็นไท้เป่ง สืบทอดกิจการ จ้าวซันทำทุกอย่างเพื่อน้อง แต่ฉินเจียงคิดว่าจ้าวซันจะแย่งทุกอย่างไป เพราะตอนนี้ทุกคนรักและเคารพการตัดสินใจของจ้าวซันคนเดียว

บราลีเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ และกำลังจะกลับเมืองไทย แต่เธอแวะเที่ยวฮ่องกงก่อน ตอนแรกบราลีจะไปอยู่กับเพื่อนชื่อ หลินจื้อเหม่ย แต่เพื่อนติดธุระหลายวัน สุริยะจึงให้บราลีรับความช่วยเหลือจากจ้าวซัน ซึ่งสุริยะแนะนำว่าเป็นเพื่อนทางธุรกิจ จ้าวซันส่งหลี่ คนขับรถ ไปรับบราลีที่สนามบิน แล้วพามาพักที่โรงแรม บราลีเชื่อมาตลอดว่าสุริยะเป็นคนดี โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังสุริยะเป็นเสือผู้หญิงและนักพนันตัวยง แต่เพราะจ้าวซันช่วยเหลือเรื่องเงิน สุริยะจึงดูแลบราลีอย่างดี

ฉินเจียงมาต่อว่าจ้าวซันเรื่องซื้อบริษัทตื้อสวน ที่กำลังจะเจ๊ง เพราะคิดว่าใช้เงินกองกลาง แต่เมื่อรู้ว่าจ้าวซันใช้เงินส่วนตัว ฉินเจียงก็เสียหน้ากลับไป เต๋อเป่า มือขวาของจ้าวซันมารายงานว่าบราลีถึงโรงแรมแล้ว จ้าวซันจึงให้เทเรซ่า เลขาส่วนตัวที่ทำงานมาตั้งแต่เต้ยังอยู่โทรไปที่โรงแรม แต่เทเรซ่าติดต่อบราลีไม่ได้ ทำให้จ้าวซันรีบไปโรงแรมด้วยความร้อนใจ ขณะที่บราลีไปเดินเล่นและได้เจอผิงอันที่มากับอาม่า คนใช้ ทั้งคู่ถูกชะตากันจึงไปเที่ยวด้วยกัน ผิงอันเล่าให้บราลีฟังถึงบ้านของตนที่เรียกว่า บ้านสี่ฤดู บราลีรับปากจะไปเที่ยวบ้านผิงอัน แล้วบราลีก็แยกกลับโรงแรม จ้าวซันโล่งใจที่บราลีกลับมา เขานัดบราลีทานข้าวเย็น จากนั้นจ้าวซันก็กลับไปบริษัทแล้วให้เทเรซ่ายกเลิกนัดวันพรุ่งนี้ เพราะจะพาบราลีไปเที่ยว

ภูสินทรมาหาจ้าวซันด้วยใบหน้าที่ผ่าตัดแล้ว และมีชื่อใหม่ว่า เมืองเทพ เป็นนักธุรกิจไทย ภูสินทรอยู่กับคำฝายและติดต่อจ้าวซันเรื่อยมา ภูสินทรเตือนจ้าวซันให้ระวังตัวเพราะศิขรนโรดมจะมาดูงานที่ไทย แล้วเลยมาชมไหมจีนที่ฮ่องกงซึ่งพลเอกราชิดเดินทางมาด้วย ตกเย็น เหม่ยอิงชวนจ้าวซันไปงาน แต่จ้าวซันปฏิเสธเพราะนัดบราลีแล้ว เหม่ยอิงข่มความไม่พอใจไว้ เธอยังคิดว่าตนกับจ้าวซันเหมาะสมกันที่สุด และจะเป็นผู้นำธุรกิจต่อจากเต้ได้ จ้าวซันไปเยี่ยมจ้าวไทไท แม่ใหญ่ของบ้าน ในอดีตแม่ใหญ่เป็นคนเก่ง แต่เมื่อเต้เสียไป แม่ใหญ่ก็วางมือและอยู่แต่ในบ้าน ทั้งยังชอบพูดจาแปลกจนคนอื่นคิดว่าท่านเพี้ยน แม่ใหญ่บอกจ้าวซันเรื่องฉินเจียงคิดทำบ้านสี่ฤดูเป็นโฮเต็ล จ้าวซันไม่คิดว่าแม่ใหญ่จะรู้มากกว่าเขา อากง คนดูแลบ้านเก่าแก่เคยบอกจ้าวซันว่าแม่ใหญ่รู้อะไรดี ๆ มากกว่าทุกคน

จ้าวซันมารับบราลี เขาดีใจที่บราลีใส่ชุดที่เขาเตรียมให้ จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยวรอบเมือง แล้วพาไปทานอาหาร เขาเป็นกันเองจนบราลีผ่อนคลาย คำพูดของจ้าวซันทำให้บราลีคิดถึงอดีตที่ไม่เคยรู้ เธอมักฝันถึงครอบครัวอบอุ่นบ่อย ๆ จ้าวซันเห็นใจแต่ยังไม่บอกความจริง เหม่ยอิงมาทานข้าวกับคุณนายหวัง แม่ของเพื่อนจึงเห็นจ้าวซันกับบราลี เหม่ยอิงโกรธมากเลยไม่เข้าไปทัก ตลอดเวลาที่จ้าวซันไปกับบราลี เต๋อเป่าแอบตามไป เพราะกลัวมีคนมาปองร้ายจ้าวซัน

เหม่ยอิงมารอจ้าวซันที่บ้านและต่อว่าที่เขาไปทานข้าวกับบราลี ทั้งยังพยายามบอกความในใจ แต่จ้าวซันย้ำว่าเหม่ยอิงเป็นน้อง เหม่ยอิงโกรธจนพูดเรื่องที่ฉินเจียงแอบใช้เงินบริษัท เหม่ยอิงย้ำว่าคนที่ได้ครองบริษัทควรเป็นเธอกับจ้าวซัน จ้าวซันอึ้งทั้งเรื่องฉินเจียงและท่าทางแข็งกระด้างของเหม่ยอิง อากงมาปลอบใจและเตือนให้จ้าวซันระวังผู้หญิงตระกูลจ้าว

วันรุ่งขึ้น จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยว เขาพูดถึงฮ่องกง และเรื่องที่ตนเคยคิดจะแก้แค้น บราลีไม่ชอบการแก้แค้น จ้าวซันเห็นบราลีเศร้าจึงเผลอเรียก ม่านฟ้า จนบราลีแปลกใจ แต่ยังไม่ทันถามคุณพ่อบาทหลวงก็เข้ามาทัก คุณพ่อบาทหลวงบอกว่ารู้จักบราลี ตั้งแต่บราลียังเด็ก บราลีอยากรู้เรื่องในอดีตแต่ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้

สุริยะ มาเล่นการพนันที่บ่อนของฉินเจียงในมาเก๊าจนหมดตัว จึงขอกู้เงินฉินเจียงโดยอ้างว่ารู้จักจ้าวซัน เกาเฟยยุให้ฉินเจียงตกลงและทำสัญญาเงินกู้ไว้เผื่อวันข้างหน้าจะใช้ต่อรอง กับจ้าวซัน นอกจากนี้ เกาเฟยยังบอกเรื่องผลสำเร็จการเจรจาซื้อขายอาวุธเถื่อนกับทหารคีรีรัฐ ฉินเจียงเชื่อเกาเฟยทุกอย่าง และสั่งให้เกาเฟยสะกดรอยตามบราลี เพราะเขาคิดว่าบราลีเป็นผู้หญิงพิเศษของจ้าวซัน

ศิขรนโรดมต้องเดินทางไปเมืองไทยและฮ่องกง แต่ใจยังห่วงพระบิดาและพระมารดาที่ไม่สบายจึงมาหาครูเฒ่าเพื่อปรับทุกข์ องค์ชายเพิ่งรู้เรื่องพระบิดาปฏิวัติเมื่อตอนโต จึงคิดเสมอว่าคีรีรัฐเป็นของน่านปิงนรเทพ ส่วนพระองค์มีหน้าที่ดูแลแทนเท่านั้น ครูเฒ่าซึ้งในน้ำพระทัยขององค์ชายมาก

พลเอกราชิดมีลูกสองคน คือ อสุนี เพื่อนเรียนและองครักษ์ของศิขรนโรดม กับมิถิลา น้องสาวอสุนีซึ่งกำลังจะเข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงของพระเทวี อสุนีไม่เห็นด้วยที่พ่อจะปฏิวัติ ยิ่งการไปประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้ อสุนีไม่ได้ไปด้วย เขาก็ยิ่งห่วงองค์ชาย มิถิลาแอบบอกอสุนีว่าราชิดประชุมลับบ่อย ๆ และได้ส่งทหารไปฮ่องกงเพื่อติดต่อเรื่องอาวุธแล้ว อสุนีอยากทูลเรื่องนี้ในวันที่ศิขรนโรดมเดินทาง แต่เขาก็พูดไม่ออก เพราะราชิดคอยมองอยู่ จ้าวซันมองรูปศิขรนโรดมในหนังสือพิมพ์ด้วยความชื่นชม เขาให้เทเรซ่าติดต่อเชิญองค์รัชทายาทมาชมผ้าไหมที่บริษัทและจัดงานเลี้ยง ต้อนรับ ก่อนจะโทรไปขอบใจภูสินทรที่ช่วยโอนเงินใช้หนี้แทนฉินเจียง จากนั้นจ้าวซันก็มารับบราลีที่จะย้ายไปอยู่กับเพื่อนไปส่ง จ้าวซันรู้ว่าฉินเจียงส่งคนสะกดรอยตามก็เป็นห่วงบราลี จึงให้เต๋อเป่าจัดคนมาดูแลบราลี

โกศิณ ตัวแทนราชิดมาตกลงเรื่องอาวุธ ฉินเจียงเสนออาวุธใหม่ที่อานุภาพรุนแรงกว่าเดิม แต่มีราคาสูงขึ้นสองเท่า โกศิณขอเวลาคิด ฉินเจียงกลัวชวดเงิน แต่เกาเฟยมั่นใจว่าโกศิณต้องตกลง ทำให้ฉินเจียงสบายใจ เขาจึงไปหาความสุขกับซูหลิง คู่ขานักร้องคนใหม่ เหม่ยอิงรู้ความลับที่ฉินเจียงเบิกเงินโดยไม่มีใบเบิกจึงคิดแผนร้ายในใจ จ้าวซันไปติดต่อเรื่องเรียนต่ออเมริกาให้ผิงอัน ทำให้ผิงอันดีใจมาก แต่เธออ่อนภาษาอังกฤษจ้าวซันจึงจะหาคนมาสอนเพราะเหม่ยอิงไม่ยอมสอน ผิงอันคิดจะให้บราลีมาสอน จ้าวซันรู้ว่าอาม่าห่วงและคิดถึงผิงอันจึงรับปากจะให้ผิงอันกลับบ้านทุกเทอม เหม่ยอิงน้อยใจที่จ้าวซันห่วงผิงอันมากกว่าตนเมื่อครั้งไปเรียนเมืองนอก ทั้งที่ความจริง เหม่ยอิงไม่ยอมกลับบ้านเอง เหม่ยอิงขอจ้าวซันทำงาน จ้าวซันรับปากจะจัดการให้  เขาไม่ชอบที่เหม่ยอิงมีความคิดว่า ในธุรกิจไม่มีคำว่าพี่น้อง

ผู้กองเหลียง แห่งหน่วยปราบปรามอาชญากรรมมาบอกจ้าวซันว่า รถขนเสื้อสำเร็จรูป บริษัทสื้อฉวนของจ้าวซันถูกปล้นของหายหมด ผู้กองเหลียงมองจ้าวซันเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะจ้าวซันอาจวางแผนปล้นตัวเองเพื่อเรียกเงินประกัน เต๋อเป่ารายงานจ้าวซันว่า เจิ้นจง คนขับรถที่หายตัวไปมีเพื่อน ชื่อ เสี่ยวจู จ้าวซันจึงไปหาเสี่ยวจูกับเต๋อเป่า และให้เหม่ยอิงเตรียมงานต้อนรับรัชทายาทแห่งคีรีรัฐ เต๋อเป่ากับจ้าวซันมาหาเสี่ยวจูที่โรงฝิ่น แต่เสี่ยวจูตายแล้ว จ้าวซันให้เต๋อเป่าโทรบอกผู้กองเหลียง ผู้กองเหลียงบอกว่าที่จริงคนเฝ้าประตูโรงฝิ่นก็ถูกฆ่า ผู้กองจึงส่งจ่าหมง ปลอมตัวไปแทนเพื่อดูเหตุการณ์ ตอนนี้ผู้กองเหลียงมั่นใจแล้วว่าจ้าวซันไม่ใช่คนร้าย ผู้กองจึงพุ่งไปที่คนอื่นโดยเฉพาะฉินเจียง

จ้าวซันเร่งการผลิตเสื้อ เตรียมจัดส่งทางเครื่องบิน จ้าวซันมีคติว่าขาดทุนดีกว่าเสียคำพูด เหม่ยอิงอาสาคุมการผลิต จ้าวซันตกลง เกาเฟยมาบอกฉินเจียงที่อยู่กับซูหลิงเรื่องคดีของจ้าวซัน ฉินเจียงเพิ่งรู้เรื่องก็สมน้ำหน้าจ้าวซัน เกาเฟยยังบอกอีกว่าโกศิณตกลงซื้ออาวุธแล้ว ทำให้ฉินเจียงดีใจมาก ตอนนี้ ฉินเจียงคิดจะลองอยู่กินกับซูหลิงเพราะเริ่มชอบซูหลิงจริง ๆ

ถึงวันเกิดผิงอัน จ้าวซันจัดงานที่บ้านสี่ฤดูและให้ต่างหูเพชรเป็นของขวัญ ผิงอันดีใจมาก ฉินเจียงพาซูหลิงมางานจึงทะเลาะกับเหม่ยอิง เพราะเหม่ยอิงเกลียดคนไร้สกุล จ้าวซันรีบมาห้าม แล้วให้ผิงอันดูแลซูหลิง จากนั้นจ้าวซันบอกฉินเจียงว่ารู้สิ่งที่ฉินเจียงทำและใช้หนี้แทนแล้ว ทำให้ฉินเจียงไม่พอใจ จ้าวซันเตือนให้ฉินเจียงระวังเกาเฟยและตั้งใจทำงาน เพราะจ้าวซันจะวางมือ ฉินเจียงกลัวจ้าวซันทำจริงจึงพูดดีขึ้น เพราะลึก ๆ แล้วเขายอมรับว่าจ้าวซันเก่ง ซูหลิงกลับมาคุยกับสองหนุ่มเรื่องที่ตนชอบของเก่าและเคยขายของเก่า ฉินเจียงจึงคิดเปิดร้านขายของเก่าให้ซูหลิงโดยมีจ้าวซันสนับสนุน ซูหลิงเห็นว่าจ้าวซันเป็นคนดี จึงไม่อยากให้ฉินเจียงมีอคติ ผิงอันพาบราลีมาแนะนำ บราลีกับจ้าวซันดีใจที่ได้เจอกัน จ้าวซันขอให้บราลีมาสอนภาษาผิงอัน บราลียังไม่ตอบรับ จ้าวซันพาบราลีชมรอบบ้านทำให้เหม่ยอิงไม่พอใจ เธอบอกคุณนายสี่ ผู้เป็นแม่ว่าสิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องได้ แม้แต่ตัวจ้าวซัน คุณนายสี่หวาดหวั่นกับท่าทีของเหม่ยอิง

วันต่อมา จ้าวซันนัดบราลีกับคุณพ่อบาทหลวงไปทานข้าวที่ร้านเล็ก ๆ ร้านประจำของเขา บราลีตอบรับสอนภาษาให้ผิงอัน ทั้งสามได้พบผู้กองเหลียงจึงรู้ว่ายังหาเจิ้นจง คนขับไม่พบ และคนร้ายเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์หลังรถ  ผู้กองเหลียงเตือนให้จ้าวซันระวังอันตรายโดยเฉพาะในงานเลี้ยงต้อนรับองค์ รัชทายาทแห่งคีรีรัฐ บราลีคุ้นชื่อคีรีรัฐแต่ไม่ได้คำตอบจากใคร หลังจากนั้น จ้าวซันไปส่งบราลีสอนภาษาผิงอัน เขาสัญญาว่าจะมารับบราลีไปส่งบ้าน เหม่ยอิงมาพูดกันท่าบราลีกับจ้าวซัน บราลีไม่คิดจะโต้แย้ง ผิงอันเข้ามาขัดจังหวะและขอโทษแทนพี่สาว

ผู้กองเหลียงนัดจ้าวซันมาพบ จ้าวซันจึงให้หลี่ไปรับบราลีแทน แต่เขาก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าบราลีนั่งรถเมล์กลับ ผู้กองเหลียงแนะนำให้จ้าวซันรู้จักหมวดจาง ลูกน้องและอเล็กซ์ จากหน่วยพิสูจน์หลักฐาน อเล็กซ์พบศพเจิ้นจงคนขับ แต่ไม่แน่ใจเพราะศพหน้าเละ เต๋อเป่าจำรอยสักที่แขนเจิ้นจงได้จึงไปช่วยยืนยัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นของบริษัทที่ตั้ง ขึ้นลอย ๆ ไร้พนักงาน ไร้ที่อยู่ จ้าวซันช่วยอะไรไม่ได้จึงขอตัว เขาไปหาบราลีที่บ้านหลินจื้อเหม่ยเพราะเป็นห่วง บราลีย้ำว่าเธอโตพอที่จะเดินทางคนเดียวได้ แต่จ้าวซันกลัวบราลีไม่ปลอดภัยจึงยื่นข้อเสนอให้รถคันเล็กกับบราลีไว้ใช้ บราลียอมตกลง จ้าวซันเล่าเรื่องคดีให้ฟัง ทำให้บราลีเห็นใจเขามากขึ้น

ศิขรนโรดมและผู้ติดตามมาถึงเมืองไทย องค์ชายขอพักโรงแรมเป็นการส่วนตัว ราชิดเห็นว่าศิขรนโรดมไม่มีพิษภัยจึงยอม โกศิณมาบอกราชิดว่าการติดต่ออาวุธเรียบร้อย ภูสินทรแกล้งเป็นลมต่อหน้าองค์ชาย ศิขรนโรดมรีบช่วยเหลือทันทีจนภูสินทรซึ้งน้ำพระทัย แต่ใบหน้าของศิขรนโรดมที่คล้ายจ้าวซันมาก ทำให้ภูสินทรตัดสินใจไปฮ่องกงเพื่อดูแลความปลอดภัยให้จ้าวซัน

ผิงอันเล่าให้คุณนายสี่ผู้เป็นแม่และอาม่าฟังว่าแม่ใหญ่อยากพบบราลี แล้วยังสั่งให้ผิงอันตั้งใจเรียนเพราะต่อไปต้องทำงานหนักสร้างความแปลกใจให้ คนที่ฟังมาก เหม่ยอิงกลับมาบ้านก็เถียงกับผิงอันเรื่องบราลี คุณนายสี่จึงเตือนสติเหม่ยอิงว่า ผิงอันรักเหม่ยอิงมากขนาดยกของขวัญที่จ้าวซันให้กับเหม่ยอิง นางขอให้เหม่ยอิงหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำโดยเฉพาะคิดเป็นใหญ่ในตระกูลจ้าว เหม่ยอิงสะท้อนใจแต่ก็ไม่คิดถอย เธอนัดพบเกาเฟย เหม่ยอิงทำให้เกาเฟยยอมร่วมมือโดยเอาครอบครัวของเกาเฟยมาต่อรอง เธอเป็นคนทำทุกอย่างให้จ้าวซันกับฉินเจียงผิดใจกัน เธอวางแผนว่าวันส่งอาวุธงวดสุดท้ายคือจุดจบของฉินเจียง ส่วนจ้าวซันมีสองทางเลือก คือ ร่วมมือกับเธอ หรือต้องเลิกทำธุรกิจ เพราะระหว่างที่คุมการผลิตเสื้อ เธอใช้ผ้าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ถ้าส่งออก อเมริกาจะไม่เชื่อถือจ้าวซันอีก แต่ถ้าจ้าวซันร่วมมือ เธอจะส่งของจริงไปแทน หมวดจางแอบตามมาเพราะได้รับคำสั่งให้ดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านสี่ฤดู เขาไม่รู้ว่ารถที่ตนตามมาเป็นของใครจึงตรวจสอบ เหม่ยอิงกลับถึงบ้านก็ไปหาผิงอันในห้องนอน ผิงอันงัวเงียตื่นขึ้นมาบอกไม่ให้เหม่ยอิงออกไปคนเดียวดึก ๆ เพราะเป็นห่วง เหม่ยอิงซึ้งใจน้องมาก

จ้าวซันนั่งแท็กซี่ไปหาบราลีแต่เช้า แล้วพาไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า เพราะวันนี้เป็นวันเกิดจ้าวซัน บราลีอวยพรวันเกิดให้ จ้าวซันเล่าว่าอนาคตจะสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและอยากให้บราลีมาช่วย บราลีไม่ตอบ เหม่ยอิงหาจ้าวซันไม่พบก็หงุดหงิดมาก ขณะที่จ้าวซันกลับมาทำงานด้วยความสุข ผิงอันพาบราลีมาหาแม่ใหญ่ แม่ใหญ่ชมบราลีว่าสวยและเป็นคนจริงใจ ผิงอันบอกบราลีว่า แม่ใหญ่ชอบพูดเรื่องตระกูลจ้าวจะไม่เหลือใคร ผิงอันต้องดูแล ที่สำคัญแม่ใหญ่ขอให้บราลีช่วยดูแลจ้าวซัน ผิงอันเองก็อยากให้บราลีเป็นพี่สะใภ้ บราลีไม่ตอบรับแล้วขอตัวกลับทันที เมื่อบราลีถึงบ้านเพื่อน เธอเห็นชายคนหนึ่งซุ่มมองอยู่ก็ไม่สบายใจ

ผู้กองเหลียงได้ข้อมูลว่ารถที่หมวดจางเห็นเป็นของเหม่ยอิง เขาจึงเริ่มสนใจเหม่ยอิง หมวดจางกับผู้กองเหลียงไปรับเสด็จองค์รัชทายาทที่สนามบิน ระหว่างทางมีผู้หวังดีโทรบอกว่ามีเงินจำนวนมากโอนเข้าเซฟบริษัทตระกูลจ้าว ซึ่งฉินเจียงดูแล โดยไม่มีใบฝากเงินผู้กองเหลียงจึงสั่งระงับการเบิกจ่ายเงินจำนวนนี้ที่สนาม บิน คนตระกูลจ้าวไม่มีใครมา ขณะที่องค์รัชทายาทมาพร้อมผู้ติดตาม เกาเฟยแอบมาติดต่อกับโกศิณ หมวดจางเห็นก็รีบบอกผู้กองเหลียง แต่ผู้กองไม่ทันมองจึงต้องรอดูจากภาพถ่ายที่ให้จ่าหมงถ่ายไว้ ระหว่างกลับ ผู้กองกับหมวดจางเห็นรถเหม่ยอิงก็แปลกใจที่เธอไม่ยอมปรากฏตัว

สาเหตุที่ฉินเจียงไม่มาสนามบินเพราะอยู่เปิดร้านซูหลิง ขณะที่จ้าวซันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้าโรงพยาบาล หลี่อาการหนักกว่า คุณพ่อบาทหลวง เหม่ยอิง ผิงอัน และบราลีมาเยี่ยมจ้าวซัน บราลีเป็นห่วงจ้าวซันแต่แสดงออกไม่ได้ จ้าวซันดีใจที่บราลีมา เขาขอให้บราลีไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท แต่ไม่ทันได้คำตอบ จ้าวซันก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา บราลีจึงเลี่ยงออกจากห้องสวนกับภูสินทรที่มาเยี่ยมจ้าวซัน ภูสินทรแนะนำตัวว่าชื่อเมืองเทพ เป็นเพื่อนสุริยะ เขาทำตามแผนของจ้าวซันคืออ้างว่าสุริยะได้รับเชิญไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท ก็อยากให้บราลีไปด้วย จึงฝากชุดและจดหมายมากับภูสินทร บราลีตกลงไปงานพร้อมภูสินทร วันต่อมา บราลีมาสอนผิงอันจึงรู้ว่าจ้าวซันกลับมาพักที่บ้านแล้ว ผิงอันพาบราลีไปหาจ้าวซัน ทำให้บราลีเห็นเหม่ยอิงเอาใจจ้าวซันออกนอกหน้า เธอรีบบอกว่าจะไปงานกับภูสินทร แล้วขอตัวกลับทันทีเพราะทนเห็นภาพนั้นไม่ได้

บราลี มาหาคุณพ่อบาทหลวงเพื่อถามถึงอดีต คุณพ่อบาทหลวงบอกแค่ว่า บราลีเคยอยู่กับครอบครัวอื่นมาก่อน แต่ทุกคนอยากให้บราลีได้สิ่งที่ดีที่สุดจึงให้บราลีมาอยู่กับสุริยะ คุณพ่อบาทหลวงพูดถึงจ้าวซันด้วยความเป็นห่วงที่เขาไว้ใจคนมากไปจนอันตราย บราลีจึงเริ่มห่วงบ้าง จ้าวซันมาง้อบราลีเพราะคิดว่าเธอโกรธ แต่เธอปฏิเสธ จ้าวซันเล่าชีวิตวัยเด็กในฮ่องกงที่เรียนรู้อะไรหลายอย่าง บราลีพูดถึงเรื่องที่ไปหาคุณพ่อบาทหลวงมา เธอถามจ้าวซันว่ามีน้องสาวอีกคนหรือไม่ แต่จ้าวซันไม่ตอบ บราลีแยกกลับบ้านก็รู้จากหลินจื้อเหม่ยว่ามีชายแปลกหน้ามาหา บราลีนึกถึงชายที่แอบดูเธอวันนั้นอย่างไม่สบายใจ

อาหมงนำภาพถ่ายที่สนามบินมาให้ผู้กองเหลียงกับหมวดจางดู ทุกคนคุ้นหน้าศิขรนโรดม แต่พวกเขาสนใจเกาเฟยมากกว่า อาหมงเล่าว่าเกาเฟยเคยช่วยพันหงปิงค้าอาวุธเถื่อน เมื่อพันหงปิงถูกจับ เกาเฟยก็หนีไปพร้อมอาวุธที่เหลือ ทุกคนคิดว่าฉินเจียงอาจรู้เห็น ผู้กองเหลียงให้หมวดจางสืบประวัติคีรีรัฐเพื่อประกอบคดีอาวุธเถื่อนและเก็บ ภาพคนของคีรีรัฐติดต่อเกาเฟยไว้เป็นหลักฐาน หมวดจางสืบจากญาติของอาหมงที่เป็นนักข่าว จนรู้ว่าคีรีรัฐเคยมีการปฏิวัติและอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้านผู้กองเหลียงมาเยี่ยมจ้าวซันที่บ้าน ขณะที่จ้าวซันคุยกับเหม่ยอิงเรื่องงานต้อนรับองค์รัชทายาทในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเหม่ยอิงสั่งเกาเฟยเตือนฉินเจียงแล้ว ผู้กองแปลกใจที่เหม่ยอิงสนิทกับเกาเฟยถึงขั้นสั่งได้จึงเริ่มพิจารณาเธอมาก ขึ้น อีกทั้งผู้กองยังสนใจจ้าวซันที่เก่งทุก ๆ ด้าน จนผู้กองเหลียงคิดว่าจ้าวซันไม่ใช่เด็กเก็บตกธรรมดา เต๋อเป่ามาบอกจ้าวซันว่าอาวุธเถื่อนของพันหงปิงอยู่ที่ฉินเจียงซึ่งจะขายให้ ทหารของคีรีรัฐ จ้าวซันคิดไม่ตกทั้งเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดม อากงเห็นท่าทางของจ้าวซันก็ให้ข้อคิดหลายเรื่อง และย้ำให้จ้าวซันอภัยให้น้อง จ้าวซันคิดถึงเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดมอย่างหนัก

รุ่งเช้าวันงานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาท ฉินเจียงและเหม่ยอิงต้อนรับศิขรนโรดมที่โรงงานทอผ้าไหม  จ้าวซันตัดสินใจช่วยน้องทั้งสองโดยวางแผนกับภูสินทรไม่ให้เกิดการปฏิวัติที่ คีรีรัฐ จากนั้นจ้าวซันกับเต๋อเป่าก็ไปหาฉินเจียง ผู้กองเหลียงรู้เรื่องคีรีรัฐจึงมั่นใจว่าจ้าวซันเกี่ยวข้องกับศิขรนโรดม เขาไปหาคุณพ่อบาทหลวงพร้อมหมวดจาง ฉินเจียงแยกกับเหม่ยอิงหลังองค์รัชทายาทไปพัก เหม่ยอิงคิดว่าจ้าวซันคล้ายศิขรนโรดม เกาเฟยบอกฉินเจียงที่ตำรวจอายัดเงิน และพูดให้ฉินเจียงเข้าใจว่าจ้าวซันบอกตำรวจ ฉินเจียงโกรธมากจึงให้ลูกน้องเอาสัญญาเงินกู้ของสุริยะไปให้บราลี และพูดให้บราลีเข้าใจว่าจ้าวซันทำให้สุริยะติดการพนัน จ้าวซันมาหาฉินเจียงจึงถูกต่อว่าเรื่องตำรวจอายัดเงิน จ้าวซันไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเขาตั้งใจมาพูดให้ฉินเจียงยกเลิกการขนอาวุธคืนนี้ โดยสัญญาว่าจะไปจากฮ่องกงทันที ฉินเจียงคิดหนัก เกาเฟยกลัวเสียแผนและครอบครัวเป็นอันตราย จึงหว่านล้อมจนฉินเจียงยอมขนอาวุธต่อ เกาเฟยเปลี่ยนแผนให้ส่งของทางเรือทั้งหมด จ้าวซันไม่ไว้ใจเกาเฟยจึงให้เต๋อเป่าตามทุกฝีก้าว

เหม่ยอิงเอาเครื่องประดับสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ไปงานคืนนี้โดยไม่กลัวจ้าว ซันโกรธ เพราะของชิ้นนี้แม่ใหญ่ไม่เคยให้ใครใส่ จากนั้นเหม่ยอิงก็ไปหาเกาเฟย ขณะที่มีคนนำสัญญาเงินกู้มาให้บราลีโดยอ้างว่าเป็นลูกน้องจ้าวซัน บราลีโกรธมากจึงตามหาจ้าวซันจนรู้ว่าเขาไปหาคุณพ่อบาทหลวง บราลีรีบตามไปทันที คุณพ่อบาทหลวงมารับหน้าบราลีเพราะจ้าวซันกำลังเล่าความจริงให้ผู้กองเหลียง ฟัง จ้าวซันบอกผู้กองว่าฉินเจียงถูกหักหลัง และศิขรนโรดมไม่รู้เรื่องอาวุธ โดยเขาใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน ผู้กองเหลียงชื่นชมในความรักและให้อภัยน้องของจ้าวซัน

บราลีต่อว่าจ้าวซันเรื่องหนี้ของสุริยะ จ้าวซันจึงบอกความจริงทุกอย่าง บราลีได้แต่นิ่งอึ้ง เธอขอไม่ไปงานคืนนี้ จ้าวซันไม่ขัดเพราะอยากให้บราลีพัก เทเรซ่าบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าถูกยิงบาดเจ็บสาหัสกำลังผ่าตัดอยู่ที่โรง พยาบาล จ้าวซันห่วงเต๋อเป่ามาก แต่ต้องไปเตรียมตัวเพื่องานคืนนี้ เหม่ยอิงกลับมาบ้านอย่างมีพิรุธและถามจ้าวซันถึงเต๋อเป่า แต่จ้าวซันไม่บอก เหม่ยอิงยิ่งไม่สบายใจเพราะมั่นใจว่าคนที่แอบดูเธอกับเกาเฟย คือ เต๋อเป่า เหม่ยอิงกลัวจ้าวซันจับพิรุธได้จึงแสร้งสารภาพว่า เอาเครื่องเพชรสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ จ้าวซันไม่ว่าอะไรเพราะกลุ้มเรื่องอื่นอยู่ ขณะที่ทางโรงแรมที่ประทับ โกศิณมารายงานราชิดเรื่องเปลี่ยนแผนส่งอาวุธ ราชิดยังเชื่อใจฉินเจียง อสุนีเลือกทำเพื่อแผ่นดินจึงตามมาจากคีรีรัฐ แล้วแอบไปเตือนศิขรนโรดมเรื่องราชิด พ่อของอสุนีวางแผนปฏิวัติ ศิขรนโรดมไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงเปรยกับราชิดทำนองว่าพระองค์จะไป เรียนต่อและให้ราชิดสำเร็จราชการแทน ทำให้ราชิดตื่นเต้นมาก

ที่งานเลี้ยง จ้าวซันเห็นฉินเจียงกับซูหลิงมางานก็จะไปคุยด้วย แต่ฉินเจียงเลี่ยงตลอดเวลา จ้าวซันจึงมั่นใจว่าฉินเจียงไม่เปลี่ยนใจ องค์รัชทายาทเสด็จมาในงาน จ้าวซันมารับเสด็จ ศิขรนโรดมจำพระเชษฐาได้ แต่ก็ทำเฉยตามที่จ้าวซันกระซิบบอก ราชิดคุ้นหน้าจ้าวซัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าผ่าตัดเสร็จแล้วรอเพียงฟื้นขึ้นมา แล้วผู้กองก็แยกไปเตรียมการ เหม่ยอิงรู้เรื่องเต๋อเป่าจากจ้าวซัน เธอโกรธมากที่จ้าวซันปกป้องทุกคนยกเว้นเธอ เหม่ยอิงจึงไปโกหกบราลีว่าจ้าวซันเจ็บหนัก บราลีเชื่อตามขึ้นรถจึงโดนจับไปที่โกดังใกล้ท่าเรือส่งของ

ศิขรนโรดมคุยกับจ้าวซันโดยไม่ให้คนอื่นผิดสังเกต ผู้กองเหลียงมาที่งานอีกครั้งและบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าฟื้นแล้ว และคนที่อยู่กับเกาเฟย คือ เหม่ยอิง จ้าวซันเป็นห่วงบราลีจึงให้ภูสินทรไปคุ้มกันบราลี ขณะที่เหม่ยอิงคิดใช้บราลีต่อรองให้จ้าวซันยอมทุกอย่าง เพราะจ้าวซันรักบราลี บราลีหว่านล้อมให้เหม่ยอิงเปลี่ยนใจ เกาเฟยเตรียมงานเสร็จ เหม่ยอิงจึงให้เงินเกาเฟยไปหาครอบครัวที่เมืองไทย โดยกำชับให้เกาเฟยแจ้งตำรวจเพื่อให้ฉินเจียงถูกจับ หมวดจางซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ก็รีบแจ้งผู้กองเหลียงทันที

ในงาน ภูสินทรกับผู้ว่าฯ กันองค์รัชทายาทออกจากราชิด จ้าวซันดักพบราชิด โกศิณเป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่รู้จักน่านปิงนรเทพ ราชิดปฏิเสธเรื่องที่จ้าวซันกล่าวหาแต่เหตุการณ์ไม่เอื้อ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธเถื่อนที่มีอสุนีเป็นพยาน ราชิดเสียใจที่ลูกหักหลัง โกศิณกลัวความผิดจึงมอบตัวและยอมเล่าความจริง ฉินเจียงถูกจับ แต่จ้าวซันยืนยันจะช่วยฉินเจียงให้ถึงที่สุด และบอกฉินเจียงว่าเหม่ยอิงวางแผนทุกอย่าง ฉินเจียงเสียใจที่เข้าใจจ้าวซันผิด ภูสินทรมาบอกจ้าวซันว่าบราลีหายไป จ้าวซันจึงไปกับผู้กองเหลียง หมวดจางได้รับคำสั่งจากผู้กองเหลียงให้บุก บราลียอมเล่าอดีตที่เจ็บปวดของตนกับจ้าวซันเพื่อให้เหม่ยอิงได้คิด เธอสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนเหม่ยอิงและไม่มีวันทิ้งเหม่ยอิง เหม่ยอิงคิดได้และเสียใจที่ตนเองคิดผิด เหม่ยอิงฝากสร้อยเพชรกับบราลีไปคืนจ้าวซัน บราลีให้เหม่ยอิงจับเธอเป็นตัวประกันฝ่าวงล้อมตำรวจจนไปถึงรถ แต่เสียงเรียกของจ้าวซันทำให้เหม่ยอิงหันมามอง ตำรวจคิดว่าเหม่ยอิงจะต่อสู้จึงยิงเหม่ยอิงทันที เหม่ยอิงขอโทษจ้าวซัน จ้าวซันก็ยอมยกโทษให้ เหม่ยอิงหันมาขอบคุณบราลีก่อนจากไปอย่างสงบ

ฉินเจียงสำนึกผิดจึงรับดูแลเรื่องงานศพของเหม่ยอิง ผู้กองเหลียงตามจับเกาเฟยสำเร็จ จ้าวซันขอร้องให้แม่ใหญ่ยอมรับฉินเจียง แม่ใหญ่รับปากแต่ขอให้จ้าวซันกลับมาฮ่องกงหลังทำธุระเสร็จ จ้าวซันสัญญา แล้วเขาก็ไปพบศิขรนโรดมพร้อมผู้กองเหลียง และภูสินทร เมื่อรู้ว่าที่คีรีรัฐยังมีนายพลจตุรัส คนของราชิดอยู่ จ้าวซันจึงตัดสินใจไปคีรีรัฐกับภูสินทร เพื่อจัดการนายพลจตุรัสก่อนศิขรนโรดมจะกลับไป ศิขรนโรดมเป็นห่วงจ้าวซันจึงให้อสุนีไปด้วย เพราะอสุนีน่าจะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จง่ายขึ้น

งานศพเหม่ยอิงผ่านไป แม่ใหญ่เปิดพินัยกรรมโดยที่ไม่มีจ้าวซันเข้าฟัง บราลีเตรียมตัวกลับเมืองไทย  เธอรู้ว่าจ้าวซันจะไปคีรีรัฐก็เข้าใจว่าเขาจะไปทวงสิทธิ์จึงเสียใจมาก จ้าวซันไปเยี่ยมเต๋อเป่า ก่อนมาอธิบายให้บราลีเข้าใจ เขาสัญญาจะกลับมาหาบราลี บราลีสัญญาจะรอ ภูสินทรพาศิขรนโรดมกับคำฝายมาหาจ้าวซันและบราลี คำฝายกอดบราลีด้วยความคิดถึง

จ้าวซันเดินทางมาคีรีรัฐ เขาแวะมาหาครูเฒ่าที่กระท่อมเพื่อเล่าแผนการทั้งหมด และฝากตราสุรสีหนาทกับครูเฒ่าเพื่อมอบให้ศิขรนโรดม อสุนีไม่ไว้ใจจ้าวซันเพราะคิดว่าจะมาแย่งตำแหน่งเจ้าหลวงกับศิขรนโรดม ภูสินทรก็กลัวอสุนีทำร้ายจ้าวซัน แต่จ้าวซันคิดว่าอสุนีจะไม่ทำอย่างนั้น อสุนีทวนแผนกับจ้าวซันและภูสินทร  แผนคืออสุนีนำจดหมายของโกศิณไปให้นายพลจตุรัสและบอกว่ามีอาวุธใหม่มาขาย จึงจะให้นายพลจตุรัสมาดูในงานเลี้ยงที่บ้านอสุนี แล้วค่อยจัดการ ตอนแรกอสุนีจะให้ทหารคุมนายพลจตุรัสไปผาห่มดอก เมื่อเสร็จงานก็จะฆ่าทหารทิ้ง แต่จ้าวซันเตือนให้อสุนีไว้ใจคนอื่นเหมือนที่ศิขรนโรดมไว้ใจอสุนี แล้วจ้าวซันก็บอกว่าเขากับภูสินทรจะจัดการเอง แล้วจากนั้นจ้าวซันจะไปขึ้นเรือที่แม่น้ำเวียงสายกลับทันที อสุนีไม่เชื่อ มิถิลามาหาอสุนีแล้วถามถึงศิขรนโรดม อสุนีเข้าใจความรู้สึกของน้อง แต่ก็เตือนว่าบางอย่างเป็นไปไม่ได้ แล้วอสุนีก็เล่าให้มิถิลาฟังว่าจะกำจัดจ้าวซัน ภูสินทรแอบฟังอยู่ก็เจ็บใจแทน เขาหาทางช่วยเหลือจ้าวซันจึงไปปรึกษาครูเฒ่า แต่ภูสินทรต้องตกใจมากเมื่อพบบราลีอยู่กับครูเฒ่า บราลีเล่าว่าเป็นห่วงจ้าวซันมากเลยขอให้ศิขรนโรดมช่วยเหลือ องค์ชายน้อยจึงส่งบราลีมาหาครูเฒ่า ภูสินทรเล่าถึงแผนการคืนนี้ และเรื่องที่อสุนีจะกำจัดจ้าวซัน ครูเฒ่าบอกเพียงว่า ถ้าเขาอยากให้เราตาย เราก็ต้องตาย

จ้าว ซันกับภูสินทรปลอมตัวไปบ้านอสุนี ภูสินทรพาบราลีที่ปลอมเป็นศิษย์ครูเฒ่ามาด้วย โดยบอกว่าเด็กเป็นใบ้ จ้าวซันสงสัยแต่ไม่มีเวลาถาม อสุนีพาจ้าวซันไปรู้จักกับนายพลจตุรัสในนาม อัครา ส่วนภูสินทรใช้ชื่อ แสนภูดาษ จ้าวซันหลอกพานายพลจตุรัสเดินมาดูอาวุธ จากนั้นอสุนีก็บอกความจริงว่าราชิดกับโกศิณถูกจับแล้ว จ้าวซันกับภูสินทรจับนายพลจตุรัสไปขังที่ผาห่มดอก เมื่อเสร็จภารกิจ จ้าวซัน ภูสินทร และเด็กใบ้แยกทางกับอสุนี บราลีเปิดเผยตัวทำให้จ้าวซันทั้งอึ้งและดีใจมาก ภูสินทรให้จ้าวซันกับบราลีขึ้นเรือและบอกว่าจะพายออกไปกลางแม่น้ำแล้วค่อย ติดเครื่องเรือ หลังจากนั้นให้บราลีกับจ้าวซันดำน้ำให้ลึกที่สุด เมื่อภูสินทรติดเครื่องเรือจริง ๆ เรือก็ระเบิดทันที อสุนียืนมองด้วยสายตานิ่งเฉย จ้าวซัน บราลีและภูสินทรรอดตาย ทั้งสามว่ายขึ้นฝั่งและรอลูกศิษย์ครูเฒ่ามารับ ภูสินทรเล่าว่าเขาคิดจากคำพูดของครูเฒ่าคือต้องทำให้อสุนีคิดว่าจ้าวซันตาย หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ จ้าวซันกับบราลีก็บอกรักกัน

จ้าวซันกลับมาฮ่องกง ขณะที่ผิงอันกำลังจะไปอเมริกา แม่ใหญ่ดีใจที่จ้าวซันกลับมา นางตั้งใจจะรับขวัญว่าที่ภรรยาของจ้าวซันด้วยสร้อยเพชรสุดหวง ทำให้จ้าวซันซึ้งใจมาก คุณนายสี่ยังซึมเศร้าเรื่องเหม่ยอิง จ้าวซันได้แต่ปลอบใจ จ้าวซันมาเยี่ยมฉินเจียงโดยได้ผู้กองเหลียงช่วยเหลือ ผู้กองเหลียงดีใจที่พบจ้าวซันอีกครั้ง เขาบอกว่าองค์รัชทายาทกลับแล้วเพราะอสุนีส่งจดหมายด่วนมา จ้าวซันไปเยี่ยมฉินเจียงเขารู้สึกว่าฉินเจียงเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก่อนกลับ จ้าวซันเตือนไม่ให้ฉินเจียงดูถูกความรักของซูหลิง บราลีเตรียมกลับเมืองไทย ทั้งที่ไม่อยากจากจ้าวซัน แต่เธอต้องไปช่วยสุริยะที่มีปัญหาเรื่องเงิน

เกาเฟยหนีออกจากคุกได้ก็ไปหาไอ้สือ ลูกน้องคนสนิทซึ่งตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ กับเมียท้องแก่  ไอ้สือสละเงินที่มีอยู่ให้เกาเฟยหนี แต่เกาเฟยสงสารจึงเอาเงินไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น จ้าวซันมาประชุมที่บริษัทพร้อมภูสินทรในชื่อ เมืองเทพ ผู้ช่วยของจ้าวซันในนามตัวแทนของฉินเจียง ทำให้ทุกคนดีใจมากและการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย จ้าวซันสั่งให้ทำทุกอย่างเสร็จก่อนบ่ายสาม เพราะเขาจะดูถ่ายทอดการรับตำแหน่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐ ระหว่างพักทานอาหาร เกาเฟยลอบเข้ามาบังคับให้จ้าวซันหยิบเงินให้ แล้วเขาก็จับจ้าวซันเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี เทเรซ่าและทุกคนตกใจที่จ้าวซันถูกจับ ระหว่างนั้นผู้กองเหลียงมาหาจ้าวซันจึงรู้เรื่อง เขาให้ตำรวจล้อมเกาเฟยไว้ เกาเฟยนึกว่าจ้าวซันบอกตำรวจจึงยิงจ้าวซันที่ขาและตั้งใจจะยิงซ้ำ แต่อสุนีซึ่งถือจดหมายของศิขรนโรดมมาจากคีรีรัฐเข้ามารับกระสุนแทน เกาเฟยถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้

จ้าวซันไม่เป็นอะไรมาก แต่อสุนีบาดเจ็บสาหัส อสุนีขอพระราชทานอภัยและเคารพจ้าวซันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม จ้าวซันอโหสิให้อสุนี บราลีพาจ้าวซันกลับไปพัก ทั้งคู่สัญญาว่าจะมีเพียงกันและกันตลอดไป ในจดหมายของศิขรนโรดม มีใจความว่า ศิขรนโรดมเสียใจเพราะคิดว่าจ้าวซันเสียแล้ว พระองค์จะไม่รับตำแหน่งเจ้าหลวง แต่ครูเฒ่าก็เล่าเรื่องทั้งหมดพร้อมมอบตราสุรสีหนาทให้ศิขรนโรดม ศิขรนโรดมดีใจที่จ้าวซันยังไม่ตาย พระองค์ยอมรับตำแหน่งเพราะเห็นแก่จ้าวซัน อสุนีโล่งใจที่จ้าวซันปลอดภัยจึงรับอาสามาส่งจดหมาย จากนั้นอสุนีจะกลับมาบวชชดเชยความผิดตลอดชีวิต เรื่องความรัก ศิขรนโรดมมีใจให้มิถิลาแต่ยังไม่ได้พูดกัน  นอกจากนี้ พระเทวีสิริวาระตีทรงฝากพระธำมรงค์ซึ่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐจะมอบให้พระเทวี ทุกสมัยให้เป็นของขวัญกับจ้าวซัน ศิขรนโรดมถวายคำสัตย์แก่จ้าวซันผ่านจดหมายว่าจะดูแลคีรีรัฐให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของจ้าวซัน ศิขรนโรดมรู้ว่าวันที่จ้าวซันรอคอยมาถึงแล้ว พระองค์หวังว่าสักวันจะได้พบจ้าวซัน หรือน่านปิงนรเทพอีกครั้ง ติดตามชม ละครวันนี้ที่รอคอย ได้ทุกวันพุธ- พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครวันนี้ที่รอคอย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2556

นักแสดง วันนี้ที่รอคอย

อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท น่านปิงนรเทพ / จ้าวซัน
ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร รับบท ม่านฟ้า / บราลี
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ รับบท เหม่ยอิง
ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท ผิงอัน
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท ศิขรนโรดม
กวิตา รอดเกิด รับบท มิถิลา
พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท อสุนี
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท พลเอกราชิด
ปราบ ยุทธพิชัย รับบท ภูสินธร / เมืองเทพ
ชลิต เฟื่องอารมย์ รับบท ครูเฒ่า
เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ รับบท นายพลจตุรัส
ธรรมชาติ แฟรเน็ทท์ รับบท คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟ
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ผู้กองเหลียง
ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท เต๋อเป่า
แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน รับบท จ้าวฉินเจียง
พศิน เรืองวุฒิ รับบท เกาเฟย
อรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท ซูหลิง
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท เต้ / จ้าวฉินเย่ว์
เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท จ้าวไทไท
ศิริพิชญ์ วิมลโนช รับบท เทเรซ่า

วิมานมะพร้าว

ถ้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มี ‘ใคร’ หรือ ‘อะไร’ อย่างหนึ่ง พูดจาทักทาย สื่อสารกับเราได้อย่างชัดเจนทั้งภาพและเสียง มิหนำซ้ำ ใคร หรือ อะไรนั้นไม่ใช่คนเช่นเราเสียด้วย! คุณจะรู้สึกอย่างไร? ตกใจ…กลัว…กล้า…?? จุลลา สาวน้อยมหัศจรรย์ของเราก็เช่นกัน วินาทีที่รับรู้ว่า ใคร หรืออะไร นั้นคือ เจ้าสัว เจ้าของผู้บุกเบิกโรงงาน ‘วิมานมะพร้าว’ จนเจริญก้าวหน้ามาจนถึงรุ่นหลาน คือสืบสาย เจ้านายของเธอ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเจ้าสัว หรืออาก๋งในฮวงซุ้ยกับเจ้านายในโลกปกติเกิดเอ็นดูและวางใจเธอในฐานะผู้ร่วมงานที่เก่งกล้าสามารถ และเธอเองก็สนุกกับงานที่แสนรักไปแล้ว เรื่องของเรื่องก็เลยต้องลงเรือลำเดียวกันทั้งผีใจดี และคนจอมกวน จนกระทั่งลงเอยกันด้วยดี