Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

มีเพียงรัก

จิดาภา หรือคุณเจ้าขา สาวน้อยที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักสืบ ลงทุนเปิดบริษัทนักสืบเอกชนขึ้น ท่ามกลางเสียงคัด ค้านของจิรสิน พี่ชาย ขณะเดียวกัน ธนดล เพลย์บอยหนุ่มหล่อ มีสาว ๆ ติดมากมายจน ธีรดา น้องสาววางแผนจับคู่พี่ชายให้กับ เจนรวี สาวสวยรวย หยิ่งวันหนึ่ง ฐานันดร หนุ่มไฮโซเพื่อนของธีรดา ปรากฏตัวขึ้นที่บริษัทเจ้าขา เพื่อว่าจ้างให้เธอตามหากิติมา พี่สาวที่พลัดพรากกันตอนเด็ก โดยสร้างเรื่องว่าจะตามหากิติมามารับมรดกที่บ้าน

เจ้าขาดีใจที่ได้ทำคดีแรก จึงทุ่มเงินสุดตัวเพื่อสืบคดีนี้ จนพบตัวกิติมา จึงรู้ความจริงว่ากิติมายักยอกเงินของฐานันดรไป 10ล้าน ฐานันดรแกล้งสร้างเรื่องว่าตนเองกำลังล้มละลายและชักดาบค่าจ้างของเจ้าขา จนเจ้าขาใจอ่อน

ธีรดาอ่อนใจที่ไม่สามารถจับคู่เจนรวีกับธนดลได้ ธีรดาจึงว่าจ้างเจ้าขาให้ช่วยในงานนี้ โดยให้เจ้าขาปลอมตัวเป็นหมอดูไพ่ยิปซี และมาทักดวงชะตาของพี่ชายเธอว่าต้องจับคู่กับเจนรวี ถึงวันเล่นละครจริง ๆ ธนดลจับได้ว่าเป็นการวางแผนของน้องสาว และเริ่มสนใจผู้หญิงปากเก่ง หัวดื้อ แบบเจ้าขา

แต่ธีรดากลับคิดว่าแผนจับคู่ประสบความสำเร็จจึงวางแผนต่อไปให้เจ้าขาสะกด รอยตามธนดล เพื่อดูรสนิยมต่างๆ ของเขา ธนดลรู้ตัวตลอดเวลาว่าเจ้าขาสะกดรอยตามจึงแอบแกล้งเจ้าขาและจ้างคนสืบ ประวัติเจ้าขาตลบหลัง เจ้าขาเริ่มหวั่นใจว่าแผนจะแตกจึงคิดจะปิดบริษัท

เมื่อธีรดาทราบเรื่องจึงขอร้องให้เจ้าขาทำงานต่อโดยมีแห้วเพื่อนซี้เจ้าขาที่แอบชอบธีรดา คอยส่งเสริมให้เจ้าขาทำงานให้สำเร็จ

เมื่อได้หลักฐานมัดตัว ธนดลจึงมาหาเจ้าขาที่ทำงาน และซักไซร้เรื่องที่กำลังตามสืบเขา พร้อมทั้งชวนเจ้าขาไปทานข้าวจนกลายเป็นข่าวซุบซิบลงหนังสือพิมพ์ เจนรวีกลับคิดว่าธนดลควงผู้หญิงอื่น จึงเริ่มแผนการณ์ขั้นต่อไป ด้วยการชวนธนดลไปล่องเรือ ธนดลจึงชวนเจ้าขาไปด้วย

เกิดเหตุร้ายขึ้นบนเรือเมื่อพวกของศิระ ศัตรูธุรกิจของธนดลเข้าปล้นเรือ แต่ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าขา และแห้ว จึงทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี เมื่อเหตุการณ์สงบ ธนดลจึงบอกความจริงว่าเขารู้แผนการณ์จับคู่ มาโดยตลอด เจนรวีเสียหน้าจนกลับบ้านไป เจ้าขาเริ่มใจหายที่รู้ว่าเมื่อเรื่องจบลงแล้ว จะไม่ได้พบหน้าธนดลอีก

จิรสิน พี่ชายเจ้าขา ต้องการให้เจ้าขาปิดบริษัทนักสืบ เพื่อมาทำฟาร์ม ยิ่งรู้ว่าธนดล คู่ปรับสมัยเรียน มาหาเจ้าขาที่บ้านจิรสินยิ่งรีบบังคับให้เจ้าขากลับเชียงใหม่ทันที เมื่อเจนรวีและผู้หญิงคนอื่นของธนดลรู้ข่าวจึงมาอาละวาด กับเจ้าขาที่บ้าน เจ้าขาท้อแท้จนปิดบริษัท กลับเชียงใหม่ ธนดลชวนธีรดาและแห้วไปเชียงใหม่เพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่กลับถูกจิรสินกันท่าต่าง ๆ นา ๆ

แต่ธนดลต้อง รีบกลับกรุงเทพฯเมื่อถูกเรียกตัวสอบปากคำเรื่องคดีจีระ ธนดลถูกคุกคามและข่มขู่จากฝ่ายตรงข้าม เจ้าขารู้สึกเป็นห่วง จนจิรสินเริ่มใจอ่อน และอาสาพาเจ้าขาไปส่ง จิรสิน เจ้าขามาหาธนดลในขณะที่ดลกำลังถูกปองร้ายพอดี จิรสินช่วยธนดลจนตัวเองถูกยิงบาดเจ็บ เจ้าขาและธนดลเริ่มเปิดใจให้กัน

แต่กลับกลายเป็นว่า ทิพวรรณ คุณแม่ของธนดลไม่ค่อยชอบเจ้าขานัก จึงพยายาม แยกทั้งคู่ออกจากกัน ฝ่ายแห้วขอหมั้นธีรดา คุณทิพวรรณเห็นชอบด้วยเพราะแห้ว รวยและมีชื่อเสียง

มาเฟียที่รัก

ผักบุ้ง เด็กสาวสวยหนีการตามล่าจากพวกมาเฟีย ด้วยไม่ต้องการตกเป็นเจ้าของให้กับ เฉินหลิง เจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง ที่พิพัฒน์พ่อของเธอนำเธอมาไถ่หนี้ ผักบุ้งได้รับการช่วยเหลือจาก มิ้นท์ ทายาทเศรษฐีในคราบเด็กเสิร์ฟ โดยเหตุผลว่าหนีแม่เลี้ยงออกจากบ้าน ทั้งคู่เริ่มรู้สึกผูกพันและรักกันอย่างรวดเร็ว จนบังเอิญผักบุ้งได้มาพบกับชมพู่ เพื่อนสนิท กับภาสกร พี่ชายชมพู่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของมิ้นท์เช่นเดียวกัน

ภาสกรรู้ดีว่าแท้จริงมิ้นท์เป็นใคร ส่วนผักบุ้งเองก็เล่าความจริงเรื่องที่หนีออกมาให้ชมพู่ฟังโดยกำชับว่าเป็น ความลับเพื่อความปลอดภัยของเธอ ผักบุ้งอยู่กับมิ้นท์ไม่นาน ก็ถูกพวกของเฉินหลิงจับตัวไปโดยที่มินท์ยังมิทันจะขอเธอแต่งงาน และเล่าความจริงว่าเขาเป็นใครให้เธอทราบ มิ้นท์ตัดสินใจไปฮ่องกงพร้อมภาสกรเพื่ออกตามหาผักบุ้ง โดยไปพักอยู่กับ เหอซื่อ ตำรวจฮ่องกงเพื่อนภาสกร ฟากมินท์เองเสียใจไม่น้อยที่ต้องจากคนรัก อย่างมิ้นท์ แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากับเฉินหลิง คนที่เธอเกลียดสุดหัวใจ เฉินหลิงหัวเสียทุกครั้งเมื่อผักบุ้งปฏิเสธรัก เขาให้ลูกน้องอย่างเจี้ยนหาว มาคอยดูแลรับใช้ผักบุ้ง และพยายามทำทุกทางเพื่อให้เธอรับรัก แม้เหอซื่อจะช่วยยื่นข้อเสนอของมิ้นท์ โดยนำเงินมาไถ่ตัวผักบุ้งแต่เฉินหลิงกลับปฏิเสธ

นานวันผักบุ้งเริ่มรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เมื่อได้อยู่ใกล้ความเป็นมาเฟียมาดเข้ม เอาใจใครไม่เป็นอย่างเฉินหลิง เป็นเหตุให้ เฉิน เต๋อหยงน้องสาวบุญธรรมเฉินหลิง ซึ่งแอบรักเขาอยู่ไม่พอใจและคอยแกล้งผักบุ้งตลอดเวลา เต๋อหยงน้อยใจพี่ชายออกเที่ยวกลางคืนจนถูกลวนลาม และได้มิ้นท์มาช่วยโดยบังเอิญ เธอตกหลุมรักมิ้นท์อย่างมิอาจปฏิเสธ ส่วนผักบุ้งเองยังคงทำทุกทางเพื่อหนีออกจากบ้านเฉินหลิง จนเต๋อหยงเริ่มเห็นใจและกลายมาเป็นเพื่อนกัน ผักบุ้งโกหกตัวเองแต่ในหัวใจเธอรู้สึกรักเฉินหลิงจนยากจะถอนตัว และตัดสินใจจะไม่กลับไปกับมิ้นท์ เรื่องยุ่ง ๆเกิดขึ้นเมื่อลิลลี่ คู่หมั้นของเฉินหลิงกลับมา ลิลลี่แกล้งทำดีกับผักบุ้ง แต่ทำให้เฉินหลิงเช้าใจผิดว่าผักบุ้งมีความสัมพันธ์กับเจี้ยนหาว และไล่ทั้งคู่ออกไป เต๋อหยงสงสัยว่าลิลลี่เป็นคนสร้างเรื่องขึ้นจึงบอกเฉินหลิงหาหลักฐาน จนทุกอย่างเปิดโปงความจริง ลิลลี่แสร้งทำเป็นเสียใจและยอมแพ้ผักบุ้ง แต่ซ้ำแล้วลิลลี่ก็กลับสร้างความเข้าใจผิดขึ้นอีก จนผักบุ้งหนีกลับเมืองไทย เฉินหลิงเกิดอุบัติเหตุจนหมดสติขณะตามไปที่สนามบิน แม้จะบาดเจ็บพอฟื้นก็รีบออกตามผักบุ้งทันที ที่เมืองไทยผักบุ้งออกจากบ้านพ่อ มาเช่าบ้านเล็ก ๆและได้ทำงานที่ร้านกาแฟ บริษัทของมิ้นท์ เธอรู้ความจริงเรื่องมิ้นท์ ด้วยความโกรธเธอตัดสินใจลาออก มิ้นท์พยายามอธิบายจนผักบุ้งกลับมาทำงานและรับสัมพันธ์เป็นเพื่อนเท่านั้น ลิลลี่เสียใจที่เฉินหลิงไม่สนใจเธอ จึงประชดออกเที่ยวจนพบกับเหอซื่อที่หลงรักเธออย่างจริงจัง

ลิลลี่ตีสนิทเหอซื่อเพื่อหลอกใช้งาน บอกเหอซื่อให้ ตรวจสิ่งผิดกฎหมายในบ้านเฉินหลิง พร้อมทั้งให้ หลี่เจี๋ย พ่อของเธอร่วมมือกับ เทียนหมิงเซิ่น กำจัดเฉินหลิง เฉินหลิงพบกับความวุ่นวายแต่ไม่เท่ากับข่าวจากเต๋อหยง เรื่องการแต่งงานระหว่างผักบุ้งกับมิ้นท์ ผักบุ้งแต่งงานกับมิ้นท์ ด้วยการสนับสนุนของพ่อและป้านวล แม้ว่าในใจผักบุ้ง จะมีแต่เฉินหลิงก็ตาม ภาสกรบอกให้ผักบุ้งไตร่ตรอง แต่เธอยืนยันเพราะไม่อยากทำให้มิ้นท์ผิดหวังอีกเฉินหลิงรีบตามมาเมืองไทย เพื่อยุติการแต่งงานที่เกิดขึ้น โดยมีลิลลี่ไล่ตามมาด้วย ในงานเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ของบริษัทซึ่งก็คือมิ้นท์ ผักบุ้งควงมิ้นท์ออกงาน ในขณะที่เฉินหลิงกับเต๋อหยงก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน ลิลลี่ส่งมือปืนมายิงผักบุ้งในงาน แต่ทำงานพลาด เฉินหลิงพาผักบุ้งหนีไปได้ เฉินหลิงพยายามขอให้ผักบุ้งกลับไปอยู่ด้วยกัน แต่ทุกอย่างสายเกินไป ผักบุ้งร้องไห้ในอ้อมกอดเฉินหลิง มิ้นท์เห็นจึงเข้าใจผิด จนเฉินหลิงต้องอธิบายว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดที่รักผักบุ้งมากเกินไป

ด้านเหอซื่อเมื่อรู้ว่าถูกลิลลี่หลอกใช้ก็ขอตัดสัมพันธ์จากลิลลี่เช่นกัน งานแต่งงานชองมิ้นท์และผักบุ้ง จางฉี จ้องจัดการเฉินหลิง แต่ผักบุ้งเห็นเสียก่อนเฉินหลิงจึงไหวตัวทัน เทียนหมิงเซี่ยนลากชมพู่เป็นตัวประกันเข้ามาในงาน จะยิงเข้าใส่เฉินหลิง แต่ผักบุ้งเอาตัวบังแทนจนได้รับบาดเจ็บ เธอเอ่ยปากบอกรักเฉินหลิงก่อนหมดสติ มิ้นท์เข้าใจและยอมรับความจริงจึงขอเป็นเพียงเพื่อน ในที่สุดผักบุ้งตัดสินใจกลัมมาฮ่องกงพร้อมกับเฉินหลิง ลิลลี่ยังไม่ยอมเลิกรา ด้วยความแค้นเฉินหลิง เธอหลอกให้เฉินหลิงออกมาหาและตั้งใจจะฆ่าทิ้งแต่ไม่สำเร็จ เฉินหลิงรอดตาย แต่ตื่นขึ้นมา กลับจำทุกอย่างไม่ได้ ลิลลี่ได้โอกาสใส่ความทรงจำใหม่ ใส่ความผักบุ้งและกล่อมเฉินหลิงไปอยู่ด้วยกัน ผักบุ้งเสียใจเมื่อเฉินหลิงเชื่อลิลลี่ และตั้งใจจะอยู่กับลิลลี่…….ความทรงจำของเฉินหลิงจะกลับเหมือนเดิมหรือ ไม่ ความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมความเข้มข้น ครบทุกอรรถรส ใน มาเฟียที่รัก

มาดามยี่หุบ

เรื่องย่อ
ใน บรรดาข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ เอกราช เป็นข้าราชการหนุ่มที่อนาคตไกลที่สุด ด้วยเพราะอายุยัง น้อยและมีการศึกษาสูง เอกราชกำลังจะถูกบรรจุให้เป็นทูต ที่อายุน้อยที่สุดแต่สิ่งหนึ่งที่เอกราชยังขาดอยู่ก็คือ มาดามที่ต้องออกงานสังคมเคียงคู่กัน เกริก พ่อของเอกราชจะจับเอกราชแต่งงานกับหลานสาว กำนันหอก กำนัน บางปลาม้าเพราะเกริกกับกำนันหอกเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยที่เกริกเป็นนาย อำเภอบางปลาม้าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ต่างมีสัญญาต่อกันว่าจะให้ลูกหลานแต่งงานกัน เอกราช เกริก และ วาศินี แม่ของเอกราชเดินทางไปสุพรรณบุรีเพื่อ ดูตัว หลานสาวกำนันหอกนามว่า ยี่หุบ

ยี่หุบ ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องประแป้งหน้าขาววอกรอต้อนรับเอกราช เมื่อได้เจอกันยี่หุบก็ประทับใจหน้าตาหล่อเหลาของเอกราชแต่เอกราชกลับไม่ชอบ ใจกิริยามารยาทที่ดูบ้านนอกของยี่หุบ พอกลับกรุงเทพ ฯ เอกราช ประกาศไม่ยอมแต่งงานกับยี่หุบโดยวาศินี ผู้เป็นแม่สนับสนุนแต่เกริก ผู้เป็น พ่อยืนยันหนักแน่นให้เอกราชแต่งงานกับยี่หุบ วาศินีอยากได้ กุลทินี สาวไฮ โซเป็นลูกสะใภ้ กุลทินีเองก็มีใจชอบพอเอกราชไม่น้อยเลยตกลงทำตามแผน วาศินีจะจับเอกราช กุลทินีมาสนิทสนมกับเอกราชโดยวาศินี แม่ของเอกราช เปิดทางให้ เอกราชนั้นแม้ไม่ได้ชอบพอกุลทินีอย่างคนรักแต่ก็ชอบ กุลทินี มากกว่ายี่หุบ เอกราชเลยควงกุลทินีไปไหนมาไหนด้วย

แต่แล้วกำนันหอก ก็พายี่หุบมาหาเอกราชที่กรุงเทพ ฯ เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว วาศินีกับกุลทินีเลยรวมหัวกัน กลั่นแกล้งยี่หุบ ให้ยี่หุบอยู่บ้านในฐานะคนรับใช้ ยี่หุบตอบโต้แบบไม่ลดราวาศอกทำให้เกิดสงครามย่อย ๆ ขึ้นใน บ้าน เพราะยี่หุบนั้นรักเอกราชตั้งแต่แรกพบยี่หุบเลยพยายามเอาอกเอาใจเอกราช แต่เอกราชก็ไม่เคยพอใจซ้ำยัง รำคาญท่าทางบ้านนอกของยี่หุบทำให้ยี่หุบน้อยใจ เกยูร น้องชายคนเล็กของ เอกราช ที่เป็นกะเทยเห็นใจยี่หุบ เลยสอนยี่หุบแต่งหน้าแต่งตัวสวยแบบสาวชาวกรุง

ยี่หุบเริ่มแต่งตัว แต่งหน้าจนสวยขึ้นเปลี่ยนเป็นคนละคนทำให้เอกราช เริ่ม หันมามองยี่หุบอย่างพึงพอใจ เกริก พ่อของเอกราชเห็นว่าลูกชาย เริ่มมีใจ เอนเอียงชอบยี่หุบก็จะจับทั้งคู่แต่งงานกัน เอกราชเห็นแก่พ่อแต่ขอให้หมั้น ไว้ก่อน กริกพา เอกราช กับยี่หุบไป หมั้นหมายกันที่บางปลาม้าโดยวาศินี แม่ของเอกราชไม่ยอมมาร่วมงาน หลังจากหมั้นกันแล้ว เอกราชกับยี่หุบก็เดิน ทางกลับกรุงเทพ ฯ ยี่หุบปรับปรุงตัวใหม่พยายามทำดีกับวาศินี แม่ของเอก ราชเพราะยังไงยี่หุบก็ต้องเป็นสะใภ้ของวาศินี วาศินีเห็นยี่หุบยอมก็ยิ่งเล่น งาน ยี่หุบ หนักขึ้นโดยมีกุลทินีช่วยกันกลั่นแกล้งยี่หุบ

เกยูรสอนกิริยามารยาท การเข้าสังคมให้ยี่หุบจนยี่หุบค่อย ๆ กลายเป็นสาว กรุงเทพ ฯ เต็มตัว เอกราชมองดูความเปลี่ยนแปลงของยี่หุบอย่างพึงพอใจ เอกราชเริ่มพายี่หุบออกงานสังคม ซึ่งยี่หุบก็วางตัวได้ดีไม่ทำให้เอกราช ขายหน้า ยี่หุบอยู่ในบ้านเอกราชพยายามเรียนรู้การ วางตัวในสังคม ฝึกกิริยา มารยาทจากเกยูร ในขณะเดียวกันก็ต้องทนให้วาศินีกดขี่ข่มเหงน้ำใจ และ แล้วในที่สุดความอดทนของ ยี่หุบก็ทำให้วาศินีใจอ่อน หันมาทำดีกับยี่หุบ แต่ไม่วายยังขัดเขินอยู่บ้างเพราะร้ายกับยี่หุบไว้เยอะ กุลทินีไม่พอใจที่วาศินี หันไปทำดีกับยี่หุบ เอกราชก็เปิดตัวยี่หุบในฐานะคู่หมั้น เมื่อเห็นว่ายี่หุบกำลัง จะแย่งเอกราชไปกุลทินีก็ทนไม่ได้จ้างคนมาจับตัวยี่หุบไป

ตำรวจออก ตามหายี่หุบแต่ก็ไม่พบร่องรอย เอกราชทุกข์ใจมากกินไม่ได้นอนไม่หลับ กุลทินีได้โอกาสเข้ามา ปลอบใจเอกราช ระหว่างที่ตำรวจตามหาตัวยี่หุบ กุลทินีก็ใช้มารยาหญิงพยายามสานสัมพันธ์กับเอกราชอีกครั้ง กำนันหอกรู้ข่าวหลานสาวถูกจับก็รีบเข้ากรุงเทพ ฯ มาช่วยตำรวจตามหายี่หุบ ยี่หุบหนีคนร้ายออกมา คนร้ายไล่ตามเกิดปะทะกับตำรวจ กำนันหอกไว้ลายกำนันเก่าสู้กับคนร้ายช่วย ยี่หุบได้สำเร็จ คนร้ายสารภาพว่ากุลทินีเป็นคนว่าจ้างกุลทินี ถูกจับเข้า คุกรับกรรม กำนันหอกห่วงยี่หุบจะถูกปองร้ายอีกเลยพายี่หุบกลับบางปลาม้า เอกราชปากแข็งไม่ยอมสารภาพรักยี่หุบปล่อยให้ยี่หุบจากไป ยี่หุบคิดว่าเอกราชไม่รักก็น้อยใจ น้าสาวของยี่หุบกลับจากอังกฤษมาเยี่ยมบ้าน พอดี กำนันหอกเลยให้ยี่หุบตามน้าสาวไปอยู่อังกฤษ ยี่หุบตัดใจจากเมืองไทยไป รักษาแผลใจที่อังกฤษ

ที่ประเทศอังกฤษ น้าสาวของยี่หุบซึ่งเป็นนักธุรกิจหญิงไทยคนดังพายี่หุบออกงานสังคม ความน่ารักจริงใจของยี่หุบทำให้ยี่หุบเป็นที่รักและชื่นชมมาก แม้จะอยู่ไกลกันคนละมุมโลกแต่ยี่หุบก็ยังรักเอกราช ยี่หุบถูกเชิญไปงานเลี้ยงต้อนรับท่านทูตไทยคนใหม่ประจำประเทศอังกฤษ เอกราชนั่นเองที่เป็นท่านทูต คนใหม่ ครั้งนี้เอกราชไม่ยอมปล่อยให้ยี่หุบหลุดมือไป เอกราชยอมเปิดใจกับยี่หุบว่าเสียใจแค่ไหนเมื่อรู้ว่ายี่หุบมาอยู่อังกฤษ เอกราชหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจนขอลาออกจากกระทรวงต่างประเทศแต่ทางกระทรวง กำลังจะส่งเอกราชมาเป็นทูต ที่อังกฤษพอดี เอกราชดีใจมากเลยเปลี่ยนใจรับตำแหน่งแล้วรีบเดินทางมาอังกฤษเพื่อหายี่หุบ แล้วเอกราชกับยี่หุบก็แต่งงานกันที่ประเทศอังกฤษ ยี่หุบกลายเป็นมาดามยี่หุบออกงานสังคมเคียงคู่ท่านทูต เอกราชอย่างสมเกียรติ

นำแสดงโดย
1. ยุรนันท์ ภมรมนตรี รับบทเป็น เอกราช
2. กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา รับบทเป็น ยี่หุบ
3. วรรณษา ทองวิเศษ รับบทเป็น กุลทินี
4. เจฟฟรี่ เบญจกุล รับบทเป็น เกยูร
5. พฤกษ์ พีระนันท์ รับบทเป็น สมัชชา
6. ไพลิน พิจิตรอำพล รับบทเป็น ยี่สิบ
7. วิชุดา พิมดัม รับบทเป็น วาศิฐี
8. ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น วาศินี
9. มนตรี เจนอักษร รับบทเป็น เกริก
10. เดือนเต็ม สาลิตุลย์ รับบทเป็น ดอกไม้

มัจจุรีพักร้อน

มัจจุรีเป็นลูกสาวคนเดียวของท้าวมัจจุราช เจ้าแห่งนรกภูมิ มีนิสัยดื้อรั้น และชอบสร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าบริวาร และวิญญาณที่ตกนรกทั้งหลาย ด้วยความที่ต้องเจอแต่มนุษย์ที่ก่อกรรมทำเลว ทำให้มัจจุรีเกิดความเบื่อหน่าย และอยากขึ้นไปบนโลกมนุษย์ เพื่อที่จะเจอคนดีๆ บ้าง จึงขออนุญาต ท้าวมัจจุราชผู้เป็นพ่อ ท้าวมัจจุราชไม่กล้าขัดใจ เพราะเห็นแก่ท้าวมัจจุเรศผู้เป็นเมีย จึงจำใจอนุญาตให้ไปพร้อมทั้งให้บริวารทั้ง 4 ติดตามไปด้วยนั้นก็คือ สันทนา วอนนภา เรณู ปาริชาติ แต่มีกฏ ข้อบังคับว่า ห้ามทุกคนใช้เวทมนต์กลั่นแกล้งทำร้ายมนุษย์ นอกจากถึงเวลาคับขัน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น หากใครคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืน พวกเธอจะถูกส่งกลับนรกภูมิทันที โดยไม่มีข้อแม้

มัจจุรีโพล่ขึ้นมา ในงานวันเกิดของ นำฤทธิ์ ครูหนุ่มรูปหล่อ ซึ่งเป็นที่รักของชาวบ้าน มัจจุรีพบกับนำฤทธิ์เป็น ครั้งแรกทั้งคู่ก็เกิดความประทับใจกันและกัน แต่เพราะลำใยออกมาหึงหวงนำฤทธิ์ จนเป็นเหตุให้เกิดความโกลาหล ปั่นป่วนกันทั้งงาน มัจจุรีจึงเผลอใช้เวชมนต์ออกไปพวกเธอจึงถูกส่งตัวกลับนรกภูมิทันทีตามข้อ ตกลง มัจจุรพยายามอ้อนขอกลับขึ้นไปบนโลกมนุษย์อีก แต่ไม่สำเร็จ มัจจุรีเบื่อและเซ็ง จึงเดินเล่นและบังเอิญ ผ่านห้องตัดสินขณะนั้นไม่มีใครอยู่ มีแต่ลูกโลกที่มัจจุราชใช้ส่งเธอไปยังโลกมนุษย์ เธอจึงแอบจิ้มลูกโลกเพื่อหนีขึ้นไปโลกมนุษย์อีกครั้ง

เมื่อมัจจุรี มาถึงบ้านฟ้าครามก็ตามหานำฤทธ์ แต่ชาวบ้านกลับบอกว่า นำฤทธิ์ผิดคำสัญญากับพวกเด็ก ๆ ทิ้งหมู่บ้านฟ้าคราม ไปหาความสุขสบาย ที่กรุงเทพแล้ว มัจจุรีผิดหวังในตัวนำฤทธิ์มาก และสัญญากับชาวบ้านว่าจะนำตัวนำฤทธิ์กลับมาให้ได้ มัจจุรีเดินทางตามหานำฤทธิ์เพียงผู้เดียวเกิด อันตรายจนเกือบพลาดท่าเสียทีคนร้าย โชคดีที่บริวารทั้ง 4 มาช่วยไว้ทันเวลา และได้ออกตามหานำฤทธิ์ไปด้วยกัน

พวกเธอมาจนถึงบ้านของนำฤทธิ์โดยมา ตามที่อยู่ในนิตยสาร เมื่อพบนำฤทธิ์ทุกคนพากันต่อว่า นวลจันทร์แม่ของนำฤทธิ์เข้ามาขวาง และเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ว่าธุรกิจสวนสนุกของครอบครัวกำลังประสบปัญหา จึงเป็นเหตุให้นำฤทธิ์ผิดคำสัญญาต่อเด็ก ๆ และชาวฟ้าคราม มัจจุรีเห็นใจ ต้องการจะอยู่เพื่อช่วยกอบกู้สวนสนุกและ สถานการณ์ของนำฤทธิ์ จึงโกหกว่าเป็นชาวฟ้าคราม จะกลับบ้านไปไม่ได้ หากไม่ไห้พาตัวครูนำฤทธิ์กลับไป ด้วยนวลจันทร์จึงให้มัจจุรีอยู่ที่บ้านตนด้วย ส่วนบริวารทั้ง 4 ก็ถูกส่งไปทำงานกับเพื่อนบ้าน การที่มัจจุรีมา อยู่ในบ้านนำฤทธิ์ทำให้มัจจุรีได้รู้จักนิสัยใจ คอของมนุษย์แต่ละคนมากขึ้น อีกทั้งได้รับบทเรียนต่างๆ ของการอยู่บนโลกมนุษย์ซึ่งเธอก็ผ่านมันมาได้ มัจจุรีและพวกช่วยกิจการ สวนสนุกให้ดีขึ้น โดยจัดงานฉลองสวนสนุกอย่างเอิกเกริก 5 สาวออกแสดงโชว์ที่แปลกตา ทำให้ผู้ที่ มาเที่ยวชื่นชอบจนกิจการสวนสนุก ของนำฤทธิ์กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

แต่ แล้วเหตุการณ์กลับโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เมื่อซีอิ้วทายาทของซีอุยที่ชดใช้กรรมอยู่ในนรกภูมินั้น ได้ขโมยหัวไม้เท้าของท้าวมัจจุราช แล้วหนีขึ้นมา ก่อ ความวุ่นวายบนโลกมนุษย์ เพราะแค้นที่ตนต้องตกนรกเพราะพวกเด็กๆ จึงสิงร่างคนเพื่อหลอกลักพาตัวเด็กๆ มาขังรวมกันไว้ โดยรอเวลา ถ้าหาก ครบ 66 คนเมื่อใดก็จะฆ่าพร้อมๆกันซีอิ้วเข้าสิงร่างสายฟ้า แล้วเข้าไปหลอกลักพาตัวเด็กๆ ที่มาเที่ยวสวนสนุกของนำฤทธิ์ จนกลายเป็นข่าวใหญ่โตเรื่อง ฆาตกรสวนสนุก” เมื่อข่าวแพร่สะพัด จึงทำให้สวนสนุกของนำฤทธิ์เสียชื่อและตกต่ำอีกครั้ง มัจจุรีกับบริวารจึงร่วมมือกันช่วยตำรวจ จนจับฆาตกรได้ แต่ซีอิ้วในร่างสายฟ้าใช้พลังจากหัวไม้เท้าเล่นงานมัจจุรีและบริวารจนเจ็บ หนักและหนีไปได้ ซีอิ้วไนร่างสายฟ้า ตระเวณหลอกล่อเด็กๆ จนใกล้ครบ 66 คน เมื่อมัจจุรีและบริวารหายดี จึงร่วมมือกันวางแผนปลอมตัวเพื่อล่อซีอิ้ว ทั้งคู่ใช้อิทธิฤทธิ์ต่อสู้กัน

ในที่สุดซีอิ้วก็พลาดท่าหลงอุบายของ สันทนาจึงทำให้มัจจุรีได้หัวไม้เท้าของมัจจุราชคืน และแล้วเวลาของมัจจุรีก็หมดลง เธอจึงถูกมา รับตัวกลับนรก ภูมิทันที

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีคุณนายรำเภา เป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูกสาวสองคน คนพี่ รจนาไฉน วิชนี และคนน้อง โรมฤทัย วืชนี แต่ทว่ารจนาไฉน นั้นมีคนรักแล้ว คือ ประวุฒิ วุฒิศักดิ อันครอบครัวของคุณนายรำเภานี้มีความสนิทสนมอยู่กับครอบครัวของคุณนายเปรม ปัทมกุล ซึ่่งอยู่ที่สุโขทัย มีลูกชายคนหนึ่ง คือ ปัท ปัทมกุล ทั้งสองครอบครัวนี้ต่างเคยให้สัญญากันนไว้ว่า ถ้ามีลูกจะให้แต่งงานด้วยกัน แต่เมื่อโรมฤทัยได้ทราบว่าตัวเองจะต้องหมั้นหมายกับปัทก็ไม่พอใจยิ่งเป็นการ กระทำแบบคลุมถุงชนของมารดา โรมฤทัยรู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก โดยจะไม่ยอมรับหมั้นอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าปัท เป็นเพียงคนบ้านนอก โง่ และเปิ่น เชยแหลกจึงบังคับให้ผู้พี่ คือ รจนาไฉนรับหมั้นและแต่งงานแทน รจนาไฉนก็ไม่ยินยอมและอ้างว่าตนเองมีคนรักอยู่แล้ว แม้คุณนายรำเภาจะขอร้องอย่างไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

วันหนึ่งโรมฤทัย ได้บอกความจริงแก่รจนาไฉน ว่ารจนาไฉนนั้น ไม่ใช่ลูกสาวคุณแม่ แต่เป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง และว่ากล่าวอย่างรุนแรง รจนาไฉนตัดสินใจรับหมั้นกับปัท เพื่อทดแทนบุญคุณเมื่อคุณนายเปรม ทราบข่าวการตกลงรับหมั้นก็เดินทางเข้ามากรุงเทพพร้อมกับปัท โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ครั้น ปัท ปัทมกุล พบกับรจนาไฉน และทราบว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของคุณนายรำเภาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าคุณนายแกล้งหลอกเอาคนอื่นมาแต่งงานเพื่อหวังต้ม และหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง แต่ในที่สุดก็ต้องยอมแต่งงานไปตามเรื่องตามราว ฝ่ายโรมฤทัยนั้นเมื่อได้เห็นปัท เข้าก็ตะลึงงัน ไม่คิดว่าคนที่มาจากบ้านนอกจะหล่อเหลาสง่างามถึงเพียงนั้น และพยายามทุกวิถึทางที่จะยั่วยวน แต่ปัทก็หาสนใจไม่ และตัดสินใจพารจนาไฉนกลับไปบ้านที่สุโขทัย ท่ามกลางความไม่เข้าใจกันของคนทั้งสอง ปัทคอยข่มขู่พูดจาดูถูกต่างๆนาๆเสมอ ทั้งคู่สมรสกันเพียงในนามเท่านั้น

ที่สุโขทัยนี่เอง อุรารักษ์ เจียรกุล หญิงสาวผู้หลงรักปัทอย่างหลงไหล พร้อมกับเพื่อนชายมาหาปัทที่บ้านพ่อเลี้ยงพูนทวี และ ปลัดวราห์ เพื่อนทั้งสอง เมื่อพบกับ รจนาไฉน ก็ต่างหลงรักทันที เพราะต่างเข้าใจว่ารจนาไฉนเป็นน้องสาวของปัท โดยปัทก็พยายามสนับสนุนเต็มที่เช่นกัน ต่อมาพ่อเลี้ยงพูนทวีทราบความจริงว่า รจนาไฉนเป็นภรรยาของปัท ก็พยายามหักห้ามใจ เมื่อปัททำไม่สำเร็จ จึงหันมาเล่นงานรจนาไฉนต่อไปเพื่อบีบบังคับให้หย่าขาด อยู่เสมอๆเป็นกิจวัตร อีกทั้ง อุรารักษ์ที่เข้ามาเป็นมือที่สามคอยแทรกระหว่างทั้งสองอยู่เสมอ และได้บอกกับรจนาไฉนว่าเธอตั้งท้องกับปัท ทำให้รจนาไฉนสุดจะทานทน และตัดสินใจออกจากปัทมกุลทันที รจนาไฉนได้รับความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงพูนทวี และเพื่อกันการครหา จึงให้รจนาไฉนอยู่ในความดูแลของแม่ครัว ส่วนตัวเองเปลี่ยนไปพักที่อื่น พร้อมทั้งไปหาปลัดวราห์เพื่อสืบถามความจริง และให้ อุรารักษ์พูดความจริงว่า เด็กในท้องนั้นเป็นลูกของปลัดวราห์

ปัทพยายามตามหารจนาอย่างสุดกำลัง และได้มาพบกับรจนาไฉนที่บ้านของพ่อเลี้ยงพูนทวี จึงเกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป รจนาไฉนใจอ่อน ยอมเดินทางกลับมาหาปัท
คนทั้งสองได้รู้จักถึงคำว่า รัก และ พรัดพราก ทางด้านโรมฤทัยกับประวุฒิ เพราะความคึกคะนองและความมึนเมา ทำให้ทั้งคู่พลาดทั้งๆที่ไม่ได้รักกันเลย โดยประวุฒิยังหวังจะได้ครองรักกับรจนาไฉนเพราะรู้ว่าแต่งงานกันเพียงในนาม เท่านั้น ส่วนโรมฤทัยก็ยังหวังจะได้ครอบครองปัทเช่นกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางขึ้นมาที่ สุโขทัย แต่ทั้งคู่ก็ผิดหวัง เมื่อทราบความจริงว่า ขณะนี้ปัท และ รจนาไฉน มีความรัก และมีความสุขดีแล้ว ทั้งโรมฤทัย และ ประวุฒิ รู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด และเดินทางกลับกรุงเทพ และตัดสินใจแต่งงานกันด้วยหวังว่าจะได้เติมเต็มกันและกันต่อไป ในวันข้างหน้า เมื่อเห็นว่าความรักนั้นมีค่าแก่การครอบครอง…

มนต์รักอสูร

น้ำผึ้งครูสาวของโรงเรียนประจำตำบลกำลังพบกับปัญหาหนักเพราะผู้มีอิทธิพลตาม ทวงเงินที่พ่อและแม่นำที่ดินไปจำนองไว้ ถ้าหากไม่สามารถหาเงินมาคืนก็จะยึดที่ดิน แต่ถ้าน้ำผึ้งยอมเป็นเมียน้อย ก็จะยกหนี้สินทั้งหมดให้ ขณะเดียวกันทั้งพ่อและแม่ของเธอก็กำลังเจ็บป่วยอย่างหนักผัน จึงพาน้ำผึ้งไปพบเทอดให้ช่วยเหลือ แต่เมื่อเจอกันครั้งแรก น้ำผึ้งก็พบกับความก้าวร้าวของนันท์ลูกชายของเทอดและการดูหมิ่นเหยียดหยาม จากเทอด เทอดให้ความช่วยเหลือน้ำผึ้ง แต่มีข้อแม้ว่าน้ำผึ้งต้องเป็นครูสอนหนังสือให้นันท์ ปรนนิบัติรับใช้เทอด น้ำผึ้งยอมตกลง น้ำผึ้งมาพบเสี่ยทรงยศเพื่อไถ่ถอนที่ดินคืน ทำให้เสี่ยทรงยศไม่พอใจ แต่ต้องยอมคืนโฉนดที่ดินให้

น้ำผึ้งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเทอด ด้วยความขยันทำงาน ทำให้เทอดมองเห็นความดีของน้ำผึ้ง แต่นันท์ก็ขัดขวางทุกครั้ง เสี่ยทรงยศส่งสมุนมาก่อกวนรังควานบางครั้งถึงกับฉุดน้ำผึ้งในบ้าน แต่เทอดกับพวกก็มาช่วยได้ทัน เทอดเป็นห่วงน้ำผึ้ง จึงสอนให้น้ำผึ้งยิงปืนและให้ปืนไว้ป้องกันตัว ความดีของน้ำผึ้งทำให้ความก้าวร้าวของนันท์เริ่มอ่อนลงและยอมไปเรียนหนังสือ ในตัวจังหวัด ทำให้เทอดดีใจอย่างมาก แต่นันท์ก็ไม่พอใจที่พ่อสนิทกับน้ำผึ้งจึงโทรไปฟ้องเตือนใจผู้เป็นป้า เตือนใจจึงเดินทางมาที่ไร่ ทำตัวเป็นเจ้าของเทอดอย่างเปิดเผย ในขณะเดียวกัน เตือนใจก็ใส่ร้ายหาว่าน้ำผึ้งกอดจูบกับประเทืองที่มาหาน้ำผึ้งบ่อย ๆ ทำให้เทอดเข้าผิด เย็นวันหนึ่งขณะเตือนใจขับรถไปรับนันท์ในตัวเมือง เทอดเมากลับมาพบน้ำผึ้งคุยอยู่กับประเทือง ทำให้เทอดเกิดความหึงหวง และไล่ประเทืองออกจากบ้านและปลุกปล้ำเธอ จึงทำให้ทั้งสองได้เป็นของกันและกัน เทอดไปรับพ่อและแม่ของน้ำผึ้งจากโรงพยาบาลหลังจากหายดีแล้ว น้ำผึ้งดีใจมากที่ได้พบพ่อกับแม่

และวันที่น้ำผึ้งเป็นอิสระก็มาถึง พ่อกับแม่น้ำผึ้งนำเงินมาไถ่ตัวจากเทอดทำให้ทุกในบ้านอาลัยหาน้ำผึ้ง แต่คนที่ดีใจที่สุด ๆ คือเตือนใจที่หมดเสี้ยนหนาม ชัชชัยหุ้นส่วนโรงไม้ของเสี่ยทรงยศคุยกันเรื่องไม้เถื่อนที่ขนย้ายมาจากชาย แดน และมียาบ้าซุกซ่อนมาด้วย ทำให้ชัชชัยมาเยี่ยมเทอดเพื่อเจรจาให้เทอดเปิดทางด้านภูเขาให้รถขนไม้แต่เท อดไม่ยอม ชัชชัยจับน้ำผึ้งและนันท์ไปเป็นตัวประกันถ้าเทอดยอมเปิดทางก็จะปล่อยตัว ทันที เทอดบอกให้ผันและพ่อของน้ำผึ้งให้ไปแจ้งตำรวจ และตกกลางคืนเทอดก็แอบเข้าไปในโรงเลื่อยไม้แล้วฆ่าสมุนของชัชชัยตาย ชัชชัยต่อโทรศัพท์ให้เทอดสั่งคนงานในไร่ไปเปิดทางให้รถ แต่เทอดสั่งคนงานให้ตอบโต้ห้ามใครล่วงล้ำเขตไร่ ทำให้ชัชชัยโกรธมากสั่งให้สมุนมัดนันท์แล้วดึงห้อยโตงเตงและค่อย ๆ หย่อนลงด้านล่างซึ่งเป็นในเลื่อยขนาดใหญ่ ขณะ ที่ร่างกำลังจะถึงใบเลื่อย เตือนใจก็ดึงปืนออกมาจี้ชัชชัยพร้อมกับสั่งให้เทอดไปช่วยลูกและน้ำผึ้ง ขณะนั้นผันนำตำรวจบุกเข้ามา สมุนของชัชชัยและทรงยศเกิดการแตกกระเจิง ชัชชัยต่อสู้กับเทอด พลาดท่าถูกเทอดเหวี่ยวไปถูกใบจักรร่างของชัชชัยขาดสองท่อนตายสยอง เมื่อเรื่องร้ายผ่านไปเทอดก็ขอร้องให้น้ำผึ้งอยู่กับเขา และนันท์ตะโกนเรียกน้ำผึ้งว่า แม่ ทำให้น้ำผึ้งกอดนันท์ด้วยความรักและทั้งสามก็กอดกันด้วยความรักท่ามกลางความ ดีใจของคนในไร่

นำแสดงโดย

1. จอนนี่ แอนโฟแน่ รับบท เทอด
2. นพวรรณ ศรีนิกร รับบท น้ำผึ้ง
3. สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ รับบท เตือนใจ
4. สถาพร นาควิลัย รับบท ทรงยศ
5. วฤนดา สมศิริ รับบท กานดา
6. โอลิเวอร์ พูพาร์ท รับบท ปราโมทย์
7. พิศาล อัครเศรณี รับบท วัน
8. ปวีณา ชารีฟสกุล รับบท ลำยง

มนต์รักลูกทุ่ง

คล้าว (ทฤษฎี สหวงษ์) คนจนนิสัยดี เป็นคนขยันทำมาหากิน เพื่อไถ่ที่นาที่ แม่คอน (ชุดาภา จันทเขต) ผู้เป็นแม่นำไปจำนองไว้กับจอม (สันติสุข พรหมศิริ) ผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน เจิด (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของจอม ที่หลงรัก ทองกวาว (จิตตาภาแจ่มปฐม) ลูกสาวคนสวยเศรษฐี พ่อก้อน (อนันต์ บุญนาค) กับ แม่ทับทิม (จินตหรา สุขพัฒน์) เป็นคนสวย น่ารัก เรียบร้อย เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ทองกวาวไม่ชอบที่เจิดเป็นนักเลงอันธพาลหัวไม้ ทองกวาวมีญาติสนิทชื่อ บุปผา (ณัฎฐพัชร วิพันธครตระกูล) สาวสวยวัยไล่เลี่ยกันเป็นที่ปรึกษาหัวใจ ส่วนบุปผาชอบ พี่แว่น (เบญจพล เชยอรุณ) เพื่อนสนิทของนายคล้าว คล้าวเป็นหนุ่มเนื้อหอมมีสาว ๆ มาชอบมากมาย แต่ตนมีใจรักทองกวาวเพียงผู้เดียว ถึงแม้จะมี สายใจ ลูกสาวตามิ่ง (เป็ด เชิญยิ้ม) ขี้เมา คอยตามตื้อก็ตาม

ทองกวาวแอบไปพบคร้าวเสมอ เจิดเห็นเอามาฟ้องก้อน ก้อนทำโทษห้ามออกจากบ้าน เมื่อออกไปเจอคล้าวไม่ได้ คล้าวเลยแอบมาปีนบ้านหาทองกวาวนัดไปเจอกันที่เพิงกลางนา แต่แม่คอนไม่สบาย คืนนั้นคล้าวต้องอุ้มแม่ไปรักษาที่สุขศาลานอนเฝ้าแม่เลยไม่ได้ไปตามนัด ทองกวาวมารอคล้าวบังเอิญสายใจผ่านมาเจอทองกวาวเลยโกหกว่าคล้าวไม่มาเพราะ เพิ่งแยกกับตนที่บ้าน ทองกวาวเชื่อคำพูดของสายใจ และเมื่อเจิดเอารถคันใหม่มารับที่บ้านแม้จะไม่ชอบเจิด แต่ก็ทนความตื๊อและคะยั้นคะยอของพ่อกับแม่ไม่ไหวจึงยอมนั่งรถออกไปกับเจิด คล้าวกลับจากเฝ้าแม่พร้อมสายใจมาเจอเจิดกับทองกวาว ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน บุปผา รู้เรื่องเข้าจึงแอบไปบอกความจริงกับคล้าว คล้าวไปหาทองกวาว และบอกสาเหตุที่ตนเองไม่ไปตามนัด

ก้อนกับทับทิมให้จอมไปหาฤกษ์ จะได้ให้เจิดยกขันหมากมาขอทองกวาว ทองกวาวรู้เรื่องก็ร้องไห้เสียใจ ด้านคล้าวรู้เรื่องจึงพาแม่ไปทาบทามขอหมั้นทองกวาวตัดหน้าเจิด ตาก้อนหัวเราะเยาะเรียกสินสอดเป็นจำนวนเงิน 10 หมื่น ก้อนกับทับทิม กลัวทองกวาวจะหนีตามคล้าวก็เลยตัดสินใจส่งทองกวาวไปกรุงเทพฯไปอยู่บ้านพี่ สาวก้อนชื่อ ทองคำ ให้เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า โดยหลอกลูกสาวกับหลานสาวว่าเรียนจบเมื่อไหร่กลับมาบ้านก็ให้คล้าวมาสู่ขอได้ ทองกวาวกับบุปผาดีใจไปบอกเรื่องนี้กับคล้าวและแว่นว่าให้รออีกปี เมื่อไปถึงสองสาวตั้งใจเรียน ต่างส่งจดหมายมาให้คล้าวและแว่นแต่ก็โดนก้อนเอาเผาไฟหมด

ระหว่าง นั้นทองกวาวมีชายเจ้าชู้หลานป้าทองคำมาชอบชื่อ ธรรมรักษ์ (ศรันยู ประชากริช) ที่แอบมีเมียเป็นนักร้องชื่อ ฤทัย (ปิยะดา ตุรงคกุล) และลูกน้องของธรรมรักษ์ชื่อ ธีระ (ภุชงค์ โยธาพิทักษ์) มาติดพันบุปผา แต่ทองกวาวและบุปผาไม่สนใจ ทองกวาวพบ บุญยืน (เอกชัย ศรีวิชัย) ที่มาเป็นนักร้องในคลับของธรรมรักษ์ โดยบังเอิญ สองสาวเข้ามาสอบถามถึงได้รู้ว่าเพลงนี้แว่นฝากมาให้ร้องให้คนกรุงเทพฯ ฟัง ทั้งทองกวาวและคล้าวได้รู้ข่าวคราวซึ่งกันและกัน โดยผ่านทางบุญยืนเป็นสื่อกลาง

ด้วยความที่กลัวลูกลำบาก อยากให้แต่งงานกับคนรวยมีฐานะอย่างธรรมรักษ์ พ่อก้อนจึงโกหกลูกสาวทองกวาวว่าคล้าวลืมทองกวาวแล้ว และได้ สายใจเป็นเมียไปแล้ว ด้านบุญยืนชวนคล้าวมาเล่นดนตรีที่คลับเพิ่งเปิดใหม่ของฤทัยที่กรุงเทพ คล้าวลาแม่ไปกรุงเทพฯ เพชร น้องทองกวาวเห็นใจคล้าว จึงยอมบอกที่อยู่ของทองกวาว ระหว่างทางเรือเกิดล่ม กระดาษที่จดที่อยู่ทั้งของบุญยืนและทองกวาวละลายน้ำไม่สามารถอ่านได้

พวกคล้าวกับแว่นต่างก็ตามหาทองกวาว บุปผา และบุญยืน จนหมดกำลังใจตัดสินใจกลับ แต่ก็โชคดีมาพบบุญยืนโดยบังเอิญ บุญยืนว่าเรื่องที่จะไปเล่นดนตรีที่คลับนั้นสายไปแล้ว เพราะเห็นคล้าวไม่มาเจ้านายก็เลยรับนักดนตรีวงอื่นไปแล้ว แต่ก็มีงานเล่นดนตรีในงานประกวดเทพีเหมันต์ ทั้งหมดไปรอเล่นดนตรีก็เลยเห็นทั้งทองกวาวและบุปผาที่เข้าประกวดเทพีเหมันต์ แว่นแอบเอาโน๊ตเพลงไปวางให้นักดนตรีเล่น คล้าวขึ้นไปร้องเพลงออกทีวีในงานนี้คู่กับทองกวาวรุ่งขึ้นคล้าวพายเรือไปหา ทองกวาวที่บ้านทองคำ คล้าวเห็นทองกวาวเดินเล่นกับธรรมรักษ์ จึงเข้าใจผิดเกิดการวิวาทกับพวกธรรมรักษ์ ทองกวาวไล่คล้าวและให้เลิกกันดีกว่า คล้าวเสียใจมากจึงกลับบ้านนอก ด้านทองคำขอทองกวาวให้ธรรมรักษ์และบุปผาให้แก่ธีระ สองสาวที่กำลังอกหักตัดสินใจรับหมั้นกับธรรมรักษ์และธีระ

คล้าวกลับถึงบ้านจึงรู้ว่าจอมยึดนายึดบ้าน โดยปลอมหนังสือว่าแม่คอนไปยืมเงินตอนคล้าวไปกรุงเทพฯ และเมื่อได้ข่าวว่าทองกวาวรับหมั้นไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ คล้าวก็ตัดสินใจย้ายบ้านไปหาที่ทำกินใหม่โดยมีสายใจตามไปด้วยก้อนกลับบ้านมา เตรียมงานหมั้นและแต่งงาน เมื่อจอมรู้ว่าธรรมรักษ์ยอมทุ่มสินสอดแบบไม่อั้นเพื่อมาขอทองกวาว จึงคิดวางแผนปล้นสินสอด พร้อมจับตัวทองกวาวและป้าทองคำเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ วันสุกดิบก่อนวันแต่งงาน พ่อก้อน แม่ทับทิมเมาเผลอบอกความจริงเรื่องที่ทำให้ ทองกวาว บุปผา คล้าว และแว่น เข้าใจผิดกัน เพชรรีบไปตามคล้าวเพื่อบอกความจริงแต่พอคล้อยหลังก็เห็นพวกเจิดเข้าปล้นเอา สินสอดและทองกวาวไปด้วยเพื่อเรียกค่าไถ่ เพชรรีบมาบอกคล้าวว่าพวกเจิดมาปล้นบ้านและจับเอาตัวทองกวาวไปด้วย คล้าวรีบติดตามไปช่วยและให้เพชรไปแจ้งตำรวจ พร้อมตามชาวบ้านมาช่วยคล้าว…….

คล้าวจะสามารถช่วยทองกวาวได้หรือไม่ และความรักระหว่างทองกวาวกับคล้าวและบุปผากับแว่นจะลงเอยกันเช่นไร ต้องติดตามใน ละครมนต์รักลูกทุ่ง ออกอากาศทุกวัน ศุกร์ เวลา 20.30 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมนต์รักลูกทุ่ง

มนต์รักข้าวต้มมัด

เรื่องรักวุ่นวายของ “ช่อม่วง”(แพท-ณปภา ตันตระกูล) หลานสาวสุดแสบของคุณยาย “แช่มชื่น”(ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้ผลิตข้าวต้มมัดรายใหญ่ของกรุงเทพ ข้าวต้มมัดของยายแช่มโด่งดังไปทั่วทั้งสี่มุมเมือง ทำส่งขายตลาดมากเป็นอันดับหนึ่ง ยายแช่มมีฝีมือทางด้านการทำข้าวต้มมัด พอๆกับความเชี่ยวชาญทางการจับคู่ หลังจากตระเวนจับคู่ให้คนมามากมาย

ถึง เวลาของหลานสาวสุดเลิฟที่ยังครองตัวเป็นโสดแถมยังแซบซะจนยายแช่มเป็นห่วงว่า ถ้าวันนึงยายเป็นอะไรไปแล้วช่อม่วง คงจะเหี่ยวคาคาน เอ๊ย! ช่อม่วงจะอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง ว่าแล้วก็คิดแผนเด็ดจะจับหลานสาวจอมเฮี้ยวแต่งงานกับ “ตงฉิน”(รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) หลานชายสุดเลิฟ..เลิฟของ “อาม่ากิมท้อ”(กอบสุข จารุจินดา) เพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เป็นสาวๆ

ทันที ที่ช่อม่วงและตงฉินรู้ข่าวการคลุมถุงชนทั้งสองคนปฎิเสธหัวชนฝาคอนกรีต ร้องกรี๊ดๆ ไม่ย๊อม..ไม่ยอม ตงฉิน กับ ช่อม่วง เป็นคู่กัด คู่ปรับ กันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยบุคลิกและนิสัยที่เหมือนกันราวกับโขลก ทั้งปากจัด ช่างประชดประชัน เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ยอมคน เจอกันทีไรเป็นต้องบรรลัยทุกที ที่สำคัญหัวใจของช่อม่วง ไม่มีที่ว่างเหลือไว้สำหรับผู้ชายอื่นแม้แต่ ๑ ตารางมิล เพราะทั้งหัวใจเธอยกให้ “ลายไท”(อรรคพันธ์ นะมาตร์)

เจ้า ของไร่กล้วยที่ส่งกล้วยและใบตองให้ที่บ้านมาเนิ่นนานหลายสิบปี เพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ช่อม่วงแอบรักพี่ลายไทหัวทิ่มหัวตำ แก่นเซี้ยวกับทุกคนทั่วหล้า แต่ต้องตกม้าตายตอนเจอพี่ลายไททู๊ก…ครั้ง ด้วยความเป็นผู้ชายแสนอบอุ่น จริงใจ สไตล์ไทยแท้ ช่อม่วงเกิดอาการแพ้อย่างแรง แต่ถึงแม้เธอจะพยายามตีสนิทใกล้ชิดมากแค่ไหน ลายไทยังเห็นเธอเป็นแค่ “น้องช่อ” ของพี่ไทมายี่สิบกว่าปีไม่เคยเปลี่ยน (เฮ่อ….)

ใน ขณะที่ตงฉิน ถึงจะตั้งหน้ากินเกาเหลากับช่อม่วงเจอกันทีไรกัดกันทุกที มีแต่ความแข็งกระด้าง เป็นอาตี๋ซกมก ไม่อบอุ่น ไม่อ่อนโยน ไม่มีน้ำใจ (ในสายตาช่อม่วง) แต่เขากลับมีความรักที่แสนจริงใจให้กับ “ฟองดาว”(ชิดจันทร์ รุจิพรรณ) หลานสาวของ “หม่อมแจ่มใส”(มณีนุช เสมรสุต) ผู้ดีเก่าสุดเค็ม และเขี้ยวเพื่อนบ้านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาม่ากิมท้อ ตระกูลฟองดาวเป็นนักดนตรีไทยที่เคยถวายงานอยู่ในวัง

ปัจจุบัน หม่อมเปิดบ้านทำเป็นโรงเรียนสอนรำไทย และดนตรีไทย โดยมีฟองดาวเป็นคนดูแลฟองดาวเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อม ทั้งรูปทรัพย์ ชาติตระกูล การศึกษา กริยามารยาทที่ถอดออกมาจากหนังสือกุลสตรีไทย

ตงฉิน ตกหลุมรักคุณหนูฟองอย่างหัวปักหัวปำ เจอทีไร เป็นใจอ่อน ตัวอ่อน พูดจานิ่มนวล ชวนเคลิ้มทุกครั้งไป แต่ไม่ว่าตงฉินจะแสดงออกถึงความรักมากมายแค่ไหน แต่คุณหนูฟองไม่เคยเห็น เป็นได้แค่เพื่อนข้างบ้านเท่านั้น (กรรมจริงๆ)
ในเมื่อหัวใจของ ช่อม่วง และตงฉิน ไม่ได้มีไว้ให้กันและกัน ประกอบกับความชิงชังที่มีเป็นทุนเดิมทำให้ปฎิบัติการ “ชิ่ง” การแต่งงาน จึงเริ่มต้นขึ้น !!

หลังจากที่ทั้งสอง คนยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าไม่มีวันแต่งงานกัน แต่ยายแช่มกับอาม่ากิมท้อไม่ยอมยกเลิก อ้างว่าต้องถือคำสัตย์เหนือสิ่งใด ไม่งั้นตายตาไม่หลับ

ตงฉินและช่อ ม่วง เห็นทีว่าขัดขืนไม่ได้จึงจัดการเก็บกระเป๋าเตรียมหนีไปต่างประเทศกะว่า เรื่องเงียบค่อยย่องกลับ ในการหนีช่อม่วงได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก “รื่นรมย์”(จินตหรา สุขพัฒน์) แม่ที่รู้ใจลูก และต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้ ในขณะที่ตงฉินมี “อาโจว”(พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เตี่ยบังเกิดเกล้าคอยให้ท้ายอย่างเต็มที่ เพราะรื่นรมย์กับอาโจวเกลียดขี้หน้ากันอย่างแรง

เหตุ จากเมื่ออดีตทั้งสองคนเคยจะได้แต่งงานกันแต่อาโจวดันไปทำแม่ตงฉินท้องทำให้ รื่นรมย์เสียหน้า ดีที่พ่อของช่อม่วงไม่ถือสาและยอมแต่งงานด้วย ถึงแม้ตอนนี้ทั้งสองคนจะเป็นหม้ายเพราะสามี กับ ภรรยา ตายไปนานแล้ว แต่ความเกลียดชังในครั้งอดีตยังฝังใจ ทำให้รื่นรมย์ถึงกับประกาศไม่เผาผี และไม่มีวันยกลูกสาวให้บ้านนั้นเป็นอันขาด !!

ใน ขณะที่ทั้งสองคนหอบข้าวของมุ่งไปยังสนามบินอย่างทุลักทุเล ก็ดั๊นมาจะเอ๋กันที่สนามบิน (ซะงั้น) พอเจอหน้ากัน ก็รู้ทันทีว่าต่างคนต่างกำลังหนี ด้วยศักดิ์ศรีที่มีท่วมหัวทำให้ทั้งสองคนยืนด่ากันสนั่นสุวรรณภูมิหาว่าอีก ฝ่ายไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าคนอื่นรู้ว่าตัวเองโดนทิ้ง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ด่าไปก็ลืมนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ด่ากันไป ด่ากันมา จนโดนตำรวจจับโทษฐานก่อความไม่สงบ

เดือดร้อนถึงรื่นรมย์ กับอาโจวต้องมาประกันตัว แต่พอเจอกันก็เปิดศึกอีกรอบ คราวนี้เดือดร้อนถึงยายแช่มกับอาม่ากิมท้อ ต้องมาประกันตัวทั้ง 4 คน พร้อมกับยื่นคำขาด ประกาศยืนยันการแต่งงานของทั้งสองคน เพื่อความสมานฉันท์ของทั้งสองครอบครัว ทำให้ช่อม่วงกับตงฉินถึงกับอึ้ง..ตึ๊บ..ซวยหนักเข้าไปอีก

ความ ล้มเหลวจากการหนีบีบคั้นให้ช่อม่วงต้องกลับมาครุ่นคิด ค้นหาวิธีที่แยบยลกว่าเดิม ช่อม่วงตัดสินใจเปิดอกพูดกับพี่ลายไทแบบตรงไปตรงมา และขอร้องให้เขามาเป็นคู่ควงชั่วคราวเพื่อหนีการแต่งงาน

ใน ใจเธอแอบหวังนิดๆว่าถ้าแผนการณ์สำเร็จ นอกจากไม่ต้องแต่งงานกับตงฉิน และอาจจะได้พี่ลายไทมาเป็นสามีจริงๆ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ลาย ไทออกอาการงงเล็กน้อยที่ช่อม่วงมาขอร้องให้เป็นแฟนบังหน้า แถมยังใส่ร้ายว่าที่สามีที่ยายหาให้ว่าเป็นคนสารเลวสารพัด จนลายไทสงสาร บวกกับความรัก (น้อง) จึงยินยอมพร้อมใจ ร่วมมือด้วย ช่อม่วงลิงโลดสุดๆ เตรียมตัวจะควงลายไทไปเปิดตัวในงานฉลองแซยิดของอาม่ากิมท้ออย่างเต็มที่ !แต่ความลับไม่มีในโลก….

ข่าว ที่ช่อม่วงจะเปิดตัวแฟน กระเด็นมาเข้าหูตงฉิน เขาแทบดิ้นพร่านเพราะถ้าช่อม่วงทำจริง เขาจะต้องหน้าแตก แขกเหรื่อจะต้องคิดว่าเขาคือ คนที่ “ถูกทิ้ง” ยอมไม่ด้ายยยยยย…ตงฉินตรงไปโวยวายกับช่อม่วงและบอกให้ยกเลิกแผนการณ์นี้ซะ แต่ช่อม่วงไม่ยอมเด็ดขาด ตงฉินบอกว่าถ้าช่อม่วงไม่หยุด เขาจะหยุดเอง ด้วยการไปคุยกับลายไทแบบแมนๆ .. ช่อม่วงรีบห้าม และกีดกันไม่ให้ตงฉินได้เจอกับลายไท ตงฉินไม่ยอมและแอบปลอมตัวเป็นเด็กตัดกล้วยเข้าไปในไร่พี่ลายไท เพื่อตีสนิทและขอความเห็นใจ พอเขาได้รู้จักกับลายไท จึงรู้ว่าทั้งสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ

แต่ช่อม่วงแอบหลงรักเพียง ข้างเดียวโดยที่ฝ่ายชายไม่รู้ตัว ตงฉินถึงกับตบเข่าฉาดด้วยความสะใจ ที่ได้รู้จุดอ่อนของช่อม่วง เขาเอามาเป็นข้อต่อรอง โดย บังคับให้ช่อม่วงหาวิธีชวนฟองดาวมางานแซยิดให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไปบอกยายแช่มเรื่องแฟนกำมะลอและจะบอกให้ลายไทรู้แผนการรวบหัว รวบหางของช่อม่วง ข้อต่อรอง (แกมบังคับ) ของตงฉินทำให้ช่อม่วงต้องยอมทำตามแต่โดยดี

มนต์จันทรา

“สาระวารี” กับ “สาระสมา” พี่น้องฝาแฝดที่มีความหลังฝังใจตั้งแต่เด็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องการพนันโดยพ่อหลงการพนันอย่างหนักเสียเงินทางทรัพย์สิน จนกระทั่งแม่ไม่สบายสาระวารีไปขอเงินพ่อที่บ่อนเพื่อไปรักษาแม่พ่อไม่ให้แถม ถูกพ่อตลาดไล่ตี “ษมา” ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เห็นเข้าก็นึกสงสารจึงให้เงินสาระวารี พอสาระวารีกลับถึงบ้านแม่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้วสาระวารีจึงโกรธพ่อและเกลียด การพนันอย่งฝังจิตฝังใจส่วนษมาคนที่ให้เงินสาระวารีเล่นการพนันมือขึ้นมาก จนทางบ่อนนึกหมั่นไส้แลยส่งคนมาลอบทำร้ายซึ่งสาระวรีก็ได้มาช่วยได้ทันษมา จึงจดจำเด็กผู้หญิงที่ชื่อ “สาระวารี” ไว้จนขึ้นใจ

10 ปีผ่านไป สาระสมาไปเป็นแอร์โฮสเตส ส่วนสาระวารีไปทำงานเป็น “นักข่าว”สาระวารีโดนผู้บังคับบัญชามอบหมายงานให้ทำข่าวสัมภาษณ์เรื่องบ่อน คาสิโนที่เกาะพระฮามสาระวารีพยายามหาทางเลี่ยงที่จะทำข่าวนี้เพราะเกลียดการ พนันแต่ก็เลี่ยงไม่ได้จนต้องเดินทางไปสัมภาษณ์เจ้าของบ่อนคาสินโน ซึ่งก็คือ ” ษมา” สาระวารีจำษมาไม่ได้แต่ษมาจำสาระวารีได้และรู้สักสาระวารีดี เพราะคอบส่งคนให้คอยติดตามสาระวารีตลอดเวลาก่อนวาระวารีจะเดินทางไปก็ได้ อธิษฐานกับพระจันทร์ขออะไรต่าง ๆ นานา แต่สาระสมากลับแช่งสาระวารีว่าเกลียดสิ่งใดขอให้ได้สิ่งนั้นเมื่อสาระวารีไป ถึงเกาะยานก ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก”ษมา” ส่วน “ลำแพง”แม่บ้านของเกาะยานกนั้นแอบไม่พอใจที่ษมาให้สาระวารีมาค้างที่เกาะ จึงเกลียดชังสาระวารีตั้งแต่แรกเห็นทั้งนี้ก็เพราะลำแพงแอบหลงรักษมาอยู่

ทาง ด้าน “ดิตถ์” ซึ่งเป็นเจ้าของ “ดิตถ์ รีสอร์ท” ศัตรูคนสำคัญ ของษมามักจะหาโอกาสให้ลูกสมุนมาคอยดักยิงษมาอยู่บ่อย ๆ เพราะต้องการที่จะฮุบเกาะและบ่อนคาสิโนมาเป็นของตน จึงได้ร่วมถือกับ “โศภี” ซึ่งแต่ก่อน โศภีเคยเป็นคนรัก ซึ่งแต่ก่อนโศภีเคยเป็นคนรักของษมา แต่เพราะษมาจนโภีจึงหนีไปแต่งงานกับเสี่ยรวย ๆ แทน พอษมาเริ่มมีเงินเพราะคาสิโนพร้อมกับสามีของโศภีตายไปโศภีจึงคิดกลับมาหาษมา พร้อมกับแผนการฮุบเกาะและบ่อนคาสิโนโดยร่วมมือกับ ดิตถ์ แต่ “ษมา” ล่วงรู้ถึงแผนการของดิตถ์และโศภีมาตลอด และวางแผนย้อนรอยจนดิตถ์ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ช่วงระยะเวลาที่ สาระวารีสัมภาษณ์ษมาที่เกาะยานก ทำให้สาระวารีเริ่มใจอ่อนและหลงรักษมาแต่เพราะความที่สาระวารีเกลียดการพนัน อย่างฝังใจจึงทำให้สาระวารีปากแข็งและไม่ยอมรับความจรง ส่วนลำแพงก็พยายามคิดหาวิธีที่จะกำจัดสาระวารีไปให้พ้นจากเกาะ ลำแพงจึงคดคิดวางแผนกับ “แลง” น้องชาย โดยหลอกให้ษมาและลูกน้องไปดูความเสียหายที่เกาะพระฮาม ส่วนตัวลำแพงก็หลอกให้สาระวารี ไปที่โรงเก็บเรือและจุดไปเผา “จันเลา” ลูกน้องคนสนิทของษมาอีกคนมาช่วยสาระวารีไว้ทัน สาระวารีรอดตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บ สาหัสเพราะแรงระเบิด
ษมาจ้างพยาบาลคอย ดูแลสาระวารีที่เกาะยานก ลำแพงแอบใส่ยานนอนหลับไนน้ำเกลือสาระวารีอาการทรุดหนักลวไปอีกษมาจึงสั่งให้ คนคิดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง

คอยดูความเคลื่อนไหวในห้องพักของสาระวารี ลำแพงจึงหาวิธีใหม่โดยอาสาไปตีรับผึ่งที่เลี้ยงไว้ท้ายเกาะเพื่อเอาน้ำผึ่ง เลี้ยงไว้ท้ายเกาะ เพื่อเอาน้ำผึ่งมาทาแผลให้ ษมาส่งคนจับพิรุธลำแพงแอบใส่ยาพิษในน้ำผึ้งมาสั่นคนให้ออกตามหาลำแพง ลำแพงสารภาพว่าที่ทำไปเพราะรักษมา แต่ษมาได้บอกกับลำแพงว่าคนรักสาระวารีเพียงคนเดียวลำแพวแค้นษมาจึงผลักษมา ให้ตกเหว แต่ษมาหลบทันลำแพงจึงพบาดตกหน้าผาไปเอง สำวนแองก็ถูกตำรวจจับข้อหกสมคบกับลำแพง

มงกุฎดอกส้ม 2553

มงกุฎดอกส้ม เป็นเรื่องราวของ คำแก้ว สาวน้อยเมืองเหนือ วัยประมาณ 15 ปี บอบบางแลดูน่าสงสาร เธอมีความฝันสวยงามเฉกเช่นเด็กสาวทั่วไปในรั้วคอนแวนต์ นั่นคือการสวมชุดวิวาห์ที่ขาวสะอาด ฟูฟ่อง แลดูบริสุทธิ์ราวกับเจ้าหญิงน้อย ๆ ในเทพนิยาย และดอกส้มคือดอกไม้ที่คำแก้วรักมากที่สุด เธอปรารถนาและรอคอยมาชั่วชีวิตที่จะได้นำมันมาร้อยเป็นมงกุฎและสวมใส่ในวัน แต่งงาน อนิจจา…ความจริงและความฝันช่างห่างไกลกันลิบลับนัก เมื่อเธอต้องถูกส่งมาเป็นภรรยาน้อยของเจ้าสัวชราท่านหนึ่งแห่งย่านภาษีเจริญ ภายหลังการเสียชีวิตของบิดาเนื่องจากหนี้สินที่มากมาย และมารดาเลี้ยงของเธอไม่ปรารถนาจะเลี้ยงดูเธออีกต่อไป

เจ้าสัวเชงสือเกียง คือว่าที่สามีของคำแก้ว มาบัดนี้เขามีอายุประมาณ 60 ปีแล้ว แม้ว่าวัยจะล่วงเลยมาขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการหาภรรยาเล็กๆ เพื่อเสริมบารมีของท่านเจ้าสัวลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ตรงกันข้ามท่านกลับพออกพอใจยิ่งนักที่สามารถสรรหาภรรยาเด็กขนาดคำแก้วได้ ท่านเจ้าสัวรอคอยวันที่เขาจะได้ครอบครองความงามและความบริสุทธิ์นี้อย่างใจ จดจ่อ

คำแก้วเดินทางมาถึงยังคฤหาสน์ใหญ่สีแดงเก่าคลาคล่ำแห่งคลองภาษีเจริญอย่าง เงียบเชียบ โดยที่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า บัดนี้คุณนายที่สี่หรือภรรยาคนใหม่ของท่านเจ้าสัวได้เดินทางมาถึงแล้ว เนื่องจากท่านเจ้าสัวรู้ดีว่าการหาภรรยาเล็ก ๆ เพื่อมาเสริมบารมีในวัยขนาดนี้นั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายอยู่ไม่ใช่น้อย ท่านจึงเลือกที่จะไม่บอกกล่าวใครเพื่อไม่ให้เป็นการตะขิดตะขวงใจเสียเปล่า ๆ เมื่อมาถึงคำแก้วได้ กิมลั้ง เด็กสาวชาวจีนท่าทางแก่นแก้วและซุกซนไม่เกรงกลัวใคร ให้มาเป็นต้นห้องคอยรับใช้เธอ

แต่การพบกันครั้งแรกระหว่างคำแก้วและกิมลั้งนั้นไม่เป็นที่น่าประทับใจสัก เท่าไรนัก เมื่อกิมลั้งเองก็รู้สึกได้ว่า คุณนายคนใหม่นั้นแลดูสวยงามและเยือกเย็นก็จริง หากแต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เห็นภายนอกเท่านั้น แท้จริงแล้วเธอซ่อนความอำมหิตและร้ายกาจอยู่ภายใต้ท่าทีที่เรียบเฉยนี้เลยที เดียว กิมลั้งเกลียดคุณนายคนใหม่ เธอมีความฝันและความทะเยอทะยานอยู่ไม่น้อยทีเดียว เมื่อเธอหวังที่จะเป็นคุณนายที่สี่แห่งอาณาจักรตระกูลเชงแห่งนี้ ความมือไวใจเร็วของท่านเจ้าสัวที่ผ่านมาทำให้กิมลั้งย่ามใจและใฝ่ฝันจะเป็น คุณนายใช้ชีวิตอย่างร่ำรวยสุขสบาย เธอเกลียดคุณนายคนใหม่ที่มาแย่งตำแหน่งของเธอ ส่วนคำแก้วเองก็รู้สึกเกลียดชังเด็กสาวที่ช่างต่อล้อต่อเถียง ชอบซุบซิบนินทา แถมยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อเธอยิ่งนัก

ท่านเจ้าสัวพาเธอไปแนะนำตัวต่อภรรยาทั้งสามคนซึ่งอยู่ที่นี่มานานแสนนาน เม่งฮวย ภรรยาชาวจีนคนแรกของท่านเจ้าสัวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บัดนี้เธอกลายเป็นเพียงหญิงที่ไร้เสน่ห์ในสายตาของสามี หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านท่านเจ้าสัวก็ให้เกียรติเธอเป็นผู้ดูแลบริหาร และจัดการเรื่องผลประโยชน์ รายรับรายจ่ายและเป็นผู้ที่คอยควบคุมดูแลบริวารทุกคน อำนาจสิทธิ์ขาดทุกอย่างจึงเป็นของเม่งฮวย โดยที่ท่านเจ้าสัวไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่มาร่วมหลับนอนกับเธอเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไปอีกด้วย เม่งฮวยต้อนรับคำแก้วตามหน้าที่ทั้ง ๆ ที่ในใจลึก ๆ แล้ว เธอไม่เห็นด้วยเลยที่ท่านเจ้าสัวมีภรรยาเพิ่มและอายุน้อยถึงเพียงนี้

เย นหลิง คือภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าสัว ท่านเจอเธอเมื่อเดินทางไปติดต่อการค้าที่สิงคโปร์ในฐานะหลานสาวท่านทูต แต่ไม่มีใครที่ล่วงรู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นหลานสาวท่านทูต โดยสายเลือด หากแต่เป็นเพียงญาติห่าง ๆ ของแม่บ้านที่ทำงานให้แก่ท่านทูตเท่านั้น ความน่ารักสวยงามบวกความฉลาดเฉลียวและทะเยอทะยาน ทำให้เยนหลิงสามารถจดจำและเลียนแบบมารยาทสมบัติผู้ดีได้ทุกประการ และเมื่อวันเวลาผ่านไปเธอก็สามารถเลื่อนฐานะกลายเป็นหลานสาวท่านทูตได้อย่าง แนบเนียน และด้วยความทะเยอทะยานนี้เอง ทำให้เธอกลายเป็นภรรยาคนที่สองของเจ้าสัวเชงสือเกียงภายในระยะ เวลาที่ไม่นานนัก เยนหลิงแสดงท่าทีต้อนรับคำแก้วอย่างอบอุ่นแม้ว่าหางตาจะแอบแสดงความอิจฉา ริษยาและความดุร้ายออกมาบ้าง แต่เธอก็พยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีที่เรียบร้อย อ่อนหวาน น่ารักตามแบบฉบับของเธอ

เหม่เกว่ หรือ โรส คุณนายนางเอกคณะอุปรากรจีน เธอเป็นคนที่สวยที่สุดในบรรดาภรรยาทั้งหมดของท่านเจ้าสัว ยามว่างเธอมักชอบร้องเพลงและร่ายรำอยู่เสมอ ๆ ท่าทางที่ร่าเริงดั่งนกตัวน้อย ๆ มารยาหญิงหลายร้อยเล่มเกวียนที่สรรหามาใช้ ทำให้โรสเป็นที่โปรดปรานของท่านเจ้าสัวยิ่งนัก ซึ่งสร้างความอิจฉาให้แก่บรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของท่านเจ้าสัวอย่างยิ่ง คำแก้วขออนุญาตท่านเจ้าสัวไปพบโรสด้วยตัวเธอเอง หากแต่โรสไม่ยอมออกมาพบบอกแต่เพียงว่าไม่สบายให้เธอกลับไปก่อน คำแก้วกลับมาที่ห้องของเธอด้วยความรู้สึกแปลก ๆ กับคนที่นี่ ทุกคนเป็นเช่นไรไม่มีใครล่วงรู้ได้ ทุกอย่างยากแท้แก่การหยั่งถึงความจริงใจที่อยู่เบื้องลึกยิ่งนัก

คืนแรกของการเข้าหอ คำแก้วไม่ได้มีความรู้สึกอิ่มเอมในความรักหรือความสุขสมหวังใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อสามีของเธอคืกนกกระยางแก่คนหนึ่งในความรู้สึกเท่านั้น กลางดึกในคืนวันนั้นเองท่านเจ้าสัวก็จำต้องรีบจากภรรยาคนล่าสุดของท่านไป เนื่องด้วยโรสไม่สบาย ไม่มีใครรู้ว่าโรสป่วยเป็นอะไร แต่สิ่งที่แท้จริงคือท่านเจ้าสัวก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องคำแก้วอีกเลยตลอดค่ำ คืนนั้น คำแก้วเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด แต่ตรงข้ามเธอกลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่อต้องอยู่คนเดียว เธอใช้เวลาในขณะนั้นเพื่อนึกถึงบ้านที่เชียงดาว ไร่ส้ม และบิดาของเธอ ซึ่งล้วนแต่เป็นอดีตและความทรงจำที่มีค่า มีความสุข และไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกเลย

ชีวิตในแต่ละวันของคำแก้วดำเนินไปอย่างช้า ๆ และน่าเบื่อหน่าย เธอเริ่มเล็งเห็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายใต้ความร่ำรวยและอาณาจักรที่ใหญ่โตของตระกูลเชงแห่งนี้ เต็มไปด้วยความลึกลับและมืดดำหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ไม่ใช่น้อย ปริศนาบ่อน้ำหลังบ้านที่ดูรกร้างและเย็นเยียบ บ่อซึ่งใคร ๆ ต่างเรียกขานว่ามันคือบ่อนรก หญิงสาวกี่คนที่ต้องตายอย่างน่าอนาถในบ่อร้างนั่น ความอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันระหว่างภรรยาทั้งสามคนของท่านเจ้าสัว เป็นสิ่งที่เธอเริ่มเบื่อหน่าย ทำให้เธอต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

โรสหรือคุณนายที่สาม หญิงสาวที่ร่าเริงดังนกน้อยอยู่ตลอดเวลา เธอเริ่มแวะเวียนมาเป็นเพื่อนคุยของคำแก้วอยู่เสมอ แม้ว่าเธอจะมีทีท่าแปลกในตอนแรกก็ตาม โรสคุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องบนเตียงซึ่งทำให้คำแก้วรู้สึกกระดากอยู่ไม่ ใช่น้อย ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ต่าง ๆ ในบ้านที่ต้องแข่งขันกับภรรยาต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัว คู่อาฆาตที่สำคัญของโรสหาใช่ใครอื่นคือ เยนหลิงสตรีหน้าเนื้อใจเสือคนนั้นนั่นเอง เธอแข่งมีลูกกับโรส และแล้วโรสก็เป็นฝ่ายชนะเมื่อเธอมีลูกชายและคลอดออกมาก่อนลูกสาวเยนหลิง ทั้งที่เยนหลิงให้หมอใช้คีมดึงเด็กออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่เป็นผล โรสหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างภาคภูมิใจในชัยชนะของตนเอง ในขณะที่คำแก้วรู้สึกสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

เยนหลิงคืออีกคนที่พยายามสร้างความสนิทสนมกับคำแก้วตลอดเวลา บ่ายจัดวันหนึ่งเยนหลิงต้องการให้คำแก้วเป็นผู้ตัดผมให้แก่เธอ แม้ว่าคำแก้วจะปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่าเธอไม่มีความถนัดในเรื่องนี้เลย และแล้วก็เกิดเหตุขึ้นเมื่อกรรไกรคมกริบได้ตัดใบหูของเยนหลิงเข้าโดยบังเอิญ เสียงร้องโอดโอยปนกับเสียงด่าทอได้ดังขึ้นก้องอาณาจักรตระกูลเชง คำแก้วหน้าซีดเผือด เธอหลบเข้าไปในห้องและอยู่ที่นั่นตลอดบ่ายโดยที่ไม่กล้าออกมาอีกเลย แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างความสะใจและสาสมใจให้แก่โรสและเม่งฮวยยิ่งนัก สองคุณนายหัวเราะอย่างสะใจที่มีใครสักคนสามารถจัดการนังคุณนายที่สองจอมยิ่ง ผยองได้

วันที่เก้า เดือนเก้า เป็นวันที่คารวะญาติอาวุโสตามธรรมเนียมจีนโบราณ วันนั้นเป็นวันแรกที่คำแก้วได้มีโอกาสพบกับ คุณชายใหญ่ หรือ คุณก้องเกียรติ เจนพาณิชย์สกุล บุตรชายคนโตของเม่งฮวย เมื่อแรกที่ได้พบหน้าก้องเกียรติรู้สึกถึงความผูกพัน ความสงสาร และความอบอุ่นอย่างประหลาดที่เขามีให้แก่แม่เลี้ยงสาวของเขาเอง ซึ่งคำแก้วเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกันนัก คุณชายใหญ่ไม่ได้พักที่นี่หากแต่มีบ้านส่วนตัวอยู่ที่สาธร โดยท่านเจ้าสัวมอบกิจการทั้งหมดให้เขาเป็นผู้ดูแล จัดการบริหารงานทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนท่านเจ้าสัวก็มาใช้ชีวิตส่วนตัวของท่านอย่างมีความสุขที่คฤหาสน์แดงริม คลองภาษีเจริญแห่งนี้ คำแก้วได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณชายใหญ่บ้างตามโอกาส ทั้งคู่รู้สึกดีต่อกัน คำแก้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่มีเขาคอยเป็นเพื่อน ทำให้ความรู้สึกเธอในการอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้เริ่มดีขึ้น ก้องเกียรติชอบเป่าขลุ่ยและนั่นเป็นเครื่องดนตรีชนิดเดียวที่เธอชอบเช่นกัน เขาสัญญาว่าจะหาครูมาสอนให้เธอ คำแก้วดีใจมาก อย่างน้อยชีวิตของเธอก็ไม่น่าเบื่อ ว่างเปล่า และเหงาหงอยจนเกินไปนัก

เรืองยศ เพื่อนสนิทของก้องเกียรติ หนุ่มหน้าสวยราวกับอิสตรีก็ไม่ปานคือครูสอนดนตรีของคำแก้ว เขาลอบมองพฤติกรรมระหว่างเรืองยศและคำแก้วบ่อยครั้งอย่างไม่สบายใจนัก ไม่มีใครรู้ว่าหนุ่มหน้าสวยเพื่อนสนิทของก้องเกียรติคนนี้จะมีความรักที่ผิด วิสัยธรรมชาติตามครรลองที่ถูกที่ควร เขามีจิตฝักใฝ่เสน่หาก้องเกียรติยิ่งนัก แต่แล้ววันหนึ่งเรืองยศกลับบอกความจริงแก่คำแก้วว่า แท้จริงแล้วก้องเกียรติแอบมีใจให้เธอ มันคือความจริงที่ทำให้คำแก้วมีความสุขและความทุกข์ไปได้ในขณะเดียวกัน เพราะรู้ดีว่าความรักนี้เป็นความรักต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นไปได้อย่างมิต้อง สงสัย เรืองยศลอบมองความทุกข์ระทมของคำแก้วอย่างสาสมใจ

วันที่เจ็ดเดือนสิบสอง คืองานฉลองครบรอบวันเกิดของท่านเจ้าสัวอายุครบ 65 ปี บรรดาคุณนายต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัวประชันการแต่งตัวกันอย่างเอิกเกริก มีเพียงคำแก้วเท่านั้นที่แต่งตัวแบบไทย ๆ สร้างความไม่พอใจให้แก่ท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ในงานเต็มไปด้วยเสียงอ่อนหวาน หัวร่อต่อกระซิกตลอดเวลาระหว่างท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทั้งหลาย คำแก้วรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพมายาจอมปลอมเหล่านี้เต็มที คำแก้วคิดจะหลบหน้าผู้คนเพื่อไปพักผ่อน แต่เหตุการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้นได

เมื่อ คุณชายเล็ก หรือ คุณเกียรติกร กับ คุณหนูกรรณิการ์ บุตรสาวคนสุดท้อง ซึ่งเป็นลูกชายของโรสและลูกสาวของเยนหลิง วิ่งไล่จับจนชนแจกันใบงามหล่นลงมาตกแตก สองพี่น้องทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เม่งฮวยถลันมาตบหน้าลูกเลี้ยงทั้งสองพร้อมทั้งดุด่าอย่างหยาบคาย ร้อนถึงมารดาของเด็กทั้งสองต้องเข้ามาห้ามทัพ บรรดาคุณนายทั้งสามจึงเริ่มด่าทอและทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก คำแก้วเริ่มรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่าย เธอจึงพูดเปรย ๆ ขึ้นมาว่ามันไม่น่าเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตขนาดนั้นก็แค่แจกันใบเดียว คุณนายทั้งสามหันกลับมารุมเล่นงานเธอทันทีว่า เพราะความเป็นตัวซวยของเธอทำให้เรื่องร้าย ๆ ต้องเกิดขึ้นในบ้านอยู่เสมอ คำแก้วเดินช้า ๆ ออกมาจากในงาน เธอพยายามสะกดความระทมขมขื่นที่มีอยู่เต็มอกอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่มีอยู่ได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงนั่งริมสวนแห่งนั้นและร้องไห้อย่างหนัก เมื่อไม่สามารถอดทนต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

เธอหลบหน้าผู้คนไปนอนพักผ่อนตอนบ่าย ระหว่างที่นอนหลับ เธอฝันเห็นหญิงสาวมากมายที่ตะเกียกตะกายร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา คำแก้วสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัว แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยการแต่งตัวลงไปร่วมงานในตอนค่ำ ที่โต๊ะอาหารคำแก้วพยายามเอาอกเอาใจท่านเจ้าสัวด้วยการกอดจูบท่านต่อหน้า สาธารณะชน แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด ท่านเจ้าสัวโกรธมากที่เธอบังอาจทำเช่นนั้นต่อหน้าธารกำนัล เขาลุกขึ้นผลักเธอออกด้วยความรังเกียจและขยะแขยง

หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนวันนั้น ท่านเจ้าสัวก็แทบจะไม่แตะต้องตัวเธออีกเลย คำแก้วรู้สึกแย่มากเมื่อคิดว่าตนเองต้องถูกปลดเกษียณด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น เธอจึงพยายามหาวิถีทางเพื่อความอยู่รอด การมีทายาทสืบสกุลนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด และเป็นวิธีการเดียวกับที่บรรดาคุณนายทั้งหลายใช้มาแล้วอย่างได้ผลจากคำบอก เล่าของโรส คำแก้วจึงใช้มารยาต่าง ๆ นานับประการทำให้ท่านเจ้าสัวกลับมาร่วมหลับนอนกับเธออีกครั้ง ครั้งนี้คำแก้วสามารถทำสำเร็จ แต่โลหิตสีแดงคล้ำที่ออกมาในวันหนึ่งนั่นคือสัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ คำแก้วรู้สึกผิดหวังเป็นที่สุด เธอจึงตัดสินใจทำแผนหลอกลวงตบตาทุกคนว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งข่าวนี้สร้างความยินดีให้แก่ท่านเจ้าสัวเป็นอย่างยิ่ง ท่านกลับมารักใคร่และเอาอกเอาใจเธอดังเดิม คำแก้วรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดเธอคือผู้ชนะอย่างแท้จริง แต่ความสุขมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน เมื่อกิมลั้งเด็กรับใช้แสนแสบเห็นผ้าอนามัยซึ่งเปื้อนคราบโลหิตลอยอยู่ใน ชักโครก เธอจึงคิดจะใช้มันเป็นเครื่องทำลายคุณนายที่สี่คนที่เธอเกลียดแสนเกลียดให้ พินาศในทันที คำแก้วเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้น แววตาที่ประสงค์ร้ายของกิมลั้ง ทำให้เธอบังคับให้เด็กรับใช้กินผ้าอนามัยผืนนั้นเข้าไป กิมลั้งจำต้องยอมทำตาม เธอกล้ำกลืนกินมันเข้าไปทั้งน้ำตา ต่อมาจึงเป็นที่โจษขานกันไปทั่วอาณาจักรตึกแดงแห่งนี้ว่า คุณนายที่สี่แม้อายุยังน้อย หากแต่จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตผิดมนุษย์ยิ่งนัก

เหตุการณ์ ในวันนั้นสร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้แก่กิมลั้ง เธอจับไข้อยู่หลายวันจนเสียชีวิตในที่สุด คำแก้วรู้สึกสับสนและหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หลายวัน ระหว่างนั้นเธอเริ่มสนิทกับโรสและไว้วางใจให้เป็นเพื่อนคุยและที่ปรึกษาที่ ดีเสมอ แต่โรสก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านนัก เธอเป็นคุณนายเพียงคนเดียวที่ชอบออกจากบ้านไปดูงิ้ว เล่นไพ่ตามที่ต่าง ๆ แถมยังแอบคบชู้สู่ชายอีกด้วย นายแพทย์ทรงชัย หรือ นายซุ่นไช้ เจ้าของร้านขายยาจีนรูปหล่อคือชู้รักของเธอ โรสมักแอบลอบมาพบปะเขาเสมอ ทั้งสองวางอนาคตด้วยกันว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นผู้พาโรสหนีจากคฤหาสน์ตึกแดง นั่น โรสเคยชวนคำแก้วออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเป็นเพื่อนบ้างในบางครั้ง หนึ่งในหลายครั้งเธอชวนคำแก้วไปดูเธอเล่นไพ่นกกระจอก ทำให้คำแก้วได้ล่วงรู้ความจริงว่าโรสและนายแพทย์ทรงชัยเป็นอะไรกัน เมื่อเธอก้มไปหยิบไพ่นกระจอกที่บังเอิญหล่นลงไปใต้โต๊ะ และได้เห็นขาคู่หนึ่งเกี่ยวกระหวัดกันอยู่อย่างเหนียวแน่น คำแก้วพยายามเตือนโรสว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นจริงไป ได้ มันทำให้โรสโมโหมาก เธอด่าทอคำแก้วอย่างรุนแรง และไม่ให้มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธออีก

โรสหญิงสาวอดีตนางเอกคณะอุปรากรจีนเก่า เธอผ่านเรื่องราวแห่งชีวิตในเชิงละครมามากมาย จนหลงคิดว่าตนเองนั้นคือนางเอกตลอดกาล ทั้งที่แท้จริงแล้วความจริงในชีวิตหาเป็นเช่นนั้นไม่ และเรื่องราวการคบชู้สู่ชายของเธอก็หาได้รอดสายตาเล็กแหลมประดุจเหยี่ยวคู่ หนึ่งไปได้

คำแก้วรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเต็มทน เมื่อโรสเพื่อนเพียงคนเดียวมักไม่ค่อยอยู่ไม่มีเวลาว่างจะพบปะพูดคุยกัน เธอเริ่มหันมาสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเมามายเป็นประจำทุกค่ำคืน วันหนึ่งเธอต้องแปลกใจมากที่พบว่า ผู้ที่เปิดประตูห้องเข้ามาหาเธอนั้นคือคุณชายใหญ่หรือคุณก้องเกียรติแห่ง อาณาจักรตระกูลเชงนี้เอง ก้องเกียรติเข้ามาเพื่อที่ดูแลคำแก้วด้วยความเป็นห่วงเป็นใย อีกทั้งยังมาเพื่อสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่มีต่อเธอมานานแสนนาน อีกด้วย มันคือความจริงที่ราวกับความฝันไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ คำแก้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวและเริ่มดื่มเหล้าเมามายอีกครั้ง คำแก้วหลับและฝันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่ากลัวมากมาย เธอสับสน หวาดกลัว และมึนงงกับเรื่องราวต่าง ๆ จนไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวใด ๆ ได้อีกต่อไป ยามบ่ายเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงด่าทออย่างรุนแรงอยู่ตรงทางเดินห้อง รักต้องห้ามของโรสพบจุดจบวันนี้เอง เมื่อเยนหลิงได้นำคนไปลากโรสกลับมาจากรังรักของเธอและนายแพทย์ทรงชัย โรสร้องไห้แทบขาดใจพร้อมทั้งด่าทอและขู่อาฆาตเยนหลิงอย่างรุนแรง มีเพียงความสะใจและสาสมแก่ใจจากแววตาของเยนหลิงเท่านั้น ในวันนี้เธอสามารถเด็ดแม่ดอกกุหลาบงามดอกนี้ไม่ให้ชูคออยู่บนต้นเป็นเสี้ยน หนามให้แก่เธอได้อีกต่อไป คำแก้วหลับไปอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย สติสัมปชัญญะในการรับรู้เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที

เที่ยงคืนเสียงเพลงอุปรากรจีนดังขึ้นอีกครั้ง เสียงแหลมสูงหวานเสนาะบ่งบอกถึงความโศกเศร้าล้ำลึก สุดแสนอาลัยความรัก ความหวังซึ่งสูญสลายอย่างไม่มีวันกลับคืน ปลุกคำแก้วให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอแหวกม่านหน้าต่าง และเห็นโรสกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงามเป็นภาพครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะถูกชายร่างกำยำหามเธอไปและเหวี่ยงลงสู่บ่อนรกนั่น ภาพที่เห็นทำให้คำแก้วหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะกรีดร้อง เธอวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องพักส่วนตัวของบุตรชายคนโตของสามีทันที ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปลาสนาการไปจนหมดสิ้น เธอสูญสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่หลงเหลือแม้แต่ความอดทนซึ่งบอบบางดุจใยแมงมุม คำแก้วไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปในอาณาจักรจีนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไป ด้วยอำนาจมืด บัดนี้เธอรู้แจ้งแล้วว่าความตายลึกลับของหญิงสาวในอดีตเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการตายเอาดาบหน้า

คุณก้องเกียรติชายผู้เดียวที่เธอรักและรักเธอ หากแต่เมื่อผลักบานประตูห้องเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเธอเย็นเยียบและเหน็บหนาวยิ่งกว่าสิ่งใด ภาพชายสองคนเปล่าเปลือยและกอดกระหวัดกันบนเตียงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง ชายหนึ่งนั้นคือคนที่เธอสุดรัดสุดบูชาตลอดมา ส่วนอีกชายหนึ่งนั้นคือครูสอนดนตรีสหายสนิทของเขานั่นเอง เธอปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ใจแหลกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

เสียงกรีดร้องอย่างรุนแรงเมื่อสติสัมปชัญญะซึ่งเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ขาดลง ทำให้เชงสือ เกียงต้องรีบเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือคุณนายวัยเยาว์ของเขากำลังดึงทึ้งผมตนเองอยู่อย่างรุนแรง ปากก็บ่นพึมพำเพียงคำว่า…ฆาตกร…เขาเข้าไปปลอบประโลมและพยายามเรียกความ ทรงจำเธอให้กลับคืนมา แต่อนิจจา…ทุกอย่างไม่กลับคืนมาดังเดิมอีกต่อไปแล้ว

หลาย เดือนผ่านไป เชงสือเกียงกลับจากสหรัฐอเมริกาพร้อมคุณนายแหม่มคนใหม่ อำนาจเงินบันดาลให้เขากลับมาหนุ่มแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกครั้ง ด้วยฝีมือแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา บ่อยครั้งที่คุณนายแหม่มของท่านเชงจะเห็นผู้หญิงรูปร่างบอบบาง สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวชุดวิวาห์วนเวียนแหวกกอไม้ดอกกอแล้วกอเล่า หล่อนมักพึมพำกับตัวเอง “มงกุฎดอกส้มของฉันหายไปไหน…ช่วยหามงกุฎดอกส้มให้ฉันที…” … อนิจจา … ไม่มีใครช่วยหล่อนเสาะแสวงหาสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต … … ไม่มีใครได้ยินคำพร่ำวอนของคำแก้วเลย…

รายชื่อนักแสดงนำในละคร มงกุฎดอกส้ม

ฉัตรชัย  เปล่งพานิช   รับบท   เจ้าสัวเชงสือเกียง
จริยา  แอนโฟเน่   รับบท   เม่งฮวย / เมีย 1
รินลณี  ศรีเพ็ญ   รับบท   เยนหลิง / เมีย 2
ณัฐริกา  ธรรมปรีดานันท์   รับบท   เหม่เกว่ (โรส) / เมีย 3
วนิดา  เติมธนาภรณ์   รับบท   คำแก้ว / เมีย 4
วิทยา  วสุไกรไพศาล   รับบท   ก้องเกียรติ
อภินันท์  ประเสริฐวัฒนกุล   รับบท   หมอทรงชัย
สุพจน์  จันทร์เจริญ   รับบท   เรืองยศ
มิณทิตา  วัฒนกุล   รับบท   กิมลั้ง
พิศมัย  วิไลศักดิ์   รับบท   อาอึ้ม
ด.ช. รจนกร  อยู่หน้า   รับบท   เกียรติกร (เด็ก)