Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

นางทิพย์

ปริตตา เป็นหลานสาวของคุณผกาภรรยาหลวงไพรัชพากษ์พิจารณ์ รวิปรียาในภาคของนางทิพย์ยังคงมาเยี่ยมเยียนปริตตาอยู่เสมอ โดยมีคุณหลวงผู้ซึ่งมีฌานแก่กล้าเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่เห็นตรีรังสีของรวิ ปรียาปรากฎอยู่ในร่างของปริตตา นอกจากนี้คุณหลวงยังเคยสนทนาด้วยจนรู้ถึงที่มาของนางทิพย์องค์นี้ ท่านจึงได้จดบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้เพื่อมิให้ความลับตายไปกับตัว ส่วนเพื่อนเทพบุตรที่ลงมาเกิดเป็นเพื่อนบ้าน ก็เป็นหนุ่มน้อยธรรมดาเช่นกัน ชื่อ ทินเทพ แต่ที่ไม่ธรรมดาคืออาของทินเทพ

ดร.ภาธร สีหมนตรี อาของทินเทพ เป็นลูกชายคนเล็กของคุณหลวง ทำงานอยู่องค์การ NASA ได้กลับมาเมืองไทยหลังจากได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกานานหลายปี ภาธรทำงานค้นคว้าวิจัยด้านการนำปรจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในโครงการอวกาศของนา ซา เขากลับมาครั้งนี้เพื่อทำการทดลองบางอย่างซึ่งภาธรไม่ได้บอกให้ใครรู้แม้แต่ บิดาตัวเอง นอกจากโครงการทดลองนั้นแล้ว ภาธรยังได้เข้าสอนวิชาปรัชญาในคณะที่ปริตตาเรียนอยู่ และทำให้เขาพบว่าหลานสาวคนนี้ของเขามีความรู้และอธิบายเรื่องกำเนิดจักรวาล ได้อย่างแจ่มชัดจนไม่น่าเชื่อว่าเธอยังเป็นเพียงนิสิตปี 1 ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตว่าปริตตาจะมีอีกบุคลิกหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าญาติ ผู้ใหญ่เช่นคุณยายผกาของเธอ เธอจะดูเหมือนเป็นเด็กผู้หญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้นแตกต่างจากปริตตาที่เขาเคยพบตามลำพังอย่างสิ้นเชิง

 

งานของภาธรทำให้เขาต้องไปทำการทดลองถ่ายภาพแบบเกอร์ เลียน ที่ตำบลหนองพราย ใกล้ ๆ กับบางปะอิน ซึ่งภาพเกอร์เลียนนี้จะแสดงให้เห็นว่าวัตถุที่มีชีวิตนั้นจะมีพลังแสงแห่ง ชีวิตวูบวาบขึ้นมาในขณะทำการทดลองถ่ายภาพ แต่ถ้าเป็นวัตถุไม่มีชีวิตจะไม่มีแสงหรือมีเพียงแสงนิ่ง ๆ เท่านั้น ดังนั้นการทดลองประเภทนี้จึงต้องไปทำในแหล่งที่ได้ชื่อว่าบ้านผีสิง

ภาธรเดินทางมาที่หนองพรายพร้อมกับทินเทพหลานชายและปริตตา ที่นั่นเขาได้พบเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดรวมทั้งพบดวงวิญญาณของหญิงสาวที่ ร้องไห้คร่ำครวญหาคนที่เธอเรียกว่า “ออกญา” ซึ่งวิญญาณดวงนั้นยังบอกกับภาธรด้วยว่า ปริตตาไม่ใช่คนธรรมดา หากเป็นนางทิพย์ และก่อนที่จะหายตัวไปเธอได้ทิ้งแหวนทองคำรูปพญานาคไว้ให้ ภาธรจึงต้องการที่จะนำแหวนนั้นกลับมาศึกษา โดยไม่ยอมเชื่อฟังรวิปรียาในร่างของปริตตาที่คัดค้านว่าเขากำลังจะนำความ ยุ่งยากติดตัวมาด้วยพร้อมกับแหวนวงนั้น

เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ รวีปรียาจึงได้มาพบกับคุณหลวงเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พร้อมทั้งบอกว่าจะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปให้ภาธรที่บ้านเพื่อป้องกันตัว สิ่งนั้นคือดอกปาริชาติ ดอกไม้สวรรค์ที่ผู้ใดได้สูดกลิ่นหอมแล้วจะสามารถระลึกชาติได้ เมื่อได้ดอกปาริชาติจากรวิปรียา ภาธรจึงได้พบว่า ในชาติที่แล้วเขาคือออกญาพิชิตแสนพล นายทหารกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่รอดชีวิตมาได้จากทหารพม่ามาได้ เพราะเจ้าหญิงทิพฉายพระธิดาของพระเจ้าแผ่นดินทรงสละพระชนม์ชีพป้องกันเอาไว้ ทำให้ออกญาพิชิตแสนพลสัญญาว่าเขาจะขอให้ได้พบกับเจ้าหญิงอีกในชาติหน้า เพื่อที่จะได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีให้กับเธออย่างที่เขาไม่อาจทำได้ใน ชาตินี้ นอกจากได้รับรู้เรื่องราวในอดีตชาติแล้ว ภาธรยังคิดว่าเขาได้ไปเยือนดินแดนอันเป็นที่อยู่ของทิพยนารีผู้งดงามองค์ หนึ่ง แต่ก่อนที่ภาธรจะทำความเข้าใจกับทุกสิ่งทกอย่างที่เขาพบเห็นได้ เรื่องราวทั้งหมดก็เลือนไปเหมือนความฝัน

นางบาป

วิษณุ นำเอาตำนานของหมู่บ้านบางบาปมาทำเป็นละคร ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระวนาเทพ และ คุณกำไล ได้พาครอบครัวพร้อมด้วยข้าทาสบริวารมาอยู่ที่นี่ มีนางทาสคนหนึ่งชื่อ นางหยาด ที่ใช้ความสวยยั่วพระวนาเทพจนได้เป็นเมียอีกคนหนึ่ง แต่ด้วยความอยากที่จะเป็นเมียเอก นางหยาดจึงวางยาพิษฆ่าคุณกำไลและลูกๆ เมื่อความจริงถูกเปิดเผยนางหยาดโดนแขวนคอ วิษณุได้ ธนัตถ์ และภาพิมล ดาราชื่อดังมาเป็นพระ-นาง พักตรา แสดงเป็นนางร้าย ปาล เป็นพระรองของเรื่อง

วัน เปิดตัวละคร “นางบาป” จัดขึ้นที่สถานที่จริงและ เรืองริน หนึ่งทีมงานของวิษณุได้รู้จักกับนักแสดงที่จะร่วมงานด้วย ซึ่งดาราทุกคนก็เป็นมิตรกับเรืองริน ยกเว้นภาพิมลที่แสดงความไม่ชอบหน้าเรืองริน เพราะเธอหมั่นไส้ที่ดาราชายทั้งสองคนแสดงความสนใจในตัวเรืองรินมากกว่าเธอ ระหว่างการเตรียมงาน วิษณุ, เรืองริน และทีมงานต้องมาดูงานที่บ้านหลังนี้บ่อยๆ จนเรืองรินเริ่มสัมผัสได้กับความแปลกที่เหมือนมีคนแอบจ้องมองอยู่

และ เธอก็มักจะเจอกับเหตุการณ์ที่ลึกลับต่างๆ ฝีมือของวิญญาณนางหยาด และนางหยด สองพี่น้องที่ถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้นั่นเอง วิษณุรับ วิสาข์ เข้ามาเป็นพีอาร์ประจำกองถ่าย หลังจากที่ยกกองถ่ายมาที่บ้านของคุณพระและต้องหยุดการถ่ายทำเพราะฝนตกหนัก และน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถไปไหนได้ ภาพิมลก็ชวนวิสาข์เล่นผีถ้วยแก้วเพื่อเป็นการฆ่าเวลา โดยได้เชิญดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในบ้านหลังนี้ให้มา เมื่อเล่นไปแล้วทั้งสองคนก็ไม่สามารถบังคับถ้วยแก้วได้จึงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ไม่มีใครรู้ว่าผีนางหยดได้เข้าสิงร่างของเรืองริน และผีนางหยาดเข้าสิงร่างพักตรา หยดในร่างเรืองรินสนใจกับ
ชีวิต ของคนในยุคนี้และแสดงความร้ายกาจ ส่วนหยาดที่สิงร่างพักตราก็พยายามขออโหสิกรรมกับภาพิมล เพราะรู้ว่าเป็นคุณกำไลในอดีตชาติ ทำให้ภาพิมลหวาดกลัวมาก และปาลยังแอบเห็นพักตราเอาเสื้อสำหรับทาสที่ใช้ในละครมานุ่งแล้วไปตักน้ำมา ถูเรือน ปาลไปบอกเรื่องนี้กับวิษณุถึงได้รู้ว่าเป็นหยาดที่ไม่มีความดุร้ายเหมือนกับ หยด หยาดเตือนวิษณุเรื่องหยด

วิษณุเอาสร้อยพระของเขามาคล้องคอของ เรืองรินจนหายเป็นปกติ วิสาข์ซึ่งหลงรักวิษณุอยู่เกิดมาเห็นสร้อยเข้าก็จะเอาคืน ทำให้วิษณุกับวิสาข์มีปากเสียงกันรุนแรง ด้วยความโกรธทำให้วิสาข์ขับรถฝ่าน้ำที่ท่วมออกไป จนทำให้รถตกถนนและเธอก็จมน้ำ วิษณุกับพวกมาช่วยไว้ แต่วิสาข์ก็ถูกวิญญาณของหยดสิงร่าง พอน้ำลดแล้ววิษณุก็ไปหาหลวงตาซึ่งท่านก็แนะนำให้วิษณุนั่งสมาธิ เพื่อจะได้ติดต่อกับผีนางหยาดและช่วยปลดปล่อยให้หยาดสู่สุคติ แล้ววิษณุก็ได้รู้เรื่องราวในอดีตชาติที่ตนเป็นคุณพระวนาเทพ ที่เป็นคนเจ้าชู้และมีเมียหลายคน

ในจำนวนนั้นก็มีหยดและหยาด ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับคุณกำไลที่เป็นอดีตชาติของภาพิมลนั่นเอง หยาดเป็นคนหัวอ่อนจึงหลงเชื่อแผนการของหยด ทำให้คุณกำไลและลูกๆ ต้องตายด้วยยาพิษ จนตัวเองต้องโดนจับแขวนคอตาย เยื้อน เป็นแม่ของหยาดและหยด รู้เรื่องที่หยดทำทุกอย่างจึงตัดสินใจใช้มีดแทงหยดตาย พร้อมสาปแช่งให้หยดถูกจองจำอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกว่าจะสำนึกผิด หยดในร่างของวิสาข์มักจะคอยกลั่นแกล้งคนในกองถ่ายให้ทะเลาะกัน เช่น เมื่อรู้ว่าธนัตถ์ชอบเรืองรินก็พยายามยุให้ภาพิมลมีเรื่องกับเรืองริน

แต่ ปาลก็มักจะเข้ามาช่วยเรืองรินอยู่เสมอ จนเรืองรินเริ่มมีใจให้กับปาล หลังจากแผนการที่วางไว้ไม่ได้ผล หยดก็หลอกเรืองรินมาที่ริมน้ำตอนกลางคืนแล้วก็ผลักเรืองรินตกน้ำ ซึ่งทำให้สร้อยพระที่ใส่อยู่ขาดจากคอ วิญญาณของหยาดเลยมาช่วยเรืองรินไว้ได้ ทำให้เรืองรินรู้ว่ามีวิญญาณสิงอยู่ที่ร่างของวิสาข์ เมื่อวิษณุต้องการช่วยหยาด เลยให้ภาพิมล, ปาล, เรืองริน และตนเองเล่นผีถ้วยแก้ว โดยให้ภาพิมลเชิญวิญญาณหยาดที่สิงร่างของเรืองริน หยาดได้ขออโหสิกรรมจากคุณพระ คุณกำไล และได้ไปผุดไปเกิด

ส่วนหยดใน ร่างของวิสาข์กลัวว่าจะต้องไปผุดไปเกิด จึงใช้แผนยั่วยวนธนัตถ์และถูกตีจนสลบ หยดติดอยู่ในร่างของวิสาข์ที่นอนสลบอยู่ที่โรงพยาบาลออกไปไหนก็ไม่ได้ จนกระทั่ง ยุพดี แม่ของวิสาข์มาเยี่ยมทำให้หยดตกใจ เพราะยุพดีก็คือเยื้อนแม่ของหยดในอดีตนั่นเอง เมื่อยุพดีเห็นสภาพของวิสาข์ก็ร้องไห้ และเพราะน้ำตาของยุพดีนี่เองที่ทำให้คำสาปกลับมาอีกครั้ง หยดก็ต้องถูกจองจำอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้ง สุดท้ายปาลกับเรืองรินก็เป็นแฟนกัน และทั้งคู่ก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หยาด ถึงแม้จะไม่สามารถแก้ไขตำนานนี้ให้ถูกต้องได้

รายชื่อนักแสดงละคร นางบาป

อธิชาติ ชุมนานนท์ แสดงเป็น ปาล
รุจิรา ช่วยเกื้อ แสดงเป็น เรืองริน
พรชิตา ณ สงขลา แสดงเป็น หยด
อิศริยา สายสนั่น แสดงเป็น หยาด
วัชระ ตังคประเสิร์ฐ แสดงเป็น วิษณุ / คุณพระวนาเทพ
เพชรดา เทียมเพ็ชร แสดงเป็น วิสาข์
เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล แสดงเป็น ธนัตถ์
สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น ภาพิมล / คุณกำไล

นางทาส

นางทาส เป็นเรื่องราวของ เย็น เมียทาสในเรือนของพระยาสีหโยธิน ที่ถูกเข้าใจผิดจนตัวต้องลำบาก และที่สำคัญลูกสาวคนเดียวต้องกลายไปเป็นลูกของคุณหญิง และเย็นต้องปิดบังความลับนั้นไว้

นาคราช

นาคราช เป็นเรื่องราวของความรุ่งเรืองในอดีต ความรักความหวังและคำมั่นสัญญา ระหว่าง “นาคราช” ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์กับมนุษย์ ผู้ซึ่งยังติดอยู่ในห้วงกิเลส เมื่อเจ้าฟ้าเมืองมายไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับ “นาคราช” ความล่มสลายของเมืองมายจึงเป็นผลตอบแทนที่รุนแรงและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

นักแสดงละคร นาคราช
ฉัตรชัย เปล่งพานิช (เจ้าล่าฟ้า/เจ้าแสนผา)
จ้นทร์จิรา จูแจ้ง (เจ้าแพงเมือง)
ธัญญา โสภณ (เจ้าละอองคำ)
สถาพร นาควิลัย (เจ้าเมืองอินทร์)
เกรียงไกร อุณหะนันท์ (ม.ร.ว.รังสี)
รัญญา ศิยานนท์ (บัว)

ละคร นาคราช ออกอากาศ วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2534 – วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2535

นรกตัวสุดท้าย

ณ อาณาจักรขอม ปีค.ศ.1524 มีเจ้าชายถือกำเนิดขึ้นในราชวงศ์ของกษัตริย์มีนามว่า เจ้าฟ้าดำ ซึ่งในวันที่เจ้าฟ้าดำเกิดนั้นถือว่าเป็นวันกาลีมหาวิปโยค ชีปะขาวจึงทำนายดวงชะตาว่าเจ้าฟ้าดำนี้เมื่อมีอายุครบ 25 ปีจะได้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ หากมิได้เป็นตามนั้นก็จะเป็นจ้าวแห่งปีศาจทั้งปวง พระเจ้าศิริวรมัน ผู้เป็นพ่อกลัวว่าเจ้าฟ้าดำจะเป็นภัยร้าย จึงให้สร้างปราสาทบายอนบุเรนทร์ ซึ่งเป็นปราสาทแห่งความดีที่ใช้บูชาพระวิษณุตามคำของชีปะขาวเพื่อแก้เคล็ด

เจ้า ฟ้าดำได้แต่งงานกับ เมตาวตี หญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ต่อมาพระเจ้าศิริวรมันล้มป่วยลง ก่อนที่จะตายได้กำชับเจ้าฟ้าดำให้สร้างปราสาทให้เสร็จ ก่อนที่จะถึงวันทำพิธีแก้เคล็ดเจ้าฟ้าดำได้ถูก เดวิด ผีดิบที่มากับเรือสำเภาดูดเลือดจนหมด และยังต่อชีวิตให้กับเจ้าฟ้าดำโดยการให้เจ้าฟ้าดำดูดเลือดตัวเองเข้าไปแทน เจ้าฟ้าดำกลายเป็นผีดิบควบคุมตัวเองไม่ได้ จนลืมตัวดูดเลือดเมตาวตีจนเมตาวตีตายและเป็นอมตะ

ณ ปัจจุบัน ร้อยตำรวจโทเมษยน และจ่าสีดา ได้รับมอบหมายให้ติดตามผู้ค้าอาวุธสงครามจึงข้ามฝั่งเขมรอย่างไม่ตั้งใจ และเกือบที่จะเอาชีวิตไม่รอด หากไม่เจอ ผู้พันเขียว กับลูกน้องช่วยไว้ พันตรีเขียวถูกชะตากับเมษยนจึงได้ให้สร้อยเครื่องรางไว้ป้องกันตัว ที่บ้านร้างหลังหนึ่งมี หมอผีแขก และจุก ที่คอยสร้างเรื่องใส่พวกชอบลองของ ต่อมาก็มีนายฝรั่งมาซื้อบ้านหลังนี้ไป แต่ทั้งสองก็ต้องประหลาดใจที่นายฝรั่งต้องรับใช้ชายอีกคนเยี่ยงราชา

หมวด เมษยนและจ่าสีดาได้รับงานจาก สารวัตรสมเจตน์ ให้คลี่คลายคดีแก๊งมอเตอร์ไซค์ ที่ปล้นและฆ่าเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมด้วยการกัดคอและดูดเลือด แขกกับจุกต้องการที่จะได้บ้านคืนจึงได้ปลอมตัวเป็นผีเพื่อหลอกคนในบ้าน แต่จุกถูกเจ้าฟ้าดำฆ่าตาย โชคดีที่หมอแขกหนีตายออกมาได้จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เมษยนและจ่าสีดาฟัง ในขณะนั้นเมษยนกำลังมีปัญหากับ จ๋า แฟนสาว เพราะพ่อของเธอไม่ชอบเขาและมองว่าเป็นตำรวจไม่มีอนาคต

ไม่มีความ สามารถปิดคดีแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ได้ ซึ่งเป็นจังหวะให้เจ้าฟ้าดำที่ปลอมตัวเป็น ดร.ประเทศ เข้ามาแทรกระหว่างเมษยนกับจ๋า เมษยน, จ่าสีดา, แขกได้เจอกับสมุนของเจ้าฟ้าดำและเกิดการต่อสู้กันจนสมุนของฟ้าดำโดนกระสุน เงินยิงตายจนหมด ต่อมาพวกเขาได้เจอกับผู้พันเขียวอีกครั้ง จึงได้รู้ความจริงว่าผู้พันเขียวเป็นหน่วยเฉพาะกิจเพื่อปราบเจ้าฟ้าดำ และมีเพียงกระสุนเงินเท่านั้นที่สามารถฆ่าเจ้าฟ้าดำได้ ซึ่งก็เหลือเพียง 5 นัดเท่านั้น

สาร วัตรสมเจตน์และจ่าสีดาทำคดีพลาดท่าโดนดูดวิญญาณไปเป็นสมุนเจ้าฟ้าดำ ส่วนจ่าสีดาถูกฆ่าตาย แล้วพวกเมษยนสืบรู้ว่าแท้ที่จริง ดร.ประเทศก็คือเจ้าฟ้าดำที่ปลอมตัวมาเพื่อที่จะครอบครองตัวจ๋า โดยคิดว่าจ๋าคือเมตาวตีกลับชาติมาเกิด เมษยนจึงพาจ๋าหนีไปยังฝั่งเขมรไปซ่อนตัวอยู่ที่ปราสาทแห่งความดี แต่เจ้าฟ้าดำก็ตามมาเจอจนได้ เจ้าฟ้าดำล่อแล้วหลอกให้เมษายนใช้กระสุนเงินจนหมดและชิงตัวจ๋าจากเมษยนได้ อีกครั้ง

เวลานี้เองวิญญาณเมตาวตีปรากฏกายขึ้นและบอกกับเจ้าฟ้าดำว่า จ๋าไม่ใช่ตนที่กลับชาติมาเกิด แล้วยังบอกอีกว่าทุกคนที่โดนเจ้าฟ้าดำฆ่าจะไปเกิดใหม่ไม่ได้สร้างความเสียใจ ให้กับเจ้าฟ้าดำยิ่งนัก เมตาวตีบอกความลับกับเมษยนว่าสร้อยเครื่องรางที่ห้อยอยู่คือกระสุนเงินลูก สุดท้ายที่จะใช้ปราบเจ้าฟ้าดำได้ โดยยิงให้ตรงกลางหน้าผากเจ้าฟ้าดำ เจ้าฟ้าดำก็จะสิ้นชีพลงทันที ติดตามเรื่องราวความสนุกเหล่านี้ได้ในละคร “นรกตัวสุดท้าย”

รายชื่อนักแสดง นรกตัวสุดท้าย

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงเป็น จ้าวฟ้าดำ / ดร.ประเทศ
รวิชญ์ เทิดวงศ์ แสดงเป็น หมวดเมษยน
กัลยกร นาคสมภพ แสดงเป็น เมตาวตี / จ๋า
จิตติมา สำเภาทอง แสดงเป็น จ่าสีดา
เอกพัน บรรลือฤทธิ์ แสดงเป็น ผู้พันเขียว
วุฒินันท์ ภิรมย์ภักดี แสดงเป็น สารวัตรสมเจตน์
กพล ทองพลับ แสดงเป็น หมอแขก
กรกฏ ธนภัทร แสดงเป็น เขมรินทร์
ปีเตอร์ หลุยส์ ไมอ๊อกชิ แสดงเป็น ปิแอร์
วิทิต แลด แสดงเป็น โสภารา

ธาราหิมาลัย

โชคชะตาชักพาให้แพทย์หญิงทิพย์ธารา ลูกสาวคนเล็กและคนเดียวในบรรดาแฝดสี่แห่งไร่อดิศวรรังสรรค์ต้องมาดูแลภูวเนศ คนไข้ที่ถูกทำร้ายจนสูญเสียความทรงจำเพราะความสงสาร เธอจึงให้เขาไปทำงานในไร่ของพี่ชาย ความรักของทั้งสองก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยพี่ชายจอมแสบทั้งสามที่หวงน้องสาวสุดชีวิตก็ไม่ระแคะระคาย

หากอุปสรรคความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่คิดว่าเขาเป็นเพียงคนงานในไร่กลับ เป็นเรื่องเล็กไปถนัดใจ เมื่อคนไข้นิรนามของเธอเป็นถึงเจ้าชายรัชทายาทแห่งปารวัตร หญิงต่างชาติอย่างทิพย์ธาราจะสามารถแหวกม่านประเพณีของปารวัตรเพื่อครองคู่ กับชายที่เธอรักได้อย่างไร

รายชื่อนักแสดงในละคร ธาราหิมาลัย

อธิชาติ  ชุมนานนท์   แสดงเป็น   เจ้าชายภูวเนศ
คิมเบอร์ลี  แอน โวลเทมัส   แสดงเป็น   ทิพย์ธารา
ปริญ  สุภารัตน์   แสดงเป็น   ปฐพี
ปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์   แสดงเป็น   วายุภัค
ณเดชน์  คูกิมิยะ   แสดงเป็น   อัคนี
นพพล  โกมารชุน   แสดงเป็น   ชาดุล
เกรียงไกร  อุณหะนันทน์   แสดงเป็น   วาสุเทพ
สันติสุข  พรหมศิริ   แสดงเป็น   มนตรี
จินตหรา  สุขพัฒน์   แสดงเป็น   สุพรรษา
มาวิน  ทวีผล   แสดงเป็น   ราจีฟ
อดิศร  อรรถกฤษณ์   แสดงเป็น   วรุณ
สรวิชญ์  สุบุญ   แสดงเป็น   ณัฐ
มณีรัตน์  คำอ้วน   แสดงเป็น   ปรียานุช
บรมวุฒิ  หิรัญยัษฐิติ       แสดงเป็น   สาโรจน์
ประกาศิต  โบสุวรรณ   แสดงเป็น   ซาเมียร์
ศานติ  สันติเวชกุล   แสดงเป็น   เสียม
ดารณีนุช  โพธิปิติ   แสดงเป็น   กันยา
จั๊กบุ๋ม  เชิญยิ้ม   แสดงเป็น   เสก
ปาจรีย์  ณ นคร   แสดงเป็น   นากรี
ดนัย  จารุจินดา   แสดงเป็น   นที
อุษณีย์  พึ่งป่า   แสดงเป็น   โบพา
ฐิภารินทร์  ยอดธนาสวัสดิ์   แสดงเป็น   จันทู

เธอคือดวงใจ

เธอคือดวงใจ เป็นเรื่องราวของปฐวี ชายหนุ่มซึ่งมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักแต่งเพลงเหมือนกับ ปรีชา อาของเขา และได้ผันตัวเองไปเป็นพระเอกละครเวทีชื่อดัง โดยปฐวีแอบหลงรักดอกฟ้าที่ชื่อ อรุณรัศมี สาวสวยจิตใจดีมีความเป็นผู้ดีเต็มตัว ซึ่งอรุณรัศมีเป็นลูกสาวของ สุเทพ พ่อค้าใหญ่เจ้าของบ้าน “ศุระการ” แต่ชีวิตของอรุณรัศมีต้องถูกโอบล้อมเอาไว้จากพ่อและ พัลลภ พี่ชายของเธอ พัลลภเป็นลูกชายคนโตของสุเทพและรับราชการทหาร เป็นคนขี้โมโห มุทะลุ หัวรุนแรง อีกทั้งยังมักใหญ่ใฝ่สูง สนใจเล่นการเมือง เขาลงเล่นการเมืองในเครื่องแบบทหาร และติดตามนายพลจนทำให้ครอบครัวเดือดร้อนในที่สุด

สุเทพได้แต่งงานใหม่กับ จรรยา มีลูกติด 1 คนคือ จิตรา ที่คอยอิจฉากลั่นแกล้งอรุณรัศมีอยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองทัดเทียมเท่าอรุณรัศมี แต่ด้วยความเข้มแข็งของอรุณรัศมี ทำให้สองแม่ลูกไม่กล้าที่จะยุ่งกับเธอมากนัก อรุณรัศมีได้ไปที่บ้านเรือนหลังเล็กริมน้ำที่ปรีชาและปฐวีอาศัยอยู่ ทำให้สองแม่ลูกคิดไม่ดีกับอรุณรัศมี จึงได้ไปบอกกับสุเทพให้สองอาหลานออกจากบ้าน แต่สุเทพไม่เห็นด้วยจนกระทั่งเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย จนทำให้อรุณรัศมีไม่สบายใจ เธอพยายามที่จะเตือนให้ปฐวีอยู่ห่างจากจิตรา เพราะไม่อยากให้ปฐวีเดือดร้อน แต่ปฐวีก็ไม่ได้สนใจ

เขาได้สอนดนตรีและเล่นให้อรุณรัศมีร้องเพลงประกอบ จนทำให้ปฐวีมีแรงบันดาลใจที่จะแต่งเพลง “เธอคือดวงใจ” จนวันหนึ่งมีนายทุนมาได้ยินเพลงของปฐวีที่อรุณรัศมีร้อง ก็ได้ขอซื้อเพลงที่ปฐวีแต่งจนได้รับความนิยม ส่งผลให้อรุณรัศมีประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดังกับการแสดงละครเวที นี่เป็นปีทองของอรุณรัศมีที่ประสบความสำเร็จบนละครเวที โดยมีปฐวีเป็นนักร้องที่อยู่เบื้องหลัง หลายครั้งที่ปฐวีใช้เสียงร้องของตนแทนตัวของพระเอก จิตรายังคงตามก่อกวนปฐวีและอรุณรัศมี และยังกล่าวหาสองอาหลานที่มาอาศัยว่าเป็นพวกโจร จิตราวางแผนให้คนมาเผาบ้าน

ทำให้ปรีชาหนีออกมาไม่ทันตายอยู่ในกองไฟ ปฐวีก็ถูกคนทำร้าย แต่ โจ๊ก ซึ่งเป็นเพื่อนของปฐวีได้นำหนังสือเพลงออกมาได้หลังจากที่บ้านถูกไฟไหม้ ปฐวีได้ออกมาอยู่กับโจ๊ก โจ๊กก็ได้เจออรุณรัศมี แต่ไม่ได้บอกว่าปฐวีอยู่ที่ไหน จนกระทั่งเพลงของปฐวีได้กลับมาโด่งดังและมีชื่อเสียงอีกครั้ง จนในที่สุดอรุณรัศมีได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากหนังที่มีเพลง ประกอบ “เธอคือดวงใจ” ซึ่งเป็นฝีมือการแต่งของปฐวี และปฐวีก็ได้รับรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยมคือเพลง “เธอคือดวงใจ” ในที่สุดทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันที่บ้านอยุธยาอีกครั้งและได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่มีต่อกันมานาน

ธรรมะติดปีก

นาบุญเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจบมาหมาดๆและเป็นเจ้าของ เว็บไซต์ชื่อดังที่มีวัยรุ่นเข้ามาเป็นสมาชิกและเป็นที่อ่านเขียนพูดคุยแลก เปลี่ยนความรู้ต่างๆ มากมาย โดยที่นาบุญจะเป็นคนคอยตอบปัญหาให้ทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์โดยมี นามแฝงว่า “เด็กชาย” จนในที่สุดก็ได้พบกับกิญาหญิงสาวจิตกรที่เพิ่งมาสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์และแช ตผ่านทาง MSN จนสนิทกัน ต่อมานาบุญได้เดินทางกลับมาที่หมู่บ้านลืมบำรุง เพราะต้องกลับมาจัดงานศพพ่อเขาตัดสินใจที่จะอยู่กับแม่ที่หมู่บ้านและดำเนิน กิจการของครอบครับต่อไปคือร้านขายดอกไม้และพวงหรีดต่อไป

ในหมู่บ้าน เกิดเรื่องแปลกประหลาดกับเด็กชายจ๋องที่เป็นลูกชายของชิดทองเจ้าของร้านทอง ของหมู่บ้าน จ๋องเป็นเด็กเกเรที่ชอบแกล้งเณรแก่นเป็นประจำจนเกิดเป็นลมล้กชักบ่อยเหมือน ถูกผีเข้าโดยผู้เป็นพ่อที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ได้พาไปหาหลวงพี่คน์ที่ชอบ อ้างตนว่าเป็นจอมขมังเวทย์รักษาโดยเก็บค่ารักษาแพงมากและจ๋องก็ไม่หาย เณรแก่นได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงได้นำเรื่องมาเล่าให้หลวงตาเย็นที่วัด ฟัง หลวงตาได้ออกอุบายกับชิดทองว่าจะรักษาลูกของชิดทองให้หายด้วยไสยศาสตร์และขอ ให้จ๋องมาบวชที่วัด แต่หลวงตาเย็นกลับนำแก่นไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยที่เณรแก่นไม่เข้าใจและหลวงตาจึงสอนให้รู้จักธรรมะที่ว่า ให้ทำสิ่งใดโดยใช้เหตุผลและไม่ใช่อคติในการตัดสินใจ

กิญา จิตกรสาวที่กลับมาที่หมู่บ้านลืมบำรุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกับนาบุญหนุ่มเจ้าของเว็บไซค์ดังโดย ที่กิญากลับมาเพื่อทำสาระนิพนธ์และได้ลุงเจิมผู้เป็นพ่อแนะนำให้ไปที่วัดของ หลวงตาเย็นที่อยู่ในหมู่บ้าน กิญามาที่วัดเพื่อที่ปรึกษากับหลวงตาแต่เธอได้พบกับชิดทองที่เข้ามาเจ้าชู้ ใส่ โชคดีที่นาบุญเข้ามาช่วยไว้ได้ทันกิญาปรึกษากับหลวงตาที่จะวาดภาพที่ผนัง โบสถ์เพื่อเป็นพุทธบูชาและสาระนิพนธ์ และเรื่องราวต่างๆของ “ธรรมะติดปีก”ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วโดยที่หมู่บ้านเป็นฉากและตัวละครต่างที่มา ดำเนินเรื่องโดยที่หลวงตาเย็นเป็นผู้สอนธรรมะให้กับผู้คนในหมู่บ้าน

รายชื่อนักแสดงละคร ธรรมะติดปีก

ภรัณญู โรจนาวุฒิธรรม รับบท นาบุญ
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท กิญา
ยอดชาย เมฆสุวรรณ รับบท หลวงตาเย็น
จินตหรา สุขพัฒน์
กฤษณ์ ศุกระมงคล
ดวงใจ หทัยกาญน์
เกริก ชิลเลอร์
น้องพี ม๊กจ๊ก

ธรณีนี่นี้ใครครอง 2555

ธรณีนี่นี้ใครครอง เป็นละครแนวเบาสมอง-กุ๊กกิ๊กเกี่ยวกับเกษตรกรที่สะท้อนชีวิตกลุ่มเด็กวัย รุ่นหนุ่มสาวที่เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่มีใจและอุดมการณ์ที่อยากทำไร่ ทำสวนในชนบท

เมื่อ อาทิจ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆ ได้เสียสละหยุดเรียนเพื่อให้เขาได้เรียนมาแล้ว อาทิจเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวของ ประวิทย์ ปลัดอำเภอผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และ พูนทรัพย์ แม่ค้าและแม่บ้านที่แสนจะขยันขันแข็ง อาทิจมีน้องเก้าคน เขาจึงมีความจำเป็นต้องหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อจะนำเงินมาส่งเสียน้องๆช่วยพ่อแม่อีกทาง อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการอย่างพ่อ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลงเพราะต้องการใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหา ย่าแดง (ดวงตา ตุงคะมณี) เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อซึ่งเป็นลูกชายคนโต ได้ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้าน เพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่ ย่าแดงยินดีต้อนรับอาทิจเพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมด ต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมดแล้ว ไม่มีใครรับช่วงงานในไร่ซึ่งมีมหาศาลทำต่อ อาทิจรับเงื่อนไขของย่าคือต้องทำงานที่สวนโดยไม่ได้รับเงินเดือน แลกกับการที่ย่าจะส่งเสียน้องๆ เรียนต่ออย่างเต็มใจ เพราะนอกจากจะได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้ว น้องๆยังได้เรียนต่อและที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องการไถ่โทษให้พ่อสำหรับเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

อาทิจทำงานที่สวนอย่างขยันขันแข็ง ย่าแดงเห็นว่าอาทิจมีความมุมานะและตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจ ๑ ไร่ เพื่อใช้ปลูกผักตามที่อาทิจต้องการ นั่นทำให้ ดรุณี (อุรัสยา เสปอร์บันด์) น้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง ซึ่งไม่ถูกชะตาและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาทิจตลอดเวลาอยู่แล้ว เหม็นขี้หน้าอาทิจหนักขึ้นไปอีก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะดรุณีมีปมในใจกลัวว่าอาทิจจะมาแย่งความรักจากย่าแดงไป เธอรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียงลูกที่เกิดจากเมียคนสุดท้ายของพ่อย่าแดง และพ่อของย่าแดงก็ไม่ใช่พ่อเธอ เธอจึงไม่ได้มีสายเลือดผูกพันกับย่าแดงเลยแม้แต่น้อย ย่าแดงเอาเธอมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะเพียงเพราะสงสาร ซึ่งต่างจากอาทิจที่เป็นสายเลือดของคุณย่าโดยตรง ดรุณีจึงคอยหาเรื่องอาทิจ ในขณะที่อาทิจเองก็ไม่ยอมลงให้ดรุณี เพราะเห็นว่าดรุณีไม่มีเหตุผล แถมยังเอาแต่ใจตัวเองและชอบทำตัวเป็นเด็ก ทั้งคู่ทะเลาะตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อยที่หลานรักทั้งสองไม่ลงรอยกัน

อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาสวน และอยากทดลองปลูกผักผลไม้หลายๆอย่างตามประสาเด็กหนุ่มไฟแรง แต่ความที่เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นเคยกับพืชพันธุ์บางอย่าง ทำให้อาทิจไปขุดเอาหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ ดรุณีและไพฑูร (เบญจพล เชยอรุณ) ซึ่งเป็นหลานห่างๆ ของย่าแดงรู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก แต่ไม่มีใครทักท้วงอาทิจแถมยังสั่งห้ามคนงานในไร่บอกความจริงอาทิจ เพราะหวังจะให้อาทิจเสียหน้า

อาทิจมารู้ความจริงว่า ตัวเองเอากล้วยป่าซึ่งนำไปขายไม่ได้เลยมาปลูก ก็เมื่อเขาปลูกมันเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เสียหน้าและเจ็บใจเหมือนตัวเองผลัดหลงเข้ามาอยู่ในที่ที่มีแต่คนแปลกหน้าจึงหันไประบายกับเหล้า หวังจะให้เหล้าช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดในใจได้บ้าง แต่ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองเสียท่าทองประศรี ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำทองประศรีโวยวายว่าอาทิจข่มเหงเธอ และขอให้อาทิจรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีให้หญิงสาวดูแลอาทิจเป็นการตอบแทน ด้วยการเช็ดตัว จัดยา ทำกับข้าว กวาดถูบ้านหรือแม้แต่ซักผ้า ดรุณีจำต้องกัดฟันทำทุกอย่างให้ชายหนุ่ม เพราะลึกๆในใจ หญิงสาวก็รู้สึกผิดที่ทำให้อาทิจต้องป่วยหนัก

เมื่ออาทิจอาการดีขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าเขาเมื่อ สิงห์ทอง (ศานติ สันติเวชกุล) และ คำมา (ศิรินุช เพชรอุไร)พ่อแม่ของทองประศรีพาหญิงสาวมาเอาเรื่องอาทิจ และบังคับให้อาทิจรับลูกสาวเป็นเมีย อาทิจต้องฝืนใจแต่งงานกับทองประศรีเพราะ วิไลลักษณ์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) ที่เป็นภรรยาของ ประเวทย์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) ซึ่งเป็นผู้ว่าฯและมีศักดิ์เป็นอาของอาทิจ มาเกลี่ยกล่อมให้อาทิจเห็นแก่ย่าแดงและหน้าที่การงานของญาติๆทุกคน ย่าแดงจัดการแต่งงานให้อาทิจกับทองประศรีตามสมควรแก่ฐานะ เข้าทางวิไลลักษณ์ที่ต้องการกำจัดอาทิจออกไปให้พ้นทาง เวทางค์ (วิวิศน์ บวรกีรติขจร) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะต้องการให้ลูกชายลงเอยกับดรุณีเพื่อหวังมรดกก้อนโตของย่าแดง

ย่าแดงเสียใจเรื่องอาทิจอย่างที่สุด เพราะเคยหวังไว้ว่าหากอาทิจกับดรุณีรักและลงเอยกันได้ ก็จะมีคนสืบทอดอาชีพเกษตรกร และมีคนทำกินบนผืนดินที่ตนเองรักสืบไป แต่เมื่อเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่ฝันไว้ ย่าแดงจึงได้แต่ทำใจ ในขณะที่ดรุณีเองก็รู้สึกผิด หญิงสาวรู้ว่าความยุ่งยากทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเธอคนเดียวแท้ ๆ ที่เป็นต้นเหตุ

ทองประศรีย้ายมาอยู่ที่บ้านพักของอาทิจ อาทิจตัดปัญหาด้วยการย้ายออกมาอยู่ที่บ้านพักคนงานและตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานโดยบุกเบิกทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี โดยมีย่าแดงสนับสนุนในเรื่องทุนและลงมาช่วยดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งดรุณีที่ลงมาช่วยปลูกผักช่วยรดน้ำด้วยตัวเอง

อาทิจและดรุณีเริ่มพูดกันดีๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีทองประศรีและเวทางค์คอยเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งดรุณีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องแยกไปเรียนที่กรุงเทพฯ กับเวทางค์ และวิยะดา น้องสาวเวทางค์ ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะแน่นแฟ้นขึ้นก็มีอันต้องห่างหายกันไป แต่ก็ไม่ถึงกลับขาดจากกันซะทีเดียวเพราะย่าแดงจะใช้ให้อาทิจคอยเขียนจดหมายและตอบจดหมายดรุณีที่มีมาเสมอ

ถึงเวลาปิดเทอม ดรุณีขึ้นมาที่สวนคุณย่า ก็พบว่าทองประศรีคลอดลูกแล้ว แต่ทุกคนก็รู้กันว่า ไม่น่าจะใช่ลูกอาทิจ เพราะเด็กคลอดตามอายุครรภ์ปกติ 9 เดือน ในขณะที่อาทิจและทองประศรีเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึง 7 เดือน ดรุณีรู้ความจริงเรื่องนี้ก็ได้แต่สงสารอาทิจ ยิ่งอาทิจไม่พูด ดรุณียิ่งสงสาร หญิงสาวจึงพยายามทำดี พูดดีกับอาทิจเพื่อเป็นการไถ่โทษ การช่วยกันทำงาน การใส่ใจดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆของดรุณี ทำให้อาทิจรู้สึกประทับใจโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ต้องตัดความรู้สึกดีๆออกไปจากใจทุกครั้ง เมื่อ เวทางค์ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างดรุณี

อาทิจขอย่าแดงปลูกข้าว ปีแรกล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเพราะพายุโหมกระหน่ำฝนตกหนักน้ำพัดเข้านาจนนาล่ม อาทิจถึงกับท้อ แต่คนที่ทำให้เขามีกำลังใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งก็คือ ย่าแดงย่าหลานช่วยกันสานต่อความฝันเรื่องนาข้าวร่วมกันอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ขึ้นอย่างงดงามสมใจ ในวันที่ข้าวออกรวงงดงาม อาทิจเข้าไปบอกข่าวย่าด้วยความดีใจ ย่าแดงปลื้มใจจนน้ำตาไหลและจากไปด้วยรอยยิ้ม อาทิจรู้สึกเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจที่จากนี้ไป ไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่กับเขาแล้ว

อาทิจให้ น้าแก้ว (ดารณีนุช โพธิปิติ) คนสนิทของย่าแดง ส่งข่าวให้ดรุณีรู้ ดรุณีรีบกลับมาที่สวนคุณย่า หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนหัวใจสลาย เมื่อรู้ว่าคนที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งย่าจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ร่ำลา อาทิจอยากเข้าไปปลอบดรุณี แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะเวทางค์ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

ทนายความเข้ามาเปิดพินัยกรรมฉบับแรก ย่าแดงสั่งเสียให้อาทิจเป็นผู้ปกครองดูแลดรุณีจนกว่าจะเรียนจบ แล้วจึงจะให้เปิดพินัยกรรมฉบับที่สอง อาทิจอยู่ที่สวนย่าแดงอย่างเจียมตัวเพราะเข้าใจว่าเมื่อดรุณีเรียนจบ คุณย่าคงยกทุกอย่างให้ดรุณี ในขณะที่ดรุณีก็คิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าคุณย่าต้องยกทุกอย่างให้อาทิจ

คำสั่งในพินัยกรรมทำให้อาทิจเข้ามาดูแลดรุณีใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆต่อกันมากมาย แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจเพราะคำว่า “ผู้ปกครอง” กับ “เด็กในความปกครอง”และยิ่งวิไลลักษณ์มาคอยเป่าหูว่า ย่าแดงหมายมั่นจะให้เวทางค์กับดรุณีแต่งงานกันเพื่อดูแลสวนคุณย่าร่วมกัน ยิ่งทำให้อาทิจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกหนักขึ้นไป

ดรุณีแนะนำให้อาทิจรู้จักเพื่อนสนิทคือตุ่นหรือตุลยานี (สาวิตรี สุทธิชานนท์) ตุ่นดีใจมากมายเพราะเธอเคยเห็นอาทิจหลายครั้งและเรียกอาทิจว่าผู้ชายในฝัน โดยไม่รู้ว่าอาทิจเป็นคนคนเดียวกับพี่ชายที่ดรุณีคอยเชียร์ให้เธออยู่ตลอดเวลา ตุ่นหลงรักอาทิจอย่างหัวปักหัวปำ หญิงสาวขึ้นมาเที่ยวที่สวนคุณย่าเมื่อเรียนจบตามที่ดรุณีชวน ดรุณีเปิดโอกาสให้ตุ่นใช้เวลาอยู่กับอาทิจอย่างเต็มที่

อาทิจเขินสุดๆที่มีผู้หญิงซึ่งเป็นถึงดาวของมหาวิทยาลัยมาคอยเดินตามและเอาอกเอาใจสารพัด แรกๆชายหนุ่มก็ห่วงความรู้สึกของดรุณี แต่เมื่อดรุณีทำเหมือนอยากอยู่กับเวทางค์ และกันเขาออกไปกับตุ่น อาทิจจึงต้องตัดใจ เพราะคิดว่าดรุณีคงชอบเวทางค์จริงๆ ดรุณีเองก็รู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่เห็นอาทิจออกไปเที่ยวกับตุ่น ทำไมหัวใจตัวเองถึงได้ร้อนวูบวาบนัก แต่ก็พยายามย้ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าเธอจะต้องแก้ไขเรื่องในอดีตที่ผ่านมาให้ได้เธอเคยทำให้อาทิจต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ครั้งนี้เธอจะทำให้เขาสมหวังกับคนที่เขารักและรักเขาให้ได้

ความสัมพันธ์ที่ผิดฝาผิดตัวของทั้งสองคู่ทำให้น้าแก้วอดรนทนไม่ไหว เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าย่าแดงต้องการให้อาทิจกับดรุณีลงเอยกัน น้าแก้วจึงไปขอร้องทองประศรีซึ่งถูกอาทิจจับได้ว่ามีชู้และถูกไล่ออกไปจากบ้านให้กลับมาช่วย ในวันที่อาทิจจะพาตุ่นไปซื้อแหวนหมั้น ทองประศรีก็อุ้มลูกเข้ามาประกาศต่อหน้าตุ่นว่า ตัวเองเป็นเมียของอาทิจและมีลูกด้วยกันแล้ว ขอให้ตุ่นเห็นใจผู้หญิงด้วยกันและเด็กตาดำๆ อย่าพรากพ่อพรากลูกจากกันเลย

ตุ่นเสียใจหนักเพราะความรักครั้งแรกมีอันต้องพังทลายลง หญิงสาวจึงหนีกลับกรุงเทพฯโดยไม่เปิดโอกาสให้อาทิจชี้แจงเรื่องทองประศรี อาทิจเองก็เสียใจไม่แพ้กันที่ตัวเองผิดหวังเรื่องความรักครั้งแล้วครั้งเล่า ดรุณีอาสาเป็นกาวใจให้อาทิจกับตุ่น ทั้งๆ ที่ตัวเองรู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่า รักอาทิจมากมายเพียงใด ดรุณีมาหาตุ่นที่กรุงเทพฯ อธิบายให้ตุ่นเข้าใจเรื่องอาทิจกับทองประศรี ตุ่นเองก็ยังรักและตัดใจจากอาทิจไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้อาทิจมาง้อ

ดรุณีกลับมาบอกข่าวดีกับอาทิจ ทั้งคู่เตรียมจะลงไปหาตุ่น แต่แล้วอาทิจก็โดนงูกัดและล้มป่วยลงซะก่อน ดรุณีโทรศัพท์บอกตุ่น ตุ่นเป็นห่วงอาทิจจะตามขึ้นไปดูแล แต่ก็ถูกเวทางค์ขับรถเฉี่ยวจึงไม่ได้ไป ดรุณีจึงต้องดูแลอาทิจแทน อาทิจซาบซึ้งใจที่ดรุณีช่วยชีวิตเขาด้วยการดูดพิษงูให้ และตลอดเวลาที่เขาป่วย หญิงสาวก็ทำงานแทนเขา ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นความรู้สึกดีๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

ฟากตุ่นก็หงุดหงิดหนักที่ไม่ได้ขึ้นมาดูแลอาทิจ จึงใส่อารมณ์กับคนที่ทำให้เธอนอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งก็คือเวทางค์ไม่ว่างเว้น วิยะดาแปลกใจที่เวทางค์ทนรับอารมณ์ของตุ่นได้ ดรุณีลงมาเยี่ยมตุ่น พยายามจะนัดวันที่อาทิจจะลงมาหาตุ่นให้ได้ ตุ่นบอกไม่ต้องลงมาเพราะเธอจะขึ้นไปขอคำตอบจากเขาเอง เรื่องที่เคยฝันไว้ด้วยกัน เรื่องที่อาทิจได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกและเธอก็จะตามเขาไปเรียนด้วยเช่นกัน ถ้าอาทิจตกลง เธอจะลืมเรื่องในอดีตทั้งหมดและแต่งงานกับเขาทันที

ดรุณีแสดงความยินดีกับอาทิจล่วงหน้า และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่อาทิจสร้างไว้ที่สวนคุณย่า ดรุณีจะสานต่องานทั้งหมดที่อาทิจทำไว้ พร้อมกับอวยพรให้อาทิจมีความสุขกับความรักและครอบครัวอันอบอุ่นกับตุ่น

อาทิจรู้สึกหนักใจที่สุดในชีวิตแต่..ชายหนุ่มก็มีคำตอบให้กับชีวิตแล้วเช่นกัน
ติดตามลุ้นเรื่องราวความรัก ของอาทิจกับดรุณีว่าจะลงเอยอย่างไร? ติดตามใน ธรณีนี่นี้ใครครอง

ธรณีนี่นี้ใครครอง

เมื่ออาทิจ (แอนดริว เกร้กสัน) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆได้หลีกทางเปิดโอกาสให้เข้าแล้ว เขาเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีลูกมากถึงสิบคน

อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลง และใช้วิชาความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อจึงตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหา ย่าแดง (จุรี โอศิริ) เป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อของอาทิจ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตในจำนวนพี่น้องยี่สิบคน ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่

ย่าแดง ยินดีต้อนรับอาทิจเพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมดต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมด แล้ว ไม่มีใครรับช่วงต่องานในไร่ซึ่งมีมหาศาล อาทิจต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะ ย่าแดงได้ให้เงินก้อนเป็นทุนการศึกษาสำหรับน้องอาทิจ และอาทิจระลึกอยู่เสมอว่าเป็นการทำงานใช้หนี้ให้ย่าแดงทั้งสำหรับอดีตที่พ่อ ทำเอาไว้
และปัจจุบันที่ย่าแดงให้ทุนการศึกษาน้องสาวเขาถึงสองคน

อาทิจได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากย่าแดง หลังจากที่ย่าแดงทดสอบ และไว้ใจในความมุมานะ มักน้อยของอาทิจ จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจจำนวนหนึ่ง ดูเหมือนว่าอาทิจจะกลายเป็นหลานชายคนโปรดของย่าแดงเสียแล้ว

ดรุณี (ปิยะธิดา วรมุสิก) น้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง จึงมีศักดิ์เป็นย่าของอาทิจ คนหนึ่งปักหลัก เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากับอาทิจ เพราะความอิจฉากลัวว่าอาทิจจะมาแย่ง ความรักทั้งหมดจากย่าแดงไป อาทิจก็ไม่ยอมลงให้ เหมือน กัน ทั้งคู่ตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อย

อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาไร่ สวน ตามหลักวิชาการที่ได้เรียนมา ความที่อุดมการณ์ ไฟแรง ทำให้พลาดจนได้ อาทิจอุตส่าห์ขุดหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ โดยที่ดรุณีไม่ยอมเปิดปากทักท้วงแถมยังกำชับคนงาน ไม่ให้พูด หวังจะให้อาทิจเสียหน้าในตอนจบ การณ์เป็นเช่นนั้นจริง อาทิจเสียหน้ามาก ตรอมใจหนัก อาทิจตั้งใจเมาประชดชีวิต เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองเสียท่า ทองประศรี (กนกวรรณ บุรานนท์) ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำ ทองประศรีโวยวายว่าอาทิจข่มขืนหล่อน

เรื่องลุกลามใหญ่โต ย่าแดงพยายามช่วยเหลืออาทิจเต็มที่ ในขณะที่ดรุณีเริ่มรู้สึกผิดเพราะความยุ่งยากทั้งหมดเกิดขึ้นเพระาตนคนเดียว แท้ๆเป็น
ต้นเหตุ

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีให้ต้องดูแลอาทิจอย่างใกล้ชิด แต่ถึงขนาดนั้นทั้งคู่ก็ไม่วายกัดกัน ถึงแม้จะเป็นการทำลับหลังย่าแดงเพียงเสี้ยววินาที

เมื่ออาทิจอาการดี ขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าอาทิจ ทองประศรีหน้าด้านเข้ามาบังคับให้อาทิจรับตัวเองเป็นเมีย ย่าแดงจัดการตามสมควรแก่ฐานะ และอาทิจหนีหน้าทองประศรี ไม่มีแม้กระทั่งความคิดจะอยู่ร่วมบ้าน ทองประศรีได้ลูกยุจากพ่อแม่ทำทุกวิถีทาง แม้กระทั่งขนของมาอยู่กับอาทิจ แต่อาทิจไม่เคยสนใจเลยจนกระทั่งทองประศรีตั้งท้อง

ชีวิตของอาทิจ – ดรุณีเหมือนพระอาทิตย์ พระจันทร์ ยากที่จะโคจรมาพบกัน อาทิจปลีกตัวเองไปทำงานสวนอีกแห่งให้ย่าแดง แทบจะไม่รู้ความเป็นไปของครุณีเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี

ความ สัมพันธ์แบบเด็ก-ผู้ปกครองทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน แปลกๆ มีทั้งพ่อแง่แม่งอน ตอบโต้กันเจ็บๆคันๆ แต่ต่างคนต่างก็ทำทุกอย่างในกรอบ ตามที่คุณย่าสั่งเสียเอาไว้ อาทิจรู้ว่า เวทางค์ (จาตุรงค์ โกลิมาศ) ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง มาชอบดรุณี ทั้งที่ไม่ชอบหน้าแต่พยายามสนับสนุนจนกลายเป็นประชดประชัน จนดรณีคิดว่าเป็นการเสือกใสไล่ส่ง ขณะเดียวกันเมื่อเรียนจบ ดรุณีก็พาเพื่อนสาว ตุลยานี (พาเมล่า บาวน์เด้นท์) มาเที่ยวไร่ ตั้งใจจะชักนำให้ลงเอยกับอาทิจ เป็นไปตามคาด อาทิจตกหลุมรักตุลยานีจนถอนตัวไม่ขึ้น ตรุณีเกิดความรู้สึกประหลาดกับตัวเองแต่ก็ทำหน้าชื่นยินดีใน ความรักของคนทั้งสอง

ความฝันในความรักของอาทิจต้องพังทลาย เพราะทองประศรี ซึ่งหนีหน้าไปนานจนใครๆ ก็ลือกันว่าไปขายตัวอยู่ในเมือง กลับมาอาละวาดอ้างตัวว่าเป็นเมียอาทิจ ตุลยานีเสียหน้ามาก หนีกลับกรุงเทพฯไปทันที อาทิจตรอมใจหนักจนล้มป่วยเพราะถูกงูกัด ดรุณีมาช่วยชีวิตอาทิจโดยการดูดพิษงูด้วยปากตัวเอง อาทิจเริ่มหันมารู้สึกต่อดรุณีด้วยก้นบึ้งของหัวใจแต่ทั้งคู่ก็พยายามจับคู่ ให้กันแล
ะกันอยู่นั่นเอง น้าแก้วทนดูไม่ได้ทั้งที่ประกาศให้คนทั้งคู่รู้แล้วว่าคุณย่าต้องการให้คนทั้งสองลงเ
อยกันจนต้องใช้แผนลับสุดยอดเป็นการเผด็จศึก