Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

สามีตีตรา 2556

เธอ…คือผู้หญิงโชคร้ายที่พบกับความผิดหวังในชีวิตแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเขาก้าวเข้ามาเพื่อมอบรักแท้ให้แก่เธอความเชื่อมั่นทั้งหลายที่จมหายไปกับอดีตอันเจ็บซ้ำทำให้เธอไม่เชื่อมั่นว่ารักแท้จะมีอยู่จริง เธอจึงเลือกจะตอบแทนความรักของเขาด้วยการ ตีตราจอง และกระทำเหมือนเขาเป็นเพียงวัตถุสิ่งของที่ไร้หัวใจ หากแต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะใช้หัวใจรักหลอมละลายหัวใจเธอให้เป็นหนึ่งเดียว

ความตายของ ภูเบศร์ ทำให้ กะรัต ที่แม้จะอยู่ในระหว่างประชดหนีความเจ้าชู้ของสามีมาพักใจที่บ้านชายทะเล ตกใจแทบช็อกและรีบบึ่งกลับกรุงเทพฯ ในทันที ระหว่างทางกะรัตโชคร้ายที่รถประสบอุปติเหตุ ทำให้เธอต้องลงไปโบกรถแต่โชคชะตาก็ทำให้เธอได้พบกับ พิศุทธิ์ เจ้าของรถที่มีน้ำใจจอดรับเธอ…โดยไม่รู้ว่านับแต่วินาทีนั้น ชีวิตของเขากับเธอจะต้องผูกพันกันอย่างไม่มีวันพรากจาก

ความเสียใจกับการตายของสามีผ่านไปไม่ทันข้ามคืน กะรัตก็ต้องเสียใจที่รู้ว่าแม้ในนาที สุดท้ายที่ภูเบศร์จากเธอไป เขาก็ยังนอกใจเธอ เพราะด้วยสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุชี้ชัดว่าภูเบศร์เพิ่งออกมาจากโรงแรมม่านรูดกับ นิลุบล ผู้หญิงอีกคนที่ต้องมาจบชีวิตลงพร้อมกัน

ในงานศพ มีผู้หญิงมากหน้ามาแสดงตัวว่ามีความสัมพันธ์กับภูเบศร์ บางรายถึงกับมาทวงทรัพย์สินเอากับกะรัตในฐานะเมียคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครจะช็อกหัวใจกะรัตได้เท่ากับการต้องรับรู้ว่า มีผู้หญิงอีกคนที่เสียใจกับการจากไปของภูเบศร์มากกว่าเธอและผู้หญิงคนไหน ๆ ผู้หญิงคนนั้นคือ สายน้ำผึ้ง เพื่อนรักหนึ่งเดียวของกะรัต เป็นเพื่อนที่กะรัตมอบความรักและจริงใจให้เสมอมาโดยไม่ระแคะระคายเลยว่าเพื่อนรักทรยศเธอได้อย่างเลือดเย็น เพราะขณะนั้นสายน้ำผึ้งกำลังตั้งท้องกับภูเบศร์ และยังมีความจริงอีกสิ่งที่ทำให้กะรัตแทบคลั่ง คือคำบอกเล่าจากปากเพื่อนรักว่าภูเบศร์เพียงใช้เธอเป็นสะพานไปสู่ความมั่งมีเพื่อจะได้ไปมีชีวิตที่มีความสุขกับสายน้ำผึ้ง!

เวลาเพียงข้ามคืน…สายน้ำผึ้ง เพื่อนผู้แสนดีของกะรัต สวมวิญญาณซาตานด้วยการนำทะเบียนสมรสมาโชว์ให้แขกทั้งงานรับรู้ว่าเธอเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย และนั่นหมายถึง กะรัต…ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ต้องกลายเป็นเมียน้อยไปในทันที! หัวใจของกะรัตแทบแหลกสลาย หญิงสาวกลายเป็นคนมองโลกแง่ร้าย มองความรักเป็นสิ่งจอมปลอม และไม่เชื่อมั่นในความรักอีกต่อไป

กันตา น้องสาวคนเดียวของกะรัตยุให้พี่สาวมองหาผู้ชายคนใหม่มาชดเชยความรักที่เสียไปต่างกับ กุนตี พี่สาวที่ชี้ให้เห็นว่าความรักนั้น เป็นทุกข์ และบอกให้กะรัตเลือกที่จะมีชีวิตโสดอย่างเธอ กะรัตที่ทั้งอับอาย ทั้งผิดหวัง และเกลียดชังโลกจนไม่อยากมีชีวิตจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่บ้านชายทะเล โดยมี นวล เด็กรับใช้คนสนิท และ สมหวัง คนขับรถตามไปดูแล

ในห้วงแห่งความทุกข์ทำให้หญิงสาวขาดสติ คิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่พิศุทธิ์ที่หนีหน้า หม่อมมลุลิ หม่อมย่าของเขาที่คิดจะจับเขาคลุมถุงชน ไปพักที่กระท่อมน้อยชายทะเลใกล้กับบ้านของกะรัตพอดี พิศุทธิ์จึงเข้าช่วยชีวิตกะรัตไว้ได้อย่างหวุดหวิด และที่นั่นเองที่พิศุทธิ์มองเห็นความอ่อนแอ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าท่าทางหยิ่งผยอง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็นผู้ดูแล ปกป้อง และเยียวยาหัวใจของเธอ ส่วนกะรัตเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเธอรู้สึกดีกับพิศุทธิ์มาก เพราะเขาต่างจากผู้ชายทั่วไปตรงที่ไม่ฉวยโอกาส และไม่คิดจะคบกับเธอเพื่อเงิน

ความรักของทั้งสองดำเนินไปภายใต้การรับรู้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคือ บัญชา ผู้เป็นตาของกะรัตที่รักหญิงสาวเหมือนดวงใจ กฤช พ่อของกะรัต เนื้อแพร แม่ของพิศุทธิ์ รวมไปถึง หม่อมมลุลีและ ท่านชายอ๊อด พ่อของพิศุทธิ์ที่เลิกรากับเนื้อแพรมานานหลายปี ทั้งหมดรับรู้ความรักของสองหนุ่มสาวอย่างต่างความรู้สึกโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะ พวงหยก แม่ของกะรัตที่แสดงความรังเกียจพิศุทธิ์อย่างออกนอกหน้า ด้วยเหตุที่พิศุทธิ์คือลูกชายของเนื้อแพร ผู้หญิงที่กฤชหลงรักและยอมรับเป็นเมียลับ ๆ อีกคน เช่นเดียวกับ หม่อมมลุลี และท่านชายอ๊อดที่รับไม่ได้ที่สายเลือดจ้าวจะต้องไปปะปนกับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานกับผู้ชายมาแล้วถึงสามหน แถมยังได้ชื่อว่าเป็นหญิงกาลกิณี กินผัว

ตรงข้ามกับบัญชาที่พอใจที่จะได้คนดีอย่างพิศุทธิ์มาเป็นหลานเขย ส่วนเนื้อแพร แม้จะไม่สบายใจนักเพราะเกรงว่าลูกชายจะต้องมีอันเป็นไปเหมือนสามีคนก่อน ๆ ของกะรัต แต่ด้วยความรักลูก จึงไม่กล้าขัดขวาง แต่ศัตรูหัวใจคนใดก็ไม่ร้ายกาจเท่าศัตรูคนเดิมของกะรัต…เพราะทันทีที่สายน้ำผึ้งรู้ว่ากะรัตกำลิงคบหาอยู่กับพิศุทธิ์ สายน้ำผึ้งก็วางแผนจะทำให้กะรัตได้รู้สึกถึงการต้องเสียคนรักไปเหมือนที่เธอเคยเป็นทั้งที่กำลังตั้งท้อง แต่สายน้ำผึ้งก็ยังกล้ายั่วยวนพิศุทธิ์ และยั่วโทสะให้กะรัตแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาได้ทุกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างรู้ทัน จึงไม่เพลี่ยงพล้ำไปกับเกมที่สายน้ำผึ้งตั้งใจก่อขึ้น

ความรักที่จริงใจเปิดเผยของพิศุทธิ์และความกล้าออกโรงปกป้องเธอจากทุก ๆ สถานการณ์ทำให้กะรัตหลงรักพิศุทธิ์มาก…และด้วยความรัก ทำให้กะรัตหวาดกลัวว่าจะต้องเลียพิศุทธิ์ไป เธอจึงเปรยเรื่องแต่งงานกับพิศุทธิ์ ขณะที่พิศุทธิ์เองก็ไม่ลังเลด้วยใจรักที่มีให้กับกะรัตอย่างเต็มเปี่ยม ท่านชายอ๊อดที่ขณะนั้น กำลังตกอยู่ในสภาพยํ่าแย่เพราะธุรกิจล้มเหลว คิดหาผลประโยชน์จากการแต่งงานของลูกชาย ขอร้องให้หม่อมมลุลีเข้าพบกับบัญชา อ้างบุญคุณที่เสด็จในกรม ผู้เป็นสามีเคยเอื้อเฟ้อต่อบัญชาจนได้ดิบได้ดีขอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการที่หลานชายที่มีสายเลือดเจ้าจะต้องตกร่องปล่องชิ้นกับผู้หญิงสามผัวอย่างกะรัตซึ่งบัญชาก็ตกลงโดยง่ายดาย ส่วนเนื้อแพรด้วยความรักลูกไม่อยากให้ลูกถูกครหา จึงตัดสินใจบอกเลิกกับกฤช โดยเหลือไว้เพียงสถานภาพของคู่ธุรกิจที่ทำร่วมกันเท่านั้น

งานแต่งงานถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นข่าวดังไปทํ่วเมืองว่า กระดังงาลนไฟกำลงจะได้ครองใจชายหนุ่มเชื้อเจ้า ไฟริษยาลุกท่วมใจสายน้ำผึ้งทันทีที่ได้รู้ข่าว แม้จะอยู่ในสภาพท้องแก่ใกล้คลอด สายน้ำผึ้งก็ไม่หยุดยั้งการตามล่าตามล้าง ไปยั่วกะรัตกลางงานแต่งงานจนกะรัตฟิวส์ขาดผลักสายน้ำผึ้งล้มลง เป็นเหตุให้สายน้ำผึ้งต้องคลอดก่อนกำหนด กะรัตต้องกลายเป็นข่าวทำร้ายคนท้องให้ได้อับอายอีกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์เข้าใจและเข้าข้างเธอ ทำให้กะรัตยิ่งรักและหวงพิศุทธิ์มากขึ้นไปอีก

สายน้ำผึ้งทำตัวเองให้กลับมาสวยสดใสในเวลารวดเร็วเพื่อเป้าหมายคือแย่งพิศุทธิ์มาเป็นของตัว แม้จะได้รับคำตักเตือนจาก รสสุคนธ์ น้าสาวให้คิดถึงความผิดชอบชั่วดี แต่ด้วยมิจฉาทิษฐิทำให้สายน้ำผึ้งไม่คิดจะล้มเลิกแผนการณ์ ยังเดินหน้าทำทุกทางเพื่อสร้างความร้าวฉานให้กะรัตและพิศุทธิ์ เพราะสายน้ำผึ้งนั้นรู้ดีว่ากะรัตเป็นคนร้ายแต่ภายนอก แต่ข้างในอ่อนปวกเปียกและไม่มีทางทันเกมเธอ ความหน้าด้านหน้าทนของสายน้ำผึ้งเหนือชั้น แม้กันตาที่ว่าร้ายยังไม่ทันเกม กุนตีเตือนกันตาว่าอย่ามัวแต่ห่วงเรื่องคนอื่น เพราะกุนตีแอบไปเห็น ศิวา คนรักของกันตาดวงกับผู้หญิงอื่นโดยบังเอิญ แต่ไม่กล้าบอกน้อง ได้แต่เอ่ยเตือนศิวา

ศิวากลัวจะเสียคนรักไป จึงรีบขอกันตาหมั้น จังหวะที่สายน้ำผึ้งพลาดหวังจากการบ่อนทำลายครอบครัวของกะรัต จึงเบนเขมคิดแย่งศิวามาจากกันตา เพื่อทำร้ายกะรัตทางอ้อมและหวังประโยชน์ด้านการเงินจากศิวา พิศุทธิ์เตือนศิวาฐานะเพื่อนว่าให้ระวังสายน้ำผึ้ง แต่ศิวาที่เชื่อมั่นในตัวเองมากจนประมาท คิดว่าสายน้ำผึ้งเป็นแค่ศาลาริมทางที่ตนแค่มาพักเหนื่อยแล้วก็จากไป แต่สายน้ำผึ้งฉลาดเกินว่าที่ศิวาคิด

ในวันหนึ่งศิวาจึงรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งตั้งท้อง และลูกในท้องก็เป็นลูกของเขา สายน้ำผึ้งขู่ศิวาว่าให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับและให้ร่วมมือกับเธอชี้ตัวว่าพ่อของเด็กคือพิศุทธิ์ จากนั้นสายน้ำผึ้งก็วางแผนหาโอกาสใกล้ชิดกับพิศุทธิ์ ซึ่งทั้งเวลาและเหตุการณ์ตามแผนของสายน้ำผึ้งก็ทำให้กะรัตหลงเข้าใจผิดพิศุทธิ์ แม้พิศุทธิ์จะยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือคิดนอกใจกะรัตเลย แต่ด้วยภาพอดีตที่ตามหลอกหลอน และความร้ายกาจของสายน้ำผึ้ง ทำให้กะรัตเดินหลงเข้าไปในเกมของผู้หญิงจิตใจร้ายอย่างสายน้ำผึ้งอย่างไม่ทันตั้งหลัก

เหตุการณ์ยิ่งเลวร้าย เมื่อกะรัตได้รับรู้เรื่องที่บัญชาต้องจ่ายเงินให้กับพ่อของพิศุทธิ์ คำพูดกรอกหูจากสายน้ำผึ้งที่นำเรื่องนี้มาบอกกับเธอและคำเย้ยหยันว่าที่แท้ กะรัตก็ต้องใช้เงินซื้อผู้ชาย ทำให้กะรัตหน้ามืด มองไม่เห็นความรักของพิศุทธิ์ที่มีต่อเธอ เหตุการณ์บานปลาย เพราะสายน้ำผึ้งยังยืนยันว่าลูกในท้องเป็นลูกของพิศุทธิ์และเธอยินดีจะตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ ศิวาเองที่กลัวว่าจะมีภัยมาถึงตัว ก็เก็บปากคำเงียบเมื่อถูกกะรัตซักไซ้ ยิ่งย้ำความเข้าใจของกะรัตว่าพิศุทธิ์แต่งงานกับเธอเพื่อเงินและยังนอกใจเธอไม่ต่างกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านมา

ความเจ็บช้ำซ้ำ ๆ ทำร้ายหัวใจกะรัต จนในที่สุด เธอก็ประกาศขอหย่าจากพิศุทธิ์! เนื้อแพรที่รู้ว่าลูกยังรักกะรัตมาก พยายามมาไกล่เกลี่ยอ้างว่า ไม่อยากให้กะรัตต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกของกะรัตในยามนี้ แตกแยกเกินกว่าจะต่อติดเสียแล้ว เมื่อพิศุทธิ์ตามมาปรับความเข้าใจครั้งสุดท้าย คำพูดจากกะรัตที่ทำร้ายจิตใจเขาให้ยับเยิน ไม่ต่างกันคือการเผยใจจากกะรัตว่าไม่เคยรักเขาเลย ที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงคนที่เธอแต่งงานด้วยเพื่อรักษาหน้าเท่านั้น พิศุทธิ์เสียใจมาก…จึงตกลงใจยอมหย่าให้กะรัตแต่โดยดี

หลังจากการหย่า พิศุทธิ์ก็แสดงความรับผิดชอบโดยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กะรัตด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดแทบจะไม่พอค่ารองเท้าของกะรัตด้วยช้ำ และยังคำเตือนของบัญชา คำพูดของเนื้อแพร และพฤติกรรมของพิศุทธิ์ ที่เธอได้รับฟังจากทั้งกันตาและกุนตีว่า ไม่เคยเห็นพิศุทธิ์ไปมาหาสู่สายน้ำผึ้งเลยทำให้กะรัตเริ่มใจแกว่ง แต่ความที่ยังปล่อยให้ทิฐิครอบงำจิตใจแน่นหนา กะรัตจึงไม่แม้แต่จะยอมรับความจริงว่าตัวเองตัดสินใจพลาดไป ยังเดินหน้าทำท่ามั่นใจ ทุกครั้งที่ได้พบกับพิศุทธิ์ก็จะเชิดใส่ ทำเหมือนไม่เสียใจ แต่พอกลับมาอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องเสียน้ำตา จนแม้กระทั่งนวลยังอดไม่ไหว กล้าฝ่าด่านฝ่ามืออรหันต์ เอ่ยเตือนว่ากะรัตกำลังเป็นเหยื่อของสายน้ำผึ้ง กันตาที่ทนเห็นพี่สาวหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว เริ่มตามจับตาดูพฤติกรรมของสายน้ำผึ้ง แล้วในที่สุด กันตาก็ได้รู้ความจริงว่า สายน้ำผึ้งมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับ ศิวา กันตาแม้จะเสียใจ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ถือเรื่องสิทธิ์สตรีเป็นใหญ่ กอปรกับนิสัยที่รักตัวเองเกินกว่าจะยอมฟูมฟายกับเรื่องแบบนี้ กันตาจึงร้องไห้เพียงครั้งเดียวให้กับผู้ชายทรยศ

กะรัตเสียใจมากที่รู้ว่าเธอเข้าใจผิดพิศุทธิ์มาตลอด กระทั่งบัญชาและกุนตีต่างเตือนให้กะรัตถอดวางทิฐิ แต่กะรัตกลับตอบในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างกะรัต…กะรัตบอกว่า เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอรักพิศุทธิ์มาก…เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์เสียจนเธอไม่อาจจะดึงพิศุทธิ์ให้มาจมอยู่กับผู้หญิงผิดพลาดอย่างเธอได้อีก… แล้วจากนั้นกะรัตก็ลาทุกคนไปยังบ้านพักชายทะเล… เพื่อระลึกถึงฉากรักที่เธอกับพิศุทธิ์เคยมีต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย

ศิวาเอะใจในความเหินห่างของกันตา จึงตัดสินใจขอกันตาแต่งงาน แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นความจริงว่ากันตารู้เรื่องระหว่างเขากับสายน้ำผึ้งแล้ว โดยกันตาแกล้งบอกว่าสายน้ำผึ้งเป็นคนมาบอก ศิวาโกรธสายน้ำผึ้งมาก ตามไปทำร้ายร่างกายจนสายนี้าผึ้งแท้งลูก และกลับไปสารภาพผิดกับกันตาเพื่อขอเริ่มต้นใหม่ แต่กันตาปฏิเสธ เพราะไม่อาจทำใจยอมรับผู้ชายเลว ๆ อย่างศิวาได้ สายน้ำผึ้งที่สิ้นท่าหมดทาง เพราะพิศุทธิ์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะใจอ่อน ซ้ำยังมองเธออย่างดูถูกเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ จึงระแวงว่าสักวันพิศุทธิ์จะกลับไปคืนดีกับกะรัต ซึ่งก็เท่ากับว่าเธอคือผู้แพ้และเป็นการพ่ายแพ้อย่างที่แทบไม่มีที่ยืนในสังคม เพราะกันตาขู่ว่าจะเอาเธอออกจากงานถ้ายังวุ่นวายกับชีวิตของกะรัตอีก

เหมือนคนเลือดเข้าตา…สายน้ำผึ้งตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าถ้าเธอจะต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นกะรัตก็ไม่ควรจะอยู่ดีมีสุข…สายน้ำผึ้งสะกดรอยตามกะรัตไป เมื่อเห็นว่ากะรัตอยู่คนเดียว สายน้ำผึ้งที่แอบซุ่มอยู่ก็ดำน้ำออกไปแล้วทำทีเหมือนคนกำลังจะจมน้ำอยู่ในทะเล กะรัตเห็นตกใจ ร้องให้คนช่วยก็ไร้เงาผู้คนจึงตัดสินใจว่ายน้ำออกไป ขณะกะรัตดึงร่างสายน้ำผึ้งขึ้นมา จึงพบแต่รอยยิ้มอาฆาต และคำพูดแสดงความเกลียดชัง คลั่งแค้น กะรัตที่ไม่ทันระวังตัว ถูกสายน้ำผึ้งกดน้ำอย่างแรงจนกะรัตจมดิ่งลงไป สายน้ำผึ้งยิ้มสะไจก่อนว่ายน้ำหนีจากเหตุการณ์ จึงไม่ทันเห็นพิศุทธิ์ที่รู้ความจริงจากบัญชาว่ากะรัตนั้นรักเขาด้วยหัวไจ จึงตามมาเพื่อปรับความเข้าใจ ทำให้พิศุทธิ์มาเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยกะรัตไว้ แต่พิศุทธิ์ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อพบว่ากะรัตไม่หายใจเสียแล้ว พิศุทธิ์รีบพาตัวกะรัตไปโรงพยาบาล ระหว่างทาง เขาร้องขอชีวิตของกะรัตคืนมา พรํ่าบอกรักกะรัตเป็นร้อยครั้ง พิศุทธิ์เหมือนตายทั้งเป็นเมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียกะรัตไป แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับเขาจนเกินไปนัก ขณะที่เขาบอกรัก และขอคำรักจากกะรัต กะรัตก็ตื่นลืมตา พ้นจากอาการหยุดหายใจชั่วขณะ

พิศุทธิ์กอดกะรัตไว้แนบอก ร้องไห้ดีใจที่ได้กะรัตกลบคืนมา กะรัตเองที่ผ่านความตายและความสูญเสีย รู้สึกตื้นตันที่เกิดมาได้รับความรักจากผู้ชายแสนดีอย่างพิศุทธิ์ งานฉลองการเริ่มต้นขึ้น ชีวิตคู่ของทั้งสองถูกจัดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความยินดีของทุกคน พร้อม ๆ กับการรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งถูกจับตัวไปดำเนินคดีฐานพยายามฆ่า ส่วนลูกชายคนเดียวของสายน้ำผึ้ง ก็อยู่ในความอุปการะของรสสุคนธ์ โดยมีกะรัตและพิศุทธิ์คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ พิศุทธิ์และกะรัตจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้ง…แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากครั้งแรก… เพราะการจดทะเบียนครั้งนี้ เป็นการจดทะเบียนเพื่อแสดงว่าทั้งสองคือบุคคลคนเดียวกัน มิใช่การตีตราแสดงความเป็นเจ้าของเหมือนที่ผ่านมา ติดตามชม ละครสามีตีตรา

นักแสดง สามีตีตรา

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบท พิศุทธิ์
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท กะรัต
วรัทยา นิลคูหา รับบท สายน้ำผึ้ง
จรณ โสรัตน์ รับบท ศิวา
เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กันตา
มยุรา เศวตศิลา รับบท เนื้อแพร
จริยา แอนโฟเน่ รับบท พวงหยก
พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบท กุนตี
ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท กฤช
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ท่านชายอ๊อด
จารุวรรณ ปัญโญภาล รับบท หม่อมมลุลี
สุประวัติ ปัทมสูต รับบท บัญชา
ปวีณา ชารีฟลกุล รับบท รสสุคนธ์
ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท นวล

มนต์จันทรา

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า
ษมาสอดแหวนเข้านิ้วนางของสาระวารี
พรายแสงสะท้อนของมันหยอกล้อแสงจันทร์
และหยาดน้ำคลอคลองในดวงตาของหญิงสาว … พร่างพราว
ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั่งให้น้องข้านอน ขอหัวใจน้องให้พี่เถิด
พี่จะเทิดรักเจ้า … จนวันตาย
 
เรื่องย่อมนต์จันทรา
 
สาระวารี ทหารเสือสาวคนที่สองแห่งสำนักพิมพ์สยามสาร หญิงสาวมีพี่สาวฝาแฝดอีกคนชื่อ สาระสะมา ทั้งสาระสะมาและสาระวารีมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก เนื่องจาก สาร พ่อของพวกเธอทั้งสองคนติดการพนันอย่างหนัก ขณะที่ อ่อนนุช ผู้เป็นแม่ก็ป่วยเป็นวัณโรค ไม่มีเงินไปหาหมอ เด็กทั้งสองจึงต้องดูแลรักษากันไปตามมีตามเกิดโดยที่สารไม่เคยหันมาเหลียวแล ครั้นจะหันไปพึ่งตากับยายก็ไม่ได้เพราะอ่อนนุชหนีตามสารมา จึงไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่อีก มีแต่ สมบูรณ์ จ่าตำรวจมือปราบอารมณ์ดีที่คอยช่วยเหลือสองพี่น้องให้ผ่านคืนวันอันเลวร้ายไปได้
 
คืนหนึ่ง สาระวารีไปตามหาสารที่บ่อนการพนันเหมือนเช่นเคย เพื่อขอเงินไปซื้อยามาให้อ่อนนุช กินบรรเทาอาการป่วย แต่สารไม่ยอมให้เงิน ซ้ำยังไล่สาระวารีกลับบ้านเพราะหาว่าสาระวารีมาขัดลาภ ขณะที่เด็กน้อยกำลังชั่งใจว่าจะขโมยเงินพ่อแล้ววิ่งหนีไปดีหรือไม่ ษมา ชายหนุ่มนักพนันในบ่อนก็วางมือจากการเล่นแล้วให้เงินสาระวารีไปซื้อยา สาระวารีสังเกตเห็นคนของบ่อนไม่พอใจที่ษมาได้เงินแล้วเลิกเล่นพนัน เด็กน้อยรู้ว่าคนพวกนั้นกำลังจะตามไปจัดการกับษมา จึงวิ่งไปตามจ่าสมบูรณ์ให้มาช่วยษมาไว้เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณที่ษมาให้เงินเธอมาซื้อยา ษมาจดจำชื่อสาระวารีไว้จนขึ้นใจในฐานะที่เธอเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ คืนนั้นสาระวารีกลับบ้านไปพร้อมกับยาของแม่และคำอธิษฐานถึงดวงจันทร์ ขอร้องให้แม่ของเธอหายป่วยเสียที.. ทว่าดวงจันทร์กลับไม่เป็นใจ แม่ของสาระสะมาและสาระวารีเสียชีวิตลงในคืนนั้นเอง
 
หลังจากคืนนั้น สาระสะมาและสาระวารีก็ต้องมาอาศัยอยู่กับผู้เป็นยาย ขณะที่รินรดี น้าสะใภ้และรุจรวี ลูกพี่ลูกน้องนั้นตั้งแง่รังเกียจสองฝาแฝดว่ามีเลือดผีพนันของสาร แต่สองฝาแฝดก็ยอมอดทนเพื่อเห็นแก่ยาย ทว่าครั้นยังไม่ทันเรียนจบมหาวิทยาลัยดี ยายของเด็กสาวทั้งสองก็เสียชีวิตลง รินรดีก็จัดการไล่พวกเธอสองคนจากบ้าน ให้ออกมาเผชิญโลกด้วยตัวเองทั้ง ๆ ที่พวกเธอยังไม่พร้อม แต่ถึงกระนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็ต่อสู้บากบั่นจนสามารถเรียนจบได้ในที่สุด สาระสะมาได้ทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ขณะที่สาระวารีได้เป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์สยามสาร
 
ไชยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามสารมอบหมายงานให้สาระวารีไปทำสกู๊ปข่าวการเปิดกาสิโน หญิงสาวต้องไปขอสัมภาษณ์ษมา ผู้ที่ได้รับสัมปทานให้เปิดกาสิโนที่เกาะพระฮามในประเทศกัมพูชา สาระวารีมีอคติกับการทำข่าวนี้เพราะเธอเกลียดการพนันฝังจิตฝังใจ เธอจึงมองว่าษมาจะต้องเป็นคนไม่ดีอย่างแน่นอน หญิงสาวจัดการติดต่อ จิณห์วรา เพื่อนสนิทซึ่งเป็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่ในจังหวัดตราดเพื่อสอบถามข้อมูลของษมาที่ได้ชื่อว่าติดต่อขอสัมภาษณ์ได้ยากมาก จิณห์วราบอกว่าจิตติ พ่อของเธอกำลังจะจัดงานแซยิดในอีกไม่กี่วัน ษมาก็เป็นแขกรับเชิญในงานนี้ด้วย สาระวารีจึงเตรียมตัวเดินทางไปขอสัมภาษณ์ษมาทันที
 
ที่จังหวัดตราด สาระวารีสัมภาษณ์แหล่งข่าวหลายคนที่ล้วนแล้วแต่เห็นดีเห็นงามไปกับการเปิดกาสิโนของษมาแล้วก็ให้รู้สึกขัดใจไม่น้อย หญิงสาวต้องการความเห็นที่แตกต่างบ้าง จิณห์วราจึงแนะนำให้ไปสัมภาษณ์ ดิตถ์ เจ้าของรีสอร์ทที่เกาะช้างซึ่งเป็นคู่ปรับของษมา เพราะดิตถ์เชื่อว่าษมาเป็นคนฆ่าน้องชายของเขา เพื่อชิงพลอยเม็ดใหญ่ที่ขุดพบในเหมืองพลอยในฝั่งประเทศกัมพูชาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากสัมภาษณ์ดิตถ์แล้ว สาระวารีเองก็ยังเชื่อว่าคำพูดของดิตถ์ไม่น่าเชื่อถือพอ การที่ดิตถ์ใส่ร้ายษมานั้นน่าจะเป็นเพราะเขาอิจฉาที่ษมาได้ดีกว่า สาระวารียังได้พบกับลุงสมบูรณ์ที่ตอนนั้นลาออกจากการเป็นตำรวจแล้ว และกำลังทำงานให้ษมาอยู่ สมบูรณ์ไม่เชื่อว่าษมาจะยอมให้สาระวารีสัมภาษณ์ แต่คนอย่างสาระวารีไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน
 
ในคืนวันงานแซยิด สาระวารีกับวัฒนา ช่างภาพของสยามสาร พากันซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปร่วมงาน ทว่าระหว่างทางกลับเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถหรูของษมา พิพัช คนสนิทของษมาลงมาเคลียร์ค่าเสียหายให้กับสาระวารี สาระวารีไม่พอใจเจ้าของรถที่อวดร่ำอวดรวย เอะอะก็เอาเงินฟาดหัว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรถของษมาแล่นออกไปแล้ว สาระวารีและษมาได้พบกันอีกครั้งที่งานแซยิดของนายจิตติ ในงานนั้นษมาเดินควงคู่กับ โศภี แม่ม่ายสาวสวยผู้ร่ำรวยซึ่งในอดีตเคยเป็นคนรักเก่าของษมา สาระวารีเข้าไปติดต่อขอสัมภาษณ์ษมาโดยที่เตรียมพร้อมรับคำปฏิเสธของษมาเต็มที่ ทว่าษมากลับยอมให้สาระวารีสัมภาษณ์ด้วยความเต็มใจจนทำให้หลาย ๆ คนในที่นั้นประหลาดใจไม่น้อย แต่ษมามีข้อแม้ว่าสาระวารีจะต้องตามไปสัมภาษณ์เขาที่เกาะยานกและค้างคืน เพียงคนเดียว วัฒนาพยายามห้ามปรามสาระวารีเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย แต่คนอย่างสาระวารีนั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หญิงสาวเตรียมตัวเดินทางไปเกาะยานกด้วยความตื่นเต้นดีใจที่สยามสารจะได้ทำข่าวกาสิโนบนเกาะพระฮามเพียงฉบับเดียวเท่านั้น
 
เมื่อหญิงสาวไปถึงเกาะยานก ก็ได้พบกับ ลำแพง แม่บ้านประจำเกาะยานกผู้มีบุคลิกประหลาด กับ แลง น้องชายของลำแพง เมื่อสาระวารีได้พบษมา เธอก็รู้ตัวว่าถูกษมาหลอก เพราะษมาไม่คิดจะให้สาระวารีค้างบนเกาะแค่คืนเดียว และอีกเหตุผลก็คือกำลังจะมีพายุเข้ามาที่เกาะ สาระวารีหงุดหงิดมากที่เสียรู้ให้กับษมาจนได้ ระหว่างอยู่ที่เกาะ สาระวารียอมรับว่าเธอมีอคติต่อการพนัน ษมาจึงพยายามทำให้สาระวารีละอคติที่มีต่อเขาก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ พร้อมกันนั้นก็พยายามรื้อฟื้นความทรงจำของสาระวารีจนหญิงสาวจำได้ว่าทั้งสองเคยเจอกันมาก่อนเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้ว
 
ษมายอมให้สาระวารีสัมภาษณ์โดยมีข้อแม้ว่าห้ามถ่ายภาพเขา ห้ามใช้เครื่องบันทึกคำสัมภาษณ์ของเขาไว้และต้องให้เขาได้ตรวจแก้ไขข่าวก่อนลงพิมพ์จริง สาระวารีหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการสัมภาษณ์ที่เกาะยานกแล้ว ษมายังพาสาระวารีไปที่เกาะพระฮามเพื่อดูสถานที่สร้างกาสิโน ทว่าระหว่างการทัวร์เกาะพระฮาม กลับมีคนร้ายมาลอบสังหารษมาถึงที่เกาะ โชคดีที่ษมากับสาระวารีรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องติดอยู่ที่เกาะพระฮามหนึ่งคืน ษมารู้ตัวคนทำทันทีว่าคือโศภี เพราะก่อนออกจากเกาะยานก โศภีเป็นคนเดียวที่รู้ว่าษมากำลังจะพาสาระวารีไปที่เกาะพระฮาม ษมาตลบหลังโศภีจนเธอยอมรับสารภาพออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจว่าเธอต้องการฆ่าษมาเพราะต้องการสวมรอยสิทธิ์ในการเปิดกาสิโนบนเกาะพระฮามแทนเขา โศภีกลับไปด้วยความแค้นใจษมาอย่างมาก
 
ระหว่างที่สาระวารีกลับมาเขียนสกู๊ปข่าวที่กรุงเทพฯ ษมาก็ตามสาระวารีมาโดยอ้างว่าต้องการตรวจสอบข่าวที่สาระวารีเขียน ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ษมาพยายามหลอกล่อสาระวารีให้กลับไปที่ตราดเพื่อทำสกู๊ปข่าวพลอยเขมร สาระวารีเองก็สนใจอยู่เหมือนกัน ษมาตามสาระวารีมาที่สยามสารและได้ช่วยชีวิต มัทนา ซึ่งถูกลอบทำร้าย สาระวารีเชื่อว่า เขตต์ตวัน นักแสดงและเศรษฐีหนุ่มชาวภูเก็ต แหล่งข่าวที่มัทนาไปสัมภาษณ์เป็นคนว่าจ้างคนมาทำร้าย มัทนาขอร้องให้ทั้งคู่พาเธอไปหาเขตต์ตวัน แต่ชายหนุ่มมีท่าทางตกใจจริง ๆ ที่รู้ว่ามัทนาถูกทำร้ายษมาเชื่อว่าเขตต์ตวันไม่ได้เป็นคนทำ
 
ขณะที่สาระวารีกับษมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ดิตถ์กับโศภีร่วมมือกันกำจัดษมาโดยมีเป้าหมายร่วมกันคือสัมปทานเปิดกาสิโนที่เกาะพระฮาม ษมาได้ข่าวว่ามีคนร้ายลอบขึ้นเกาะพระฮามไปเผากระท่อมและทำร้ายคนงานได้รับบาดเจ็บ ษมาจึงต้องรีบกลับไปจัดการ ขณะขับรถกลับจังหวัดตราด ชายหนุ่มก็ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงระหว่างทาง แต่โชคดีที่รอดมาได้เพราะลิปสติกของสาระวารีช่วยชีวิตเขาไว้ ษมาสั่งพิพัชให้สืบหาตัวคนสั่งการให้ได้
 
โศภีร้อนตัวจนนั่งไม่ติด กลัวว่าษมาจะรู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ แต่ดิตถ์เกลี้ยกล่อมจนโศภียอมร่วมมือด้วยอีกหน แต่พิพัชกลับสืบจนรู้ว่าใครเป็นคนบงการ พิพัชตามไปข่มขู่จนโศภีถอนตัวจากแผนการและหนีไปอยู่ต่างประเทศทันที ด้านดิตถ์เองก็ถูกพิพัชตามไปสั่งสอนถึงที่รีสอร์ท จึงยิ่งทวีความโกรธแค้นให้กับดิตถ์มาก หลังจากเคลียร์เรื่องวุ่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ษมาก็โทรศัพท์ตามสาระวารีให้มาทำข่าวพลอยเขมร เมื่อสาระวารีมาถึงเกาะยานก ก็ได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชาจากลำแพงและพิพัช ยิ่งลำแพงเห็นภาพษมากับสาระวารีคลอเคลียกัน ก็ยิ่งเคียดแค้น หาว่าสาระวารีแย่งษมาไปจากเธอ แลงยุยงให้ลำแพงจัดการกับสาระวารีเสีย แล้วเขาจะช่วยลำแพงเอง
 
ษมาได้ข่าวว่ามีคนแอบขึ้นเกาะพระฮามไปทำลายข้าวของและทำร้ายคนงานชายหนุ่มจึงรีบเดินทางไปดูสถานการณ์โดยทิ้งให้สาระวารีอยู่ที่เกาะยานกเพียงลำพัง แต่ที่ชายหนุ่มไม่รู้ก็คือว่านี่เป็นแผนการล่อเสือออกจากถ้ำ ลำแพงต้องการล่อษมาออกไปจากเกาะยานกเพื่อที่จะได้จัดการกับสาระวารีได้โดยสะดวก ลำแพงเขียนจดหมายหลอกสาระวารีให้มาที่โรงเก็บเรือแล้วจัดการระเบิดโรงเก็บเรือเสีย สาระวารีรอดชีวิตมาได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ลำแพงแค้นใจมากที่สาระวารียังไม่ตาย
 
ษมาจัดการจ้างหมอและพยาบาลมารักษาสาระวารีถึงที่เกาะยานก ลำแพงไปตีสนิทกับ อรุณฉาย พยาบาลสาวจนตายใจ แล้วฉวยโอกาสระหว่างที่อรุณฉายพักผ่อน แอบใส่ยานอนหลับลงในน้ำเกลือของสาระวารีมากเกินขนาดจนสาระวารีเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกครั้ง แต่ษมากลับสังเกตเห็นความผิดปกติเสียก่อน จึงช่วยชีวิตสาระวารีได้ทัน ษมาเริ่มระแวงลำแพง จึงขอร้องให้มัทนาเดินทางมาดูแลสาระวารีอย่างใกล้ชิด ลำแพงเจ็บใจที่สาระวารีไม่ตายอย่างที่คิด จึงคิดแผนการอันแยบยลขึ้นมาใหม่ด้วยการนำน้ำผึ้งดอกยี่โถที่เป็นพิษ เอาไปให้ใช้ทาแผลไฟลวกของสาระวารี
 
มัทนาเดินทางมาที่ตราดพร้อมกับเขตต์ตวันเพื่อดูแลอาการป่วยของสาระวารี แต่ด้วยความซุ่มซ่ามของมัทนาจึงทำขวดน้ำผึ้งของลำแพงแตก เจ้าเหลืองแมวของษมากระโจนเข้าไปกินน้ำผึ้งจนชักดิ้นชักงอ ทุกคนจึงได้รู้ความจริงว่าในน้ำผึ้งนั้นมีพิษเจือปนอยู่ ษมาตามไปจัดการจับตัวลำแพงส่งตำรวจ ลำแพงสารภาพว่าทำไปเพราะรักษมา แต่ษมายืนยันว่าเขารักสาระวารีเพียงคนเดียว ลำแพงคุ้มคลั่ง จะผลักษมาให้ตกเขาแต่ษมาหลบทัน ลำแพงจึงตกหน้าผาตาย ด้านแลงนั้นหวาดกลัวว่าจะถูกตำรวจจับ จึงรีบหนีออกจากเกาะยานกไปขอความช่วยเหลือจากดิตถ์ เมื่อได้รู้ว่าลำแพงตาย แลงก็ยิ่งมุ่งมั่นจะแก้แค้นให้พี่สาวให้ได้
 
หลังจากสาระสะมามารับหน้าที่ดูแลสาระวารีต่อจากมัทนา ษมาก็ได้รับโทรศัพท์จากในจังหวัดติดต่อมาบอกว่าสำนักงานในตัวเมืองโดนระเบิดเสียหาย ลุงสมบูรณ์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ษมารีบร้อนจะเข้าไปดูสถานการณ์ แต่สาระสะมาที่สุขุมกว่าเตือนสติษมาให้ตรวจสอบให้ดีก่อน ษมาจึงได้รู้ว่าทุกอย่างปกติดี แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังเดินทางเข้าตัวจังหวัดไปตามแผนจนสามารถจับคนร้ายและผู้บงการซึ่งก็คือดิตถ์ได้คาหนังคาเขา ขณะที่แลงแอบลับลอบเข้ามาที่เกาะเพื่อจัดการกับสาระวารี ทว่าสิ่งที่แลงไม่รู้คือสาระวารีมีฝาแฝด แลงจึงเสียที โดนสาระสะมาใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตจนถูกจับตัวได้
 
หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ผ่านพ้นไปแล้ว สาระสะมารู้ว่าสาระวารียังลังเลใจที่จะรับรักษมาเพราะเรื่องที่เขาเป็นเจ้าพ่อกาสิโน เธอจึงช่วยพูดให้จนสาระวารีใจอ่อนและยอมรับในสิ่งที่ษมาเป็น ษมาดีใจมากที่รู้ว่าสาระวารีตัดสินใจทำเรื่องขอย้ายประจำอยู่ที่ศูนย์ข่าวจังหวัดตราดเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขา ติดตามชม ละครมนต์จันทรา ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมนต์จันทรา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556
 
รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร มนต์จันทรา
 
ชาคริต  แย้มนาม   รับบท   ษมา
ราศรี  บาเลนซิเอก้า   รับบท   สาระวารี / สาระสะมา
ภีรนีย์  คงไทย   รับบท   มีคณา
อุรัสยา  เสปอร์ปันด์   รับบท   มัทนา
อธิชาติ  ชุมนานนท์   รับบท   เขตต์ตวัน
โจโจ้  ไมอ็อคซิ   รับบท   ไชยวัฒน์
พรชิตา  ณ สงขลา   รับบท   โศภี
อนุวัฒน์  นิวาตวงศ์   รับบท   ดิตถ์
สโรชา  วาทิตตพันธ์   รับบท   ลำแพง
ชานนทร์  ทิพย์กนก   รับบท   แลง
ดนัย  จารุจินดา   รับบท   พิพัช
กิตติทัธ  ประดับ   รับบท   จันเลา
มรกต  หทัยวสีวงศ์   รับบท   จิณห์วรา
ไกรลาศ  เกรียงไกร   รับบท   ลุงสมบูรณ์
นฤมล  พงษ์สุภาพ   รับบท   รินรดี
อรรถพร  ธีมากร   รับบท   สิงขร
เวนซ์  ฟอลโคเนอร์   รับบท   สาร
อดิศร  อรรถกฤษณ์   รับบท   ภูผา
ณฐกร  ไตรกิศยเวช   รับบท   กูซอ
ไชย  ขุนศรีรักษา   รับบท   พ่อโศภี
โฆษวิส  ปิยะสกุลแก้ว   รับบท   เดช
พิมพ์พรรณ  ชลายนคุปต์   รับบท   โศภี (ศัลยกรรม)
พงศนารถ  วินศิริ   รับบท   จิตติ
ยาว  อยุธยา   รับบท   ลุงของแลง
นิจชิตา  จารุวัฒน์   รับบท   ภรรยาภูผา
ราชวัติ  ขลิบเงิน   รับบท   สถิต
ณภัทร  โกรฟส์   รับบท   อ่อนนุช
ด.ญ.สเตฟานี  โกรฟส์   รับบท   ฝาแฝด สาระสะมา-สาระวารี
ด.ญ.ปุณณดา  วอสเบียน   รับบท   แสดงแทนฝาแฝดสาระสะมา-สาระวารี

คุณชายพุฒิภัทร

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

คุณชายพุฒิภัทร…ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เก่งกาจกับรักที่ไร้ศักดินา มีมารดาเป็นบุตรสาวเจ้าสัวใหญ่ คุณหมอรูปงามจำต้องละวางกฎเกณฑ์ที่ยึดถือมาตลอดทั้งชีวิต เมื่อได้พบกับสาวสามัญชนเจ้าของตำแหน่งนางสาวศรีสยาม แล้วใช้หัวใจตัดสินเพื่อช่วยให้เธอรอดพ้นจาการตกเป็นนางบำเรอของนายพลผู้ทรงอิทธิพล การแต่งงานกำมะลอจึงเกิดขึ้น ทั้งสองต้องซ่อนหัวใจรักของตัวเองเพราะความไม่เข้าใจ แต่ท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ก็ค้นพบว่าเพชรอันเลอค่ายิ่งกว่าอัญมณีใดๆ ในโลก คือ หญิงสาวชาวบ้านนั่นเอง

เรื่องย่อ
ม.ร.ว.พุฒิภัทร จุฑาเทพ ศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองที่ได้รับการยอมรับในวงการ แพทย์จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาครองตัวเป็นโสดอย่างมั่นคง ไม่เคยวอกแวกหรือเจ้าชู้กับใคร โดยเฉพาะ ม.ล.มารตีที่พยายามจะทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมในฐานะว่าที่คู่หมั้น แต่คุณชายภัทรก็ไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงในอุดมคติของคุณชายภัทรคือผู้หญิงที่เรียบร้อยเป็นแม่ศรีเรียนคอย ปรนนิบัติสามี ไม่ใช่สาวเปรี้ยวอย่างมารตี และไม่คิดว่าจะมีสาวใดทำให้เขาเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้

จนกระทั่งวันหนึ่งคุณชายภัทรก็ต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อได้เจอกับกรองแก้วผู้เข้าประกวดนางงามศรีสยาม คุณชายภัทรตะลึงจนตกอยู่ในภวังค์และกลายเป็นรักแรกพบ แต่ภายในใจที่ร้อนรุ่มกลับปฏิเสธ เพราะนึกตำหนิว่าสตรีดี ๆ ที่ไหนจะใส่ชุดว่ายน้ำอวดให้ประชาชนทั้งประเทศชมเรือนร่างของตัวเอง คงเป็นเพียงผู้หญิงที่ใช้ความสวยเพื่อแลกกับเงินเป็นค่าตอบแทนเท่านั้น คุณชายจึงได้แต่พยายามปัดความรู้สึกชื่นชมยินดีออกไป

แต่เส้นทางรักก็เปิดโอกาสให้พิสูจน์ เมื่อกรองแก้วได้ตำแหน่งนางงามศรีสยามและเกิดตกเวทีบาดเจ็บสาหัส คุณชายภัทรจึงถูกตามตัวให้ไปรักษานางงามคนดังโดยด่วน เมื่อทั้งคู่พบกันกรองแก้วกลับกลายเป็นนางงามที่เอาแต่ใจไม่ยอมให้เย็บแผล ทำให้คุณชายภัทรเคืองที่คนไข้ดื้อดึงอย่างไร้เหตุผล ในที่สุดคุณชายก็พาไปเย็บแผลจนสำเร็จ

รุ่งเข้าอิงอรคนที่พากรองแก้วเข้าประกวดกับสุนันท์ลูกสาวรีบมารับตัว แก้วกลับ แต่แก้วกลับอิดออดไม่อยากออกจากโรงพยาบาล และแกล้งพลัดตกเตียงจนแผลที่เย็บฉีกขาดอีกครั้ง เดือดร้อนคุณชายภัทรกลับมาดูอาการและสงสัยว่าแก้วอาจมีเรื่องปิดบัง เพราะทำท่าไม่อยากจะออกจากโรงพยาบาลและหาทางอยู่ต่อ ด้วยวิธีทำร้ายตัวเองแบบนี้ คุณชายจึงคาดคั้น แก้วก็ยังไม่บอกความจริง เพียงแต่ขอร้องให้คุณชายช่วยให้เธอได้อยู่โรงพยาบาลนี้ต่อไปอีกหนึ่งคืนเท่า นั้น คุณชายภัทรจึงจำใจบอกกับทางอิงอรว่าแก้วอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบจึงต้องให้อยู่ ดูอาการก่อน อิงอรจึงต้องจำยอมกลับไป

ขณะอยู่โรงพยาบาลแก้วได้โทรศัพท์หากิตติผู้เป็นพ่อ แต่กิตติกลับล้มลงหมดสติขณะคุยโทรศัพท์ ทำให้แก้วต้องหาทางกลับบ้านไปหาพ่อที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง คุณชายภัทรรู้เรื่องจึงอาสาพาไปส่งที่อยุธยาบ้านเกิดของแก้ว และได้รับกิตติกลับมาเป็นคนไข้รักษาตัวที่พระนคร ทำให้แก้วปลาบปลื้มใจมาก และได้เล่าความจริงที่เธอต้องแกล้งตกเวทีการประกวดและหาทางให้ตัวเองเจ็บตัว เพื่ออยู่โรงพยาบาลต่อ เพราะเธอมีปัญหาชีวิตอย่างหนัก แก้วไม่มีเงินรักษาพ่อที่ป่วยหนักจึงต้องเข้าประกวดนางงามเพื่อนำเงินไปเป็น ค่าผ่าตัด และเธอแอบได้ยินอิงอรผู้ส่งเข้าประกวดจะขายเธอให้กับนายพลพินิจผู้มีอิทธิพล ทางทหารในขณะนี้ และเป็นผู้มีกิตติศัพท์เรื่องมีอนุภรรยาเป็นนางงามมากมาย จึงอยากได้ตัวแก้วหลังจากประกวดเสร็จ แก้วไม่อยากเป็นนางบำเรอของนายพลจึงหาวิธีต่าง ๆ ที่จะเลี่ยงไปกับอิงอรด้วยการทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาล

คุณชายภัทรรู้ความจริงก็นึกนิยมในความกตัญญูของแก้ว และความมีศักดิ์ของลูกผู้หญิงที่ไม่คิดจะสุขสบายด้วยการเอาตัวเข้าแลก เขาจึงพาแก้วไปฝากไว้กับ ม.ล.เกษราที่ได้แต่งงานแยกมาอยู่กับชินกรแต่ก็ยังทำกิจการขนมต่อจนเจริญ รุ่งเรือง เกษรายินดีรับแก้วอยู่ด้วยถึงแม้ลึก ๆ จะเกรงใจมารตีน้องสาวที่อาจจะเคืองถ้ารู้ว่าให้ความช่วยเหลือแก้วที่เป็น เสี้ยนหนามหัวใจของเธอ แต่เกษราก็ไม่มิอาจปฏิเสธคุณชายภัทรได้

ส่วนแก้วตัดสินใจเข้ารายงานตัวกับกองประกวดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หลังเลิกงานตอนเย็นแก้วก็กลับมาช่วยเกษราทำขนม ทำให้เกษราและแก้วสนิทสนมกันดี และยอมรับว่าแก้วเป็นคนดีไม่เหมือนอย่างที่มารตีใส่ไคล้ไว้ จนกระทั่งแก้วต้องไปงานลีลาศการกุศล อิงอรกับสุนันท์วางแผนลักพาตัวแก้วไปให้นายพลพินิจในคืนนี้ แก้วจึงถูกจับตัวไปแต่ยังดีที่คุณชายภัทรมาช่วยไว้ทัน และพาแก้วหนีไปบ้านพักตากอากาศที่หัวหินเพื่อหลบซ่อนตัว แต่การมาอยู่สองต่อสองทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะคุณชายภัทรรู้ใจตัวเองแน่แล้วว่าหลงรักนางงามศรีสยามจนถอนใจไม่ขึ้น

ด้านอิงอรกลัวนายพลโกรธจึงใส่ร้ายคุณชายภัทรว่าเป็นคนลักพาตัวแก้วหนีไปโดย ที่แก้วไม่ยินยอมและแก้วยังต้องการมาปรนนิบัติรับใช้นายพล และขอให้ออกตามหาทั้งคู่กลับมา นายพลหูเบาเชื่อตามที่อิงอรบอก แต่ก็ถูกใจสุนันท์ด้วยจึงทาบทามได้มาเป็นอนุภรรยาอีกคน

คุณชายภัทรกับแก้วอยู่หัวหินอย่างมีความสุข แต่ก็ตกใจสุดขีดเมื่อเขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เจอกับย่าอ่อนและคุณชายรัชชานนท์กับคุณชายพีร์ที่ยืนจ้องอยู่อย่างขบขัน ทั้งหมดมาที่นี่จากการฟ้องของมารตี ย่าอ่อนโวยวายจนจะเป็นลมเมื่อเห็นหลานชายนอนกอดกับนางงามศรีสยามอยู่ริม ระเบียง ทำให้คุณชายภัทรถูกคาดโทษอย่างรุนแรงว่าคนผู้หญิงต่ำศักดิ์ คุณชายภัทรปกป้องแก้วว่าไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่เห็น ย่าอ่อนไม่เชื่อให้เลิกรากับแก้วทันที แต่คุณชายภัทรผู้อ่อนโยนและเคยอยู่ในกรอบอันดีงามกลับไม่ยอมทำตามและยังดื้อ พาแก้วกลับพระนครอีกด้วย ย่าอ่อนเสียใจที่หลานรักต้องเสียคนเพราะผู้หญิงสกุลต่ำคนเดียว

แก้วกลุ้มใจที่กลายเป็นคนทำให้คุณชายภัทรกับย่าอ่อนต้องผิดใจกันเธอจึงจะ ลากลับไปอยุธยา แต่คุณชายภัทรผู้มีศรรักปักอกเริ่มออกอุบายให้แก้วกับเขาแสดงบทคู่รักกำมะลอ เพื่อแก้ปัญหาให้มารตีเลิกยุ่งกับเขา และนายพลพินิจจะได้ไม่ต้องการแก้วเป็นอนุภรรยาอีก เพราะเป็นที่รู้กันว่านายพลจะไม่บังคับใจใครถ้ามีคนรักอยู่แล้ว คุณชายภัทรหว่านล้อมจนแก้วยอม แต่ย่าเอียดพอรู้เรื่องนี้เข้าก็ถึงขั้นตัดย่าตัดหลานถ้าคุณชายภัทรยังไม่ เลิกรากับนางงามศรีสยามคนใจง่ายอีก

คุณชายภัทรจึงตัดสินใจแอบพาแก้วไปจดทะเบียนสมรส แต่แก้วปฏิเสธ ในที่สุดก็เลี่ยงความหวังดีของคุณขายไม่ได้ แก้วจึงมีเงื่อนไขถ้าทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวจะหย่ากันทันที คุณชายภัทรตกลงแต่ก็แอบน้อยใจไม่ได้ว่าแก้วไม่ได้มีความรักให้เขาเลยแม้แต่ นิดเดียว ไม่ต่างกับมารตีที่กลุ้มใจเรื่องคุณชายที่หลงรักแก้วจนไม่สนใจใยดีเธอ จึงออกไปดื่มเหล้าเมามายและเจอกับนายพลพินิจจนพลาดท่าเสียทีให้กับนายพล พอมารตีรู้ความจริงก็เสียดายความสาว แต่เมื่อรู้คนที่ร่วมเตียงคือนายพลผู้ยิ่งใหญ่ก็หวังจะใช้ประโยชน์ให้กำจัดกรองแก้วจนได้

มารตีจึงยุกรองแก้วให้นายพลโดยกุเรื่องว่าแก้วอยากมารับใช้นายพล ทำให้นายพลคิดว่าคุณชายภัทรเป็นเสี้ยนหนามคอยขัดขวางไม่ให้แก้วมาหาตน มารตีจึงรีบจัดการวางแผนให้แก้วออกมาหาและหลอกว่าย่าเอียดป่วยหนักจึงรีบพา กันไปเยี่ยม แต่มารตีกลับพาตัวไปที่บ้านนายพล แต่บังเอิญนายพลไม่อยู่กว่าจะกลับก็ค่ำ แก้วจึงถูกขังไว้ที่ห้องและบังคับให้เขียนจดหมายลาคุณชายภัทรกลับอยุธยา เพื่อไม่ให้สงสัยว่าแก้วหายไป

คุณชายภัทรเห็นลายมือแล้วรู้สึกชอบกลเพราะยุ่งเหยิงไม่ใช่วิสัยของแก้ว เขาจึงเอะใจว่าแก้วอาจถูกลักพาตัวไปให้ท่านนายพล จึงขอร้องให้คุณชายรณพีร์กับพรรคพวกช่วยพาเข้าไปที่บ้านพักของนายพล คุณชายภัทรจึงปลอมตัวเป็นคนขับรถและช่วยแก้วออกมาจนได้ นายพลกลับมารู้เรื่องและโกรธจัด จึงส่งคนมายิงคุณชายภัทรบาดเจ็บ ยังดีที่ไม่โดนจุดสำคัญจึงผ่าตัดรอดพ้นมาได้ แต่ก็ทำให้แก้วรู้สึกผิดว่าได้สร้างเรื่องวุ่นวายให้กับคุณชายภัทรมากมาย และตัวเองก็เป็นหญิงสาวต่ำด้อยไม่คู่ควรกับคุณชายภัทรจึงเขียนจดหมายลากลับ อยุธยา

ส่วนคุณชายปวรรุจทราบเรื่องก็เดินทางกลับจากสวิตฯ และพาคุณชายภัทรกับพี่น้องคนอื่น ๆ ไปขอขมานายพลและใช้วาทะของนักการทูตเล่าความจริงทุกอย่าง ทำให้นายพลตาสว่างที่คิดว่าแก้วสมัครใจจะมาอยู่กับตน ที่แท้เป็นเพราะอิงอรกับมารตีคอยยุยงให้เข้าใจผิดมาตลอด นายพลจึงยกโทษให้คุณชายภัทร และจะไม่ข้องเกี่ยวกับแก้วอีก คุณชายภัทรจึงไปอยุธยาตามหาแก้วที่บ้าน ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน

ส่วนย่าเอียดบังเอิญรู้ความจริงจากการพลั้งเผลอของมารตีเองว่าเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้แก้วถูกจับตัวไป จึงรังเกียจนิสัยมารตี และมองแก้วด้วยใจเป็นกลางมากขึ้น และเมื่อได้คลุกคลีกับแก้วระยะหนึ่งก็ทำให้รู้ชัดว่าชาติกำเนิดไม่ได้ทำให้ คุณค่าของคนต่ำด้อยลง แต่การกระทำต่างหากที่ต้องนำมาพิจารณา เพราะแก้วนอกจากรูปงามแล้วยังเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทและ จิตใจดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ทำอาหารและขนมเก่งจนน่ายกย่อง ย่าเอียดจึงอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานอยู่รวมกันอย่างมีความสุข ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

รายชื่อนักแสดงในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข รับบท พุฒิภัทร
เบลล่า ราณี แคมเปญ รับบท กรองแก้ว
โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท ม.ล.มารตี
จิรายุ ตันตระกูล รับบท ยศวิน
มนตรี เจนอักษร รับบท พลเอกพินิจ
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท เจ้าสัวซ้ง
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบท ม.ล.วิไลรัมภา
สรวงสุดา ลาวัลประเสริฐ รับบท คุณหญิงดารา
ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท กิตติ
ณัฐฐิรา จิวระโมไนย์กุล รับบท สุนันท์
พัฒนพล มินทะขิน รับบท ไกรฤกษ์
ปริศนา กล่ำพินิจ รับบท บุษบา
ณหทัย พิจิตรา รับบท อิงอร

พรพรหมอลเวง

“ตันหยง” สาวสวยมากด้วยความมั่นใจและสามารถ กับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ “น้องเมย์” เด็กน้อยอายุห้าขวบกับปัญหาในครอบครัวใหญ่ของเด็กน้อยและความรู้สึกพิเศษที่เริ่มก่อขึ้นกับ “ปฐวี” อาหนุ่มของเด็กหญิงผู้เป็นหมอหนุ่ม หน้าตาดีที่มากด้วยความสามารถ เธอจะทำยังไงกับปัญหาของตน และจะกลับร่างตนได้หรือไม่
 
ตันหยง เสียใจจากการที่ไปพบ พิราม หนุ่มคู่หมั้นกำลังหาความสุขอยู่ที่คอนโดมิเนียมที่จะใช้เป็นห้องหอ กับพนักงานสาวในบริษัทของพิรามเองโดยบังเอิญ ตันหยงถอนหมั้นทันที แล้วขับรถออกมา ร้องไห้จนสาใจแล้วสำนึกว่าเป็นเพราะความโกรธแค้น อับอายที่ถูกหลอกมากกว่าจะเสียใจเพราะอกหักตันหยงขับรถเตลิดเปิดเปิงไปไกลโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่อยุธยาแล้ว ตันหยงแวะทานข้าว เผลอดื่มเหล้าจนเมามาก รู้สึกตัวว่าชายหนุ่มแปลกหน้าเริ่มลวนลามจับมือจับแขนจึงขับรถกลับ แต่ถูกตามโดยรถ 2 คัน ขนาบหน้า-หลัง 1 ในรถคันนั้น คือชายแปลกหน้านั่นเอง ตันหยงกลัวตัดสินใจบึ่งรถหนีจนเกิดอุบัติเหตุบนทางโค้ง รถตันหยงตกข้างทางชนต้นไม้ใหญ่อย่างแรงวิญญาณ ของตันหยงออกจากร่าง และด้วยปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง พอตันหยงรู้สึกตัวอีกครั้งในโรงพยาบาลก็พบว่าร่างที่ตัวเองอยู่นั้นกลายเป็น เด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ชื่อ เมริน ซึ่งพลาดตกบันได และเป็นเวลาเดียวกับที่ตันหยงประสบอุบัติเหตุ เกิดการสลับวิญญาณตันหยงรู้ว่าวิญญาณของเมรินตายแล้ว และตัวเองมาอาศัยร่างแทน แต่ไม่รู้ว่าร่างของตัวเองอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร จนกระทั่งตอนท้ายของเรื่องเมื่อแรกก็รู้สึกตัว ตันหยงพยายามบอกใคร ๆ ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ไม่มีใครรับฟัง เด็ก 5 ขวบ แม้แต่ ปฐวี ซึ่งเป็นทั้งแพทย์ที่รักษาและน้าชายของเมริน ตันหยงเลยเลิกพูดพยายามปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในร่างของ ด.ญ. เมริน ( น้องเมย์ ) ตันหยงต้องดำเนินชีวิตในร่างของน้องเมย์ วัย 5 ขวบ ด้วยวิญญาณและความรู้สึกของสาวอายุ 25 น้องเมย์เป็นสุดที่รักของน้าชาย ( ปฐวี )
 
ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมของน้าชายกับหลาน 5 ขวบ ทำให้หัวใจของตันหยง เริ่มซึมซับความอบอุ่นทีละน้อยจนในที่สุดตันหยงก็ยอมรับกับตัวเองว่ารัก น้าวี เป็นความรักอย่างแท้จริงที่ไม่สามารถแสดงออกได้ใคร ๆ พากันแปลกใจมากที่น้องเมย์ กลายเป็นเด็กที่เรียนเก่ง พูดเก่ง ฉลาดเกินวัยมาก ตันหยงรู้ว่าครอบครัวของน้องเมย์มีปัญหา ประภัสสร และ เมธี แตกแยกกันเพราะความเข้าใจผิด และด้วยแรงยุของ ปรางค์ทิพย์ ตันหยงร่วมมือกับน้าวี แก้ไขสถานการณ์จนเรียบร้อย ขณะที่ความรู้สึกของตันหยงก็ยิ่งรักปฐวีเข้าไปทุกวัน ด้วยความอยากรู้ว่าร่างของตัวเองเป็นอย่างไร
 
ตันหยงพยายามหาข่าวตัว เองจาก นสพ. ทุกฉบับ แต่ก็ไม่พบจนหมดกำลังใจ เคยพยายามโทรศัพท์ไปหาแม่ ( คุณบุหงา ) หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครยอมเชื่อว่า เด็กอายุ 5 ขวบ มาเรียกคุณบุหงาว่าแม่ ตันหยงไม่รู้จะทำยังไงต้องจำยอมอยู่ในร่างของน้องเมย์ต่อไป เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปมากมาย ในชีวิตครอบครัวของน้องเมย์ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวความไม่ซื่อสัตย์ของสามี ต่อภรรยาทั้งนั้น ทำเอาตันหยงแทบจะเกลียดผู้ชายทั้งโลก จน 3 เดือนผ่านไปประภัสสรและเมธี พ่อ-แม่ของน้องเมย์กลับมารักกันอย่างเดิม ตันหยงพอใจมาก คิดจะบอกความจริงกับปฐวีหลายครั้งแต่ไม่ได้บอก
 
บังเอิญมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ด้วยความริษยาของคุณปรางทิพย์ จึงไปจ้างให้กรรมกรคนหนึ่งมาปล้นบ้านประภัสสร ให้ทำร้ายประภัสสรและฆ่าน้องเมย์ ขณะที่คนร้ายกำลังบีบคอน้องเมย์และจับหัวกระแทกกำแพงแตก ปฐวีก็มาช่วยไว้ทันพอดี การที่ต้องไปโรงพยาบาลเช็คสมองเย็บแผลต่าง ๆ ทำให้ตันหยงบังเอิญพบคุณบุหงาครั้งหนึ่ง ตันหยงถลาเข้าไปกอดร้องไห้ เรียกว่าแม่ ปฐวีแปลกใจและสงสัยในตัวหลานสาวมานานแล้ว จึงต้องยอมรับว่าเรื่องที่หลานพูดตอนฟื้นคืนสติใหม่ ๆ เป็นความจริง
 
ตันหยง ยอมรับกับปฐวีทุกอย่าง ปฐวีทุกข์ใจมากเพราะรักน้องเมย์เหลือเกิน ( ขณะเดียวกันก็รู้ว่ารักตันหยงเช่นกัน ) ตันหยงรู้ว่าร่างของตัวเองกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามา 3 เดือนกว่าแล้ว ตันหยงสงสารพ่อแม่ตัวเองมากที่เฝ้าร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงของลูกสาวตลอด เวลาด้วยความหวัง ว่าลูกจะฟื้นขึ้นมาวันหนึ่ง ปฐวีและตันหยงต่างก็มีปัญหากันทั้งคู่ โดยเฉพาะปฐวีคิด หนัก ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใคร ระหว่างหลานรักกับหัวใจรัก เพราะถ้าตันหยงออกจากร่างน้องเมย์ก็จะสูญเสียน้องเมย์ตลอดไป แต่ถ้าเห็นแก่ตัวและครอบครัวของพี่สาว ก็เท่ากับว่า อยุติธรรมต่อครอบครัวของตันหยง
 
ในที่สุด ปฐวีก็ตัดสินใจยอมรับความจริงไล่ตันหยงให้กลับไปสู่ร่างเดิม ตันหยงในร่างน้องเมย์ ตัดสินใจกระโดดลงมาจากบันได ตายในเวลาเดิม (เที่ยงคืน) แต่ตันหยงไม่ได้กลับเข้าร่างทันที วิญญาณของตันหยงคงเฝ้าดูอาการของคนต่าง ๆ โดยเฉพาะปฐวี ที่มาเฝ้าคอยเรียกตันหยงที่โรงพยาบาลทุกวัน สารภาพความในใจทุกอย่างกับร่างนั้น รอคอยอย่างทรมานนานถึง 6 วัน ตันหยงก็กลับมาสู่ร่างเดิม ด้วยความสุข สมหวังของทั้งคู่ ครอบครัวของประภัสสรและเมธีเสียน้องเมย์ไปแต่ก็มีลูกสาวอีกคน คือวิญญาณของน้องเมย์ กลับมาเกิดใหม่นั่นเอง

อย่าลืมฉัน 2556

อย่าลืมฉัน เป็นเรื่องราวของความรักของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในรั้วมหาลัย “ฟอร์เกต มี น็อต” ดอกไม้แห่งรักและคำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่ลืมเขา เราจะไม่ลืมกัน เพราะรักและผูกพัน ก่อนอำลาด้วยอาลัย จึงฝากแหวนรูปดอกไม้ห้ากลีบสวมใส่ติดนิ้ว และ “อย่าลืมฉัน” กลีบบางใส่ไว้เพื่อย้ำรอยจดจำในหัวใจของสองเราว่า “จะมีเพียงกันและกันนิรันดรอย่าลืมฉัน… แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย”

สุริยาวดี เจอปัญหาครอบครัว ทำให้ต้องออกจากการเรียน และไปจดทะเบียนแต่งงานกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ก็เป็นแต่เพียงในนาม เพราะผู้ใหญ่ท่านนี้จริง ๆ ต้องการให้สุริยาวดีแต่งงานกับลูกชายท่าน แต่ลูกชายปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่กลับเมืองไทย ทำให้ท่านต้องจดทะเบียนกับสุริยาวดี และลูกชายก็ต้องเสียใจในอนาคต เมื่อคิดได้ว่าได้ทิ้งโอกาสอันสำคัญในชีวิตไปแล้ว และไม่สามารถจะหวนกลับได้

สุริยาวดี หายไปจากชีวิตเขมชาติ โดยไม่บอกกล่าว ทำให้เขมชาติเสียใจมากและกลายเป็นโกรธแค้น เมื่อทราบว่าหญิงสาวไปแต่งงานกับผู้ใหญ่ที่ร่ำรวย ขณะที่ เขมชาติ มุมานะเรียนจนจบ และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานอย่าหนักจนสามารถก่อร่างสร้างตัวเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ร่ำรวย แต่ความหลังครั้งก่อนยังหลอนจิตใจอยู่ร่ำไป จนทำให้ไม่สามารถที่จะรักใครได้อีก เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ปากจัด และโมโหโทโสได้ทุกเรื่อง

และเมื่อวันหนึ่ง สุริยาวดี กลับมาในนามของ “นางสุริยง” ได้เดินเข้ามาในชีวิตของเขมชาติอีกครั้งเพื่อหางานทำ เลี้ยงลูกชายสองคน ความรัก ความอาลัย ความโกรธแค้น และการเอาคืนจึงเริ่มขึ้น สุริยงกลับมาเพราะรัก เพื่อทำหน้าที่ของลูกที่ดี แล้วก็อยากจะตามหาหัวใจตัวเอง แต่เพราะต้องการรู้ใจเขมชาติ อยากเรียนรู้ผู้ชายที่ตัวเองรัก จึงปิดบังเรื่องในอดีตไว้ เขมชาติไม่อยากรักไม่อยากเห็นหน้า แต่ก็เพราะรอยอาลัย จึงคิดจะแก้แค้นเอาคืน เมื่อหัวใจที่ชอกช้ำอยู่แล้วทั้งสองดวง ถูกกระทำซ้ำเติมให้ชอกช้ำยิ่งกว่าเดิมเพราะหัวใจที่เจ็บยิ่งอยู่แล้ว ไม่เคยได้รับการเยียวยารักษา หรือแยแส… บทเรียนแห่งหัวใจ มิใช่มีเพียงบทเดียว บททดสอบคราวนี้จะทำให้ความรักลงเอยอย่างไร เมื่อรักกันย่อมไม่อยากให้พราก ไม่อยากให้มีคนอื่น

หลานสาวนายพล

เมื่อ 3 สาวใบเถา ต้องช่วยคุณปู่นายพล ตามหารักครั้งเก่า เรื่องวุ่นๆปนอลเวงจึงเกิดขึ้น ++ หลานสาวนายพล เป็นเรื่องราวของ 3 สาวใบเถา แพรทอง (ธัญญ่า), ฝ้ายทอง (มิเชล), ไหมทอง (ดาว พิมพ์ทอง) หลานสาวคุณปู่ นายพล (เอ อนันต์) ประมุขของบ้านสวนสารภี ที่เป็นโรคความจำเสื่อม แต่ยังจำรักครั้งเก่าสมัยอดีต กับ ผอบ หญิงสาวคนรักเก่า ที่หายตัวไป เรื่องอลเวงเกิดขึ้นเมื่อคุณปู่ หายตัวไปจากบ้าน ไปตามหาคนรักเก่าที่คณะลิเก และป่วนจนวิกลิเกล่ม ทำให้ คณะลิเก พาคุณปู่ไปโรงพัก ครั้งนี้เองทำให้ สามสาวใบเถา ได้เจอกับ ผู้กองยอดธง (เต๋า สมชาย) ผู้กองหนุ่มที่แอบสนใจสามใบเถาอยู่ หลังจากคุณปู่ได้กลับมาบ้านสวน ก็ยัง ออกตามหา ผอบ อีก จึงหายไปจากบ้านไปโผล่ที่บ้านคุณนายบัวแก้ว (แหม่ม จินตหรา) และคิดว่าคุณนายบัวแก้ว เป็นอดีตคนรักเก่าของตน ในขณะที่หลานชายทั้งสองคนของคุณนาย ได้แก่ ต้นบุญ (ต่าย นัฐฐพนท์) และ ต่อบุญ (แม็ค พงศ์พีระ) ก็แอบสนใจ สามใบเถาแห่งบ้านสวนสารภี เช่นกันความวุ่นวายของ สามใบเถา กับหนุ่มๆจะเป็นอย่างไร คุณปู่จะตามหาผอบ เจอหรือไม่ ติดตามชมได้ใน หลานสาวนายพล

คุณชายธราธร

เส้นทางความรักของ ม.ร.ว.ธราธร หรือคุณชายใหญ่ ผู้สูงศักดิ์ ทายาทองค์โตของ หม่อมเจ้าวิชาชากร แห่งวังจุฑาเทพน่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับกลายว่าเต็มไปด้วยความลับซ่อนเร้นภายในจิตใจ ฉุดรั้งด้วยพันธสัญญาที่ผู้ใหญ่ระหว่างพระบิดาของเขากับ ม.ร.ว.เทวพันธ์ เทวพรหม ญาติสนิทที่ต้องการให้เขาหมั้นหมายและแต่งงานกับ ม.ล.เกษรา บุตรสาวคนโตของตระกูลเทวพรหม แต่หัวใจของคุณชายใหญ่กลับรั้งรอสาวน้อยคนหนึ่งที่มีอดีตในวัยเด็กร่วมกันมาเนิ่นนาน

ม.ร.ว.ธราธรรู้ดีว่าคงหลีกหนีเรื่องการแต่งงานกับม.ล.เกษราไม่ได้แล้ว ทั้งที่ใจของเขาเหมือนมีเงาของ ม.ล.ระวีรำไพ หรือ มะปราง ญาติผู้น้องคอยตามเสมอ ด้วยวัยที่ห่างกันถึงเก้าปี และยังเป็นลูกศิษย์ ทำให้คุณชายใหญ่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยความในใจ โดยหารู้ไม่ว่าหัวใจของญาติผู้น้องก็ไม่ได้แตกต่างจากเขาเลย เพียงแต่รู้ว่าไม่เหมาะสมเพราะผู้ใหญ่ได้วางตัวม.ล.เกษราไว้ให้พี่ชายใหญ่ แล้ว

และแล้วโอกาสที่จะพิสูจน์หัวใจของกันและกันก็มาถึง เมื่อ ศ.ม.ร.ว.อาทิตยรังสี บิดาของมะปราง อาจารย์วิชาโบราณคดี เป็นประธานโครงการสำรวจและชุดแต่งบูรณะโบราณวัตถุสถานเขาพระวิหาร ร่วมกับม.ร.ว.ธราธรและคณะ แต่ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมของท่านชายอาทิตยรังสีทำให้มะปรางไม่อยากให้บิดาไป ทำงานเพียงลำพังโดยไร้คนดูแล จึงไปขอร้องคุณชายใหญ่ขอติดตามไปดูแลบิดาด้วยโดยจะปลอมตัวเป็นชายเพื่อสะดวก ในการเดินทางเพราะคณะติดตามเป็นชายล้วนทั้งสิ้น

คุณชายใหญ่เผลอรับปากจึงเป็นเหตุวุ่นวายที่ทำให้อีกสี่คุณชายพี่น้องที่กลม เกลียวรักกันแห่งจุฑาเทพเดือดร้อนใจไปด้วย โดยเฉพาะคุณชายปวรรุจที่เสนอให้ม.ล.เกษราแต่งตัวเป็นชายติดตามไปด้วย เพื่อจะได้ร่วมห้องพักกับมะปรางได้ และที่สำคัญเขาอยากให้พี่ชายใหญ่ได้ค้นหารักแท้ให้พบ ว่ารักชอบใครกันแน่จากการเดินทางไปสำรวจเขาพระวิหารครั้งนี้ด้วย คุณชายใหญ่จึงตัดสินใจชวนม.ล.เกษราคู่หมายในอนาคตให้ติดตามไปด้วย สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับเกษรามาก เพราะตลอดชีวิตไม่เคยออกนอกบ้านไปไหนไกล ๆ เลย จึงตอบตกลงทันที

คณะทีมสำรวจจึงได้มุ่งเดินทางไปยังเขาพระวิหาร โดยมีคณะสำรวจชายเพิ่มมาอีกสองคนคือระวีกับก้องเกียรติซึ่งทำให้คุณชายธราธร ใจเต้นไม่ปกติเพราะกลัวความลับจะแตก ถึงแม้การแต่งตัวจะพออำพรางสองสาวได้แต่การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกรงว่าสองสาวจะทนไม่ไหวจนแสดงความเป็นหญิงออกมาเสียก่อน

ในคณะติดตามยังมีอาจารย์ชินกร จากคณะโบราณคดี และเอ็ดเวิร์ด ชาวฝรั่งเศส กรรมการมูลนิธิเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุและโบราณสถานและคณะติดตามไปด้วย ซึ่งอาจารย์ชินกรเป็นอีกผู้หนึ่งที่สงสัยสองหนุ่มน้อยที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ถึงแม้คุณชายใหญ่จะยืนยันว่าเป็นลูกศิษย์ก็ตามที ทำให้สองสาวรู้สึกเกร็งเวลาอยู่ใกล้อาจารย์ชินกร ส่วนเอ็ดเวิร์ดกลับมองสองสาวเป็นผู้ชายที่น่าหมายปอง เพราะเขามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ยิ่งทำให้คุณชายใหญ่หนักใจทวีคุณ

เมื่อถึงที่หมายคือปราสาทเขาพระวิหาร ทุกคนต่างลงมือทำงาน ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมดั้งเดิมของมะปรางกับคุณชายใหญ่ที่มีต่อกันฉันท์พี่ น้องทำให้เกษราได้เห็นทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกันเกินควร ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยใจและเคืองมะปราง ที่เวลาต่อหน้าแสดงความยินดีที่เกษราจะได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่ แต่พอลับหลังกลับตีท้ายครัว ทำให้เกษรามึนตึงอยากจะเดินทางกลับก่อน อาจารย์ชินกรจึงรั้งไว้ และเมื่อได้ใกล้ชิดก็รู้สึกคุ้นหน้าก้องเกียรติมาก และแล้วเขาก็จำได้ว่าหน้าตาคลับคล้ายกับม.ล.เกษรา เจ้าของร้านขนมที่เขาเป็นขาประจำเขาแอบหลงรักเกษรามาเนิ่นนาน แต่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมีคุณชายใหญ่จับจองเป็นเจ้าของแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นเกษราเพราะเธอคือกุลสตรีที่คงไม่อุตริปลอมเป็นชายเดินทาง มาที่นี่เป็นแน่

ก้องเกียรติไหวตัวทันจึงสวมรอยเป็นญาติของม.ล.เกษราทำให้รอดพ้นจากการจับผิด ของอาจารย์ชินกรอย่างหวุดหวิด แต่นับจากนั้นอาจารย์ก็คอยเกาะติดก้องเกียรติเพื่อจะได้คุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษราหญิงที่เขาหมายปอง จนทำให้ก้องเกียรติเริ่มรู้สึกว่าเขาสนใจเกษรามากกว่าคนรู้จักเสียแล้ว จนกระทั่งก้องเกียรติถูกเอ็ดเวิร์ดลวนลามเพราะเข้าใจว่าเป็นผู้ชาย ยังดีที่อาจารย์ชินกรเข้ามาช่วยไว้ทัน และปกป้องเขาอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่งทำให้เกษราประทับใจมาก

ฝ่ายคุณชายธราธรได้สำรวจโบราณวัตถุขึ้นสำคัญต่าง ๆ บนเขาพระวิหาร เพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย และตั้งใจจะเดินทางออกสำรวจปราสาทหลังอื่น ๆ ที่อยู่ในป่าลึกเพื่อขึ้นทะเบียน เพราะเกรงว่าจะถูกลับลอบขนย้ายเสียก่อน ซึ่งก็มีมะปรางแอบติดตามไปด้วย และก็เป็นจริงอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อคุณชายธราธรไปถึงก็พบพวกโจรกำลังทำการขนย้ายวัตถุโบราณไปเก็บไว้ที่ เต็นท์ของตนกลางป่า เขาแอบไปเห็นเทวรูปและทับหลังชิ้นสำคัญมากมายในเต็นท์

คุณชายธราธรซุ่มดูจนเห็นพวกโจรได้พาเอ็ดเวิร์ดมาเอาโบราณวัตถุเพื่อส่งกลับ ฝรั่งเศส แต่แล้วพวกโจรก็จับได้ว่าคุณชายธราธรกับมะปรางแอบดูอยู่ เอ็ดเวิร์ดจึงสั่งให้ฆ่าปิดปาก ระหว่างวิ่งหนีได้เจอกับเกษราและอาจารย์ชินกรที่ออกเดินทางตามมาสมทบ และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อโจรตามทันและผลักมะปรางตกเขา ทำให้คุณชายธราธรได้รู้ใจตนเองเดี๋ยวนั้นว่าคนที่เขารักที่สุดในดวงใจคือ มะปราง จึงกระโดดตามลงไปอย่างไม่เสียดายชีวิต ทำให้เกษราใจหายและรู้ว่าคุณชายธราธรรักมะปรางมากเพียงใด เหล่าโจรเห็นสองคนตกลงไปแล้วจึงเป็นจังหวะที่เกษรากับอาจารย์ชินกรหลบหนี เข้าป่าไปอย่างหวุดหวิด แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังต้องการให้ค้นหาศพของมะปรางกับคุณชายธราธรให้พบและให้ไล่ ล่าเอาชีวิตของเกษราและอาจารย์ชินกรเพื่อปิดปากอีกด้วย เกษรากับอาจารย์ชินกรโชคร้ายที่หนีโจรไม่พ้นเพราะโจรชำนาญป่ามากกว่า โจรจึงตามถึงตัวก่อน เอ็ดเวิร์ดจึงรู้ความจริงว่าก้องเกียรติเป็นผู้หญิง จึงให้เกษราวิ่งหนีกระสุน แต่คนที่รับกระสุนแทนคืออาจารย์ชินกร และเหตุการณ์นี้ทำให้อาจารย์ชินกรรู้ความจริงว่าก้องเกียรติก็คือเกษรา ผู้หญิงที่เขาหลงรักนั่นเอง

ฝ่ายสี่สิงห์พี่น้องแห่งจุฑาเทพเมื่อรู้ข่าวก็รีบออกเดินทางและติดต่อตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องออกติดตามทันที คุณชายพีร์จึงได้มาช่วยอาจารย์ชินกรและเกษราไว้ได้ทัน ส่วนคุณชายที่เหลือต่างแยกย้ายตามหาคุณชายธราธรและมะปรางที่ตกเขาจนพบและรีบ พามะปรางส่งโรงพยาบาลเพราะไข้ขึ้นสูงจากการตรากตรำรอนแรมในป่า ส่วนเอ็ดเวิร์ดและพวกกำลังหนีเข้าเขมรก็ถูกตำรวจจับกุมทันที ทุกคนกลับกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย ตามมาด้วยข่าวลือน่าอับอายที่สองราชนิกุลหญิงรอนแรมกับผู้ชายในป่าสร้างความ อัปยศอดสูให้กับราชสกุล จนทำให้ม.ร.ว.เทวพันธ์ บิดาของม.ล.เกษรา ต้องการเร่งรัดให้คุณชายธราธรแต่งงานกับเกษราทันที

หม่อมเอียดผู้ใหญ่ทางคุณชายธราธรจึงเจรจาสู่ขอเกษรา เพื่อให้เป็นไปตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากรตั้งแต่ต้นด้วย แต่ก่อนงานหมั้นจะมีขึ้น คุณชายธราธรได้พบกับมะปรางเพื่อสารภาพรักกับเธออย่างหมดหัวใจ แต่เขาก็ต้องทำตามผู้ใหญ่เพื่อไม่ให้เกษราเสียหายที่ถูกทาบทามไว้ตั้งแต่แรก ถึงแม้เหตุการณ์นี้มะปรางน่าจะเป็นผู้เสียหายมากที่สุดเพราะพลัดหลงไปกับคุณ ชายธราธร แต่ด้วยน้ำใจงามของมะปรางยอมที่จะเป็นฝ่ายไปเรียนต่อที่อังกฤษและจะลืม เรื่องราวทุกอย่าง ทั้งคู่จึงต่างร่ำลาจากกันด้วยความอาลัย

งานหมั้นได้ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต แต่เมื่อถึงเวลาสวมแหวนเกษราตัดสินใจประกาศยกเลิกการหมั้น เพราะรู้ใจตนเองแล้วว่าคนที่เธอรักคืออาจารย์ชินกร และก็ไม่อยากจะพรากความรักระหว่างมะปรางกับคุณชายใหญ่ด้วย อาจารย์ชินกรจึงก้าวเข้ามารับผิดชอบแทน ทำให้คุณชายธราธรและคุณชายทั้งสี่รีบออกไปสนามบินทันทีเพราะมะปรางกำลังจะ เดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษวันนี้เช่นกัน

คุณชายธราธรตามหามะปรางเจอในห้องผู้โดยสารขาออก และสวมแหวนหมั้นจองตัวไว้ก่อน ท่ามกลางผู้โดยสารที่ร่วมแสดงความยินดี มะปรางออกเดินทางไปเรียนต่อประเทศอังกฤษด้วยหัวใจที่เป็นสุข และต่างก็ส่งจดหมายถึงกันและกัน เพื่อเป็นเครื่องผูกพันความรักจนกว่ามะปรางจะเรียนจบ และกลับมาแต่งงานตามหัวใจที่เรียกร้องมาเนิ่นนาน ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

รายชื่อนักแสดง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

วรินทร ปัญหากาญจน์      รับบท   ธราธร
รณิดา เตชสิทธิ์   รับบท   ม.ล.ระวีรำไพ
ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ   รับบท   ปวรรุจ
จิรายุ ตั้งศรีสุข  รับบท   พุฒิภัทร
ธนิน มนูญศิลป์   รับบท   รัชชานนท์
เจมส์ มาร์   รับบท   รณพีร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส   รับบท   หม่อมเอียด
ดวงตา ตุงคะมณี   รับบท   ย่าอ่อน
สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล   รับบท   ชินกร
ณัฐวรา วงศ์วาสนา   รับบท   ม.ล.เกษรา
ทูน หิรัญทรัพย์   รับบท   อาทิตยรังสี
สุปราณี เจริญผล   รับบท   กัลยา
สวกร ติยะสวัสดิ์กุล   รับบท   โสภิตา
ปัญพร ศรีสวัสดิ   รับบท   ดาราอาย

ใน ละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

วังน้ำวน-2547

อาโป ( อลิชา ไล่สัตรูไกล ), เพียงธาร ( ธัญญาเรศ รามณรงค์ ) และ ระริน ( ภัคพร ภูวะปัจฉิม ) เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย ( ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง ) ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน

เพียงธารออกหางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว ( ศิรินุช เพ็ชรอุไร ) จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้

วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน วัน หนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพราะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี

หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ( รัฐศาสตร์ กรสูต ) ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง ( ณหทัย พิจิตรา ) อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู (นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น

ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที เพียงธารต้องการหาเงินให้ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ

กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง ( วสันต์ อุตตมะโยธิน ) พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากกว่าเพื่อนทั้งสอง

สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่ เรื่อง วังน้ำวน โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการเพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง วังน้ำวน จึงขอสินธูเปลี่ยนตัวให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร

อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล ระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย ในงานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลังเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก วังน้ำวน แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

รายชื่อนักแสดง วังน้ำวัน

อลิชา ไล่สัตรูไกล รับบท อาโป
ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท เพียงธาร
ภัคพร ภูวะปัจฉิม รับบท ระริน
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท กลางชล
ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง รับบท ต้นสาย
นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท สินธู
ศิรินุช เพ็ชรอุไร รับบท ทัดดาว
วสันต์ อุตตมะโยธิน รับบท โหน่ง
นัฏฐา ลอยด์ รับบท โสภิต
ณหทัย พิจิตรา รับบท ปอง
วิทิต แลต รับบท แอ๊ดดี้

หมูแดง 2555

ตระกูลของพิษณุ เป็นหนี้ตระกูลของภาคินัยอยู่ท้วมท้น แต่พิษณุก็มาด่วนเสียชีวิตไป ทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลาน คนที่จะแก้สถานการณ์ให้คือ หมูแดง ลูกสาวคนรักเก่าของพิษณุ เด็กสาวผู้ถูกเกลียดชังจากคนทั้งสองตระกูล แต่ด้วยความฉลาด ทันคน อดทน และจริงใจ หมูแดง ก็ทำให้ตระกูลทั้งสองปรองดองกันได้สำเร็จ

การะเกด (สุธิดา เกตานนท์) รักอยู่กับ พิษณุ (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) ต่อมาพ่อแม่ของการะเกดจำเป็นต้องให้การะเกดแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่มชาวจีนทั้งสองจึงต้องแยกจากกัน วันเวลาผ่านไปการะเกดมีลูกสาว คนหนึ่งชื่อ หมูแดง (รัชวิน วงศ์วิริยะ) เมื่อบิดาจากไป หมูแดง จึงติดตามการะเกดมาอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยให้น้าและคนงานเก่าแก่อยู่ดูแลไร่และโรงงานในต่างจังหวัด

ส่วนพิษณุนั้นได้แต่งงานกับ สตี (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) โดยมีข้อแม้ว่าพิษณุจะขอมีการะเกดอีกคน หากวันใดที่การะเกดกลับมา สตีมีลูกกับพิษณุ 3 คนคือ พิกุลแก้ว (เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์) เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ใกล้จะจบ จารึก (กาณณ์ กณิณ) ซึ่งหมกมุ่นอยู่กับอบายมุขทั้งเหล้าและการพนัน โรจนา หรือ มด (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) กำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย เมื่อการะเกดกับ หมูแดง เข้ามาอยู่ใน บ้านวัชราพันธุ์ แม้สตีจะไม่พอใจแต่ก็ไม่แสดงให้พิษณุเห็น มีพิกุลแก้วคนเดียวเท่านั้นที่เป็นมิตรกับการะเกดและ หมูแดง

จากความล้มเหลวทางการลงทุนทำให้พิษณุเป็นหนี้ ภาคินัย (พีท ทองเจือ) นายแพทย์ทหารบกยศพลตรีอย่างมากมาย จนถึงกับเอาบ้านวัชราพันธุ์ไปจำนองไว้โดยไม่รู้ว่าในอดีตตระกูล ของภาคินัยเคยถูกปู่ย่าตายายของเขาหักหลังมาก่อน ภาคินัยจึงมุ่งแก้แค้นตระกูลพิษณุให้สิ้นฐานะ ซึ่งเรื่องหนี้นี้คุณสตีและลูก ๆ ไม่รู้มาก่อน มีแต่การะเกดคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้และหาทางช่วยเหลือพิษณุอยู่

หมูแดง ได้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณมด โดยมีคุณสตีซึ่งไม่พอใจคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง การะเกดสงสารลูกได้แต่บอกให้อดทน หมูแดง จึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่แม่ ภาคินัยส่ง โยธิน (โชคชัย บุญวรเมธี) หลานชายซึ่งเป็นเพื่อนกับจารึกมาเก็บดอกเบี้ยที่บ้าน วัชราพันธุ์เป็นประจำจนสนิทสนมกับพิกุลแก้ว ต่อมาภาคินัยได้เร่งรัดหนี้สินและขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องหนี้สินให้สตีและลูก ๆ รู้จะได้เลิกฟุ่มเฟือย ทำให้พิษณุเครียดจัดจนเสียชีวิตกะทันหัน

การะเกดได้แบกรับความทุกข์ของพิษณุไว้และพยายามช่วยกู้ฐานะของตระกูลตามที่พิษณุขอร้องก่อนตาย เมื่อ หมูแดง เรียนจบก็ได้กลับไปอยู่ที่ไร่ของพ่อและรู้ว่าตลอดเวลา ที่ผ่านมา แม่ได้ขายโรงงานและไร่บางส่วนไปเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายที่กรุงเทพฯ ในขณะที่สตี และลูก ๆ เข้าใจว่าการะเกดครอบครองมรดกของพิษณุแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งการะเกด ล้มป่วยลง หมูแดง จึงเดินทางมาเยี่ยม

ระหว่างนั่งรถไฟได้พบกับภาคินัยโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถึงกรุงเทพฯ หมูแดง ไปเยี่ยมการะเกดที่โรงพยาบาลและได้พบกับ พงษ์ (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ทนายความประจำตระกูลจึงรู้ว่าเจ้าหนี้กำลังเร่งรัดหนี้สินทั้งหมด หมูแดง จึงให้ทนาย ไปขอเลื่อนไปอีก 3 เดือน เธอจะพยายามขายไร่และจะหางานทำเพื่อหาเงินมาให้

อาจารย์อานนท์ (การิณ ศุตายุส์) สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่พิกุลแก้วเรียนอยู่ ได้หลงรักพิกุลแก้วเงียบ ๆ แต่พิกุลแก้วกลับหมั้นกับร้อยโทโยธินหลานชายของภาคินัย อานนท์ได้รู้จักกับ หมูแดง และไม่ชอบที่คุณมดแสดงกริยาดูถูก หมูแดง จึงพยายามช่วยปกป้องอยู่เสมอ ทำให้คุณมดไม่พอใจที่อานนท์สนใจ หมูแดง จึงคบคิดกับจารึกหาทางทำลาย หมูแดง จนเมื่อการะเกดกลับมาก็ได้ช่วย หมูแดง ไว้จนตัวเองตกบันไดตาย

ในงานศพ หมูแดง ได้พบกับภาคินัยและรู้ว่าที่แท้คือเจ้าหนี้รายใหญ่ของแม่ จึงโกรธและบอกว่าจะหาเงินมาใช้ให้ภาคินัยอย่างเร็วที่สุด โดยเธอจะแต่งงานกับ เสี่ยเมธี (อ้วน มนตรี) แต่ภาคินัยไม่ยอมเพราะรู้ว่าเสี่ยเมธีเป็นเสือผู้หญิง จึงจ้าง หมูแดง ไปทำงานที่บ้านของเขามีหน้าที่ดูแล คุณพริม (ด.ญ. นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล) ลูกสาวจอมดื้อที่เกิดกับภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา โดยสัญญาว่าถ้าทำงานครบ 3 เดือนจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ถ้าครบ 6 เดือนจะยกโฉนดที่ดินบ้านวัชราพันธุ์คืนให้หมด เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำงาน ได้เกิน 2 สัปดาห์ หมูแดง รู้สึกเหมือนถูกสบประมาทจึงตกลงรับทำงานที่บ้านภาคินัย

เมื่อหมูแดงก้าวเข้ามายังบ้านของภาคินัย ก็พบกับความไม่พอใจจาก คุณเทวี (พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์) น้องสาวคนสวยของภรรยาที่เสียไปของคุณภาคินัยและ ละม่อม (สุดา ชื่นบาน) แม่บ้านผู้ภักดีของคุณเทวี แต่ก็ยังมี สายบัว (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) แม่บ้านอีกคนหนึ่ง ที่เห็นใจ หมูแดง และเล่าเรื่องเกี่ยวกับบ้านภาคินัยให้ฟังเสมอ

ในระยะแรก ๆ คุณพริมไม่ชอบ หมูแดง เพราะเทวียุยงว่า หมูแดง จะมาเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่ต่อมาเด็กน้อยก็กลับรักและไว้ใจ หมูแดง ทำให้เทวีวางแผนกลั่นแกล้ง หมูแดง ต้องออกจากบ้านไป ภาคินัยและลูกสาวต่างอาลัยอาวรณ์ เมื่อบ้านไม่มี หมูแดง จึงออกตามหาแต่ไม่พบ

ในงานแต่งงานของโยธินกับพิกุลแก้ว ภาคินัยได้เปิดเผยให้คนทั้งสองตระกูล ได้รู้ความจริงว่า การะเกดแม่ของ หมูแดง คือผู้ที่รับกรรมแทนคนในบ้านวัชราพันธุ์ทุกคน จึงร่ำร้องให้ หมูแดง กลับมา ส่วน หมูแดง เมื่อออกจากบ้านภาคินัยไป ก็ประสบอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อภาคินัยรู้จึงไปรับ หมูแดง กลับมาและมอบโฉนดบ้านวัชราพันธุ์ให้ตามสัญญา หมูแดง ได้มอบบ้านวัชราพันธุ์ให้แก่พิกุลแก้วเป็นของขวัญวันแต่งงาน ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี เมื่อภาคินัยขอแต่งงาน เพื่อให้ หมูแดง เป็นแม่ของคุณพริมตลอดไป ติดตามชม ละครหมูแดง

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร หมูแดง

พีท  ทองเจือ   แสดงเป็น   ภาคินัย
รัชวิน  วงศ์วิริยะ   แสดงเป็น   มริสสา หรือ หมูแดง
พิจิตรา  สิริเวชชะพันธ์   แสดงเป็น   เทวี
โชคชัย  บุญวรเมธี  แสดงเป็น   โยธิน
เบญจวรรณ  อาร์ดเนอร์   แสดงเป็น   พิกุล
ทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง   แสดงเป็น   พิษณุ
ปนัดดา  วงศ์ผู้ดี   แสดงเป็น   สตี
พิมพ์อักษิพร  วินโกมินทร์   แสดงเป็น   โรจนา หรือ มด
การิณ  ศตายุส์   แสดงเป็น   อานนท์
เนาวรัตน์  ยุกตะนันท์   แสดงเป็น   ราตรี
พิศมัย  วิไลศักดิ์   แสดงเป็น   อาม่า
สุธิตา  เกตานนท์   แสดงเป็น   การะเกด
กนกวรรณ   ด่านอุดม   แสดงเป็น   หม่อมระย้า
กาณณ์  กณิณ   แสดงเป็น   จารึก
ปิยะ  ตระกูลราษฎร์   แสดงเป็น   ทนายพงศ์
เอกชัย  เอื้อสังคมเศรษฐ์   แสดงเป็น   ฟาริค
นิธิ  ผลทวี   แสดงเป็น   ดาวุด
อ้วน  มนตรี   แสดงเป็น   เสี่ยเมธี
สุทธิคุณ  วันทานุ   แสดงเป็น   พรชัย
สุดา  ชื่นบาน   แสดงเป็น   ละม่อม
ด.ญ นันท์นภัส  เลิศนามเชิดสกุล   แสดงเป็น   คุณพริม
ด.ญ ชินารดี  อนุพงษ์ภิชาติ   แสดงเป็น  หมูแดง (เด็ก)
ด.ญ รวิสรา  บูรณะปฏิมากร   แสดงเป็น   โรจนา (เด็ก)
ด.ช ริชาร์ด  เกียนี่   แสดงเป็น   ฟาริค (เด็ก)
ด.ช ภัทรนันท์  ปาสาเขา   แสดงเป็น   ดาวุด (เด็ก)
วรวุฒิ  พงษ์ธีรพล   แสดงเป็น   มานพ
ชูษี  เชิญยิ้ม   แสดงเป็น   เฉื่อย
ปรเมศวร์  สิงห์โพธิ์   แสดงเป็น   มนัส
ปิยะมาศ  โมนยะกุล   แสดงเป็น   คุณหญิงพรทิพย์
ธนายงค์  ว่องตระกูล  แสดงเป็น   เจ๊มิ่งขวัญ
คมกฤช  ยุตติยงค์   แสดงเป็น   จ่าเสริม

ต้นส้มแสนรัก

เรื่องย่อละคร ต้นส้มแสนรัก

แสน เป็นเด็กชายอายุ 6 ขวบ นิสัยซุกซน ช่างคิดฝัน ชอบเล่นและพูดคนเดียว แม้ว่าจะอายุเพียง 6 ขวบแต่ก็ฉลาดเกินอายุ บางครั้งพูดจาแก่เกินตัว และอ่านหนังสือออกหมดโดยที่ไม่มีใครสอน เขาจดจำตัวอักษร และสระจากพี่ๆ จนสามารถอ่านคำยากๆ ได้หลายคำ ทุกคนในบ้านพากันงง และคิดว่าแสนจะต้องแอบไปให้ใครสอนมา ยกเว้นลุงเอิบเพียงคนเดียวที่เชื่อเรื่องนี้ และรู้ว่าแสนเป็นเด็กฉลาดโตขึ้นจะไปได้ไกล

ชีวิตของแสนคับแค้นมาก เพราะพ่อตกงานมาเป็นเวลานาน พ่อหม่นหมองและออกหางานตั้งแต่เช้ายันเย็นแทบทุกวัน ในที่สุดแม่ก็ต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกบ้าน พี่สาวคนหนึ่งถูกส่งไปอยู่กับญาติฐานะดี เกด พี่สาวคนโตออกไปงานโรงงาน เหลือแต่แก้ว พี่สาวคนรองอยู่บ้านคอยดูแลน้อง และทำงานบ้านทุกอย่าง แสนรักแก้วมาก เพราะแก้วดีกับแสน และไม่เคยตีแรงๆ เวลาที่แสนทำผิด แสนมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งชื่อ ปื๊ด อายุเก้าขวบ เป็นเพื่อนเล่นของแสนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็มักเล่นเอาเปรียบเล็กๆน้อยๆ อยู่เสมอ แต่แสนก็ไม่ถือสา และคนที่แสนรักมากที่สุดคือ อ้น น้องชายคนเล็ก ซึ่งเป็นเด็กน่ารักไม่ดื้อไม่ซน แสนชอบพาอ้นไปเที่ยวรอบๆ บ้าน และสมมติว่าเป็นการเที่ยวเขาดิน

พ่อกับแม่ตัดสินใจออกจากบ้านเช่าหลังเก่า ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของย่าและลุง เพราะหลังใหญ่เกินกำลังเงินค่าเช่า ทั้งหมดได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็กราคาถูกกว่าเดิม หลังบ้านเป็นป่าละเมาะชายนา มีต้นไม้อยู่หลายต้น พวกเด็กๆ พากันจองต้นไม้คนล่ะต้น แก้วจองต้นมะม่วงเป็นคนแรก ปื๊ดรีบจองต้นมะขาม แสนไม่มีต้นไม้ดีๆ เป็นของตนจึงร้องไห้ แก้วสงสารจึงพาไปจองต้นส้มเล็กๆ ได้ต้นหนึ่ง ครั้งแรกแสนไม่ค่อยชอบต้นส้มนัก แต่ต่อมาแสนก็ยอมเป็นเจ้าของต้นส้ม แสนชอบการพูดคุยปรับทุกข์เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ต้นส้มฟัง แสนสนิทสนมและรักต้นส้มนี้มากที่สุด

ในวันหยุดเรียน แสนจะออกไปรับจ้างขัดรองเท้า วันหนึ่งแสนได้พบกับชายขายของเร่ ซึ่งจะมาขายของเฉพาะวันหยุดเท่านั้น แสนไปดูบ่อยๆ จนรู้จักกับลุงสมาน ลุงสมานจะร้องเพลงและขายของไปด้วย ในที่สุดทั้งสองได้กลายเป็นเพื่อนกัน แสนช่วยร้องเพลงขณะขายของ ทำให้มีคนมามุงกันแน่นเพื่อซื้อของ และบางคนก็ให้เงิน แสนได้ของติดมือมาทุกครั้งและเอาไปให้แก้ว

วันรุ่งขึ้น แสนป่วย ทุกคนในบ้านสงสารและเอาใจแสนเป็นพิเศษ ย่ากับลุงมาเยี่ยม ลุงมาเล่าเรื่องตลกให้แสนฟัง แต่แสนไม่ยอมหัวเราะ แสนเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน ซึมไป และไม่พูดไม่จา ไม่ว่าแก้วหรือปื๊ดจะมาชวนคุยเรื่องสนุกๆ ที่เขาเคยชอบก็ตาม แสนบอกกับทุกคนว่าคามฝันทั้งหมดได้จากเขาไปแล้ว ไม่มีใครรักเขาแม้กระทั่งพ่อ เขาอุตส่าห์เก็บสายนาฬิกาที่พอขายตัวเรือนไปหลังจากตกงานไว้กับตัวตลอดเวลา และเคยอวดลุงปุ๊ยอย่างภาคภูมิว่าพ่อให้เขา แสนคิดว่าตัวเองเป็นที่รังเกียจของทุกๆ คน แสนนั่งซึมอยู่กับต้นส้มเป็นวันๆ โดยไม่พูดจากับใคร

มีข่าวร้ายมาอีก ปื๊ดบอกว่าถนนสายใหม่จะตัดผ่านหลังบ้านบริเวณที่มีต้นส้ม ดังนั้นต้นไม้ทั้งหมดรวมทั้งต้นส้มจะต้องถูกโค่นหมด เพราะทางการจะปรับที่ไม่ช้านี้ เขาบอกปื๊ดว่ามันไม่เป็นความจริง เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาโค่นต้นส้มของเขาได้

เมื่อได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านได้แล้ว แสนก็รีบตรงไปหาลุงปุ๊ยที่ร้านอาโก ลุงปุ๊ยต่อว่าที่แสนหายไป แสนเจอหน้าลุงปุ๊ยก็ร้องไห้และขอให้ลุงปุ๊ยพาไปนั่งรถเล่น แสนระบายความทุกข์ของเขาให้ลุงปุ๊ยฟัง และขอให้ลุงปุ๊ยรับแสนเป็นลูก ลุงปุ๊ยบอกว่ารักแสนเหมือนลูก แต่ลุงก็รู้ดีว่าพ่อแม่ของแสนก็รักและห่วงแสนมากเช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ลุงปุ๊ยจะรับแสนเป็นลูก หรือพรากแสนมาจากพ่อแม่ของตนได้ แต่ลุงปุ๊ยก็ตามใจแสนทุกอย่าง จะพาแสนไปนั่งรถเที่ยว ไปตกปลาในวันหยุด ซึ่งเป็นวันที่แสนมีความสุขที่สุด

ต่อมาอีกไม่นาน ขณะที่แสนกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียน มีคนมาบอกแสนว่า รถของลุงปุ๊ยถูกชนยับเยิน แสนกระโดดพรวดออกจากห้อง รีบวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ แสนร้องไห้และพยายามวิ่งเข้าไปหาลุงปุ๊ย แต่ลุงสมานผ่านมาพอดีรีบดึงตัวแสนเอาไว้ ลุงปุ๊ญเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แสนเดินโซซัดโซเซไปตามถนนและไปนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ปื้ดเดินออกมาตามหา และพบแสนตัวร้อนจี๋จึงรีบพากลับบ้าน

แสนไม่สบายหนัก อาเจียน ไม่ยอมกินข้าวปลา หมอบอกว่าแสนได้รับความกระทบกระเทืิอนจิตใจอย่างแรง ทุกคนไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ของแสนกับลุงปุ๊ย จึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องต้นส้มที่ถูกตัด ลุงสมานมาเยี่ยมแสน และบอกว่า แสนมีความสำคัญต่อแกอย่างมากในการขายของ อยากให้แสนหายเร็วๆ จะได้ไปช่วยกันขายของในวันหยุด แก้วได้เอาดอกส้มมาให้แสน และบอกว่าต้นส้มของแสน เป็นต้นส้มที่เจริญเติบโตพร้อมที่จะใ้ห้กำเนิดต้นส้มต้นใหม่ได้แล้ว แสนดีใจมาก เก็บดอกส้มนั้นไว้ อาการของแสนดีขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานต้นส้มก็ถูกโค่นลง ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ แต่แสนก็ได้รับข่าวดีจากพ่อ พ่อได้งานเป็นหน้าคนงานในโรงงานทำรองเท้าแห่งหนึ่ง แต่โรงงานอยู่ต่างจังหวัด ทุกคนจึงต้องย้ายบ้านไปด้วย แสนไม่ค่อยตื่นเต้นกับข่าวนี้นัก จนกระทั่งคนหนึ่ง ต่อหน้าทุกคนในบ้าน พ่อได้อุ้มแสนขึ้นมาบนตักแล้วบอกว่าต่อไปนี้แสนจะได้รับของขวัญปีใหม่ทุกปี สายนาฬิกาที่พ่อรู้ว่าแสนเก็บไว้กับตัวตลอดเวลาก็จะมีนาฬิกาห้อยอยู่ พ่อบอกว่าจะพาแสนไปอยู่บ้านใหม่ ซึ่งมีทุกอย่างที่ต้องการ มีต้นไม้หลายต้น และ่พ่อจะให้แสนเลือกต้นไม้เป็นคนแรก และจะไม่ยอมให้ใครตัดต้นไม้ของแสนเป็นอันขาด แสนร้องไห้กอดพ่อทั้งน้ำตา ทุกคนในบ้านเริ่มมีความสุขและความเข้าใจกันเหมือนเดิม

นักแสดงละคร ต้นส้มแสนรัก

ธีระเดช วงศ์พัวพันธุ์ รับบทเป็น แสน
ลลิตา ปัญโญภาส
สุเชาว์ พงษ์วิไล
สุกัญญา นาคสนธิ
สมควร กระจ่างศาสตร์
ผจญ ดวงขจร