Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

แสบสลับขั้ว

เมื่อโชคชะตาเล่นตลกจับ “ตัวแสบขาแวนซ์ระดับเทพ” สลับร่างกับ “คุณชายจอมเนี้ยบตัวพ่อ” ความสุดขั้วของ 2 ตัวแสบ ทำให้เกิดเรื่องโกลาหลอลหม่านทั้งเรื่องการงานและความรัก

ณ ชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี ชุมชนเล็กๆที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นที่สิงสถิตย์ของ เซียน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายไทยวัยเกือบ ๓๐ แต่มีพฤติกรรมราวกับทีนเอจเจอร์ (Teenager) หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโต”

วันๆ เซียนเอาแต่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ ค่ำๆ ก็ออกแวนซ์กับเด็กแถวบ้าน ถึงแม้อายุจะต่างกันเกือบเท่าตัว แต่เซียนก็ไม่หวั่น ตะบี้ตะบันไร้สาระไปวันๆ เป็นที่หนักใจของ ป้าสายไหม (ราตรี วิทวัส) พี่สาวพ่อผู้รับหน้าที่อุปการะเซียน หลังจากกำพร้าพ่อแม่จากอุบัติเหตุทางเรือตั้งแต่เด็ก สายไหมต้องปากเปียกปากแฉะกับการพร่ำบ่นเซียนตลอดเวลา ตอนเป็นนักเรียนก็เรียนไม่เอาไหน โตขึ้นก็ไม่หางานทำเป็นเรื่องเป็นราว เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น จนสุดท้ายมาลงเอยอยู่ที่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยเป็นงานอดิเรก สายไหมเหนื่อยใจกับความไม่รับผิดชอบของหลานชายคนเดียวอย่างสุดระอา อยากจะไล่ออกจากบ้านหลายครั้ง แต่หลานชายตัวดีใช้คารม บวกอารมณ์ขัน ทำให้สายไหมใจอ่อน ต้องยอมเลี้ยงดู (มัน) ต่อไป

นอกจากสายไหมที่หลงคารมเซียนแล้ว สายพิณ หรือ พิณ (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) เด็กสาวรุ่นน้องข้างบ้านที่โตตามกันมายังเป็นอีกหนึ่งคนที่แอบปลื้มกับอารมณ์ขันของเซียน สายพิณเป็นหญิงสาววัยใส แสนดี อ่อนหวาน ตัวเล็กๆ น่ารัก เป็นเหมือนดอกไม้แสนสวยที่แอบซ่อนอยู่ในชุมชนแออัด สายพิณเป็นเด็กกำพร้าเหมือนเซียน อาศัยอยู่กับ ยายปิ่น คู่หูคู่ฮาของป้าสายไหม สายพิณอยู่บ้านติดกับเซียน ด้วยความใกล้ชิดทำให้สายพิณคิดกับเซียนเกินพี่ชาย แต่เซียนกลับไม่เคยเห็นเธอเป็นอื่น นอกจากน้องสาวแสนน่ารัก น่าทะนุถนอม สายพิณจำต้องเก็บความรักไว้ในใจไม่เคยบอกใคร ด้วยความไม่เจียมกะลาหัว เซียนดั๊นไปแอบชอบ น้ำเพชร (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) ลูกสาว เติมศักดิ์ หรือ เฮียเติม (พิพัฒน์พล โกมารทัต) และ เจ๊กิมฮวย (ณหทัย พิจิตรา) ผู้ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สมรศรีมณีฉาย ในภายหลัง

น้ำเพชรเป็นลูกสาวร้านทองหน้าชุมชนหมอเล้ง จบการบริหารมาจากออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นเลขานุการให้กับ ปลาใหญ่ หรือ คุณใหญ่ (ธันวา สุริยจักร) นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง (มั่กๆ) อายุยังไม่ทันก้าวข้ามมาเลข ๒ จำต้องมารับช่วงกิจการของตระกูลมหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจ น้ำเพชรเป็นเลขาหน้าใหม่ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน น้ำเพชรแอบชอบปลาใหญ่เจ้านายหน้าใส แต่ด้วยวัยที่ต่างกัน ประกอบกับความเคร่งขรึม จริงจัง เฮี้ยบ เนี้ยบ กริบ ทำให้น้ำเพชรไม่กล้าแสดงออก ได้แต่เก็บอาการแอบชอบอยู่ในใจลึ๊ก…ลึก !!

ถ้าเทียบระหว่างเซียนและปลาใหญ่ มันช่างแตกต่างและห่างไกลราวกับสรวงสวรรค์และแกนโลก ไม่ว่าเซียนจะพยายามตามจีบน้ำเพชรสักแค่ไหน แม้แต่ปลายหางตาเธอยังไม่เคยจะแลมาสักครั้งเดียว ปลาใหญ่เป็นลูกชายคนเดียวของ เกรียงไกร มหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจ (วันชัย   เผ่าวิบูลย์) เจ้าของโรงงานทอผ้าไหมรายใหญ่ของประเทศไทย เกรียงไกรเสียภรรยาตั้งแต่ปลาใหญ่มีอายุได้เพียง ๓ ขวบ เขาส่งลูกชายคนเดียวไปอยู่โรงเรียนประจำที่ประเทศอังกฤษ และกำลังจะเข้าศึกษาปริญญาตรี ปลาใหญ่ถูกเรียกตัวกลับมาประเทศไทยอย่างกะทันหัน เพราะเกรียงไกรเส้นโลหิตในสมองแตกจากความเครียด เขาเสียชีวิตหลังจากที่เห็นหน้าลูกชายเพียงไม่กี่นาที การจากไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของปลาใหญ่พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

ปลาใหญ่ต้องรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทมหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจกรุ๊ป ในขณะเพียง ๑๙ ปี ไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้จักใครสักคน คนที่เขาพอจะไว้ใจได้คือ พ่อบ้านครรชิต (เกริก ชิลเล่อร์) คนเก่าแก่ผู้ซื่อสัตย์ที่คอยดูแลปลาใหญ่และพ่อ ครรชิตเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างปลาใหญ่ในขณะขึ้นชกในสังเวียนธุรกิจที่แสนจะโหดร้าย โดยเฉพาะต้องคอยรับมือกับการสกัดดาวรุ่งของ เกริกก้อง (อัมรินทร์ สิมะโรจน์) น้องชายพ่อ ที่ต้องการฮุบกิจการเป็นของตัวเอง เกริกก้องไม่พอใจที่พี่ชายแต่งตั้งหลานชายปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาดูแลธุรกิจที่ก่อร่างสร้างกันมา เขาพยายามกลั่นแกล้ง และบีบบังคับให้ปลาใหญ่ขายหุ้นให้เขา แต่ไม่สำเร็จ ปลาใหญ่ยืนยันที่จะดูแลธุรกิจของพ่อด้วยตัวเอง เกริกก้องยิ่งไม่พอใจ หาทางดัน รัญญา หรือ รัน (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ลูกสาวคนเดียวขึ้นมาเทียบชั้นกับปลาใหญ่

รัญญาเป็นสาวเก๋ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง จบการศึกษาด้วยคะแนนดีเยี่ยม เรียนรู้งานมาตั้งแต่เด็ก รัญญาได้เปรียบปลาใหญ่ในทุกๆ ด้าน นอกจากปลาใหญ่ต้องเจอกับการเปรียบเทียบกับรัญญาแล้วยังต้องปวดหัวกับ จันทร์ทิพย์ ภรรยาของเกริกก้องที่คอยสร้างความปั่นป่วนภายในบ้านไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งจ้างคนใช้สืบข้อมูลส่วนตัวของปลาใหญ่ และคอยสาระแนตีสองหน้าทำเป็นหวังดี แต่จริงๆ ร้ายสุดขั้ว ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวได้เป็นใหญ่

ปลาใหญ่ต้องต่อสู้กับตัวเอง และต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ทำให้เขาเป็นเจ้านายที่สุดแสนเคร่งขรึม และอารมณ์ร้ายได้อย่างง่ายดาย ต่อมเหวี่ยงทำงานดีเป็นพิเศษ จนได้รับฉายา “คุณหนูอารมณ์เหวี่ยง” เลขากี่คนๆก็ไม่เคยรอด ภายในเวลาแค่ ๓ เดือน เปลี่ยนเลขามา ๑๒ คน และน้ำเพชรเป็นคนที่ ๑๓ หมายเลขสุดอาถรรพ์ แต่ด้วยความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเจ้านายสุดหล่อหน้าใส ทำให้น้ำเพชรกัดฟันทนทุกสิ่งอย่าง เข้าทำนองถึงร้ายก็รัก เซียนมีโอกาสได้เจอกับปลาใหญ่โดยบังเอิญ เพราะน้ำเพชรลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน กิมฮวย เลยต้องจ้างเซียนให้เอาเอกสารไปให้ แวบแรกที่เจอกัน เซียนสุดหมั่นไส้ (แกมอิจฉา) เพราะปลาใหญ่ทั้งหล่อ ใส รวย และยังได้ทำงานใกล้ชิดน้ำเพชรอีกต่างหาก

เซียนแอบหึงทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นแฟน ปลาใหญ่เห็นว่าเซียนมีท่าทีสนิทสนมกับน้ำเพชร จึงเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ปลาใหญ่เตือนให้น้ำเพชรอบรมสั่งสอนแฟน เพราะเซียนแสดงความรุ่มร่ามแอบทรามเล็กน้อยออกมาโดยไม่รู้ว่าปลาใหญ่เป็นเจ้านาย น้ำเพชรแทบกรี๊ดและพยายามจะอธิบายความจริง แต่ปลาใหญ่ไม่สนใจฟัง ทำให้น้ำเพชรยิ่งเกลียดเซียนเข้าไส้สั่งให้เขาอยู่ห่างจากเธอมากที่สุด เซียนถึงกับน้ำตาตกในและหมั่นไส้ (ไอ้) เจ้านายขี้เก๊กมากเป็นทวีคูณ เซียนกลับมาระบายกับสหายเลิฟที่วินมอเตอร์ไซค์ด้วยความแค้นใจ สหายของเซียนประกอบไปด้วย ป๋อง (ชูษี เชิญยิ้ม) ชายไทยวัยเกือบ ๒๐ ร่างใหญ่ มีน้ำใจ กลัวผี มีฝีมือด้านทำอาหารเป็นเลิศ มอมแมม (วิชญ จารุจินดา) ชายไทยร่างเล็ก ขี้ท้า…ท้าไปทั่ว แต่จริงๆเป็นคนขี้กลัวที่สุด ชายสี่ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) เป็นคนที่ดูดี มีหลักการ แต่จริงๆแล้วมั่ว ทั้งสามคนเป็นน้องรักของเซียน ขอให้เป็นเรื่องไร้สาระเข้าไว้…ถึงไหนถึงกัน!

หลังจากระบายความเคียดแค้นจนสาแก่ใจ เซียนประกาศอย่างกึกก้องว่าชาตินี้จะไม่ขอไปเหยียบที่ทำงานปลาใหญ่อีก และถ้ารวยกว่าเมื่อไหร่จะซื้อกิจการของปลาใหญ่ให้หมด !! ป๋อง มอมแมม และชายสี่ หรือแม้แต่ตัวเซียน รู้ว่ามันเป็นคำท้าทายที่สุดแสนจะห่างไกลความเป็นไปได้ ต่อให้เซียนเกิดใหม่อีกร้อยกว่าชาติก็ไม่มีทางจะรวยกว่าปลาใหญ่เด็ดขาดแต่แล้ว..เหตุการณ์สุดพิลึกพิลั่นก็พลันเกิดขึ้น…

เมื่อปลาใหญ่มีเหตุต้องรีบขับรถออกจากบ้านเพื่อไปงานสำคัญ ในขณะที่เซียนต้องมาส่งเอกสารให้กับลูกค้าในบริเวณใกล้เคียงกัน เซียนบิดมาอย่างเร็ว ทันใดนั้นเอง มีเด็กขี่รถจักรยานพรวดออกมานอกถนน และล้มลงตรงหน้าเซียนในระยะกระชั้นชิด เซียนตัดสินใจหักรถหลบออกโดยไม่ระวัง รถที่ตามหลังมาชนเข้าอย่างจัง ร่างเซียนลอยละลิวปลิวมาตกลงข้างถนน สลบเมือดไปทันที !! ในเวลาเดียวกัน ปลาใหญ่ขับรถอยู่อีกถนนด้วยความเร็วสูง ทันใดนั้นก็มีรถออกปาดหน้าเข้ามาอย่างเร็ว ทำให้ปลาใหญ่ต้องรีบหักหลบกะทันหัน รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ทั้งปลาใหญ่และเซียนอยู่ในอาการโคม่า และถูกพาส่งโรงพยาบาลเดียวกัน !! ในวินาทีแห่งชีวิตที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย ทั้งสองคนถูกเครื่องกระตุ้นหัวใจกระชากจิตและวิญญาณเข้าสู่ร่าง…ฟึ่บบบบบ !!

เซียนและปลาใหญ่รู้สึกตัวขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่มหัศจรรย์พันลึกยิ่งกว่านั้น คือ ทั้งสองคนค้นพบว่าร่างที่ตัวเองกำลังดำรงอยู่นั้น…มันไม่ใช่ร่างของตัวเอง วิญญาณของปลาใหญ่ดั๊นอุตริเข้าไปอยู่ในร่างของเซียน และวิญญาณของเซียนทะลึ่งเข้าไปอยู่ในร่างของปลาใหญ่

ทันทีที่ทั้งสองคนรู้สึกตัวและค้นพบความจริงอันแสนพิสดาร ทั้งเซียน (ที่อยู่ในร่างของปลาใหญ่) และปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างของเซียน) สุดแสนจะช้อค !! (โอ้ว..แม่เจ้าเป็นไปได้อย่างไร???)

ปลาใหญ่รีบบุกมาหาเซียนทันที ในขณะที่เซียนยังมึนๆ อยู่ ปลาใหญ่พยายามจะเขย่าให้วิญญาณของเซียนออกจากร่างตัวเอง ทันใดนั้น น้ำเพชรเข้ามาเห็นพอดี๊…พอดี รีบเข้ามากระชากปลาใหญ่ออกจากเซียน พร้อมกับด่ากระจายไล่ให้ปลาใหญ่ออกไปไกลๆ จากเซียน (เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองคนสลับร่างกันอยู่) ปลาใหญ่พยายามจะอธิบาย แต่ยิ่งพูด น้ำเพชรยิ่งคิดว่าเขาบ้า เซียนได้ทีรีบสวมรอยเป็นปลาใหญ่ทันที และไล่ปลาใหญ่ออกไป ทำให้ปลาใหญ่แค้นสุดๆ เขาจะต้องหาทางกลับคืนสู่ร่างเดิมให้ได้

หลังจากการสลับร่างที่สุดแสนพิลึกกึกกือเริ่มต้นขึ้น ชีวิตของเซียน (ในร่างปลาใหญ่) และชีวิตของปลาใหญ่ (ในร่างเซียน) ก็ต้องพบกับความโกลาหลอลหม่านมากมาย เรียงหน้ากระดานเข้ามาจนรับแทบไม่ไหว เซียนตื่นเต้นกับความรวยได้ไม่นาน เขาก็ค้นพบว่าชีวิตมหาเศรษฐีหมื่นล้านสุดแสนจะน่าเบื่อ งานก็หนัก ต้องมีประชุมมากมาย ประชุมแต่ละทีก็มีแต่เรื่องเครียด คิดหัวแตกก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง เอกสารที่ต้องเซ็นก็มีนับไม่ถ้วน และไม่ว่าเขาจะเซ็นสักกี่ครั้ง ก็เซ็นไม่เหมือน เช็คไม่ผ่าน ทั้งบริษัทวุ่นวายไปหมด ยิ่งไปกว่านั้น…ทั้ง เกริกก้อง จันทร์ทิพย์ (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) และ รัญญา ยังหาเรื่องเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องทำให้เสียหน้า ทำให้เสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ จนเซียนแทบจะอยากออกจากร่างเศรษฐีหมื่นล้าน แล้วกลับไปเป็นไอ้เซียนคนเดิม

สิ่งเดียวที่ทำให้เซียนมีความสุข คือการได้อยู่ใกล้น้ำเพชร ราวกับความฝันที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นจริง เซียนใช้ความเป็นปลาใหญ่หาโอกาสอยู่กับน้ำเพชรสองต่อสอง ใช้หน้าที่การงานไปหาเธอที่บ้าน อ้างว่ามีงานด่วน แล้วไปโชว์รวยต่อหน้าเติมศักดิ์และกิมฮวยด้วยความสะใจ แรกๆน้ำเพชรก็ตื่นเต้นที่เจ้านายสุดที่รักดูเหมือนจะมีใจให้อย่างคาดไม่ถึง แต่หลังๆ เธอเริ่มรู้สึกว่ามันมากจนผิดสังเกต ประกอบกับบุคลิกภาพก็แตกต่างราวกับคนละคน ยังไง๊…ยังไง มันก็ไม่ใช่คุณปลาใหญ่ที่เธอเคยรู้จัก แต่มันช่างคลับคล้ายคลับคลากับ (ไอ้)เซียนเสียเหลือเกิ๊น…(ยังไงกันเนี่ย?) แต่ในความต่างมันกลับทำให้เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งอารมณ์ขันและคารมที่สุดแสนจะลื่นไหล ทำให้เธออารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทางด้านปลาใหญ่ (ตัวจริง) พยายามจะหาทางบอกความจริงกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นป้าสายไหม ยายปิ่น สายพิณ มอมแมม ชายสี่ ป๋อง ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า “เซียนสมองเสื่อม” หลงว่าตัวเองเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน เจ้าของโรงงานผ้าไหมอันโด่งดัง ยิ่งปลาใหญ่อธิบาย ทุกคนก็ยิ่งคิดว่าสมองเขาผิดปกติ เขาจึงเลือกที่จะหยุดและหาทางพิสูจน์ด้วยวิธีอื่น ปลาใหญ่พยายามติดต่อน้ำเพชรที่บ้าน และขอให้เธอช่วย แต่น้ำเพชรกลับไล่ตะเพิดราวกับเขาเป็นไอ้โรคจิต ทำให้เขารู้ว่าน้ำเพชรไม่ได้เป็นแฟนกับเซียนแต่เธอแอบชอบเขา และปลาใหญ่ก็ต้องช็อกหนักเมื่อรู้ว่าเซียนแอบชอบน้ำเพชร และใช้ร่างของเขาตามจีบน้ำเพชร ปลาใหญ่อาละวาดใส่เซียน พยายามจะให้เซียนยอมรับว่าเกิดการสลับร่าง แต่เซียนทำเนียนไม่ยอมรับ แถมยังด่าว่าปลาใหญ่เพี้ยน น้ำเพชรยิ่งไม่พอใจและไล่ปลาใหญ่กลับไป พร้อมทั้งให้ตำรวจมาเฝ้าหน้าบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอ

ปลาใหญ่เปลี่ยนเป้าไปที่ครรชิต เขาพยายามขอพบครรชิตเพื่อบอกความจริง แต่โดนเซียนกลั่นแกล้งสารพัด ทำให้ทั้งสองคนไม่ได้เจอกัน เซียนติดรูปตัวเองไว้หน้าโรงงาน และหน้าบ้าน ห้ามไม่ให้เข้ามาใกล้ทุกคนที่อยู่แวดล้อมและครรชิตอย่างเด็ดขาด ความแสบของเซียนทำให้ปลาใหญ่สุดเครียด โดยเฉพาะเวลาเห็นข่าวความเสียหายของบริษัทที่ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ปลาใหญ่รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของเกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญา แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว เว้นแต่…สายพิณ

เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รู้ว่าเซียนเปลี๊ยนไป ดูเงียบ ขรึม จริงจัง และไม่ออกไปไร้สาระกับสามสหาย ที่สำคัญ ยังมีความรู้และมีรสนิยมดีอย่างแปลกประหลาด ปลาใหญ่สุดดีใจ ถึงแม้สายพิณพูดได้ไม่เต็มปากว่าเธอเชื่อเรื่องการสลับร่าง แต่เธอยินดีจะช่วยเขาค้นหาความจริง และกลับคืนสู่ร่างเดิม ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน และความอ่อนหวานบวกกับน้ำใจอันดีของสายพิณ ทำให้ปลาใหญ่รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ และทุกครั้งที่เขามีเรื่องกลุ้มใจ คนแรกที่เขาคิดถึง คือเธอ ผู้หญิงแสนธรรมดา ฐานะค่อนข้างยากจน คนที่เขาคงไม่มีโอกาสได้พบ ถ้ายังคงเป็น “คุณปลาใหญ่” ไฮโซฯ หมื่นล้าน แต่ปลาใหญ่ต้องแอบจ๋อยๆ …เมื่อรู้ว่าสายพิณแอบชอบพี่เซียน และที่เธอช่วยเขาเพราะต้องการได้พี่ชายสุดเลิฟคนเดิมกลับคืนมา

ทางด้านเซียน เริ่มเครียดหนักพอกัน เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในร่างปลาใหญ่ เขาไม่สามารถทำงานที่ปลาใหญ่เคยทำได้ ประกอบกับน้ำเพชร ครรชิต เกริกก้อง รัญญา และจันทร์ทิพย์ เริ่มระแคะระคายว่าเขาเปลี๊ยนไป ในขณะที่เซียนกำลังเครียด เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าสายพิณเข้ามาทำงานเป็นพนักงานของโรงงานผ้าไหม เซียนลืมตัว แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สายพิณยิ่งปักใจ แต่เมื่อเธอซักไซ้ เซียนกลับไม่ยอมรับและเอาตัวรอดไปอย่างกะล่อน สายพิณยอมเข้าไปทำงานในโรงงานเพื่อหาช่องทางช่วยปลาใหญ่ และเธอยังพยายามอธิบายให้สามสหาย ป๋อง มอมแมม และชายสี่ รวมทั้งสายไหมและปิ่น เห็นใจปลาใหญ่ จนทุกคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง เพราะความเฮฮาไร้สาระไม่เคยปรากฏหลังจากเซียนประสบอุบัติเหตุ แถมยังพูดจาดูดีมีการศึกษาหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนบอกทางฝรั่งด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว ทุกคนปักใจทันทีว่า…คนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่เซียนแน่นอน !!

ปลาใหญ่เปิดใจเล่าทุกเรื่องให้ทุกคนฟัง โดยเฉพาะเรื่องอันตรายที่เซียนอาจจะได้รับจากเกริกก้องและรัญญา เพราะทั้งสองคนร้ายกาจมากพอที่จะคิดกำจัดเขาเพื่อหวังฮุบโรงงาน ทั้ง ๕ คนจึงตัดสินใจช่วยปลาใหญ่ลากตัวเซียนมายอมรับความจริงและหาทางสลับร่างคืนดั่งเดิม ด้วยความร่วมมือของสายพิณ มอมแมม ป๋อง และชายสี่ ทำให้พวกเขาได้ตัวเซียนมา และเค้นจนเซียนต้องยอมรับอย่างหมดสภาพ พร้อมกับขอร้องให้ปลาใหญ่ช่วยเทรนด์ให้ตัวเองเป็น “คุณปลาใหญ่” ให้ได้ แต่ปลาใหญ่ไม่ยอม เขาต้องการกลับคืนร่างดังเดิมเท่านั้น เซียนจำใจต้องยอมเพราะไม่มีทางออกอื่น

ปิ่น (ปนัดดา โกมารทัต) และสายไหมเป็นเจ้าภาพฝ่ายพิธีการ ทั้ง ๒ คน พยายามหาวิธีเพื่อเรียกวิญญาณกลับคืนร่าง ทำหมดทุกวิธี ทั้งไสยศาสตร์ พุทธศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ชาวบ้าน) แต่ไม่สัมฤทธิ์ ไม่ว่าจะใช้ศาสตร์ทางด้านไหน ทั้งสองคนก็ไม่ยอมกลับคืนร่างตัวเอง จนยายปิ่นสรุปปิดท้ายว่า “มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่มีวิธีอื่น เมื่อหมดกรรมแล้ว ก็คงจะได้กลับคืนร่างเดิม” บทสรุปยายปิ่น ทำให้ปลาใหญ่ถึงกับอึ้ง มึน และหมดหวัง ต่างกับเซียนที่ใช้ความกะล่อนหว่านล้อมให้ปลาใหญ่ยอมรับสภาพ แล้วช่วยเขาสวมบทบาทคุณหนูหมื่นล้านให้แนบเนียนที่สุด เพื่อดำเนินธุรกิจที่สุดป่วนอยู่ในตอนนี้ พร้อมทั้งหาทางกำจัดครอบครัวเกริกก้องที่จ้องจะฮุบสมบัติอยู่ทุกลมหายใจ

ปลาใหญ่จำใจต้องยอมรับข้อเสนอ โดยเข้าไปทำงานเป็นที่ปรึกษาเซียนอย่างใกล้ชิด สร้างความงุนงงให้กับทุกคน โดยเฉพาะน้ำเพชร…เธอสงสัยอย่างแรง ที่จู่ๆ ไอ้บ้าเซียนก็เข้ามาทำงานเป็นที่ปรึกษานายใหญ่ ข้ามหัวใครต่อใครอีกมากมาย เซียนพยายามให้เหตุผลชื่นชมเซียนต่างๆนานา เพราะหวังว่าถ้าได้กลับร่าง น้ำเพชรจะชอบตัวเองขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะชื่นชมแค่ไหน น้ำเพชรก็ไม่มีทางเชื่อว่าเซียนจะทำงานได้จริง

น้ำเพชรพยายามจับผิดปลาใหญ่ในขณะที่ทำงานให้เซียน แต่ยิ่งเธอจับผิดมากเท่าไหร่ เธอยิ่งแปลกใจมากเท่านั้น เพราะเซียนทำงานได้อย่างดี ไม่มีที่ติ และบางครั้งมันทำให้เธอคิดถึง “คุณปลาใหญ่” เจ้านายหน้าใสที่เธอเคยทำให้ใครกลัวจนตัวสั่น ขณะที่ปลาใหญ่ช่วยงานเซียน เขาต้องเทรนด์เซียนในทุกๆเรื่อง ทั้งบุคลิกภาพ การออกงานสังคม การวางตัว การพูดจา และจ้างครูมาสอนภาษาแบบตัวต่อตัว แต่อย่างเดียวที่เขาไม่ยอมสอน คือปลอมลายเซ็น เพราะฉะนั้น เอกสารทุกฉบับ ปลาใหญ่เป็นคนเซ็นเองทั้งหมด และต้องแอบเซ็นแบบลับๆ เซียนต้องคอยกันไม่ให้น้ำเพชรและครรชิตรู้ แต่แล้วครรชิตก็ล่วงรู้จนได้ เพียงเวลาไม่นานที่ปลาใหญ่เข้ามาช่วยงานเซียน ครรชิตก็รู้ทันทีว่า คุณหนูตัวจริงของเขากลับมาแล้ว!!

เกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญาไม่พอใจที่จู่ๆก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ศัตรู จันทร์ทิพย์ยุให้ใช้ไม้แข็งเพื่อกำจัดปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างเซียน) เกริกก้องอนุมัติ แต่ย้ำว่าอย่าให้เรื่องบานปลาย ปลาใหญ่ถูกทำร้ายอาการสาหัส เซียนเห็นสภาพปลาใหญ่แล้วก็เป็นห่วงร่างกายตัวเอง เขาตัดสินใจจ้างมอมแมม ป๋อง และชายสี่มาเป็นบอดี้การ์ดให้กับเซียนและตัวเอง วันแรกที่ชายสี่มาทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เซียน เขาได้เจอกับรัญญา และตกหลุมรักในทันที ในขณะที่รัญญาทั้งรังเกียจและดูถูกอย่างเห็นได้ชัด แต่ชายสี่ก็ยังหลงละเมอเพ้อพกอย่างไม่เจียมตัว

ในระหว่างที่ปลาใหญ่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เซียนกลับไปแก้แค้นเกริกก้อง จันทร์ทิพย์ และรัญญาด้วยวิธีที่สุดแสนกะล่อน โทษฐานที่ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาต้องมีอันต้องบวมช้ำ เซียนฉีกหน้าทั้ง ๓ คน กลางงานสังคมหรู ทำให้ทุกคนรู้ว่าเกริกก้องอิจฉาหลานชายตัวเองและต้องการจะฮุบสมบัติ กลายเป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั้งวงการ สร้างความสะใจให้กับปลาใหญ่อย่างแรง ปลาใหญ่ขอบใจเซียนที่ตอบโต้คนพวกนั้น ในขณะที่เซียนก็ขอโทษปลาใหญ่ที่เขาเคยไม่ชอบขี้หน้า อีกทั้งยังฉวยโอกาสจากร่างของเขา ปลาใหญ่ให้อภัยแต่ห้ามไม่ให้ทำอีก โดยเฉพาะการใช้ความเป็นเขาตามจีบน้ำเพชร ข้อห้ามที่แสนยาก เซียนอึกอัก ไม่รับปาก และขอร้องให้ปลาใหญ่ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่า จริงๆแล้วเขาไม่ใช่ปลาใหญ่ เซียนรู้ว่าเมื่อความจริงปรากฏ น้ำเพชรคงจะกลับไปเกลียดเขาเหมือนเดิม

เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะคืนสู่ความจริง เขาขอฝันหวานแบบนี้ไปอีกสักพัก ปลาใหญ่รับปากด้วยความเข้าใจ เพราะเขาเองก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ถ้าเขากลับสู่ร่างเดิม สายพิณก็คงจะไม่สนใจเขาเช่นกัน ท่ามกลางม่านหมอกของความรักที่ไม่ลงตัว พายุแห่งความคลั่งแค้นก็เริ่มก่อตัวขึ้น… หลังจากการโดนฉีกหน้ากลางสาธารณะชน เกริกก้องแค้นสุดแค้น เขาสั่งให้จันทร์ทิพย์กำจัดไอ้หลานชายจอมวายร้ายให้สิ้นซาก!!

ในขณะที่เกริกก้องกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการแก้แค้นเซียน รัญญาเริ่มเอะใจกับการเปลี่ยนไปของปลาใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยเห็นเขาตอบโต้แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะโดนรังแกแค่ไหน เขาจะเอาแต่เก็บกด และกดดันตัวเอง แต่จะไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้เด็ดขาด ประกอบกับบุคลิกที่ดูหลุกหลิก คำพูดคำจาที่ดูไม่ค่อยมีการศึกษา และเฮฮาผิดปกติ ทำให้เธอเริ่มสงสัย รัญญาอาศัยชายสี่เป็นเครื่องมือ เธอทำทีเป็นสนใจชายสี่ หาโอกาสอยู่กันสองต่อสอง และแอบล้วงความลับทุกครั้งที่มีโอกาส ชายสี่หลุดจะบอกหลายครั้ง แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทุกที น้ำเพชรเองก็เริ่มสงสัยมากขึ้น เธอรู้สึกว่าเซียน ปลาใหญ่ ครรชิต มอมแมม ป๋อง และชายสี่ รวมหัวกันทำอะไรบางอย่างลับหลังเธอ อีกทั้งจู่ๆก็มีสายพิณโผล่มาดูแลเซียน (ที่จริงๆแล้วเป็นปลาใหญ่) อย่างใกล้ชิด และเซียนก็ดูจะไม่สนใจเธอเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความสงสัยทำให้น้ำเพชรแอบตามสืบว่า จริงๆแล้ว อะไรคือต้นเหตุของการเปลี๊ยนไป…ทำให้ปลาใหญ่และเซียนต้องระวังตัวเองอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไขปัญหาภายในโรงงานที่เกริกก้องพยายามสร้างขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน และจันทร์ทิพย์ยังส่งนักเลงคอยสะกดรอยตาม หวังกำจัดเซียนตามคำสั่งของสามี

รอบตัวเซียนและปลาใหญ่มีความวุ่นวายและอันตรายรายล้อมอยู่ เท่านั้นยังไม่พอ เรื่องของหัวใจยังสร้างความปวดสมองไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อสายพิณได้ล่วงรู้ว่าเซียนชอบน้ำเพชร และพยายามจะใช้ความเป็นปลาใหญ่เพื่อเอาชนะใจเธอ สายพิณไม่พอใจอย่างแรง เพราะผิดศีลธรรม และแอบหึงเล็กๆ สายพิณพยายามจะเปิดโปงความจริงให้น้ำเพชรรู้ แต่เซียนอาศัยความกะล่อนเอาตัวรอดหลบเลี่ยงไปได้อย่างหวุดหวิด ในขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่น้ำเพชรพยายามเข้าใกล้ปลาใหญ่เพื่อสืบความจริง เซียนก็ต้องคอยกีดกัน เพราะกลัวว่าน้ำเพชรจะรู้ความจริง และกลับไปชอบปลาใหญ่เหมือนเดิม

ยิ่งเซียนแสดงอาการหวงน้ำเพชรมากเท่าไหร่ สายพิณก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น และยิ่งสายพิณเสียใจมากเท่าไหร่ ปลาใหญ่ก็ยิ่งจ๋อยมากเท่านั้น…เป็นวงเวียนของรักสี่เส้าที่แสนเศร้าและน่าเห็นใจ ป้าสายไหมและยายปิ่นอาศัยความเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเกิดอะไรขึ้น ยายปิ่นพยายามให้กำลังใจปลาใหญ่ และสารภาพว่าเธอยินดีจะมีเขาเป็นหลานเขยมากกว่าไอ้เซียน ถึงแม้เขาจะยังเด็ก แต่เป็นคนจริงจังและจริงใจ ในขณะเดียว กันก็พยายามจะให้หลานสาวได้รู้ตัวสักทีว่า จริงๆแล้ว เธอไม่ได้ชอบเซียน แต่มันเป็นเพียงความผูกพันและฝังใจ แต่ปลาใหญ่ก็ยังไม่กล้าพอจะสารภาพรัก ในขณะที่สายพิณก็ยังไม่รู้ใจตัวเองดีพอ ยายปิ่นก็ได้แต่ท้อใจ…พูดยังไงก็ไร้ประโยชน์ (เฮอ!) ป้าสายไหมเองก็พยายามจะให้เซียนยอมรับความจริงว่าน้ำเพชรไม่ได้ชอบเขาที่ตัวตนของเขาอย่างแท้จริง การปิดบังต่อไปก็เท่ากับหลอกตัวเองไปวันๆ แต่เซียนเองก็ยังไม่กล้าพอที่จะสารภาพความจริงกับเธอและแล้ว…การปิดบังก็เดินทางมาถึงสุดทาง

เมื่อน้ำเพชรจับได้ว่า…แท้จริงแล้ว เซียนและปลาใหญ่สลับร่างกันตามที่เธอสงสัย และทุกคนรู้ความจริงหมดแล้ว ยกเว้นเธอ น้ำเพชรอาละวาดใส่เซียน (ที่อยู่ในร่างปลาใหญ่) อย่างแรง ทั้งด่า ทั้งตบตี ด้วยความโกรธ และอายสุดจะบรรยาย น้ำเพชรเสียฟอร์มอย่างหนักที่ตัวเองสารภาพว่าชอบปลาใหญ่ ในขณะที่เขาอยู่ร่างของเซียน แล้วยังแสดงกริยาดูถูกเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซียน น้ำเพชรตัดสินใจลาออกทันที และเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน ถึงแม้เซียนจะตามง้อ ตามขอโทษ แต่น้ำเพชรก็ไม่ยอมพูดด้วย แถมยังไล่ตะเพิดจนเปิดเปิง ปลาใหญ่ลงทุนมาขอโทษแทนเซียน น้ำเพชรก็ยังไม่ยกโทษให้ แถมด่ากลับ และประกาศว่าเธอเลิกชอบเขาแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบเด็ก !! และจะไม่มีวันกลับไปทำงานอีกเด็ดขาด เซียนสุดแสนเสียใจ ได้แต่เก็บตัวเงียบ สายพิณถึงได้รู้ว่าเซียนรักน้ำเพชรมาก และไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเขาได้ สายพิณตัดใจจากเซียน และคืนสภาพกลายมาเป็นน้องสาวดังเดิม

รัญญาแอบมอมเหล้าชายสี่ พร้อมกับใช้เสน่ห์หญิงเย้ายวนจนเขาเคลิ้มและบอกเรื่องสลับร่างอย่างหมดเปลือกโดยไม่รู้ตัว รัญญารีบนำความจริงมาบอกเกริกก้องและจันทร์ทิพย์ทันที พร้อมกับถีบหัวชายสี่ทิ้งอย่างไม่ไยดี ทั้งสองคนแทบไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นจริง แต่จากการทดสอบ และนึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากอุบัติเหตุ ทั้งสองคนเริ่มเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้สูง เกริกก้องจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการกำจัดเซียน (ในร่างปลาใหญ่) มาเป็นกำจัดปลาใหญ่ (ในร่างเซียน) ทันที เพราะถ้ากำจัดวิญญาณเซียนที่อยู่ในร่างปลาใหญ่ แต่วิญญาณปลาใหญ่ที่อยู่ในร่างเซียนก็ยังอยู่ และเขาอาจจะกลับมาแก้แค้นได้ แต่ถ้ากำจัดวิญญาณของปลาใหญ่ในร่างเซียนได้ เขาจะใช้เงินซื้อเซียนและสั่งให้ใช้ความเป็นปลาใหญ่ทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการได้ไม่ยาก

ทั้ง ๓ คน วางแผนชั่วร้ายอย่างเลือดเย็น โดยไม่ได้รู้ว่าเลยว่าน้ำเพชรแอบมาได้ยินโดยบังเอิญ ขณะที่เธอเข้ามาเก็บของในที่ทำงานตอนกลางคืน น้ำเพชรรีบหนีกลับบ้านด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว แผนการสั่งเก็บปลาใหญ่ดังกึกก้องในสมอง น้ำเพชรลังเลว่าจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ดี หรือจะวางเฉยแล้วปล่อยให้มันเป็นไป เพื่อเป็นการแก้แค้นที่โดนหลอกมาตลอด แต่แล้วความดีงามก็ชนะ น้ำเพชรมาหาปลาใหญ่และบอกสิ่งที่รับรู้มา ปลาใหญ่ขอบใจและดีใจที่น้ำเพชรเห็นใจและให้ความร่วมมือ ในแวบนั้นเอง…น้ำเพชรเริ่มรู้ว่า จริงๆแล้ว คนที่เธอเป็นห่วงไม่ใช่แค่ปลาใหญ่แต่เป็นเซียน ผู้ชายที่เธอไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียว น้ำเพชรเริ่มค้นเข้าไปในใจของตัวเอง จนพบว่าเธอมีความสุขทุกครั้งเวลาที่อยู่กับเซียน เขาคือผู้ชายคนเดียวที่ทำให้เธอหัวเราะได้อย่างสุดเสียง คนที่เธอชอบ คือผู้ชายที่สุดแสนจะเฮฮา…ไม่ใช่ปลาใหญ่ เด็กน้อย หน้าใสผู้เคร่งขรึม น้ำเพชรรู้ใจตัวเอง แต่มันสายเกินไป เพราะเซียนแวะมาหาป้าสายไหมที่บ้าน และเห็นตอนน้ำเพชรคุยกับปลาใหญ่พอดี ด้วยความสนิทสนมของทั้ง ๒ คน ขณะกำลังคุยกัน ทำให้เซียนเข้าใจผิดคิดว่าน้ำเพชรยังคงชอบปลาใหญ่อยู่เหมือนเดิม เซียนถึงกับจ๋อย และยอมทำตามที่ป้าสอน คือรับสภาพความจริง เลิกตอแยน้ำเพชร พยายามจะตัดใจจากเธอ ถึงแม้จะเศร้าแต่เขาก็ต้องทำให้ได้

หลังจากที่ปลาใหญ่ล่วงรู้แผนการของสามคนพ่อแม่ลูก และชายสี่มาสารภาพเรื่องที่โดนมอมเหล้าล้วงความจริง ชายสี่ทั้งรู้สึกผิดและเสียใจที่โดนหลอกใช้ เขาน่าจะเชื่อมอมแมมและป๋องที่พยายามเตือนว่ารัญญาไม่จริงใจกับเขา จากความรักกลายเป็นความแค้น ชายสี่ประกาศว่าจะต้องหาโอกาสสั่งสอนรัญญาให้ได้ !! ปลาใหญ่เรียกทุกคนมาประชุมระดมหัวสมอง ทั้งครรชิต เซียน สายพิณ มอมแมม ป๋อง และชายสี่ โดยมีน้ำเพชรเป็นสมาชิกใหม่เข้าร่วมก๊วน เซียนดีใจที่น้ำเพชรมา แต่ดีใจได้ไม่นานก็กลับมาเศร้าเหมือนเดิม เพราะคิดว่าน้ำเพชรมาเพราะต้องการช่วยปลาใหญ่ ในขณะที่น้ำเพชรเองก็แปลกใจที่เซียนดูเงียบๆ ผิดปกติ

ในการสุมหัวเพื่อเตรียมรับมือกับแผนการร้ายครั้งนี้ เซียนอาศัยความเจ้าเล่ห์และแสนกล คิดแผนที่คนอื่นคิดไม่ได้ ทำให้ทุกคนต้องอึ้ง ไม่เว้นแม้แต่น้ำเพชรยังต้องยอมรับในความฉลาดของเซียน เซียนวางแผนให้น้ำเพชรเป็นนกต่อ ขอเข้าพบสามคนพ่อแม่ลูก โดยทำทีเป็นร้องห่มร้องไห้ พร้อมทั้งเล่าความจริงเกี่ยวกับการสลับร่างให้พวกนั้นฟัง และบอกว่าแค้นใจที่โดนเซียนหลอก จึงขอมาอยู่ด้วยเพราะต้องการแก้แค้นทั้งเซียนและปลาใหญ่ รัญญาเป็นคนแรกที่เชื่อเพราะจำได้ว่าตอนเมา ชายสี่เผลอพูดเรื่องที่น้ำเพชรโกรธออกมา เกริกก้องและจันทร์ทิพย์เลยเชื่อตามไปด้วย

น้ำเพชรยังบอกอีกว่าเซียนขอร้องให้เธอกลับมาทำงาน และเธอตัดสินใจกลับมาเพราะจะทำให้การแก้แค้นง่ายขึ้น น้ำเพชรเล่นละครได้อย่างแนบเนียนจนทุกคนยอมรับ เกริกก้องมอบหมายให้น้ำเพชรเป็นคนขับรถพาเซียนและปลาใหญ่ขึ้นเขาไปทางเชียงราย โดยให้อ้างว่าจะพาไปดูแหล่งผลิตไหมที่ใหม่ เพื่อนำมาใช้ในโรงงาน น้ำเพชรยอมทำแต่โดยดีเธอขับรถพาเซียนและปลาใหญ่ไปตามคำสั่ง และจอดรถไว้ในจุดที่เกริกก้องบอกไว้ หลังจากจอดรถแล้ว น้ำเพชรเดินลงจากรถโดยปล่อยให้ปลาใหญ่และเซียนนั่งอยู่บนรถเหมือนเดิม และไม่กี่นาทีต่อมาก็มีรถบรรทุกคันโตขับพุ่งพรวดมาอย่างเร็ว ตรงเข้ามาที่รถของน้ำเพชร พร้อมทั้งชนเข้าอย่างจัง ลากยาวต่อไปจนรถตกเขา น้ำเพชรได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้นเอง คนขับรถบรรทุกก็วิ่งลงจากรถและหนีไปอย่างรวดเร็ว

ที่กรุงเทพฯ…เกริกก้องและจันทร์ทิพย์รับโทรศัพท์รายงานจากคนขับรถด้วยความสะใจ ที่รู้ว่าแผนการสำเร็จ ทั้งเซียนและปลาใหญ่ตกเหวลงไปพร้อมกัน รับประกันว่าตายชัวร์ รัญญารู้ข่าวก็ดีใจ เตรียมชุดดำสำหรับไปงานศพทันที แต่ทั้งสามคนก็ดีใจได้ไม่นาน…เมื่อเซียนและปลาใหญ่ปรากฏตัวขึ้น พร้อมทั้งเปิดโปงว่ารู้แผนการทั้งหมด พร้อมทั้งมีเทปบันทึกเสียงตอนเกริกก้องสั่งให้น้ำเพชรขับรถไปจอดไว้ในจุดที่เกิดเหตุ และยังบอกอีกว่าตอนนี้คนขับรถถูกจับแล้ว เพราะป๋อม มอมแมม และชายสี่ดักรออยู่ที่เชียงใหม่ เซียนบอกว่าจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจ โทษฐานจ้างวานฆ่า !! เกริกก้องโกรธจัด รับไม่ได้ที่โดนเด็กเมื่อวานซืน และน้ำเพชรรวมหัวกันมาหลอก เกริกก้องคว้าปืนในลิ้นชักโต๊ะทำงานและพุ่งเข้ารวบตัวปลาใหญ่ (ที่อยู่ในร่างเซียน) พร้อมกับประกาศว่าจะไม่มีวันยอมแพ้เป็นอันขาด ถ้าเขาจะต้องติดคุก ปลาใหญ่ก็จะต้องตาย !!

เซียนตกใจอย่างแรง พยายามหว่านล้อมสารพัด แต่เกริกก้องไม่ยอม ลากตัวปลาใหญ่ออกไปที่ดาดฟ้าของตึก เซียนรีบตามไป จันทร์ทิพย์และรัญญาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รัญญามีสติก่อน รีบวิ่งตามไปบนดาดฟ้า เกริกก้องบังคับให้ปลาใหญ่กระโดดลงไป หวังจะให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ปลาใหญ่ไม่ยอม เกริกก้องกำลังจะเหนี่ยวไก ในขณะที่เซียนกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งปืน รัญญาวิ่งพรวดออกมา และตะโกนเรียกเกริกก้องเพื่อให้ระวังตัว ทำให้เกริกก้องชะงักหันมาทางเซียน ปลาใหญ่ได้จังหวะเบี่ยงตัวหลบวืด เกริกก้องตกใจ หันกลับมาทางปลาใหญ่ และในวินาทีนั้นเอง เขาเหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็ว ลูกกระสุนพุ่งตรงเข้าที่หน้าอกของปลาใหญ่…เปรี้ยงงงงง !! แรงกระสุนดันให้เกริกก้องเสียหลักเซมาที่ริมขอบตึก และหล่นวูบลงไปทันที…ตุ๊บ!! เกริกก้องเสียชีวิตทันที ในขณะที่ปลาใหญ่ล้มลง…ฟึ่บ ! เซียนตกใจ กำลังจะวิ่งออกไปช่วย ทันใดนั้น เสียงปืนนัดที่สองก็ดังขึ้น… เปรี้ยงงงงง !! รัญญาร้องกรี๊ด เซียนหันไปเห็นจันทร์ทิพย์ยืนถือปืนอยู่ แววตาเลื่อนลอย น้ำตาไหลพราก ร่างของเซียนค่อยล้มลง…ฟึ่บ ! จันทร์ทิพย์หันปืนมาที่รัญญา…ครวญคร่ำออกมา
“ไหนๆ พ่อก็ตายแล้ว เราสองคนแม่ลูกก็ไปตามพ่อเถอะนะลูก”

รัญญาตกใจ ร้องไห้อย่างไร้สติ จันทร์ทิพย์กำลังจะเหนี่ยวไก ทันใดนั้นเอง ชายสี่ก็พุ่งพรวดเข้ามาและเอาตัวเองรับกระสุนปืนไว้อย่างเฉียดฉิว…เปรี้ยงงง!! รัญญาร้องกรี๊ด !! สิ้นเสียงรัญญา ตำรวจและครรชิตก็วิ่งพรวดเข้ามา ตำรวจล๊อกตัวจันทร์ทิพย์ไว้ ในขณะที่ครรชิตรีบเข้าไปดูปลาใหญ่และเซียนที่นอนเลือดอาบอยู่บนพื้น จันทร์ทิพย์ถูกตำรวจจับดำเนินคดี ในสภาพเพ้อคลั่งอย่างเสียสติ รัญญารีบเข้าไปดูชายสี่ ถึงแม้จะโดนยิงในตำแหน่งที่ไม่สำคัญ แต่เธอยอมรับว่าเขาเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ รัญญาขอบคุณชายสี่ และขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับเขา ชายสี่ดีใจก่อนจะสลบไป รัญญาถูกตำรวจพาตัวไปสอบปากคำ เซียนและปลาใหญ่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการโคม่าพร้อมกัน สายพิณ ยายปิ่น ป้าสายไหม ครรชิต มอมแมม ป๋อง น้ำเพชร และชายสี่ (หลังจากที่ได้สติและทำแผลเรียบร้อยแล้ว) ทุกคนยืนรอฟังผลอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความระทึกใจ

ในขณะที่หมอกำลังกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าอยู่นั้น จิตและวิญญาณถูกกระชากเข้าสู่ร่างอีกครั้ง สวรรค์ยังใจดี ทำให้ทั้งสองคนกลับมามีสติอีกครั้ง เซียนและปลาใหญ่ถูกนำตัวไปพักฟื้นในห้องคนป่วย ทันทีที่รู้สึกตัว…ทั้งสองคนได้ค้นพบว่าการสลับร่างได้จบสิ้นลงแล้ว…ปลาใหญ่และเซียนต่างกลับมาสู่ร่างของตัวเอง ทั้งสองคนต่างดีอกดีใจที่เรื่องวุ่นวายจบลงได้สักที แต่หลังจากดีใจได้ไม่นาน ทั้งสองคนก็ต้องกลุ้มใจ ถึงแม้จะเคลียร์ปัญหาเรื่องเกริกก้องได้แล้ว แต่เรื่องหัวใจยังไม่ได้เคลียร์ ปลาใหญ่สารภาพเรื่องสายพิณ และยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยจีบผู้หญิงหรือสารภาพรักกับหญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เซียนเสนอว่าจะช่วย แต่ปลาใหญ่จะต้องมีของแลกเปลี่ยน เซียนเรียกสายพิณมาคุย และโกหกว่าตัวเองยังเป็นปลาใหญ่อยู่ เซียนทำเป็นขรึมและสารภาพรักกับสายพิณ ตามที่ปลาใหญ่สารภาพให้เซียนฟัง สายพิณฟังแล้วก็ดีใจ ร้องไห้ และสารภาพว่าตัวเองก็ชอบปลาใหญ่ และไม่ว่าเขาจะอยู่ในร่างไหนก็ตาม สายพิณพูดจบ กำลังจะโผกอดเซียน ปลาใหญ่ก็ตะโกนห้ามขึ้น และรีบเข้ามาสารภาพความจริงว่า ทั้งสองคนกลับคืนร่างเดิมแล้ว สายพิณดีใจและโผเข้ากอดปลาใหญ่ตัวจริง เซียนเห็นน้องสาวมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขตามไปด้วย

เรื่องของสายพิณลงเอยได้ด้วยดี ปลาใหญ่ก็ต้องทำตามสัญญา เขาเปิดร้านคาร์แคร์ครบวงจรให้เซียน และสอนเขาทำธุรกิจ โดยให้ครรชิตเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เซียนพยายามปรับปรุงตัวเอง และทำงานอย่างตั้งใจจนกิจการเริ่มมั่นคง ในคาร์แคร์มีส่วนของร้านอาหารโดยให้มอมแมมดูแล มีร้านอินเตอร์เนตให้ชายสี่ดูแล ส่วนป๋องทำหน้าที่เจ๊าะแจ๊ะรับลูกค้า เซียนเปลี่ยนไปจนป้าสายไหมชื่นใจ

ทางด้านรัญญา หลังจากหลุดรอด ไม่ถูกดำเนินคดี เพราะจันทร์ทิพย์ยอมรับผิดทุกอย่าง เธอรับไม่ได้กับการสูญเสีย รีบเก็บของและหนีออกนอกประเทศไปทันที ก่อนไปรัญญาแวะไปล่ำลาชายสี่ ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกัน ชายสี่ขอให้อยู่ต่อ เขาจะลองพูดกับปลาใหญ่เพื่อให้เธอกลับมาทำงานเหมือนเดิม แต่รัญญาไม่อยากอยู่ อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ รัญญาขอบคุณที่ชายสี่มีน้ำใจและไม่รังเกียจเธอ ชายสี่บอกว่าจะเก็บเงินแล้วไปหาเธอ รัญญาไม่ตอบ บอกแค่ว่า “จะรอดูว่าจะทำได้หรือเปล่า” ทั้งสองแยกจากกันโดยไม่มีข้อสรุปใดๆ นอกจากความเข้าใจอันดี

สำหรับน้ำเพชร…ในระหว่างที่เซียนไปก่อร่างสร้างตัว หายไปจากชีวิต เธอรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง อยากจะถามจากปลาใหญ่แต่ก็ไม่กล้า ในวันที่เซียนพร้อมเจอน้ำเพชร ปลาใหญ่ทำทีเป็นสั่งให้เธอนำรถไปส่งเช็คที่คาร์แคร์ของเซียน ในขณะที่นั่งรออยู่นั้น เซียนก็ปรากฏตัวขึ้น น้ำเพชรแปลกใจ และเอ่ยปากต่อว่าด้วยความไม่พอใจที่อยู่ๆ เซียนหายไป เซียนต้องอธิบายให้เข้าใจว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และมีค่าคู่ควรกับเธอ ตอนนี้เขาพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก น้ำเพชรถึงกับน้ำตาซึมด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าเซียนจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ เซียนสารภาพความรู้สึกจนหมดเปลือก พร้อมทั้งบอกว่า เธอคือคนที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น น้ำเพชรโผเข้ากอดเซียน และร้องไห้ด้วยความดีใจ เซียนทั้งดีใจและโล่งใจที่น้ำเพชรยอมรับเขาที่เป็นตัวเขาอย่างแท้จริง !!

และแล้ว…ความโกลาหลอลหม่านที่ผสานทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และอันตรายรอบด้านก็ลงเอยอย่างดี ด้วยประการฉะนี้

แก้วสารพัดนึก

แก้วสารพัดนึก ถ้าคุณมีแก้วสารพัดนึกอยู่ในมือ คุณสามารถอธิษฐานขอพรสามประการ คุณจะขออะไร

อุบัติเหตุ 2533

อุบัติเหตุ การพบกัน ไม่ว่าเพื่อรักหรือเพื่อชัง ไม่ว่าบทเลวหรือดี ที่มีให้แก่กันและกัน มันเป็นบุพเพ เป็นอุบัติเหตุ
ดั่งเขาและเธอ…วิศนี…อารุม เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดกับวิศนี เป็นสิ่งที่พบได้เสมอในชีวิต
และหากอุบัติเหตุนั้น มันแยกแยะถูกผิด ต่างความเห็นกันออกไป คุณจะพบว่า จริงแท้แล้ว ไม่มีสิ่งใดจากภายนอก จำทำให้มนุษย์เป็นมลทินได้
แต่สิ่งที่ออกมาจากภายในต่างหาก ที่ทำให้มนุษย์ทุกข์และเป็นมลทิน

นักแสดงละคร อุบัติเหตุ พ.ศ. 2533

ลิขิต เอกมงคล
สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์,
สุรศักดิ์ วงษ์ไทย
สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์
ไพโรจน์ ใจสิงห์
ลินดา ค้าธัญเจริญ
พิพัฒน์พล โกมารทัต
อมรา อัศวนนท์
พรสุดา ต่ายเนาว์คง
อรุโณทัย จิตตรีขันธ์
วิไลลักษณ์ ไวงาน
จิตตรา จำเริญศักดิ์
ดวงหทัย ดารา
ประสงค์ เกิดสกุล
ไสว ปิ่นแก้ว

อุบัติเหตุ

วิศนี (อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ) ลูกสาวคนเดียวของอำนวย (ถา-สถาพร นาควิลัย) เจ้าของบริษัทรถยนต์     ยักษ์ใหญ่ กลับจากเมืองนอก มาร่วมงานแต่งระหว่างพ่อกับกรแก้ว (นุ่น-ดารัณ บุญยศักดิ์) แต่วิศนีหักหน้าทั้งคู่โดยจ้างทีมแดนเซอร์มาเต้นวาบหวิวในงานทำให้กรแก้วขาย หน้า อำนวยโกรธมากเรียกวิศนีมาต่อว่า วิศนีประกาศจะไม่กลับไปเรียนต่อแต่จะมาอยู่ที่บ้าน กรแก้วคิดจะทำหน้าที่แม่เลี้ยงให้ดีที่สุด แต่ด้วยความเป็นผู้ดีเก่า ถือตัว ความวุ่นวายจึงตามมา

วิศนีเอารถของกรแก้วไปเยี่ยมแวว (ต้อม-รัชนีกร พันธุ์มณี) ผู้เป็นแม่แท้ๆ ระหว่างทางรถเกิดไปชนท้ายรถของอารุม (อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ )และเดชชาติ (เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์) ที่กำลังจะไปร่วมงานรับปริญญาของนีรนุช (ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) น้องสาวของนนทลี (เอมมี่-มรกต กิตติสาระ) คนรักของอารุม วิศนีกับอารุมไม่ถูกกันตั้งแต่แรกพบ ดีที่เดชชาติช่วยไกล่เกลี่ย เมื่อวิศนีไปถึงบ้านแววก็เกือบถูกชีพ (จุ๊บ-อิทธิกร สาธุธรรม) สามีใหม่ของแววปล้ำ วิศนีผิดหวังที่รู้ว่าแม่มีครอบครัวใหม่ พอกลับบ้านก็ถูกพ่อต่อว่าที่นำรถกรแก้วไปใช้ อำนวยตัดปัญหาด้วยการพาวิศนีไปเลือกรถที่บริษัท และให้ฝึกงานเป็นเลขาของอารุม วิศนีหมั่นไส้ที่อารุมเอาแต่เคร่งเครียด จึงแกล้งไม่ใส่ใจงาน ทำให้อารุมเหนื่อยใจ  นนทลีพยายามแสดงความเป็นเจ้าของอารุม ตามแรงยุของ กุสุมา (เบ็นซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) เพื่อนสนิทโดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วกุสุมาทำเพราะแอบหลงรักอารุมและหวังจะ ได้แต่งงานกับเขา แต่วิศนีไม่ใส่ใจ และยังทำยียวนใส่อารุมเสมอ

โยธิน (แอนดรูว์-กรเศก โคร์นิน) ลูกชายคุณนายอวลอบ เพื่อนไฮโซของกรแก้วสนใจวิศนี จึงคิดจีบด้วยหวังจะใช้เงินของวิศนีมาพยุงฐานะของครอบครัว แต่วิศนีดูออกว่าโยธินเป็นคนเจ้าชู้จึงไม่สนใจ เธอให้ความสนิทสนมกับเดชชาติเพราะเขาเป็นคนอารมณ์ดี ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของวิศนีกับอารุมก็ดีขึ้น เมื่อต่างรู้ปัญหาของกันและกัน อารุมเข้าใจปัญหาเรื่องครอบครัวของวิศนี ในขณะที่วิศนีได้รับรู้เรื่องส่วนตัว รวมถึงอนาคตที่อารุมจะสร้างครอบครัวกับนนทลี แต่นนทลีกลับมองว่าอารุมยังไม่พร้อมด้านการเงิน

อำนวยอยากให้ลูกสาวคบกับคนระดับเดียวกันเลยบังคับให้วิศนีเล่นละครเวทีการ กุศลคู่กับโยธิน ตามคำแนะนำของกรแก้ว ส่วนแววรู้ว่าอำนวยหาคู่ให้ลูก เธอจึงหาผู้ชายมาให้วิศนีเลือกบ้าง แถมยังพาไปก่อกวนในงานการกุศล ที่วิศนีเล่นละคร จนวิศนีเสียใจที่พ่อแม่เห็นเธอเป็นแค่สินค้าชิ้นหนึ่ง อารุมสงสารจึงพาวิศนีไปสงบสติอารมณ์ แต่กลับทำให้นนทลีหึงหวงมากขึ้น กุสุมายุให้นนทลีไปมีชายอื่นเพื่อยั่วอารุม โดยเฉพาะโยธินที่มาตามจีบ นนทลีไม่รู้ว่าโยธินจีบเธอเพื่อแก้แค้นอารุมที่มายุ่งกับวิศนี แต่นนทลียังละอายไม่กล้ายุ่งกับโยธิน จนวันหนึ่ง นนทลีทะเลาะกับอารุมอย่างหนักเลยไปดื่มเหล้าแก้เครียดและเจอกับโยธินจนพลาด ท่าได้เสียกับเขา อารุมกับทุกคนเป็นห่วงนนทลีมาก เมื่อนนทลีกลับมา อารุมตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งหมด และตัดความรู้สึกที่เขาเริ่มมีให้วิศนีด้วยการขอนนทลีแต่งงานต่อหน้าทุกคน รวมถึงวิศนี นนทลีตกลงทันที แม้ในใจจะยังระแวงกลัวอารุมรู้เรื่องเธอกับโยธิน วิศนีแอบเศร้าลึกๆ เดชชาติเห็นใจเพราะมองออกว่า อารุมกับวิศนีมีใจให้กัน จึงคอยปลอบใจเธอ แม้ตัวเองจะเศร้าไม่แพ้กันก็ตาม

 

วิศนีตัดสินใจจะกลับไปเรียนต่อฝรั่งเศส ขณะที่ กุสุมาแอบรู้ความลับเรื่องนนทลีกับโยธินเลยถ่ายคลิปไว้แฉให้อารุมรู้ วิศนีมาเก็บของและกล่าวลาอารุม ทั้งคู่ต่างหวั่นไหว วิศนีเผลอปัดกล่องแหวนที่อารุมซื้อให้นนทลีตกจึงเก็บให้ แต่ยังไม่ทันยื่นคืน นนทลีก็เข้ามาเห็นและเข้าใจผิดว่าวิศนีคิดแย่งอารุม วิศนีตามไปแก้ตัว แต่นนทลีไม่ฟัง ทำให้วิศนีโมโหหลุดปากถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนนทลีกับโยธิน นนทลีระแวงจึงนัดพบโยธินเพื่อกำชับเรื่องความลับนี้ อำนวยเรียกวิศนีไปต่อว่าเรื่องชู้สาวต่อหน้าพนักงาน ทำให้วิศนีน้อยใจผลุนผลันขับรถออกไปอย่างเร็วโดยไม่เห็นนนทลีที่รีบร้อนจะไป หาโยธิน วิศนีพยายามเหยียบเบรกแต่รถก็ยังพุ่งเข้าใส่นนทลีอย่างแรงต่อหน้าเดชชาติ อารุมเข้ามาประคองร่างนนทลีที่จมกองเลือดร้องไห้ไม่อายใคร วิศนีตกใจจนเป็นลมเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นฆาตกร

ระหว่างที่วิศนีอยู่โรงพยาบาล กรแก้ววิ่งเต้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวนนทลี แต่อารุมและนีรนุชไม่ยอม อารุมจึงยื่นใบลาออกและตั้งทนายฟ้องวิศนีข้อหาฆ่าคนโดยเจตนา ส่วนกุสุมาพยายามจะแทนที่นนทลี แต่อารุมไม่สนใจ หลังเกิดอุบัติเหตุ วิศนีกลายเป็นคนซึมเศร้า มีเพียงเดชชาติที่เข้าใจเธอ วิศนีขอร้องให้เดชชาติพาไปเคารพศพนนทลีแต่ก็ถูกไล่ออกมา โยธินถือโอกาสเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยหาทนายมือดีมาสู้คดี จนเป็นคนโปรดของอำนวย วิศนีไม่ดีใจที่ชนะคดี เพราะอารุมยังไม่ให้อภัยเธอ อำนวยบังคับให้วิศนีหมั้นกับโยธิน อารุมเศร้าเมื่อรู้ข่าว แววพยายามจะทำลายงานหมั้นแต่ไม่สำเร็จ โยธินยังหึงหวงเมื่อรู้ว่าวิศนีไม่ลืมอารุม จึงคิดจะปล้ำ วิศนีหมดความอดทนปาแหวนหมั้นทิ้งและกลับบ้านทันที แต่พอถึงบ้าน วิศนีก็พบว่าตัวเองตกเป็นขี้ปากพวกเพื่อนคุณหญิงคุณนายของกรแก้ว วิศนีหมดความอดทนด่าประจานจนแตกกระเจิงและพาลไปถึงอำนวยด้วย อำนวยตบหน้าวิศนีอย่างแรง วิศนีน้อยใจพ่อจึงย้ายไปอยู่กับแวว แต่กลับถูกแววไล่และด่าที่ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอกรแก้ว วิศนีเพิ่งรู้ว่า ตัวเองมีค่าแค่เครื่องมือแก้เผ็ดกรแก้วของแวว วิศนีบากหน้าไปขอโทษอารุม แต่เขาไม่ยินดียินร้าย ด้วยตัวเขาคิดจะไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างจังหวัดเพื่อลืมอดีต วิศนีขอไปด้วย อารุมปฏิเสธในตอนแรก แต่เมื่อเห็นวิศนีไม่มีที่ไป เขาจึงยอมให้เธอไปด้วย ขณะที่เดชชาติตามง้อและอธิบายกับนีรนุชที่เขาช่วยเป็นพยานให้วิศนี จนนีรนุชใจอ่อนยอมดีกับเดชชาติ ทั้งคู่กลับมาเป็นพี่น้องกันอีกครั้ง โยธินเห็นว่าบริษัทของตัวเองถูกยึด จึงมาพูดหลอกล่ออำนวยจนได้ย้ายเข้ามาทำงานในบริษัทของอำนวย โยธินหลอกใช้นักบัญชีสาวในบริษัทให้ช่วยยักยอกเงิน โดยหลอกว่าจะแต่งงานด้วย

อารุมไปอยู่บ้านที่ชายหาดของวิโรจน์ (แอม-ปริญญา วิโรจน์แสงประทีป) โดยมีฉาย คนเฝ้าบ้านของวิโรจน์ดูแลต้อนรับอย่างดี  อารุมปฏิบัติต่อวิศนีอย่างไม่มีเยื่อใย เพราะยังเจ็บแค้นเรื่องการตายของนนทลี แต่วิศนีก็      ก้มหน้ายอมรับการโขกสับอย่างอดทน  อารุมเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นชาวประมงโดยไม่สนใจความเป็นอยู่ของวิศนี แถมยังแกล้งให้เธออยู่บ้านคนเดียว แต่วิศนีไม่ย่อท้อหางานทำและพยายามตามง้อขอโทษอารุม จนวันหนึ่ง อารุมได้รับอุบัติเหตุตกเรือหมดสติ วิศนีคอยดูแลเฝ้าไข้ทั้งคืนและทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินมารักษาอารุมจนตัว เองล้มป่วย เมื่ออารุมหายดีก็ปฏิบัติต่อวิศนีดีขึ้นและเปิดใจให้อภัย เดชชาติรู้เรื่องวิศนีจึงมาเยี่ยม นีรนุชตามมาด้วย เธอผิดหวังมากที่เจอวิศนีและคิดว่าอารุมทรยศนนทลี กุสุมาสืบรู้ที่อยู่ของอารุมจากวิโรจน์ จึงมาตามและพูดให้อารุมนึกถึงนนทลี จนอารุมสับสน ขณะที่ นีรนุชเข้าไปทำงานในบริษัทของอำนวย เพื่อสืบหาความจริงเรื่องพี่สาว และเรื่องที่เธอถูกลอบทำร้ายช่วงที่มีคดีความกับวิศนี เดชชาติพยายามพูดจนนีรนุชเริ่มลดความแค้นลง กุสุมาไปบอกโยธินว่าวิศนีอยู่กับอารุม ขณะที่อารุมฝันเห็นนนทลีมาตัดพ้อก็รู้สึกผิดจึงดื่มเหล้าเมาและปล้ำวิศนี วิศนียอมเป็นของอารุมด้วยความรักที่มีให้เขาและหวังจะชดใช้ความผิด

วิศนีหนีกลับกรุงเทพฯไปพักกับเดชชาติ กุสุมาไปบอกโยธินและอำนวย ทั้งคู่จึงพาตำรวจไปจับเดชชาติข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว วิศนีจำต้องกลับบ้านกับพ่อเพื่อไม่ให้เดชชาติเดือดร้อน อำนวยกับกรแก้วคิดจะให้วิศนีแต่งงานกับโยธินโดยเร็ว อารุมรู้ข่าวเลยกลับกรุงเทพฯทันที และบอกกับทุกคนว่าวิศนีเป็นภรรยา แต่เธอกลับไม่มีเยื่อใย

แต่แล้ว อำนวยก็จับได้ว่าโยธินโกงบริษัทจึงยกเลิกงานแต่งและไล่เขาออก โยธินแค้นจึงให้คนไปฆ่าอำนวยปิดปาก โดยทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุ ดีที่มีพลเมืองดีมาช่วยได้ทัน แต่อำนวยยังไม่รู้สึกตัว วิศนีเป็นห่วงมาก กรแก้วขอให้โยธินช่วยดูแลบริษัท ทำให้โยธินได้ใจยักยอกเงินหนักขึ้น ส่วนแววย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านอำนวย เพราะกลัวกรแก้วจะยึดสมบัติ ทำให้วิศนีเหนื่อยใจหนีไปเฝ้าอำนวย อารุมตามมาง้อ แต่วิศนีไม่ยอมคืนดีด้วย เขาจึงไปปรับทุกข์กับเดชชาติและสารภาพว่ารักวิศนี นีรนุชบังเอิญผ่านมาได้ยินก็เสียใจมากเพราะแท้จริงนีรนุชแอบหลงรักอารุมมา โดยตลอด

กุสุมาตามตื๊ออารุม แต่เขาไม่เล่นด้วย เธอจึงหันไปร่วมมือกับโยธินเพื่อแยกอารุมกับวิศนีออกจากกัน กุสุมาขอมาอยู่กับอารุมชั่วคราว แต่ไปบอกวิศนีว่ามีอะไรกับอารุม วิศนีตัดสินใจแต่งงานกับโยธิน และกลับไปทำงานที่บริษัท วิศนีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างโยธินกับนักบัญชีสาว ด้านคนที่แววส่งมาตามจีบวิศนี ถูกวิศนีปฏิเสธจริงจังก็ผิดหวัง จึงหันไปจีบนีรนุชแทน แต่นีรนุชไม่เล่นด้วยและขอให้เดชชาติช่วยมาเป็นแฟนกำมะลอ ความใกล้ชิด ทำให้เดชชาติกับนีรนุชเริ่มหวั่นไหว  กุสุมาพยายามทอดสะพานให้อารุม แต่ไม่เป็นผล กุสุมาหมดความอดทนต่อว่าอารุมและหลุดพูดเรื่องนนทลีกับโยธิน อารุมกับนีรนุชจึงตาสว่าง อารุมไปถามโยธินและเอาคลิปจากกุสุมาเปิดให้ฟัง โยธินไม่ยอมรับและส่งคนไปทำลายคลิป แต่ไม่สำเร็จ วันแต่งงานของวิศนีกับโยธิน อารุมเอาคลิปมาเปิด และชิงตัววิศนีไป โดยมีเดชชาติกับนีรนุชช่วยเหลือ วิศนีขัดขืนและหนีลงจากรถระหว่างทางจนหัวฟาดพื้นสลบ โยธินพาวิศนีไปส่งโรงพยาบาล และให้ตำรวจจับอารุม กรแก้วเครียดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่พี่สาวช่วยพูดเตือนสติจนเธอกลับไปดูแลอำนวยและวิศนี พร้อมทั้งอดทนทำดีกับแววมากขึ้น เดชชาติกับนีรนุชช่วยหาเงินมาประกันตัวอารุม
เมื่ออารุมออกมาก็พยายามเข้าหาวิศนี แต่ถูกกรแก้วกับแววกีดกัน จนเขามีโอกาสช่วยอำนวยซึ่งอาการดีขึ้นให้พ้นจากการถูกลูกน้องโยธินฆ่าปิดปาก กรแก้วจึงยอมให้อารุมมาดูแลวิศนี เมื่อวิศนีฟื้น ก็แกล้งความจำเสื่อมเพื่อให้อารุมตัดใจและตกลงแต่งงานกับโยธินอีกครั้ง เพราะคิดว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แผนชั่วของโยธินจะถูกเปิดโปงหรือไม่ กุสุมาจะทำอย่างไรเมื่อไม่สมหวังในรัก บทสรุปของครอบครัววิศนี รวมถึงความรักระหว่างเธอกับอารุมจะลงเอยเช่นไร ร่วมเป็นกำลังใจให้ทุกชีวิตได้..

อุบัติรักเกาะสวรรค์

ฉลาม (พาทิศ พิสิฐกุล) ลูกชาย ผู้ใหญ่พร้าว (โอลิเวอร์ บีเวอร์) เรียนจบถึงขั้นเป็นว่าที่กัปตันเรือ แต่เพราะไปงัดข้อกับระดับหัวหน้าใหญ่ในองค์กร จึงถูกกลั่นแกล้งหาว่าทำผิดวินัย ประกอบกับผิดหวังในความรัก เมื่อ ลูกปัด (อาริษา วิลล์) แฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน มาบอกเลิกในวันที่ฉลามขอเธอแต่งงานเพราะลูกปัดหันไปคบกับ ดิว (ศิระ รัตนโภคาสถิต) ช่างภาพชื่อดังจอมเจ้าชู้ที่คิดว่าเขาจะทำให้เธอโด่งดังในวงการได้ ฉลามเลยหันหลังให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เมืองกรุง กลับมาเป็นหนุ่มน้ำเค็มช่วยผู้ใหญ่พร้าวดูแลสวนมะพร้าว กับทำกิจการเรือประมงเล็ก ๆ โดยที่ฉลามยึดเอาเกาะเล็ก ๆ ของพ่อเป็นอาณาเขตส่วนตัวของตัวเอง ที่เขามักมาใช้ชีวิตสันโดษอยู่ที่เกาะนี้ โดยมี ไอ้หอย (ณัฐพล รัตนิพนธ์) เด็กคนงานสวนมะพร้าวและ ลุงโป๊ะ (เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง) ขาอบายมุขเป็นเพื่อนซี้ขาลุยออกเรือท่องทะเลกันบ่อย ๆ และเป็นอันที่รู้กิตติศัพท์กันทั้งบางว่าฝีมือดำน้ำของฉลามนั้นหาคนเทียบยาก

ณ กรุงเทพมหานคร แพรวา (กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า) จำใจต้องแต่งงานกับ อิทธิ (อรรถชาติ ศรีภักดี) ตามใจ เผด็จ (ชูชัย บุษราคัมวงษ์) คุณปู่ที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ อิทธิเป็นลูกของอัครา (พัฒนา โต๊ะชาลี) นักการเมืองที่สนิทสนมกับเผด็จมานาน แพรวากับอิทธิถูกผู้ใหญ่หมายหมั้นกันตั้งแต่เด็ก แพรวารู้สึกกับอิทธิแค่เพียงเพื่อนหรือพี่ชาย แต่อิทธิถูกเลี้ยงมาแบบอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ และยึดถือเรื่องชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเป็นหลัก จึงไม่ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับแพรวา เมื่อวันแต่งงานใกล้มาถึงแพรวากลับหนีการแต่งงานไป โดยทิ้งจดหมายขอโทษเผด็จไว้ว่า ตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตของเธอเดินตามทางที่คุณปู่เลือกไว้ให้ตลอด แต่สำหรับเรื่องความรักเธอขอเลือกทางเดินเอง งานแต่งงานถูกล้มเลิกกลางคัน เผด็จโกรธมากส่งคนออกตามหาแพรวาจนทั่วทุกหนทุกแห่งที่คิดว่าแพรวาจะไปแต่ก็ ไม่พบแม้แต่เงา เช่นเดียวกับอิทธิ

แพรวาแอบปลอมตัวออกจากบ้านด้วยการนั่งแท็กซี่ไปเรื่อยๆแล้วเผลอหลับไป จึงถูกแท็กซี่ใจทรามพยายามจะขมขื่น แต่เธอก็หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด โดยไม่รู้ว่าได้ทำกระเป๋าเงินหล่นเอาไว้ เธอจึงอาศัยรถบรรทุกขนแรงงานต่างด้าวหนีต่อไปโดยไม่สนใจว่าจะไปที่ไหน แต่ขอให้ไปไกลจากรุงเทพฯ ก็พอ ด้วยความเหนื่อยแพรวาเผลอหลับไปอีก และตื่นขึ้นมาที่จุดตรวจแรงงานต่างด้าว โดยไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน จังหวัดอะไร เพราะเธอถูกเลี้ยงดูราวกับนกน้อยในกรงทองมาโดยตลอด

แพรวาจึงถูกตำรวจเหมาว่าเป็นคนต่างด้าว เธอปฏิเสธว่าไม่ใช่แต่ไม่มีหลักฐานที่จะมายืนยัน เพราะเพิ่งรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์ได้หล่นหายไป ตำรวจไม่เชื่อจึงจะจับตัวไปส่งสถานีตำรวจ แพรวาจึงตัดสินวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิตอีกครั้ง จนไปถึงท่าเรือที่ฉลามได้จอดเอาไว้ เธอจึงแอบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในเรือ โดยมีตำรวจวิ่งไล่ตามมาติด ๆ แต่ก็ไม่เห็นว่าเธอหลบไปทางไหน พอซื้อของที่จำเป็นเสร็จฉลามก็ออกเรือกลับเกาะทันที ระหว่างทางแพรวาได้โผล่ออกจากที่ซ่อน ฉลามเห็นก็เอะอะโวยวายว่าแพรวาเป็นต่างด้าวที่หนีตำรวจมา จึงคิดที่กลับเรือเพื่อเอาแพรวาไปส่งให้ตำรวจ แพรวาจึงขู่ว่าถ้าทำอย่างนั้นเธอจะโดดลงทะเลเดี๋ยวนี้ ฉลามจึงจะไปจับตัวเธอเพื่อมัดเอาไว้ก่อน แต่แพรวาดิ้นไม่ยอม ให้จับเลยเสียหลักตกทะเลจนหัวไปฟาดกับก้อนหินในทะเลจนสลบ ฉลามกระโดดลงไปช่วยแล้วนำร่างที่หมดสติของแพรวาไปรักษาตัวที่เกาะ โดยที่ข้าวของเครื่องใช้ในเป้ของแพรวาหายไปในทะเล

แพร วาฟื้นขึ้นมาที่บ้านริมทะเลของฉลาม และพบว่าตัวเองอยู่บนเกาะที่ห่างไกลผู้คน แพรวาจึงคิดว่าที่นี่แหละจะเป็นที่ซ่อนตัวอย่างดีของเธอจากปู่ เลยแกล้งทำเป็นคนความจำเสื่อม และบอกกับฉลามว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน จำได้แต่ลาง ๆ ว่ามีคนตามจะฆ่าเธอ และได้ขอร้องให้ฉลามช่วยเหลือให้ที่พักพิงจนกว่าจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใครมา จากไหน ฉลามจำใจต้องช่วยอย่างไม่เต็มใจ โดยมีหอยกับลุงโป๊ะที่รู้เรื่องและช่วยกันปิดเป็นความลับ และตั้งชื่อให้แพรวาใหม่ว่า รุ้ง ตามสายรุ้งกินน้ำที่เกิดขึ้นที่ขอบทะเล

ในขณะที่ดิวกับลูกปัดกำลังมีปัญหากัน เพราะลูกปัดจับได้ว่าดิวแอบไปมีความสัมพันธ์กับ น้ำตาล (อมีนา พินิจ)นางแบบหน้าใหม่ ผู้ใหญ่พร้าวมักไปนั่งขายขนมจีบ แม่มะลิ (รชยา รักกสิกรณ์) แม่ม่ายเจ้าของร้านอาหารริมหาด ที่มีลูกสาวสุดห้าวอย่าง ยี่หวา (แพร เอมเมอรี่) แทบทุกวัน เพราะมีคู่แข่งอย่าง เสี่ยพิชัย (บลิว จักรธิป) เจ้าของแพปลาใหญ่ประจำหมู่บ้านมาติดพันแม่มะลิเช่นกัน ทุกครั้งที่มีการปะทะคารมกันของสองหนุ่นใหญ่ จะมียี่หวากับ ป้าจวบ (วิยะดา อุมารินทร์) เมียลุงโป๊ะที่เป็นแม่ครัวประจำร้านคอยเป็นกรรมการทุกครั้ง การปรากฏตัวของแพรวาในคราบของรุ้งเด็กสาวธรรมดาที่หน้าตาสวย ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายกับคนในชุมชน แต่ด้วยความเป็นมิตรของชาวบ้านและความเมตตาของผู้ใหญ่พร้าว ทำให้แพรวาตัดสินใจจะฝังรกรากตัวเองอยู่ที่นี่ ด้วยการหางานทำโดยที่ฉลามจำต้องช่วยดูแล จนเกิดเป็นความรักความเห็นใจอยู่ภายในในใจของทั้งสองคน แต่ฉลามก็พยายามห้ามใจตัวเองเอาไว้ทำเฉยเมยต่อแพรวา เพราะบทเรียนรักในอดีตทำให้ฉลามไม่อยากรักใครอีก

ยี่หวาสนับสนุนผู้ใหญ่พร้าวให้จีบแม่มากกว่าเสี่ยพิชัย เพราะตัวเองก็แอบปลื้มในตัวของฉลามอยู่ แต่ฉลามกลับเห็นยี่หวาเป็นแค่น้องสาวแก่นแก้วคนหนึ่งเท่านั้น คนที่แอบมีใจให้ยี่หวากลับเป็น ปลิว (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) หนุ่มอารมณ์ดีที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ปีนเก็บลูกมะพร้าวที่ชนะลิงมาถึง 3 ปีซ้อน ปลิวมักทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับยี่หวา การที่ผู้ใหญ่พร้าวเริ่มมีคะแนนนำโด่ง ทำให้เสี่ยพิชัยหงุดหงิดมาก เลยยุยง ฉวี (อาภาพร นครสวรรค์) น้องสาววัยเกาะคานให้ตามตื้อผู้ใหญ่พร้าว เพราะรู้ดีว่าฉวีแอบรักผู้ใหญ่พร้าวมาตั้งแต่ยังเป็นสาวรุ่น จนผู้ใหญ่พร้าวแต่งงานมีลูกและตกเป็นพ่อม่าย ฉวีก็ยังไม่เลิกหวังในตัวผู้ใหญ่พร้าว และคนที่ฉวีรักสุดสวาทขาดใจอีกคนคือสมชายหรือ เสี่ยน้อย (สิทธิชัย ผาบชมภู) ลูกติดจากเมียหลวงของเสี่ยพิชัย เสี่ยน้อยเป็นคนไม่เอาอ่าววัน ๆ ดีแต่รวบรวมกลุ่มแก๊งมอเตอร์ไซค์ออกเที่ยวเตร่เบ่งกร่างเป็นลูกคนรวยไปทั่ว หาด แม้จะไม่เป็นพิษเป็นภัยมากเท่าไหร่แต่ก็สร้างความรำคาญจนชาวบ้านเอือมระอาไป ทั่ว และตอนนี้คนที่สมชายกำลังสนใจหลงใหลคลั่งไคล้ก็คือรุ้ง

นอกจากเสี่ยพิชัยจะเป็นเจ้าของสะพานปลาใหญ่แล้ว ยังเป็นนักสะสมและมีธุรกิจค้าของเก่า โดยเฉพาะสมบัติที่ค้นพบจากใต้ทะเล ที่ไหนที่มีข่าวว่ามีสมบัติจมอยู่ใต้ทะเล เสี่ยพิชัยเป็นต้องขนลูกน้องออกเรือไปดำค้นหาสมบัติทุกที่ โดยเฉพาะสมบัติของโจรสลัด ที่เป็นตำนานเล่าขานจากปากของปู่เสี่ยพิชัย ว่าถูกโจรสลัดนำมาทิ้งซุกซ่อนไว้ที่เกาะแถว ๆ นี้ เมื่อคราวที่ถูกกองทัพโปรตุเกสตามไล่ล่า โดยที่ก่อนตาย…พ่อของเสี่ยพิชัยได้มอบหน้ากากโลหะโบราณครึ่งซีกไว้ให้เป็น มรดกกับเสี่ยพิชัย โดยบอกว่าเป็นกุญแจที่จะไขปริศนาไปสู่ที่ซ่อนสมบัติ โดยต้องตามหาหน้ากากอีกครึ่งซีก เมื่อนำทั้ง 2 ส่วนมาประกอบกัน จะทำให้เห็นที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัด เสี่ยพิชัยจึงเริ่มออกตามหาหน้ากากอีกครึ่งซีกมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ แต่ก็ยังไม่พบสักที

แต่คนที่เชื่อเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เสี่ยพิชัยคนเดียว ลุงโป๊ะเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องนี้ฝังใจ แม้แกจะไม่ได้รู้ละเอียดลึกซึ้งเหมือนเสี่ยพิชัย แต่ก็เชื่อฝังหัวจิตหัวใจว่าในท้องทะเลมีสมบัติโจรสลัดซ่อนอยู่ และมีวิญญาณของเหล่าโจรสลัดวนเวียนอยู่ รอวันที่จะได้กลับไปหาสมบัตินั้น ขณะที่ผู้ใหญ่พร้าวก็เรียกประชุมลูกบ้านเป็นการด่วน เพราะได้ข่าวมาว่ามีพวกโจรสลัดกลุ่มหนึ่งออกอาละวาดปล้นเรือประมง และอาจจะหนีมากบดานอยู่แถวนี้

ขณะ ที่ การีม หรือ นายใหญ่ (ยุพ ข่าน) หัวหน้าโจรสลัดได้ส่ง ป๋อใหญ่ (เล็ก จเด็ด) มือขวาและ โชค (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) ลูกน้องแฝงตัวเข้ามาทำงานในแพปลาของเสี่ยพิชัยหวังจะพาพวกเข้าปล้น แต่พอเห็นเสี่ยพิชัยพาพวกออกทะเลเพื่อตามหาสมบัติ จึงเกิดเปลี่ยนใจมุ่งที่จะหาสมบัติแทน โชคได้พบกับฉวีก็ถูกใจจึงทำงานไปพลาง และหวังที่จะพิชิตใจของฉวีให้สำเร็จ เสี่ยพิชัยกับเสี่ยน้อยถูกนายใหญ่จับตัวไปเพื่อบีบบังคับเอาหน้ากากครึ่ง ส่วนหนึ่ง เสี่ยพิชัยไม่มีทางเลือกจึงต้องยอม ทำให้เสี่ยพิชัยรู้ว่าการค้นหาสมบัติโจรสลัดในครั้งนี้ ไม่ใด้มีเพียงพวกของตนเสียแล้ว เพราะยังมีกลุ่มอื่นที่ต้องการสมตามล่าสมบัติเช่นกัน

สุดท้ายใครจะได้เป็นผู้ครอบครองสมบัติอันมีค่ามหาศาล และความรักของฉลามกับรุ้งจะจบลงอย่างไร เมื่อลูกปัดได้มาตามหาฉลามที่อ่าวกระเบน และฉลามได้รู้ความจริงว่ารุ้งคือแพรวาทายาทของมหาเศรษฐีหลายพันล้าน และเป็นเจ้าที่ดินบนเกาะที่อยู่ใกล้กับของเขาด้วย ติดตามชม ละครอุบัติรักเกาะสวรรค์

อุ่นไอรัก

อุ่นไอรัก

ความรัก ความอบอุ่นที่เติมเต็มโดยครอบครัวจะช่วยพยุงชีวิตให้สมบูรณ์ ต่อสู้กับอุปสรรคบนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข

เมยาวี เป็นลูกสาวคนเดียวของ เมศร์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจใหญ่กับ วิภาวี ผู้หญิงเก่งที่ร่วมบริหารธุรกิจเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีมาตลอดชีวิต ในวันเกิดครบ 17 ปีบริบูรณ์ของเมยาวี เธอได้รับของขวัญจากพ่อและแม่ที่ล้ำค่ามากกว่ารถยนต์ส่วนตัว หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เพราะคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นคงไม่อาจเทียบได้กับสายสิญจน์ที่พ่อและแม่ช่วยกันผูกข้อมือให้เธอในตอนนี้ ด้ายแม้เก่าคร่ำคร่าด้วยผ่านเวลามาเท่าอายุของเธอ เพียงไม่กี่เส้นที่กระหวัดเกี่ยวพันกันนั้นล้วนถอดแบ่งมาจากด้ายมงคลจากพิธีสมรสของพ่อแม่ ความรักอย่างเปี่ยมล้นจากเมศร์และวิภาวี หล่อหลอมรวมในเมยาวีกลายเป็นเด็กสาวที่มีชีวิตสมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง เมยาวีเป็นดาวเด่นของโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่สุดในกรุงเทพฯ เพียบพร้อมทั้งสติปัญญา รูปร่างหน้าตา ฐานะและชาติตระกูล ชีวิตคุณหนูยาวีไม่เคยพบกับคำว่าผิดหวัง ยกเว้นเรื่องการเรียนและกิจกรรมบางอย่างที่บางครั้งยาวีต้องหล่นลงมาเป็นอันดับสอง เพราะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง…กานติมา

กานติมา หรือ กาเหว่า เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเมยาวีมาตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน กาเหว่าทำหน้าตายเข้ามานั่งโต๊ะที่เพื่อนสองคนของเมยาวี คือ แยม และเยลลี่ จองไว้ก่อนหน้า ด้วยความอารมณ์ร้อนของเยลลี่และอาการขี้เบ่งของแยมทำให้เกิดเรื่องถึงขั้นลงไม้ลงมือกับกาเหว่า เมยาวีไม่อยากมีเรื่อง แต่ต้องทำเพราะช่วยเพื่อน เธอเลยพลาดท่าเล็บยาวสวยหัก เสียงกรีดร้องเพราะความตกใจของเมยาวี ทำให้กาเหว่ามองเธอหัวจรดเท้า และรู้สึกเหม็นหน้ากันมาตั้งแต่นั้น เมยาวีและกาเหว่ามีอันต้องปะทะกันอยู่เนืองๆ เพราะทั้งคู่เรียนห้องเดียวกัน ผลการเรียนผลัดกันเป็นที่หนึ่งที่สองมาตลอด ในด้านกิจกรรม…คนหน้าตาดีอย่างเมยาวีมักจะได้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งอยู่เสมอ แต่กาเหว่าก็ไม่น้อยหน้า เมื่อไม่สู้เรื่องความสวย เธอก็ผลักดันให้ตัวเองได้เป็นประธานสี ได้ถือธงเดินคู่กับดรัมเมเยอร์ทุกครั้ง ความแตกต่างทางฐานะ หรือชาติตระกูลไม่ได้ทำให้กาเหว่ารู้สึกต่ำต้อยกว่าเมยาวีเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องหนึ่งที่กาเหว่าแปลบใจ และอดเปรียบเทียบในใจไม่ได้ คือ ความรัก ความผูกพัน ในครอบครัวของเมยาวีที่ความอบุอุ่นอาบมาอุ่นถึงในหัวใจกาเหว่าเช่นกัน

เมศร์และวิภาวีมักจะมารับมาส่งลูกสาวคนเดียวอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีกิจธุระมากมายเพียงใดก็ตาม รางวัลครอบครัวตัวอย่างของสังคมเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพได้ระดับหนึ่ง ความน่ารักสดใส กิริยามารยาทสมบูรณ์แบบของเมยาวี คือสิ่งสะท้อนถึงการเอาใจใส่ของเมศร์และวิภาวีได้เป็นอย่างดี กาเหว่ามองภาพพ่อแม่ลูกพร้อมหน้านั้นอย่างสะท้อนใจ พรระวีไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเธอ แม่ผู้ให้กำเนิดกาเหว่าไม่ได้ตั้งใจจะตั้งท้องเธอสักนิด แต่พลาดท่า…อาชีพหมอนวดทำให้แม่เผอิญตั้งท้องกับลูกค้า โดยไม่รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่กาเหว่าจะเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า…พ่อ หลังให้กำเนิดเธอไม่นาน แม่ของกาเหว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์เสียชีวิต พรระวีเพื่อนหมอนวดด้วยกันรับเลี้ยงกาเหว่ามาตั้งแต่นั้น พรระวีรักเอ็นดูกาเหว่าเท่าที่ชีวิตจะสามารถ เพราะพรระวีมักอ้างเสมอว่ายุ่งหนักหนากับธุรกิจร้านเสริมสวยและสถานเสริมความงามครบวงจร ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าคอนโดชื่อดังกลางกรุง ใช้เป็นกิจการบังหน้าที่พรระวีอาศัยเป็นฉากให้ธุรกิจหลัก จากที่เคยเป็นหมอนวดประจำอ่าง พรระวีผันตัวเองมาเป็นเอเย่นต์ส่งหญิงบำรุงบำเรอความสุขของผู้ชายผู้ไร้รักแท้และรักเทียมทั้งหลาย ว่างๆ พรระวีก็รับจ๊อบเป็นอาจารย์พิเศษติวหลักกามสูตรให้บรรดาหมอนวดมือใหม่ คนทั้งคอนโดพากันเมาท์อย่างสรรเสริญ ลูกศิษย์ของพรระวีกระจายกำลังเล่นน้ำอยู่ทั่วทุกอ่างในกรุงเทพฯ

ขณะที่เมยาวีมีบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ สนามหญ้ากว้างขนาดต้องใช้รถกอล์ฟขับไปมาระหว่างตัวบ้าน สระน้ำ สวนสวย และบ้านของบรรดาน้องหมาน้อย กาเหว่ากลับมีบ้านเป็นห้องชั้นบนสุดของคอนโดที่สร้างเพื่อแบ่งให้เช่า แต่ด้วยอิทธิพลบางอย่างของพรระวีที่มีต่อเฮียเจ้าของอาคาร แกถึงกับยอมขายห้องให้พรระวีแทบจะยกฟลอร์ ส่วนที่เหลือก็ให้เช่ารายเดือน บรรดาเพื่อนร่วมอาคารของกาเหว่า ล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพสุจริตและทุจริตปะปนกันไป ตั้งแต่หมอนวดหุ่นอวบอั๋น หางเครื่องวงลูกทุ่งชื่อดังที่วันๆ เอาแต่เปิดเพลงฝรั่ง แต่ที่คุ้นเคยกับกาเหว่ามากที่สุดหนีไม่พ้นอาชีพอิสระอย่าง…เซลส์ โดยไม่ต้องรอให้ท่อง ก.กา หรือ เอ บี ซี ได้ กาเหว่าก็รู้แปลออกตั้งแต่สองขวบว่า เซลส์ในที่นี้หมายถึง ขายตัว

เจ๊อู๋ พี่สายหยุด และพี่กระจง สามเซลส์เนื้อสดรุ่นเก่าลายครามที่กาเหว่าคุ้นเคยและลับฝีปากกันประจำ เจ๊อู๋เป็นตัวตั้งตัวตี คอยโฆษณาอาชีพหากินบนเตียงหนานุ่มให้กาเหว่าฟังอยู่เสมอ หนำซ้ำพรระวีพลอยเห็นดีเห็นงามฝากฝังให้เจ๊อู๋ช่วยอบรมบ่มนิสัยให้กาเหว่าซึมซับสายเลือดแห่งการขายตัว ไม่วายที่กาเหว่าต้องคอยปรามและตักเตือน แต่เจ๊ทั้งสามก็ทำเป็นไขหู ซ้ำยังลอยหน้าลอยตายืนยันว่าพวกหล่อนคือเกิร์ลเฟรนด์ เพื่อนใจประจำคลับวัยใส กาเหว่าเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมและสังคมที่มีคุณภาพคนละขั้วกับเมยาวีอย่างสิ้นเชิง เปียโน บัลเล่ต์ รำไทย แจ๊สแดนซ์ ขี่ม้า จัดดอกไม้ ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมยามว่างที่เมยาวีถนัดและเชี่ยวชาญ ของเล่นที่เมยาวีกำลังเห่อที่สุดตอนนี้คือ ลูกสุนัขพันธุ์ชิทสุราคาแพง ที่เมศร์มอบให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในวันที่พ่ออยากให้ เวลาว่างหลังเลิกเรียนเมยาวีจึงเป็นช่วงที่ทำงานหนักที่สุด นั่นคือ หวีขนและผูกโบว์ให้น้องหมาตัวน้อย รวมทั้งพาน้องหมานั่งรถกอล์ฟกินลมชมสวนรอบบ้าน

กาเหว่าก็มีงานอดิเรกหลักเลิกเรียนเช่นกัน แต่ต่างกับเมยาวีตรงที่กาเหว่าไม่ได้หวีขนหมา หากแต่หวีผมหมวย หรือบรรดาหญิงๆ อวบ ขาว สวย หมวย อึ๋ม สตรีอาชีพพิเศษในสังกัดของพรระวี เพื่อเตรียมตัวออกไปหาลูกค้า หน้าที่หลักของกาเหว่าคือรับโทรศัพท์ รายงานสรรคุณ ขายเนื้อสดวัยขบเผาะและขบไม่เผาะทั้งหลาย รวมทั้งเดลิเวอรี่ขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้าตามนัดหมาย ทำให้ถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอว่ามีอาชีพพิเศษเหมือนสาวคนอื่นๆ กาเหว่าหัวเสียทุกครั้งที่ถูกทักว่าเป็นอย่างว่า ด้วง หนุ่มเพื่อนสนิทของกาเหว่าที่เป็นช่างซ่อมรถ เขาคอยปลอบและให้กำลังใจกาเหว่าเธอเสมอ ตรงกันข้ามกับพรระวี ยิ่งได้รู้ว่าเสี่ยๆ สนใจกาเหว่ามากแค่ไหน พรระวียิ่งกระดี๊กระด๊าด้วยความภูมิใจว่า กาเหว่านั้นคงเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแน่นอน พรระวีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโตขึ้นกาเหว่าจะเป็นดาวประจำคลับ พยายามปลูกฝังความรักสวยรักงามให้กาเหว่า ด้วยคอร์สนวดหน้า ขัดผิว ประทินความงามทั้งหลาย แต่กาเหว่าไม่สน เพราะนิสัยออกจะแก่นเซี้ยว เปรี้ยวซ่าส์ กะล่อนเป็นทอมบอย ที่สำคัญ กาเหว่าเกลียดการมีอาชีพพิเศษขายนาผืนน้อยชนิดเข้าไส้ เพราะเห็นตัวอย่างความทุกข์ระทมที่ซ่อนอยู่ในแววตาของแววดาว พี่สาวนอกไส้ที่มีชาติกำเนิดเหมือนกัน

แววดาวกลายเป็นหญิงบริการเพราะความจำนนต่อชะตากรรมของชีวิต พรระวีเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้แววดาวขายตัวโดยอ้างว่าจะไม่ส่งเงินให้เรียนหนังสือ อยากเรียนมหาวิทยาลัยก็ต้องหาเงินเรียนเอง แววดาวจนแต้มและขาดความกล้าที่จะเผชิญกับการทะเลาะกับแม่ จึงต้องเริ่มอาชีพพิเศษตั้งแต่อายุสิบเจ็ด กาเหว่าเห็นความระทมทุกข์ในแววตาของพี่สาว จึงมุ่งมั่นว่าจะต้องเรียนหนังสือให้เก่ง จบออกมาจะได้มาช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบชะตากรรมอย่างแววดาว แต่ไม่วายโดนค่อนขอดจากแม่พรระวีและการกระแนะกระแหนจากบรรดาเจ๊ๆ สมาชิกสโมสรที่ต่างว่าอาชีพอย่างหล่อนสบายและสนุกที่สุดในโลกแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะดูต่ำต้อยน่าอับอาย แต่กาเหว่ายังดำรงชีวิตเป็นปกติ ไปเรียนหนังสือด้วยเงินส่งเสียจากแววดาว เธอไม่อายเรื่องชาติกำเนิด ไม่เคยปกปิด และไม่แยแสกับสายตาเหยียดหยามน่าหมั่นไส้จากแยมและเยลลี่

เมยาวีพอจะรู้เรื่องทางบ้านของกาเหว่าจากการเม้าท์แบบใส่ไข่ของแยมและเยลลี่ ความเห็นใจเป็นความรู้สึกแรกที่เมยาวีรู้สึกกับกาเหว่า เมยาวีเคยแอบให้กาเหว่ายืมอุปกรณ์การเรียนสุดหรู เพราะเข้าใจว่ากาเหว่าคงจะมีเงินไม่พอซื้อมาใช้ แต่ด้วยสายตานิ่งขรึม ใบหน้านิ่ง เชิด ดูทระนงของเมยาวี ทำให้กาเหว่าแปรเจตนาเอื้อเฟื้อของเมยาวีว่าเป็นการดูถูกเธออย่างแรง ในปีการศึกษานั้น เมยาวียิ่งประหลาดใจแกมหมั่นไส้กาเหว่ามากขึ้นอีก เพราะกาเหว่าปฏิเสธการรับทุนการศึกษารางวัลเรียนดี เพราะปีนี้คนมอบรางวัลคือ เมศร์ พ่อของเมยาวีผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ เมยาวียิ่งภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อเห็นความเป็นไปของกาเหว่า เธอคิดเสมอว่าความรักของพ่อและแม่ที่มีต่อเธอ เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด และความสุขที่ท่วมท้นตัวเธออยู่ในขณะนี้จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนไปได้เด็ดขาด จนกระทั่งอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด!

อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากชีวิตวิภาวีไปอย่างไม่มีวันกลับ เมยาวีเสียใจกับการจากไปของแม่ แต่ที่ทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เมศร์ พาอิงอรภรรยาใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน พร้อมกับองุ่น ลูกสาวตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดูวัยเจ็ดขวบ เมยาวีช็อกกับการกระทำของพ่อ โลกที่สวยงามของเธอแทบถล่มพังลงตรงหน้า ไม่คาดฝันว่าพ่อของเธอจะปกปิดเรื่องเมียน้อยไว้กว่าเจ็ดปี เธอเฝ้าคิดว่าที่ผ่านมาพ่อหลอกลวงเธอมาตลอด ความรักความอบอุ่นที่พ่อมีให้เป็นแค่ภาพลวงตา ขณะที่เมศร์และอิงอรพยายามทำความเข้าใจกับเมยาวี เธอกลับพยายามทำตัวออกห่างครอบครัว หลงเชื่อคำชักจูงของแยมและเยลลี่ที่คอยชักนำไปในทางเหลวไหล เมยาวีเริ่มหนีเที่ยวกลางคืน ท่ามกลางความเป็นห่วงของเมศร์และอิงอร เมศร์พยายามห้ามปรามแต่เมยาวีกลับย้อนเสมอว่า อยู่บ้านไม่มีความสุข เพราะบ้านที่เธอเคยอยู่มีคนแปลกหน้าเข้ามาเพ่นพ่าน เมยาวีน้อยใจพ่อที่ยกห้องนั่งเล่นสีชมพูส่วนตัวของเธอให้องุ่นลูกสาวคนใหม่ ยกเสื้อผ้าน่ารักในวัยเด็กของเธอให้กับองุ่น เมยาวีเริ่มรู้สึกลึกๆ ในใจว่า องุ่นกำลังจะเข้ามาแทนที่เธอ และอิงอรก็เข้ามาแทนที่วิภาวี

“พ่อกำลังจะลืมแม่…อีกหน่อยก็คงลืมว่าลูกชื่อ…เมยาวี” เมยาวีได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมยาวีเผอิญเห็นรูปถ่าย พ่อ แม่ ลูก ของเมศร์ อิงอร และองุ่น โดยไม่มีเธออยู่ในรูปถ่ายนั้น เมยาวีน้ำตาไหลพราก ความอดทนสิ้นสุด ใช่…เป็นเธอเองที่ปฏิเสธการถ่ายภาพครอบครัวในวันนั้น เพราะเมยาวีถือเสมอว่าอิงอรและองุ่นไม่ใช่ครอบครัวของเธอเมยาวีทะเลาะกับเมศร์อย่างรุนแรง สายสิญจน์ที่เมศร์กับวิภาวีเคยผูกข้อมือให้ ที่เธอใส่ติดข้อมือเสมอมาไม่เคยถอด เมยาวีตัดใจกระชากสายสิญจน์ขาดจากกันแล้วปาใส่หน้าพ่อ เมศร์ผิดหวังกับการกระทำของลูกสาว เผลอตบหน้าเมยาวีอย่างแรง เมยาวีเสียใจมากหนีออกจากบ้าน เมยาวีเตลิดออกมาพบกับด้วง เด็กหนุ่มฐานะยากจนที่เมยาวีเคยตกหลุมกลอุบาลหลอกเอาเงินจากข้าวตูน้องชายต่างแม่ของด้วง เมยาวีจำเหตุการณ์นั้นได้อย่างแม่ยำ

วันนั้น…ข้าวตูหลอกล่อทำให้เมยาวีเผลอล็อกรถโดยลืมกุญแจไว้ในรถ ข้าวตูทำเป็นติดต่อหาช่างมางัดรถให้ ซึ่งก็คือด้วงผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง เมื่อจับได้ว่าข้าวตูสร้างแผน เมยาวีวิ่งไล่จับข้าวตูจนเท้าบวม เธอไปแจ้งตำรวจ แต่จ่าสุชาติไกล่เกลี่ยและบอกถึงนิสัยที่แท้จริงของด้วงให้เมยาวีฟัง เมยาวีถึงกับอึ้งเมื่อรู้ความจริงว่าข้าวตูสร้างแผนเหล่านี้เพื่อหาเงินช่วยด้วง เพราะชีวิตสองพี่น้องสุดจะลำเค็ญนัก ด้วงคืนเงินให้กับเมยาวี ช่วยหาน้ำแข็งมาประคบเท้าให้ ซ้ำยังบริจาครองเท้าแตะฟองน้ำให้กับเท้าที่บวม ส่วนตัวเองเดินเท้าเปล่ากลับบ้านกับข้าวตู  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เมยาวีแอบชอบด้วงโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าด้วงจะได้แต่เงยหน้าขึ้นมองดอกฟ้าอย่างเมยาวี แต่ไม่กล้าคิดบังอาจจะเด็ดดอกฟ้าเลยสักครั้ง เมยาวีขอพักกับด้วงชั่วคราว แต่ด้วงปฏิเสธและไล่เมยาวีกลับอย่างไม่ใยดี แม้ว่าข้าวตูจะเออออยอมให้ก็ตาม ด้วงสอนเมยาวีถึงการใช้ชีวิตและการเป็นลูกที่ดี แต่เป็นการสอนแบบปากเสียและประชดประชันตามนิสัย เมยาวีฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ก็ซึมซับความหวังดีของผู้ชายปอนๆ คนนี้ ด้วงไล่เมยาวีกลับบ้านได้โดยไม่ไปส่ง แต่จริงแล้ว ด้วงแอบขี่มอเตอร์ไซค์ตามดูเมยาวีอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเมยาวีเข้าบ้านปลอดภัย ด้วงจึงวกรถกลับบ้านอย่างสบายใจโดยไม่รู้ว่าเมยาวีแอบมองอยู่

ด้วงตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเขากับเมยาวี ที่แอบเป็นห่วงขนาดนี้ด้วงก็รู้สึกว่าอาจเอื้อมมากเกินไปแล้ว ด้วงได้วิชา งัดแงะ แกะทุกอย่ามาจากสถานกักกันเยาวชน ครั้งที่เข้าไปเยือนเพราะคดีลักซาลาเปาทิ้งแล้วจากห้างสรรพสินค้าที่ด้วงเคยเป็นพนักงานสมัยเป็นเด็กๆ วิชาชีพทางโจรไม่ได้ทำให้ด้วงหลงเป็นขโมย ตรงกันข้ามกลับทำให้เขาเลือกทำงานได้สารพัด เป็นมนุษย์สาวหลงประจำซอย แต่ด้วงไม่เคยมองใคร ไม่เคยสนใจใคร และด้วยความปากเสียทำให้กลายเป็นคู่ปรับและเพื่อนซี้ของกาเหว่าด้วงหางานทำเพื่อเลี้ยงข้าวตู น้องชายต่างมารดาที่พ่อไปไข่ทิ้งไว้แล้วเขาตามไปเก็บมาเลี้ยงด้วยความเวทนาปนหมั่นไส้ เพราะความแก่นซ่าของข้าวตูทำให้เด็กชายตัวน้อยตั้งแก๊งค์เป็นขาใหญ่ประจำชุมชน ไม่นานก็ได้รู้จักกับองุ่น คุณหนูบ้านหลังใหญ่ที่สุดของชุมชน เพราะข้าวตูแอบปีนรั้วบ้านองุ่นเข้าไปสอยมะม่วงเพื่อเอาไปแบ่งกับส้มซ่า ลูกสาวของเฮียโก้ เด็กตัวเล็กที่สุดของแก๊งค์ แม้จะต่างฐานะต่างชนชั้นอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยความใสซื่อประสาเด็กที่ไม่มีจริตมารยา องุ่นกลายเป็นสมาชิกแก๊งค์ตัวเปี๊ยกของข้าวตูและส้มซ่า โดยการดูอยู่ห่างๆ ของอิงอร ที่เข้าใจเด็ก เอ็นดูข้าวตูและส้มซ่า โดยแบ่งขนมและอาหารให้เสมอ

แต่เพราะอคติ…เมยาวี จึงไม่เคยเห็นความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และน้ำใจของอิงอรเลย ทั้งหมดนี้ยิ่งสร้างความไม่เข้าใจระหว่างเธอกับเมศร์ผู้เป็นพ่อ นับวันช่องว่างระหว่างพ่อ ลูก ยิ่งห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ อิงอรเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของเมยาวีอย่างเป็นกังวลและห่วงใย กาเหว่าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงของเมยาวี แม้ว่าจะไม่ถูกชะตากันขนาดไหน แต่ในฐานะเพื่อนร่วมห้อง กาเหว่าอดเป็นห่วงเมยาวีไม่ได้ ผลการเรียนของ เมยาวีเริ่มตกต่ำลงทุกที คู่แข่งที่เคยแข่งกันมาตลอดอย่างกาเหว่าเริ่มวิตก กลัวว่าจะไม่มีคู่แข่ง กาเหว่าปลอบใครไม่ค่อยเป็น ได้แต่ฉะปะทะกันกับเมยาวีจนสังเกตได้ว่าเมยาวีกำลังขาดที่พึ่งทางใจอย่างที่สุด เมยาวีเริ่มใช้ชีวิตเสเพล เหลวแหลก ออกเที่ยวกับแยมและเยลลี่ แยมเป็นผู้หญิงประเภทเก็บสะสมแต้มจากการนอนกับผู้ชาย เมยาวีเองเกือบจะถลำตัวประพฤติแบบเดียวกับแยมแต่กาเหว่าเผอิญมาเจอและห้ามไว้ได้ทัน ในบางครั้งเยลลี่ก็พาเมยาวีไปร่วมก๊วนซ้อนท้ายแก๊งมอเตอร์ไซค์ซิ่ง ซึ่งมี แบงค์ คู่ขาของเยลลี่เป็นหัวหน้า แบงค์สนใจตัวเมยาวีมาก ถึงกับเสียเงินให้เยลลี่หลอกเมยาวีจนเมยาวีเกือบตกเป็นเดิมพันในการแข่งมอเตอร์ไซค์ โชคดีที่ด้วงซึ่งเป็นช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ประจำแก๊งค์ แกล้งทำเป็นเผอิญผ่านมาเจอ ร่วมกับกาเหว่าและข้าวตูช่วยเมยาวีไว้ได้อย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ดอกฟ้าอย่างเมยาวี ประทับใจเจ้าด้วงหมาวัดอีกครั้ง… เมยาวีมักไปหลับในห้องเรียนเพราะเที่ยวดึก กาเหว่าคอยเตือนเมยาวีเสมอ แต่เมยาวีไม่เคยเชื่อ ไม่เคยเห็นคุณค่าของกาเหว่าเพราะถือตัวว่ามีฐานะดีกว่า แต่กาเหว่าไม่ใส่ใจยังคงให้ความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าเมยาวีจะตกเข้าไปอยู่ในบ่วงกรรมเดียวกับแววดาว แววดาวพยายามทำตัวให้มีความสุข แต่ทุกครั้งหลังจากรับแขก เธอมักน้ำตาริน รังเกียจตัวเองต้องรีบเก็บกวาดเช็ดถูห้องเพื่อหวังจะลบร่องรอยคาวของชีวิต จ่าสุชาติ ตำรวจหนุ่มใหญ่ เป็นชายคนเดียวที่หลงรักแววดาว แต่ไม่เคยเที่ยวผู้หญิง จ่าสุชาติมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมแววดาวเสมอ จนตกเป็นขี้ปากการแซวของเจ๊อู่ สายหยุด และนางกระจง จ่าสุชาติมักอ้างเสมอว่า เขาไม่เคยดีพอสำหรับใคร ได้แต่ร้องเพลงลูกทุ่งกล่อมเววดาวให้หลับผ่านทางสายลมและแสงไฟนีออนที่ลอดเข้าหน้าต่างห้องแววดาว เช่นเดียวกับแววดาวที่คิดว่าเธอก็ไม่สะอาดพอสำหรับใคร กาเหว่า ที่เคยเชียร์แววดาวกับจ่าสุชาติให้ตกลงปลงใจกันซะทีก็ได้แต่ปลง เพราะทั้งคู่ต่างสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกของตัวเองจนยากจะพังกำแพงเหล่านั้น

กาเหว่าไม่ค่อยเข้าใจความรัก ตลอดชีวิตรู้จักแต่ความใคร่จากโลกที่เธอเผชิญอยู่ จนกระทั่งได้พบกับคิมหันต์ ลูกชายของคมน์ ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีกับคุณหญิงคนึงนิตย์ คิมหันต์เป็นหนุ่มเพลย์บอย มักจัดงานปาร์ตี้ที่ต้องพึ่งสาวจากคลับของพรระวีอยู่เสมอ วันหนึ่งกาเหว่าทำหน้าที่ขับรถคันโตไปส่งสาวๆ เหล่านั้น ทำให้คิมหันต์เข้าใจผิดว่ากาเหว่าคือหนึ่งในบรรดาหญิงสาวที่ทำอาชีพพิเศษคิมหันต์คิดจะใช้บริการความสุขจากกาเหว่า แต่ต้องหน้าแตกเพราะเจอบทเรียนสั่งสอนจากกาเหว่า จับเขาไปมัดมือมัดเท้าในโบสถ์ยามดึก บังคับให้ไหว้พระชำระจิตใจ แถมยังมัดให้นั่งสมาธิในป่าช้าถึงหนึ่งคืนเต็มๆ คิมหันต์รอดผีมาได้ด้วยความแค้น ปนความรู้สึกเอ็นดูกาเหว่าเป็นพิเศษ เขาเริ่มแวะเวียนเข้ามาใกล้ตัวกาเหว่าบ่อยขึ้น แต่กาเหว่ากลับเห็นว่าคิมหันต์เป็นหนุ่มเพลย์บอยที่เหมือนผู้ชายทั่วไปที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น กาเหว่ายิ่งหมั่นไส้คิมหันต์หาเรื่องแกล้งตลอดเวลา

แต่ยิ่งแกล้งมากเท่าไหร่ กาเหว่ายิ่งเห็นความเหงาเศร้าในตัวคิมหันต์มากขึ้นเรื่อยๆ คิมหันต์ไม่เคยปริปากบอกใครแม้แต่กาเหว่าเรื่องบ้าน เพราะคนทั่วไปมักมองว่าครอบครัวของเขานั้นเป็นครอบครัวตัวอย่าง ตัวเขาเองคงจะเป็นชายหนุ่มที่มีความอบอุ่นที่สุดในโลก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น คมน์ผู้เป็นพ่อ มัวแต่สนใจกิจกรรมและกิจกามกับเด็กสาว ในขณะที่คุณหญิงคนึงนิตย์ก็มั่วแต่ออกงานสังคมและเข้าสถานเสริมความงามและโรงพยาบาลเพื่อชะลอความสาวและความสวยให้ไม่สร่างซาไปพร้อมกับวัยชราที่เข้ามาเยือน ตั้งแต่เด็กจนโต คิมหันต์ไม่เคยได้กินข้าวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เขาชินชาที่จะต้องกินข้าวคนเดียว หนำซ้ำตอนเขาป่วยก็เป็นตัวเขาเองที่ขับรถพาตัวเองเข้าโรงพยาบาล แถมแอทมิทตัวเองเสร็จสรรพ พ่อแม่เพียงส่งดอกไม้ฝากเลขามาเยี่ยมเนื่องจากติดภารกิจ ที่รายล้อมรอบตัวคิมหันต์มีแต่ผู้หญิงที่พร้อมเสนอตัวให้ เมื่อรู้ถึงฐานะและเม็ดเงินในกระเป๋า คิมหันต์เคยเชื่ออย่างฝังหัวว่า ผู้หญิงดีๆ ไม่มีเหลืออยู่ในโลก จวบจนเขาได้มาคุย มากินข้าว มารู้จักกาเหว่า ความชุ่มชื่นจึงกลับมารดรินในใจคิมหันต์อีกครั้ง และความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงและความรักเริ่มเปลี่ยนไป

คิมหันต์เริ่มปรับตัวเองให้เลิกเที่ยว เริ่มเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหนุ่มมีสาระมากขึ้น ในขณะที่คมน์ผู้เป็นพ่อกลับยิ่งเพิ่มความชั่วให้กับตัวเองอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ผู้หญิงที่เขาหามาปรนเปรอความสุขอายุน้อยลงเรื่อยๆ มูลนิธิเพื่อเด็ก ที่นายคมน์เป็นประธานให้การช่วยเหลือเด็กในชุมชน คมน์มาแจกของเด็กๆ ด้วยตนเอง ทำให้ได้พบกับกาเหว่าและพรระวี คมน์จำได้ว่าพรระวีเคยทำงานอยู่ในสถานอาบอบนวด หนำซ้ำเขายังเป็นลูกค้าประจำ คมน์ในมาดนักบุญใจบาปพยายามติดต่อพรระวีเพราะสนใจกาเหว่า คุณหญิงคนึงนิตย์ เริ่มจับสังเกตได้ว่าคมน์เที่ยวผู้หญิง มีเมียน้อยไม่ต่ำกว่าเจ็ดบ้าน ทั้งสองจึงเริ่มมีปากเสียง คมน์ลงไม้ลงมือกับคุณหญิง จนวันหนึ่งคุณหญิงทนไม่ไดเขอฟ้องหย่า แต่คมน์ไม่ยอมด้วยกลัวชื่อเสียงที่สร้างสมมาชั่วชีวิต คุณหญิงงัดไม้ตาย…อ้างว่ามีโพยรายชื่อลูกค้าของเจ๊พรระวีที่คมน์ไปใช้บริการ รวมทั้งวิดีโอเทปลับเฉพาะที่พร้อมจะแฉทุกเมื่อ คมน์กลัวว่าหากเรื่องฉาวของเขาถูกคุณหญิงเผยออกไปสู่สังคม ชื่อเสียงที่เขาสะสมมาทั้งชีวิตต้องพังพินาศแน่นอน

คมน์ใช้วิสูตร ลูกน้องซึ่งเป็นผู้จัดการอาบอบนวดจัดการเก็บคุณหญิงคนึงนิตย์จนต้องประสบอุบัติเหตุตายอย่างทารุณ คิมหันต์เสียใจกับการตายของแม่อย่างที่สุดโดยไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นายวิสูตรตามหาโพยรายชื่อจากพรระวี กาเหว่ารู้ว่าโพยดังกล่าวจะเป็นภัยสร้างอันตรายต่อแม่และแววดาว รวมทั้งเจ๊ๆ คลับวัยใสคนอื่นๆ เธอตัดสินใจเก็บโพยไว้กับตัวเองเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว ในขณะเดียวกันเมยาวีเริ่มตกเข้าไปอยู่ในวงจรการค้ากามของวัยรุ่นและมาม่าซังวัยโจ๋ เยลลี่ที่เคยขายบริการให้คมน์อยู่บ่อยๆ เยลลี่เริ่มผันตัวเป็นแม่เล้าวัยเด็กติดต่อเพื่อนๆ ในสังกัดออกล่าเงินและล่าผู้ชายที่ตัวเองพึงใจ โดยมีโบนัสติดปลายนวมเล็กๆ น้อยๆ เมยาวีถูกยุยงให้ร่วมในวงจรนี้ด้วย หากแต่เธอยังตัดสินใจไม่ขาด กับการตัดสินใจกระโจนลงเหวนรก ด้วยความแค้นที่รู้ว่ากาเหว่ามีโพยอยู่ในมือ และคิดต่อรองเพื่อสวัสดิภาพของเธอ คมน์สั่งให้วิสูตรเล่นงานพวกบ้านพรระวี โดยหลอกล่อจะซื้อบริการคู่นอนเดลิเวอรี่จาก แววดาว และผู้หญิงคนอื่นๆ ในสังกัดพรระวี แต่จุดมุ่งหมายในการนี้ก็คือ ฆ่าทิ้ง

หนึ่งในหญิงสาวที่ถูกเพื่อนหลอกให้เข้ามาในกิจกาม ด้วยความหลงผิดคือเมยาวี เพราะเมยาวีต้องการประชดพ่อ ประชดชีวิต โชคดีที่กาเหว่า เห็น และตัดสินใจตามไปช่วย ท่ามกลางการต่อสู้ของแก๊งค์เปี๊ยกซ่าส์ ซึ่งนำโดยข้าวตู องุ่นและส้มซ่า โดยการช่วยเหลือของด้วงลูกพี่ใหญ่ ทำให้ทั้งหมดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่โชคร้ายที่ระหว่างการต่อสู้กับพวกวิสูตร แววต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องกาเหว่าน้องสาวที่เธอรักที่สุดในชีวิต จ่าสุชาติตามมาทันได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของแววดาว ซึ่งในที่สุด จ่าสุชาติก็กล้าสารภาพรักกับแววดาวแม้ว่าจะสายไปแล้วก็ตาม

เมศร์และอิงอรเป็นเบื้องหลังสำคัญของแก๊งค์เปี๊ยกซ่าที่ยกขบวนไปช่วยเมยาวีและกาเหว่าออกมาได้ อิงอรอธิบายถึงความรักของเมศร์ที่มีต่อยาวี รวมทั้งทำความเข้าใจในความรักบริสุทธิ์ที่เธอมีให้มายาวีตลอดมา สิ่งเดียวที่ทำให้ ความรักที่เธอมีให้มายาวี ต่างจากวิภาวีแม่แท้ๆ นั่นคือเธอไม่ได้ให้กำเนิดเมยาวีเท่านั้น ความรักที่เคยมีกำแพงกั้นระหว่างเมศร์ อิงอร และเมยาวีจึงหมดไป เมยาวียอมรับอิงอรและองุ่นเป็นครอบครัวเดียวกัน คิมหันต์ท้อแท้เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้ว พ่อของเขาคือคนบาปในคราบนักบุญ แต่ด้วยการให้กำลังใจของกาเหว่า คิมหันต์เลิกทำตัวเป็นเพลย์บอยและกลับใจมาทำงานเพื่อสังคมในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ รณรงค์หาเงินช่วยเหลือหญิงถูกล่อลวงทางเพศ กาเหว่าให้ตั้งชื่อว่า “กองทุนแววดาวเพื่อผู้หญิงและเด็ก”

จากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้พรระวีเลิกเคี่ยวเข็ญให้กาเหว่าเป็นผู้หญิงพิเศษ และเลิกการเป็นเอเย่นต์ส่งเด็กอย่างเด็ดขาด เธอกลับมาขยายกิจการร้านเสริมสวยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยการช่วยเหลือของเจ๊อู๋ สายหยุดและนังกระจงที่ได้คิดเช่นกัน ด้วงได้ทุนเรียนต่อวิชาชีพช่างระดับสูง โดยการช่วยเหลือจากคิมหันต์และกาเหว่า ครอบครัวของเมยาวีเปิดโอกาส ให้การต้อนรับด้วงเป็นอย่างดี ด้วงได้สัมผัสความรักจากครอบครัวเมยาวี ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เขาโหยหามาแสนนาน คือความรักความอบอุ่นที่เติมเต็มโดยครอบครัว

ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท: ช่างปั้นเรื่อง

นักแสดง อุ่นไอรัก
ตะวัน จารุจินดา
ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์
ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์

อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

พ่อขุนรามคำแหง ปกครองบ้านเมืองดุจพ่อปกครองลูก วัน หนึ่งพระองค์ได้พบชายแปลกหน้ามาที่โบสถ์ ประธานด้วยท่าทางน่าสงสัย เหมือนว่าจะกลัวถูกจับ พระองค์จึงมั่นใจว่ามิใช่ราษฏรของพระองค์แน่นอน จึงแอบซ่อนตัวอยู่เพื่ออยากรู้ว่าชายคนนี้มาที่นี่เพื่ออะไร

ชาย คนนี้มีชื่อว่า สามศร บุตรของขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดที่ถูกพ่อขุนรามคำแหงตีทัพพ่ายไป และจากการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นทำให้ขุนสามชนเสียชีวิตกลางป่า เหลือแต่ภรรยาและลูกชายที่มีอายุเพียง 9 ปี โดยหนีไปอาศัยอยู่กับ ครูดาบ ที่เมืองเมาะลำเลิง (เมืองมอญ) นาน 12 ปี ด้วยความแค้นของสามศรจึงเริ่มฝึกฝนฟันดาบจนเก่งกาจ เพื่อตั้งใจจะมาปลงพระชนม์พ่อขุนรามคำแหง

เรื่องราวของสามศรได้ถูกเปิดเผยจากปากของเขาเอง เมื่อถูกทหารจับตัวไว้ได้ขณะจะเข้าทำร้ายพ่อขุนรามคำแหง แม้ว่าสามศรจะถูกจับได้ แต่ก็ไม่ร้องขอชีวิตสักนิด พ่อขุนรามคำแหงเห็นว่า สามศรนั้นเก็บความลับได้ดี แถมยังเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน น่าจะเป็นกำลังของพระองค์ได้ จึง ทรงไว้ชีวิตและจะเลี้ยงดู การคิดเช่นนี้พ่อขุนรามคำแหงถูกเหล่าทหารทัดทานมาโดยตลอด แต่พระองค์กลับไม่สนใจในคำทัดทานนี้เลย เวลาผ่านไป สามศรกลายเป็นคนโปรดของพ่อขุนรามคำแหง

 

อยู่มาวันหนึ่งพระองค์ทรงทราบว่า พระธิดากาบแก้ว ได้ทรงหนีตาม มะกะโท ไปในระหว่างที่พระองค์กำลังไปทำศึกสงคราม มะ กะโทเคยเป็นเด็กเลี้ยงช้าง พ่อแม่ตายหมด พ่อขุนรามคำแหง จึงนำมาชุบเลี้ยงไว้จนเป็นที่โปรดปราน แต่แล้วมะกะโทก็ทำร้ายพระองค์อย่างแสนสาหัส ทั้งคู่ถูกจับ ได้ต่างยอมรับผิดทุกประการและพระธิดาก็ทรงขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้ พระองค์เห็นแก่ความรักของลูกทั้งสอง ในที่สุดพ่อขุนรามคำแหงทรงพระราชทานอภัยโทษให้ด้วยทรงเห็นว่าทุกคนคือลูก พ่อต้องให้อภัยลูกได้เสมอ แม้ลูกจะทำความผิดก็ตาม

อย่าง ไรก็ตามพ่อขุนรามคำแหงก็ยังถูกคัดค้านจากเหล่าขุนนาง โดยเฉพาะสามศรที่เห็นว่ามะกะโททำทุกอย่างก็เพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากกว่า ด้วยความคิดนี้ทำให้สามศรถูกเหล่าขุนนางเข้าใจผิดคิดว่าสามศรน้อยใจที่ พระองค์ไม่ได้แต่งตั้งให้มีฐานันดรเทียบเท่ามะกะโท เหล่าขุนนางจึงกราบทูลให้สามศรไปเป็นพ่อเมืองที่ห่างไกลยังถิ่นทุรกันดารและ ที่สำคัญกลัวสามศรจะกระทำเยี่ยงมะกะโท คือพาเจ้าหญิงเบญจมาศ หนีตามกันไป เพราะรู้ว่าทั้งสองรักใคร่กัน พระองค์จึงคิดหาวิธีป้องกันไว้ก่อน โดยพระราชทานเจ้าหญิงเบญจมาศแก่สามศร แต่สามศรกลับปฏิเสธ เพราะคิดว่าพ่อขุนรามคำแหงคิดจะกำจัดเขาให้สิ้นซึ่งเป็นการเข้าใจผิด อีกทั้งความรักของสามศรที่มีต่อเจ้าหญิงก็เป็นความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ ต้องการสิ่งตอบแทน ซึ่งความรักหนุ่มสาวของสามศรยังน้อยกว่าความรักประเทศชาติเสียอีก พ่อขุนรามคำแหงทรงเริ่มเข้าใจในความรักของสามศร และก็ยังให้สามศรอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเบญจมาศอยู่ดี

 

ในคืนวันแต่งงานสามศรก็ตั้งใจว่าจะยังไม่ร่วมหอลงโลงกับเจ้าหญิง ถ้ายังไม่สามารถทำภารกิจเพื่อประเทศชาติได้สำเร็จ นั่น ก็คือการไปตีแคว้นศรี วิชัยและแคว้นนครศรีธรรมราช ให้มารวมเป็นปึกแผ่นกับประเทศไทย เพราะรู้ว่าพ่อขุนรามคำแหงต้องการสองแคว้นนี้ สามศรจึงอยากทำให้สำเร็จจะได้นำมาเป็นบรรณาการแด่พ่อขุนรามคำแหง เมื่อเจ้าหญิงทรงทราบก็รู้สึกเสียพระทัย ทรงคิดว่าสามศรไม่รักพระองค์ แต่เมื่อฟังเหตุผลทั้งหมดจึงทรงยินยอมให้สามศรทำตามแผนการที่ตั้งไว้ แต่เจ้าหญิงทรงขอติดตามไปช่วยรบเพื่อบ้านเมืองของตนด้วย และเจ้าหญิงทรงทิ้งจดหมาย(เขียนจดหมาย) ให้พ่อขุนรามคำแหงได้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด

เมื่อ เวลาผ่านไปชาวเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นศรี วิชัย เริ่มเห็นความผิดปกติของบ้านเมือง ทหารศรีวิชัยถูกลอบฆ่าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มแข้งข้อไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของเจ้าเมืองศรีวิชัยอีกต่อไป เจ้าเมืองศรีวิชัยโกรธมากจึงสั่งข้าหลวงจับกุมตัวเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมา กักขังไว้ แล้วเจ้าเมืองศรีวิชัยได้แต่งตั้งข้าหลวงศรีวิชัยขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน
พ่อ ขุนรามคำแหงทรงเดินทางมาประทับที่เมืองเพชรบุรี เพื่อรอฟังข่าวการศึกของสามศร โดยเจ้าหญิงเบญจมาศได้ทรงเดินทางมาทูลเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พระองค์ทรง ทราบว่า ขณะนี้สามศรได้ยึดเมืองนครศรีธรรมราชได้สำเร็จแล้ว และรอให้พ่อขุนรามคำแหงมาเป็นทัพใหญ่ในการรบกับแคว้นศรีวิชัยด้วยพระองค์เอง ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงก็ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น แต่ก่อนที่จะเสด็จออกรบ เจ้า เมืองเพชรบุรีได้กราบทูลว่าทางเกาะลังกามีพระพุทธสิหิงค์รูปงามน่าเคารพบูชา โดยใคร่อยากให้พ่อขุนรามคำแหงส่งพระราชสาส์นเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้า กรุงลังกา  พ่อขุนรามคำแหงทรงเห็นชอบเลยมีรับสั่ง ให้เจ้าเมืองเพชรบุรีดำเนินการด่วน และในที่สุดประเทศไทยก็ได้ขยายปึกแผ่นตามความปรารถนาของพ่อขุนรามคำแหง ส่วนสามศรก็สามารถทำการณ์ที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ

ชาว เกาะลังกาก็ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาถวายพ่อขุนรามคำแหง และพระองค์ก็ได้ประดิษฐานไว้บนแท่นหน้าเมืองกรุงสุโขทัย เพื่อให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้เคารพบูชากันทุกคน ดังจารึกที่ว่า “ในน้ำมีปลา นามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงค้ำจุนให้ชาติไทยไพศาล”

รายชื่อนักแสดง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

ณัฐวุฒิ  สกิดใจ   แสดงเป็น พ่อขุนรามคำแหง
ศุกลวัฒน์  คณารศ  แสดงเป็น สามศร
วรัทยา  นิลคูหา  แสดงเป็น เจ้าหญิงเบญจมาศ
ชนะพล  สัตยา   แสดงเป็น มะกะโท
อุษามณี  ไวทยานนท์  แสดงเป็น พระธิดากาบแก้ว
เคลลี่  ธนะพัฒน์  แสดงเป็น ขุนสามชน
จีรนันท์  มะโนแจ่ม  แสดงเป็น มเหสี
ภานุ  สุวรรณโณ  แสดงเป็น เสนาบดีศรีวิชัย
รังสิโรจน์  พันธุ์เพ็ง  แสดงเป็น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
อานัส  ฬาพานิช  แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
วัชรบูลย์  ลี้สุวรรณ  แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
ฉลอง  ภักดีวิจิตร  แสดงเป็น พระเจ้ากรุงลังกา ในละคร อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

อีสา-รวีช่วงโชติ 2541

อีสา ชีวิตของเธอผ่านความชอกช้ำมามากมาย หวังเพียงสิ่งเดียว ได้พบหน้าลูกชายที่พลัดพรากตั้งแต่แรกลืมตาดูโลก

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบ ๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลา
จนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว” สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น “หม่อม” อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม “คุณชาย” ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่น ๆ ว่า “คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง “ถวายงาน” เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา “กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว” ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง
ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก  สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล
สานั้นลึก ๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรก ๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป  สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว
ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธาน
– -หนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับ ๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย  อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่าง ๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก
อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย- -ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริง ๆ

วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาล
และขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป

อังกอร์ 2

ณ เมืองเวียงข่าน อันเป็นดินแดนที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตรงกันข้ามโลกมนุษย์ คล้ายเมืองลับแลที่ไม่มีมนุษย์คนใดจะล่วงผ่านเข้าไปได้ ขณะเดียวกันคนจากเมืองเวียงข่านก็ไม่อาจจะมาโลกมนุษย์ได้ เพราะหากก้าวข้ามมิติมาจะไม่สามารถกลับไปสู่เมืองเวียงข่านได้อีก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปกลับโลกมนุษย์และเวียงข่านได้ หนึ่งในนั้นคือ คะยะแม หมอผี แห่งพยัคฆามิน หรือลัทธิเสือร้าย ลูกศิษย์ของ แม่มดสาววันนา ในอดีตแม่มดสาววันนาได้ต่อสู้กับ ท้าวแสนชัย แต่นางแม่มดสู้ไม่ไหว จึงถอดวิญญาณหนีข้ามแดนออกมายังโลกมนุษย์ ภายหลังท้าวแสนชัยและ นางปทุมเทวี ถูกลูกศิษย์ของแม่มดสาวันนาไล่ล่าจนหนีออกมาถึงถ้ำที่น้ำตก ลูกน้องแม่มดสาววันนาจับนางปทุมเทวีเป็นตัวประกัน นางปทุมเทวีจึงเอากริชเงินของท้าวแสนชัยฆ่าตัวตาย ท้าวแสนชัยโกรธจึงฆ่าลูกน้องของแม่มดพร้อมฝังร่างปทุมเทวีไว้ในกำแพงแก้ว พร้อมกริชเงิน คนจึงเชื่อว่ากริชเงินสามารถทำลายวิญญาณเสือร้ายได้ ต่อมาวิญญาณของแม่มดสาววันนาออกอาละวาด เข้าสิงหญิงสาวที่ชื่อ อังกอร์ จนกลายเป็นเสือร้ายฆ่าคน แต่สุดท้ายวิญญาณของแม่มดสาววันนาก็ถูกกริชเงินทำลาย และฝังอยู่ในกำแพงแก้วพร้อมกริชเงิน คนจึงเชื่อว่ากริชเงินสามารถทำลายวิญญาณเสือร้ายได้

อังกอร์

นายทหารประจำฝ่ายป้องกันและปราบปรามของประเทศเขมรชอบล่าเสือเพราะมีความแค้นมาตั้งแต่เด็กเพราะเห็นพ่อถูกเสือฆ่าต่อหน้าต่อตา จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอเสือขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่ออกล่าเสือนางเสือตัวนี้ก็คอยตามล่านายพลเช่นเดียวกันเพราะนายพลได้ฆ่าคู่ของมันตาย

คุณหญิง ภรรยานายพลมิน หลังจากแต่งงานกันมานานแล้วไม่มีลูก จึงได้ไปบนที่วัดอังกอร์ ในที่สุดก็ตั้งท้อง ก่อนคุณหญิงคลอด นายพลมินได้ออกไปล่าเสือตัวดังกล่าวซึ่งมีพลังและวิญญาณที่กล้าแข็งมาก ในขณะที่ มันกระโจนเข้าหา นายพลมินยิงสวนถูกแสกหน้ามันอย่างจัง มันจ้องหน้านายพลอย่างอาฆาต จนสิ้นลมไป เสียงเด็กร้องไห้จ้า เมื่อนายแพทย์ประจำตระกูลส่งเด็กหญิงแรกเกิดให้ นรินทร์ตกใจเมื่อเห็นเงาสีเขียววาบขึ้นมาในแววตาของเด็กน้อย คุณหญิงคลอดก่อนกำหนดและเสียชีวิตทันทีที่คลอด

20 ปีผ่านไป อังกอร์ โตเป็นสาวท่ามกลางความรักของท่านนายพลมินและนรินทร์แม่นมของอังกอร์อังกอร์เติบโตมาพร้อมกับ คอยที ลูกชายคนเดียวของนรินทร์ นรินทร์คอยดูแลคุณหญิง ตั้งแต่สามีเธอตาย นายพลมินเลี้ยงเธอมาอย่างดี ฉะนั้นเธอจึงรักอังกอร์เหมือนลูกของเธอ จนคอยที ได้เป็นผู้กองในหน่วยจู่โจมพิเศษและเป็นนายทหารคนสนิทของนายพลมิน

อังกอร์เป็นหญิงสาวที่มีความสวยงามและมีความรู้ นายพลมินส่งเธอไปเรียนที่อังกฤษ เรียนวิชา แพทย์เป็นปีสุดท้าย และกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่องานครบรอบวันตายของแม่เธอและวันเกิดของเธอด้วย นายพลมินจัดงานวันเกิดให้อังกอร์ ความสวยของเธอเป็นที่เลื่องลือ มีนายทหารคนหนึ่งหมายปองที่จะครอบครองเธอให้ได้ ซึ่งก็คือ อ้ายคำปัน ลูกชายนายพลทหารฝ่ายการต่างประเทศ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พวกเขมรแดงปฏิวัติสำเร็จบุกเข้ายึดเมืองพนมเปญ

ผู้กองกาญจน์ กลับมาบ้านพักได้พบอังกอร์ในสภาพบอบช้ำ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลของค่ายและจุดนี้เองที่ผู้กองรู้ว่า หมวดฤทธิ์และพวกสังหารลูกน้องเขาและค้าอาวุธเถื่อนกับพวกโจร ผู้กองตัดสินใจพา อังกอร์หนีกลับเขมรก่อนแล้วค่อยหาหลักฐานมัดตัวหมวดฤทธิ์และคนอื่นๆ ต่อไปโดยมีหมวดชาติไปด้วยเนื่องจากผู้กองไม่ชำนาญทาง แต่หมู่เข้มก็ให้กิ่ง ลูกสาวของตนช่วยนำทางไปอีกคน โดยหมู่เข้มอยู่สังเกตการณ์และหาทางรายงานผู้บังคับบัญชา ณ กองสอบสวนกลางให้รับรู้ต่อไป

ผู้กำกับ : ฉลอง ภักดีวิจิตร
ผลิตโดย : บางกอก ออดิโอ วิชั่น
เขียนบท : นอร์แมน วีระธรรม

รายชื่อผู้แสดงละคร อังกอร์
1. พีท ทองเจือ – ผู้กองกาญจน์
2. วรรัตน์ สุวรรณรัตน์ – อังกอร์
3. คงกระพัน แสงสุริยะ – หมวดชาติ
4. จิตติมา สำเภาทอง – กิ่ง
5. ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ – คอยที
6. กัญจน์ ภักดีวิจิตร – ผา