Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

ไฟต่างสี

ริสาอยู่ในตระกูลที่ร่ำรวย และมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี พ่อของเธอเป็นเอกอัคราชทูตประจำกรุงอัมเสตอร์ดัม ประเทศ ฮอลแลนด์ เธอและครอบครัวได้อาศัยอยู่ที่นั่น วันหนึ่งริสา และเพื่อนสาว เข้าภัตตาคารไทยร้านหนึ่ง ที่นั่นริสาได้พบกับไมค์เป็นครั้งแรก เพื่อนของริสาเข้าห้องน้ำและเห็นขวดน้ำหอมกับสบู่ที่น่ารักจึงคิดเอามาเก็บ ไว้เป็นที่ระลึก ไมค์สังเกตุเห็นความผิดปกติของห้องน้ำ ไมค์เดินมาตรงหน้าริสา เนื่องจากแมรี่ได้เดินออกไปนอกร้าน ไมค์บอกให้รับผิดชอบกับทรัพย์สินที่สูญหาย ริสายินยอมจ่ายด้วยความไม่เต็มใจ และทำให้การพบกันครั้งแรกของไมค์กับริสา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีเลย

แมรี่ และ มืด เพื่อนสนิทของไมค์ มาเป็นเพื่อนกันหลังจาก มืดได้ช่วยแมรี่จากโจรขึ้นอพาร์ตเม้นของเธอ นั่นทำให้ริสาและไมค์มีโอกาศได้พบกันอีกครั้งและได้ปรับความเข้าใจกัน และคบกันเป็นเพื่อน ทำให้ริสาไมค์ชายหนุ่มที่อ่อนโยน และโรแมนติก คนหนี่ง ทำให้ริสาตกหลุมรักไมค์ ทั้งคู่ก็ต้องพบอุปสรรคของความรัก จากคุณย่าของริสา เธอเป็นคนคอยควบคุมและจัดระเบียบชีวิตของริสา เช่นเดียวกับที่เคยบงการชีวิตของลูกชาย

ไมค์เข้าไปขอเดทกับริสา โดยต้องผ่านการอนุญาตจากคุณย่า คุณย่ามองไมค์ว่าเป็นหนุ่มจนๆ และห้ามไม่ให้ริสาพบกับไมค์ต่อไป แต่ริสาและไมค์ก็ยังแอบพบกันเสมอๆ และโกหกคุณย่าว่าจะไปทริปส์กับมหาวิทยาลัย แต่แท้จริงไปกับ ไมค์ และมืด คุณย่าคาดหวังให้ริสาได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะชาติตระกูลดี วันหนึ่งคุณย่าไม่ได้ตามริสาไปงานปาร์ตี้ ที่นั่นว่าที่คู่หมั้นของริสาได้ดื่มจนขาดสติและคิดที่จะทำมิดีมิร้ายกับริ สา ยังดีว่าไมค์ได้ตามไปช่วยทัน และทั้งคู่หลบไปนอกเมืองด้วยกัน คุณย่าเมือ่ทราบเหรือก็โกรธเป็นอย่างมาก เธอไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เธอวางแผนให้ริสาแต่งงานกับชายหนุ่มที่เธอเป็นคนเลือกว่าเหมาะสมกับหลานสาว ของเธอ โดยเป็นไปตามขั้นตอนที่เธอต้องการ

คุณน้า ได้ให้ความช่วยเหลือ ริสา กับไมค์หลบไปอยู่นอกเมืองที่นั้นทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก และความเข้าใจ ภรรยาใหม่ของพ่อรักริสาเนื่องจากเป็นผู้เลี้ยงดูริสามาตั้งแต่เล็กๆ หลังจากการแต่งงานของเธอกับพ่อของริสา สามีของเธอไม่ได้มีความรักให้กับเธอเลย เธอจึงอยู่ด้วยความกดดันและเก็บกด ไม่มีความสุขในชีวิตสมรส จึงทำให้เธอเกลียดและเคียดแค้นสามีและแม่สามีเป็นอย่างมาก เธอจึงวางแผนเรียกให้แม่ของริสาเดินทางจากเมื่องไทยมาที่ฮอลแลนด์ และวางแผนลักพาตัวริสาไป เพื่อต้องการล้างแค้นกับคนในครอบครัวนี้

แต่โชคดี ที่ไมค์ไปช่วยริสาได้ทัน และทำให้น้าอร ที่ต้องการหลบหนีความผิดของตัวเองนั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณย่าหันมามองเห็นความจริงของชีวิตมากขึ้น และยอมรับในความผิดของตัวเอง และหันมามองดูไมค์อย่างยอมรับมากขึ้น ไมค์ตัดสินใจให้แม่เดินทางมาสู่ขอริสากับคุณย่า จึงทราบว่าไมค์เป็นเด็กที่มีชาติตระกูลดี ที่ทำงานในภัตตาคารเพราะต้องการหาเงินเรียนด้วยตัวของตัวเองเท่านั้นไม่ต้อง การรับเงินของพ่อแม่ ทุกคนรู้สึกตกใจเมือทราบกับฐานะที่แท้จริงของไมค์ ริสาโกรธไมค์มากเมื่อทราบความจริงข้อนี้ แต่ความรักและความเข้าใจก็สามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดได้ในที่สุด

ฟ้าเพียงดิน

ฟ้าเพียงดิน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ” พลโท สรายุทธพิชัย ” ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่กัมพูชาหลายสิบปีได้รับนิรโทษกรรมจากรัฐบาล ไทย จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อม ” ชมพู่ ” บุตรสาวที่เกิดในกัมพูชา ระหว่างทางรถที่โดยสารมาเกิดยางแตกผู้ใหญ่บุญทองผ่านมาจึงเข้ามาช่วยเหลือ และเมื่อท่านนายพลรู้ว่าผู้ใหญ่บุญทองกำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงชวนให้เดินทางไปด้วยกัน กลางดึกคืนนั้นมีโจรเข้าดักปล้น

หลัง จากต่อสู้กันท่านนายพลเสียชีวิต แต่ก่อนสิ้นลม ท่านนายพลได้ฝากฝัง ” ชมพู่ ” พร้อมพินัยกรรมไว้กับผู้ใหญ่บุญทอง พร้อมบอกความลับบางประการไว้ให้พิทักษ์ ผู้เป็นน้องเขยของท่านนายพลฉวยโอกาสเข้ามาจัดการทรัพย์สินทั้งหมด โดยอ้างว่าเทวราช ซึ่งเป็นลูกของตนที่เกิดจากพิกุล และได้ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของท่านนายพลตั้งแต่แบเบาะเป็นทายาทคนเดียวที่ เหลืออยู่พร้อมกันนั้นได้สั่งให้ หาญ ซึ่งเป็นชู้รักของ รัสมี น้องสาวของตนเอง และเป็นผู้ร่วมวางแผนสังหารท่านนายพลไปติดตาม และกำจัดชมพู่

ผู้ใหญ่บุญทองพาชมพู่หนีมาอยู่ที่โพธาราม และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ” สาลิกา ” เพื่อปิดบังความจริง ” สาลิกา ” เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักของคนรอบข้าง พร้อมกับ ” ครุฑ ” ลูกชายของเพื่อนผู้ใหญ่บุญทอง ซึ่งต่างไปจากเทวราชที่เติบโตมาอย่างไร้ระเบียบเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง เพราะทนงตนว่าเป็นเจ้ามรดกมหาศาล และคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างในโลก เทวราชกับสาลิกา ได้มาพบกันโดยบังเอิญ เมื่อเทวราชติดตามจ่าพุฒ ลูกน้องเก่าของท่านนายพลมาดูที่ดินซึ่งอยู่ติดกับไร่ของผู้ใหญ่บุญทองเพื่อ วางแผนสร้างคอกม้าตามคำสั่งของพิทักษ์ เทวราชมีนิสัยเกเรมากขึ้นทุกวัน พิทักษ์ จึงจับส่งไปเรียนต่างประเทศพร้อมกับอินทรีย์ ลูกชายของจ่าพุฒ และเรืองรอง ลูกสาวของรัสมี พิกุล

เมื่อ พบหน้าสาลิการู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก ประจวบกับผู้ใหญ่บุญทอง และพ่อของครุฑ เสียชีวิตเพราะถูกโจรปล้น พิกุล จึงชวนสาลิกา ให้ไปอยู่ที่บ้านสรายุทธพิชัยด้วยกันในฐานะลูกอุปถัมภ์ พิทักษ์จัดการให้สาลิกาเรียนทางด้านบัญชี และกฎหมาย โดยวางแผนไว้ว่าจะให้มาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการมรดกหลังจากเรียนจบ ซึ่งสร้างความพอใจให้กับสาลิกาเป็นอย่างมาก

การศึกษาในต่างประเทศไม่ ได้ทำให้เทวราชเปลี่ยนนิสัย พิทักษ์จึงคิดจะใช้สาลิกาเป็นตัวแทนของชมพู่ด้วยการสร้างหลักฐานเท็จเข้ามา อ้างสิทธิ์เพื่อยังยั้งความยโสของเทวราช หลังจากเรียนจบเทวราช อินทรีย์ และเรืองรองเดินทางกลับมาเมืองไทย เมื่อมาถึงเทวราชสั่งให้พิทักษ์โอนทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับเขาเพราะสงสัย ว่าพิทักษ์จะยักยอกทรัพย์สิน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับพิทักษ์เป็นอย่างมาก

ใน เวลาเดียวกันนั้นเองพิทักษ์ได้รับรู้ความจริงว่า สาลิกา คือ ชมพู่ ดังนั้นเขาจึงซ้อนแผนด้วยการบอกกับทุกคนว่า สาลิกา เข้ามาอยู่ในบ้านสรายุทธพิชัยเพราะต้องการสมบัติ โดยการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเอง เทวราช ไล่สาลิกาออกจากบ้าน สาลิกาจึงกลับไปอยู่โพธารามและได้พบกับครุฑ สาลิกาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ครุฑฟังและขอให้เขาช่วยหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ความจริง หาญกับพวกตามมาจับสาลิกาไปในขณะเดียวกัน เทวราช จ่าพุฒ และอินทรีย์ก็เดินทางมาหาสาลิกา เพื่อค้นหาความจริง

เทวราชจะทำอย่าง ไร ถ้าเขาได้พบความจริงว่าสาลิกา คือ ชมพู่ เจ้าของมรดกที่แท้จริงของสรายุทธพิชัย ระหว่างความรัก และความหยิ่งในศักดิ์ศรีเขาจะเลือกอะไร

เพียงใจที่ผูกพัน

มุก พิศุทธ์ (น้องมุก) ที่จากเมืองไทยไปอยู่กับพ่อที่เป็นนักดนตรีที่อังกฤษถึง 10 ปี ได้เดินทางกลับมางานศพของแม่เธอ โดยมีพี่ชายพี่สาวต่างพ่อไปรับที่สนามบิน และในการกลับมาครั้งนี้ พยัคฆ์ (พี่เสือ) ก็ได้เดินทางไปรับเธอด้วย สำหรับน้องมุกนั้นเธอเป็นลูกของตระกูลเก่าแก่ของจังหวัดที่มีธุรกิจมากมาย แม่ของเธอเป็นสส.ที่ได้รับการเลือกตั้งตลอดมา ส่วนพี่เสือเป็นลูกของแม่ที่ใจแตก มีลูกตั้งแต่อายุ 14 ปี กับฝรั่งที่มาสอนหนังสือและมาเที่ยวที่เมืองไทย ที่นำความอับอายมาสู่พ่อแม่ของเธอ จนพ่อตรอมใจกินแต่เหล้า จนเสียชีวิตไปในที่สุด

หลังจากที่แม่ของเสือได้คลอดลูกออกมา เธอก็ไม่เคยดูแลเสือเลย เธอได้ยกเสือให้กับน้องชายที่ขาพิการ และก็ให้น้ากับยายของเสือเลี้ยง โดยตัวเธอเอาแต่เที่ยวเตร่คบผู้ชายไม่เลือกหน้า ไม่มีเงินก็มาไถแม่และน้องของเธอ

จนกระทั้งเสืออายุได้ 9 ขวบ เขาก็ลงทุนเลี้ยงปลาหางนกยูงแล้วเอาไปขายตามตลาดนัดกับน้าชาย จนกระทั้งวันหนึ่งมีการแข่งขันวาดภาพประกวดประจำจังหวัดโดยเสือเคยได้รางวัล นี้มาตลอด แต่ปีนี้เขากลับได้ที่ 2 เขาแพ้ให้กลับน้องมุกที่เขาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้เขาโกรธน้องมุกมากเพราะที่เขาแพ้ไม่ได้แพ้ที่ฝีมือแต่แพ้เพราะเส้นสาย แม่ของน้องมุกเป็นสส.ที่ทางคนจัดเขาเกรงใจ และในการแข่นขันในครั้งนี้ คนที่ได้ที่ 1 และที่ 2 ต้องเข้าค่ายศิลปะ 2 วัน

เมื่อเสือรู้เสือจึงไม่ยอม แต่ครูที่เขานับถือได้มาขอร้องไว้ และในการเข้าค่ายครั้งนี้ เสือได้ว่าประชดประชันน้องมุกตลอด จนตอนเช้าของวันสุดท้ายทางค่ายได้พาคณะของค่ายศิลปะไปดูการทำหอยมุก และในตอนกลับทางฟาร์มหอยมุกได้ให้นักเรียนเลือกหอยมุกซีกมาคนละตัว น้องมุกและเสือก็ได้กลับมาด้วยโดยเสือได้มุกสีชมพูมา น้องมุกเห็นอยากได้แต่ไม่กล้าขอกับเสือ จนกลับมาที่ค่ายหลังพักกลางวันเสือก็ได้เห็นพี่เลี้ยงของน้องมุกกำลังแย่ง หอยมุกกับน้องมุกอยู่ เสือเลยเข้าช่วยและพาน้องมุกไปวาดรูปด้วยกัน และที่นี่เองเสือก็ได้รู้ว่า น้องมุกนั้นโดนรังแกตลอด ไม่ว่าจะเป็นจากพี่เลี้ยงจากพี่สาวต่างพ่อ หรือกับแม่ของเธอเอง จึ่งทำให้เสือสงสารน้องมุกขึ้นมา

ในการวาดรูปด้วยกันนี้ เสือได้ให้รูปของเขากับน้องมุก แล้วน้องมุกก็ได้ให้หอยมุกกับเสือไป ในการนี้เสือได้ให้สัญญากับน้องมุกว่า พอโตเขาจะคืนหอยมุกให้กับน้องมุกโดยจะให้ตัวสีชมพูอีกด้วย หลังจากนั้นก็ได้แยกกัน

ทุกอาทิตย์เสือและน้าต้องไปขายปลาตามตลาดนัด แต่อาทิตย์นี้เสือได้พบกับลูกค้าคนพิเศษที่ชื่อน้องมุก น้องมุกมาหาเสือที่ขายปลาและได้ช่วยเขาขายจนกระทั้งเลิก และในครั้งนี้น้องมุกได้ซื้อปลาบอลลูนไปอีกด้วยโดยตั้งชื่อว่ารถถัง เป็นอย่างนี้ทุกอาทิตย์จนโรงเรียนเปิดเทอม และก่อนจะแยกจากกันเสือได้บอกให้น้องมุกหาแนวทางการเล่นดนตรีเพื่อที่เวลามี ใครว่าจะได้ไม่ต้องสนใจในสิ่งที่ได้ยินอีกด้วย

หลังปิดเทอมอีกครั้ง น้องมุกได้มาหาพี่เสือของเธอที่ตลาดนัด และได้มาบอกเขาเกี่ยวกับการเล่นไวโอลิน และยังมาเล่นให้เขาฟังอีกด้วย น้องมุกมาหาพี่เสือของเธอทุกอาทิตย์ จนกระทั่งวันหนึ่งน้องมุกได้มาชวนพี่เสือของเธอไปงานวันเกิด พลอยพิศุทธ์ พี่สาวของเธอ และในงานนี้เองพลอยพิศุทธ์และเพื่อน ๆ ของเธอได้แกล้งเสือ จนน้องมุกมาเห็นเข้าจึงโกรธพี่สาวของเธอมากที่แกล้งพี่เสือของเธอ

และในวันรุ่งขึ่นนั้นเองน้องมุกได้มาหาพี่เสือที่บ้าน เพื่อมาขอโทษเขา น้องมุกมาพร้อมกับตุ๊กตาที่เสือให้เป็นของขวัญกับพลอยพิศุทธ์ แต่พลอยพิศุทธ์ไม่เอา พอเสือรู้เข้าเขาก็บอกให้น้องมุกทิ้งไป แต่น้องมุกขอไว้เองเสือเลยตกลงให้ไป

น้องมุกมาอยู่เล่นที่บ้านพี่เสือจนบ่ายถึงกลับไป และในวันอาทิตย์นั้นเอง เพชรพิศุทธ์ พี่ชายใหญ่ของบ้านเป็นคนพาน้องมุกมาหาเสือที่ตลาดนัด และในครั้งนี้น้องมุกได้สัญญาว่าจะมาช่วยพี่เสือของเธอขายของทุกอาทิตย์ตลอด ไป

แต่อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอนในอาทิตย์สุดท้ายก่อนเปิดเทอมน้องมุกได้มาลาพี่เสือของเธอ เมื่อพ่อและแม่ของเธอได้หย่าขาดจากกันโดยให้น้องมุกอยู่กับพ่อ เธอถึงต้องเดินทางไปอยู่ที่ฮ่องกง และในการมาลาในครั้งนี้น้องมุกขอให้พี่เสืออย่าลืมเธอ

การ จากลาของทั้งคู่ ทั้งน้ำตานี้ที่เป็นเวลาถึง 10 ปีจะเป็นอย่างไรต่อไป พี่เสือจะลืมน้องมุกหรือไม่ แล้วในระยะเวลา 10 ปีนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงของคนทั้งคู่หรือไม่ แล้วเด็กเลี้ยงปลาขายอย่างเสือจะต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อจะเป็นเสี่ยพยัคฆ์ ที่มีธุรกิจมากมายในตอนนี้ มาติดตามชีวิตของ พี่เสือและน้องมุก ได้ใน ละครเพียงใจที่ผูกพัน

เพลิงสีรุ้ง

แคทลียา หรือ แคท เป็นหญิงสาวที่งดงามอ่อนหวาน ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยสง่าและเป็นกุลสตรีที่ดี ทำให้มีหนุ่มมาติดพันมากมาย แคทกลับมีใจให้หนุ่มน้อยรุ่นน้องชื่อ ทินรัตน์ แต่เพราะความทะเยอทะยานอยากร่ำรวยและต้องการความเป็นอยู่ที่เลิศหรู แคทจึงเลือกที่จะแต่งงานกับ นายเทพ เศรษฐีหนุ่มใหญ่ โดยที่ไม่รู้ว่าเทพเป็นบิดาของทินรัตน์
ทินต้องอยู่ในบ้านอย่างไร้ความสุข เพราะรู้ตัวว่าเขาหลงรักหลงรูปของแม่เลี้ยงอย่างไม่อาจตัดใจได้ แคทเป็นเสมือนนางในฝัน ที่ทินยกย่องเทิดทูนหญิงสาวว่าเธองดงามไม่มีที่ติและวางตัวดีเป็นเลิศไม่มี บกพร่อง มีแต่เขาที่เหมือนมีบาปในใจ หลังการแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการของบิดา ทำให้ทินอยู่ในบ้านอย่างทรมานใจ เขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศและกลับมารับช่วงทำงานต่อจากบิดา

หลายปีที่แคทเป็นนายหญิงของบ้าน ทินจึงหาเหตุไม่อยู่บ้าน และเดินทางไปติดต่องานต่างประเทศบ่อยๆ โดยที่บิดามิได้สงสัย เขามีห้องชุดหรูหราในใจกลางเมืองพักอยู่เป็นส่วนตัว นายเทพเห็นชอบกับทุกสิ่งที่ทินทำด้วยความรักและเกรงใจลูกชายคนโต

แคทได้ครอบครองทุกอย่างที่ปรารถนา มีคฤหาสน์ใหญ่ มีครอบครัว มีฐานะที่มั่นคงร่ำรวยชนิดที่จะเนรมิตทุกสิ่งตามต้องการได้ เธอมีลูกชายกับเทพหนึ่งคนคือ ขัตติยะ หรือ ขวด และรับน้องชายคือ อัสนี หรือ ใหม่ มาดูแล ใหม่อายุมากกว่าขวดเพียงสามปี ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากมาตั้งแต่เด็ก ทินรัตน์ยอมกลับมาพักที่บ้านบ้างบางโอกาสเพื่อใกล้ชิดกับบิดาและน้องชาย ตลอดเวลานับสิบปี…แคทจึงได้มีโอกาสเห็นทินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากหนุ่มน้อยวัยรุ่น เป็นหนุ่มหล่อคมเข้มที่ใจเย็น อ่อนโยน หากฉลาดปราดเปรื่อง มีความเชื่อมั่นในตนเอง ทรงอำนาจ และมีความสามารถ นายเทพไว้ใจลูกชายคนโตจึงให้เขาควบคุมการบริหารทั้งหมด เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีสาวๆ มารุมล้อมมากมาย แต่ลึกลงไปในหัวใจ ทินยังมีแคทเป็นเงา เป็นนางในฝัน

เทพเสียชีวิตเมื่อขวดอายุเพียง 10 ขวบ ความรับผิดชอบและอำนาจในครอบครัวทั้งหมดจึงตกอยู่กับทินรัตน์ ทินจำต้องย้ายกลับมาอยู่บ้าน แคทย้ายออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปอยู่ที่ตึกใหญ่หรูหราด้านข้างที่เทพตั้งใจ ปลูกให้ทินพักเป็นส่วนตัว ทินยิ่งชื่นชมในน้ำใจและการวางตัวของแคท ซึ่งอ้างว่าเขาเป็นทายาทคนโต ควรได้อยู่อย่างสมฐานะ

ขวดซึ่งเติบโตมาด้วยมือที่รักและตามใจของมารดา ที่พร่ำบอกให้เขาดูพี่ชายคนเก่งเป็นตัวอย่าง เขาหัวอ่อนเรียนไม่เก่ง หากก็มีความใฝ่ฝันที่จะเก่งกล้าสามารถ จะเป็นที่ชื่นชมของพ่อแม่อย่างพี่ชาย สำหรับขวด ทินจึงเป็นพี่ชายที่เขาทั้งรัก ทั้งเทิดทูน ทั้งหวาดกลัวที่สุดในเวลาเดียวกัน ผิดกับใหม่ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เป็นคนที่ขวดสามารถพูดคุยได้อย่างสนิทสนมและไว้วางใจที่สุด ทินไม่ชอบใจที่น้องชายติดน้าชายแจ จึงพยายามกันคนทั้งคู่ให้ห่างจากกัน และเขาไม่พอใจนักที่ดูเหมือนว่า แคทจะให้ความรักและใส่ใจกับใหม่มากกว่าขวดที่เป็นลูกชาย

หลังจากนายเทพตายจากไป ความรู้สึกลึกๆ ในใจที่แคทพยายามปิดบังไว้ตลอดเวลาก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้น นั่นคือความรักความชื่นชมในตัวของทินรัตน์ลูกเลี้ยง ผู้ชายคนเดียวที่ซ่อนอยู่ในหัวใจอย่างแท้จริง แม่เลี้ยงสาวสวยกับลูกเลี้ยงหนุ่มหล่อที่มีวัยต่างกันเพียง 5 ปี ต่างพยายามรักษาเกียรติยศของตน และซุกซ่อนความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันไว้ตลอดเวลา สารภี คนเก่าแก่ของตระกูลที่ภักดีต่อทินรัตน์ และมีความผูกพันต่อแคทซึ่งเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน พอจะมองความสัมพันธ์นี้ออกด้วยความเห็นใจ

แต่ทินวางตัวอย่างคนที่รักษาระยะห่างไว้ได้อย่างเหมาะสม แม้จะอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน อยู่อย่างคนในครอบครัวเดียวกัน มีช่วงเวลาที่อยู่กันพร้อมหน้า เขาควบคุมดูแลใส่ใจในเรื่องของน้องชาย แต่ชายหนุ่มเป็นคนบ้างาน ทุ่มเทให้กับงาน และช่วงเวลาใดที่น้องชายไม่อยู่ร่วมบ้าน ทินก็มีเหตุให้ต้องติดงานในต่างประเทศ หรือหายตัวไปพักที่ห้องชุดหรูแทนการกลับบ้าน แต่ไม่ว่าทินจะเลือกทำสิ่งใด แคทก็ยังมีความสุขกับการได้เห็นเขา ได้อยู่ใกล้ชิดในรั้วบ้านเดียวกัน และการที่ทินไม่ตัดสินใจแต่งงานออกเรือน ทำให้แคทแน่ใจว่าเขายังเหลือเยื่อใย ยังมีภาพเธออยู่ในใจเช่นกัน

ทินรู้ว่าเขาไม่อาจทำตามใจปรารถนาในเรื่องของความรัก เขาเป็นคนทระนงในศักดิ์ศรี และสำนึกในความรักความไว้ใจที่บิดามีให้ ทำให้ทินรู้สึกผิดบาปทุกครั้งที่คิดฝันเกินเลยไป ในแวดวงสังคมทินพอใจในความสวยอ่อนหวานของ เสาวรส หรือ รส ซึ่งเป็นสาวมั่นจิตใจดี ทั้งคู่ควงกันออกงานสังคม ทินรู้สึกสบายใจยามอยู่ใกล้รส จึงคบหาดูใจกันเรื่อยมา ที่สุดทั้งคู่ตกลงหมั้นหมายกัน

เสาวรสรักทินรัตน์ และแน่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด ที่ชนะใจผู้ชายที่ดีเพียบพร้อมอย่างทินรัตน์ แต่จนแล้วจนรอด…ผ่านไปนานหลายปี ทินก็มิได้เร่งรัดหรือสนใจเรื่องการแต่งงาน ทั้งที่ห้าปีที่ผ่านมาเสาวรสแน่ใจว่าเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นขวดเติบโต เป็นเด็กวัยรุ่น ช่องว่างระหว่างเขากับพี่ชายยอดบูชายิ่งห่างไกล ขวดรู้สึกถึงข้อด้อยมากมายของตนยามอยู่ต่อหน้าพี่ชาย จึงพยายามหลบหน้าเขา ทินทุ่มเทให้กับหน้าที่การงานซึ่งประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่เป็นที่จับตามองของสังคม และเพราะความในใจที่มีต่อแม่เลี้ยงทำให้ห่างเหินจากน้องชายไปมาก

ขวดกลุ้มใจและกลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา คนเดียวที่พอจะเข้าใจเขาคือน้าชาย แต่ทินรัตน์ไม่ชอบหน้าใหม่ และไม่ต้องการให้ใหม่ใกล้ชิดกับขวด เมื่อผลการเรียนของขวดตกต่ำลง ทินกลับโทษว่าเป็นความผิดของใหม่ แคทเริ่มมองออกว่าลูกชายเหลวไหลและกล่าวโทษว่าลูกชาย ทำให้ขวดยิ่งเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยว ยิ่งเติบใหญ่ขวดยิ่งแน่ใจในอารมณ์อันอ่อนไหว และความรู้สึกที่เบี่ยงเบนของตนเอง เขารู้ตัวเองว่าเป็นเกย์ และก็ยิ่งทุกข์ใจเป็นที่สุดเพราะกลัวว่าพี่ชายจะรู้ความจริงข้อนี้ ขวดเริ่มใช้ยาเสพติดและอ้างเรื่องการเรียน ขอย้ายไปอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูใกล้มหาวิทยาลัย แคทเห็นด้วยและสนับสนุนที่จะให้ขวดไปอยู่ที่นั่น เพราะไม่ต้องการให้ทินพบเห็นมีเรื่องขัดตาขัดใจกับน้องชาย ทินรัตน์เอาใจน้องชายด้วยการซื้ออพาร์ทเม้นท์ให้ขวดเป็นของขวัญวันเกิด

จอมขวัญ หรือ ขวัญ เป็นเด็กสาวรุ่นในวัยเดียวกับขวด เป็นเพื่อนหญิงที่ขวดรักและวางใจ ขวัญเป็นคนสวยน่ารักที่มีปัญหาส่วนตัวมากมายพอๆ กับขวด เธอหนีออกจากบ้านมาอยู่กับขวดที่อพาร์ทเม้นท์ ขวดได้ขวัญอยู่เป็นเพื่อน แต่ทั้งคู่ก็อ่อนเยาว์เกินกว่าจะช่วยแก้ปัญหาของกันได้ขวดมีรูปทินที่หัว เตียงและมักพูดถึงความสามารถ ความใจดีของพี่ชายที่อ่อนโยน ขวดภาคภูมิใจในตัวทินรัตน์มาก ทำให้ขวัญพลอยรู้สึกดีไปด้วย ขวัญพยายามเตือนขวดเรื่องการใช้ยาและการคบเพื่อน ใหม่มาเยี่ยมหลานและรู้สึกพอใจขวัญ จึงต่างดูแลทั้งสองคนเท่าที่จะทำได้ ใหม่ห่วงหลานจึงพยายามเตือนให้เขากลับบ้าน แต่ขวดกลัวทินรู้เรื่องจึงไม่กล้ากลับบ้าน ขวัญพยายามเตือนขวด เพราะเธอรู้สึกว่าขวดอยู่ท่ามกลางความรักของคนในครอบครัว ไม่ควรที่เขาจะหลงทางอยู่เช่นนี้ เธอเตือนให้ขวดรู้ว่าความรักเป็นสิ่งมีค่า ต่างกับเธอที่ไม่มีคนรักคนสนใจขวดรู้ตัวและพยายามที่จะกลับมาเดินในเส้นทาง ที่ถูกต้อง เขาตัดสินใจไปคุยกับมารดา เพื่อขอให้แม่พูดกับพี่ชายให้ยอมรับว่าเขาเป็นเกย์ เขาอยากกลับมาอยู่บ้าน แต่แคทกลับรับไม่ได้ที่ลูกชายเป็นเกย์ และกลัวว่าทินไม่พอใจในเรื่องนี้ ทั้งอาจโทษว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ดี แคทด่าว่าและโทษลูกชายว่าเขาทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง จนทำให้เขาเสียใจมากออกจากบ้านไปอีกครั้งใหม่ต่อว่าพี่สาวอย่างรุนแรง เขาดูออกว่าแคทใส่ใจต่อความรู้สึกของทินรัตน์มากกว่าความรู้สึกของลูกชาย เสียอีก ขวดเตลิดไปอย่างคนที่เสียขวัญ เสียศูนย์ ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว เพื่อนในกลุ่มเดียวกันชวนไปขับรถแข่งซิ่ง ขวดเสพยาอย่างแรงและโทรศัพท์ไปหาใหม่ บอกเขาว่าทางออกที่เขาเลือกคือ จะไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังทั้งมารดาและพี่ชาย ก่อนที่เขาขับรถคว่ำเสียชีวิต

ทินรัตน์ไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของน้องชาย เขาเดินทางไปต่างประเทศหลายสัปดาห์ เขาได้รับข่าวร้ายจากเมืองไทยว่าน้องชายคนเดียวเสียชีวิต ทำให้ต้องรีบเดินทางกลับเมืองไทยในทันที ทินเสียใจกับเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นมาก และโทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่ใส่ใจขวดน้อยเกินไป หลังงานศพจึงคิดสืบหาความจริงและสาเหตุที่ทำให้ขวดต้องตายทินพอจะรู้ว่าน้อง ชายเป็นเด็กขี้เหงามีปัญหาเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วไป เพราะขวดใช้ชีวิตแบบลูกเศรษฐีที่ถูกมารดาตามใจจนเสียคน แต่เขาไม่เคยโทษมารดาเลี้ยง กลับพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเพื่อนของน้องชายว่ามั่วสุมกัน จนเป็นสาเหตุให้ขวดใช้ยาเกินขนาดและเสียชีวิตในที่สุดแม้จะไม่ได้อยู่ดูแล น้องชาย แต่ขวดเคยเล่าให้พี่ชายฟังถึงเพื่อนสาวคนสนิทชื่อจอมขวัญ ทินรัตน์จึงปักใจเชื่อว่าจอมขวัญเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นแค่เด็กข้างถนน และที่สำคัญเป็นต้นเหตุให้ขวดต้องตาย เมื่อรู้ว่าเธอพักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ของขวด ทินแน่ใจว่าขวัญเป็นภรรยาของขวด เป็นคนชักนำให้ขวดเสียคน จึงไล่ขวัญออกจากที่พักอย่างไม่ไว้หน้าขวัญผิดหวังมากที่ทินโยนความผิด ทุกอย่างจากการตายไปของขวดมาที่เธอ ทั้งยังเหยียดหยามสารพัดโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขวัญรู้ดีว่าขวดรักพี่ชายมาก

ขวดคงไม่ต้องการให้ทินรู้ความจริงว่าเขาเป็นเกย์ จึงไม่ยอมบอกความจริงนี้กับทิน ขวัญไม่มีที่ไป เมื่อทินมาคุกคามเธอที่ห้อง บังคับให้ย้ายออกไปทันที จึงเอาตัวรอดด้วยการบอกว่าเธอท้องกับขวด เพียงเพื่อจะได้พักอยู่ในห้องนี้ต่อไป อีกทั้งส่วนลึกในใจขวัญแอบชื่นชมทินมานานก่อนจะพบเขาเสียอีก จึงต้องการที่จะเอาชนะเขา และทำให้เขาเห็นคุณค่าของเธอมากกว่านี้ทินเชื่อสนิทใจว่าขวัญท้อง เขาเห็นเธอเป็นเด็กวัยรุ่นใจแตกที่ต่ำต้อย จึงเสนอที่จะดูแลเธอจนกว่าจะคลอด แลกกับการให้เธอยกลูกในท้องให้เขา เพราะเขาตั้งใจจะเลี้ยงดูเลือดเนื้อเชื้อไขของขวดให้ดีต่อไป ขวัญพอใจที่ทินอ่อนข้อให้และมีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น แม้รู้ดีว่าทินไม่เคยมองเห็นคุณค่าของเธอเลยแม้แต่น้อยใหม่ตามห่วงใยดูแลและ เตือนว่าขวัญกำลังเล่นกับไฟ ทินเป็นคนเข้มงวดจริงจัง ทินคนดีเป็นคนที่ดีก็ดีสุดแสน ยามร้ายก็ร้ายเหลือรับ สำหรับทินไม่เคยมีทางสายกลาง หากรู้ว่าถูกหลอก ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยขวัญลอยนวลไปง่ายๆ ขวัญยอมรับว่าเธอไม่มีทางเลือกเพราะไม่มีที่ไป และต้องการทำให้ทินรู้จักเธอให้ถูกต้องว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา

ทินรัตน์กลับมาอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล หลังจากที่ไม่ได้กลับมานานหลายเดือนเพราะยุ่งกับงานและเรื่องขวัญ ทั้งไม่ต้องการอยู่ใกล้แคทมากเกินไป แต่ก็ไม่มีทางเลี่ยง เขาพยายามปลอบใจและอยู่เป็นเพื่อนมารดาเลี้ยง เมื่อเธอปรารภว่าเหงาและเบื่อหน่าย

ผู้คนในบ้านดีใจในการกลับมาของทิน คนที่เป็นนายผู้ชายของบ้าน เพราะดูเหมือนว่านับแต่บิดาเสียชีวิตไป ทินแทบไม่เคยกลับมาพักที่บ้านอย่างจริงจัง ราวกับว่านี่ไม่ใช่บ้านของเขา เหมือนเขามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปดูแลธุรกิจในต่างประเทศบ่อยๆ กลับมาเมืองไทยแต่ละครั้งก็อยู่ที่บ้านเพียงไม่กี่วัน หรือหายหน้าไปอยู่ห้องชุดที่พักส่วนตัวเสียบ่อยๆ คนในบ้านจึงดีใจทั่วหน้าโดยเฉพาะแคท ซึ่งคิดว่าต่อไปนี้ไม่มีขวดมาตอกย้ำความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดของตนกับทินอีก ต่อไป ความสนใจใส่ใจที่แคทมีต่อทินจึงเปิดเผยมากขึ้นทุกวันจนทินยิ่งอึดอัด เขาจึงเอาเสาวรสมาบังหน้า พาเธอมาทานข้าวที่บ้าน แคทฉลาดพอที่จะแสดงท่าทีที่สงบเสงี่ยมต่อหน้าทิน แต่กลับหาทางเปิดเผยให้รสรู้ ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทินใฝ่ฝันถึงมานาน รสเองก็รู้สึกได้ถึงท่าทีแปลกๆ ของคู่หมั้นหนุ่มยามอยู่ต่อหน้าแคท ใหม่พยายามเตือนสติพี่สาวว่าเธอไม่มีทางได้ครอบครองทินรัตน์ เพราะคนอย่างเขาจะไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยง ใหม่ขอให้แคทมองผู้ชายที่มาติดพันอย่าง นายคณิต นายธนาคารหนุ่มใหญ่ที่คบหาและสนใจแคทมาก

นายคณิตให้เกียรติแคทมากถึงขนาดว่าหากเธอตกลงใจเลือกเขา จะมีการแต่งงานอย่างสมเกียรติของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นแน่ แต่แคทไม่เคยสนใจนายคณิตอย่างจริงจังทินชวนรสไปซื้อของใช้เด็กและพาไปรู้จัก กับขวัญ รสรู้สึกเห็นใจและเอ็นดูขวัญจึงไปเยี่ยมเธออีกหลายครั้ง ทำให้ได้รู้จักใหม่ด้วย แม้จะมีวัยที่แตกต่างกัน ใหม่กับรสกลับพูดคุยกับถูกคอ และเข้าใจกันได้โดยเร็ว ใหม่เห็นใจเสาวรสเพราะรู้ดีว่าทินไม่ได้รักเสารสจริงจังในเชิงชู้สาว ขณะที่รสก็รู้ดีว่าใหม่แอบรักขวัญ แต่ขวัญนั้นซ่อนเงาของทินไว้เต็มหัวใจมองจากภายนอกทุกอย่างราบรื่นเป็นปกติ แต่ทินเริ่มรู้สึกว่าเขาอยู่ใกล้แคทเกินไป แคทยังวางตัวได้อย่างดีเลิศ ทินยังคงรู้สึกว่าแคทเป็นผู้หญิงที่เขายกย่อง และไม่เคยรู้สึกว่าแคททำสิ่งใดไม่ดีไม่งาม เมื่อรู้ว่าใหม่ยังไปยุ่งเกี่ยวกับขวัญ ทินเตือนใหม่ให้อยู่ห่างๆ ขวัญ ใหม่ไม่ฟังจึงทำให้ทินโกรธมาก ใหม่ยังเรียนไม่จบเขายังต้องพึงพาเงินที่พี่สาวส่งเสีย และแคทย้ำให้เขาสำนึกถึงบุญคุณของทิน ขอร้องให้เขายอมอ่อนข้อให้ทิน ใหม่ต้องยอมอดทนเรื่อยมา แต่ตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบเขาจะย้ายออกจากบ้าน เขาจะต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ ตลอดเวลาที่ใหม่มีปัญหา เขาได้เสาวรสเป็นคนปลอบใจให้กำลังใจที่จะสู้ชีวิต

ทินพาตัวเองไปใกล้ชิดขวัญ และใส่ใจเด็กสาวมากขึ้น ด้วยข้ออ้างว่าเกรงเธอจะทำตัวไม่ดี หรือดูแลตัวเองไม่ดี เขาคิดจะซื้อบ้านให้ขวัญเพื่อให้เธออยู่อย่างสบาย และหากขวัญทำตามข้อตกลงยอมยกลูกของขวดให้ เขาจะยกบ้านหลังนี้ให้ ขวัญได้เห็นบางมุมของทินที่น่าประทับใจ แต่ส่วนใหญ่เธอยังต้องทนกับการหยามประณามจากทินที่ตอกย้ำว่าเธอต่ำต้อย เป็นเด็กข้างถนนที่ไร้คุณค่า และเธอต้องรับผิดชอบต่อการตายของขวด

ทินไม่เห็นขวัญแพ้ท้อง แต่เขาไม่มีประสบการณ์หรือความรู้เรื่องเกี่ยวกับคนท้องเลย จึงพาขวัญไปหา หมออติ ซึ่งเป็นเพื่อนของตน ขวัญหว่านล้อมให้หมออติยอมช่วยตนหลอกทินรัตน์ต่อไปจนสำเร็จ ทินเกรงว่าถ้าขวัญไม่แข็งแรงจะกระทบไปถึงเด็กในท้อง จึงพยายามเอาใจและไม่หาเรื่องเธอ ทำให้ขวัญมีช่วงเวลาที่อยู่กับทินอย่างมีความสงบสุขบ้าง แคทเห็นทินหายตัวไปไม่กลับมาบ้านบ่อยๆ เมื่อรู้ว่าเขาตามดูแลขวัญ แคทหวั่นใจว่าเขาจะหลงเด็กสาวอย่างขวัญ แคทยอมรับนัดออกไปทานอาหารที่บ้านนายคณิต จึงได้เห็นรูปของขวัญ นายคณิตบอกว่าเขามีลูกสาวคนเดียวซึ่งหนีออกจากบ้านไปสองปีแล้ว เขาพยายามตามหาแต่ยังไม่พบ แคทรู้ชาติกำเนิดของขวัญแล้วแต่ไม่ยอมปริปากบอกใคร

ขวัญพยายามออกไปหางานนอกบ้าน พบปะเพื่อนเก่าบ้างเพื่อหาทางออกให้กับตัวเองหากว่าทินรู้ความจริง ขวัญได้งานเดินแบบเพราะความสวยน่ารัก แต่ทินไม่ยอมให้ขวัญทำงาน และยังตามบีบให้บริษัทที่จ้างขวัญทำงานบอกเลิกจ้าง ทำให้ขวัญต้องตกงานอีก

วันหนึ่งทินเห็นขวัญเดินเที่ยวอยู่กับเพื่อนที่หน้าห้างสรรพสินค้า เขาโกรธที่เห็นขวัญแต่งตัวไม่เหมาะสมในสายตาของเขา จึงลากขวัญขึ้นรถพากลับบ้าน ระหว่างที่ทะเลาะกันอยู่บนรถ มีรถตัดหน้าทำให้รถต้องเบรกกะทันหัน ขวัญโดนกระแทกจนเจ็บตัว ทินเฝ้าถามอย่างเป็นห่วง ทำให้ขวัญเห็นทางออกที่จะจบปัญหาที่ตัวเองก่อไว้ ขวัญวางแผนหายออกไปจากบ้านหลายวัน ทำให้ทินร้อนใจมาก ขวัญให้ใหม่ไปบอกข่าวแท้งกับทิน

ใหม่แจ้งว่าอุบัติเหตุในวันนั้นทำให้ขวัญแท้งลูก ทินยิ่งเสียใจ เขาตกใจและโทษตัวเอง แคทพยายามปลอบใจให้คิดว่านั่นเป็นอุบัติเหตุ หาใช่ความผิดของเขา ทินมารอพบขวัญที่ห้องพัก แคทตามมาด้วย แต่ขวัญไม่ได้กลับมาที่ห้อง ทินทนรอไม่ไหวจึงคิดที่จะไปคาดคั้นความจริงจากใหม่ แคทพยายามรั้งตัวทินไว้ด้วยการกอดเขา สัมผัสใกล้ชิดเช่นนั้นทำให้ทินลืมตัว แคทสนองตอบเขาอย่างเต็มใจ ดีที่ใหม่เข้ามาขัดจังหวะ ทินได้สติ เขารู้สึกโล่งใจที่ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ แคทต่อว่าน้องชาย ใหม่เตือนแคทให้ยอมรับความจริงว่าสักวันทินจะต้องแต่งงานกับรส คนอย่างเขาไม่มีวันยอมมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงตัวเอง แคทยอมรับความจริงที่ใหม่พูด หากก็สารภาพกับน้องชายว่าเธอรักเขามากพอที่จะยอมเป็นเมียอีกคน แม้ว่าเขาจะไม่ยกย่องเธอก็ตาม ทำให้ใหม่ผิดหวังในตัวพี่สาวมาก

ใหม่เตือนรสให้ใส่ใจคู่หมั้น รสจึงมาหาทินและพูดถึงเรื่องการแต่งงาน ทินขอเวลาอีกหนึ่งปี รสเศร้าใจอยู่เงียบๆ เพราะเข้าใจในท่าทีของคู่หมั้นทินแอบดักรอพบขวัญ เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียขวัญก็ต้องมาเก็บของที่ห้องพัก ขวัญไปขอพักอยู่กับเพื่อนชื่อ สีนวล หลายวัน แล้วจึงแอบมาเก็บของที่ห้องพัก ขวัญตกใจที่ต้องเผชิญหน้ากับทิน ทินเห็นขวัญไม่มีท่าทีเจ็บปวดอ่อนเพลียจากการแท้ง กลับเข้าใจว่าขวัญหลอกเขาว่าแท้งและคิดจะหนีไป ท่าทีโกรธจัดของทินทำให้ขวัญกลัวมาก ทินโทรถามหมออติเรื่องขวัญแท้ง หมออติจำต้องบอกความจริงว่าขวัญไม่ได้ท้องทินโกรธมากที่ถูกหลอก ทุกคนคงยิ้มเยาะว่าเขาโง่สักเพียงใด ที่ปล่อยให้เด็กชั้นต่ำคนหนึ่งมาหลอกให้หัวปั่นได้เนิ่นนานเช่นนี้ เขาวางแผนแก้แค้นขวัญอย่างเจ็บแสบ โดยแกล้งเชื่อว่าเธอแท้ง แกล้งทำดีด้วย

ขวัญคิดว่าทินสำนึกว่าทำรุนแรงเกินไปจึงไม่ได้ระแวงเป็นอื่น ทินวางยาขวัญ แม้จะโดนวางยาและสติเลื่อนลอย แต่ขวัญก็ยอมเป็นของทินอย่างเต็มใจใหม่มาหาขวัญ และพบว่าทินอยู่ในห้องพักของขวัญ เขาตกใจมากคิดว่าทินข่มเหงขวัญ จึงตรงเข้าทำร้ายทิน แต่สู้เขาไม่ได้จึงถูกทินซ้อมบาดเจ็บ ทินเย้ยใหม่ว่าขวัญเป็นเมียเขา และห้ามใหม่ยุ่งเกี่ยวกับขวัญอีก ขวัญพึ่งรู้ว่าถูกทินหลอก แต่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ทินพาขวัญไปอยู่ที่บ้านที่เขาซื้อไว้ ห้ามเธอพบหรือคบกับใหม่อีกขวัญเจ็บตัว เสียใจ สิ่งที่รู้สึกต่อทินมีทั้งความรักและความเคียดแค้นชิงชัง ใหม่คิดว่าทินพาตัวขวัญไปกักขังไว้ จึงบอกเรื่องนี้กับรส รสเสียใจที่ทินถึงกับข่มเหงผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ จึงคืนแหวนหมั้นให้เขา ทินตกใจมาก เขารู้สึกผิดต่อรส จึงตามไปขอคืนดีด้วย แต่รสไม่ใจอ่อน ทั้งยังเตือนให้เขาปล่อยขวัญไปหากไม่ได้คิดที่จะจริงจังด้วยทินไม่ยอมปล่อย ขวัญ แต่กลับไปอยู่กับขวัญบ่อยครั้ง ทั้งคู่ทะเลาะกัน ขวัญไม่ยอมอ่อนข้อให้ และพูดจายั่วก่อกวนให้เขาเห็นถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนของตนเอง ทินกลับอ้างว่าเขาแค่ข่มเหงผู้หญิงที่เป็นเมียของตน เขาจมอยู่กับความสุขที่ตนเองไม่อาจยอมรับว่าแท้จริงเขาพอใจขวัญ ผู้หญิงที่เขาดูถูกตลอดเวลาว่าเป็นคนต่ำต้อยและใจง่าย ใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่ทำให้น้องชายของเขาต้องตาย

แคทรู้ว่าทินหายหน้าไปเพราะไปค้างแรมอยู่ที่บ้านหลังเล็กที่เขาพาขวัญไป อยู่ด้วย ทำให้ยิ่งเจ็บปวด และเริ่มรู้ว่าแท้จริง ทินรัตน์ยังมีมุมของชีวิตที่เธอไม่อาจแตะต้องหรือครอบครองเขาได้อย่างที่คิด รสตัดสินใจบอกบิดาว่าเธอจะถอนหมั้น รสเริ่มแน่ใจว่าทินผูกพันกับขวัญอย่างไม่อาจตัดใจได้ ทั้งใหม่และรสต่างปลอบใจกันและกันด้วยความเข้าใจ ใหม่สอบเทอมสุดท้ายจบแล้ว จึงตัดสินใจออกจากบ้าน ทำให้แคทเสียใจมากที่ใหม่ไม่เคยห่วงใย หรือสำนึกในบุญคุณของเธอซึ่งเป็นพี่สาวที่ทุ่มเทดูแลเขามาตลอดเวลา รสช่วยหาห้องพักให้ใหม่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวหน้าไปด้วยความเข้าใจ ในขณะที่ทินรัตน์ยังติดใจหาความสุขอยู่กับขวัญ แคทเริ่มหันเข้าหาเหล้าด้วยความรู้สึกที่อ้างว้าง ถูกทอดทิ้ง ทินกลับมาบ้านและรู้สึกเห็นใจในความเงียบเหงาของแคท ทำให้ไม่อาจตัดใจ เขายอมไปทานอาหารร่วมโต๊ะที่ตึกเล็ก ยอมตามไปขอให้ใหม่กลับมาอยู่บ้าน ทินเสนอให้ใหม่เรียนต่อ เขาจะส่งใหม่เรียนจนจบปริญญาโท แต่ใหม่ตัดสินใจที่จะหางานทำ ขวัญรู้สึกผิดปกติจึงไปหาหมอ และรู้ว่าตัวเองท้อง ขวัญดีใจมากเพราะรู้ดีว่าทินต้องการลูก ครั้งที่คิดว่าเธอท้องกับน้องชาย ทินยังเอาใจใส่ดูแลอย่างดี หากเธอมีลูกกับเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะต้องดีขึ้น นายคณิตเห็นขวัญกับใหม่ไปด้วยกัน จึงตามหาใหม่ และขอให้ใหม่พาไปพบขวัญ ขวัญต้อนรับคนเป็นพ่ออย่างเย็นชา

นายคณิตขอโทษลูกสาวสำหรับเรื่องในอดีตที่ต่างไม่เข้าใจกัน ใหม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ขวัญกลับบ้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขวัญมีความหวังที่จะทำความเข้าใจกับทิน จึงไม่ยอมกลับบ้าน ทำให้นายคณิตต้องจากไปอย่างผิดหวัง ขวัญสารภาพกับใหม่ว่าเธอรักทินทินยุ่งอยู่กับงานและแคทที่พยายามรั้งเขาไว้ ให้อยู่ติดบ้าน แคทรู้สึกได้ว่าทินใจจดจ่ออยู่กับการไปหาขวัญ ทำให้แคทตัดสินใจไปหาขวัญที่บ้าน แคทพยายามแสดงตนเป็นเจ้าของทิน แต่ขวัญรู้ทันและไม่ยอมลงให้ แคทพูดจาดูถูกขวัญทำให้ขวัญตอบโต้อย่างรุนแรง แคทกลับไปบอกทินว่าขวัญเย้ยหยามเธอ ทำให้ทินโกรธมากตามมาเอาเรื่องกับขวัญถึงบ้าน ขวัญผิดหวังและน้อยใจมากที่ทินกล่าวหาว่าเธอเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่แคทเป็นคนมาหาเรื่องตนถึงบ้าน จึงตอบโต้ทินอย่างรุนแรง ทินไม่ยอมให้ขวัญดูหมิ่นแคทจึงพลั้งมือทำร้ายขวัญ ทำให้ขวัญตกจากบันได ทินไม่รู้ว่าขวัญท้อง เขาออกจากบ้านอย่างโกรธจัด ขวัญแท้งลูก และสูญเสียความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดที่เคยมีให้ทินใหม่ตกใจมากที่ขวัญต้องพบเรื่องที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ เขากลับไปส่งข่าวให้ทินรู้ว่าขวัญแท้งลูกจนตาย คราวนี้เป็นการแท้งจริง และคนที่ฆ่าลูกเมียของตัวเองก็คือทิน ทินรัตน์รู้สึกยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น แม้จะทำไปเพราะความไม่รู้ แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาเจ็บปวดน้อยลง ยิ่งทบทวนเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อขวัญอย่างไม่อาจให้อภัยตนเองได้ นับจากวันนั้นทินกลายเป็นคนที่จมอยู่กับความทุกข์และเหล้า แม้รสจะเตือนให้เขาลุกขึ้นสู้กับความจริงและเริ่มต้นใหม่ แต่ทินกลับรู้สึกเหมือนเขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้วทินเมาเหล้าทุกวัน หากก็พยายามจะรับผิดชอบต่องานของตน ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง แคททนไม่ได้ที่เห็นเขาเป็นเช่นนั้น

แคทถือโอกาสขึ้นมาหาทินถึงตึกใหญ่ สารภีพยายามเตือนสติแคท บ่อยครั้งที่ทินเมาจนครองสติไม่อยู่ แคทพยายามหาโอกาสอยู่กับทิน สารภีกลับขัดขวางไว้และโทรเรียกใหม่มาที่บ้าน ทำให้แคทไม่พอใจที่ใหม่คอยขัดขวางระหว่างเธอกับทิน ใหม่เห็นทินต้องอยู่ในสภาพที่หมดกำลังใจเช่นนี้ จึงได้รู้ว่าคนที่ทินรักจริงๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวก็คือขวัญ ใหม่พยายามเตือนสติให้พี่สาวรู้ว่าทินรักขวัญ แคทไม่ควรที่จะฝันถึงผู้ชายอย่างทินอีก แคทด่าว่าใหม่ว่าเขาเนรคุณ ใหม่ผิดหวังมากจึงต่อว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะแคทรักผู้ชายที่ตนไม่ควรรัก ทั้งยังทำทุกวิถีทางที่จะครอบครองเขา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เพราะต้องการที่จะดูดีและงดงามเสมอในสายตาของทินรัตน์ ทำให้แคทไม่ยอมรับความจริงมาตั้งแต่ต้น หากแคทยอมรับในความผิดพลาดของขวด ยอมให้อภัยลูกชาย มีความรักลูกมากพอที่ทำให้ขวดรู้สึกอบอุ่นใจและมีที่พึ่ง เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น ใหม่ผิดหวังที่แคทคิดแต่จะโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น โดยไม่สำนึกในสิ่งที่ตนได้ทำลงไป ทินรัตน์กลับมาได้ยินเรื่องนี้จึงขอให้ใหม่เล่าความจริงทั้งหมดทินรัตน์ได้ รู้เรื่องที่เขาควรรู้แต่ไม่เคยรู้มาตลอดชีวิต นั่นคือขวดเป็นเกย์ หากทุกคนในครอบครัวกลับกดดันให้ขวดรู้สึกว่าเขาต่ำต้อย ไม่อาจเทียบกับพี่ชายได้ ขวดทั้งรักทั้งกลัวพี่ชายจะรู้เรื่องและไม่ยอมรับในตัวเขา ขวดไม่เคยมีความสัมพันธ์กับขวัญ ขวัญคือคนที่รับกรรมจากความเข้าใจผิดของทินเท่านั้นทินกลับมาที่บ้านเดิมที่ เขาเคยอยู่กับขวัญ ทินได้สติได้คิดได้ไตร่ตรองถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ได้รู้ถึงความเลวร้ายที่เขาทำกับขวัญ เขาทำใจไม่ได้จึงชกกระจกจนมือแตกเลือดท่วมตัวและหมดสติไปด้วยความเมา แคทตามมาพบและพาเขาไปโรงพยาบาล หมออติเตือนว่าอาการเขาน่าเป็นห่วง ทินกลับมารักษาตัวที่บ้าน แคทพยายามใกล้ชิดทิน แต่ทินหมดใจในตัวแคท เขายอมรับความจริงว่าตัวเองเลวเพียงใด เขาเคยรักผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยง เป็นรักต้องห้าม แต่นั่นเป็นรักครั้งแรกที่เขายากจะลืม แต่เขาจะไม่ทำผิดอีกต่อไป รสพยายามช่วยให้ทินตื่นจากฝันร้ายและเริ่มต้นใหม่ แม้จะไม่ใช่คู่หมั้นแต่เธอยังทำตนเป็นเพื่อนที่ดี รสชวนทินไปงานเลี้ยงที่นายคณิตจัดขึ้นเพื่อต้อนรับลูกสาวคนงาม ทินไม่สนใจแต่รสตามมาลากตัวเขาไปร่วมงานจนได้ ทินตกใจที่พบว่าลูกสาวนายคณิตคือจอมขวัญ เขาพยายามขอโทษขวัญ แต่เธอแสดงท่าทีไม่รู้จักเขา ทั้งยังเฉยเมินจนทินเจ็บลึกในใจ

รสไม่ยอมรับว่าขวัญคือเด็กสาวที่ทินเคยเหยียบย่ำทำร้าย เพราะจอมขวัญคนนี้พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ และทำให้ทินได้คิดว่าหากขวัญเป็นลูกสาวเศรษฐีจริง มีหรือที่เธอจะยอมทนให้ทินเหยียดหยามรังแกถึงเพียงนั้น ทินรัตน์แน่ใจว่าขวัญยังไม่ตาย แต่เธอจะไม่มีวันให้อภัยในความเลวร้ายของเขา ทำให้ทินยิ่งจมอยู่กับความทุกข์ทรมาน แคทเริ่มรู้ว่าทินรัตน์จะห่างไกลไปจากเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทนไม่ได้ แคทชวนทินดื่มเหล้าเพื่อปรับความเข้าใจ แคทพยายามขอให้ทินเห็นใจ แต่ทินยืนยันว่าเขาไม่อาจเห็นแคทเป็นอื่นได้ นอกจากเป็นผู้หญิงที่เคยเป็นภรรยาของบิดา แคทหมดหวังทุกสิ่งจึงแอบวางยาในแก้วเหล้า ทินขอตัวกลับขึ้นห้องนอนด้วยสติเลือนลางแทบจะหลับไป แคทตามทินขึ้นไปบนห้องโดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของสารภี สารภีเห็นความผิดปกติจึงตามขึ้นไปดูแคทกอดทินและพร่ำบอกถึงความรักที่เธอมี ต่อเขา หากว่าเธอไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาในโลกนี้ เธอก็พร้อมที่จะตามเขาไปในอีกโลกหนึ่งที่ทั้งคู่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้ แคทใช้มีดแทงทินที่ทรวงอก เขาพลิกหลบด้วยสติที่เหลือเพียงน้อยนิด เลือดแดงฉานท่วมตัวทินรัตน์ที่ช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาเสียเลือดมากและขยับตัวไม่ได้ ทั้งยังได้เห็นแคทใช้คมมีดปาดคอตัวเองก่อนที่จะหมดสติไป สารภีช่วยนำทินรัตน์ส่งโรงพยาบาล ด้วยอาการที่สาหัสเป็นตายเท่ากัน ส่วนแคทเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทำให้ทินรัตน์ยิ่งหมดกำลังใจ เขานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ไม่ยอมรับรู้สิ่งรอบตัว

ขวัญทำใจแข็งไม่ยอมไปเยี่ยมเขาสักครั้ง แต่นายคณิตและใหม่ต่างมองออกว่าเธอห่วงทินจนแทบคลั่ง ใหม่ทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาอยากให้เรื่องร้ายจบลงด้วยดี เรื่องร้ายที่พี่สาวเขามีส่วนก่อขึ้นด้วยความรักความหลงทินรัตน์ยอมลุกขึ้น อีกครั้งเพื่อไปร่วมงานเผาศพแคทเพื่ออโหสิกรรมแก่กัน เขาลดทิฐิขอโทษใหม่สำหรับเรื่องในอดีต หากรู้ว่าขวดอ้างว้างสับสน เขาคงใส่ใจขวดมากให้กว่านี้ หากรู้ว่าเขาสำคัญสำหรับแคทเพียงนี้ เขาคงยอมแต่งงานกับเธอ แต่ทุกอย่างล้วนสายเกินไป ใหม่รู้ว่าทินกำลังสับสนและอ่อนแอจึงไปพูดกับขวัญอีกครั้ง เพราะคนที่จะช่วยให้ทินยืนหยัดได้อีกครั้งก็คือขวัญขวัญยังสับสนเพราะเรื่อง ในอดีตร้ายแรงเกินกว่าจะลืมเลือนได้ง่ายๆ ทั้งไม่แน่ใจว่าทินจะรักเธอจริง เพราะคัทลียาเป็นนางในฝันของเขามานานจนเธอไม่แน่ใจว่าทินจะรักใครได้อีก ขวัญตัดสินใจที่จะเดินทางไปต่างประเทศจึงพูดเรื่องนี้กับนายคณิต คณิตเตือนลูกสาวว่าคนเราล้วนเคยผิดพลาด หากขวัญรักทินก็ควรให้โอกาสเขา ไม่ควรวิ่งหนีหัวใจตนเองซึ่งไม่มีทางที่จะหนีพ้นไปได้ รสช่วยพูดกับขวัญให้แน่ใจว่า ขวัญเป็นผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในหัวใจทินรัตน์ และตอนนี้เธอสำคัญสำหรับเขามาก ทินกำลังทุกข์ทรมานกับบาปที่ตนเองกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดทินรัตน์ย้ายตัว เองไปอยู่บ้านที่เขาเคยอยู่กับขวัญ แม้จะไปทำงานทุกวัน แต่เขาก็เหมือนคนไม่มีหัวใจ ไร้ความสุขและมีเหล้าเป็นเพื่อน ขวัญทดสอบหัวใจตนเองด้วยการไปเยี่ยมเขาที่นั่น ทินคิดว่าเขาฝันไปที่ได้เห็นเธอ แค่สัมผัสแรกที่ได้อยู่ในอ้อมแขนทินอีกครั้ง ขวัญก็แน่ใจว่าเธอรักเขามากเกินกว่าจะทอดทิ้งเขาไปได้

ขวัญกลับไปปรึกษารส บอกว่าเธอรักทิน แต่หากเขาไม่ลุกขึ้นมาสู้ เธอจะไม่กลับไปหาเขาง่ายๆ ทินตามขวัญมาเพราะคิดว่าขวัญให้อภัยเขาแล้ว ขวัญกลับไม่สนใจแยแสบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพราะเขาเมาหลับฝัน ไปเท่านั้น ทินรัตน์หัวปั่นกับการยั่วยวนของขวัญเสาวรสเห็นเป็นเรื่องสนุก และยุให้ทินเอาชนะขวัญให้ได้ รสกับใหม่กลายเป็นที่ปรึกษาที่ดีของทิน ใหม่กับรสเข้าใจและรักกันได้ในที่สุด ทินดีใจที่รสมีหนทางเดินที่เป็นสุข ส่วนเขายังต้องอดทนและพยายามเพื่อชดเชยสิ่งเลวร้ายที่ทำไว้กับจอมขวัญขวัญ แกล้งยั่วทินทุกวิถีทาง ทำให้เขาหัวเสียตลอดเวลา แต่นั่นก็ทำให้ทินรัตน์ลุกขึ้นสู้และมีชีวิตอีกครั้ง ทินหมดความอดทนบอกว่าเขาจะฉุดขวัญไปเป็นเมีย รสต้องเตือนว่าขวัญเป็นเด็กมีพ่อแม่ ทินจึงไปขอขวัญจากนายคณิต ก่อนที่จะวางยาแล้วพาขวัญไปบ้านพักที่ชายทะเลขวัญตื่นขึ้นมาพบว่าทินรัตน์ ไม่ได้แตะต้องล่วงเกินเธอ เขาขอโทษและเปิดทางให้เธอเลือก หากขวัญไม่ให้อภัย เขาจะส่งเธอกลับบ้าน จะไม่ตามรังควานเธออีก เขาจะมีชีวิตอยู่เพื่อชดเชยสิ่งที่เคยทำผิดไป ขวัญแน่ใจแล้วว่าเธอสำคัญเพียงใดสำหรับเขา ทั้งคู่พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ เริ่มจากการให้อภัย และจะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรักความเข้าใจตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

นักแสดงละคร เพลิงสีรุ้ง

กฤษฎา พรเวโรจน์   รับบท   ทินรัตน์
สุษิรา แน่นหนา (ซูซี่)   รับบท   จอมขวัญ
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์   รับบท   คัทลียา (แคท)
หลุยส์ สก๊อต   รับบท   อัสนี (ใหม่)
เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์   รับบท   เสาวรส
ทรงสิทธิ์  รุ่งนพคุณศรี   รับบท   คณิต
อชิตะ วุฒินันท์สระสิทธิ์   รับบท   สีนวล
ภรผกา  เสียงสมบุญ   รับบท   มิ่งขวัญ
จรรยา ธนาสว่างกุล   รับบท   สารภี
อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา   รับบท   หม่าม้า
ตรีพล พรมสุวรรณ   รับบท   หมออติ
ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ   รับบท   โฉมสุดา
สรณัฐ ยุปานันท์   รับบท   วิลลี่
อเล็กซ์ เรนเดล  (รับเชิญ)   รับบท   ขัตติยะ (ขวด)

เพลิงพราย

เดือน (ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต) เป็นนักเขียนนวนิยายกุ๊กกิ๊ก ถูกผีสาว ปลายรุ้ง(เนย-โชติกา วงศ์วิลาศ) เข้าสิง เพื่อไปหาผู้ชาย 3 คนคือ พลภัทร ผกก.เสน่ห์แรงคนรักของเธอ ซึ่งมีภรรยาอยู่แล้วคือ อุ๋ม(ธนิดา กาญจนวัฒน์(จินี่)) และ อุ๋ม เป็นเพื่อนสนิทของ เดือน คนที่สองคือ สาคร(เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) เจ้าของผับที่ ปลายรุ้ง ไป เที่ยวก่อนตาย และ ปรเมศร์(ภูริ หิรัญพฤกษ์)นายตำรวจที่เจอเธอในผับเพื่อสืบหาว่าใครคือฆาตกร

พฤกษ์ (ต่าย-ณัฐพล ลียะวณิช) ผู้หมวดหนุ่มถูกสั่งให้สืบหาการหายตัวของ ปลายรุ้ง จึงทำให้เข้ามาพัวพันกับ เดือน จนทำให้รู้ว่า เดือน ถูกผี ปลายรุ้ง สิงเพื่อทำร้ายคน แต่เขาก็ไม่สามารถช่วย สาคร ไว้ได้ โดยถูกฆ่าตายอย่างปริศนาเป็นรายแรก ด้าน อุ๋ม จับได้ว่า พลภัทร(อภินันท์ ประเสริฐรัตนกุล) แอบไปมีสัมพันธ์กับดาราสาว จึงชวน เดือน ไปหลบพักที่บ้านต่างจังหวัด ทำให้ เดือน ได้พบ ผีย่าน้อย ที่รอคอยน้องสาวในอดีตชาติซึ่งก็คือ เดือน เพื่อเตือนว่าเธอมีวิญญาณอาฆาตพยายามครอบงำชีวิต หากเข้าสิงบ่อยๆพลังชีวิตของเธอจะถูกดูดจนหมด  เมื่อ เดือน กลับมากรุงเทพฯ ผี ปลายรุ้ง  ก็เข้าสิง  อุ๋ม  เพื่อไปอยู่กับ  พลภัทร  ผีปลายรุ้ง บังคับให้ พลภัทร บอกว่าใครคือคนฆ่าตน ชายหนุ่มวิ่งหนีไปก่อนจะถูกกระสุนปริศนายิงตาย

พฤกษ์ พยายามสืบต่อและ เดือน ก็ช่วยเหลือจนพบศพ ปลายรุ้ง ที่คอนโดนี้เอง ทำให้ ปลายรุ้ง มีอำนาจยิ่งขึ้น ด้าน เชิดชาย(อนันต์ บุนนาค) เป็นผู้จัดการคอนโดที่มีจิตวิปริตชอบแอบบันทึกภาพสาวๆในคอนโด เขาบันทึกภาพชายคนหนึ่งอุ้ม ปลายรุ้ง ออกมาจากห้องพักห้องหนึ่งในสภาพหมดสติได้โดยบังเอิญ จึงคิดแบล็กเมล์ซึ่งคนนั้นก็คือ ปรเมศ สำหรับ ปรเมศ เป็นตำรวจรุ่นเดียวกับ พฤกษ์ เขารู้จักกับ สาคร และ สาคร เป็นเพื่อนกับ พลภัทร เมื่อ ปรเมศ รู้ว่า พลภัทร ต้องการเขี่ย ปลายรุ้ง ทิ้งเขาจึงอาสาจัดการให้ ต่อมา ปรเมศ กลัวความผิดจึงจัดการเก็บทั้ง สาคร และ พลภัทร แม้แต่ เชิดชาย ก็ถูกฆ่าโดยไม่รู้ว่า เชิดชาย ทำก๊อบปี้ไว้อีก 1 ชุด และฝากเพื่อนช่วยส่งให้ เดือน

ปองชัย(กานต์ อรุณเรืองสวัสดิ์) บังเอิญพบหลักฐานชี้ไปที่ ปรเมศ แต่ ปรเมศ รู้ตัวจึงจัดการ ปองชัย ซะก่อน และหลอกพา พฤกษ์ ไปฆ่า พฤกษ์ รอดชีวิตไปได้ แต่แกล้งตายเพื่อสืบหาฆาตกรที่แท้จริง พฤกษ์ มาหา เดือน และเล่าเรื่อง ปรเมศ ให้ฟัง เดือน จึงนึกได้ว่าเธอได้รับพัสดุเป็นแผ่นซีดี เมื่อนำมาเปิดดูก็เจอภาพ ปรเมศ อุ้ม ปลายรุ้ง ออกจากห้อง แต่แล้วฆาตกรคิดจะฆ่าปิดปาก เดือน อีกคน ชีวิตของ เดือน กำลังตกอยู่ในอันตราย

เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง และใครเป็นฆาตกร ถ้าอยากรู้ติดตามชมละคร เพลิงพราย

เพลิงบุญ

เพลิงบุญ เป็นเรื่องราวของ พิมาลากับใจเริง เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองเรียนอยู่ห้องเดียวกันจนกลายเป็นคู่หูกัน ครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ฤกษ์ได้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านพิมาลา จนกลายเป็นเพื่อนบ้านกัน และได้รู้จักกับพิมาลาและใจเริง

ใจเริงและฤกษ์รู้สึกถูกใจกันตั้งแต่แรก พบ จึงคบหาสนิทสนมกันตั้งแต่นั้นมา โดยมีพิมาลาคอยรับรู้ความเป็นไปในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ทุกครั้งที่ฤกษ์และใจเริงทะเลาะกัน ฤกษ์จะคอยมาปรึกษากับพิมาลาอยู่เสมอ จนวันหนึ่งใจเริงได้รู้จักกับหนุ่มนักเรียนนอก คือ เทิดพันธุ์ ใจเริงให้ความสนใจในตัวเทิดพันธุ์อย่างออกนอกหน้าและเริ่มตีตัวออกห่างจาก ฤกษ์ไปทุกที ในขณะที่ฤกษ์กลับหลงรักใจเริงอย่างหัวปักหัวปำ และยังคงมาปรึกษาเรื่องของเขากับใจเริงกับพิมาลาอยู่เช่นเคย ในที่สุดใจเริงก็บอกเลิกกับฤกษ์และตัดสินใจแต่งงานกับเทิดพันธุ์ ทำให้ฤกษ์เสียใจและคับแค้นใจเป็นที่สุด

ด้วยความเป็นเพื่อนที่มีให้ กันแต่ดั้งเดิมจนสนิมสนมคุ้นเคยกัน ฤกษ์ตัดสินใจบอกรักพิมาลา ทั้งสองคบหากันในฐานะคนรักและสัญญากันว่าจะแต่งงานกันทันทีที่พิมาลาเรียนจบ ในวันหมั้นของพิมาลากับฤกษ์ ใจเริงได้มาร่วมงานด้วยและได้บอกกับพิมาลาว่ากำลังจะหย่าขาดกับเทิดพันธุ์ ทำให้พิมาลาตกใจมาก หลังแต่งงานฤกษ์กับพิมาลาแยกออกมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ใจเริงซึ่งได้หย่าขาดจากเทิดพันธุ์แล้วได้กลับมาขอความช่วยเหลือจากพิมาลา พิมาลาสงสารใจเริงจึงตัดสินใจให้ใจเริงมาพักอาศัยอยู่กับตนและฤกษ์ โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจของเธอนั้นจะนำมาซึ่งความร้าวฉานระหว่างเธอกับ ฤกษ์จนยากที่จะแก้ไข

ช่วงเวลาที่ใจเริงอาศัยอยู่กับฤกษ์และพิมาลา นั้น ใจเริงพยายามที่จะแทรกตัวเข้าไประหว่างฤกษ์กับพิมาลาตลอดเวลา สร้างความอึดอัดใจให้แก่ฤกษ์และพิมาลาเป็นอย่างมาก จนกระทั่งฤกษ์ได้ออกอุบายให้ใจเริงย้ายออกจากบ้านไปในที่สุด โดยทำทีเป็นหาที่อยู่ใหม่ให้กับใจเริง จนวันหนึ่งพิมาลาได้รู้ความจริงว่าฤกษ์หลอกเธอมาตลอดเวลา พิมาลาถึงกับช็อกเมื่อฤกษ์สารภาพว่าเขากับใจเริงมีความสัมพันธ์กัน ฤกษ์ยอมรับผิดทั้งหมดโดยบอกกับพิมาลาว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่อยากจะเอาชนะ ผู้หญิงอย่างใจเริง และอยากแก้แค้นใจเริงที่เมื่อครั้งอดีตเคยทิ้งเขาไป ฤกษ์ขอคืนดีกับพิมาลาโดยให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใจเริงอีกต่อไป พิมาลาใจอ่อนยอมให้อภัยฤกษ์และเชื่อใจฤกษ์อีกครั้ง

เหมือนเคราะห์ซ้ำ กรรมซัด พิมาลาต้องช็อกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อฤกษ์มาบอกว่า ใจเริงกำลังจะมีเด็กกับเขา หัวใจของพิมาลาแทบสลาย ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอขอเลิกกับฤกษ์ทันที ฤกษ์ไม่ยินยอม ขอร้องให้พิมาลาอภัยให้เขา โดยเขาจะรับเลี้ยงแค่ลูก ส่วนใจเริงเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป พิมาลาแทบจะไม่มีแรงกำลังจะสู้กับปัญหาได้ไหว จึงแยกกันอยู่กับฤกษ์ โดยเธอกลับไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอ ฤกษ์ยังคงแวะเวียนมาตามง้อพิมาลาอยู่เสมอ แต่พิมาลายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฤกษ์ พิมาลาขอหย่าจากฤกษ์หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะฤกษ์ไม่ยอมหย่าให้

เทิดพันธุ์ได้พบกับพิมาลา และรับรู้เรื่องราวของเธอกับฤกษ์ และใจเริง เทิดพันธุ์คอยเป็นกำลังใจให้พิมาลาจนฤกษ์รู้สึกหึงหวงแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ใจเริงคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชาย พิมาลากับฤกษ์หย่าขาดจากกันในที่สุด

วันเวลาผ่านไป ใจเริงกับฤกษ์ทะเลาะกันทุกวัน ฤกษ์กลายเป็นคนติดเหล้า ขณะที่ใจเริงก็ออกไปเที่ยวนอกบ้านตามวิสัยที่เคยเป็นมา พิมาลาได้แต่มองดูและรับรู้ความเป็นไปของทั้งสองด้วยความเศร้าใจ ใจเริงกับฤกษ์ทะเลาะกันรุนแรงขึ้น จนในที่สุดใจเริงออกจากบ้านของฤกษ์ไป ฤกษ์ได้เรียนรู้แล้วว่า เขาไม่มีวันที่จะเอาชนะผู้หญิงอย่างใจเริงได้เลย เพราะความอยากลองดี อยากเอาชนะของเขาเองนำพาความทุกข์แสนสาหัสมาให้เขากับพิมาลาจนยากที่จะกลับ มาเป็นเหมือนเดิมได้
ฤกษ์มาขอคืนดีกับพิมาลา แต่พิมาลายังคงใจแข็ง แม้ในส่วนลึกเธอเองยังรักฤกษ์อยู่มาก แต่เพราะเธอยังไม่มั่นใจกลัวว่าวันหนึ่งหากใจเริงกลับมา เธอจะทำอย่างไร เพราะอย่างน้อยใจเริงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของลูกชายของฤกษ์

ฤกษ์กับ พิมาลาคืนดีกันในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อของฤกษ์ ฤกษ์และพิมาลาไม่ปฎิเสธเลยว่าตลอดเวลาที่ทั้งสองแยกจากกันไปนั้น ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้ว่ายังรักกันมากมายเหมือนเดิมและยิ่งรักกันมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

พิมาลาคลอดลูกสาว สร้างความดีใจให้เธอกับฤกษ์ไม่น้อย ทั้งสองช่วยกันเลี้ยงดูลูกชาย ลูกสาว ด้วยความรักและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

นักแสดงละครเรื่อง เพลิงบุญ ปี พ.ศ. 2532

ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ฤกษ์
แอน ทองประสม แสดงเป็น พิมาลา
บุษกร พรวรรณะศิริเวช แสดงเป็น ใจเริง
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ แสดงเป็น เทิดพันธุ์

เกร็ดละคร เพลิงบุญ : บทใจเริงนั้นแต่เดิมได้วางนักแสดงไว้คือ บุญพิทักษ์ จิตกระจ่าง ซึ่งเป็นบทร้ายครั้งแรกของเธอ แต่เนื่องจากเธอได้เสียชีวิตไปเสียก่อน บทบาทนี้จึงตกเป็นของ บุษกร พรวรรณะศิริเวช และทำให้ บุษกร มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากบทนี้

เพลงรักริมขอบฟ้า

นีรา (ณปภา ตันตระกูล) นักร้องซูปเปอร์สตาร์ของค่ายเพลินเรคครอร์ด ขึ้นโชว์คอนเสิร์ต โดยมี กิดาการ (พรชิตา ณ สงขลา) ลูกพี่ลูกน้องของนีราได้มาชมคอนเสิร์ตพร้อมกับ ญาณี แม่ของนีรา โดยหารู้ไม่ว่าหลังเวทีนั้นนีราถูกนักข่าวตามสัมภาษณ์เรื่องข่าวฉาวว่าเธอ ท้อง หลังจากคอนเสิร์ตมีการเปิดแถลงข่าว นีราประกาศว่ากำลังจะแต่งงานกับ เบน (วรินทร ปัญหกาญจน์) ลูกของ ชารร์ล็อต เมียคนสุดท้ายของ บัณทิต ผู้ก่อตั้งเพลินเรคคอร์ด เจ้าของค่ายที่นีราสังกัดอยู่ ซึ่งเบน เป็นน้องชายต่างมารดาของ บรม (มนตรี เจนอักษร) ซึ่งเป็นลูกเมียหลวงคือ เพลิน นีราถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์โดยมี อัญชลี (เบญจศิริ วัฒนา) ผู้จัดการของบริษัทดูแลอยู่ นักข่าวถามว่าท้องก่อนแต่งหรือเปล่า แต่นีราปฎิเสธ เบนเดินออกมาด้านนอกโดยมีกิดาการดักรอถามว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ เบนย้อนไปว่าแต่งทำไม ทำให้กิดาการเกลียดขี้หน้าของเบนขึ้นมาทันที เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบลูกของในท้องของนีรา ทั้งคู่เถียงกันจน บรรณ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนะกุล)บรรณาธิการนิตยสารบันเทิง บุริม (พิษณุ นิ่มสกุล)โปรดิวเซอร์รุ่นเก๋า และ บัวบุษบา (อภิสรา ฉวีวงษ์) ครูสอนร้องเพลงทั้งสามคนเป็นลูกของ ทิพย์ เมียคนที่สองของบัณฑิต ต้องเข้ามาห้ามโดยมี แจ็ด(ปณิตา พัฒนาหิรัญ) พีอาร์สาวสวยที่แอบหลงรักเบนคาบข่าวไปบอกนักข่าว บรมถือว่าตัวเองเป็นลูกเมียหลวงและเป็นพี่ชายคนโต จึงมักข่มขู่น้องคนอื่นๆให้อยู่ใต้อาณัติเสมอ และเขายังเป็นผู้กุมบังเหียนเพลินเรคคอร์ดอีกด้วย

บรมบังคับเบนพานีรามาอยู่ที่บ้านเพื่อกลบข่าวฉาวระหว่าง นีรากับ ดวงฤทธิ์ (โชคชัย บุญวรเมธี)หรือ ด้วง นักร้องค่ายคู่แข่ง นีราขอร้องให้กิดาการไปอยู่กับเธอด้วย หลังจากนั้นญาณีก็ไปอเมริกาทันที ขณะที่นีราย้ายเข้ามาในบ้านของเบน เขาเองก็หลบหนีการที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับนีราโดยการไปต่างประเทศ ทำให้กิดาการมีอคติกับเขามากขึ้น และเธอยังต้องคอยรับมือกับนักข่าวรวมทั้งจัดระเบียบเพื่อเตรียมความพร้อมการ เป็นแม่ให้นีรา ซึ่งเธอไม่สนใจและยังสนุกกับการรับมือนักข่าวเพื่อเพิ่มความดังให้ตัวเอง

บัวมาเตือนนีราว่าบรมเจ้าเล่ห์และให้เธอกลับไปอยู่บ้านของตัวเอง แต่นีราไม่ฟัง บี (ฐากูร การทิพย์) ลูกชายคนเดียวของบรมกลับมาจากเมืองนอก และกำลังจะได้ออกอัลบั้ม บรมระดมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือดีมาดูแล ซึ่งบุริมก็ได้รับมอบหมายให้เป็นโปรดิวเซอร์ แต่ด้วยความเอาแต่ใจของบี ทำให้บุริมต้องหนักใจ เบนกลับมาก็เจอนีรายังไม่ออกจากบ้าน คราวนี้เบนไล่นีรา อย่างโมโห กิดาการต่อว่าเบนไม่สนใจใยดีนีราเลย เบนเลยพูดว่าไม่รู้อะไรอย่ามาพูด นีรารู้สึกเบื่อเลยนัดเจอ จอย (จีรนันท์ ปรีดากุล) และ โอม (สุดที่รัก บำรุงญาติ) เพื่อนของเธอไปเที่ยวกลางคืน นีราดื่มจนเมามายโดยไม่สนใจลูกในท้องของเธอจนไปพบด้วง ซึ่งจอยและโอมนัดมาเหมือนกัน พอดีนักข่าวเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน จึงตามทั้งคู่ไปถ่ายรูปแต่นีรากับด้วงหนีไปหลบอยู่ในห้องเก็บของ บรรยากาศเป็นใจทั้งคู่จูบกัน โดยที่ด้วงแอบถ่ายคลิปไว้ด้วย กิดาการออกตามหานีราจึงรู้ว่านีราอยู่ที่ผับ เธอตามหานีราจนเจอแล้วพากลับบ้าน วันต่อมานีราแอบหนีไปหาด้วงที่คอนโด ทั้งคู่เกือบจะมีสัมพันธ์กันแต่นีรายับยั้งทัน ด้วงเลยรู้ว่านีรากำลังท้อง นีราเลยบอกกับด้วงว่าเขาไม่ได้รักเบน แถมท้าให้ด้วงพิสูจน์โดยใช้มือถือถ่ายรูปที่หอมแก้มกันเก็บไว้ นีราตามเบนออกไปทำงานในขณะเดียวกันบีก็มาหาเบนเพื่อให้ช่วยวิจารณ์เพลง เบนก็ถามว่าบีเป็นพ่อของเด็กในท้องของนีราหรือเปล่า บีไม่ยอมรับ เพราะนีรานอนกับคนทั่ววงการแล้ว และบียังบอกว่าพ่อของเขาทำเกินเหตุที่ให้เบนมารับผิดชอบแค่ให้นีราไปทำแท้ง ก็พอแล้ว ทำให้เบนผิดหวังในตัวของบีมาก นีราแสดงความเป็นเจ้าของเบนทำให้แจ็ดไม่พอใจทั้งคู่จึงทะเลาะตบตีกัน เบนทนไม่ไหวจึงบอกกิดาการให้พานีราออกจากบ้านไป ซึ่งนีราทำอย่างนั้นจริงๆ ทั้งคู่จึงต้องช่วยกันตามหาแต่นีรายื่นเงื่อนไขว่าเบนต้องไม่รังเกียจเธออีก เพราะต้องการให้สื่อเห็นว่าทั้งคู่รักกันจริง เบนทำตามแต่กิดาการกลับรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็หักห้ามความรู้สึกนั้น

แจ็คให้ข่าวว่านีราตบเธอ จนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง อัญชลีออกมาแก้ข่าวให้ ด้วงเอาคลิปมาโชว์ เฮียเชษฐ์ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายเพลงอาละดินคู่แข่งของเพลินเรคคอร์ด เฮียเชษฐ์จึงสั่งให้คนไปปล่อยคลิปเพื่อทำลายชื่อเสียงของนีรา กิดาการกลับต่อว่าเบนที่ไม่สนใจปล่อยให้นีราเหงาจนต้องไปคบด้วง ทั้งสองเถียงกัน จนเบนโมโหจูบกิดาการ เธอตบหน้าเบนและด่าเขาว่าเป็นพวกฉวยโอกาส เบนตามง้อกิดาการว่าถึงอย่างไรเขาจะไม่มีทางแต่งงานกับนีรา เพราะเขาไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องจริงๆ ทั้งสองจึงปรับความเข้าใจกันจนความสัมพันธ์ดีขึ้น เบนขอให้กิดาการกลับเข้ามาอยู่ในบ้านอีกครั้งเพื่อดูแลนีรา กิดาการตอบตกลงเพราะอีกใจก็เป็นห่วงนีราเหมือนกัน นีรากลัวเธอจะเสียเปรียบเพราะถ้าคลอดเด็กออกมาเธอก็จะเรียกร้องสิ่งต่างๆยาก บรมไปปรึกษาอัญชลี สารภาพว่าเด็กในท้องของนีราเป็นลูกของบี เขาเป็นห่วงอนาคตของลูกที่กำลังจะออกอัลบั้ม ส่วนอัญชลีปล่อยข่าวว่านีราท้องกับด้วงแล้วไปทำแท้ง เฮียเชษฐ์จัดแถลงข่าวให้ ด้วงบอกว่าเป็นแค่เพื่อน ขณะเดียวกันบัวก็พบหลักฐานว่าอัญชลีเป็นคนปล่อยคลิปหลุด จึงบอกนีราว่าเป็นฝีมือของบรมแน่ นีราจึงเข้าไปพบบรมเพื่อยื่นไม้ตาย เอาคลิปวีดีโอที่บีกำลังเสพยาและขายยาในโรงเรียนสอนร้องเพลง บรมเป็นห่วงอนาคตของลูกชายแล้วจึงยอม บีเองก็ตามหานีราเพื่อจะถามว่าใครถ่ายคลิป นีราตระหนักว่าทุกอย่างจวนตัวแล้ว จึงบอกว่าบัวเป็นคนถ่ายคลิปแลกกับการจดทะเบียนกับเธออย่างลับๆบีจำใจยอม แต่นีราก็ยังใส่ร้ายกิดาการว่าเป็นคนช่วยวางแผนที่กิดาการรักกับเบนเพื่อบีบ บรมตามแผนของบัว เบนไม่ต้องการจดทะเบียนกับนีรา บรมจึงบอกความจริงว่า นีราต้องการหุ้นจากเพลินเรคคอร์ด ทำให้เบนตะลึงที่ได้รับรู้เรื่องจริงและยังต่อว่านีราที่ใส่ร้ายกิดาการ ทำให้กิดาการเสียใจมาก บีอาละวาดตามขู่จะฆ่าบัวถ้าไม่เอาคลิปมาให้เขาทำลาย บัวสารภาพว่าที่ถ่ายคลิปเพราะว่าแค้นที่บรมข่มขืนเธอ ทำให้ทุกคนตะลึงกับความจริง บีต่อว่าบรมทำให้บัวรู้ว่าเวรกรรมตามมาทันบรมแล้ว ในขณะที่บุริมจะขอยอมรับเป็นพ่อเด็กให้นีราแต่เธอไม่ยอมแถมยังพูดดูถูกบุริม จนมีเรื่องกัน กิดาการและเบนมาห้ามทันและพานีราไปโรงพยาบาลเพราะเธอปวดท้องคลอด บรมกลับมาบริษัทเพ่อให้อัญชลีแก้ข่าวแต่เขาพบจดหมายลาออกของเธอแทน

กิดาการ คอยดูแลจนนีราคลอดลูกชาย บีก็ได้เปิดคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่เขาแสดงได้สักพักตำรวจก็บุก มาจับหลังเวที เพราะได้คลิปของบีที่เสพยาเสพติดซึ่งคนปล่อยก็คืออัญชลีที่ลาออกไปเป็นผู้ จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอาละดินค่ายเทปคู่แข่ง บีถูกส่งไปโรงเรียนดัดสันดานเป็นเวลาสองปี บรมเองสำนึกที่ตัวเองทำผิดจึงแบ่งหุ้นให้พี่น้องเท่าๆกันแล้วประกาศลาออกจาก ประธานกรรมการ แล้วยกตำแหน่งให้เบนนังแท่นบริหารแทนโดยมีบรรณกับบุริมช่วยดูแล ส่วนบัวดึงกิดาการมาช่วยบริหารโรงเรียนสอนร้องเพลง นีราทนไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป คือเอาลูกมาเป็นเครื่องต่อรอง อีกทั้งข่าวเสียหายของเธอทำให้ประชาชนรับไม่ได้ จึงอำลาวงการไปอยู่อเมริกากับแม่ของเธอ แต่ก่อนไปนีราพาลูกไปเยี่ยมบีซึ่งเขาเองก็สำนึกผิด นีราก็พร้อมที่จะให้โอกาสเขา เบนขอกิดาการแต่งงาน กิดาการตอบตกลง หลังจากที่บีออกจากโรงเรียนคัดสันดาน เขาก็บินไปหานีรากับลูก และแต่งงานกับเธอเงียบๆที่นั่น โดยมีเบนและกิดาการพาลูกของตนไปร่วมยินดีกับทั้งสองด้วย

รายชื่อนักแสดงละคร เพลงรักริมขอบฟ้า

1.วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท เบน
2.พรชิตา ณ สงขลา รับบท กิดาการ
3.ณปภา ตันตระกูล รับบท นีรา
4.ฐากูร การทิพย์ รับบท บี
5.มนตรี เจนอักษร รับบท บรม
6.โชคชัย บุญวรเมธี รับบท ด้วง
7.เบญจศิริ วัฒนา รับบท อัญชลี
8.อภินันท์ ประเสริฐวัฒนะกุล รับบท บรรณ
9.พิษณุ นิ่มสกุล รับบท บุริม
10.อภิสรา ฉวีวงษ์ รับบท บัวบุษบา
11.ปณิตา พัฒนหิรัญ รับบท แจ็ค
12.จีรนันท์ ปรีดากลุ รับบท จอย
13.สุดที่รัก บำรุงญาติ รับบท โอม
14.ชลลกา ฮวดกระโทก รับบท นิล
15.โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท เชษฐ์

พุทธานุภาพ

พระกริสนัย พระสงฆ์ผู้เคร่งครัดในหลักธรรมพุทธศาสนา ขออนุญาตพระอาจารย์โพออกธุดงค์เพื่อศึกษาพระธรรมให้ลึกซึ้ง ซึ่งในอดีตพระกริสนัยคือ กริสนัย เด็กหนุ่มเลือดร้อนและ วู่วาม มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักศึกษาต่างสถาบันจนต้องขึ้นโรงพักอยู่บ่อย ๆ จนทำให้ สุรีย์ ผู้เป็นแม่กลุ้มใจอยู่เสมอ ซึ่งครั้งหนึ่งทะเลาะวิวาทจนได้รับบาดเจ็บ และไปทำแผลที่โรงพยาบาลทำให้กริสนัยได้พบกับ “จินตนา” พยาบาลฝึกหัด กริสนัยรู้สึกชอบจินตนาตั้งแต่แรกเห็น

คืนหนึ่งคู่อริของกริสนัยมา ดักทำร้ายที่หน้าบ้าน สุรีย์เอาตัวเองเข้าบังและถูกมีดแทงแทน กริสนัยรีบพาสุรีย์ส่งโรงพยาบาลและเริ่มสำนึกได้ จึงคอยเอาใจใส่สุรีย์จนหายดี กริสนัยก็ตัดสินใจ บวช เพื่อทดแทนคุณมารดาส่วนจินตนาก็รู้สึกเป็นห่วงพระกริสนัยจึงขอสมัครเป็น พยาบาลอาสาในหน่วยแพทย์อาสาของโรงพยาบาล เพราะต้องการช่วยเหลือคนเจ็บตามชนบทและติดตามข่าวคราวของพระกริสนัย แล้วความหวังของจินตนาก็เป็นผล เธอได้พบกับพระกริสนัยที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบท แต่พระกริสนัยไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวทางโลก หมออนุชิตมีทีท่าชอบจินตนา แต่ก็คอยให้กำลังใจจินตนาให้ได้พบกับพระกริสนัย

พระกริสนัยเริ่มออก ธุดงค์ และ ได้พบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย เช่นกลุ่มโจรที่ปั๊มน้ำมันได้จับเด็กผู้หญิงเป็นตัวประกัน พระกริสนัยเสนอตัวเองให้เป็นตัวประกันแทนระหว่างนั้นพระกริสนัยได้ใช้หลัก ธรรมสั่งสอนให้กลับตัวกลับใจยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นพระกริสนัยก็ได้ออกเดินธุดงค์ต่อได้ไปปักกลดตามหมู่บ้านๆ และพระกริสนัยก็ได้ใช้หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาช่วยขัดเกลาจิตใจให้กับผู้คน ตามหมู่บ้านๆ พระกริสนัยปรึกษาเรื่องที่ฝันถึงดินแดนแห่งหนึ่งกับพระอาจารย์โพและพระ อาจารย์โพบอกกับพระกริสนัยว่าดินแดนแห่งนี้อาจจะเป็นที่ที่รอให้พระกริสนัย ไปให้ถึง และพระกริสนัยก็ได้ธุดงค์มาถึงป่าลึกและปักกลดในถ้ำแห่งหนึ่ง

ส่วน หมออนุชิตหลังจากเข้าไปช่วยทหาร หมออนุชิตก็กลับออกมาในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส จินตนาจึงต้องคอยดูแลจนกระทั่งอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ หมออนุชิตตัดสินใจขอจินตนาแต่งงาน แต่จินตนาไม่ให้คำตอบ จินตนากับสุรีย์ไปเยี่ยมอาจารย์โพเมื่อไปถึงก็พบว่าอาจารย์โพได้มรณภาพในท่า นั่งขัดสมาธิ ซึ่งระหว่างนั้นพระกริสนัยได้นั่งทำสมาธิอยู่เช่นกัน และพระอาจารย์โพก็ได้ปรากฎตัวพร้อมกับบอกว่าการเดินทางของพระอาจารย์สิ้นสุด ลงแล้ว ในขณะที่พระกริสนัยปักกลดอยู่ที่ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห้งแล้ง และกันดาร และกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาดพระกริสนัยได้พบกับ”นางมงคล” ที่จะเพิ่งสูญเสียลูกชายไป ด้วยความไม่มีเงินพระกริสนัยจึงเป็นธุระทำศพให้

นาง มงคลจึงถวายที่ดินของตนให้พระกริสนัย พระกริสนัยได้ติดต่อให้สุรีย์และจินตนามาหา เมื่อทั้งคู่มาพบก็ได้เห็นพระกริสนัยกับพวกชาวบ้านกำลังพลิกผืนดินที่แห้ง แล้งให้กลายเป็นวัดบนผืนดินที่นางมงคลถวายให้ พระกริสนัยได้ตั้งปณิธานว่าจะขอเป็นพระอยู่ที่วัดนี้ตลอดชีวิตและขอโทษ สุรีย์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของลูก และบอกให้จินตนาค้นหาความต้องการของตัวเองให้พบ จินตนาเก็บคำพูดของพระกริสนัยไปตรึกตรอง แล้วก็ได้รู้ว่าตนเองนั้นต้องการอะไร

ดินแดนแห่งความฝันของพระกริสนัยจะมีจริงหรือไม่ พระกริสนัยสามารถค้นพบได้อย่างไร คอยติดตามในละครเรื่อง พุทธานุภาพ

พิษพยาบาท

นักแสดงละคร พิษพยาบาท

ฉัตรชัย เปล่งพานิช
วาสนา พูนผล
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี

พิมมาลา

“รู้จักให้…ในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ ” คือคำขวัญประจำใจของ เพรียว (อธิชาติ ชุมนานนท์) ชายหนุ่มเชื้อสายจีน ลูกชาย เถ้าแก่ชั้น (เหมียว แมคอินทอช) และ ยามถม (ศิรินุช เพ็ชรอุไร) เพรียวเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เชื่อมั่นในตัวเองและทำงานเก่ง เขามีความสามารถเรื่องการดูจิตใจของคนอื่น รู้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการและเมื่อเขาให้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการเขาก็จะได้ รับในสิ่งที่เขาอยากได้กลับคืนมาเสมอ พ่อของเขาเปิดกิจการผ้าทอ โดยมีพี่สาวสองคนคือ สายพร (อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์) กับ ยุพิน (สโรชา วาทิตตพันธ์) ซึ่งเป็นคนดูแลกิจการทอผ้าของครอบครัวเป็นหลักแต่พ่อแม่ไม่เคยเห็นความสำคัญ

เพรียวเรียนเก่งแต่ไม่ได้เก่งแบบอัจฉริยะ เป็นเพราะเขารู้ในนิสัยของอาจารย์แต่ละคนว่าชอบอะไรแล้วทำในสิ่งที่อาจารย์ ชอบ ผลก็คือผลการเรียนที่ได้รับมากกว่าคนอื่น เมื่อเรียนจบเขาได้ทำงานที่ ห้างเซนซูยา เพราะรู้จักับ ทศกร (นพชัย มัททวีวงศ์) ญาติห่าง ๆ ของ ศรสิทธิ์ (ดิลก ทองวัฒนา) และ ฟ้างาม (จินตหรา สุขพัฒน์) น้องสาวของศรสิทธิ์ เจ้าของห้างเซนซูยา โดยมี ดล (สุรินทร คารวุตม์) และ นาง (คลาวเดีย จักรพันธุ์) เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนางนั้นเกลียดผู้หญิงสวยและแกล้งผู้หญิงสวยทุกคนที่มาทำงานด้วย สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพรียว คบ ข่ายแก้ว (มรกต หทัยสีวงศ์) เป็นแฟนเพราะช่วยเรื่องการเรียนแต่พอเรียนจบก็ห่างกันไปเพราะเธอไปเรียนต่อ ต่างประเทศ

ในเรื่องความรัก เพรียว มักคบผู้หญิงคราวละ 2 คน เรียกว่าคอยสับหลีก ฟ้างามพาลูกสาวคือ น้ำนวล (ชีรณัฐ ยูสานนท์) มาฝึกงานและให้เพรียวดูแล น้ำนวลมักจะฝันถึง สาวสวยแสนงามคนหนึ่ง ในฝันน้ำนวลรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างดี เธอถามผู้หญิงคนนั้นว่าชื่ออะไรหญิงสาวตอบว่าชื่อ รัมภา น้ำนวลจำภาพรัมภาได้ชัดเจนและคิดว่ารัมภาเป็นนางฟ้า

เมลานี (วรันลักษณ์ ศิระมะณีวัฒนา) ลูกสาวของ ศรศิลป์ และ มานิดา (ชนานา นุตาคม) มาฝึกงานที่แผนดประชาสัมพันธ์ เธออาละวาดจน เต็มตา (พรรษชล สุปรีย์) แฟนของเพรียวต้องกระเด็นออกไป น้ำนวลเริ่มมีใจกับเพรียว แต่เพรียวก็ได้มาพบกับ อินทุพร (วิรากรานต์ เสณีตันติกุล) สาวนักเรียนนอกจึงเริ่มสานสัมพันธ์ แถมเซนซูยามีพนักงงานใหม่คือ ดารณี (มิรา โกมลวณิช) เข้ามาเพรียวก็ผิดคำพูดตัวเอง เขาคบทั้ง เต็มตา ดารณี อินทุพร แต่แล้วเขาก้ได้เจอสาวงามคนหนึ่งเธอชื่อว่า รัมภา (ศรีริต้า เจนเซ่น)

ก่อนน้ำนวลจะเรียนจบ เพรียวไปดูนิทรรศการงานวิทยานิพนธ์ของน้ำนวล ทันทีที่เพรียวเห็นภาพเขียนของน้ำนวลที่ชื่อ Angelica ความทรงจำของนางฟ้า ซึ่งน้ำนวลเขียนถึงผู้หญิงในความทรงจำ และจู่ ๆ รัมภาสาวงามก็มาปรากฏตัว เธอบอกว่าเธอชอบงานของน้ำนวล ในงานเดียวกันเพรียวได้พบกับข่ายแก้วโดยบังเอิญ ข่ายแก้วยังคงบอกว่ารักเพรียวเหมือนเดิม ในงานเลี้ยงฉลองเรียนจบของน้ำนวล เพรียวได้พบกับ เมลานี เธอดึงเขามากอดจูบกันอย่างไม่อายใคร น้ำนวลผิดหวังและเสียใจ และไปเรียนต่อต่างประเทศ และกลับมาเมืองไทยพร้อมรูปลักษณ์ที่ทันสมัยพร้อมคู่หมั้นหนุ่ม แวน จิตติวัฒน์ สักกะบุตร (รณเดช วงศ์สาโรจน์) หนุ่มหล่อไฮโซลูกชาย คนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง

ดารณีจับได้ว่าเพรียวคบอินทุพร จึงคิดจะกระโดดตึกเพรียวต้องกล่อมจนเธอใจอ่อน เพรียวถูกฟ้างามเรียกเข้าไปตักเตือน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากเซนซูยา เพรียวได้พบกับรัมภาอีกครั้งและเธอก็ชื่อสาปเขากลายเป็นหญิงในชื่อ พิมมาลา เพื่อให้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกของผู้หญิง และต้องทำภารกิจตามที่นางฟ้ารำภาให้ ตั้งแต่ทำให้ดารณีตาสว่างเรื่องความรัก ต่อมาคือให้ข่ายแก้วตัดอกตัดใจจากเพรียว และต้องให้อินทุพรยกโทษให้เขาให้ได้

พิมมาลาถูกชายฉกรรจ์ฉุดลากขึ้นรถตู้ไป พิมมาลารู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของนันท์ที่ต้องการให้ชายฉกรรจ์ข่มขืนแล้วนันท์ จะคลิปไว้แบล็คเมล์ แต่เธอรอดมาได้แถมยังมีหลักฐานมัดตัวนันท์อีกด้วย นอกจากนี้พิมมาลายังช่วยฟ้างามให้เลิกงมงายกับการหาประโยชน์ของ ทวิชา (ประกาศิต โบสุวรรณ) ที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหลอกลวงคนอีกด้วย จากนั้นเซนซูยาได้ต้อนรับพนักงานใหม่คือ อนุศร (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) ทายาทของเซนซูยาเขาหลงรักพิมาลาทันที

พิมมาลาได้กลับมาเป็นเพรียวและบอกรักน้ำนวลแต่เธอไม่สามารถยกเลิกการแต่งงาน กับแวนได้ เพราะแวนรักน้ำนวลมากทำให้เพรียวปวดร้าว ต่อมาน้ำนวลตั้งท้องและคลอดลูกเป็นหญิงชื่อว่า พิมมาลา ต่อมาพ่อของเขาเสียชีวิตลงและได้แบ่งสมบัติให้เพรียวมากที่สุดแต่เขาขอให้ แบ่งสามคนเท่ากัน หลังจากนั้นอีกห้าปีชีวิตของทุกคนได้ดำเนินไป เพรียวได้สร้างที่พักของคนติดเชื้อ HIV ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเต็มตาด้วย เพรียวได้รับตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการส่วนทศกรเป็นอนุศร และเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อรถของอนุศรประสบอุบัติเหตุและแวนก็ได้รับ บาดเจ็บด้วย แวนรู้ว่าเพรียวคิดอย่างไรกับน้ำนวล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ความรักของเขากับน้ำนวลจะจบลงเช่นไร ติดตามได้ใน ละคร พิมมาลา

รายชื่อนักแสดงนำใน ละครพิมมาลา

อธิชาติ  ชุมนานนท์   แสดงเป็น   เพรียว
เฌอมาลย์     บุญยศักดิ์   แสดงเป็น   พิมมาลา
ศรีริต้า  เจนเซ่น   แสดงเป็น   รัมภา
ชีรณัฐ  ยูสานนท์   แสดงเป็น   น้ำนวล
รณเดช  วงศาโรจน์   แสดงเป็น   แวน
จิรายุ  ตันตระกูล   แสดงเป็น   นันท์
เอกพงศ์  จงเกษกรณ์   แสดงเป็น   อนุศร
วรันลักษณ์     ศิริมะณีวัฒนา   แสดงเป็น   เมลานี
จินตรา  สุขพัฒน์   แสดงเป็น   ฟ้างาม
ดิลก  ทองวัฒนา   แสดงเป็น   ศรสิทธิ์
วิรากานต์  เสณีตันติกุล   แสดงเป็น   อินทุพร
พรรษชล  สุปรีย์   แสดงเป็น   เต็มตา
มรกต  หทัยสีวงศ์   แสดงเป็น   ข่ายแก้ว
มิรา  โกมลวณิช   แสดงเป็น   ดารณี
สุรินทร  คารวุตม์   แสดงเป็น   ดล
คลาวเดีย  จักรพันธุ์   แสดงเป็น   นาง
นพชัย  มัททวีวงศ์   แสดงเป็น   ทศกร
สโรชา  วาทิตตพันธ์   แสดงเป็น   ยุพิน
อัญชิสา  เลี่ยวไพโรจน์   แสดงเป็น   สายพร
เหมียว  แมคอินทอช   แสดงเป็น   ชั้น
ศิรินุช  เพ็ชรอุไร   แสดงเป็น   ถม
ชนานา  นุตาคม   แสดงเป็น   มานิดา
ประกาศิต  โบสุวรรณ   แสดงเป็น   ทวิชา
สุเชาว์  พงษ์วิไล   แสดงเป็น   หลวงลุง
อัฐพล  ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา   แสดงเป็น   ตายิ้ม