Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

ทางช้างเผือก

คุณนายสมถวิล เป็นคนร่ำรวยใจบุญ ชอบอุปการะเลี้ยงเด็กหญิงกำพร้า ดารินทร์ เด็กหญิงกำพร้าถูก ฟองจันทร์ เจ้าของซ่องนำมาให้คุณนายสมถวิลดูแล แต่ เบญจา ลูกสาวคนเดียวไม่เห็นด้วย คุณนายสมถวิลมีลูก 2 คน บุญชนะ ลูกชายคนโตเป็นคนอ่อนแอ เรียบร้อย เงียบขรึม ซึ่งตรงข้ามกับ เบญจา หลังจากที่บุญชนะฆ่าตัวตาย คุณนายสมถวิลจึงต้องเลี้ยง วรัณ และ วาม ซึ่งเป็นลูกของบุญชนะ เบญจาพยายามผลักดันให้ เปรมสุดา ลูกสาวของตนขึ้นเป็นหลานรักของสมถวิล แต่เปรมสุดาไม่สนใจ

สมถวิลให้ สุรีย์ เด็กกำพร้ารุ่นแรกดู วารินทร์ โดยมี เอื้องคำ เป็นผู้ช่วย สมถวิลไว้ใจสุรีย์มากจึงทำให้เบญจาไม่พอใจ เมื่อเวลาผ่านไปวรัณเป็นหนุ่มเต็มตัว เกเรไม่สนใจเรียน เกลียดผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น เปรมสุดาชอบหมกตัวอยู่กับเพื่อน วามก็ยิ่งเงียบขรึม เวลาที่ไม่พอใจอะไรก็จะไปลงที่เปียนโน สมถวิลจึงหาครูมาสอนให้เป็นเรื่องเป็นราว ดารินทร์เห็นเปรมสุดานั่งกอดจูบกับเพื่อนสาว เมื่อเบญจาทราบเรื่องจึงส่งลูกสาวไปเรียนต่อเมืองนอกกับวรัณ แต่วามต้องการเรียนดนตรีที่มหาวิทยาลัยศิลปกรหยาดทิพย์ ราชปาล

สม ถวิลยังคงสนับสนุนเด็กในอุปการะ จึงทำให้เบญจาไม่พอใจคิดว่าเด็กจะปอกลอกแม่ของเธอ ส่วนวามจะกับมาเยี่ยมย่าทุกเดือน ดารินทร์ก็รอวามกลับมาเพื่อที่จะฟังวามเล่นเปียนโน หลังจากไปเมืองนอกหลายปีวรัณและเปรมสุดาก็กลับมาบ้าน วรัณใส่ร้ายวามว่าเป็นเกย์ เพราะพาเพื่อนฝรั่งมาพักที่บ้าน สมถวิลสืบรู้ว่า นอร์แมน มีภรรยาแล้วจึงโล่งใจ ที่มาอยู่ด้วยกันเพราะช่วยกันทำงานเพลง วรัณกลับมาอยู่บ้านและมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กสาวขายตัวหลังจากร่วมหลับนอน

วาม ส่งตั๋วคอนเสิร์ตที่เค้าแสดงมาให้ สมถวิลจึงชวนดารินทร์ไปดูทำให้เบญจาไม่พอใจ วามแสดงได้ดีมากทำให้ดารินทร์ปลื้มเขามากยิ่งขึ้น ขณะกลับบ้านดารินทร์โดน นายรับ พ่อของเธอจับตัวไปขายที่โรงงานนรก ดารินทร์จึงคิดหาทางหนี วันหนึ่งเพื่อนสนิทที่โรงงานปวดท้องจนตาย ดารินทร์รู้จึงทำเป็นปวดท้องบ้าง เจ้าของโรงงานกลัวเธอจะตายจึงพาส่งโรงพยาบาล และขอความช่วยเหลือจากหมอและแจ้งตำรวจ ดารินทร์จึงรอดออกมาได้ วามและสมถวิลจึงรีบมารับ จึงทำให้เบญจาเกลียดดารินทร์มากขึ้น

เพราะแม่ให้ความสำคัญกับดารินทร์มากกว่าเปรมสุดา วรัณกลับจากเมืองนอกและมาช่วยดูแลที่ศูนย์การค้า ต๊ะ-วริษฐ์ ทิพโกมุทวรัณ เริ่มเที่ยวและไปยุ่งกับผู้หญิงที่ซ่อง ฟองจันทร์จึงมาฟ้องสมถวิลทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ ดารินทร์สอบเข้าคุรุศาสตร์ได้ วามเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาทางจิต และคิดว่าวรัณต้องเป็นเช่นกันจึงชวนไปพบจิตแพทย์ แต่วรัณไม่ยอมไปจึงทำให้อาการหนักขึ้น สมถวิลสั่งไม่ให้วรัญไปเที่ยวที่ซ่องอีก เมื่อไม่มีทางออกวรัณจึงไปข่มขืนเอื้องคำจนท้อง สมถวิลจึงให้ทั้งคู่แต่งงานกัน

ในวันส่งตัววรัณมีปากเสียงกับสมถวิล จึงขับรถออกไปชนสะพานเสียชีวิต สมถวิลโทษว่าเป็นความผิดของเธอ จึงทำให้อาการทรุดหนักและอีกไม่กี่วันก็ตาย ในงานศพดารินทร์ได้รู้จักแม่ของวาม เมื่อวามเห็นแม่จึงขังตัวอยู่ในห้องที่พ่อฆ่าตัวตาย วิภาดาขอร้องให้ดารินทร์ช่วยพาวามออกมาหาเธอ โดยบอกว่าเธอป่วยหนักอยากบอกความจริงกับลูกก่อนตาย เธอเล่าความจริงว่าที่มีชู้เพราะบุญชนะหมดสมรรถภาพทางเพศ จึงทำความผิดอย่างไม่ตั้งใจ วามไม่ฟังกับทำร้ายดารินทร์

วามออกจาก บ้านให้เบญจาดูแลกิจการทั้งหมด สุรีย์ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ดารินทร์ไปเป็นครูบนเขา เมื่อเอื้องคำคลอดลูกก็เสียชีวิต วามไปหาแม่ในวันสุดท้ายก่อนเธอจะตาย แม่ขอให้วามยกโทษให้ วามจึงกลับมาบ้านทุกอย่างดูโทรมและตั้งใจว่าจะฟื้นฟูโรงเรียน เมื่อวามรู้ว่าดารินทร์ไปเป็นครูอยู่บนเขา จึงรีบตามขึ้นไปและขอโทษในสิ่งที่ทำผิด และขอให้ดารินทร์ไปช่วยฟื้นฟูโรงเรียน จากความใกล้ชิดจึงทำให้วามขอวารินทร์แต่งงาน และทั้งคู่ก็แต่งงานและมีลูกด้วยกัน
กัญดา ชลชีวะ

รายชื่อนักแสดงละคร ทางช้างเผือก

ณัฐพล ลียะวณิช แสดงเป็น วาม
หยาดทิพย์ ราชปาล แสดงเป็น ดารินทร์
วริษฐ์ ทิพโกมุท แสดงเป็น วรัณ
จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น สมถวิล
สินิทรา บุญยศักดิ์ แสดงเป็น เบญจา
วิรกานต์ เสณีตันติกุล แสดงเป็น เปรมสุดา
สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น สุรีย์
สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ แสดงเป็น วิภาดา
กัญดา ชลชีวะ แสดงเป็น เอื้องคำ

ทับตะวัน

แสงหล้า เป็นลูกสาวคนเดียวของ พ่อเลี้ยงบุญอนันต์ เจ้าของบ้านทับตะวัน แม่ของแสงหล้าตายตั้งแต่เธออายุได้ขวบเดียว บุญเหลือ น้องสาว และ ป้าคำปัน แม่บ้านเป็นผู้ดูแล ส่วนพ่อเลี้ยงเอาเวลาไปรื่นเริงกับสาวชาวบ้าน พอเธออายุ 5 ขวบ พ่อเลี้ยงส่งเธอไปเรียนที่โรงเรียนประจำคอนแวนต์ที่กรุงเทพฯ เธอมีเพื่อนสนิท ชื่อ ฟองจันทร์ ฟองจันทร์สังเกตเห็นแสงหล้ามีจินตนาการฝักใฝ่ในเรื่องทางเพศสูงจนน่าแปลกใจ

ช่วง ปิดเทอมแสงหล้าได้พบกับคนสวนหนุ่มที่ชื่อ หนานเมือง แสงหล้าเจอหนานเมืองก็เกิดแรงปรารถนาจะใช้จินตนาการอันล้ำลึกของเธอให้เป็น จริงกับหนานเมือง หนานเมืองนั้นก็พึงใจแสงหล้าแต่มิกล้าใฝ่สูง แต่แสงหล้าก็ใช้อุบายหลอกหนานเมืองจนสำเร็จ หนานเมืองรู้สึกว่าตัวเองทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่แสงหล้าขู่ว่าจะบอกพ่อเลี้ยง ตอนเปิดเทอม ฟองจันทร์รู้ว่าแสงหล้าท้อง จึงบอกบุญเหลือ และคำปัน พอพ่อเลี้ยงรู้เรื่องก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้ในอดีต

เมื่ออดีต พ่อเลี้ยง ซื้อ บัวลอย มาเป็นเมียทั้ง ๆ ที่เธอมีคนรักอยู่แล้ว พ่อเลี้ยงจับได้ว่าบัวลอยแอบเป็นชู้กับคนรักเก่าบนหาดทรายเปลี่ยว เมื่อบัวลอยคลอดลูกสาวชื่อ แสงหล้า พ่อเลี้ยงระแวงว่าแสงหล้าจะเป็นลูกชู้ จนบัวลอยเรือล่มจมน้ำตายอย่างปริศนาพร้อมชู้ พ่อเลี้ยงต้องการให้แสงหล้าเอาลูกออก แต่แสงหล้าไม่ยอม พ่อเลี้ยงเรียกหนานเมืองมาซ้อมปางตาย แต่แสงหล้ามองเฉย ทำให้หนานเมืองเจ็บปวดใจ หนานเมืองขอไปทำงานสร้างทางเข้าดงผู้ก่อการร้าย คนงานของพ่อเลี้ยงเหยียบกับระเบิดตายเป็นจำนวนมาก ทุกคนคิดว่าหนานเมืองเสียชีวิต ซึ่งความจริงหนานเมืองยังไม่ตาย แอบมาคุ้มครองเมียและลูกในท้องอยู่เสมอ

แสงหล้าคลอดลูกผู้หญิง ชื่อ บัวตอง บัวตองรับรู้และเข้าใจได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ยอมพูดอะไร ส่วนแสงหล้ากลับไปประพฤติตัวสำส่อน วันหนึ่งแสงหล้าชวน สุวพันธ์ กับเพื่อน ไปสนุกสนานกันในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง แสงหล้าเกิดคลั่งจุดไฟเผากระท่อม หนานเมืองตามมาช่วยไว้ทัน และขอร้องอย่าบอกใคร ต่อมาแสงหล้าพาบัวตองไปพายเรือเล่นที่หาดเปลี่ยว บริเวณที่แม่เธอเสียชีวิต เรือคว่ำ หนานเมืองและอินตาตามมาช่วยไว้ทัน สองแม่ลูกถูกนำส่งโรงพยาบาล แสงหล้าตกใจกลัวจน เกิดอาการสติวิปลาศ พ่อเลี้ยงอับอาย สั่งให้หมอบอกทุกคนว่าแสงหล้าตาย แล้วพาแสงหล้าไปขังที่บ้านป้าแก่ที่หาดเปลี่ยวแห่งนั้น

หลังเหตุการณ์เรือล่ม บัวตองดูหวาดกลัว บุญเหลือจึงให้ครูพิมมาสอนวาดรูปให้กับบัวตอง ส่วนหนานเมือง เมื่อคิดถึงแสงหล้าก็มักจะไปที่หาดเปลี่ยวอันเป็นสถานที่ที่เขาและเธอเป็น ของกันและกัน วันหนึ่ง แสงหล้าหนีออกมาจากบ้านป้าแก่ หนานเมืองช่วยจับตัวไว้ เลยรู้ว่าแสงหล้ายังไม่ตาย แต่แสงหล้าจำหนานเมืองไม่ได้ จากนั้น หนานเมืองก็คอยมาดูแลแสงหล้าเรื่อย ๆ

เขมินทร์ น้องชายต่างมารดาของครูพิม ทำงานในไร่ชา ใกล้บ้านทับตะวัน เขมินทร์เกิดรักแรกพบกับบัวตอง ทำให้พ่อลี้ยงไม่พอใจ แต่เขมินทร์ไม่กลัว พาบัวตองหนีไปที่หมู่บ้านพระพุทธบาทห้วยข้าวต้มที่ลำพูน เขมินทร์ทำไร่ บัวตองสอนชาวบ้านทอผ้า เวลาว่างก็ปฏิบัติธรรม จิตใจสงบสบายขึ้นมาก แต่พ่อเลี้ยงตามมาเจอจนได้…เหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร เรื่องราวทุกอย่างจะจบลงด้วยความเข้าใจของทุกฝ่าย หรือจะมีโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม ต้องติดตามใน ทับตะวัน

นักแสดงละคร ทับตะวัน

พรชิตา ณ สงขลา
อธิชาติ ชุมนานนท์
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์
สายธาร นิยมการณ์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา

ทัดดาวบุษยา

คุณเด่น บุษยา (อนุสรณ์ เดชะปัญญา) เศรษฐีใหญ่เมืองนนท์แต่งงานอยู่กินกับ จิตรี (สาวิตตรี สามิภักดิ์) อดีตนางงามผู้รักสวยรักงาม รักความสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย ทำให้ขาดคุณสมบัติของภรรยาและสะใภ้ที่ดี คุณหญิงบุษย์ (จารุวรรณ ปัญโญภาส) แม่สามี เกลียดชังจิตรีมาก จึงวางแผนกำจัดจิตรีและหาภรรยาใหม่ให้คุณเด่นคือ คุณเดือน (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) ซึงหลอกคุณหญิงว่าลูกติดท้องของเธอ กับ นายเฉิด (ศุกล พงศทัต) สามีเก่า เป็นลูกของเธอกับคุณเด่น คุณหญิงหลงเชื่อ ประกาศว่าลูกในท้องคุณเดือนคือทายาทแท้ๆ ที่มีสิทธิ์ในพินัยกรรม จิตรีหนีออกจากบ้านบุษยาทั้ง ๆ ที่กำลังตั้งท้อง โดยไม่บอกให้คุณเด่นรู้ เธอหนีมาอยู่เชียงใหม่และคลอดลูกสาวชื่อว่า ทัดดาว (วรกาญจน์ โรจนวัชร) จิตรีพร่ำสอนทัดดาวให้เกลียดพ่อและทุกคนในบ้านบุษยา โดยหารู้ไม่ว่าคุณเด่นได้สืบรู้ที่อยู่และแอบไปมาหาสู่ทัดดาวอยู่บ่อยๆ จนทัดดาวรักและผูกพันกับคุณเด่นมากกว่าจิตรี เมื่อจิตรีจับได้ก็สั่งห้ามไม่ให้พ่อลูกได้พบกันอีก เที่ยง (ดารณีนุช โพธิปิติ) แม่นมของทัดดาวสงสาร จึงแอบพาทัดดาวมาพบคุณเด่น ครั้งล่าสุดที่คุณเด่นกับ ตาพ่วง (สุเชาว์ พงษ์วิไล) มาหา คุณเด่นบอกทัดดาวให้ตั้งใจเรียนและดูแลจิตรีแทนเขาด้วย และยังบอกอีกว่าได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดรวมทั้งบ้านบุษยาให้กับทัดดาว แต่เพียงผู้เดียว หลังจากวันนั้นคุณเด่นก็ไม่เคยมาหาทัดดาวอีกเลย ส่วนจิตรีมีหนี้สินจากการเล่นการพนัน ได้ส่งทัดดาวเข้าประกวดนางสาวเชียงใหม่และชนะได้เงินรางวัล เธอได้พบกับ เจ้ายอดขวัญ หรือ เจ้าน้อย (ทฤษฎี สหวงษ์) ที่เข้ามาช่วยเธอจากพวกอันธพาล แต่กลับถูกลูกหลง เจ้าพัฒนา (ดิลก ทองวัฒนา) หลงรักทัดดาวเมื่อมีโอกาสที่จิตรีมาขอความช่วยเหลือเนื่องจากติดหนี้การพนัน จึงยอมช่วยแต่มีข้อแลกเปลี่ยนต้องการแต่งงานกับทัดดาว ทำให้เจ้าน้อยโกรธมากมีปากเสียงกัน ส่วนทัดดาวก็ไม่ยอมเช่นกัน ทั้งเจ้าน้อยและทัดดาว ก็ได้ปะทะคารมและกลายเป็นศัตรูกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทัดดาวหนีออกจากบ้านเมื่อรู้ข่าวการตายของพ่อ และเพื่อไปทวงกรรมสิทธิ์ของบ้านบุษยาคืนโดยมี เที่ยง (ดารณีนุช โพธิปิติ) แม่นมตามไปและให้ปลอมตัวเป็นผู้ชายชื่อสุทัศน์ ส่วนเจ้ายอดขวัญก็หนีออกจากบ้านไปกับ บาง(วิชัย จงประสิทธิพร)คนสนิท โดยไปร่ำลา เจ้าแสงคำ (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) เที่ยงจึงขอให้บางพาเธอและสุทัศน์ไปด้วยดดยเจ้าน้อยไม่รู้ว่าคือทัดดาว ส่วนเจ้าพัฒนาเมื่อทัดดาวหนีไปจึงให้จิตรีมาแต่งงานแทน เธอคิดได้และปรับปรุงตัวใหม่ เพื่อให้สมเป็นภรรยาที่ดีของเจ้าพัฒนา เจ้าน้อยและสุทัศน์สนิทกันมากขึ้น สุทัศน์ขอร้องให้เจ้าน้อยพาไปบ้านบุษยาเจ้าน้อยสงสัย แต่สุทัศน์บอกว่าจะจะไปทวงสิทธิ์แต่บอกเพียงว่าเธอเป็นลูกคุณเด่น เจ้าน้อยมีเพื่อนชื่อ วิธูร (ธนกฤต พานิชวิทย์) และทุกคริ้งที่เขากลับมาเมืองไทยและกรุงเทพฯจะไปพักบ้านบุษยากับวิทูร เจ้าน้อยยังไม่พาสุทัศน์เข้าบ้านบุษยาทั้งหมดมาพัฒนาไร่ที่ปากช่อง ทำให้สุทัศน์ได้รู้ถึงความฝันของเจ้าน้อยและเจ้าแสงคำ ทำให้ทำตัวเหินห่างเจ้าน้อย ในที่สุดเจ้าน้อยก็พาสุทัศน์เข้าบ้านบุษยาในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว คุณเดือนไม่ถูกชะตากับสุทัศน์ตั้งแต่แรกเห็น และหวังจะให้ เต็มดวง (สินิทธา บุญยศักดิ์) น้องสาวจับเจ้าน้อยแต่เอกลับเฉยชา สุทัศน์รู้ว่าเต็มดวงเป็นคนที่เธอจะไว้ใจได้ คุณหญิงบุษย์(จารุวรรณ ปัญโญภาส) ย่าของสุทัศน์ที่ล้มเจ็บหลังคุณเด่นตาย รู้สึกถูกชะตากับสุทัศน์ที่แอบมาหาบ่อยๆ เต็มดวงและแต้ม (เมธัส ตรีรัตนวารีสิน) ลูกคุณเดือนมาคอยดูแลคุณหญิงผิดกับ ต้อม (โชติกา วงศ์วิลาศ) ลูกสาวอีกคนของคุณเดือนที่ไม่เคยมาดูแลเลย ต่อมาเกิดปัญหาที่ไร่ เจ้าน้อยต้องกลับไปดู ต้อมขอตามไปด้วยระหว่างที่เจ้าน้อยไม่อยู่สุทัศน์สนิทกับวิธูร ทำให้เจ้าน้อยที่กลับมารู้สึกหึง ขณะที่เรื่องราวความรักกำลังยุ่งเหยิง เจ้าน้อยเริ่มสับสนตัวเอง และต่อมาได้ประกาศหมั้นกับเจ้าแสงคำ ความลับก็เริ่มจะเปิดเผยขึ้นที่ละน้อย สุทัศน์ได้พบกับตาพ่วง ซึ่งเป็นกุญแจไขความลับทั้งหมด แต่แล้วเธอก็ถูกจับไปขังคุณคุณย่าของเธอซึ่งเสียใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อคุณเดือนรู้ความจริงทั้งหมดจึงหาทางทำร้ายสุทัศน์และคุณย่าของเธอ วิธูรกับเต็มดวงมาช่วยไว้ทัน ทำให้ความจริงถูกเปิดเผย ต้อมเสียใจที่ไม่ได้เกี่ยวดองกับบ้านบุษยาจึงประชดชีวิต แต่ทัดดาวหรือสุทัศน์ช่วยมาได้ ส่วนแต้มเธอส่งให้เรียนต่อ วิธูรลงเอยกับเจ้าแสงคำ ส่วนทัดดาวเมื่อเจ้าน้อยรู้ความจริงแล้วเธอจะจัดการกับความรักอย่างไร ต้องติดตามชม “ทัดดาวบุษยา

ทรายสีเพลิง

คุณหญิงรับดวงตาเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งแท้จริงแล้วก็เพื่อจะให้เป็นพยาบาลส่วนตัว คุณหญิงส่งเสียดวงตาเรียนพยาบาลจนเติบโตเป็นวัยรุ่น คุณหญิงมีลูกชายชื่อ ศก ซึ่งมีนิสัยใจอ่อน ด้วยความที่ดวงตาเป็นคนทะเยอทะยาน จึงได้เสียกับศกจนตั้งครรภ์ คุณหญิงให้ดวงตาไปอยู่ที่เรือนหลังเล็ก และพูดดีกับดวงตาเสมอเพื่อให้ดวงตาเทิดทูนและยอมทำตามทุกอย่างโดยไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกใช้ แต่ศกไปแต่งงานกับเสาวนีย์ หญิงผู้มีชาติตระกูล ทั้งๆที่ดวงตากำลังคลอดลูก ดวงตาตั้งชื่อลูกว่า ทราย เพื่อเตือนใจให้ลูกเจียมตัวว่าเป็นเพียงกรวดทราย และให้ชื่อจริงว่าศรุตา ที่หมายถึงผู้มีชื่อเสียง เพราะอยากให้ลูกตนเด่นดังดีกว่าคนอื่นๆ

ต่อมาเสาวนีย์มีลูกสาวชื่อ ลูกศรหรือ ศร ซึ่งบอบบาง อ่อนแอ ศรได้รับความอบอุ่นเมื่ออยู่ในบ้าน ในขณะที่ทรายและดวงตาอาศัยอยู่ในเรือนหลังเล็กด้วยความช้ำใจ น้อยใจ ดวงตามักจะด่าว่าเสาวนีย์ ศรและศกให้ทรายฟัง บ่อยๆ ทรายจึงซึมซับความโกรธแค้น กระด้าง อยากเอาชนะไว้โดยที่ดวงตาไม่คาดคิด วันหนึ่งเมื่อทรายอายุ 6-7 ขวบ ทรายแอบได้ยินคุณหญิงพูดกับศกว่า การแสร้งทำดีของคุณหญิงเป็นวิธีการ”ร้อยไว้ใช้”เท่านั้น ในวันนั้นเองเกิดอุบัติเหตุศรตกน้ำเกือบตาย เสาวนีย์จึงเฆี่ยนตีทรายอย่างรุนแรง ดวงตากลับบ้าน หลังเลิกงานพบสภาพฟกช้ำของทรายก็เสียใจมาก พอทรายเอ่ยเล่าเรื่องที่ได้ยินคุณหญิงพูด ความอดทนของดวงตาก็สิ้นสุดลง คืนนั้นดวงตาพาทรายออกจากบ้าน โดยแวะบ้านคุณครูนารี ครูของทราย ทรายจึงได้พบกับบุรี หรือ บี พี่ที่แสนดี บีเห็นสภาพถูกทำร้ายของทรายก็สงสารจึงเอาใจทราย ชวนคุยจนทรายหายเศร้า แล้วดวงตาพาทรายก็ลาจากไปโดยไม่มีจุดหมาย

ดวงตาบังเอิญได้พบและแต่งงานกับคาร์ลตัน เศรษฐีชาวอเมริกัน จึงพาทรายย้ายไปอเมริกา ทราย ซึ่งใช้ชื่อ แซนดี้ พี คาร์ลตัน เติบโตเป็นสาวสวย ฉลาด คล่องแคล่ว ดูร่าเริง ดูไม่ออกเลยว่าเคยมีอดีตขมขื่นมาก่อน แต่ทรายมี นิสัยชอบเอาชนะ ผู้ชายที่เคยควงแต่ละคนมีเจ้าของแล้วทั้งนั้น เวลาแย่งมาได้ก็จะปฏิเสธชายคนนั้นอย่างไม่มีเยื่อไย เพื่อแสดงให้เห็นว่าอำนาจของผู้หญิงสามารถล่อหลอกผู้ชายได้เสมอ

ทรายมีเพื่อนชายชื่อ ฌาน หรือ ชาร์ล ซึ่งดูสนิทสนมถึงขั้นเข้าออกบ้านทรายประจำ แต่ทรายไม่เคยยอมรับว่าเป็นแฟน ฌานเป็นคนหล่อ เจ้าสำราญและเป็นลูกบุญธรรมของนอร์แมน เศรษฐีชาวฮ่องกง สำหรับทรายเขาจึงเป็น เพียงถ้วยรางวัลชนะเลิศให้คนอื่นอิจฉาเท่านั้น ทั้งที่ฌานรักทรายมาก ฌานเคยอยู่มีเมืองไทยบ้านอยู่ริมแม่เจ้าพระยา เขาสนิทกับบุรีโดยที่ทรายไม่ทราบ แต่พอพ่อได้เสียชีวิต แม่ก็ทนความโลภของญาติพ่อไม่ได้ จึงย้ายมาฮ่องกงก่อนแต่งงานกับนอร์แมน

เมื่อคุณหญิงตาย ทรายจึงกลับเมืองไทยเพื่อฟังพินัยกรรม แท้จริงแล้วทรายต้องการแก้แค้น คุณหญิงยกบ้านหลังเล็กให้ทราย ทรายจึงย้ายเข้ามาอยู่และได้รับความชื่นชมจากศกและศร ทรายโกหกว่าจำความหลังไม่ได้แล้ว ใน ขณะเดียวกันฌานก็ต้องมาทำโครงการคอนโดที่จะสร้างที่บ้านเก่าของฌาน ฌานจึงมาเมืองไทยและติดต่อบุรีมาเป็นสถาปนิก

บุรีเปิดผับติดกับบ้านของเขา ฌานพาทรายไปผับ พบบุรีแต่ทรายจำเขาไม่ได้ บุรีจำทรายได้แต่เก็บไว้เป็นความลับ วันนั้นทรายพบพัชระ ซึ่งเป็นคู่หมั้นของศร ทรายจึงโปรยเสน่ห์ใส่พัชระภายใต้การสังเกตของบุรี พัชระชอบ ทรายทันทีและนัดพบกับทรายบ่อยๆ บุรีมักตักเตือนทรายทำให้ขัดคอทรายบ่อยๆ แต่ทรายก็ชักสนใจบุรีคนที่ยึดมั่นในคุณธรรม และเริ่มสงสัยว่าเขาคือพี่บีของทราย แต่เป็นพี่บีที่ไม่ตามใจทรายเหมือนก่อนอีกแล้ว

ทรายวางแผนให้ศรไปหลงรักฌาน เพื่อศรจะได้รู้ว่าการเป็นรองเป็นอย่างไร เพราะทรายคิดว่ายังไงๆฌานก็ต้องเลือกทรายมากกว่าศรคนที่จืดชืดไร้เสน่ห์ ศรหลงรักฌานทันที โดยที่ทรายพยายามผลักดันให้ศรและฌานได้อยู่กัน สองต่อสองบ่อยๆ โดยที่ตัวเธอเองปลีกตัวมาหาพ่อแม่ของบุรี เพราะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกครั้งเธอจะมาเยี่ยมในเวลากลางวันเพราะต้องการหลบบุรี แต่วันหนึ่งเธอติดลมอยู่บ้านบุรีนานไปหน่อย เดินออกมาเห็นบรรยากาศบ้าน ตอนกลางคืนก็จำได้ว่าเป็นบ้านพี่บี เธอตกใจมากนึกขึ้นได้ว่าพี่บีได้เห็นความร้ายกาจของเธอมาโดยตลอด เธอได้แต่หวังว่าพี่บีจะอภัยในสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เธอทำ

ฌานชวนทราย บุรีและเพื่อนๆไปล่องเรือที่ภูเก็ต เพราะเขาจะไปพบแม่แล้วจะมาสบทบ ปรากฏว่าฌานมาไม่ทัน คนอื่นจะกลับตามกำหนดแต่ทรายกับศรจะอยู่ต่อเพื่อรอพบฌาน คืนสุดท้ายของคนอื่นๆ ทรายเห็นบุรีเล่นเปียโนอยู่ เธอก็เลยเข้าไปคุยและทะเลาะขัดใจกันตามเคย วันรุ่งขึ้นบุรีต้องเดินทางไปงานสัมมนาที่สิงคโปร์ เมื่อทรายรู้ก็เก็บกระเป๋าตามไปทันที โดยทิ้งศรไว้คนเดียว ฌานมาพบศรอยู่คนเดียวและฌานได้ทราบว่า โครงการคอนโดที่เขาหวง แหนถูกพ่อเลี้ยงสั่งเปลี่ยนแบบในระหว่างที่เขาถูกแม่เรียกพบ เขาจึงรู้สึกโดดเดี่ยว โดนหักหลังแม้กระทั่งแม่ตนเอง และศรก็ได้พยายามปลอบใจเขา และได้ตกเป็นของฌานในคืนนั้นเองด้วยความรักส่วนฌานก็ได้พบกับความอบอุ่น ที่แท้จริงจากศร

ที่สิงคโปร์ ทรายไปพักโรงแรมเดียวกับบุรี เธอไปดักรอบุรี และได้คุยกันโดยไม่ทะเลาะกันเป็นครั้งแรก เมื่อทรายทราบว่ามีห้องว่างตรงข้ามห้องของบุรีเธอจึงเปลี่ยนมาพักห้องนั้น ทันที คืนนั้นเธอใส่ชุดนอนบางเบามาหาบุรีถึง ห้อง ทรายพยายามยั่วยวนเต็มที่เพื่อเอาชนะบุรี จนบุรียั้งใจไว้ไม่อยู่ กอดรัดจุมพิตอย่างลืมตัว แต่ไม่กี่อึดใจบุรีก็ตั้งสติได้ผละออกมาจากทราย ทรายเสียใจรู้สึกไร้ค่า เอามาป้อนให้..เขายังคาย จึงเตลิดออกจากห้อง แล้วเดิน ร้องไห้ตาบวมกลับเมืองไทย

ในระหว่างที่ทรายไม่อยู่พัชระมาถอนหมั้นลูกศร ทำให้ครอบครัวของศรอับอาย แต่ศรไม่เสียใจ ฌานมาบอกทรายคนแรกว่า เขาจะมาขอศรแต่งงาน ทรายตกใจแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา ทะเลาะกับฌาน ฌานเลยท้าให้ ทรายทิ้งทุกอย่างเก็บของไปอยู่กับเขาคืนนี้ถ้าเธอรักเขาจริง ทรายเจ็บแค้นที่พ่ายแพ้ต่อศรจึงเก็บกระเป๋าไปหาฌานที่บ้าน วางแผนให้ศรตามไปพบ ศรเข้าใจผิดตามแผน เธอเสียใจที่ไปแย่งฌานจากทราย เป็นต้นเหตุให้คนที่เธอรัก ทั้งสองเสียใจ ศรจึงร้องไห้ผลุนผลันไปขับเรือเร็วท่ามกลางพายุ เรือคว่ำศรจมน้ำตาย

ทรายก็เสียใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขนาดนี้ มีเพียงคนเดียวที่ทรายอยากพบคือบุรี เธอจึงตรากหน้าไปหา บุรีบอกทรายให้เธอไปจากประเทศไทย ให้ทรายปรับปรุงตัว ส่วน”ความรักและความปรารถนาดี พี่บีคนนี้มีให้ ทรายเสมอ” คำพูดของบุรีเหมือนคำตัดสิน ทรายยอมทำตามโดยดี

ถึงร้ายก็รัก

ศวิน เพื่อนซี้ร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกับ ลลนา และกษมา พอเรียนจบศวิน สารภาพรักกับ ลลนา ทั้งคู่คบกันอย่างมีความสุข แต่กษมาไม่พอใจ เพราะแอบชอบ ลลนาเหมือนกัน วันหนึ่ง ลลนา พาศวินไปพบจันทนี ป้าที่เลี้ยงดูเธอกับ ลลนี พี่สาวตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิต ทันทีที่ลลนี เห็นศวินก็ชอบ ทันที ถึงกับเอ่ยขอแฟนจากน้องสาว แต่ลลนาไม่กล้าปฏิเสธพี่สาว เพราะลลนีเคยช่วยชีวิตให้เธอรอดพ้นจากการถูกข่มขืนจนตัวเองถุกข่มขืนแทนจนมีอาการทางจิต

แต่ความรักห้ามกันไม่ได้ แม้ลลนาจะบอกเลิกศวิน โดยให้เหตุผลว่าฐานะไม่คู่ควร แต่ศวินก็ยังคงรักลลนาต่อไป จนมัลลิกากับศินะแม่และ พ่อของศวิน ขอให้หมั้นกับ มนทิยา ลูกสาวของกุลยาเพื่อนรัก ทำให้ศวินห่างลลนา แต่ก็ยังไม่หมดรัก ลลนาจึงแกล้งสนิทสนมกับกษมา เพราะต้องการ ให้ศวินไปดูแลมนทิยา กษมากับลลนาตกลงใจคบหากัน แต่ศวินก็ยังไม่เลิกทำตัวสนิทกับลลนา จนทำให้กษมาโกรธหาเรื่องทะเลาะกับลลนาทุกครั้ง กษมาจึงแก้แค้นด้วยการไปสนิทกับมนทิยา เป่าหูให้มนทิยาเข้าใจผิดศวินกับลลนา มนทิยาหลงกลทำตามแผนร้ายของกษมา และโดนกษมาข่มขืน ถ่ายคลิปวิดีโอไว้แบ็คเมล์ มนทิยาตรอมใจจนเข้าโรงพยาบาล และพบว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ศวินจึงต้องมาดูแลอย่างใกล้ชิด และรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอ

แม้ว่าจะแต่งงานกับมนทิยาแล้ว แต่ศวินยังไม่เลิกตามลลนา กษมาจึงใช้มนทิยาเป็นเครื่องมือแก้แค้น มนทิยาจำใจต้องร่วมมือ ลลนีแอบ ได้ยินมนทิยาคุยโทรศัพท์ เธอจึงนัดศวินให้ตามมนทิยาไป ด้านลลนาเห็นพี่สาวลุกลี้ลุกลนเธอจึงติดรถไปด้วย ระหว่าทางฝนตกหนักรถของมนทิยาเสีย เธอจึงลงจากรถมาขอความช่วยเหลือ แต่รถของลลนีที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนเธออย่างจัง ลลนารีบลงไปดูอาการมนทิยา แต่ลลนีหนีไป ศวินขับ รถมาเจอจึงเข้าใจผิดคิดว่าลลนา เป็นคนขับรถชนมนทิยาเสียชีวิต ศวินให้ทนายเอาผิดลลนา แต่กษมาจ้างทนายที่เก่งที่สุดช่วย ทำให้ ศวินไม่พอใจมาก ลักพาตัวลลนาไปอยู่ที่เกาะตะวันโดยแกล้งลลนาสารพัด เพื่อแก้แค้นให้มนทิยา ศวินแกล้งทำดีจนลลนาใจอ่อนจนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย แต่หลังจากนั้นก็ฉุนเฉียวใส่เหมือนเดิม

กษมาและลลนี สงสัยที่ติดต่อลลนาไม่ได้ พอรู้ว่าศวินหายตัวไปเช่นกัน ทั้งคู่จึงออกตามหาจนเจอ พอกลับถึงกรุงเทพฯ กษมาลาออกจากบริษัทของศวินทันที และไปอยู่บริษัทของจักรี ซึ่งเป็นคู่แข่ง ส่วนลลนาได้งานใหม่ที่บริษัทของเผด็จ ซึ่งโดนเทคโอเวอร์เป็นของศวินแล้ว พอศวินเปิดเผยตัวลลนาขอลาออก แต่ศวินไม่ยอมและประกาศจะแต่งงานกับลลนี หลังจากแต่งงานกับลลนี ศวินให้ลลนาและพวกเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย ด้านกษมาไม่พอใจที่ลลนาไปอยู่บ้านศวิน เขาจึงรวบรัดขอหมั้นลลนา ความรักของกษมาและลลนากำลังเริ่มต้นแต่ต้องจบลงเมื่อลลนีขอร้องให้ลลนา บอกศวิน จดทะเบียนกับเธอ โดยศวินมีเงื่อนไขให้ถอนหมั้นกับกษมา แล้วทำตามขอเสนอ ลลนาถอนหมั้นทันที แต่ศวินก็ยังไม่จดทะเบียน เป็นจังหวะที่ป้าจันทนีเสียชีวิต

ลลนีอาศัยเวลาที่ศวินพาไปเที่ยวทะเล ร่วมมือกับกษมาให้รวบหัวรวบหางลลนา แต่ศวินรู้แผนก่อนจึงไปช่วยได้ทัน ลลนีมีปากเสียงกับกษมา กษมาโกรธจึงข่มขืนและถ่ายคลิปไว้แบ็คเมล์แก้แค้น ลลนีเครียดจนเข้าโรงพยาบาล ส่วนลลนารู้ตัวว่าท้อง จึงหลบหน้าผู้คนจนลลนีสงสัยว่าน้องสาวท้องกับกษมา แต่กษมายืนยันว่าไม่เคยมีสัมพันธ์กับลลนา ทำให้ลลนีแน่ใจว่าศวินเป็นพ่อของลูกลลนา ลลนีจึงทำทุกทางให้ลลนาแท้งแต่ไม่สำเร็จ ลลนาหนีออกจากบ้านเมื่อศวินทราบเรื่องจึงออกตามหาเพื่อแสดงความรับผิดชอบแต่ ไม่พบลลนาหนีไปเช่าห้องอยู่กับกษมาอย่างเพื่อนโดยที่ไม่รู้ว่ากษมาแอบขายยา เสพติดอยู่ด้วย และพยายามหาทางทำให้ลลนาแท้งลูก เพราะเกลียดเด็กในท้อง

ด้านลลนีก็รู้ว่าตัวเองท้อง เธอมั่นใจว่าเป็นลูกของกษมา ลลนีจึงไปบอกกษมาแต่กษมาไม่ยอมรับและเกือบทำให้ไปลลนีแท้ง ดีที่ศวินเห็น และพาส่งโรงพยาบาลทัน ด้านลลนาไปพบกับคลิปวีดีโอแอบถ่ายเข้าเธอโกรธกษมามากจึงเอาคลิปฉาวไปให้ลลนี ที่โรงพยาบาลและหนีไปอยู่ที่ เชียงใหม่ ศวินรู้เรื่องทั้งหมดรวมทั้งต้นเหตุการตายของ มนทิยา เขาสำนึกผิดที่เข้าใจลลนาผิดมาตลอด บทสรุปของเขาและลลนาจะเป็นอย่างไร ติดตามชม “ถึงร้ายก็รัก”

แต่ปางก่อน

หม่อมเจ้ารังสิธร หรือคุณใหญ่ บุตรชายคนเดียวของ เสด็จในกรมฯ ในรัชสมัย ร.6 ได้พบรักกับ เจ้านางม่านแก้ว ที่ได้เข้ามาฝากเนื้อฝากตัวที่วังของเสด็จฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียน หม่อมพเยีย มารดาของคุณใหญ่คัดค้านเต็มที่ เนื่องด้วยริษยาที่ม่านแก้วเป็นคนโปรดของเสด็จฯ และมีความสามารถทางภาษาหลายด้าน และที่สำคัญได้หมายมาดให้คุณใหญ่ได้สมรสกับ ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้อง แต่คุณใหญ่ก็ยังยืนยันที่จะแต่งงานกับม่านแก้ว

ในคืนวันส่งตัวเข้า หอ ม่านแก้วถูกลอบวางยาพิษอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต สร้างความเสียใจให้แก่คุณใหญ่เป็นอย่างยิ่ง และด้วยความรักที่มีต่อเธอ คุณใหญ่ไม่ยอมที่จะมีรักกับใครอีกแม้กระทั่งท่านหญิงวิไลก็ตาม กาลเวลาผ่านไปเจ้านางม่านแก้วได้ไปเกิดใหม่ และได้กลับมาที่วังแห่งนี้อีกครั้งซึ่งในปัจจุบันเป็นโรงเรียนสตรีชื่อว่า โรงเรียนกุลนารีวิทยา และได้กลายเป็นสมบัติของ คุณชายจิรายุส หลานชายคนเดียวของท่านหญิงวิไลซึ่งมีสิทธิในสมบัติทั้งหมดหลังจากที่คุณใหญ่ สิ้น

ใน ชาติภพใหม่นี้เธอชื่อ ราชาวดี เธอได้เข้าทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษา ราชาวดีรู้สึกผูกพันกับสถานที่นี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรือนฝรั่งด้านหลังและเพลง ลาวม่านแก้ว ที่เป็นเพลงต้องห้ามของที่นี่เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นเพลงที่คุณใหญ่นั้น ได้แต่งขึ้นเพื่อมอบให้แก่ม่านแก้วหญิงเดียวที่เขารัก ณ ที่แห่งนี้เธอได้พบกับคุณใหญ่ที่คอยวนเวียนรอคอยเธออยู่ตลอดเวลา แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าราชาวดีนั้นลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนหมด สิ้น

ราชาวดีสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างมากและหาโอกาสมา ฟังคุณใหญ่เล่าเรื่องราวให้ฟังอยู่เสมอ โดยที่เธอไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย จนวันหนึ่งเธอได้พบรูปของเจ้านางม่านแก้วซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายเธอ ประหนึ่งเป็นพิมพ์เดียวกัน ทำให้เธอได้ทราบว่า เจ้านางม่านแก้วกับเธอจะต้องมีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน และเธอเองก็รู้สึกผูกพันกับคุณใหญ่โดยไม่รู้ตัว คุณชายจิรายุสหลงรักราชาวดี ถึงแม้ว่าเขาจะมี คุณหญิงสวรรยา เป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว

จนเขาตัดสิน ใจที่จะถอนหมั้นกับสวรรยา ซึ่งทำให้ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นย่าและมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายอยู่ที่วังสาทรหลังจากเกิด เหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ท่านหญิงวิไลได้พบราชาวดี ซึ่งทันทีที่ได้เห็นเธอก็ปักใจทันทีว่านี่คือ เจ้านางม่านแก้วที่กลับชาติมาเกิดเพื่อทำลายเธอ และเธอเองก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ท่านหญิงจึงวางแผนให้อาจารย์ใหญ่พาราชาวดีมาถวายการรับใช้ ซึ่งการที่ราชาวดีมาอยู่ที่นี่เธอได้พบว่าท่านหญิงวิไลนั้นเป็นผู้ที่เชี่ยว ชาญเรื่องพิษ

วัน หนึ่งเธอได้พบว่าคุณใหญ่มาหาเธอที่วังของท่านหญิงวิไล เธอจึงสอบถามและได้ทราบว่าคนที่วางยาพิษม่านแก้วก็คือท่านหญิงวิไลนั่นเอง โดยร่วมมือกับหม่อมพเยียมารดาของคุณใหญ่ในการลงมือ และความพยาบาทจากครั้งนั้นก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อท่านหญิงวิไลพยายามที่จะวางยาราชาวดีอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้คุณชายจิรายุสมาช่วยเหลือได้ทัน หลังจากที่ท่านหญิงวิไลสิ้นใจไปพร้อมกับความพยาบาท คุณชายจิรายุสก็ได้ขอราชาวดีแต่งงานอีกครั้ง แต่เป็นเพราะความรัก ความจริงใจและความผูกพันของคุณใหญ่ที่มีต่อเธอ

เธอจึงปฏิเสธและ ตัดสินใจละทางโลกไปปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณใหญ่ สร้างความผิดหวังให้กับคุณชายจิรายุสเป็นอย่างยิ่ง จนเวลาผ่านไปอีกไม่นานเธอก็เสียชีวิต ในที่สุดดวงชะตาของคนสองคนที่ได้พลัดพรากจากกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบกัน คุณใหญ่ได้กลับมาเกิดเป็นลูกชายคนเดียวของคุณชายจิรายุสกับคุณหญิงสวรรยา ชื่อว่า หม่อมหลวงจิราคม ส่วนราชาวดีได้กลับมาเกิดเป็นลูกสาวของคุณถวิลเพื่อนรักของราชาวดีชื่อว่า อันตรา และมีใบหน้าละม้ายกับราชาวดีเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งสองสนิทสนม กันอย่างรวดเร็วจนคุณชายจิรายุสแปลกใจ แต่เมื่อคุณถวิลได้นำจดหมายของราชาวดีที่เขียนถึงเธอก่อนตาย และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอ ทำให้คุณชายจิรายุสเข้าใจและรู้ว่าที่ราชาวดีไม่รับรักเขาเป็นเพราะอะไร ทั้งจิราคม และอันตราผูกพันกันอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยเพลงลาวม่านแก้วที่ทั้งคู่ชื่นชอบ เป็นพิเศษจนทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว และในที่สุด การรอคอยและความรักของคนทั้งคู่ที่รอคอยการพบกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบ กันและสุขสมหวังอีกครั้ง

รายชื่อนักแสดงละคร แต่ปางก่อน

ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น หม่อมเจ้ารังสิธร / จิราคม
แอน ทองประสม แสดงเป็น เจ้านางน้อย / ราชาวดี / อันตรา
ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ แสดงเป็น ม.ร.ว.จิรายุส
สกาวใจ พูลสวัสดิ์ แสดงเป็น หม่อมเจ้าหญิงวิไลเรขา
เมย์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ม.ร.ว.สวรรยา
นัฏฐา ลอยด์ แสดงเป็น กาบทอง
รัชนก แสงชูโต แสดงเป็น ถวิล

แต่ปางก่อน 2530

พ.ศ. 2490 “ราชาวดี” สาวน้อยวัย 17 ปี เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ได้เดินทางมาที่โรงเรียนกุลนารี เพื่อสมัครเป็นครูตามความประสงค์ของมารดาที่ล่วงลับ ไปแล้ว “กาบทอง” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนรับราชาวดีเข้าเป็นครูด้วยความเต็มใจ เพราะเธอกับแม่ของราชาวดีเคยรู้จักกันมาก่อน

นับแต่ก้าวแรกที่ ราชาวดีเหยียบย่างเข้ามาในเขตโรงเรียนซึ่งเป็นวังเก่าก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะเหมือนมีใครตามเธออยู่ห่าง ๆ และยิ่ง “ถวิล” เพื่อนสนิทของเธอเล่าถึงความน่ากลัว ของเสด็จในกรมฯ และท่านชายรังสิธรผู้เป็นโอรสและเจ้าของวัง ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ยิ่งทำให้ราชาวดีสนใจวังนี้มากขึ้นไปอีก คืนแรกที่ราชาวดีเข้าพัก เธอก็ได้ฝัน ถึงวังอันรโหฐาน และเพลงไทยเดิมที่ชื่อ “ลาวม่านแก้ว” อันแสนไพเราะ และชายหนุ่มที่เรียกเธอว่า “เจ้านางน้อย” แต่ไม่ทันได้เห็นหน้าผู้ชายคนนั้นราชาวดี ก็สะดุ้งตื่นเสียก่อน

ราชาวดี ต้องการหาคำตอบว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นคืออะไร จึงแอบเข้าไปในวังซึ่งถูกทิ้งร้างมานานจนทรุดโทรม ที่นั่นราชาวดีได้พบกับ “จางวางจัน” ข้ารับใช้ ้เก่าแก่ของเสด็จในกรมฯ ราชาวดียิ่งแปลกใจมากขึ้น เมื่อจางวางจันเรียกเธอว่า “เจ้านางน้อย” เหมือนผู้ชายคนนั้นในฝันของเธอ

จางวาง จันชวน ราชาวดี ไปที่ ตำหนักริมน้ำแต่เธอปฏิเสธ ระหว่างเดินทางกลับราชาวดีรู้สึกเหมือนมีใครบางคนดึงดูดเธอให้ตามเขาไปโดย ไม่รู้ตัว ราชาวดีรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ายืนอยู่หน้าบ้าน สีขาว ราวบ้านในเทพนิยาย เธอรู้ทันทีว่านี่คือตำหนักริมน้ำที่จางวางจันชวนเธอมา กาบทองพาราชาวดีไป กราบหม่อม “พรรณราย” เจ้าของโรงเรียน ทำให้ได้ พบกับ “ม.ร.ว. จิรายุส” ลูกชายของหม่อมและ “สวรรยา” คู่หมั้น หม่อมพรรณรายประหลาดใจ ที่ราชาวดีหน้าตาเหมือนเจ้านางน้อยไม่มีผิดเพี้ยน เพราะตอนเด็กๆหม่อมเคยพบกับเจ้านางน้อย แต่ท่านก็ไม่ทราบรายละเอียดความเป็นมาของเจ้านางจากลาวผู้นี้มากนัก และดูเหมือนท่านจะไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีตนี้ด้วย

ราชาวดีหาโอกาส ปลีกตัว ไปที่ตำหนักริมน้ำบ่อยครั้ง จนได้พบกับผู้ชายผู้เป็นเจ้าของตำหนัก เธอรู้สึกสนิทคุ้นเคยเหมือนรู้จักกันมานาน ชายคนนั้นให้ราชาวดี ดูรูปเจ้านางน้อยที่อยู่ใน ตำหนัก ทำให้ราชาวดีถึงกับหมดสติไป เพราะภาพที่เห็นช่างเหมือนตัวเธอราวคน ๆ เดียวกัน

เมื่อฟื้นจากสลบ ก็พบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ปี พ.ศ.2453 ในสภาพเจ้านางน้อย ราชาวดีได้พบกับท่านชายใหญ่หรือ “ท่านชายรังสิธร” ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอ หมดสติไปอีกครั้ง เมื่อได้สติขึ้นมา คราวนี้ราชาวดีพบว่าตัวเองนอนสลบอยู่บนเตียง โดยมีบรรดาครูรุมล้อมด้วยความห่วงใย

ถวิลเล่าให้ราชาวดีฟังว่า จางวางจัน พบเธอนอนสลบอยู่ในสวนหน้าวัง ราชาวดีสารภาพว่าเธอแอบเข้าไปที่ตำหนักริมน้ำ ราชาวดีได้พบวิญญาณท่านชายใหญ่อีกครั้งในงานประจำปีของโรงเรียน โดยเธอได้บรรเลงไวโอลินเพลง “ลาวม่านแก้ว” ทำให้ท่านหญิงวิไลเรขา ป้าแท้ๆ ของจิรายุส ขวัญผวา เพราะก่อนหน้านั้นวิไลเรขาเคยเป็นคู่หมั้นของท่านชาย ใหญ่ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่

แต่ท้ายที่สุดท่านชายใหญ่ก็ขอถอน หมั้นกับเธอ แล้วไปแต่งงานกับเจ้านางน้อย ส่วนเพลง “ลาวม่านแก้ว” เป็นเพลงที่ท่าน ชายใหญ่แต่งให้เจ้านางน้อย และถูกนำมาบรรเลงในวันแต่งงาน

วิไลเรขาเกลียดราชาวดีเพราะคิดว่าเป็นเจ้านางน้อยกลับชาติมาเกิดเพื่อจองเวรกับเธอ
ดัง นั้นวิไลเรขาจึงแกล้งให้ราชาวดีมาอยู่รับใช้ช่วงปิดเทอม ราชาวดีถูกวางยาให้ป่วยทีละน้อย เหมือนที่วิไลเรขาเคยทำกับเจ้านางน้อยในอดีต

จิรายุสนำตัวราชาวดี ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งก็ทำให้วิไลเรขาโกรธมากจนป่วยหนัก ก่อนที่วิไลเรขาจะสิ้นลมเธอได้บังคับให้จิรายุสเต่งงานกับสวรรยา และหลังการแต่งงาน ทั้งคู่เกิดการทะเลาะกันใหญ่โตสวรรยา ทวงทุกสิ่งทุกอย่างจากชายหนุ่ม

หม่อมพรรณรายได้ยินทุกอย่างทำใจรับ ไม่ได้ท่านหัวใจวายทันที่แต่ก็ยังทันเห็นหน้าหลานชายคนเดียวก่อนเสีย จิรายุสเสียใจมากเพราะทั้งชีวิตเขาเหลือเพียงแม่คนเดียว เขาหย่าขาดจากสรรยาโดยเลี้ยงลูกชายเพียงคนเดียว คือ “จิราคม” ราชาวดีตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูแล้วกลับมาที่อุดรฯ โดยมี วิญญาณ ของท่านชายใหญ่ติดตามมาเป็นกำลังใจ กระทั่งคืนหนึ่งท่านชายได้มาบอกลาเธอ ราชาวดีเสียใจที่จะไม่ได้พบท่านชายแล้ว แต่ถ้าเป็นการ จากลาเพื่อ ได้พบกันใหม่ราชาวดีก็ยินดี จากนั้นเธอก็ตัดกิเลสทางโลกเข้าวัดบำเพ็ญกุศล ราชาวดีป่วยหนัก เมื่อถวิลไปเยี่ยมก็พบเพียงกาบทองมาเยี่ยมถวิลที่บ้านและได้พบกับอันตราก็ ถึงกับอึ้งไป เพราะอันตรามีหน้าตาเหมือนราชาวดีเหลือเกิน

อันตรา อาสามาส่งกาบทองที่บ้าน ทำให้เธอได้พบกับจิรายุส เมื่อจิรายุสได้พบอันตราก็รู้สึกเอ็นดู อันตราชอบตำหนักริมน้ำของจิรายุสมาก เธอพยายามขอ ซื้อแต่ ไม่สำเร็จ เพราะจิรายุสตั้งใจเก็บไว้มอบให้จิราคมในวันแต่งงาน อันตรามักจะไปที่ตำหนักริมน้ำบ่อย ๆ จนได้เจอจิราคม ทั้งคู่รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ แล่นพล่านไปทั้งตัว อันตราตกใจรีบหนีออกมา แต่ทั้งคู่ก็ต้องมาพบกันอีกครั้งในงานราตรี จิราคมเดี่ยวเปียโนเพลง “ลาวม่านแก้ว” ซึ่งอันตราโปรดปรานมาก เพราะแม่ของเธอเคยร้องให้ฟังตอนเธอเด็ก ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จิรายุสไปทาบทามอันตรามาเป็นสะใภ้ พร้อมกับเปรยว่า การรอคอยของท่านชายใหญ่ และเจ้านางน้อยสมควรจะจบสิ้นลงได้แล้ว อุปสรรคต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไป ทั้งคู่เข้าสู่พิธีวิวาห์ และสัญญาต่อกันว่าจะดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ท่ามกลางบรรยากาศหวานละมุนของเสียงเปียโน เพลง “ลาวม่านแก้ว” ที่จิราคมเซอร์ไพรส์เจ้าสาวในวันแต่งงาน

ออกอากาศทางช่อง 3 ระหว่าง เดือนมกราคม ถึง วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530

แต่ปางก่อน พ.ศ. 2530 นำแสดงโดย

ฉัตรชัย เปล่งพานิช  (รังสิธร, จิราคม)
จริยา สรณะคม (ม่านแก้ว, ราชาวดี, อันตรา)
นพพล โกมารชุน (จิรายุส)
ดวงตา ตุงคะมณี (วิไลเลขา)
อุทุมพร ศิลาพันธ์ (สวรรยา)

แต่งกับงาน

แต่งกับงาน เป็นเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของสองคนหนุ่มสาว ชลธิศ และ ดาววัน คนหนุ่มสาวทำงานประจำ มีเงินเดือนเงินดาว ต้องตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่ ชีวิตคู่ที่เร่งรีบ เริ่มต้นด้วยกันใน “บ้านแถว” ตามสำนวนของสถาปัตย์เกียรตินิยมอย่างชลธิศ แม้จะคับแคบก็เพียงแต่คับที่คับทาง เพราะหัวใจพองโตของสองคนกว้างขวางและคล้องสมานเป็นดวงเดียวกัน “แต่งกับงาน” จึงสนุกกับรสพ่อแง่แม่งอนยุคไฮเทค ความวุ่นยุ่งอลเวงของครอบครัวใหม่ที่ “ความเป็นครอบครัว” ยังไม่สมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อต่างคนต่างมีภาระ มีหน้าที่ในงาน… งาน ที่จะทำให้ “วิมานห้องแถวที่เช่าอยู่” เป็น “บ้านอบอุ่นของครอบครัว

เต่ากินผักบุ้ง

หลังจบการศึกษา รังสิมา หรือผักบุ้ง ( อาทิตยา ดิถีเพ็ญ ) , ชลลดา หรือโอ๋ ( ทัศนพรรณ สิริสุขะ ) และอารียา ( วิญาดา จงรัตนเมธีกุล ) ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันต้องแยกย้ายกันไป ผักบุ้งต้องแต่งงานตามสัญญากับเต่า หรือจัตริน ( เคลลี่ ธนะพัฒน์ ) หลานชายแท้ ๆ ของปู่รังสี ( ญาณี ตราโมท ) ผู้ที่เลี้ยงดูผักบุ้งมาตั้งแต่เด็ก ผักบุ้งดีใจ และรอคอย วันที่จะได้แต่งงานกับจัตริน แต่เมื่อจัตรินกลับจากเมืองนอกกลับบอกกับ รังสรรค์ ( สมภพ เบญจาธิกุล ) และนภัสสร (ปนัดดา โกมารทัต ) พ่อกับแม่ว่าตนมีธิดารัตน์ ( ภัคจิรา วรรณสุทธิ์ ) เป็นคนรักอยู่แล้วและกำลังจะมีลูกกับเธอ จึงขอยกเลิกสัญญาเรื่องการแต่งงานกับผักบุ้ง พ่อกับแม่จึงต้องแบกหน้าไป บอกกับปู่รังสี ๆ โกรธมากบอกว่าจะ ไม่ยอมช่วยเหลือเรื่องเงินเรื่องทองของบ้านจัตรินอีก

ผักบุ้งเสียใจที่จัตรินปฏิเสธเหมือนเธอไม่มีค่า แต่ปู่รังสียังยืนยันว่าไม่ต้องการ เหลนทวดจากใครนอกจากผักบุ้ง เพราะปู่รังสีต้องการตอบแทนที่ในอดีตมาลินี ( ญาสุมินทร์ เลิศอมรวัฒนา ) แม่ของผักบุ้งได้สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยตนไว้ และสัญ ญากับมาลินี ว่าจะดูแลผักบุ้งให้ดีที่สุด เมื่อจัตรินปฏิเสธผักบุ้ง เธอจึงวางแผนเข้าไป ทำงานในบริษัทของพ่อโอ๋ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่จัตรินทำงาน อารียาก็ทำงานใน บริษัท นั้นเช่นกันจึงขอให้โอ๋ฝากผักบุ้งเข้าทำงาน โอ๋รับปากและดีใจที่ผักบุ้งไม่ ต้องแต่ง งานกับเต๋าเพราะจาตุนรต์ ( คงกระพัน แสงสุริยะ ) พี่ชายของตนจะได้สม หวัง ตอนที่เรียนหนังสือ

ผัก บุ้งเคยอยู่ที่บ้านของอารียา เพราะบังอร ( ดวงใจ หทัยกาญจน์ ) แม่ของอารียา เป็น เพื่อนรัก กับมาลินีมาก่อน บังอรจึงรักผักบุ้งเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งบอก อารียาว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะขอมาอยู่บ้านอารียาเช่นเดิม เพราะบ้าน ของอารียาอยู่ติดกับบ้านจัตริน อารียายินดี จัตริน และจาตุรน์ เป็นเพื่อนรักกันจัตริน ขอให้จาตุรนต์ฝากธิดารัตน์เข้าทำงานในบริษัทที่ตนทำอยู่ จาตุรนต์รับปาก แต่เมื่อ โอ๋บอกว่าผักบุ้งต้องการทำงานนี้จาตุรนต์ก็เลือกผักบุ้งและปฏิเสธจัตริน ในบริษัท ลือกันว่าเพราะผักบุ้งเป็นแฟนกับจาตุรนต์จึงได้ทำงาน ซึ่งตรงตามแผนของ ผักบุ้งที่ต้องการแก้แค้นจัตรินที่ทำให้เธอผิดหวัง

จัตรินคิดว่าที่แท้ผักบุ้งมีแฟนอยู่แล้วตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดที่ไม่ยอมแต่งงาน กับเธอ ต่อมาจัตรินได้รู้ว่าทาง ครอบครัว ของธิดารัตน์ปฏิเสธที่จะรับตนเป็นลูกเขย และบอกว่าธิดารัตน์ไม่ได้ท้อง เธอตัดสินใจเป็นเมียน้อยเสี่ย ทรงชัย เพราะฐานะร่ำรวยกว่า จัตรินรู้ข่าว เขาเสียใจมาก จัตรินบอกปู่รังสีว่าตนพร้อมที่จะแต่งงานกับผักบุ้งแล้ว ปู่จึงให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินพร้อมเล่าเหต์การณ์ในอดีตให้ผักบุ้งฟังว่า ธิดารัตน์คือพี่น้องพ่อเดียวกันกับผักบุ้ง เพราะธาดา(อรรถชัย อนันตเมฆ) พ่อของผักบุ้งทิ้งมาลินีไปแต่งงานกับดาลัด ( ปิยะมาศ โมนยกุล ) มีลูกด้วยกันสองคน คือ ธิดารัตน์ และธราดล (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) ปู่จึงต้องการให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินเพื่อบอกให้ธาดารู้ว่าผักบุ้ง ได้ดีกว่าธิดารัตน์ลูกสาวที่เขาฟูมฟักซึ่งยอมเป็นเมียน้อย ผักบุ้งไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวธาดา แต่เธอยอมแต่งงานกับ จัตรินเพื่อตามใจคุณปู่ เมื่อจาตุรนต์รู้ข่าวเขาเสียใจมาก

เพื่อฐานะที่ดีขึ้นดาลัดชักนำให้ธราดลกับโอ๋ ทั้งที่โอ๋อายุมากกว่าธราดล ทำให้เขาได้ รู้จักกับผักบุ้งและเรียกผักบุ้งว่าพี่สาวอย่างเต็มปาก เขาบอกกับผักบุ้งว่า ธาดารู้สึกผิด ที่ทิ้งมาลินีและผักบุ้ง แต่โอ๋กลับคิดว่าธราดลทำไปเพราะว่าผักบุ้งกำลัง จะเป็นหลาน สะใภ้เศรษฐี งานแต่งงานของผักบุ้งและจัตรินมาถึง จาตุรนต์เอาแต่ดื่มเหล้า และหนี ออกจากงานอารียาด้วยความเป็นห่วงจึงตามไป แต่กลับโดนจาตุรนจ์แกล้ง อารียา โกรธจึงไม่ยอมพบหน้าจาตุรนต์อีก จาตุรนต์ปลงตก และหันกลับมาคบกับอารียา

ธิดารัตน์หลอกเสี่ยทรงชัยว่าท้อง เสี่ยรู้ว่าเธอโกหกโกรธมาก เธอจึงหนีกลับเมืองไทยและตามราวี ผักบุ้ง กับ จัตรินไม่เลิกเพราะต้องการจะกลับไปคบกลับจัตรินอีก จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาก แต่ จัตรินยืนยันตัด ความสัม พันธ์กับ ธิดารัตน์เพราะจัตรินรักผักบุ้ง ปู่รังสีดีใจที่รู้ว่าผักบุ้งกำลังจะมีเหลนแต่ก็ไม่ทัน ได้ดูหน้าเหลน ปู่ก็เสียชีวิต ผักบุ้งเสียใจมาก จัตรินรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคน จึงสัญญากับผักบุ้งว่าจะไม่ทรยศเธอเรื่องธิดารัตน์อีก หลังงานศพปู่ ธาดาขออยู่ที่บ้าน สวนที่ปู่ยกให้จัตริน และผักบุ้ง และรับปากว่าจะส่งเงินให้ดาลัดใช้ ส่วนธิดารัตน์ ให้หางานทำธราดลนั้นก็ให้เรียนไปทำงานไป ผักบุ้งและอารียาเป็นตัวประสานให้โอ๋ปรับความเข้าใจ กับธราดล ธิดารัตน์ถูกซ้อมปางตาย ทำให้ธิดารัตน์คิดว่าถ้าเธอมีสามีที่ดีอย่างจัตรินคงไม่ถูกใครทำร้าย เธอตัดสินใจว่าจะ ต้องแย่งจัตรินจากผักบุ้งให้ได้ โดยโกหกว่าท้องกับจัตริน เมื่อธราดลเปิดเผยความจริงว่าเธอไม่ได้ท้องจริง เธอจึง รับไม่ได้ใช้มีดแทง จัตริน แล้วก็เสียสติต้องไปอยู่โรงพยาบาลประสาท จัตรินรอดตายมาได้ ทั้งสองคนเข้าใจกัน จัตรินขอดูแลธิดารัตน์เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งไม่ขัดจัตริน แล้วทั้งสองก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ตุ๊กตาโรงงาน

พลวัต เป็นพ่อม่ายลูกติด ซึ่งแม่ของเขาอยากจะให้แต่งงานกับ มิรันตี พุทธ ลูกสาววัย 6 ขวบของพลวัตเป็นเด็กที่มีซิกซ์เซนส์ วันหนึ่งพุทธไปพบตุ๊กตา ที่ตลาด นัด และขอที่จะซื้อตุ๊กตาผู้หญิงและตุ๊กตาผู้ชายกลับบ้าน พลวัตพา ลลิตา มาขอให้แม่รีบจัดงานแต่งงานให้ เพราะเธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่ง แท้จริงแล้วลลิตาตั้งใจที่จะจับพลวัตโดยเธอได้ทิ้ง โทนี่ แฟนของเธอ และโกหกเรื่องท้องกับพลวัต ในงานแต่งงานมีแขกที่สนิทสนมกันมาร่วมงานก็ มี เสี่ยวิทย์ และผู้ช่วยคือ โทนี่ มาร่วมงานด้วย พุทธแปลกใจที่ตุ๊กตาสองตัว ที่บอกเธอว่าชื่อ แจ๋วแหวว และ เดชา มีปฏิกริยา แปลก ๆ กับการมาของเสี่ยวิทย์ โทนี่พยายามขอคืนดีกับลลิตาในงานแต่เธอปฏิเสธ ส่วนเสี่ยวิทย์เมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกับมิรันตีก็เริ่มสนใจ

เมื่อเสี่ยวิทย์ขับรถออกมาจากงานก็ต้องหักพวงมาลัยแทบเสียหลัก เพราะเห็นตุ๊กตาทั้งสองตัวเดินตัดหน้ารถ เสี่ยวิทย์คิดว่าตัวเองคงตาฝาดไป โทนี่ก็เจอตุ๊กตา ใช้ส้อมปักมือจนได้ เลือดในงานแต่งงาน แต่เขาก็คิดว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า มิรันตีได้รู้จักกับ รุ่งโรจน์ เพื่อนบ้านหนุ่มและ บอย หลานชาย ของเขาที่อยู่รั้วติดกัน รุ่งโรจน์เห็นความเรียบร้อยน่ารักของมิรันตีก็แอบชอบ บอยมาเป็นเพื่อนเล่นกับพุทธ ทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของพุทธที่เอาแต่คุยกับตุ๊กตาทั้งสองตัว

วัน หนึ่งลลิตาพลัดตกบันได และพบว่าตุ๊กตาทั้งสองตัวนั่งอยู่ที่ขั้น บันไดที่เธอสะดุด พลวัตพาลลิตาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าลลิตาไม่ได้ท้อง พลวัต โกรธที่ถูก หลอก สำรวย และ วงศ์ ญาติของลลิตาที่จ้างมาคอยช่วยเหลือเธอและคอยกลั่นแกล้งพุทธ ทั้งคู่ได้เอาตุ๊กตาไปลนไฟ หรือทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ และทั้งคู่ก็ได้รับโทษ จากตุ๊กตาทั้งสองตัว สำรวยประกาศไปทั่วว่าตุ๊กตาสองตัว นี้เป็นตุ๊กตาผี ลลิตาติดต่อ อ.บุญสืบ ให้มาทำพิธีปัดรังควานแต่พุทธไปบอกย่าว่าลลิตาชักนำคนไม่ดีเข้าบ้าน ทำให้ลลิตาไม่สามารถพา อ.บุญสืบเข้ามาทำพิธีได้ มิรันตีสรุปเอาว่าตุ๊กตาสองตัวนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ เธอเลยไปปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่งโรจน์

พลวัต มักจะออกอาการหึงหวงเพราะลึกๆเขาก็รักมิรันตี โทนี่พยายามมาขอคืนดีกับลลิตาทำให้ถ่านไฟเก่าคุขึ้นอีกครั้ง โทนี่มาหาลลิตาที่บ้านเสมอ โดยดึงเสี่ยวิทย์ที่สนใจมิรันตีเข้ามาด้วย พลวัตเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในบ้าน เขาเริ่มปรึกษากับมิรันตีและรุ่งโรจน์เรื่องการสืบค้นต้นตอที่มาของตุ๊กตา สอง ตัวนี้ และในที่สุดเมื่อสืบสาวราวเรื่องไปถึงโรงงานเก่าที่ถูกเผาจนวอด ทั้งสามปะติดปะต่อเรื่องจากคนแถวๆนั้น และข่าวจากหนังสือพิมพ์เก่าทำให้ทราบว่าโรงงานแห่งนี้เป็นของเสี่ยวิทย์ และโทนี่เป็นผู้บริหาร เคยถูกไฟไหม้และมีคนงานโดนไฟคลอกตายหลายศพ ซึ่งสงสัยว่าเป็นการเผาเพื่อเอาเงินประกัน

พลวัตวางแผนให้ มิรันตีทำทีสนใจกับการที่เสี่ยวิทย์ชวนมิรันตีไปทำงานด้วยกัน เพื่อจะได้เข้าไปสืบหาหลักฐานและก็ได้พบเงื่อนงำในบัญชีของเสี่ยวิทย์ที่มี การโอนเงินไปบัญชีของโทนี่ หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานไม่กี่วัน และยิ่งไปกว่านั้นมีชื่อเดชา และแจ๋วแหวว เป็นคนงานที่ตายในกองไฟ พลวัตกลับ ไปหา อ.บุญสืบเพื่อขอให้มาทำพิธไล่วิญญาณ ให้ออกจากตุ๊กตาทั้ง สองตัว อ.บุญสืบทำพิธีมัดตุ๊กตาแล้วนำไปฝังในป่าช้า พุทธบอกพ่อว่าอีกหน่อยตนจะต้องโดนคนร้ายจับตัวไปเพราะตุ๊กตาเคยบอกไว้ คืนหนึ่งลลิตาพาโทนี่มาพลอดรักกันในบ้าน และบังเอิญที่พุทธมาเห็นเข้า

พุทธ นำเรื่องมาฟ้องพลวัตต่อหน้าลลิตา ทำให้ลลิตาจ้างคนมาจับตัวพุทธเรียกค่าไถ่ พลวัตนึกถึงคำพูดที่พุทธเคยบอกเรื่องตุ๊กตา เขาจึงไปขุดตุ๊กตาในป่าช้าออกมา ในขณะที่พุทธกำลังจะโดนฆ่าตามคำสั่งของลลิตา และโทนี่ ตุ๊กตาก็มา ช่วยโดยฆ่าคนงานตาย ลลิตาไม่ตายแต่เสียสติ ส่วนโทนี่ก่อนที่จะตายวิญญาณตุ๊กตาก็บังคับให้โทรตามเสี่ยวิทย์มา ก่อนที่เสี่ยวิทย์จะโดนฆ่าตาย พลวัต และมิรันตีมาห้ามวิญญาณทั้งสองไว้