Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

เกรดบี พี่กับน้อง

นาย ภูมิดี นักศึกษาปริญญาโท ฐานะขั้นมหาเศรษฐี เรียนดีระดับ B+ เพราะมีตุ๊กตาเป็นเพื่อน ต้องการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่อง “ทำไม?? เด็กๆ ตั้งแต่เล็กจนโต ถึงชอบตุ๊กตาสารพัดแบบ” และจะเหมือนประสบการณ์ของเขากับตุ๊กตาเพื่อนรักของเขาหรือไม่ จึงคิดที่จะหาคำตอบด้วยวิธีต่างๆ นานา จนได้นักวิชาการ, พ่อ-แม่, ผู้ปกครองถึงกับสนับสนุน ยกบ้านและที่ดินให้เป็นสถานที่ในการค้นหาคำตอบนี้!!!
    เรื่องราวจึงเกิดขึ้นจากความคิด “ทฤษฎีบ้านเกรดบี” ให้เด็กๆ อยู่กับเด็กด้วยกัน ดูแลกันและกัน ระบบ “พี่กับน้อง” ในช่วงปิดเทอมใหญ่โดยมีกำหนดการเข้าบ้าน 10 วัน 20 วัน 30 วัน หรือจะเบรกกลับบ้าน แล้วกลับเข้ามาใหม่ก็ได้ แต่ต้องให้ครบกำหนดซะก่อน โดยเปิดรับสมัคร รับรุ่นพี่มัธยมกลุ่มหนึ่งจำนวนจำกัด เชิญชวนเด็กนักกิจกรรมในสาขาต่างๆ ยิ่งถ้ามีใบประกาศผ่านการอบรมเข้าค่ายมานำเสนอก็ยิ่งจะมีภาษีดีกว่าใครๆ
    กลุ่ม นี้ก็จะเป็นรุ่นพี่ โดยมีกลุ่ม “ใจแจ๋ว” บางคนก็มาลงอาสาเข้าค่ายกับเค้าด้วยวิธีการที่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะ คือ เด็กทุกคนต้องมี “ตุ๊กตาตัวโปรด” และถ้าใครมีเรื่องเล่าเด็ดๆ เคล็ดลับของการอยู่กับตุ๊กตา เปอร์เซนต์การเข้าค่ายก็จะเหนือกว่าใครๆ สาเหตุเพราะจากการหาข้อมูลกับเด็กในหลายๆ กลุ่มอายุของนายภูมิดี
    “ตุ๊กตา” มีอิทธิพลต่อเด็กๆ หลายๆ ด้าน รวมทั้งตัวเขาด้วย
    “ตุ๊กตา” เป็นเพื่อนคุย เพื่อนระบายอารมณ์ เป็นพี่ เป็นน้อง และเป็นจินตนาการได้หลายแบบ
    “ตุ๊กตา” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คิดฝันไปได้ว่า เด็กๆ สามารถอยู่กับตุ๊กตาได้ เพราะดูเหมือนตุ๊กตาจะเข้าใจเด็กไปซะทั้งหมด หรือตุ๊กตาก็คือพลังจิตของคนทุกรุ่น ทุกวัยที่สืบทอดกันมา พวกเราได้ใส่พลังจิตส่วนที่ดีลงไปมากเข้า มากเข้า จนพอที่จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความเชื่อได้ว่า “ตุ๊กตามีพลังนำพาให้พวกเรามีจินตนาการไปในแง่มุมต่างๆ ได้หลายรูปแบบ” หรือ “จิตของพวกเราเองนั่นแหละที่สั่งการตัวเรา แต่เอาตุ๊กตาเป็นสื่อนำ”
    กลุ่ม นี้จะเป็นเด็กโตระดับมัธยมต้นๆ ประมาณ 7-10 คน ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรให้เข้าบ้านเกรดบีนี้โดยไม่มีข้อแม้ เด็กๆ สามารถถอนตัวออกจากโครงการได้ทุกเมื่อ (ถ้ารู้สึกอึดอัด คิดถึงบ้าน คิดถึงผู้ปกครอง) แต่ในขณะที่เข้าค่ายจะต้องตัดขาดจากการติดต่อสื่อสารกับทางบ้าน นอกจากได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ซึ่งคอยดูแลอยู่ห่างๆ คอยอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือในทุกกรณี และเพื่อความสบายใจ “บ้านเกรดบี” มีองค์กรเด็ก เช่น มูลนิธิคุ้มครองสิทธิเด็ก ส่งเจ้าหน้าที่มาอยู่ด้วยตลอดเวลา, รถพยาบาลพร้อมพยาบาล, แม่ครัวครบครัน

ออกอากาศเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2551 – 15 เมษายน 2551 จันทร์-ศุกร์ 18.15 น.

เกิดแต่ตม 2548

เกิดแต่ตม เป็นเรื่องราวของ มิ่งโกมุท เด็กหญิงหน้าตาฉลาดเป็นกรดและเอาเรื่อง หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า ไอ้มิ่ง เพราะนึกว่าเป็นเด็กชาย ถามหาพ่อแม่มาตั้งแต่รู้ความจนเข้าวัยหกขวบ แต่ทั้งแป๊ะและซิ้มไม่เคยยอมเอ่ยถึง และยังอารมณ์เสียทุกครั้งที่มิ่งถามหรือเมื่อใครอื่นพูดถึงพ่อแม่ของมิ่ง มิ่งได้ยินชื่อ มาลี ครั้งแรกจากปากลุงมานิต ซึ่งพาป้าสะใภ้ อรนุช และน้องต้น ลูกชายอายุสามขวบมาเยี่ยมแป๊ะกับซิ้มซึ่งเป็นพ่อแม่เลย และวันที่แป๊ะกับซิ้มพามิ่งไปมอบตัวที่โรงเรียน มิ่งจึงได้ยินว่าตัวเองเป็นบุตรบุญธรรมของแป๊ะกับซิ้ม และคุณครูอธิบายให้มิ่งฟังว่าบุตรบุญธรรมเป็นอย่างไร และต่อมาญาติจากสวนส้มจึงไขปริศนาเรื่องพ่อแม่ของมิ่งให้มิ่งฟังว่า แม่ของมิ่งชื่อ มาลี เป็นลูกสาวของแป๊ะกับซิ้ม แม่หนีตามพ่อซึ่งเป็นคนขับรถสิบล้อไปตั้งแต่อายุสิบห้า แล้วถูกพ่อมิ่งทิ้ง เมื่อคลอดมิ่งจึงเอามิ่งมาทิ้งให้แป๊ะกับซิ้มเลี้ยงแล้วหายไป ลุงมานิตคือลูกชายคนโตของแป๊ะกับซิ้ม แล้วมิ่งยังมีลุงอีกคน เป็นน้องของลุงมานิต พี่ของแม่มาลีคือ ลุงมารุต แต่ติดยาโดนจับติดคุกแล้วหายหน้าไป

ความรู้สึกโหยหาแม่อยู่ในใจมิ่ง ตลอดเวลา ยิ่งถวิลลูกมือทำอาหารของแป๊ะบอกว่าแม่ของมิ่งทำงานอยู่ในโรงงานแถว พระประแดง ถวิลเคยเจอแม่บ่อยมากที่ตลาด แม่ถามถึงมิ่งด้วย มิ่งยิ่งอยากเจอแม่ พระประแดงอยู่ไม่ไกลจากร้านของแป๊ะเลย แป๊ะและซิ้มซื้อตึกแถวเปิดร้านขายอาหารขายกาแฟอยู่ในย่านหนึ่งของฝั่งธน ในทำเลที่ลูกค้ามาก แต่เป็นทำเลแห่งโลกีย์ สภาพแวดล้อมไม่ดี เป็นแหล่งแฟล็ตเช่าของหญิงขายบริการ จนแม้กระทั่งเศรษฐีนีเจ้าของที่ดินและแฟล็ตเช่าในย่านนั้นคือ อาจารย์วัชรี ยังต้องขายบ้านพาครอบครัวไปอยู่ที่อื่น เพราะเกรงสิ่งแวดล้อมทำพิษต่อลูกๆ มิ่งเลยต้องจากกับเพื่อนสนิทมากรุ่นพี่คือ วัสสา ซึ่งอายุแก่กว่ามิ่งปีหนึ่ง วัสสามีพี่สาวสวยมากอายุสิบขวบคือ วาลุกา กับน้องชาย วณิชชา อายุสามขวบ ภายหลังคนที่ซื้อบ้านอาจารย์วัชรีทำบ้านหลังนั้นเป็นห้องอาหารแบบมีสาวป้อน และขายบริการ มีเวทีเพลงลูกทุ่ง หางเครื่องเต้นเปิดกระโปรงอยู่หน้าห้องอาหารด้วย มิ่งวิ่งขึ้นลงส่งอาหารตามห้องต่างๆ บนแฟล็ตจนคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมของคนโลกีย์

กฎข้อเดียวที่แป๊ะห้าม ฝ่าฝืนเด็ดขาดคือ ห้ามเข้าไปส่งของถึงในห้อง ให้อยู่แค่หน้าห้อง มิ่งคิดเงินทอนเงินเป็นตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียน และได้ทิปเศษเงินทอนจากลูกค้าหยอดกระปุกออมสินไว้มากมาย มิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะเก็บเงินไว้เรียนหนังสือสูงๆ เพราะแป๊ะกับซิ้มชอบว่าว่ามิ่งจะเอาดีไม่ได้ จะเป็นเหมือนแม่ของมิ่ง เมื่อวันที่เข้าโรงเรียนมิ่งเรียกแป๊ะกับซิ้มว่าอากงกับยาย โดยแป๊ะโกรธตวาดลั่นไม่ให้เรียก บอกเรียกอีกจะโดนตี แป๊ะพูดอีกว่ามิ่งจะเอาดีไม่ได้ มิ่งจะเป็นเหมือนแม่ มิ่งบอกว่ามิ่งไม่มีวันเหมือนแม่ มิ่งต่อรองกับแป๊ะว่าตัวเองจะเรียนให้จบสูงสุด แล้ววันที่เรียนจบจะขอแป๊ะกับซิ้มเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอเรียกว่าอากงกับยาย แป๊ะตกลง จากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหกขวบตั้งมั่นดำเนินตามปณิธานของตน มิ่งเรียนเก่งกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ครูจะผ่านชั้นให้ขึ้นไปเรียนประถมแต่มิ่งไม่ไป เมื่อมิ่งขึ้นเรียนชั้นประถม มิ่งได้พบคนที่มิ่งอยากพบมาตลอด คือ แม่มาลี แม่ที่มิ่งเจอโทรม ไม่สวยเหมือนภาพฝันของมิ่ง แต่มิ่งก็ไม่ได้รังเกียจแม่

ความ กะทันหันทำให้มิ่งไม่ได้พูดอะไรกับแม่สักคำ และไม่ได้เรียกแม่ว่าแม่เลย แม่ให้เงินมิ่งหนึ่งพันบาท แม่รู้จากถวิลว่ามิ่งมีเงินฝากออมสิน ให้มิ่งไปฝากไว้เป็นทุนเรียนหนังสือ มิ่งไม่ได้เจอแม่บ่อยนัก แต่เมื่อมิ่งสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงของรัฐบาลได้ แม่เอาเงินค่าเล่าเรียนมาให้มิ่งอีก มีผู้เช่าหน้าใหม่มาเช่าแฟล็ตห้องใหญ่พิเศษ เธอเป็นสาวลูกครึ่งสวยมาก และอยู่เงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร มิ่งได้ยินว่าเธอเป็นหมอนวดที่กลายมาเป็นเมียเก็บชั่วคราวของเสี่ย และเปลี่ยนเสี่ยไปเรื่อยๆ แต่เธอดูนิ่มนวลอ่อนโยนไม่เหมือนหญิงขายบริการคนอื่นๆ ในแฟล็ต เธอคือ คุณบี หรือคุณโสวรรณ เธอมาอยู่ก่อนที่ครอบครัวอาจารย์วัชรีจะย้ายไปไม่นานนัก เธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยให้เงินทิปแก่มิ่งเลย แต่ให้มิ่งเอาเศษเงินทอนใส่โหลแก้วไว้ทุกครั้ง และเงินในโถแก้วก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มิ่งมองเงินในโถอย่างอยากได้มากทุกครั้ง แต่มิ่งไม่เคยคิดจะหยิบหรือเม้มเอาเงินนั้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว คุณบีสังเกตมิ่งทุกครั้ง และรู้ว่าเด็กคนนี้ใจเด็ดไม่ธรรมดา

วัน หนึ่งเงินในโหลแก้วของคุณบีหายไปหมด มิ่งใจหายกลัวโดนว่าขโมยไป เพราะห้องนี้เป็นห้องเดียวที่มิ่งฝ่าฝืนกฎของแป๊ะเข้ามาเล่นในห้อง เพราะคุณบีใจดีและรักมิ่งมาก มิ่งถามหาเงิน คุณบีบอกว่าเอาไปใช้เอง แล้วคุณบีเอาของขวัญห่อสวยให้มิ่ง ของขวัญนั้นคือกระโปรงบานสีแดง ที่มิ่งอยากได้นักหนากับเสื้อแขนยาวสีขาว และรองเท้าถุงเท้าเข้าชุดกัน มิ่งดีใจสุดๆ ที่จะมีชุดสวยใส่ไปงานฉลองปีใหม่ที่บ้านวัสสา และมิ่งยังเก็บชุดนั้นไว้ตลอดมากระทั่งโต ครอบครัวของลุงมานิตย้ายมาอยู่ที่ร้านของแป๊ะเพราะบ้านเจอทางด่วน และไม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายใดๆ เลย เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในบ้านแก่แป๊ะขึ้นหลายเท่าของค่าใช้จ่ายเดิม และป้าสะใภ้ทั้งดูถูกทั้งริษยา และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมิ่งมาก มิ่งไม่ยอมลงให้เลยถูกแกล้งถูกฟ้องถูกใส่ความสารพัด ลุงมานิตพอจะมีสายใยกับครอบครัวเดิมของตนอยู่บ้าน แต่ความที่รักลูกเมียเลยทำให้วางเฉย ไม่นานต่อมาห้องข้างๆ คุณบีมีนักเรียนชายวัยรุ่นจากอีสานมาอยู่ด้วยสองคน สองหนุ่มบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คนหนึ่งคือ โสฬส น้องชายต่างพ่อของคุณบี สูงโปร่ง ขาว หล่อมาก ปากหวานและสำอางหยิบโหย่ง มิ่งติดใจความหล่อของเขาตั้งแต่แรกเจอ เหมือนเด็กๆ ชอบดารา อีกคนชื่อ ปริก เป็นเพื่อสนิทของโสฬส ผิดกันราวฟ้ากับดิน ปริกไม่ถึงกับน่าเกลียดแต่ไม่หล่อ หน้าตาทื่อๆ แถมตัวดำอีก สองคนยังเรียนมัธยมปลาย โสฬสจะเอ็นเข้าคณะนิเทศ เขาใฝ่ฝันจะเป็นนายแบบและดารา ปริกเรียนสายช่างจะเอ็นเข้าวิศวะ คุณบีออกค่าเช่าห้องและค่าเรียนค่ากินอยู่ในห้อง ปริกมาอยู่ด้วย จ่ายค่าห้องให้ครึ่งหนึ่ง ปริกอยู่อย่างกระเบียดกระเสียร ครอบครัวเขาเคยรวยมาก มีที่นาเป็นร้อยๆ ไร่ แต่พ่อเล่นการพนันเสียหมด กลายเป็นคนจนไปในพริบตา ปริกจึงเกลียดการพนันชนิดเข้าไส้ ต่อมาพ่อของปริกโดนยิงตายในบ่อนแม่ผูกคอตายหนีหนี้ น้องๆ ของปริกอีกสามคนญาติพี่น้องรับไปอยู่ด้วย โปรดปรานไปอยู่กับป้า น้ำปรุงไปอยู่กับญาติห่างมาก มีศักดิ์เป็นน้า ส่วน ปัฏ น้องชายคนเดียวไปอยู่กับญาติอีกราย ปริกแทบไม่มีใจเรียน ไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือไม่

โสวรรณเป็นกำลัง ใจ บอกให้ปริกพยายามเรียนต่อ เธอจะช่วยเงินบ้างในยามขัดสน และให้ปริกเก็บเงินที่แชร์ค่าห้องไว้ใช้ก่อน ตอนนี้เธอมีแฟนใหม่เป็นญี่ปุ่นกระเป๋าหนัก เธอจ่ายค่าห้องได้สบายๆ ปริกหาเงินส่งเสียตัวเองด้วยการับซ่อมเครื่องไฟฟ้าทุกชนิด และไฟฟ้าตามบ้าน แป๊ะถูกชะตากับปริก เพราะปริกฝีมือดี ไม่เอาเปรียบ คิดค่าซ่อมไม่แพง ทั้งแฟล็ตใช้บริการของปริก แป๊ะฝากปริกให้ทำงานหลังเลิกเรียนที่โรงงานผลิตสายไฟฟ้าของเพื่อนแซ่เดียว กัน มิ่งคุ้นเคยกับปริกแบบเป็นคู่กัดกันกลายๆ ปริกชอบใจเด็กน้อยคนนี้ตอนที่โสวรรณมีเรื่องกับศักดิ์ชาย สามีแมงดาของถมยา ศักดิ์ชายซ้อมถมยาทุกวันจนถมยาทนไม่ไหว โสวรรณช่วยให้ถมยาหนี มิ่งขอให้บุญวงศ์ไปพูดกับป้าแหวนให้รับตัวถมยาไปซ่อนและไปทำงานในสวนส้มด้วย ศักดิ์ชายมาขู่เข็ญและซ้อมโสวรรณ รู้ว่าโสวรรณต้องเป็นคนเอาถมยาไปซ่อน ปริกมาช่วยบู๊กับศักดิ์ชาย ในขณะที่โสฬสไม่กล้า เมื่อปริกจะเสียทีศักดิ์ชาย มิ่งไม่รู้จะทำไงได้ กัดน่องศักดิ์ชายไม่ยอมปล่อย

มิ่งไม่รู้ว่า ปริกประทับใจวีรกรรมของเธอมาก เพราะเขาเป็นคนนิ่งๆ แต่สิ่งที่ปริกไม่นิ่งคือเรื่องการพนัน ปริกเห็นมิ่งเล่นป๊อกเด้งกับเพื่อนๆ เล่นกันเล่นๆ ประสาวัยรุ่น โดยการชักชวนของอรุณี เพื่อนเก่าของมิ่ง ที่ตอนนี้กลายเป็นสาวขายบริการใน มดแดงคาเฟ บ้านเดิมของอาจารย์วัชรี ปริกบอกแป๊ะ แป๊ะเฆี่ยนสั่งสอนมิ่งไปสิบที และคาดโทษว่าหากเล่นอีกจะโดนยี่สิบที มิ่งอาฆาตอาละวาดใช้กำลังกับปริก ปริกขอโทษและปล่อยให้มิ่งทุบตีระบายอารมณ์ใส่ ปริกสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะวิศวะได้ โสฬสสอบเข้าที่ไหนไม่ได้เลย เขาขอโสวรรณไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนที่โก้มาก และค่าเรียนแพงมาก และที่นี่เขาพบกับสาวสวยที่เขาชอบทันทีเมื่อแรกเห็น ทั้งชอบเพราะเธอสวยมากและเพราะรู้ว่าเธอรวยมหาศาล โสฬสตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องจับเธอให้ได้ เธอคือ วาลุกา ลูกสาวคนโตของอาจารย์วัชรี โสฬสจีบวาลุกาสำเร็จ แต่เจอก้างชิ้นใหญ่คือ มิ่ง โสฬสช็อกเมื่อเจอมิ่งที่บ้านวาลุกา

มิ่งบอกว่ารู้จักครอบครัว วาลุกามาตั้งแต่เกิด โสฬสอย่าทำรุ่มร่ามก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ความลับของโสฬสอยู่ในมือมิ่ง โสฬสโกรธว่ามิ่งจะแบล็กเมล์ มิ่งว่าถ้าจะทำคงทำไปนานแล้ว โสฬสเหม็นหน้ามิ่งมาก สบโอกาสครั้งใดจะพูดให้มิ่งเสียหายในสายตาวาลุกาทุกครั้งว่ามิ่งจีบเขาไม่ ได้เลยร้ายกับเขา และตอนนี้เปลี่ยนไปจีบปริกเพื่อนเขา วาลุกาและอาจารย์วัชรียิ่งมีอคติกับมิ่ง เพราะรู้ประวัติแม่ของมิ่งดี แต่วัสสา วณิชชาและคุณอุษา คุณย่าของสามพี่น้อง ไม่เชื่อว่ามิ่งจะเป็นคนไม่ดีอย่างที่โสฬสว่า วัสสานั้นเกลียดและต่อต้านโสฬสเลย โสวรรณเริ่มมีอาการป่วยแปลกๆ ซีดและไม่มีแรง มารุตลูกชายคนรองของแป๊ะรักษาอาการติดยาหายแล้ว มาขอพักกับแป๊ะ อรนุชรังเกียจว่าเอาขี้ยาเข้าบ้าน ไม่เชื่อว่ามารุตหายแล้วจริง มารุตเห็นโสวรรณ ชอบเธอมาก ฝันจะได้เธอ เช้าวันหนึ่งซิ้มพบว่าเงินเหรียญค่าน้ำขวดในกระป๋องหายไปเกือบหมด เหลือแค่ไม่กี่บาท ความสงสัยเพ่งไปที่มารุต เนื่องจากเขาเคยมีประวัติเข้าตะรางเพราะลักทรัพย์มาแล้ว

มารุตโกรธ ออกจากบ้าน ต่อมาอีกไม่นานเงินหายอีก มิ่งเริ่มเป็นที่สงสัย แต่แป๊ะไม่เชื่อว่ามิ่งจะขโมย เพราะมิ่งไม่เคยขโมย และหาขโมยเมื่อไม่มีมารุตแล้ว ผิดต้องตกที่มิ่งเห็นๆ มิ่งไม่โง่ขนาดนั้น คืนหนึ่งซิ้มเห็นแป๊ะยังไม่เข้านอน ซิ้มลงมาตาม แป๊ะกำลังเคี่ยวน้ำตาใส่ยาแดงแล้วเอามดตะนอยแล้วเอาน้ำตาลมีมดไปใส่กระป๋อง เงิน ตีสี่เสียงลุกลนเปิดประตูห้องแถว แป๊ะและซิ้มลงไปดู มานิตและอรนุชกำลังตกใจที่ต้นโดนตัวอะไรไม่รู้กัดมือ ต้นร้องครวญครางเจ็บปวดมาก มือแดงเถือกด้วยสียาแดง แป๊ะรู้แล้วว่าใครขโมยเงิน แป๊ะขู่ว่าตัวที่กัดเป็นแมงมุมมีพิษร้ายถึงตาย อรนุชเป็นลม ต้นสารภาพว่าขโมยเงิน หมอบอกว่าที่กัดเป็นแค่มดตะนอย มานิตอับอาย คาดคั้นว่าต้นขโมยเงินไปทำอะไร ต้นบอกว่าเอาไปซื้อบุหรี่สูบ เป็นบุหรี่พิเศษใส่แป๊ะหลงจู๊ มานิตใจหายวาบ แป๊ะหลงจู๊คือ ผงขาว ต้นติดผงขาว มานิตส่งต้นไปบำบัดการติดยา และย้ายออกจากบ้านแป๊ะไปอยู่บ้านใหม่ แป๊ะให้ไปตามมารุตกลับมา มารุตรับคำกล่าวขอโทษและช่วยแป๊ะทำอาหารขาย เมื่อว่างจากงานก็นั่งมองห้องโสวรรณคนสวยส่งใจถึงเธอ

โปรดปราน ติดต่อปริกว่าถูกป้าไล่ออกจากบ้าน เพราะหาว่าให้ท่าลุงเขย แต่จริงๆ ลุงเขยเป็นฝ่ายเข้าหาขอมาอยู่กับปริก และจะหางานทำในกรุงเทพ ร้านแป๊ะไม่มีงานให้ทำ เพราะลูกจ้างเต็มแล้ว มิ่งติดต่อป้าวรรณให้โปรดปรานไปทำงานด้วยและให้โปรดปรานพักด้วยระหว่างรอป้า วรรณมารับ เมื่อโปรดปรานมาถึง ทุกคนที่เห็นเธอถึงอึ้ง เธอดูเป็นสาวร้อนสวาทชนิดติดไฟพรึ่บ และเพียงคืนแรกเธอเข้าหามารุตมีสัมพันธ์สวาทกัน และเช้าวันรุ่งขึ้นเธอไปที่ห้องปริก พบโสฬส ชายที่เธอใฝ่ฝันถึงมาตลอด เธอยั่วโสฬสจนได้เสียกับโสฬสอีก และเมื่อป้าวรรณมารับไปอยู่ที่สวนส้ม เธอทำงานไม่เป็นเลย แต่ไปยั่วสวาท สมบัติ หลานป้าวรรณ และ บุญมา พี่ชายบุญวงศ์ กลางคืนนอนกันคนหนึ่ง โปรดปรานไปสมัครงานที่ มดแดง คาเฟ เสี่ยพอใจจะเอาเธอไปเลี้ยง โปรดปรานเก็บเสื้อผ้าจะไปกับเสี่ย โสวรรณห้ามไว้ให้รอพบปริกก่อน โปรดปรานไม่รอผลักโสวรรณอย่างแรง โสวรรณป่วยอยู่แล้วเลยเป็นลมล้มฟาด มารุตมาพอดี พาโสวรรณไปส่งคลินิก

มารุต เอากระเป๋าของเธอไปให้โสฬส โสฬสเห็นผลเลือดของโสวรรณแล้วช็อกไปเลย ผลเลือดของเธอเป็นบวก โสฬสรีบขนเสื้อผ้าทั้งหมดแบบย้ายบ้านแล้วเข้าห้องโสวรรณกวาดเครื่องประดับ เท่าที่เจอทั้งหมดไปมูลค่าเป็นแสนแล้วโสฬสตั้งใจป้ายความผิดให้มารุตเอา กระเป๋าของโสฬสไปให้มารุตเอาไปให้เธอที่คลินิก โสฬสเอารถของโสวรรณไปด้วย โสวรรณกลับมาที่ห้อง ไม่เห็นเครื่องประดับเธอเข้าใจว่ามารุตขโมย เธอเปิดอีกลิ้นชักที่ซ่อนเครื่องประดับที่แพงมากๆ และโฉนดที่ดินไว้ ปรากฏว่ายังอยู่ครบ โสวรรณเก็บความระแวงมารุตไว้ ทั้งๆ ที่เห็นว่าเขาไม่มีพิรุธใดๆ เลย มารุตไม่รู้จักแม้กระทั่งบัตรเอทีเอ็ม ปริกตามโสฬสเจอที่บ้านแฟนเก่าของโสฬส โสฬสพูดเรื่องโสวรรณเป็นเอดส์ เขาไม่มีวันกลับไปอยู่แฟล็ตเดียวกับโสวรรณอีกแล้ว และพูดถึงว่าเขามีเงินแสนที่จะอยู่ไปได้อีกนาน โสฬสพูดเหมือนว่าปริกมีสัมพันธ์ทางเพศกับโสวรรณ ปริกชกโสฬสและด่ากระหน่ำ โสวรรณแน่ใจว่าโสฬสเป็นคนขโมยของเธอไปหลังจากปริกบอกว่าโสฬสขนเสื้อผ้าไปหมด เอารถไปด้วย และโสฬสพูดถึงเงินแสน

มารุตดูแลโสวรรณอย่างดี ขอความรักเธอ โสวรรณบอกเรื่องเธอเป็นเอดส์ มารุตบอกไม่สนใจ ถึงเขาจะติดโรคจากเธอและจะมีชีวิตอยู่ตอไปอีกไม่นาน แต่ถ้าได้อยู่กับความสุขสมหวังที่สุดของชีวิตเขายินดีแลก เขาไม่เสียดายชีวิต โสวรรณรับปากจะแต่งงานกับมารุต ปริกไม่มีเงินพอจะเช่าแฟล็ตต่อ เขาไปนอนที่โรงงาน โสวรรณขายเครื่องประดับที่เหลืออยู่เอาเงินเซ้งตึกแถวใกล้ร้านแป๊ะ เธอเรียกปริกกลับมาอยู่ด้วย ชั้นล่างให้ปริกเปิดหน้าร้านรับซ่อมเครื่องไฟฟ้า วาลุกามีโครงการจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากจบปริญญาตรี โสฬสจะไป ด้วย โดยตั้งใจจะใช้เงินของวาลุกา เขาต้องการรวบรัดวาลุกาเป็นของเขาเพื่อผูกมัด แต่วาลุการักนวลสงวนตัวมาก เธอไม่ยอมมีสัมพันธ์กับโสฬสก่อนแต่ง มิ่งแค้นที่โสฬสไม่ดูดำดูดีโสวรรณเลย เธอแฉเรื่องโสฬสกับวัสสา เรื่องรู้ถึงวาลุกา วาลุกาไม่เชื่อมิ่ง แต่เชื่อคำแก้ตัวออดอ้อนของโสฬส อาจารย์วัชรีสะดุดใจ ถึงไม่ชอบมิ่งแต่ก็ฟังหูไว้หู อาจารย์วัชรีสืบเรื่องโสฬสเท่าที่จะทำได้ในเวลาจำกัด และรู้สึกว่าที่มิ่งพูดเกี่ยวกับโสฬสน่าจะจริง

อาจารย์วัชรีจะให้ วาลุกาไปนอกก่อนกำหนด โดยตัวเองจะไปอยู่ด้วย และระหว่างยังไม่ไปก็พยายามกันไม่ให้วาลุกาพบกับโสฬส โดยดึงวาลุกาไปไหนๆ ด้วยจนวาลุกาใจอ่อนยอมไปด้วย โสฬสให้วาลุกาดื่มเบียร์ วาลุกาไม่คุ้นเคยเลยเมา โสฬสปล้ำวาลุกา สติสัมปชัญญะที่ยังเหลือน้อยนิดทำให้วาลุการอดมือโสฬสมาได้ ขับรถมาจนมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้วฟุบเป็นลมอยู่แค่นั้น วาลุกานอนซมร้องไห้อยู่หลายวัน ไม่ยอมบอกแม่ว่าจริงๆ เกิดอะไรขึ้น แต่ยอมบอกวัสสา โสฬสพยายามติดต่อวาลุกา ความที่รักเขา วาลุกายอมพูดด้วย และต้องเจอเขาด้วยอยู่แล้วที่มหาวิทยาลัย แต่ไม่ยอมไปไหนด้วย โสฬสต่อว่าวาลุกา กลายเป็นวาลุกาเป็นคนผิดที่ไม่ยอมเสียตัวให้โสฬส วาลุกาผิดที่ไม่ยอมรอเขาไปเมืองนอกด้วย และวาลุกายังผิดอีกทุกเรื่องที่ผ่านมา วาลุกาเห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเลยที่โสฬสจะรับว่าเขาเป็นคนผิด เขาโทษคนอื่นทุกเรื่อง แม้ไม่ใช่เรื่องทีเกี่ยวกับวาลุกาก็ตาม วาลุกาเริ่มตัดใจจากโสฬสได้ มิ่งสอบเข้าเรียนแพทย์ได้กับ บุษบงกช เพื่อนสนิท

บุษบงกชโวยที่สอบเข้าได้ที่สอง แพ้นักเรียนชาย เธอเป็นพวกมีอคติต่อเพศชาย มิ่งว่าให้รอเรียนจบไปทำงานพิสูจน์ฝีมือแข่งกับหมอชายก็แล้วกัน แป๊ะกับซิ้มดีใจมากที่มิ่งสอบเข้าแพทย์ได้ แป๊ะเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะด้วยโรคถุงลมเพราะสูบบุรี่มากมาตั้งแต่หนุ่มๆ ไม่ค่อยยอมไปหาหมอ มิ่งต้องเอาความเป็นนักเรียนแพทย์มาบังคับไป มาลีมาอยู่บ้านแป๊ะด้วย เพราะสามีทิ้งไปหาผู้หญิงคนใหม่ที่เด็กกว่า ปริกติดต่อกับปัฏได้ ให้ปัฏมาเป็นลูกมือซ่อมเครื่องไฟฟ้า น้ำปรุงมากรุงเทพ น้ำปรุงเหมือนสติลอยๆ และพูดอะไรบางอย่างเหมือนจะว่าน้า ปริกว่าน้ำปรุงต้องไม่อกตัญญูผู้มีพระคุณ ไม่ควรหนีมา ปริกจะให้น้ำปรุงกลับไปช่วยน้าทำร้านเสริมสวยต่อ น้ำปรุงเงียบไม่พูดอะไรกับปริกอีกเลย น้ามาตามน้ำปรุงกลับ น้ำปรุงกลัวมาก หนีไปซ่อนที่ห้องมิ่ง น้ำปรุงเล่าให้มาลีฟังว่าที่หนีเพราะน้าสาวส่งเธอให้เป็นนางบำเรอของน้าเขย แลกกับเงินที่น้าเขยจะเอามาขยายกิจการสถานเสริมความงาม และน้ำเขยทำเลวทรามเอาเธอไปเป็นตัวแลกคู่นอนกับกลุ่มเพื่อน เธอเหลือจะทนจึงหนีมา

มาลีและมิ่งจะพาน้ำปรุงหนี แต่ลงมาเจอน้าสาวน้าเขยยืนรออยู่ ปริกบังคับให้น้ำปรุงกลับไปกับน้า น้ำปรุงไม่ยอม วิ่งเตลิดขึ้นดาดฟ้าแล้วโดดลงมาฆ่าตัวตาย โสวรรณจะฆ่าน้าทั้งสองคน แต่ถูกห้ามไว้ทัน มีดกรีดได้แค่แขนของฝ่ายชาย สองคนชั่ววิ่งหนีไป ปริกจมอยู่กับความรู้สึกผิด เมื่อรู้ว่าน้ำปรุงถูกกระทำอย่างไรมาบ้าง ทุกวันตายของน้ำปรุง ปริกจะหุงข้าวทำกับข้าวด้วยตนเองใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้ ปริกเรียนจบได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่เรียน วาลุกาเรียนจบปริญญาโท กลับมาจากต่างประเทศ เธอตัดใจจากโสฬสได้แล้ว และโสฬสไม่ได้ตามเธอไปต่างประเทศดังที่เขาบอกไว้ เขาเขียนจดหมายติดต่อเธอ ทุกฉบับบอกว่าพยายามทำงานหนักเพื่อเก็บเงินไปหาเธอ แต่เก็บไม่ได้เสียที อรุณีเอาวิดีโอหนังเอ็กซ์มาให้มิ่งดู เป็นหนังปลุกเซ็กซ์อย่างเดียวจริงๆ ไม่มีศิลปะเอาเสียเลย พระเอกของเรื่องคือ โสฬส มีกิจกรรมทางเพศโจ๋งครึ่มกับผู้หญิงนับสิบ โสวรรณว่าอย่างนี้มีหวังเป็นโรคตายก่อนเธอแน่ โสวรรณเข้าโรงพยาบาลบ่อย

มารุต ดูแลเธออย่างไม่รังเกียจ และเขาก็ยังทำอาหารขายด้วย ปริกให้มิ่งพามารุตไปตรวจเลือด และให้พูดให้มารุตเข้าใจว่าเขาควรหยุดทำอาหารขาย ให้ลูกจ้างทำแทน มิ่งรู้ข่าวว่า วาลุกา กลับจากต่างประเทศ และเข้าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเดียวกับปริก มิ่งรู้สึกใจหาย เธอไม่เคยลืมสายตาของปริกที่มองวาลุกา เป็นสายตาที่นิยมชมชอบมากๆ มิ่งคิดว่าหากวาลุกาตัดใจจากโสฬสได้ ปริกคงมีหวังในตัววาลุกา มิ่งจึงตัดสินใจฝากวิดีโอหนังเอ็กซ์ของโสฬสกับวัสสาไปให้วาลุกาดู วาลุกาได้ดูแต่เธอก็รู้ว่าตัวเองตัดโสฬสได้ตั้งนานแล้ว มิ่งพูดกับปริกอ้อมๆ เรื่องจีบวาลุกา ปริกว่าเห็นกันมาตั้งหลายปีไม่รู้ว่าจริงๆ ปริกรักใคร ปริกอยากจะพูดกับมิ่งให้ชัดเรื่องโครงการชีวิตหลังมิ่งเรียนจบ เขารู้ว่ามิ่งต้องออกไปประจำโรงพยาบาลต่างจังหวัด เขาจึงอยากแต่งงานกับมิ่งเลยเพราะแป๊ะก็ป่วยกระเสาะกระแสะจะตายวันตายพรุ่ง เขาอยากให้แป๊ะอยู่ทันได้เห็นมิ่งและเขาแต่งงานกัน มิ่งสมหวังในรัก และสมหวังที่ได้เรียกแป๊ะและซิ้มว่าอากงกับยายเสียที ทั้งมิ่งและปริกเป็นบัวที่พ้นน้ำชูดอกสวยที่เกิดจากตม โดยไม่ถูกกุ้งหอยปูปลาใต้น้ำกินเป็นอาหารไปเสียก่อน


รายชื่อนักแสดงละคร เกิดแต่ตม

รพีภัทร์ เอกพันธ์กุล รับบท ปริก
มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท มิ่งโกมุท
พาทิศ พิสิฐกุล รับบท โสฬส
น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบท โสวรรณ
ฌานิศ ใหญ่เสมอ รับบท มารุต
เด่น ดอกประดู่ รับบท แป๊ะ
พิทยาภรณ์ คชแสง รับบท ซิ้ม
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท วาลุกา
รุ้งเฑียร อูนากูล รับบท วัสสา

เกิดแต่ตม 2536

นักแสดงละคร เกิดแต่ตม

ทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง
สุวนันท์ คงยิ่ง
สาวิกา ไชยเดช

ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2536 ถึง วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2537

เก็บแผ่นดิน

เขตชายแดนไทย ชนเผ่าคาเซที่นำโดย ละยี กำลังต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินจากรัฐบาลจากสหพันธ์รัฐซาวิน ละยีมีลูกชายชื่อ นาคา ผู้ซึ่งเติบโตมาท่ามกลางการดูแลของปู่และ มินทะดา ทหารคาเซที่ศรัทธาในตัวละยี

เมื่อสงครามสงบ มินทะดาถูกส่งมาเรียนเมืองไทยกับสิพราย ที่นี่มินทะดายังได้พบกับ อองดี นักศึกษาซาวินที่หลบในไทยผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน มินทะดารักกับพันพัสสา นักศึกษาไทยแต่ถูกขัดขวางจากพ่อแม่พันพัสสาเพราะต้องการให้รักกับ ชลชาติ นายทหารหนุ่มอนาคตไกล มินทะดาถูกตามตัวกลับคาเซ พันพัสสาตัดสินใจหนีตามไปด้วย พิพัช พ่อพันพัสสาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนทหารไม่ให้ พันพัสสา ข้ามชายแดนไปได้

พันพัสสาถูกพากลับมาเมืองไทยโดยคิดว่ามินทะดาตายไปแล้ว มินทะดารอดกลับไปพบหมู่บ้านเสียหาย เขากับสิพราย และ ยะโพ คิดหัดจัดกองกำลังด้วยยุทธวิธีใหม่ กลุ่มคาเซหลายฝ่ายทะเลาะกันเรื่องวิธีชนะซาวิน นาคาพูดให้ทุกคน
คิดได้ว่าอย่าเอาเลือดพวกเดียวกันมาสังเวยให้ซาวิน

วันหนึ่งนาคาแอบเห็นกองทัพซาวินวางแผนโจมตีหมู่บ้าน นาคาพาทุกคนหนีรอดมาได้ หลังเหตุการณ์กลุ่มคาเซ
สนับสนุนนาคาเป็นหัวหน้า ในวันสถาปนานาคาประกาศว่า ต่อไปนี้…คาเซจะมีประเทศ ชลชาติทำงานอย่างหนักเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งของชนกลุ่มน้อยด้วยสติปัญญาอัน ชาญฉลาด จนชื่อเสียงขจรขจาย

พิพัชเกลี้ยกล่อมให้พันพัสสาไปเจรจารับเหมาสร้างถนนที่สถานีเรด้าทาง ทหารด้วยเหตุผลแฝงให้สอง หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกัน แม้จะเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงมาบ้างแต่จิตใจอันมุ่งมั่นเปี่ยมไปด้วยความหวัง ดีกับ ชาวบ้านอย่างแท้จริงของชลชาติ ก็ทำให้พันพัสสาเปิดใจรับเขาเข้ามาทีละน้อย

ไม่มีใครรู้ว่ายะโพหักหลังไปเข้ากับพวกซาวิน วางแผนให้จับตัวนาคาในคืนงานวัดฝั่งไทย นาคาถูกจับไปได้ หมู่บ้านคาเซก็ถูกโจมตีอย่างหนัก พวกมินทะดาจึงพากันมาปล้นยาที่ศูนย์อพยพ พันพัสสาจึงได้รู้ว่ามินทะดายังไม่ตาย พันพัสสายอมเป็นตัวประกันกลับไปหมู่บ้านคาเซ หลังจากห่างหายกันมานานมินทะดากับพันพัสสาได้สานสัมพันธ์รักต่อกันอีกครั้ง
มินทะดาพาตัวนาคากลับมาได้ นาคาประชุมกลุ่มคาเซเพื่อรวมตัวต่อสู้ โดยมีอองดีกับ พวกนักศึกษาร่วมด้วย ในระหว่างนี้ชลชาติพาลูกน้องมาลักตัวพันพัสสากลับไป

รุ่งเช้ารัฐบาลซาวิน กวาดล้างเผ่าคาเซครั้งใหญ่ นาคาเจ็บหนัก มินทะดาวางแผนปล้นในเมืองถูกล้อมจับ มินทะดา
ไม่ยิงชลชาติด้วยรู้ว่าเขาคือคนที่จะดูแลพันพัสสาได้ดีกว่าตน กองทัพนาคาถอยร่นข้ามายังฝั่งไทย ชลชาติจำต้องให้
ลูกน้องยิงสกัดไว้ พันพัสสามองภาพการต่อสู้ด้วยความปวดร้าว ร้องขอให้มินทะดาข้ามมาฝั่งไทย แต่มินทะดารู้ว่าเขาไม่สามารถดูแลพันพัสสาได้ดีเท่าชลชาติ

นาคาถูกยิงตายกลางแม่น้ำ มินทะดาแบกร่างนาคากลับสู่คาเซ ก่อนจะลับตามินทะดาหันกลับมามองภาพชลชาติกับพันพัสสาเพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ

นักแสดงละคร เก็บแผ่นดิน
ภูธเนศ หงษ์มานพ
พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น พันพัสสา
ณัฐวุฒิ สกิดใจ
อรรถพร ธีมากร,
พลวัฒน์ มนูประเสิฐ
อเล็กซ์ เรนเดลล์
ศิววงศ์ ปิยะเกศิน
สุรชัย จันทิมาธร,
วิทย์ วิจิตรานนท์
อริศรา วงษ์ชาลี

กุหลาบเหนือเมฆ

ไอริณ (พัชราภา ไชยเชื้อ) ชักชวนเพื่อนซี้อย่าง อรนุช (วรนุช วงษ์สวรรค์) ลูกสาว เจ้าสัวเจริญ (ไกรสีห์ แก้ววิมล) มหาเศรษฐีพันล้านมาร่วมหุ้นด้วยหวังว่าจะทำให้นิตยสาร Working Women มีชื่อเสียงไปด้วย แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เพราะอรนุชกลับกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด วางแผนให้ อรนิช (กรรณาภรณ์ พวงทอง) แย่ง พีรเทพ (ธีร์ วณิชนันทธาดา) คู่หมั้นของไอริณและฮุบกิจการนิตยสารไปครอบครอง ไอริณเครียดแค้นมากเลยประกาศก้องว่าจะล้มนิตยสาร Working Women ให้ได้พร้อมกับจะทำให้อรนุชและอรนิชจนปวดอย่างที่สุด

 

หลังจากนั้นเธอ เลยคิดที่จะเปิดตัวนิตยสาร Chic Women มาแข่งกับอรนุช แต่ติดตรงที่เธอไม่มีเงินลงทุน ดังนั้นเพื่อนสนิทอย่าง เลอลักษณ์ (ณัฎฐินี เจียรวนนท์) จึงยืนมือเข้ามาช่วย หลังจากที่ คุณหญิงดาริกา (ดวงดาว จารุจินดา) ป้าแท้ ๆ ของไอริณทราบเรื่องเลยขอร่วมหุ้นด้วย ทำให้ไอริณมีเงินไปคืนเลอลักษณ์ได้ เพียงสองปีนิตยสารของไอริณก็มีชื่อเสียงขึ้นมา แต่อรนุชกับอรนิชกับเล่นลูกไม้สกปรกโดยใช้ชื่อเจ้าสัวแย่งเอาลูกค้าที่ซื้อ แอดโฆษณาในนิตยสารเธอไป ทำให้เธอต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น

 

วันหนึ่งเธอ ได้มีโอกาสพบกับ อนาวิน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายหนุ่มที่อรนุชรักโดยบังเอิญกับอุบัติเหตุเดินชนกันจนกาแฟหกรดราดเสื้อผ้า ของอนาวินทำให้เขาไม่พอใจ เพราะเขาต้องรีบไปพบลูกค้า ทำให้ไอริณเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซลล์แมน เลยแสดงความรับผิดชอบโดยการพาเขาไปเปลี่ยนชุดที่ห้องของเลอลักษณ์แล้วยืม เสื้อผ้าของ คิมหันต์ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) มาให้เขาใส่ต่อ จากนั้นเธอก็ไปเจอเขาอีกครั้งที่ร้านอาหาร ขณะที่เขากำลังนั่งคุยกับ คุณอาทร (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) พ่อของเขาที่หนีแม่คือ คุณบุปผา (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ออกมา ส่วนไอริณที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดว่าเขากำลังพยายามขายสินค้าอยู่ เลยหวังดีเข้าไปช่วยพูดขายสินค้าให้ แล้วก็เรียกอนาวินว่าคุณกาแฟ ซึ่งอนาวินจำใจให้ไอริณเรียก เพราะไม่อยากทำให้เธอหน้าแตก หลังจากนั้นไอริณก็ได้รู้จักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขา

 

จากนั้นไม่นานไอริณทราบข่าวว่านิตยสาร Working Women จะจัดงานครบรอบ 3 ปี โดยมีแผนจะประกาศความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญาขายโฆษณาให้กับห้างสรรพสินค้า ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมี วาริรินทร์ (อังคณา ทิมดี) เป็นเจ้าของและมีแผนประกาศหมั้นของอรนุช ซึ่งไอริณประกาศจะทำลายทั้ง 2 แผนการ

 

เธอพยายามติดต่อสร้างความสัมพันธ์กับวาริรินทร์แต่ก็ไม่เป็น ผล โดยสืบรู้มาว่าวาริรินทร์แอบมีความสัมพันธ์ลับรักต่างวัยกับนายแบบหนุ่ม นิค (วินเซนต์ คินนี่) ซึ่งไอริณปล่อยว่าอรนิชสนใจนิคเป็นการส่วนตัว แล้วก็เดินหน้าสร้างความแตกแยกให้อรนิชและพีรเทพแตกคอกัน โดยหลอกให้พีรเทพมาเจอที่ผับแล้วส่งสาวโคโยตี้เซ็กซี่ไปประกบ พร้อมกับส่งข่าวให้ปาปารัชซี่ทำให้อรนิชเสียหน้าและโกรธมากต้องการประชดพีร เทพด้วยการทำท่าทีสนใจนิคออกนอกหน้า สร้างความไม่พอใจให้กับวาริรินทร์จนถึงกับยกเลิกการเซ็นสัญญาโฆษณาแล้วไป ซื้อโฆษณากับชิค วูแมนแทนในวันก่อนหน้าที่จะมีงานฉลองครบรอบ 3 ปี นั่นก็ทำให้แผนการไอริณสำเร็จไป 1 ข้อ

 

ต่อจากนั้นไอริณก็สั่งให้ เรวัติ (ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัฒน์) สืบเรื่องของแฟนอรนุชซึ่งเรวัติหนักใจมาก เพราะแฟนอรนุชก็คืออนาวินเพื่อนรักสมัยเรียนของเขา เรวัติจึงพยายามโน้วน้าวใจให้ไอริณเปลี่ยนใจแต่ไม่เป็นผล เรวัติเลยตัดสินใจบอกไอริณว่าแฟนอรนุชชื่อวิน เป็นรองประธานบริษัทไนน์อาร์คิเทค ซึ่งข้อมูลแค่นี้ก็ทำให้เธอมั่นใจว่าสามารถจัดการได้เลยวางแผนไปดักพบที่ ไซต์งานเพื่อว่านเสน่ห์ให้เขามาตกหลุมรักและประกาศเลิกหมั้นกับอรนุช แต่เธอดันซุ่มซ่ามเดินชนกับอนาวินล้มลงก้นกระแทกพื้น อนาวินเลยต้องพาไปส่งบ้าน

 

พอไอริณรู้ว่าอนาวินทำงานในบริษัทไนน์อาร์ คิเทคก็เลยมัดมือชกโดยให้อนาวินร่วมแผนการด้วย ซึ่งอนาวินก็อยากรู้ว่าไอริณจะมีแผนการอะไรต่อไป จนอนาวินรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเรวัติเลยวางแผนซ้อนแผนใช้ วิทวัส (เจจินตัย อันติมานนท์) มาปลอมตัวเป็นอนาวินแทน โดยให้ข้อเสนอว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งถ้าผ่านการทดสอบในครั้งนี้ซึ่งเขาก็รับข้อเสนอนั้น

 

แผนการเลยเริ่มต้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น จู่ ๆ ไอริณก็เริ่มสงสัยพฤติกรรมแปลก ๆ ของอนาวินและเรวัติ เธอเลยตัดสินใจสืบจนรู้ว่าอนาวินคือแฟนของอรนุช ทำให้เธอคิดว่าอนาวินและอรนุชร่วมมือกันหลอกเธอ เธอเลยคิดกลั่นแกล้งทั้งคู่ โดยโทรศัพท์ไปหาอนาวินด้วยน้ำเสียงน่าสงสารขณะอยู่กับอรนุช ด้วยความเป็นห่วงอนาวินเลยไปพบไอริณที่บ้าน ไอริณรู้ตัวว่าตัวเองคงแพ้อรนุชแล้วเลยวางแผนตั้งกล้องถ่ายคลิปตัวเองกับ อนาวินส่งไปให้อรนุชดู แต่ทว่าด้วยความเศร้าเสียใจที่โดนหลอก ไอริณกลับร้องไห้ออกมาเพราะคิดว่าสิ่งที่อนาวินทำดีกับตนเป็นการหลอกลวง อนาวินพยายามปลอบทำให้เขาเผลอจูบเธอ ไอริณโกรธมากเลยไล่เขาออกไป โดยไม่ยอมพูดคุยปรับความเข้าใจแม้แต่นิดเดียว

 

ส่วนอรนิชก็หลงใหลนิคมากเลยคิดวางแผนที่จะครอบครองเขาคนเดียวพร้อมทั้งเขี่ยพีรเทพทิ้ง โดยการแอบนำคลิปที่นิคถ่ายวาริรินทร์อย่างวาบหวามออกมาปล่อยว่อนเน็ต จนวาริรินทร์เสียชื่อเสียง นิครู้ความจริงเลยต่อว่าอรนิชและประกาศว่าตนเองรักวาริรินทร์ทำให้อรนิชเสียหน้า แล้วพีรเทพที่โดนอรนิชเขี่ยทิ้งก็หมดตัวเลยคิดที่จะหาเงินโดยการนำคลิปลับของอร นิชไปขายแต่ได้ราคาไม่ดี เลยนำไปต่อรองกับไอริณ พอได้ดูคลิปก็สงสารอรนิชเลยหลอกล่อเอาคลิปวิดีโอจากพีรเทพมาโดยการแกล้งกลับ มาคืนดีด้วย พีรเทพย่ามใจจูบไอริณขณะเผลอ จนอนาวินมาเห็นเลยเข้าใจผิดเขาเลยพยายามตัดใจจากไอริณ

 

ส่วนเลอลักษณ์ กับเรวัติกำลังจะแต่งงานกัน เพราะเลอลักษณ์เกิดตั้งท้องกับแฟนเก่าอย่างคิมหันต์ แต่คิมหันต์ไม่รับผิดชอบแถมปล่อยข่าวว่าเลอลักษณ์เป็นผู้หญิงใจแตก สร้างความเสื่อมเสียให้เลอลักษณ์จนไม่อยากจะแต่งงานเพราะอับอาย ไอริณจึงสืบหาคนปล่อยข่าวจนรู้ว่าเป็นอรนุชและอรนิช เลยไปหาคิมหันต์เพื่อจะให้มาแถลงข่าวขอโทษที่ปล่อยข่าวทำให้เลอลักษณ์เสีย หาย โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะให้ตำรวจไปทลายปาร์ตี้ยาอีแล้วออกข่าวว่าคิมหันต์เป็น สายให้ตำรวจ เขาเลยจำใจตกลง

 

นอกจากนั้นไอริณก็นัด 2 สาวมาพบก่อนแถลงข่าว แล้วนำภาพวิดีโอลับของพีรเทพและอรนิชมาคืนเพื่อแสดงความจริงใจและขอให้อรนุช อยู่ร่วมงานแถลงข่าวต่อเพื่อช่วยแก้ข่าวให้เลอลักษณ์ อรนิชซาบซึ้งใจที่ไอริณไม่คิดจะทำลายตนแต่อรนุชไม่ยอมเพราะการออกมาขอโทษ เท่ากับยอมรับว่าเป็นคนปล่อยข่าว ไอริณจึงจำใจโชว์ภาพเธอกับอนาวินให้อรนุชดู จนอนาวินแอบได้ยินเลยน้อยใจที่ไอริณแอบถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อนำมาแก้แค้นอรนุช เท่านั้น

 

รายชื่อนักแสดงละคร กุหลาบเหนือเมฆ

ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ แสดงเป็น อนาวิน / คุณกาแฟ
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น ไอริณ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น อรนุช
กรรณาภรณ์ พวงทอง แสดงเป็น อรนิช
ณัฎฐินี เจียรวนนท์ แสดงเป็น เลอลักษณ์
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ แสดงเป็น เรวัติ
ธีร์ วนิชนันทธาดา แสดงเป็น พีรเทพ
นพพล พิทักษ์โล่พานิช แสดงเป็น คิมหันต์
นันทศัย พิศลยบุตร แสดงเป็น อนิรุทธิ์
เจจินตรัย อันติมานนท์ แสดงเป็น วิทวัส
นาท ภูวนัย แสดงเป็น พิธาน
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น คุณหญิงป้าดาริกา
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ แสดงเป็น คุณบุปผา
อังคณา ทิมดี แสดงเป็น วาริรินทร์
วันชัย เผ่าวิบูล แสดงเป็น คุณป๋า
พงษ์ประยูร ราชอาภัย แสดงเป็น อาทร
อำพันธุ์ งามจิตสุขศรี แสดงเป็น เดือนเต็ม
ไกรสีห์ แก้ววิมล แสดงเป็น เจ้าสัวเจริญ
วินเซนต์ คินนี่ (วินนี่) แสดงเป็น นิค
นันท์นภัส ภัทรายุตวรรตน์ แสดงเป็น นิชา
พิมพ์ศิริ คชหิรัญ แสดงเป็น โสภิตา
พรอนันต์ ศรีจันทร์ แสดงเป็น ป้าสร้อย
พีรุตม์ สวนสุข แสดงเป็น นายจำรัส

ออกอากาศ จันทร์-อังคาร 21 ธันวาคม 2552 – 9 กุมภาพันธ์ 2553

กิ่งไผ่

แม้จะไม่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย แต่เขาก็ยังรำลึกถึงคุณของแผ่นดินที่เคยให้พึ่งพักอาศัยในยามที่พลัดบ้านเมืองมา

ละครเรื่องนี้เป็นละครย้อนยุคประมาณรัชกาลที่ 7-8 จุลจิตต์ เป็นลูกบ่าวในบ้านของท่านองค์พระ เป็นเด็กจีนที่อยู่ในบ้านของผู้ดีชาวไทยแล้วจะโดนคนแกล้งแต่จะมีคุณฟุ้ง ที่เป็นลูกเจ้านายคอยช่วยเหลือ แต่ตอนหลังมีญาติรับไปอยู่ต่างประเทศ ไปเรียนวิศวกรที่อเมริกา และได้สัญชาติอเมริกันแต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นไทย ไม่ลืมความกตัญญู พอกลับมาอีกครั้งหนึ่งเป็นวิศวกรชื่อ จอห์น ลี ซึ่งตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป คุณฟุ้งกลายเป็นโจรต้องไปอยู่ในป่า ส่วนจุลจิตน์เป็นวิศวกร แล้วคุณฟุ้งก็มาเป็นลูกน้องในเหมือง  วิถีชีวิตของคนสองคนจากบ่าวกลายเป็นวิศวกร แล้วจากลูกเจ้านายกลายเป็นชีวิตอีกแบบหนึ่งตกต่ำผกผัน

กำนันอี๊ด

กำนันอี๊ด (เอมี่ กลิ่นประทุม) เป็นกำนันหญิงแห่งตำบล หนองน้ำใส เธอได้เป็นกำนันเพราะมีพ่อเป็นกำนันมาก่อนคือ กำนันอ้อ ซึ่งกำนันอ้อจัดว่ามีฐานะ ทำสวนผลไม้ ทำไร่ ทำฟาร์ม ก็เพราะแม่อ้อยของกำนันอี๊ดมีฐานะ

เมื่อกำนันอ้อเสียชีวิตกระทันหัน กำนันอี๊ดซึ่งติดตามทำงานให้แก่ตำบลเคียงข้างมากับพ่อจึงได้รับความไว้วางใจ และได้แรงสนับสนุนรวมทั้งแรงขอร้องให้เธอขึ้นเป็นกำนันตำบลหนองน้ำใสตามพ่อ เธอ

กำนันอี๊ดขาดแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบก็ไม่มีแม่แล้ว จึงต้องช่วยพ่อมากกว่าเดิม คือต้องทำงานบ้าน ต้องเลี้ยงน้องคนเดียว นั่นคือ น้องแอ้ม (อัมรินทร์ ธีราธนันพัฒน์)น้องสาว กำนันอี๊ดจึงรักน้องแอ้มมาก ความรักที่พี่มีต่อน้องได้รับการบวกความรักเสมือนเป็นแม่เข้าไปด้วย เพราะต้องดูแลน้องแทนแม่ที่จากไป น้องแอ้มจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของกำนันอี๊ด เรียกได้ว่า ใครมาทำอะไรน้องแอ้ม กำนันอี๊ดจะปี๊ดจนบางทีลืมคิดหน้าคิดหลัง เพราะกำนันอี๊ดให้สัญญากับแม่ไว้ ว่าจะรัก และดูแลน้องแอ้มให้เหมือนที่แม่รัก

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดเติบโตมาเหมือนเด็กในต่างจังหวัดที่พ่อแม่สอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมเป็นกุลสตรีแต่ความที่พ่อชอบพากำนันอี๊ดไปไหนต่อไหนด้วยเวลาออกไป ปฏิบัติหน้าที่กำนัน กำนันอี๊ดจึงติดความแข็งแกร่งจากพ่อมาด้วย ดังนั้นจึงมีนิสัยลึกๆ ของผู้ชายที่ไม่ชอบใช้อารมณ์จนเกินงาม และมีความคิด ตัดสินใจได้เด็ดขาด และรู้จักควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกของตนเองรวมทั้งรู้จักหน้าที่ และเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดก็เหมือนเด็กหญิงที่เรียบร้อยแฝงแววแก่น มีเพื่อนฝูงมากมาย ทั้งชายหญิง และมีเพื่อนหลายวัยเพราะไปไหนกับพ่อบ่อย ในหมู่เพื่อนของกำนันอี๊ด มีหนุ่มน้อยผู้หนึ่ง ชื่อ พิทักษ์ (อานัส ฬาพานิช) เขาแก่กว่าเธอ 7 ปี และออกจะเป็นเพื่อนที่พิเศษสำหรับเธอ เพราะพิทักษ์เปรียบเสมือนไอดอลของเด็กๆ ที่หนองน้ำใส

พิทักษ์เป็นลูกชาวนาจนๆ ที่สุดท้ายก็ต้องเสียที่นาของตนให้กับนายทุน แล้วจึงไปทำงานรับจ้างในไร่ ทำให้พิทักษ์ตั้งเจตนารมย์ไว้ว่า เขาต้องเรียนให้ดี เรียนให้สูง และหาทางมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนให้จงได้ โดยเฉพาะ พัฒนาคนให้รู้จักรู้เท่าทันคน

พิทักษ์จึงตั้งใจเรียน และเรียนเก่งจนได้ทุนมาโดยตลอด เป็นที่โจษขานในตำบล อำเภอ และจังหวัด เด็กๆ ที่ดีๆ หลายคน จึงมองพิทักษ์เป็นไอดอลของพวกเขา ในขณะที่เด็กไม่ดีก็จะอิจฉาริษยาเขาเป็นธรรมดา

พิทักษ์ และกำนันอี๊ดเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ความที่พิทักษ์เก่ง และดี จึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้อง หัวหน้าชั้นเรียน หัวหน้านักเรียนมาโดยตลอด และเขาก็รัก และดูแลเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องเป็นอย่างดี

กำนันอี๊ดเองก็ประทับใจเขามาตลอด ยามเย็นเขาเคยเดินมาส่งเธอที่บ้าน แม้ว่าบ้านเขาจะไกลไปอีกตำบล แต่วันนั้น กำนันอี๊ดเล่นซน ตกต้นไม้ขาแพลง พ่อมารับไม่ได้ พิทักษ์ก็มาส่งเธอ

ครั้งหนึ่งเคยลื่นตกน้ำตก พิทักษ์ก็เคยลงไปช่วย และที่โรงเรียนพิทักษ์ก็เคยก่อความดี ความประทับใจทิ้งไว้ให้เมื่อเกิดเรื่องหนึ่งขึ้น คือกำนันอี๊ด และเพื่อนๆ ไปเล่นเจาะห้องน้ำครู แต่ไม่ได้แอบดู กะเจาะเพราะครูไม่ดี ให้ครูมีคนมาแอบดู ครูรู้ จับพวกเธอได้ แต่พิทักษ์ก็ออกหน้ารับไว้ว่าเขาเป็นคนเจาะจนปีสุดท้าย เขาอดเป็นประธานนักเรียน อีกทั้งหลายเย็นที่พิทักษ์และเพื่อน เล่นกับน้องๆ อย่างกลุ่มเธอ เขาสอนเรื่องการพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ จนพับเป็นกระดาษทายใจ พอเลิกเล่น ต่างก็เก็บกลับบ้านกันไป แต่กำนันอี๊ดไม่ชอบแย่งกับเพื่อนๆ และคนอื่น พิทักษ์เห็นแล้วก็เลยพับให้เธอต่างหาก 1 ชิ้น ซึ่งกำนันอี๊ดก็เก็บเอาไว้ และเก็บความประทับใจในวัยเด็กนี้ไว้จนแม้กระทั่ง พิทักษ์ได้ทุนไปเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และเรียนรัฐศาสตร์ จนไปจบปริญญาโทที่เมืองนอก จนกระทั่งวันที่เธอได้เป็นกำนัน และเก็บไว้ทุกวันเสมอมา

เด็กหลายๆ คนเก็บพิทักษ์เป็นไอดอล แต่กำนันอี๊ด กลับหวั่นไหวเมื่อรู้ว่าพิทักษ์กำลังจะกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่บ้านเกิด หลายคนไปรับพิทักษ์ กำนันอี๊ดก็แอบไปเฝ้ามอง แต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวเขาจะจำไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นกำนันเป็นผู้ใหญ่บ้าน

พอคืนเลี้ยงต้อนรับปลัดพิทักษ์ ทั้งสองก็ได้พบกัน และกำนันอี๊ดได้เห็นความเปลี่ยนไปของพิทักษ์ เขาเคร่งขรึมขึ้น และมีกรอบมากเหลือเกิน ดูไม่ร่าเริง อารมณ์ดี น่ารักเหมือนสมัยยังเด็ก แถมออกความเห็นให้เธอเลิกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไปทำให้เธอค่อนข้างผิดหวัง

พอได้มาร่วมงานกันมากขึ้น ผู้ใหญ่อี๊ดก็ได้เห็นว่าปลัดพิทักษ์นั้น แม้จะมีความสมัยใหม่แบบตะวันตกแต่ก็ยังมีกรอบความเชื่อแบบตะวันออก ที่ว่า ผู้ชายเจ๋งสุด ผู้ชายเท่านั้น ที่จะเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับพิทักษ์ เขาฝังใจว่า ที่นาที่ครอบครัวของเขาสูญเสียไปเกิดจากแม่ที่ก้าวเข้ามา ทำหน้าที่ผู้นำครอบครัว และผู้หญิงอ่อนไหวเกินไปในการตัดสินใจ

ทั้งอี๊ด และพิทักษ์ร่วมงานกันมาก็ทำงานด้วยกันได้ แต่ละโปรเจคก็ต้องมีเรื่องให้บาดหมาง น้อยใจ คิดมาก เกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะกับใจของอี๊ด จนอี๊ดได้เป็นกำนัน และปลัดพิทักษ์ได้เป็นนายอำเภอพิทักษ์

กำนันอี๊ดได้รู้ตัวว่า ตนเองมีใจให้กับนายอำเภอพิทักษ์โดยไม่รู้ตัว อาจเกิดจากความฝันฝังใจในวัยเด็กซึ่งกำนันอี๊ดก็พยายามสลัดความรู้สึกนั้น ให้ออกไปให้ได้เพราะเห็นว่า มีบางอย่างของนายอำเภอพิทักษ์ที่เธอรับไม่ได้ โดยเฉพาะความเป็นคนติดกรอบ มีความเป็นผู้ชายเกินไป และหูเบาเป็นที่สุด

ส่วนนายอำเภอพิทักษ์ ครั้งเมื่อพบกำนันอี๊ดตอบโตแล้ว เขาเห็นว่าเธอสวยขึ้นมาก แต่ในส่วนลึก เขาเป็นคนทำอะไรมีแบบมีแผน และมุ่งมั่นทำงาน ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วเขาก็สนใจเธอ และแอบเผลอใจไปบ่อยๆ เพียงแต่ไม่แสดงออกในวิธีที่ถูกต้อง ชอบใช้ความเผด็จการของผู้ชายและผู้นำเข้าจัดการ ใช้คำพูดไม่เป็น ปฏิบัติตัวไม่เป็น ทั้งสองจึงดูจะยากที่จะลงเอยกันได้ในเรื่องของความรัก

แต่ที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือ การทำเพื่อชุมชนทำเพื่อท้องถิ่นแผ่นดินบ้านเกิดของตน ดังนั้นปณิธานนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมคนทั้งสองไว้ ให้ได้พบกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อมา

เรื่องที่เริ่มทำความสัมพันธ์พัฒนาชัดเจนขึ้น เมื่ออำเภอหนองน้ำใสได้ต้อนรับปลัดใหม่อีกคนคือปลัดตริณ อัศดง (นวพล ภูวดล)ซึ่ง เป็นลูกชายนักการเมืองและคุณแม่ไฮโซ ที่ถูกเลี้ยงหล่อหลอมอบรมมาอย่างประเภทประคบประหงมมีแม่นมดูแล ซึ่งได้ถูกส่งมาประจำอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใส

ปลัดตริณจัดเป็นคุณหนู ที่จะเป็นก็เฉพาะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ แต่พอพ้นจากบ้าน จากความเก็บกด ตริณจะปลดปล่อย ด้วยการแสดงทีท่าก้าวร้าว โผงผางบ้างเป็นบางขณะ ทั้งๆ ที่ลึกๆ เขาก็หลุดแอบนิ่มอยู่เสมอ

ปลัดตริณเมื่อมาถึงหนองน้ำใส ก็พบกำนันอี๊ด และประทับใจมาก จนแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ และชอบ จนรู้สึกอยากจะคบกำนันอี๊ดเป็นแฟน ในขณะที่เขา และน้องแอ้ม น้องสาวสุดที่รักของกำนันอี๊ด ก็พัฒนาความสัมพันธ์ควบคู่กันไป

การที่ปลัดตริณมาชอบกำนันอี๊ดก็ทำให้กำนันอี๊ดออกจะเสียศูนย์อยู่เหมือนกัน เพราะปลัดตริณก็หล่อมากไม่แพ้นายอำเภอ แต่อ่อนโยนกว่ามาก แต่กำนันอี๊ดก็พอจะรู้ว่า น้องแอ้มเองก็สนใจปลัดอยู่จากพัฒนาการของการรู้จักกันของทั้งสอง

ฝ่ายนายอำเภอพิทักษ์ เมื่อเห็นว่าปลัดตริณดูท่าจะสนใจกำนันอี๊ด ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตนเองที่มีต่อกำนันอี๊ด แต่ความที่เป็นคนอยู่ในกรอบกฎที่ตนเองตั้งดักไว้ ก็ทำให้เขาต้องเป็นผู้ร้ายปากแข็ง รักนะแต่ไม่แสดงออก แสดงออกก็แปลกๆ น่ารักไปอีกแบบ

เรื่องราวของความรัก ได้ถูกพัฒนาไปพร้อมกับเรื่องราววุ่นๆ ของท้องถิ่นหนองน้ำใสในขณะที่กำนันอี๊ดต้องบริหารจัดการ ปราบอธรรมชุมชนเพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้หญิงก็ทำได้ และสานต่อเจตนารมย์ของพ่อให้ลุล่วง

ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น ได้มีศัตรูลับและศัตรูที่พร้อมจะเปิดเผยของกำนันอี๊ดซึ่งก็มีเฮียไล้ (ไพโรจน์ ใจสิงห์) และ ลูกชาย เหล่านายทุน นักธุรกิจที่มองพื้นที่หนองน้ำใสตาเป็นมัน เพราะเป็นที่สวยน่าจะไปสร้างเม็ดเงินทางธุรกิจได้มาก แล้วยังมีกลุ่มเจ๊ฮง (อรุโณทัย จิตรีขันท์)จอมเม้าท์เพิ่มดีกรีของเรื่อง รวมไปถึงกลุ่มที่อยากขึ้นมาบริหารแทนกำนันอี๊ด คอยเป็นอุปสรรคในการทำงาน

อุปสรรคสำคัญอีกอย่าง ก็คืออุปสรรคทั้งเรื่องการงาน การรักษาบ้านเกิดอันเกิดจากกลุ่มนักธุรกิจชาวเมืองกรุงที่เฮียไล้ไปสมคบคิด เจ้าของบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มหาโปรเจค .. อย่างเจ้าสัวพูนศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ที่มีลูกสาวสวยหยาดเยิ้มผู้ชื่อแพรเพชร (อัจฉรียา อินสว่าง)

ไพศาลเข้ามาเพื่อเพิ่มทุนหนุนเฮียไล้ ดูดี และชักใย ขณะลูกสาวแสนสวยก็ดูดี และทำให้นายอำเภอรวมทั้งปลัด ไขว้เขวได้ทุกที

ปลัดตริณเดินทางมาถึงหนองน้ำใส ในวันหนึ่ง ในช่วงนั้นเกิดคดีไก่หายขึ้น และกำนันอี๊ดก็สามารถหาตัวผู้ร้ายขโมยไก่ได้ด้วยความเสียสละของตนทั้งเงิน และเวลา รวมทั้งความร่วมมือของครูพักตร์ (จินตรา พูนลาภ) น้องแอ้ม และนายวาน (เอกชัย ศรีวิชัย) ปลัด ตริณได้เห็นความสามารถของกำนันอี๊ด ทั้งทางด้านการบริหาร และภูมิปัญญาชาวบ้าน เขาสนใจเธอในขณะที่นายอำเภอพิทักษ์เห็นเป็นธรรมดา แม้จะไม่ธรรมดาแต่ปิดใจยอมรับ

กำนันอี๊ดได้คิดโครงการไว้โครงการหนึ่ง นั่นก็คือโครงการฟื้นฟูวัฒนธรรม และของดีตำบลขึ้นมา เพราะเมื่อก่อน ตำบลหนองน้ำใส ขึ้นชื่อเรื่อง นาสามัคคี คือการทำนาโดยมีการร่วมมือร่วมใจกัน และมีเทศกาลเกี่ยวข้าวของตำบล เป็นบ่อเกิดของพ่อเพลงแม่เพลงมาแต่ครั้งก่อน ซึ่งในเทศกาลนี้ ได้บรรจุไว้ 7 วัน 7 คืน เมื่อชาวบ้านเกี่ยวข้าวร่วมกัน ร้องเพลงกัน ก็จะมีงานรื่นเริงที่วัดจากนั้น จะมีการละเล่นเริงน้ำตก และอื่น ๆ กำนันอี๊ดเห็นว่าหายไป ก็อยากนำกลับมาเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของท้องถิ่นตน และนำไปสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ด้วยการนำเสนอตัวตนของท้องถิ่น หรือตัวตนของตนเอง

โครงการนี้ แน่นอน ขัดใจเฮียไล้และนักธุรกิจ แต่ท่านผู้ว่าฯ กลับเห็นด้วย มอบหมายให้นายอำเภอพิทักษ์ไปช่วยจัดการดูแลกับกำนันอี๊ด ซึ่งนายอำเภอพิทักษ์เอง ก็ไม่เชื่อนักว่าจะประสบความสำเร็จ จึงทำไปตามหน้าที่

กำนันอี๊ดและเพื่อนๆ จึงมีอุปสรรคมากมายหลายเหตุการณ์ และจากหลายคนที่ทั้งรักทั้งแค้น .. เป็นอุปสรรคที่ท้าทายแนวความคิด และความฮาจากผู้ชม จากไก่หายไปจนถึงเรื่องของการรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบประเพณี และวัฒนธรรมรวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

ออกอากาศเมื่อ 27 มิถุนายน 2552-12 กันยายน 2552  ทุกวันเสาร์ เวลา 11.15 น.

กาษา นาคา

พงศ์พญา พบกับ วาดจันทร์ ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในงานบั้งไฟพญานาค เมื่อแรกพบทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันทันที พงศ์พญามีความศรัทธาในงานศิลปะ หลงใหลในพระพุทธศาสนา พงศ์พญามีดูบั้งไฟพญานาคกับ วินตา หญิงสาวที่หลงรักพงศ์พญาข้างเดียว และสองพี่น้อง อู๋ กับ อี๋ ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ เขาได้ไปดูงานศิลป์ของ พิสุทธิ์ พ่อของวาดจันทร์ ที่นี่พงศ์พญาพบกับวาดจันทร์อีกครั้ง

และ วินตาก็ได้พบกับภาพวาด “โอบมหานที” ที่พิสุทธิ์วาดค้างไว้ เธอรู้สึกปรารถนาอยากได้ภาพวาดนี้มาก วินตาได้ภาพวาดนี้มาด้วยการเสนอราคาอย่างงาม วาดจันทร์ไม่อยากเห็นภาพนี้จึงแอบขายให้เธอ ทั้งที่พิสุทธิ์ต้องการเก็บไว้เอง เพราะรู้ว่าถ้าไปอยู่กับคนอื่นจะเป็นภัยกับวาดจันทร์ วินตาโกรธที่วาดจันทร์รักกับพงศ์พญา จึงใช้สมาธิเพ่งไปที่รูปทำให้เธอมีพลังวิเศษสามารถบังคับนกไปทำร้ายวาด จันทร์

ซึ่งเธอเองก็กลัวนกนักหนาเช่นเดียวกับพงศ์พญา พงศ์พญาพาวาดจันทร์ไปหา บุญนารี แม่ของเขา วินาทีแรกที่เห็นวาดจันทร์ก็รู้สึกเกลียดและชิงชังบุญนารีทันที แต่กลับไม่รู้สึกอะไรกับ ปรากรม พ่อของพงศ์พญา นับวันความรักของพงศ์พญากับวาดจันทร์ก็เพิ่มขึ้นจนล้นใจ ความรู้สึกโหยหาซึ่งกันและกันอย่างแปลกประหลาดนี้ไม่ใช่ความรักธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบางอย่างจากอดีตชาติ ที่มิได้มีแค่พงศ์พญากับวาดจันทร์เท่านั้น

แต่ยังมีบุญนาและวินตาอยู่ด้วย และสัญญาณลึกลับอีกอย่างกับวาดจันทร์คือ เธอไม่ถูกกับพระเข้าวัดไม่ได้ ทุกครั้งที่อยู่ในเขตวัด เธอจะมีอาการประหลาดที่ทำให้ตัวเองทุกข์ทรมาน นรวิชญ์ ถูกพิสุทธิ์ขอร้องให้จีบวาดจันทร์เพื่อดึงเธอออกมาจากพงศ์พญา แม้นรวิชญ์จะรักวาดจันทร์แต่ก็ดึงเธอออกมาไม่สำเร็จ เพราะวาดจันทร์ยึดมั่นแต่พงศ์พญาคนเดียว สุดท้ายก็ต้องถอดใจหันมาสนใจ วิภาดา เพื่อนรักของวาดจันทร์แทน

ตั้งแต่วาดจันทร์ขายภาพโอบมหานที ให้วินตาไป เธอก็ถูกนกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง พิสุทธิ์จึงให้คนไปซื้อภาพนั้นคืน แต่วินตาไม่ยอมขายให้ วินตาใช้ภาพนั้นมาทำร้ายวาดจันทร์ด้วยการเพ่งสมาธิไปที่ดวงตาของนก ทำให้เธอมีพลังสามารถบังคับนกมาทำร้ายวาดจันทร์ได้ทุกครั้ง วินตากับพงศ์พญาทำงานซ่อมแซมวัดจากงานประมูลด้วยกัน วาดจันทร์หึงหวงคนทั้งคู่จึงตามมาอาละวาดที่วัด

ทำให้เธอถูกพลังลึก ลับจากวัดทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ วินตาต้องการทำให้วาดจันทร์แย่ในสายตาพงศ์พญา แต่เขากลับสงสารเธอมากขึ้น นั่นเป็นเพราะกรรมของคนทั้งคู่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว บุญนารีรู้เรื่องราวในอดีตชาติของเธอ พงศ์พญา วาดจันทร์ และวินตา จาก หล่อพ่อปุ่น ว่าบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญามาจากวาดจันทร์เพื่อพาไปบวช ทำให้วาดจันทร์ออกตามหาอย่างทุกข์ทรมาน

สุดท้ายเธอก็ถูกวินตาซึ่ง เป็นพญาครุฑในตอนนั้นจิกตีจนตัวตาย เรื่องนี้พิสุทธิ์และบุญนารีรู้เรื่องดีแต่ไม่ได้เล่าให้วาดจันทร์ฟัง บุญนารีจึงหวาดกลัวว่าชาตินี้พงศ์พญาจะหนีไปบวชเหมือนในอดีต และเขาเคยบวชมาแล้ว 2 ครั้ง ถ้าบวชครั้งนี้ 3 เขาจะบวชไปตลอดชีวิต วาดจันทร์ไม่รู้เรื่องราวอดีตตัวเอง แต่รู้ว่าเธอมีพลังพิเศษและฝันเห็นตัวเองเป็นงูอยู่ในถ้ำบ่อยๆ เธอฝันเห็นบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญาไป

จึงทำให้เธอเกลียดบุญนารีมากกลัวว่าจะมาพรากเขาไปบวชเหมือนชาติก่อน วาดจันทร์มีอาการแปลกๆ ปวดหัวรุนแรงบ่อยๆ และทุกข์ทรมานจนพงศ์พญาสงสาร จึงขอเธอแต่งงานเพื่อคอยปกป้องดูแลเธอ วินตาถูกครอบงำด้วยคำสั่งของ ลุงสม และ บุรินทร์ พ่อของเธอ เพื่อให้กำจัดศัตรูคือพงศ์พญา วินตารักพงศ์พญามากแต่ถูกอำนาจลึกลับบังคับ เธอจึงบังคับจิตให้นกไปทำร้ายพงศ์พญาจนบาดเจ็บหนัก

เหตุการณ์นั้น ครั้งนั้นทำให้วินตาสำนึกผิด เธอจึงตัดสินใจนำภาพโอบมหานทีไปเผาทิ้ง หลังจากวาดจันทร์กับพงศ์พญาแต่งงานกันแล้ว วาดจันทร์ก็มีอาการประหลาดรุนแรงขึ้น เธอเป็นคนรักแรง เกลียดแรง เกลียดบุญนารีโดยที่เธอไม่รู้เหตุผล เกลียดจนทำร้ายแม่คนรักเข้าไปนอนโรงพยาบาล พงศ์พญาทุกข์ใจมากที่วาดจันทร์มีอาการประหลาดจนหมอรักษาไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจขออนุญาตวาดจันทร์ไปบวชอีกครั้ง

แม้จะรู้ว่า ถ้าเขาบวชอีกครั้งเขาจะต้องบวชไปตลอดชีวิต แต่คิดว่าผลบุญของการบวชอาจช่วยรักษาโรคให้วาดจันทร์ได้ แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายวาดจันทร์จนเธอเสียชีวิตในอ้อมกอดของเขา แต่ก่อนที่จะตายวาดจันทร์ได้มอบผ้ากาษาที่ วารี ฝากพิสุทธิ์ไว้ก่อนตายมอบให้กับพงศ์พญา เพราะผ้าผืนนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าวาดจันทร์ต้องมอบให้กับคนที่เธอรักที่สุด ใส่ตอนบวช พงศ์พญาในชุดจีวรสีเหลืองอร่ามนั่งสมาธิภาวนาอยู่ริมแม่น้ำโขง

นาค สาวเหมือนได้ยินคำภาวนาจึงว่ายน้ำจากถ้ำรัตนมณีมาที่ผิวน้ำ จ้องมองชายคนรักด้วยแววตาตัดพ้อ “วาดจันทร์ อาตมากำลังชี้ทางสว่างให้รับไปเถิด…ขออย่าให้ทุกข์ อย่าเศร้าหมอง อีกเลย หนทางดับทุกข์อยู่ข้างหน้าแล้ว พุทโธ…ภาวนา…พุทโธ…ภาวนา” นาคนางนั้นแววตาละห้อยหาความรัก ความเสียใจ ก่อนจะอ่อนลงเป็นความเข้าใจ แล้วว่ายน้ำหายไปในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังอัสดง ทิ้งให้พระหนุ่มนั่งภาวนาสมาธิต่อไปอย่างเดียวดาย

นักแสดงละคร กาษา นาคา

วงศกร ปรมัตถากร  แสดงเป็น  พงศ์พญา
วรนุช วงษ์สวรรค์  แสดงเป็น  วาดจันทร์
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์  แสดงเป็น  วินตา
สุพจน์ จันทร์เจริญ  แสดงเป็น  นรวิชญ์
นพพล โกมารชุน  แสดงเป็น  พิสุทธิ์
ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล  แสดงเป็น  อี๋
บริบูรณ์ จันทร์เรือง  แสดงเป็น  อู๋
ประกาศิต โบสุวรรณ  แสดงเป็น  บุรินทร์
อรัญญา นามวงศ์ แสดงเป็น บุญนารี
ฐรินดา กรรณสูต แสดงเป็น วิภาดา
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น ปรากรม

 

ออกอากาศเมื่อ 16 พฤษภาคม 2550 – 5 กรกฎาคม 2550

การะเกด

การะเกด เป็นเรื่องราวของนางรำละครฝีมือดี ที่สวยงามอ่อนช้อย กิริยานุ่มนวล จนเป็นที่ต้องตาตรึงใจขององค์พระยุพราชผู้สูงศักดิ์แห่งแผ่นดินกนกนคร  แต่การะเกด นั้นแสนจะอาภัพ ทั้งที่รักองค์พระยุพราช แต่ก็ไม่อาจสมหวังได้ เพราะในอนาคตพระองค์จะต้องขึ้นครองราชย์ และมีคู่หมั้นหมายที่ศักดิ์สูงเท่าเทียมกันอยู่แล้ว คือเจ้าหญิงเกษรี

การะเกด ตามเสด็จองค์พระยุพราช ไปสู่กนกนครในฐานะครูสอนรำให้กับชาววัง แต่อานุภาพของความรักที่องค์พระยุพราช และ การะเกด มีต่อกัน สุดท้ายทั้งคู่ได้ให้กำเนิดลูกชาย แต่ การะเกด มิอาจแสดงความเป็นแม่ต่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ได้ เธอได้มอบลูกชายให้กับองค์พระยุพราช และเจ้าหญิงเกษรี มเหสี ส่วนตัวเองก็กลับเมืองไทย และได้แต่คอยเฝ้าเป็นกำลังใจให้กับเจ้าฟ้าชายนคราธิบดินทร์ ผู้สืบราชบัลลังก์แห่งกนกนคร

 

รายชื่อนักแสดงละคร การะเกด

กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ แสดงเป็น การะเกด
รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์  แสดงเป็น เจ้ายุพราช
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ แสดงเป็น เจ้าหญิงเกษรี
พิศมัย วิไลศักดิ์  แม่ครู
ด.ญ. หยาดทิพย์ ราชปาล การะเกดในวัยเด็ก

กามเทพตัวน้อย

กามเทพตัวน้อย เป็นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กของหนุ่มสาววัยทำงาน ที่มีกามเทพตัวน้อย ๆ คือหลาน ๆ เป็นตัวเชื่อมความรักของคนทั้งคู่

ทุกวันมุทิตามัณฑนากร สาวสวยคนเก่ง จะต้องไปส่งหนูนาที่โรงเรียนอนุบาลเสมอด้วย มอเตอร์ไซค์คันเก่ง แล้ววันหนึ่งเกวลินเพื่อนสนิทของมุทิตาต้องไปต่างจังหวัด จึงเอารถยนต์มาฝากไว้กับมุทิตา เธอจึงเอารถของเกวลินไปรับหนูนาที่โรงเรียน

ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถของทีเด็ด ชายหนุ่มไฮโซปากจัด ทีเด็ดกับมุทิตาถกเถียงกันอย่างรุนแรง จนนาครหมอหนุ่มเพื่อนสนิทของทีเด็ดที่นั่งรถมาด้วยต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย

สายสูรย์เจ้านายหนุ่มที่แอบหลงรักมุทิตา ได้ส่งให้มุทิตาไปออกแบบตกแต่งบ้านให้ทีเด็ดซึ่งเป็นญาติของเขา มุทิตาไปถึงที่ทำงานทีเด็ดก็ได้รู้ว่าเกวลินมาทำงานเป็นเลขาให้กับทีเด็ด แต่พอมุทิตาได้พบกับทีเด็ดก็จำได้และปฏิเสธไม่ยอมตกแต่ง บ้านให้กับทีเด็ด แต่ในที่สุดสายสูรย์ก็เกลี้ยกล่อมให้มุทิตายอมรับงานของทีเด็ดจนได้

มุทิตาได้พบทีเด็ดอีกครั้งที่โรงเรียนของหนูนา เพราะทีเด็ดต้องไปรับโชกุนหลานชายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหนูนา ทีเด็ดได้ยินหนูนาเรียกมุทิตาว่าแม่มุ ก็เข้าใจผิดคิดว่ามุทิตาเป็นแม่ของหนูนา มุทิตาได้พบกับทีเด็ดบ่อยขึ้น ทีเด็ดเริ่มสนใจในตัวมุทิตามากขึ้นทุกที

วันหนึ่งมุทิตามีโอกาสได้พบกับมะลุลีเพื่อนสาวคนสนิทของทีเด็ด มุทิตาจำได้ทันทีว่ามะลุลีคือมะลิอดีต พี่สะใภ้เธอที่วางแผนปอกลอกพี่ชายเธอจนหมดตัว แล้วก็หนีไปกับชู้ ทิ้งหนูนาที่ยังเล็กไว้กับพี่ชายเธอ และพี่ชายเธอก็ช้ำใจจนเสียชีวิตไป ทิ้งให้เธอเลี้ยงดูหนูนาตามลำพัง

ต่อหน้าทีเด็ดมะลุลีทำเป็นไม่เคยรู้จักมุทิตามาก่อน แต่ลับหลังก็แอบไปพบมุทิตาเพื่อข่มขู่ ไม่ให้มุทิตาบอกเรื่องของเธอกับทีเด็ด มุทิตาโกรธจัดตบหน้ามะลุลีเต็มแรง พร้อมกับบอกว่าเธอก็ไม่อยากให้ใครรู้เช่นกันว่าหนูนามีแม่อย่างมะลุลี

ทีเด็ดไปรับโชกุนหวังเจอมุทิตาอีกครั้ง แต่มุทิตาให้ป้าสีกุนไปรับหนูนาแทน ทีเด็ดเลยอาสามาส่งหนูนากับป้าสีกุนที่บ้าน แล้วหาเรื่องกวนโทสะมุทิตาอย่างสำราญใจ พอดีหนูนาไข้ขึ้นสูงถึงขั้นเพ้อ ทีเด็ดเลยอาสาพาหนูนาไปส่งโรงพยาบาล และยังเฝ้าไข้เป็นเพื่อนมุทิตา ทำให้ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

มะลุลี ด้พบกับบุญเติมอดีตสามีอีกคนที่เป็นนักเลงเจ้าของผับ บุญเติมเพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นาน เมื่อได้พบกับมะลุลีอีกครั้ง บุญเติมจึงคิดที่จะให้มะลุลีมาอยู่ด้วย กันเหมือนเดิม มะลุลีคิดจะหนีจากบุญเติม เลยวางแผนให้แม่บ้านที่ คอนโดทำร้าย แล้วโทรฯไปเรียกทีเด็ดมาหา ทีเด็ดพามะลุลีไปอยู่กับครอบครัวของธีรนันท์พี่สาวของเขา

เอกสามีของธีรนันท์เคยมีสัมพันธ์กับมะลุลีมาก่อนที่จะแต่งงานกับธีรนันท์ มะลุลีพยายามขู่ให้เอกช่วยเธอกันทีเด็ดกับมุทิตาให้ห่างกันไม่อย่างนั้นจะแฉ ความจริงให้ธีรนันท์รู้ เอกไม่ยอมช่วย มะลุลีเลยหาทางทำให้เอกกับธีรนันท์เข้าใจผิดกันเรื่องของเธอ แต่ในที่สุด ธีรนันท์และเอกก็กลับมาปรับความเข้าใจกันได้

มะลุลีเป่าหูทีเด็ดเรื่องมุทิตา บอกเธอกับมุทิตาเคยรู้จักกันมาก่อน มุทิตาแค้นใจเรื่องที่พ่อหนูนาหลงรักเธอ เลยคิดจะแก้แค้นด้วย การทำให้ทีเด็ดหลงรัก ทีเด็ดหลงเชื่อ คำของมะลุลี เลยไปต่อว่ามุทิตาอย่างรุนแรง มุทิตาโกรธมากที่เห็นทีเด็ดหูเบาเชื่อมะลุลี มุทิตาเล่าเรื่องมะลุลีให้ทีเด็ดฟัง ทีเด็ดรู้สึกสับสนไม่รู้จะเชื่อใครดี

บุญเติมตามหามะลุลีจนพบ เมื่อรู้ว่ามะลุลีคิดจะทิ้งเขาเพื่อไปหาทีเด็ด บุญเติมจึงส่งเทปวิดีโอที่ถ่ายไว้ตอนที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมะลุลีมาให้ที เด็ด ทีเด็ดได้ดูวิดีโอจึงรู้ว่าเรื่องที่มุทิตาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องจริง

มะลุลีรู้ว่าบุญเติมส่งวิดีโอมาให้ทีเด็ดก็สติแตก เอามีดแทงบุญเติมจนตาย แล้วไปจับตัวหนูนาไว้ที่คอนโด พร้อมกับบังคับให้หนูนากินเค้ก ที่ใส่ยาพิษไว้ ทีเด็ดกับมุทิตาตามมาช่วยไว้ทัน มะลุลีมีอาการทางประสาทจนถูกส่งไปรักษาที่ โรงพยาบาลบ้า

หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว มุทิตากับเกวลินได้พาป้าสีกุนกับหนูนามาเที่ยวที่ชายทะเล ทีเด็ดตามมาปรับความเข้าใจกับมุทิตา ทั้งคู่ต่างเปิดใจทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทีเด็ดขอมุทิตาแต่งงาน มุทิตาบอกให้ทีเด็ดไปขออนุญาตหนูนาก่อน

หนูนาเอ่ยปากอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าทีเด็ดห้ามทำให้แม่มุเสียใจอีก ทีเด็ดดีใจมากรีบรับปากหนูนาจะไม่ทำให้มุทิตาเสียใจอีกต่อไป

นักแสดง กามเทพตัวน้อย

ชาคริต แย้มนาม
พัชราภา ไชยเชื้อ