Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

สายโลหิต 2529

สายโลหิต เริ่มเรื่องในช่วงเวลาก่อนเสียกรุงครั้งที่สองเล็กน้อย จับความตั้งแต่ ดาวเรือง ลูกสาว พระสุวรรณราชา่างทองหลวง อายุได้ 10 ปี ในวันแต่งงานของลำดวน พี่สาวกับหลวงเทพ บุตรพระยาพิริยะแสนพลพ่าย ขุนไกร น้องชายหลวงเทพ จับได้ว่า ดาวเรือง แอบถือเพลงยาวของหมื่นทิพ ลูกสาวพระพิชิต จะเอาไปให้แม่เยื้อน น้องสาวขุนไกร จึงได้รั้งตัวมาสอบสวนจนกระจ่าง และกำชับไม่ให้ประพฤติเช่นนั้นอีก โดยมีสัญญาพาเที่ยวชมพระนครเป็นข้อแลก

ดาวเรืองเป็นเด็กหญิง แต่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาโดยบุคคลผู้ฉลาดเฉลียว มีความคิดกว่างคือ คุณย่านิ่ม มารดาพระสุวรรณราชา ซึ่งเป็นสตรีที่บริบูรณ์ด้วยยศและสติปัญญา ดาวเรืองจึงเก่งทั้งงานเรือนและฉลาด ช่างคิด อยากรู้อยากเห็น เมื่อได้สมาคมกับขุนไกร ก็กลายเป็นมิตรผู้น้อยที่ไปกันได้อย่างดี ขุนไกรเองก็เป็นคนรอบรู้ กล้าหาญ และมีน้ำใจ

ขุนไกร เป็นอริกับหมื่นทิพ เนื่องจากไม่นิยมในนิสัยเจ้าชู้ มักมากในกามของหมื่นทิพ ครอบครัวหมื่นทิพ นับจากพ่อถึงลูกมีแต่เรื่องมากลูกมากเมีย บ้าตัญหาจนคนลือไปทั้งบาง ขุนไกรจึงกีดกันไม่ให้หมื่นทิพ มาเกี่ยวข้องกับน้องสาวตน แต่ตัวแม่เยื้อนเองกลับมีใจให้หมื่นทิพไม่น้อย เพราะหมื่นทิพปากหวาน ช่างกำนัลข้า่วของและตั้งใจทุ่มเทมากด้วยอยากจะเอาชนะขุนไกรให้ได้

หมื่นทิพให้นางปริกมารดาไปจัดการผ่านทางพระสนมเอก เพื่อไม่ให้ใครขัดได้ ประจวบเวลานั้น พม่ายกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ พระยาพิริยะ หลวงเทพ ขุนไกร ต้องไปทัพ มาดราของหมื่นทิพจึงจัดการสู่ขอโดยสะดวก

ศึกพม่ายืดเยื้อและลามมาจนประชิดกรุง แต่แล้วก็เลิกทัพกลับเนื่องจาก พระเจ้าอลองพญา ต้องปืนแตกบาดเจ็บสาหัส การศึกครั้งนี้ยิ่งทำให้ ขุนไกร ชิงชังรังเกียจหมื่นทิพมากขึ้น เพราะได้รู้เห็นนิสัยสอพลอ ขี้ขลาด ข้าราชการผู้ใหญ่ในเวลานั้นแบ่งเป็นหลายฝักหลายฝ่าย หมื่นทิพก็เอาแต่วิ่งเต้นข้างโน้นข้างนี้หาความชอบ และถือโอกาสให้ร้ายทับถมว่าขุนไกรบ้าสงคราม

ขุนไกรนั้นได้ประทับภาพอันโหดร้ายไว้ด้วยความขุ่นแค้น เพราะเมื่อออกศึกนั้นเป็นกองหน้า ได้เห็นทั้งบรรดาเหล่าทหารกล้าที่ถาโถมชีวิตเข้าแลกข้าศึกศัตรู กับทั้งได้เห็นความมดเท็จขลาดเขลา ของพวกแม่ทัพนายกองบางคนที่ละทิ้งหนีทัพ และกลับมาลอยหน้าได้ดีอยู่ตำตา และคนพวกนี้ก็ชักจูงให้ผู้คนพาักันลืมความทุกข์ยากเดือดร้อนของสงครามเสียอย่างรวดเร็ว มีเรื่องฉลองสนุกบันเทิงคึกคักดังเดิม

ผู้ที่รักและเป็นห่้วงบ้านเมืองได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความห่วงใย ใครทัดทานขึ้นมาก็จะถูกป้ายสีได้ง่าย ขุนไกรจึงคับแค้นยิ่งนัก แล้วก็ถึงที่สุดแห่งความอดทน เมื่อคุณหญิงศรีนวล ผู้มารดารับขันหมากของหมื่นทิพ การแต่งงานจัดอย่างเอิกเกริก พระยาพิริยะสิ้นชีวิตเสียกลางศึก คนที่จะขัดขวางจึงไม่มี หมื่นทิพได้เหยียบย่ำเยาะเย้ยขุนไกรสมใจ ขุนไกรรู้อารมณ์ของตนดี จึงเมื่อสบช่องก็ลาไปรับราชการเสียที่หัวเมืองฝ่ายเหนือ ระหว่างเวลาที่ผ่านมา ความผูกพันระหว่างดาวเรืองกับขุนไกรได้เติบโตเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ครั้งนี้พี่เลี้ยงคนสนิทของดาวเรืองได้ออกเรือนไปกับทหารคู่ใจของขุนไกร ติดตามไปเมืองเหนือด้วย

ขุนไกรจากไปได้ 3 ปี เหตุการณ์ก็เป็นดังคำขุนไกร หมื่นทิพเที่ยวพล่าผลาญสาวแ่ก่แม่หม้ายทั้งในเรือนนอกบ้าน แม่เยื้อนทนทุกข์จนตรอมใจตาย ในวันรดน้ำศพ คุณหญิงศรีนวลก็สิ้นชีวิตตามไปอีก บรรดาญาติหวั่นกันว่าเมื่อขุนไกรกลับมา จะต้องถึงเลือดแน่นอน เวลาล่วงไปเกือบเดือน หมื่นทิพจึงมิได้เยี่ยมกรายไปในงานศพเลย ด้วยความกลัวสารพัด

การตายของแม่และน้องยังความโศกเศร้าแค้นเคืองแก่ขุนไกรใหญ่หลวงนัก แต่ก็ได้ความอ่อนโยนจากดาวเรืองมาทดแทน ขุนไกรได้พบและรู้สึกกับตัวเองว่า เด็กหญิงเล็กๆ ที่วิ่งตามติดตนด้วยความห่วงใยนั้นได้เติบโตเป็นสาวรุ่นที่งดงามจับตา ความผูกพันดั้งเดิมของคนทั้งสองจึงงอกงามเป็นความรักความพอใจ คุณย่านิ่ม จับความรู้สึกของหนุ่มสาวได้ทันที แต่ด้วยความรักและความนิยมความดีของขุนไกร จึงเพียงดูแลปรุงแต่งความสัมพันธ์ให้งดงาม เรื่องนี้กลับยังความร้อนรุ่มแก่หมื่นทิพขึ้นมาอีก หมื่นทิพเห็นดาวเรืองเติบโตเป็นสาวสวยก็หลงใหล ยิ่งรู้แก่ใจว่าไม่มีหวังเพราะคดีแม่เยื้อนเป็นแผลฉกรรจน์นัก แต่ยังไม่วายเกาะแกะเกี้ยวพาตามโอกาสที่จะฉกฉวยได้

เวลานั้น พม่ายกทัพใหญ่มาอีก ขุนไกรต้องกลับไปราชการ แม้นหมื่นทิพก็จำต้องแสร้งอาสาศึกด้วย เพื่อจะได้ยศ ขุนทิพเทวา ไม่น้อยหน้าขุนไกร วันเคลื่อนทัพยังแอบไปก่อเหตุคว่ำเรือฉุดดาวเรือง จนบ่าวผู้หญิงจมน้ำตายไปคนหนึ่ง แต่ไ่ม่มีใครจับได้

คุณย่านิ่ม มีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ลึกซึ้ง พอจะรู้ถึงความวิบัติที่กรายเข้ามาเป็นเงารางๆ และเหตุการณ์ก็เป็นดังคาด ทัพที่ถูกส่งไปยังพม่า ถูกตีถอยร่นมาเป็นรา่ยทาง คนกล้าอาสารบไม่ถอย หลวงเทพ พี่เขยดาวเรือง แม้ต้องอาวุธสาหัสก็ไม่ยอมกลับ แต่ขุนทิพแม้มิทันรบก็รีบให้มารดาวิ่งเต้นสับเปลี่ยนหน้าที่ จนได้มาอยู่กองรักษาประตูเมือง พม่ารุกหนักทั้งทางเหนือและทางใต้ ขุนไกรได้บรรดาศักดิ์เป็น หลวงไกร อาสาศึกอยู่ทางสุโขทัยและได้ส่งตัวนางเยื้อน เมียพันสิงห์ ทหารคนสนิทกลับคืนมาอยู่กับดาวเรือง พร้อมกับข่าวความอาลัยรัก ดาวเรืองเศร้าหมองไปด้วยความวิตกกังวล คุณย่านิ่มผู้รู้อนาคตก็วิตกปานกัน แต่ก็ได้ใช้สติและความแกร่ง เป็นหลักใจของคนทั้งบ้านที่กำลังตื่นกลัวสงคราม

กรุงศรีอยุธยาคับขันหนัก หลวงไกร กลับมารับหน้าที่รักษากรุง พบกับขุนทิพ ความเรื่องฉุดดาวเรืองจึงแตก พระสุวรรณราชา จึงพลอยได้ยินด้วย หลวงไกร ร้อนใจจนไม่อาจรอต่อไปได้ และได้พูดจาสู่ขอ ดาวเรืองกับพระมหาสุวรรณราชา ขณะกำลังพายเรือกลับบ้านนั่นเอง

การแต่งงานเป็นไปอย่างรวบรัด เพราะเหตุการณ์บ้านเมือง แต่ขุนทิพซึ่งริษยาหนักก็ยังทันได้จัดการยอกย้อนจน หลวงไกร ถูกหมายเกณฑ์ ไปเป็นกองหน้ารักษาเมืองธนบุรี กำหนดการเคลื่อนทัพก็ถูกยักย้ายมาตรงกับเวลาส่งตัวเข้าหอนั่นเอง เมื่อหลวงไกรไปทัพ คุณย่านิ่มได้ตามมาอยู่กับดาวเรืองที่เรือนหลวงไกร และได้สิ้นชีวิตลงที่นี่ ก่อนสิ้นลมยังได้สั่งให้ดาวเรืองเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญกับชะตากรรมของบ้านเมืองที่ร้ายแรงยิ่ง ในงานศพ นางปริก มารดาของขุนทิพ ได้เอ่ยอ้างถึงถ้อยคำที่ลูกชายปลอบตนเรื่องทางหนีทีไล่ พระสุวรรณราชาจับความได้เลาๆ ก็สงสัยเมื่อตามสังเกตก็เห็นมอญแปลกติดต่อกับขุนทิพเป็นระยะๆ แล้วก็หายไป

เมืองธนบุรีเสียทีแก่ข้าศึก ด้วยความแค้น หลวงไกรไม่ยอมกลับเข้ากรุง แต่ได้ไปสมทบกับพวกบ้านบางระจัน ข่าวชัยชนะของบ้านบางระจันแว่วเข้ามาถึงในกรุงพร้อมๆ กับข่าวความกล้าหาญของหลวงไกร ขุนทิพยิ่งทุรนทุรายดำเนินแผนชั่วยิ่งขึ้น เมื่อหลวงไกรละศึกเข้ามากับขบวนขอปืนใหญ่ ขุนทิพก็ชิงตัดทางกีดให้ หลวงไกรผู้เฝ้ากรุง ตนเองออกไปกับขบวนหล่อปืน แล้วปืนก็แตก บ้านบางระจันก็แตก แต่ไม่ก่อนที่ขุนทิพได้เลี่ยงปลีกตัวเข้ากรุงมาโดยปลอดภัย

พิรุธของขุนทิพมากขึ้นทุกที ข้าศึกประชิดติดพันถึงขนาดยิงปืนถล่มเข้ามาทุกวัน พระสุวรรณราชาสิ้นชีวิตบนเชิงเทินป้อมมหาัชัยด้วยปืนข้าศึก ผู้คนหวาดหวั่นระส่ำระสาย ไอ้มิ่ง บ่าวสนิทของขุนทิพ ได้รู้เห็นทุกข์ของบ้านเมืองตำตาจึงได้สำนึก เห็นผิดถูกของขุนทิพ และได้อาศัยความใกล้ชิดนั้นเอง ในวันหนึ่งก็ได้รู้ความลับที่ขุนทิพ กับพวกร่วมกันขายชาติ และนำความมาบอกแก่หลวงไกร แต่ตัวการก็ชิงหนีกรรมไปด้วยคมพร้าของไอ้มิ่งพร้อมๆ กับตัวมันนั่นเอง เมื่อตัวสำคัญตายไปพร้อมพยาน ความที่จะบ่งตัวผู้ทรยศใหญ่ๆ และเวลาที่จะสืบค้นก็ไม่มีอีกต่อไป ไส้ศึกเปิิดประตูเมืองรับพม่า กรุงศรีอยุธยาแตก

หลวงไกรพาดาวเรืองกับคนสนิทหนีมุ่งจะไปจันทบุรี หมายจะสมทบกับกองทหารของพระยากำแพงเพชร แต่ถูกจับในระหว่างทาง ถูกต้อนไปยังค่ายเชลยที่โพธิ์สามต้น หลวงไกรคิดหนีอยู่ทุกขณะจิต เมื่อสบโอกาสในวันหนึ่ง ก็พากันหนีสู่อิสรภาพ และได้รอนแรมมาจนพบไพร่พล พระยากำแพงเพชรหลวงไกร ถึงได้เข้าร่วมกอบกู้เอกราชสมความตั้งใจ

เมื่อพระยาตากตั้งบ้านสร้างเมือง เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงไกรได้รับราชการเป็นพระยาไกรสีห์ราชภักดี และครองชีวิตกับแม่หญิงดาวเรืองอย่างเป็นสุข สืบลูกชายหญิงเป็นสายโลหิตถึง 5 คน ครั้งสุดท้ายก็ได้ร่วมรบด้วยพระยาจักรี ในการรับทัพพม่า ณ เมืองพิษณุโลกและสิ้นชีวิตอย่างมีเกีรยติสมชายชาติทหาร

นักแสดงในเรื่อง สายโลหิต

ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ขุนไกร
อาภาพร กรทิพย์ รับบท ดาวเรือง
นพพล โกมารชุน รับบท หมื่นทิพ
จุรี โอศิริ รับบท ย่านิ่ม
รัชนู บุญชูดวง รับบท ลำดวน
สมภพ เบญจาธิกุล รับบท หลวงเทพ
อำภา ภูษิต รับบท แม่หญิงเยื้อน
ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท พันสิงห์
กษมา นิสัยพันธุ์ รับบท ทัด
ปราโมทย์ เมษะมาณ รับบท ครูดาบ

ในละครเรื่อง สายโลหิต

ความรักแสนกล

ความรักของหนุ่มสาว ๖ คน ที่มีความผูกพันรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก แต่ความรักของพวกเขาต้องเผชิญกับความไม่สมหวัง อันมีสาเหตุจากการที่ไปรักคนที่เขาไม่ได้รัก สุดท้ายความรักของคู่ไหนจะสมหวัง และจะจบลงเช่นไรไม่มีใครรู้ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเส้นทางของแต่ละคน

คนมีคาว

พรต นักธุรกิจก่อสร้างใหญ่อุปการะหญิงสาวสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อ ศีตลา เป็นคนเยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และช่วยควบคุมดูแลงานของพรตได้เป็นอย่างดี เธอรู้ดีว่าพรต ไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของเธอ ส่วนน้องสาวคือ มลุลีห์ ยังเป็นนักศึกษาอยู่ และไม่เคยรู้ความจริงข้อนี้ ศีลตลาตกเป็นภรรยาของพรตด้วยความจำเป็น โดยไม่มีใครรู้ ศีตลาจำเป็นต้องอดทนทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวของเธอเรียนสำเร็จเสียก่อน

พรตเดินทางไปเยอรมันพบหลานชายชื่อ ศาตรา ศรันยู เป็นลูกของน้องชายของเขาซึ่งตายไปแล้ว พรตส่งศาสตรา กลับมาชุบตัวที่เมืองไทยให้ทำงานในบริษัทและตามใจเขาทุกอย่าง ศาสตรารวนศีตลา ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ทำให้ศีตลาไม่ชอบศาสตรามาก ต่างกับ มลุลีห์ ซึ่งพยายามจะผูกมิตรกับศาสตรา

ศาสตรารู้จากพ่อของเขาว่า พรตโกงเอาบริษัทของพ่อเขาไประหว่างที่พ่อเขาลี้ภัยทางการเมือง และไม่ยอมให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย ทั้งๆ ที่รู้ว่าน้องชายไม่สบายมาก จนกระทั่งต้องตายไปเพราะไม่มีมีเงินรักษา ศาสตราจึงคิดจะแ้ก้แค้นอยู่ตลอดเวลา เขาจึงเริ่มดำเนินการเมื่อมีโอกาส เมื่อศาสตราได้รับมอบหมายให้ติดต่อกับคุณสุคนธาเพื่อตกลงราคาการต่อเติมโรงแรมสุคนธา เขาก็เริ่มคดโกงพรตทันที ศีตลารู้ทันเขาตลอดเวลาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

เมื่อศาสตราอยู่เยอรมัน เขารักอยู่กับหมอมนทิรา ผู้วึ่งต้องกลับมาแต่งงานกับหมอพีระ เพื่อทดแทนบุญคุณ พอศาสตรากลับเมืองไทยเขาจึงมาติดต่อกับหมอมนทิราอีก ทั้งสองต่างก็ยังรักกันอยู่ แต่ความผูกพันระหว่างหมอมนทิรา และหมอพีระมีเหนือกว่าความรัก ศาสตราจึงไม่สามารถจะเปลี่ยนใจหมอมนทิราได้

หมอพีระเป็นหมอประจำครอบครัวของพรตอยู่แล้ว ดังนั้นวันหนึ่งศีตลาจึงได้มาหาหมอพีระเพื่อตรวจร่างกาย เพราะเธอรู้สึกอ่อนเพลีย ปรากฎว่าเธอเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด เธอขอร้องหมอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ส่วนเธอเองก็คิดหาทางช่วยเหลือ มลุลีห์ให้พ้นจากพรต เพราะเธอไม่เคยไว้ใจพรต และน้องสาวของเธอก็ยังเป็นเด็กเกินไป ทั้งยังไม่รู้ระแคะระคายอะไรเลย ศีตลารู้ว่ามลุลีห์กำลังเริ่มรักศาสตรา เธอจึงพยายามกัน มลุลีห์ให้พ้นจากศาสตราด้วยอีกคน โดยทำให้มลุลีห์เข้าใจผิดว่าเธอรักกับศาสตรา การนี้ทำได้แนบเนียนและสมจริง จนมลุลีห์และพรตก็เข้าใจผิดเช่นนั้นไปด้วย

ต่อมา ศีตลา ตั้งท้องกับพรต เพราะความเผอเรอ พรตรู้เรื่องเข้าก็คิดว่าศีตลาท้องกับศาสตรา แต่ศาตรากลับยอมรับที่จะแต่งงานกับศีตลา เพราะได้รู้ว่าเธอเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดและจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาเริ่มสงสารเธอ และยิ่งสงสารมากขึ้นเมื่อรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือลุงของเขาเอง ศาสตราพยายามจะช่วยศีตลาให้พ้นจากลุงของเขา

ต่อมาศีลตลาค้นพบเอกสารสำคัญในห้องศาสตรา ว่าพ่อของเขาเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในบริษัท เธอจึังรู้ว่า พรตโกงน้องชายของเขา เธอเก็บเอกสารนั้นไว้ เพราะรู้ว่าหากศาสตราทวงสิทธิ์ของเขาขึ้นมาเมื่อไร น้องสาวของเธอก็จะลำบากเมื่อพรตไม่มีอะไรเหลือ ศาสตราโกรธมากเมื่อรู้ว่าศีตลาเอาเอกสารของเขาไป เขาไม่คิดว่าศีตลาจะหักหลังเขาได้ ศาตราจึงพยายามทำให้พรตระแวงศีตลา เพราะคิดว่าศีตลาทำไปเพื่อช่วยพรต ส่วนพรตก็คิดว่าศีตลาช่วยศาสตราเพราะเอกสารลับนั้นอยู่ในตู้เซฟ ซึ่งศีตลาเป็นผู้ถือกุญแจอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม พรตก็ยังรักและต้องการได้ศีตลากลับคืนมาอีก ดังนั้นเขาจึงหาทางกำจัดศาสตราแต่เพียงคนเดียว

ขณะที่ศีตลาไม่อยู่บ้าน พรตก็เข้าหามลุลีห์ แต่ศาสตราเข้าช่วยไว้ทัน และได้พามลุลีห์ไปพักอยู่ที่อื่น ศาสตราสร้างสถานการณ์ให้ศีตลาเ้ข้าใจผิดว่าเขามีความสัมพันธ์กับมลุลีห์ เพื่อเป็นการแก้แค้น

ศีตลาดักพบมลุลีห์จึงได้รู้ความจริงว่า พรตพยายามเข้าหา ศีตลาโกรธมาก เพราะเธอเคยขอให้พรตสัญญากับเธอว่าจะไม่แตะต้องน้องสาวเธอ หากเขาผิดสัญญา เขายินยอมให้เธอทำอะไรกับเขาก็ได้ ศีตลาจึงวางแผนทำเป็นดีกับพรตอีก และชวนพรตไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดอีก ระหว่างทางเธอตัดสินใจขับรถพุ่งชนกับรถบรรทุกเพื่อยุติปัญหาทั้งปวง ก่อนไปเธอส่งจดหมายถึงศาสตรา มอบเอกสารสำคัญให้เขา บอกฝากมลุลีห์กับเขาพร้อมกบสารภาพว่าเธอรักเขา แต่รู้ตัวดีว่าไม่มีึค่าพอสำหรับเขา

ดารานำแสดงละครเรื่อง คนมีคาว

นพพล โกมารชุน รับบท ศาสตรา
นาถยา แดงบุหงา รับบท ศีตลา
อดุลย์ ดุลยรัตน์ รับบท พรต
กัลยาณี มณีกุล รับบท มลุลีห์

ละคร คนมีคาว ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 21.25 น.

 

 

 

รักคุณเท่าฟ้า

ทุกครั้งที่ทำการบิน กัปตันเครื่องบิน คือคนที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะต้องเป็นผู้นำพาชีวิตคนทั้งเครื่อง ให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย สาวๆ มากมายจึงใฝ่ฝันอยากมีแฟนเป็นนักบินกัปตันมาดเท่ห์โดยเฉพาะกัปตันธีระ(เคน ธีรเดช) ที่มีสาวๆหมายปองมากมาย แต่สาวๆก็ต้องผิดหวังเพราะ กัปตันธีระมีคนรักอยู่แล้วเธอคือ พิม(พลอย เฌอมาลย์)แอร์โฮสเตสสาวสุดสวย ทั้งสองรักกันมาสามปี และมีแผนจะแต่งงานกันอีกในสามเดือนข้างหน้า

พิมไปมาหาสู่กับธีระและครอบครัวจนสนิทสนมกับแม่จินดา(โฉมฉาย ฉัตรวิไล)ซึ่งเป็นแม่ของธีระรวมทั้งแดง(ชนกวนันท์ วัชรคุณ)กับ คุณกบ(กรุณพล เทียนสัวรรณ)พี่สาวและพี่เขยของธีระ พิมรู้ว่าธีระรักแม่มากและแม่ของธีระก็รักเธอมากเช่นกัน

ในช่วงที่ไม่มีตารางการบิน ธีระต้องมาหาแม่ทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ความรักระหว่างธีระและพิมดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่ยิ่งเข้าไกล้วันแต่งงานเข้ามาพิมก็เริ่มเห็นเค้ารางของปัญหาเมื่อจู่ๆแม่ของธีระก็บอกไม่อยากให้แต่งงานมีครอบครัว แต่ธีระยืนยันว่าแต่งงานเพราะทุกอย่างได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม่จินดาเริ่มกลัวว่าธีระจะรักเมียมากกว่าแม่ เธอจึงวางแผนทำลายงานแต่งงานของลูกชาย โดยแกล้งทำเป็นไม่สบายในวันแต่งงาน ทำให้ธีระต้องทิ้งเจ้าสาวเพื่อไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาล พจ (สันติสุข พรหมศิริ) พ่อของพิม ไม่พอใจมาก บอกให้พิมเลิกกับธีระไป แต่สุนีย์(สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ)แม่ของพิมยังสนับสนุนอยู่ พิมไม่ยอมแพ้ และทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ และได้กำหนดวันแต่งขึ้นใหม่อีกครั้ง เมื่องานแต่งหนสองเริมขึ้น แม่จินดาก็แกล้งป่วยเข้าโรงบาลอีกครั้ง พิมเริ่มแน่ใจแล้วว่าแม่จินดาไม่ต้องการให้เธอแต่งงานกัน

พิมบอกกับธีระว่าแม่ของธีระแกล้งป่วย แต่ธีระไม่เชื่อคิดว่าเธอโกรธที่แม่มาป่วยในวันแต่ง พิมจึงบอกให้กำหนดวันแต่งขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม และเมื่อถึงวันแต่งงานแม่จินดาก็ป่วยอีกตามที่คาดไว้ ธีระเริ่มเชื่อพิมว่าแม่แกล้งป่วยเพื่อขัดขวางงานแต่งงาน แต่แดงพี่สาวของธีระบอกว่าแม่ป่วยจริงและอยู่ในอาการโคม่า เขาจึงต้องทิ้งงานแต่งไปโรงบาล หมอบอกแม่จินดา ป่วยเป็นโรคเบาหวาน น้ำตาลขึ้นสูงมากจนช๊อคหมดสติ
ธีระบอกพิมว่าแม่ป่วยจริงๆ แต่พิมไม่เชื่อและมั่นใจว่าแม่จินดาหวงลูกชาย พิมจึงยื่นข้อเสนอให้ธีระเลือกระหว่างแม่และเธอ แต่ธีระบอกเค้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขารักทั้งพิมและแม่เช่นกัน พิมจึงเป็นฝ่ายยุติทุกอย่างและเดินจากไป

ธีระอกหักอยู่พักใหญ่จนได้พบกับอุ้ม(เข็มอัปสร สิริสุขะ)แอร์โฮสเตสรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ธีระได้พบกับอุ้มระหว่างเที่ยวบินไปต่างประเทศ ความสดใสร่าเริงของอุ้มทำให้เธอลืมเรื่องความเสียใจของพิมไปได้ และเริ่มคบหาดูใจจนคิดว่าชอบเธอ และจะแต่งงานด้วย ธีระพาอุ้มไปหาแม่ โดยหวังว่าแม่จะชอบอุ้มเหมือนกับเขา แต่แม่ยืนยันว่าแม่ไม่ชอบอุ้ม แถมยังใช้คิตตี้(รินลณี ศรีเพ็ญ)แฟนเก่าของธีระเป็นเครื่องมือ พยายามบอกว่าเธอท้องกับธีระ อุ้มหลงเชื่อและบอกเลิกกับธีระ ทำให้ธีระสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายธีระรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนของคิตตี้ ทั้งยังมาขู่ทำร้ายอุ้มอีก จึงให้ตำรวจจัดการ ความรักของอุ้มและธีระเริ่มดีขึ้น ธีระขออุ้มแต่งงานอีกครั้ง ทั้งพ่อ(ศานติ สันติเวชชกุล)และแม่อุ้ม(ปวีณา ชารีฟสกุล)ก็สนับสนุนเห็นดีด้วย แต่อุปสรรคกับเป็นแม่จินดา ที่ยืนยันเสียงแข็ง ไม่ยอมไปสู่ขอให้ แล้วพอพ่อแม่ของอุ้มมาก็พูดจาไม่ให้เกียรติ สุดท้ายอุ้มก็บอกเลิกธีระด้วยความร้าวรานใจ เพราะเห็นว่าถ้าเราใช้ชีวิตร่วมกันโดยแม่ไม่เห็นดีด้วย ชีวิตครอบครัวเราของหาความสุขไม่ได้ ทำให้ธีระต้องอกหักอีกครั้ง

ธีระเสียใจอยู่พักใหญ่จนมาเจอกับข้าวตู(อารยา เอ ฮาเก็ต) ข้าวตูเป็นแอร์ฯ รุ่นน้องของพิมเธอแอบหลงรักธีระตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้บินด้วยกัน แต่เธอต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าธีระรักอยู่กับพิม ทั้งสองไม่ได้เจอกันมาเกือบปี จนกระทั่งได้มาบินด้วยกันอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าธีระเป็นโสดจึงสานสัมพันธ์กับธีระใหม่

ข้าวตูเป็นคนช่างเอาอกเอาใจ เธอรู้ว่าธีระชอบหรือไม่ชอบอะไร ทำให้ธีระรักเธอได้ไม่อยาก แต่ความเอาอกเอาใจของข้าวตูทำให้แม่จินดาหมั่นใส้และไม่ชอบเธอมากกว่าสาวทุกคนของธีระ แต่ข้าวตูเป็นคนไม่ยอมใคร จึงโต้เถียงกับแม่จินดาอย่างถึงพริกถึงขิง ทีแรกธีระโกรธที่ข้าวตูไม่ยอมลงให้แม่ แต่ข้าวตูไม่สนแถมตำหนิแม่จินดาว่าไม่มีเหตุผลพร้อมกับจาระไนนิสัยของแม่จินดาอย่างตรงไปตรงมา จนธีระไม่อาจปฎิเสธได้และคล้อยตามเหตุผลของข้าวตูพร้อมกับไปบอกแม่เพื่อให้ปรับหาเข้าข้าวตู แม่จินดาโกรธมากเมื่อรู้ว่าลูกชายเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่ จึงบอกให้ไปอยู่กับเธอโดยไม่ต้องมายุ่งกับแม่อีก

ธีระนำเรื่องทั้งหมดไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนต่างลงความเห็นว่าควรอยู่ห่างๆกับแม่บ้าง เพื่อให้แม่ได้ปรับตัวไม่ยึดติดในตัวเขา ธีระจึงไปหาแม่น้อยลงและอยู่กับข้าวตูมากขึ้น แต่แม่ให้สาวใช้โทรไปหลอกธีระว่าแม่ป่วย เมื่อธีระมา เขาพบว่าแม่ไม่เป็นอะไรเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ธีระเริ่มเหนื่อยใจกับแม่ขึ้นทุกทีและเมื่อสาวใช้โทรมาอีกธีระก็ไม่ไป ทำให้แม่เสียใจ

ในที่สุดแม่จินดาก็เสียชีวิตไป พิม อุ้ม ข้าวตู ได้ข่าวการจากไปของแม่จินดา ทั้งสามมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของแม่(แต่ในใจรู้สึกโล่ง) ทั้งสามต่างก็บอกกับธีระว่าพวกเธอทั้งสามยังรักและรอเขาอยู่เสมอ สุดท้ายธีระจะใช้ชีวิตอยู่กับใครกับผู้หญิงคนไหน ต้องติดตามชมได้ในละคร รักคุณเท่าฟ้า

เรือนริษยา

เรือนริษยา เรื่องราวของคนที่ยอมจำนนต่อความต้องการไม่รู้จบเริ่มด้วย “ความรัก” แต่ลงท้ายที่ “ความตาย” รายแล้วรายเล่าและกลายเป็นที่มาของโศกนาฏกรรมรักอันซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อน มาร่วมค้นหาปมปริศนาฆาตกรรมท่ามกลางความรักที่ระคนความเคียดแค้นชิงชัง แล้วคุณจะรู้ว่า “เส้นผมบังภูเขา” นั้นเป็นอย่างไร
ตราบใดที่…รัก โลภ โกรธ หลง…ยังคงมีอยู่ ตราบนั้น…มนุษย์ก็พร้อมที่จะปิดหูปิดตาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

นักแสดงละคร เรือนริษยา

ทฤษฎี สหวงษ์ รับบทเป็น ผู้พันกฤตพนธ์ (กฤต)
พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ รับบทเป็น นันทนัช
ดอม เหตระกูล รับบทเป็น ลิตร
รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบทเป็น ทิพย์
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบทเป็น ฤทัย
วีระชัย ขวัญอำไพพันธุ์ รับบทเป็น ธีร์
ปาริชาติ บุตรดีหงส์ รับบทเป็น แฟนต้า (ต้า)
ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบทเป็น กนกกร (กิ๊บ)
ภานุพงศ์ เศรษฐเสถียร รับบทเป็น รณฤทธิ์
ลลิตา ไพศาล รับบทเป็น เดือน
เวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบทเป็น ศรี

 

มณีแดนสรวง

เมื่อเธอ…นางฟ้าแสนซนจากแดนสรวงถูกลงทัณฑ์ให้ต้องมาเป็นหญิงสาวธรรมด๊าธรรมดาในโลกมนุษย์ และเขา…นายตำรวจหนุ่มหล่อเจ้าจองตำแหน่งแมนออฟเดอะเยียร์ต้องมาพัวพันกับเธอ หญิงสาวผู้ไม่ปรากฏที่มาและที่ไป ความโกลาหลอลหม่านวุ่นวายชวนหัวจึงเกิดขึ้นโดยมิอาจห้ามได้ ร่วมการผจญภัยอันแสนมหัศจรรย์จากดาวดึงส์จนถึงพิภพอสูรและป่าหิมพานต์ ผ่านความรักอันสวยสดงดงามแนวโรแมนติกคอมเมดี้น่ารักๆ ของเขา “สการ” และเธอ “รัศมีชโลธร” ในละคร มณีแดนสรวง

 

รัศมิชโลธร หรือ ชิโล เป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เธอเป็นนางฟ้ารุ่นเด็กที่ยังต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในโลกมนุษย์และสวรรค์อีกมาก แม้จะเป็นธิดาหัวแก้วหัวแหวนของ เทพบิดา หนึ่งในสามสิบสองเทพผู้เป็นใหญ่แห่งดาวดึงส์ แต่รัศมิชโลธรก็ต้องไปเรียนหนังสือเหมือนกับเทพบุตรและเทพนารีองค์อื่นๆ เธอมีเพื่อนสนิทเป็นเทพบุตรหนุ่มรูปงามชื่อว่า อุ้มสม ทั้งคู่ชอบชวนกันเล่นสนุก แกล้งเทพนารี เทพบุตรองค์อื่นๆ อยู่เป็นอาจิณ จนพระอาจารย์ต่างพากันเบื่อหน่าย แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรรัศมิชโลธร เพราะพ่อของเธอเป็นเทพที่มีอำนาจสูง วันหนึ่งหลังจากเรียนวิชาพรหมลิขิตเสร็จเรียบร้อย รัศมิชโลธรนึกสนุก ชวนอุ้มสม-เทพบุตรผู้เป็นเพื่อนสนิท แอบเข้าไปในห้องของพระอาจารย์เพื่อดูสมุดพรหมลิขิต แอบดูเนื้อคู่ของพวกมนุษย์ด้วยความซุกซน

“อยากรู้นักว่าทำไมอาจารย์ถึงรู้ ว่าใครเป็นคู่กับใคร” รัศมิชโลธรบอกเพื่อน “ต้องมีบอกไว้ในสมุดปกหนังเล่มนั้นแน่ๆ” สมุดเล่มนั้นวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง รัศมิชโลธรและอุ้มสมเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ใดเห็น จากนั้นเทพทั้งสองก็ไปเปิดสมุดดูด้วยความตื่นเต้น ในสมุดเล่มนั้นจารึกชื่อผู้คนไว้มากมาย หลายๆ ชื่อมีเส้นใยบางๆ โยงเข้าหากัน นั่นคือสมุดที่บอกให้รู้ว่าใครเป็นคู่แท้กับใครนั่นเอง รัศมิชโลธรพบด้วยความบังเอิญว่า มีหญิงชายคู่หนึ่งกำลังจะแต่งงานกัน โดยที่จริงแล้วเขาทั้งสองไม่ใช่คู่แท้กัน นางฟ้าจอมซนเลยคิดว่าไม่ควรปล่อยให้คนทั้งสองได้แต่งงานกันไป เพราะอีกไม่นานก็จะต้องหย่ากันอยู่ดี ดังนั้นเธอเลยชวนอุ้มสมให้ลงไปล่มงานวิวาห์ของชายหญิงคู่นี้ด้วยกัน โดยรัศมิชโลธรจำแลงกายเป็นหญิงสาวสวย เข้าไปตะโกนในงานวิวาห์คัดค้านการแต่งงานระหว่างของ ร.ต.อ. ดรัณ และ สิริสุดา จนทำให้งานล่มไปในที่สุด
“แต่งไม่ได้ ฉันขอคัดค้านการแต่งงานในครั้งนี้” รัศมิชโลธรในร่างจำแลงตะโกนกลางโบสถ์ ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน “เพราะฉันกับเจ้าบ่าวเป็นกิ๊กกัน”

อันที่จริงดรัณและสิริสุดาไม่ควรจะได้แต่งงานกันแต่แรกแล้ว เพราะดรัณเป็นนายตำรวจแห่งกองปราบปรามคดีพิเศษ ส่วนสิริสุดานอกจากเป็นนางแบบชื่อดังแล้ว เธอยังเป็นลูกสาวของ เจ้าพ่อทองทิว อีกด้วย พ่อของสิริสุดาเป็นเศรษฐีใหญ่ มีธุรกิจบ้านจัดสรรบังหน้า แต่เบื้องหลังมีธุรกิจที่ผิดกฎหมายมากมาย การที่ดรัณและสิริสุดาได้มาพบกัน เป็นเพราะ ผู้การดำเกิง หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษของกรมตำรวจ ต้องการล้วงความลับของนายทองทิว เพราะมีข่าวว่าเขากำลังจะส่งหญิงสาวจำนวนมากไปขายให้กับเศรษฐีทางตะวันออก กลาง ผู้การดำเกิงเลยส่งให้ชายหนุ่มมาตีสนิทกับสิริสุดา เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของเจ้าพ่อทองทิว สืบไปสืบมากลายเป็นว่าดรัณเกิดหลงรักสิริสุดาขึ้นมาจริงๆ ถึงขั้นขอแต่งงาน

หลังจากทดสอบดรัณอยู่นานจนแน่ใจแล้วว่า ดรัณไม่ได้เปลี่ยนใจไปเข้าข้างกับนายทองทิว ผู้การดำเกิงจึงอนุญาตให้เขาแต่งงานได้ เพราะมั่นใจว่าดรัณเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแยกแยะงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน ได้ ส่วนเจ้าพ่อทองทิวอนุญาตให้สิริสุดาแต่งงานกับตำรวจ ทั้งๆ ที่ไม่ชอบเลยสักนิด เป็นเพราะเขาอยากให้ทุกอย่างดูแนบเนียน เขาคิดว่าถ้ามีลูกเขยเป็นตำรวจ เรื่องที่สังคมครหานินทาเรื่องผิดกฎหมายของเขาคงจะหมดไปเสียที เพราะถ้าเขาทำธุรกิจผิดกฎหมายจริงๆ ล่ะก็ คงไม่ยอมให้ลูกสาวคนเดียวแต่งงานกับตำรวจแน่ๆ

เป็นอันว่างานวิวาห์ของดรัณและสิริสุดาก็ล่มไปตามแผนของรัศมิชโลธร ท่ามกลางความสงสัยของ ร.ต.อ. สการ หรือแซมมี่ เพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว และ เอิงเอย เพื่อนเจ้าสาว ในวันงานหลังจากรัศมิชโลธรตะโกนคำว่า “แต่งไม่ได้” เสร็จ ก็วิ่งหนีออกจากโบสถ์ไป โดยมีสการวิ่งไล่ตามไปติดๆ แต่แล้วเธอก็กลับหายตัววับไปต่อหน้าต่อตาของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ไร้ร่องรอย สร้างความประหลาดใจให้กับสการยิ่งนัก

สการเป็นนายตำรวจหนุ่มหล่อ ปีที่ผ่านมาเขาเคยช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกพ่อเลี้ยงจับไปขาย ปกป้องจนหญิงสาวผู้นั้นปลอดภัย เขาจึงได้รับการโหวตจากสภาสตรีให้เป็นแมนออฟเดอะเยียร์ ตอกย้ำความฮ็อตของเขาให้มากขึ้นไปอีก สการมีแฟนเป็นนักข่าวสาวชื่อ มัดหมี่ มัดหมี่เป็นคนจุ้นจ้าน ขี้หึง ชอบเข้ามาวุ่นวายกับสการบ่อยๆ จนทำให้หลายครั้งสการเสียงานเพราะความวุ่นวายของมัดหมี่ เมื่อเกิดเหตุการณ์กิ๊กมาถล่มงานวิวาห์ของดรัณ สามสาวคือสิริสุดา เอิงเอย และมัดหมี่ จึงรวมตัวกันเพื่อสืบหาหญิงสาวลึกลับคนนั้นให้จงได้

สการกับดรัณเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เขารู้ว่าก่อนมาคบกับสิริสุดา ดรัณเป็นหนุ่มหล่อจอมเจ้าชู้ มีกิ๊กเล็กกิ๊กน้อยมากมาย แต่สการไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน เลยสงสัยว่าเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่ เมื่อไปดูภาพในกล้องวงจรปิด ก็พบว่าภาพงานวิวาห์ปกติมาตลอดจนกระทั่งรัศมิชโลธรมาปรากฏตัว กล้องก็สว่างวาบจนจับภาพอะไรไม่ได้ ภาพที่บรรดาแขกเหรื่อถ่ายเอาไว้ก็ไม่มีใครจับภาพของรัศมิชโลธรได้สักคนเดียว
เจ้าพ่อทองทิวโกรธมากที่ลูกสาวถูกหักหน้า จึงใช้สมุนไปจับดรัณมาซ้อมอย่างเหี้ยมโหด สิริสุดาใจแข็งไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะเธอยังไม่หายโกรธเขาที่ฉีกหน้าหล่อนกลางงานวิวาห์

รัศมิชโลธรและอุ้มสมกลับไปยังดาวดึงส์ด้วยความรื่นเริง เพราะทำสำเร็จตามแผนการ แต่สิ่งที่เธอทำลงไปนั้นผิดกฎสวรรค์อย่างร้ายแรง เทพบิดาโกรธมากที่ลูกสาวใช้อำนาจทิพย์ไปเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษย์ รัศมิชโลธรจึงถูกเทพบิดาลงโทษด้วยการส่งตัวลงมาเป็นมนุษย์เดินดินที่ไม่มี อำนาจวิเศษใดๆ ส่วนอุ้มสมถูกสาปลงมาเป็นนกแก้วพูดได้ เทพบิดาจะคืนความเป็นทิพย์ให้รัศมิชโลธรและอุ้มสมก็ต่อเมื่อ เทพบุตรและเทพธิดาทั้งสองหาทางทำให้ดรัณและสิริสุดากลับมาแต่งงานกันได้ เหมือนเดิม จึงจะได้รับอภัยและสามารถกลับไปอยู่สวรรค์ได้อีกครั้งหนึ่ง

เทพมารดา และ รัศมิพรรณราย สงสารน้องสาวมาก จึงพยายามอ้อนวอนเทพบิดาให้ยกโทษให้รัศมิชโลธร แต่เทพบิดาไม่ตกลง เพราะสิ่งที่รัศมิชโลธรทำลงไปในครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าจะให้อภัยได้ เธอต้องถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่เทพนารีและเทพบุตรองค์อื่นๆ แต่ด้วยความที่เป็นลูกรัก ไม่เคยถูกลงโทษสถานหนักเช่นนี้มาก่อน เทพบิดาเลยใจอ่อน ยอมมอบพรวิเศษสามประการให้รัศมิชโลธรสำหรับไว้ใช้ในยามคับขัน แต่มีข้อจำกัดว่าพรทั้งสามข้อ ห้ามใช้เพื่อทำให้ดรัณกลับมาคืนดีกับสิริสุดา ชายหญิงสองคนนั้นต้องกลับมาคืนดีกันด้วยความยินยอมพร้อมใจของตัวเองเท่านั้น รัศมิชโลธรและอุ้มสมถูกส่งมายังโลกมนุษย์พร้อมกับดาวหาง ทุกอย่างอยู่ในสายตาของ อสุเรศ อสูรร้าย พร้อมด้วย อัคราสูร และ จิตราสูร ผู้เป็นบริวาร

อสุเรศกับรัศมิชโลธรเคยเป็นคู่กรณีกันมาก่อน สมัยที่รัศมิชโลธรเป็นนางฟ้า เธอเคยแอบจำแลงกายเป็นมนุษย์ลงมาเที่ยวเล่นในโลก และถูกอสุเรศซึ่งแปลงกายเป็นมนุษย์ขึ้นมาเที่ยวเล่นบนโลกลวนลามเอา เธอโกรธอสูรร้ายมากที่ไม่เจียมตัว บังอาจมายุ่งวุ่นวายกับเทพนารีไฮโซอย่างเธอ ก็เลยสำแดงอิทธิฤทธิ์กล้อนผมอสุเรศเสียจนศีรษะล้าน เป็นที่อับอายแก่อสูรทั้งหลาย อสุเรศจึงผูกใจเจ็บตั้งแต่นั้นมา เขาตั้งใจว่าจะหาโอกาสแก้แค้นรัศมิชโลธรให้ได้ในวันหนึ่ง โอกาสนั้นมาถึงอสุเรศเร็วเกินคาด อสูรหนุ่มเห็นรัศมิชโลธรถูกสาปเป็นมนุษย์ หมดสิ้นสภาพความเป็นทิพย์ จึงวางแผนกับลูกสมุนจะจับตัวเธอไปเป็นเมียและกักขังไว้ที่พิภพอสูรให้จงได้ อสุเรศเป็นลูกชายของจอมอสูร มีนางอสูรสาวๆ เป็นเมียมากมายอยู่แล้ว เมียเอกของอสุเรศก็คือ นางราคะ นางโทสะ และ นางโมหะ สามพี่น้องผู้ร้ายกาจ

รัศมิชโลธรได้มาอยู่คอนโดหรูที่เทพบิดาเตรียมไว้ให้ เธอต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ ต้องทำกับข้าว ซักผ้า หุงหาอาหารด้วยตนเอง ไม่มีภาวะอิ่มทิพย์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป อุ้มสมเองก็ต้องเรียนรู้การเป็นนกแก้วพูดได้ พร้อมกันนั้นทั้งสองก็ต้องช่วยกันหาวิธีการให้ดรัณและสิริสุดากลับมาคืนดี กันให้ได้ ช่างบังเอิญอย่างมากมาย ที่ห้องพักของรัศมิชโลธรอยู่ชั้นเดียวกับห้องพักของสการโดยที่ต่างฝ่ายต่าง ก็ไม่เคยรู้มาก่อน

ชโลธร หรือรัศมิชโลธร เริ่มสนิทกับ คุณนารี มารดาของสการ เพราะมีห้องอยู่ตรงข้ามกัน คุณนารีอยากมีลูกสาว พอเห็นรัศมิชโลธรก็ชอบใจ เพราะหน้าตาเหมือนกับ หนูสโรชา ลูกสาวคนแรกของเธอที่เสียขีวิตไปเพราะจมน้ำตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ

วันหนึ่งรัศมิชโลธรและคุณนารีไปเดินซื้อของด้วยกันที่ซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน จิตราสูรซึ่งเฝ้าแอบมองรัศมิชโลธรอยู่ตลอดเวลา สบโอกาสเหมาะจึงแปลงร่างเป็นคนมาฉุดตัวรัศมิชโลธร เพื่อพาเธอไปให้เจ้านาย แต่เรื่องราวกลับโกลาหลเพราะสิริสุดาและเอิงเอยบังเอิญผ่านมาพอดี เธอจำได้ว่ารัศมิชโลธรก็คือผู้หญิงที่บุกไปล่มงานวิวาห์ของเธอ สิริสุดาและเอิงเอยจึงพยายามจะเข้าไปพูดกับรัศมิชโลธรให้รู้เรื่องว่าเธอคือ ใคร เป็นกิ๊กกับดรัณตั้งแต่เมื่อไหร่ และมาล่มงานวิวาห์ของสิริสุดาทำไม จิตราสูรกำลังกระชากแขนรัศมิชโลธร พยายามจะพาตัวไปก็พอดีกับที่สิริสุดาและเอิงเอยวิ่งเข้ามาขัดจังหวะโดยไม่ ได้ตั้งใจ ทั้งหมดยืนยื้อยุดฉุดกระชากกันที่กลางถนนนั่นเอง คุณนารีเห็นเหตุการณ์ไม่เข้าที ก็พยายามจะเข้ามาช่วยรัศมิชโลธร คุณนารีถูกจิตราสูรผลักจนเสียหลักล้มลงไปบนถนนที่มีรถบรรทุกวิ่งมาด้วยความ เร็ว แต่แล้วก่อนที่รถบรรทุกจะวิ่งมาทับร่างของคุณนารีจนแหลกเหลวนั้น รัศมิชโลธรตัดสินใจใช้พรข้อแรกช่วยเหลือคุณนารีจนปลอดภัย

จิตราสูรบาดเจ็บกลับไปพิภพอสูร ทำให้อสุเรศแค้นรัศมิชโลธรกว่าเก่า เขาสั่งให้สมุนทุกคนลงมือด้วยความรอบคอบ เพราะรัศมิชโลธรยังมีของดีคุ้มครองกายอยู่ ส่วนสิริสุดาและเอิงเอยกลับไปด้วยความงงๆ เพราะอำนาจของเวทมนตร์ทำให้สองสาวลืมว่าเกิดอะไรขึ้น และพวกเธอมายืนอยู่กลางถนนได้อย่างไร รัศมิพรรณรายรู้เรื่องที่อสูรร้ายจะมาจับตัวน้องสาวก็เลยร้อนใจ แอบเทพบิดาลงมาหาน้องที่คอนโด เธอนำสร้อยที่ทำมาจากแก้วสัตตพิธรัตนะจากดาวดึงส์ลงมาให้รัศมิชโลธรสวมติด กายเอาไว้ อำนาจของแก้วมณีจะทำให้อสูรร้ายไม่กล้าเข้าใกล้รัศมิชโลธร ก่อนจะกลับสวรรค์รัศมิพรรณรายยังขีดเส้นทิพย์ล้อมรอบห้องพักของน้องสาวเอา ไว้ เส้นทิพย์นี้มีอำนาจสูง อสูรร้ายไม่สามารถก้าวข้ามเข้ามาได้ ตราบใดที่รัศมิชโลธรอยู่ภายในห้อง อสูรร้ายจะไม่สามารถทำอันตรายเธอได้เลย

หลังจากคุณนารีบาดเจ็บ สการและดรัณจึงได้รู้ความจริงว่า เพื่อนบ้านคนสวย ใจดี แสนน่ารักที่คุณนารีพูดถึงบ่อยๆ ที่จริงแล้วก็คือสาวน้อยสิบแปดมงกุฎ คนเดียวกับที่ไปล่มงานวิวาห์ของ ดรัณนั่นเอง สการคิดว่าถ้าไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎชอบหลอกเงินผู้ชาย รัศมิชโลธรก็อาจจะเป็นเพียงเด็กสาวใจแตก เป็นเมียน้อยเสี่ย ไม่อย่างงั้นเธอไม่น่ามีเงินซื้อคอนโดหรูหราอยู่ได้แน่ๆ เขาพยายามสอบถาม หากรัศมิชโลธรไม่รู้จะสารภาพว่าอย่างไร สการไปที่สำนักงานคอนโดก็พบว่าบัตรประชาชนของรัศมิชโลธรเป็นบัตรประชาชนปลอม ในบัตรประชาชนเธอใช้ชื่อว่า “น.ส. ชโลธร ณ แดนสรวง”

“ณ แดนสรวง” สการทำหน้าเหรอหรา เพราะไม่เคยได้ยินนามสกุลนี้มาก่อน เธอให้ ตรีชฎา เลขาร่างอ้วนลองค้นหาในฐานข้อมูลประชากรก็ไม่พบชื่อและนามสกุลนี้ “คนเถื่อนแน่ๆ” ตรีชฎาจีบปากจีบคอ
“อาจจะเป็นเจ้ามาจากทางเหนือ พวกเชียงตุง ไทใหญ่ หนีเข้าเมืองมาก็ได้นะ นามสกุลถึงไม่มีในระบบประชากรของบ้านเรา แถมฟังดูแปลกแบบนี้” สการว่า “เป็นไปได้ว่ะแซมมี่” ดรัณเห็นด้วยกับเพื่อน “มิน่าล่ะ ผิวของเธอถึงขาวผ่อง สวยยังกับทองทา”
สการพยายามคาดคั้นเอาความจริงกับรัศมิชโลธรว่าเธอคือใครกันแน่ รัศมิชโลธรจึงตัดสินใจสารภาพความจริงให้สการฟังว่า เธอไม่ใช่สิบแปดมงกุฎ ไม่ใช่เจ้าไทใหญ่หนีเข้าเมืองมา แต่เป็นนางฟ้ามาจากดาวดึงส์ต่างหาก และที่เธอลงมาล่มวิวาห์ของดรัณ เพราะเห็นจากสมุดเนื้อคู่ว่าเขากับสิริสุดาไม่ใช่เนื้อคู่กัน เธอหวังว่าสการจะยอมเชื่อแล้วยอมช่วยเธอ ทำให้ดรัณกับสิริสุดากลับมาคืนดีกัน เธอและอุ้มสมจะได้กลับสวรรค์เสียที แต่รัศมิชโลธรคิดผิด เพราะนอกจากสการไม่เชื่อแล้ว เขายังคิดว่าเธอเพี้ยนไปอีกต่างหาก ตั้งแต่นั้นมาสการและรัศมิชโลธรก็ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด

มีเพียงคุณนารีเท่านั้นที่เชื่อรัศมิชโลธร วันหนึ่งที่สการออกไปทำงาน เธอกับรัศมิชโลธรตัดสินใจไปหาสิริสุดา เพื่อพูดให้เธอผู้นั้นเข้าใจ รัศมิชโลธรเชื่อว่า หากสิริสุดาเข้าใจว่าเธอกับดรัณไม่มีอะไรกัน สิริสุดาก็จะยอมกลับไปแต่งงานกับดรัณ และเธอกับอุ้มสมก็จะได้กลับสวรรค์เสียที แต่แล้วเรื่องราวก็กลับยุ่งเหยิงเกินคาด เพราะอัคราสูรสมุนของอสุเรศเฝ้าสะกดรอยตามรัศมิชโลธรมาโดยตลอด มันปลอมตัวเป็นลุงคนขับแท็กซี่รับคุณนารี อุ้มสม และรัศมิชโลธรขึ้นรถไป แต่แทนที่จะขับตรงไปตามทางที่คุณนารีบอก มันกลับพุ่งพารัศมิชโลธรลงไปยังพิภพอสูรที่อยู่ต่ำจากโลกมนุษย์ลงไป รัศมิชโลธรเห็นผิดท่า จึงพยายามต่อสู้กับอัคราสูร อัคราสูรไม่สามารถแตะต้องตัวรัศมิชโลธรได้ เพราะเธอมีสร้อยสัตตพิธรัตนะคุ้มครองกายอยู่ มันจึงจับตัวอุ้มสมไปแทน อัคราสูรสั่งให้รัศมิชโลธรถอดสร้อย ไม่เช่นนั้นมันจะฆ่าอุ้มสมเสีย แต่อุ้มสมยอมตาย ไม่ยอมให้รัศมิชโลธรถอดสร้อย แล้วในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั่นเอง รัศมิชโลธรก็ตัดสินใจใช้พรวิเศษข้อที่สองช่วยชีวิตของอุ้มสมเอาไว้ได้ อัคราสูรบาดเจ็บกลับไปยังพิภพอสูร ขณะที่คุณนารีได้เห็นกับตาว่ารัศมิชโลธรคือเทพนารีจริงๆ

สิริสุดากลุ้มใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะใจจริงแล้วเธอยังรักดรัณอยู่ เอิงเอยเห็นเพื่อนเป็นทุกข์ เลยพาเพื่อนไปหาเทพธิดาตาทิพย์เพื่อดูดวง
“แม่นมากนะยะหล่อน” เอิงเอยคอนเฟิร์ม “ยังกะตาเห็น ใครๆ เลยเรียกว่าเทพธิดาตาทิพย์ไง” ปกติแล้วสิริสุดาไม่ค่อยเชื่อเรื่องหมอดู แต่ก็ยอมตามเอิงเอยไป เพราะดีกว่าอยู่เปล่าๆ เทพธิดาตาทิพย์เพ่งดูสิริสุดาแล้วถึงกับอึ้งกิมกี่ เธอเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานของสิริสุดา พยายามองก็เห็นรัศมิชโลธรแว๊บๆ แต่เมื่อพยายามเพ่งมองให้ละเอียดก็กลับไม่เห็นอะไร นอกจากรัศมีกระจ่างสว่างตา
“นังผู้หญิงคนนั้นต้องเล่นของแน่ๆ ชั้นถึงมองหน้ามันไม่เห็น หนอยแน่ะ” เทพธิดาตาทิพย์คิดว่ารัศมิชโลธรมีของดีคุ้มครอง ทำให้ตาทิพย์ของเธอมองอะไรไม่เห็น และของดีที่ว่านั่นก็คือสร้อยที่รัศมิชโลธรสวมอยู่นั่นเอง เทพธิดาจึงแนะนำให้สิริสุดาทำลายสร้อยของรัศมิชโลธรทิ้งไปเสียถ้าหากว่ามีโอกาส

“สร้อยนั่นมีเวทมนตร์ทำให้ผู้ชายลุ่มหลง จงหาโอกาสทำลายมันทิ้งไป แล้วผู้ชายของเธอก็จะกลับมาหา” ดรัณเริ่มสนใจว่ารัศมิชโลธรเป็นคนแปลก เขาพยายามแวะมาหาเธออีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งสการจะคอยขัดขวางเสมอ จนมัดหมี่แฟนสาวเข้าใจผิด คิดว่าสการตกหลุมรักรัศมิชโลธร เธอไม่พอใจรัศมิชโลธรมาก พยายามหาทางกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง

ในวันลอยกระทง ผู้การดำเกิงรู้มาว่านายทองทิวกำลังจะขนย้ายผู้หญิงจำนวนมาก โดยเอาผู้หญิงขังในตู้คอนเทนเนอร์ แล้วเอาขึ้นเรือไป ผู้การต้องการส่งสายลับผู้หญิงเข้าไปเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงพวกนั้น แต่บังเอิญสายลับที่ทำงานให้กับหน่วยคดีพิเศษมานานถูกนายทองทิวจับได้และฆ่า ทิ้งไป ผู้การดำเกิงจำเป็นต้องหาผู้หญิงสักหนึ่งมาทำงานนี้แทน
“แต่เธอคนนั้นจะต้องเก่งพอจะหนีเอาตัวรอดได้” ผู้การบอกกับสการและดรัณ สการนึกถึงรัศมิชโลธรขึ้นมาทันที เพราะเธอคนนั้นเก่งฉกาจ สามารถหายตัวไปได้ต่อหน้าต่อตาของเขา เธอต้องเอาตัวรอดได้แน่ เขาจึงเสนอรัศมิชโลธร และผู้การดำเกิงก็ตกลงทันที สการกลับมาบอกรัศมิชโลธร อธิบายให้เธอฟังว่าเขาทำงานอะไรอยู่ เขามีข้อแลกเปลี่ยนว่า ถ้ารัศมิชโลธรทำงานสำเร็จ เขาจะทำบัตรประชาชนที่ถูกต้องให้กับเธอ ยอมเชื่อว่าเธอมาจากดาวดึงส์ และจะช่วยให้ดรัณและสิริสุดามาคืนดีกัน รัศมิชโลธรรู้สึกทึ่งในงานที่สการทำ เธอตัดสินใจจะช่วยเขา ไม่ใช่เพราะต้องการจะให้เขาเชื่อว่าเธอเป็นนางฟ้า แต่เป็นเพราะเธออยากช่วยชีวิตผู้หญิงมากมายที่ถูกหลอกไปขายต่างประเทศมากกว่า

ขณะที่ทางโลกกำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ดอกแคฝอยในดินแดนอสูรก็เริ่มเบ่งบาน บอกให้รู้ว่าถึงวาระของเทวาสุรสงคราม ที่เทวดาและอสูรกำลังจะสู้รบกันอีกครั้ง อสุเรศเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะจับตัวรัศมิชโลธรในตอนนี้ เพราะเทพบิดาของเธอจะต้องไม่มีเวลามาช่วยได้แน่ๆ แต่ปัญหาใหญ่คือ สร้อยสัตตพิธรัตนะที่รัศมิชโลธรสวมอยู่ เมื่อเธอมีสร้อยนั้น อสุเรศและบรรดาอสูรจะไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย นางราคะ โทสะ และโมหะสามพี่น้องจึงอาสาช่วยอสุเรศ โดยการเข้าสิงมัดหมี่ สิริสุดา และเอิงเอย ใช้มนุษย์ทั้งสามต่อกรกับรัศมิชลธรแทนพวกตน

ถึงวันที่นายทองทิวส่งผู้หญิงไปขาย รัศมิชโลธรไปที่ท่าเรือตามแผนของสการและดรัณ สร้างความปั่นป่วนจนกระทั่งคนร้ายเกิดความสับสน ตำรวจที่ซ่อนตัวอยู่เปิดฉากยิงต่อสู้ ขณะเดียวกันสิริสุดา เอิงเอย และมัดหมี่ก็โผล่มาพอดี ทำให้เกิดผิดแผน เรื่องราววุ่นวายหนักกว่าเก่า สิริสุดาที่ถูกนางโทสะครอบงำ โกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ตบตีกับรัศมิชโลธร กระชากสร้อยสัตตพิธรัตนะขาด และโยนทิ้งไปในทะเล
สมุนของเจ้าพ่อทองทิวต่อสู้จนแพ้สการและดรัณ พวกมันตัดสินใจจุดชนวนระเบิดเพื่อสังหารให้ทุกคนตายไปพร้อมๆ กัน เป็นจังหวะเดียวกับที่อสุเรศปรากฏตัวขึ้น และกำลังจะฉุดตัวรัศมิชโลธรไป รัศมิชโลธรเห็นสิริสุดา ดรัณ และสการตกอยู่ในอันตราย จึงตัดสินใจใช้พรวิเศษข้อสุดท้ายช่วยเหลือสการ ดรัณ และสิริสุดา แทนที่จะใช้ให้ตัวเองปลอดภัยจากอสุเรศ ผลก็คือ สการ สิริสุดา และดรัณปลอดภัย แต่รัศมิชโลธรถูกอสูรร้ายจับตัวไปในที่สุด คราวนี้ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ อีกแล้ว เพราะทั้งสการ สิริสุดา และดรัณ ต่างเห็นอำนาจทิพย์ของรัศมิชโลธรกับตาของตนเอง พวกเขาเชื่อแล้วว่าเธอเป็นนางฟ้ามาจากแดนสรวงจริงๆ แต่ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว

เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เทวดากับอสูรกำลังจะรบกัน อสุเรศจึงไม่สามารถพารัศมิชโลธรกลับไปยังพิภพอสูรได้ เพราะจอมอสูรจะต้องโกรธมาก เพราะเขามีหน้าที่ต้องช่วยทัพอสูรรบกับเทวดา แต่กลับมามัวห่วงเรื่องผู้หญิง อสุเรศเลยตัดสินใจพารัศมิชโลธรไปซ่อนตัวอยู่ที่ป่าหิมพานต์ก่อน รอจนกว่าเทวาสุรสงครามจะสิ้นสุด จึงค่อยพารัศมิชโลธรกลับไปยังพิภพอสูรอีกครั้ง

ในที่สุดสการก็รู้ว่ารัศมิชโลธรเป็นนางฟ้าจริงๆ เขาเสียใจและกลุ้มใจมากไม่รู้ว่าเธอหายตัวไปไหน สการ ดรัณ เอิงเอย และสิริสุดา บากหน้ากลับไปหาเทพธิดาตาทิพย์ขอให้เธอช่วย เทพธิดาใช้พลังตาทิพย์เพ่งมองจนรู้ว่ารัศมิชโลธรอยู่ที่ป่าหิมพานต์ สการไม่รู่ว่ามนุษย์จะเดินทางไปหิมพานต์ได้อย่างไร รัศมิพรรณรายรู้ข่าวน้องสาวถูกอสุเรศจับตัวไปก็ร้อนใจลงมายังโลกมนุษย์ ช่วงเกิดสงครามระหว่างเทวดาและอสูร เทพทั้งหลายไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปไหนมาไหนได้โดยอิสระ รัศมิพรรณรายจึงไม่สามารถไปช่วยน้องได้ สการอาสาขอไปช่วยรัศมิชโลธรด้วยตัวเอง รัศมิพรรณรายตกลงใจส่งสการไปที่หิมพานต์ในที่สุด

หิมพานต์เป็นดินแดนกว้างใหญ่ สการไม่รู้เลยว่าจะตามหารัศมิชโลธรได้ที่ไหน เขาคิดว่าเขาจะใช้หัวใจรักของเขาตามหาเธอให้พบ โชคดีตอนที่สการมาถึงหิมพานต์ เขาช่วยลูกครุฑตนหนึ่งไว้โดยบังเอิญ ลูกครุฑชื่อ ตรัสวิน กำลังจะถูกนาคจับกิน เมื่อสการช่วยเหลือเอาไว้ ลูกครุฑเลยสัญญาว่าจะช่วยสการเป็นการตอบแทน เขาพาสการออกตามหารัศมิชโลธรไปยังดินแดนต่างๆ สการช่วยเหลือวิทยาธรตนหนึ่งเอาไว้โดยบังเอิญ วิทยาธรตนนั้นเลยให้อาวุธสการมาสำหรับต่อสู้ป้องกันตัว พร้อมกับบอกว่ามีแมงมุมประหลาดมาปรากฏกายอยู่ในดินแดนของพวกกินรี ขอให้สการไปช่วยหน่อย

ตอนแรกสการก็อิดออด เพราะเขาใจจดจ่อกับการช่วยเหลือรัศมิชโลธรเท่านั้น แต่ด้วยความที่ใจอ่อน เขาเลยตัดสินใจไปช่วยพวกกินรีจากแมงมุมปีศาจที่ชักใยอยู่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง สการต่อสู้กับแมงมุมร้ายโดยใช้พระขรรค์ที่ได้จากวิทยาธรจนเอาชนะแมงมุมร้าย ได้ในที่สุด ขณะจะเดินกลับออกไป สการได้ยินเหมือนเสียงของใครร้องไห้ดังมาจากถ้ำ เมื่อเข้าไปดูก็ไม่พบอะไรนอกจากลูกหว้าขนาดใหญ่บนต้น เขามั่นใจว่าเสียงคนร้องไห้ดังมาจากในนั้น จึงปีนขึ้นไปใช้พระขรรค์ตัดลูกหว้าตกลงมา เมื่อลูกหว้าแตกออก ก็ปรากฏว่ารัศมิชโลธรถูกจับขังอยู่ในนั้นนั่นเอง และแมงมุมร้ายที่ชักใยอยู่หน้าถ้ำก็คือสมุนอสูรของอสุเรศ

อสุเรศและบริวารอสูรถูกจอมอสูรกักบริเวณ เพราะเที่ยวไปก่อความเดือดร้อนจนเกือบจะเกิดเรื่องใหญ่ อสุเรศหมดโอกาสที่จะมารังควานรัศมิชโลธรอีกต่อไป และตรัสวินก็ช่วยให้รัศมิชโลธรและสการเดินทางกลับโลกมนุษย์ได้ในที่สุด ระหว่างเกิดเหตุร้ายกับเจ้าพ่อทองทิว สิริสุดาถึงกับช็อค ไม่คิดว่าเบื้องหลังของพ่อจะมีอาชีพค้ามนุษย์ เธอรู้สึกเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นายทองทิวหนีออกนอกประเทศ ทิ้งให้สิริสุดาต้องตอบคำถามสื่อและหนังสือพิมพ์ สิริสุดาเฟดตัวหายไปจากวงสังคม บรรดาเพื่อนฝูงที่เคยคบหารวมทั้งมัดหมี่ต่างพากันตีตัวออกห่าง สิริสุดาได้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ ในขณะเดียวกันดรัณก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี จนทั้งสองเข้าใจกัน และกลับมาแต่งงานกันในที่สุด โดยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคน ไม่มีใครบังคับ

เทพบิดาทราบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ได้เห็นจิตใจอันงดงามของรัศมิชโลธรที่ใช้พรวิเศษไปในการช่วยเหลือผู้อื่นทุก ครั้ง แทนที่จะเป็นตนเอง อีกทั้งดรัณและสิริสุดาได้กลับมาคืนดีกันเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงถอนคำสาปให้กับรัศมิชโลธร และอนุญาตให้เธอและอุ้มสมกลับสวรรค์ได้ แต่มาถึงตอนนี้เธอกลับไม่อยากกลับสวรรค์เสียแล้ว รัศมิชโลธรเพิ่งรู้ตัวว่า ที่จริงแล้วเธอรักสการ และสการก็รักเธอมาก รัศมิชโลธรตัดสินใจไม่กลับดาวดึงส์ แต่ขออนุญาตเทพบิดาใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์อยู่กับสการ ดูแลกันและกัน ต่างชวนกันทำความดีและช่วยเหลือสังคมจนสุดความสามารถ
ตอนแรกเทพบิดาไม่เห็นด้วย หากรัศมิพรรณรายและเทพมารดาช่วยกันขอร้องจนเทพบิดาใจอ่อนและเห็นใจรัศมิชโล ธรในที่สุด อุ้มสมกลับไปที่ดาวดึงส์เพียงผู้เดียว เขามีโอกาสได้เห็นสมุดพรหมลิขิตแล้วก็ต้องประหลาดใจ ที่ได้เห็นว่าสการและรัศมิชโลธรเป็นคู่แท้กันมาหลายชาติภพแล้ว
เวลาในโลกมนุษย์ ๑๐๐ ปี เท่ากับเวลาสวรรค์ไม่กี่นาที รัศมิชโลธรหวังว่าเมื่อเธอและสการหมดอายุขัยในโลกมนุษย์แล้ว ทั้งสองก็จะได้กลับไปที่ดาวดึงส์ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง

ปัญญาชนก้นครัว

ปัญญาชนก้นครัว เป็นเรื่องราววุ่นวายของเอมิกา ลูกสาวคนสวยของท่านผู้ว่าฯ เป็นนักศึกษาปีสุดท้ายที่หวังจะสำเร็จการศึกษาด้วยการคว้าเกียรตินิยมมาครอง แต่กำแพงขั้นสุดท้ายของเธอคือการต้องคว้าเกรด a ในวิชาการละครของอ.เพี้ยนหรืออาจาร์ยเพียรทิพย์ให้ได้จากวิทยานิพนธ์ของเธอ ทำให้ต้องถกเถียงกับอาจาร์ยเพี้ยนเพราะชีวิตจริงของเอมิกาที่มีฐานะร่ำรวย นั้นไม่เคยสัมผัสกับชีวิตของคนในสังคมอีกระดับอย่างคนรับใช้ คนทำงานบ้านอย่างที่เธอนั้นอยากจะนำเสนอเลยเอมิกาตัดสินใจปลอมตัวเข้าไป สมัครเป็นคนรับใช้ท่ามกลางความช่วยเหลือของปองเทพและนงลักษณ์ โดยได้มีโอกาสเข้าไปทำงานและเก็บข้อมูลในครอบครัวใหญ่ที่มีถึงสามครอบครัวใน บริเวณเดียวกันท่ามกลางสายตาไม่ใว้ใจของปลัดวเรศหรือปลัดตั้ม ชายหนุ่มรูปหล่อที่สาวๆต่างให้ความสนใจจากความสนิทสนมกับครอบครัวของคุณชื่น ฤทัย ที่นึกสงสัยในบุคลิกและความรู้ต่างๆของเอมิกาที่ไม่น่าจะเป็นแค่สาวใช้ ธรรมดา

ประชาธิปไตยยูไนเต็ด

ประชาธิปไตยยูไนเต็ด” เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของความสามัคคีของกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นที่แตก ต่างกันไป อย่าง “ยาว” (หมาก) เคยเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติ แต่ใจร้อนโชว์ลีลาบุกเดี่ยวไปขึ้นหวังทำประตูซะเอง แต่กลับต้องพลาดท่าเสียทีฝ่ายตรงข้าม ทำให้พลาดตำแหน่งแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย โค้ชจึงลงโทษไม่ให้แข่งในรอบชิง เพื่อให้สำนึกในหน้าที่ของตนเ

ที่คอนโด “มายเฮ้าส์” ป้านิ่ม (ดีใจ ดีดีดี) เจ้าของคอนโด เรียกประชุมผู้พักอาศัยเรื่องที่จะสร้างสระว่ายน้ำและสวนหย่อมโดยเก็บค่าส่วนกลางเป็นรายเดือนจากคนในคอนโด ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ลุงปี๊ด (ตูมตาม เชิญยิ้ม) ยามประจำคอนโดจึงแนะนำให้หากิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันของคนในคอนโด จูน (ชุติมา ทีปะนาถ) ลูกสาวป้านิ่มเสนอตั้งทีมฟุตบอล “มายเฮ้าส์ยูไนเต็ด” เพื่อแข่งขันลีกที่สนามใกล้คอนโด ไผ่ (อรรถพล เทศทะวงศ์) อาสาช่วยรวบรวมสมาชิกทีมจากผู้อาศัยในคอนโด ประกอบด้วย ยาว (ปริญ สุภารัตน์) ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติ ที่เพิ่งทำให้ทีมพลาดแชมป์จากการบุกเดี่ยวหวังขึ้นไปทำประตูเอง เดี่ยว ช่างเดาะ (ธีรภัทร แก้วเกษ), ตั้ม นำวิถี (แม๊ค ชวนชื่น) และ อ่าง กลางอากาศ (ธนานน ตั้งไพบูลย์) โดยมี โค้ชหมี (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก) พ่อของจูนเข้ามารับตำแหน่งโค้ช
ความสัมพันธ์ของคนในคอนโดเริ่มย่ำแย่ ลุงปื๊ดแนะนำให้ป้านิ่มใช้วิธีแบบประชาธิปไตย ผลโหวตมีมติให้มีการสร้างสระว่ายน้ำ แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกลับไม่ยอมรับผลการโหวต ถึงกับประกาศขู่ว่าจะย้ายออก ลุงปื๊ดแจ้งว่าหากทีมมายเฮ้าส์ยูไนเต็ดชนะเลิศจะได้เงินรางวัล 50,000 บาท พวกเขาจะแบ่งเงินรางวัลมาสร้างสระว่ายน้ำด้วยทั้งๆที่คนในคอนโดไม่เคยไปเชียร์พวกเขาเลย ขณะเดียวกัน ในรอบรองชนะเลิศ ยาวเห็นเพื่อนร่วมทีมทำประตูไม่ได้ จึงเลี้ยงบอลเดี่ยวขึ้นไปทำประตูได้สำเร็จทำให้ทีมได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่โค้ชหมีลงโทษห้ามยาวลงแข่งในนัดหน้า โค้ชหมีบอกว่าพลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากคนคนเดียว แต่มาจากพลังแห่งความสามัคคีของผู้เล่นทุกคน

ในรอบนัดชิงชนะเลิศ ผู้พักอาศัยในคอนโดมาร่วมกันเชียร์ทีมมายเฮ้าส์ยูไนเต็ดแบบเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยาวได้คิดกับคำพูดของโค้ชหมี โค้ชหมีจึงยอมให้ยาวลงเล่นและโชว์ฟอร์มสุดยอด จนเพื่อนๆมีกำลังใจไล่ตีเสมอได้ เมื่อใกล้หมดเวลาไผ่สกัดบอลพลาดเข้าประตูตนเองทำให้ทีมมายเฮ้าส์ฯแพ้แต่ไม่มีใครพูดถึงความผิดพลาดนั้นเลย ยาวได้เรียนรู้แล้วว่า อะไรคือหัวใจของการเล่นเป็นทีม…
หลังจบฟุตบอลนัดนั้น คนในคอนโดก็พูดคุยกันมากขึ้น.ยอมรับความเห็นของคนส่วนใหญ่ในขณะเดียวกันก็ฟังเหตุผลของคนส่วนน้อยด้วยเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือกันจนได้บทสรุปว่า..จะไม่สร้างสระว่ายน้ำและสวนหย่อมแล้ว แต่ช่วยกันลงขันเหมือนเดิมเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำห้องฟิตเนส..เพราะนอกจากทีมฟุตบอลจะได้ใช้แล้ว เหล่าผู้อยู่อาศัยก็ได้ประโยชน์ใช้ออกกำลังกายกันด้วย

ฝนปลายฟ้า

ฝนปลายฟ้า เป็นเรื่องราวของ “นาตาลี มัณฑนากรสาวอิตาเลียน ผู้มีเบื้องหลังชีวิตแสนเศร้า และ มริทธิ์ หนุ่มชาวไทย ผู้มีความเป็นมาคลุมเครือ พายุแห่งโชคชะตาพัดพาให้ทั้งสองมาพบ และใช้ชีวิตช่วงหนึ่งผจญภัยร่วมกัน ในนครที่มีศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ตำนาน ยิ่งใหญ่งดงามมหัศจรรย์ดังภาพฝัน ความรักของทั้งคู่เป็นดังสายฝน ก่อกำเนิดอย่างรวดเร็ว จากละอองไอน้ำแห่งความรัก รวมตัวเป็นเมฆหมอกแห่งความไม่แน่ใจในความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา กลั่นตัวเป็นพายุร้ายพัดกระหน่ำจนทั้งสองเกือบแพ้พ่ายในพายุรัก แต่สุดท้ายเมื่อฝนซาลง เหลือเพียงฝนปลายฟ้าที่โปรยปรายละอองน้ำเย็นฉ่ำ ก็กลายเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจที่มีรักแท้มั่นคง ‘ฝนปลายฟ้า’ ของ จินตกัญญา นักเขียนสาวผู้มีจินตนาการงดงามในความรัก ที่จะให้ความชุ่มฉ่ำใจด้วยเรื่องราวแห่งรักข้ามฟากฟ้าไกล ที่มีสายฝนชะล้างความแตกต่างทั้งหลายให้มลายหายไป หล่อหลอมสองหัวใจเป็นดวงเดียวกันนิรันดร์กาล

เยาวราชในพายุฝน

เยาวราชในพายุฝน

นักแสดงละคร เยาวราชในพายุฝน

ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์

ศิริลักษณ์ ผ่องโชค แสดงเป็น เห็งม่วย

สายฟ้า เศรษฐบุตร