Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

กิ่งไผ่

แม้จะไม่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย แต่เขาก็ยังรำลึกถึงคุณของแผ่นดินที่เคยให้พึ่งพักอาศัยในยามที่พลัดบ้านเมืองมา

ละครเรื่องนี้เป็นละครย้อนยุคประมาณรัชกาลที่ 7-8 จุลจิตต์ เป็นลูกบ่าวในบ้านของท่านองค์พระ เป็นเด็กจีนที่อยู่ในบ้านของผู้ดีชาวไทยแล้วจะโดนคนแกล้งแต่จะมีคุณฟุ้ง ที่เป็นลูกเจ้านายคอยช่วยเหลือ แต่ตอนหลังมีญาติรับไปอยู่ต่างประเทศ ไปเรียนวิศวกรที่อเมริกา และได้สัญชาติอเมริกันแต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นไทย ไม่ลืมความกตัญญู พอกลับมาอีกครั้งหนึ่งเป็นวิศวกรชื่อ จอห์น ลี ซึ่งตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป คุณฟุ้งกลายเป็นโจรต้องไปอยู่ในป่า ส่วนจุลจิตน์เป็นวิศวกร แล้วคุณฟุ้งก็มาเป็นลูกน้องในเหมือง  วิถีชีวิตของคนสองคนจากบ่าวกลายเป็นวิศวกร แล้วจากลูกเจ้านายกลายเป็นชีวิตอีกแบบหนึ่งตกต่ำผกผัน

กำนันอี๊ด

กำนันอี๊ด (เอมี่ กลิ่นประทุม) เป็นกำนันหญิงแห่งตำบล หนองน้ำใส เธอได้เป็นกำนันเพราะมีพ่อเป็นกำนันมาก่อนคือ กำนันอ้อ ซึ่งกำนันอ้อจัดว่ามีฐานะ ทำสวนผลไม้ ทำไร่ ทำฟาร์ม ก็เพราะแม่อ้อยของกำนันอี๊ดมีฐานะ

เมื่อกำนันอ้อเสียชีวิตกระทันหัน กำนันอี๊ดซึ่งติดตามทำงานให้แก่ตำบลเคียงข้างมากับพ่อจึงได้รับความไว้วางใจ และได้แรงสนับสนุนรวมทั้งแรงขอร้องให้เธอขึ้นเป็นกำนันตำบลหนองน้ำใสตามพ่อ เธอ

กำนันอี๊ดขาดแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบก็ไม่มีแม่แล้ว จึงต้องช่วยพ่อมากกว่าเดิม คือต้องทำงานบ้าน ต้องเลี้ยงน้องคนเดียว นั่นคือ น้องแอ้ม (อัมรินทร์ ธีราธนันพัฒน์)น้องสาว กำนันอี๊ดจึงรักน้องแอ้มมาก ความรักที่พี่มีต่อน้องได้รับการบวกความรักเสมือนเป็นแม่เข้าไปด้วย เพราะต้องดูแลน้องแทนแม่ที่จากไป น้องแอ้มจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของกำนันอี๊ด เรียกได้ว่า ใครมาทำอะไรน้องแอ้ม กำนันอี๊ดจะปี๊ดจนบางทีลืมคิดหน้าคิดหลัง เพราะกำนันอี๊ดให้สัญญากับแม่ไว้ ว่าจะรัก และดูแลน้องแอ้มให้เหมือนที่แม่รัก

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดเติบโตมาเหมือนเด็กในต่างจังหวัดที่พ่อแม่สอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมเป็นกุลสตรีแต่ความที่พ่อชอบพากำนันอี๊ดไปไหนต่อไหนด้วยเวลาออกไป ปฏิบัติหน้าที่กำนัน กำนันอี๊ดจึงติดความแข็งแกร่งจากพ่อมาด้วย ดังนั้นจึงมีนิสัยลึกๆ ของผู้ชายที่ไม่ชอบใช้อารมณ์จนเกินงาม และมีความคิด ตัดสินใจได้เด็ดขาด และรู้จักควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกของตนเองรวมทั้งรู้จักหน้าที่ และเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดก็เหมือนเด็กหญิงที่เรียบร้อยแฝงแววแก่น มีเพื่อนฝูงมากมาย ทั้งชายหญิง และมีเพื่อนหลายวัยเพราะไปไหนกับพ่อบ่อย ในหมู่เพื่อนของกำนันอี๊ด มีหนุ่มน้อยผู้หนึ่ง ชื่อ พิทักษ์ (อานัส ฬาพานิช) เขาแก่กว่าเธอ 7 ปี และออกจะเป็นเพื่อนที่พิเศษสำหรับเธอ เพราะพิทักษ์เปรียบเสมือนไอดอลของเด็กๆ ที่หนองน้ำใส

พิทักษ์เป็นลูกชาวนาจนๆ ที่สุดท้ายก็ต้องเสียที่นาของตนให้กับนายทุน แล้วจึงไปทำงานรับจ้างในไร่ ทำให้พิทักษ์ตั้งเจตนารมย์ไว้ว่า เขาต้องเรียนให้ดี เรียนให้สูง และหาทางมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนให้จงได้ โดยเฉพาะ พัฒนาคนให้รู้จักรู้เท่าทันคน

พิทักษ์จึงตั้งใจเรียน และเรียนเก่งจนได้ทุนมาโดยตลอด เป็นที่โจษขานในตำบล อำเภอ และจังหวัด เด็กๆ ที่ดีๆ หลายคน จึงมองพิทักษ์เป็นไอดอลของพวกเขา ในขณะที่เด็กไม่ดีก็จะอิจฉาริษยาเขาเป็นธรรมดา

พิทักษ์ และกำนันอี๊ดเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ความที่พิทักษ์เก่ง และดี จึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้อง หัวหน้าชั้นเรียน หัวหน้านักเรียนมาโดยตลอด และเขาก็รัก และดูแลเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องเป็นอย่างดี

กำนันอี๊ดเองก็ประทับใจเขามาตลอด ยามเย็นเขาเคยเดินมาส่งเธอที่บ้าน แม้ว่าบ้านเขาจะไกลไปอีกตำบล แต่วันนั้น กำนันอี๊ดเล่นซน ตกต้นไม้ขาแพลง พ่อมารับไม่ได้ พิทักษ์ก็มาส่งเธอ

ครั้งหนึ่งเคยลื่นตกน้ำตก พิทักษ์ก็เคยลงไปช่วย และที่โรงเรียนพิทักษ์ก็เคยก่อความดี ความประทับใจทิ้งไว้ให้เมื่อเกิดเรื่องหนึ่งขึ้น คือกำนันอี๊ด และเพื่อนๆ ไปเล่นเจาะห้องน้ำครู แต่ไม่ได้แอบดู กะเจาะเพราะครูไม่ดี ให้ครูมีคนมาแอบดู ครูรู้ จับพวกเธอได้ แต่พิทักษ์ก็ออกหน้ารับไว้ว่าเขาเป็นคนเจาะจนปีสุดท้าย เขาอดเป็นประธานนักเรียน อีกทั้งหลายเย็นที่พิทักษ์และเพื่อน เล่นกับน้องๆ อย่างกลุ่มเธอ เขาสอนเรื่องการพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ จนพับเป็นกระดาษทายใจ พอเลิกเล่น ต่างก็เก็บกลับบ้านกันไป แต่กำนันอี๊ดไม่ชอบแย่งกับเพื่อนๆ และคนอื่น พิทักษ์เห็นแล้วก็เลยพับให้เธอต่างหาก 1 ชิ้น ซึ่งกำนันอี๊ดก็เก็บเอาไว้ และเก็บความประทับใจในวัยเด็กนี้ไว้จนแม้กระทั่ง พิทักษ์ได้ทุนไปเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และเรียนรัฐศาสตร์ จนไปจบปริญญาโทที่เมืองนอก จนกระทั่งวันที่เธอได้เป็นกำนัน และเก็บไว้ทุกวันเสมอมา

เด็กหลายๆ คนเก็บพิทักษ์เป็นไอดอล แต่กำนันอี๊ด กลับหวั่นไหวเมื่อรู้ว่าพิทักษ์กำลังจะกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่บ้านเกิด หลายคนไปรับพิทักษ์ กำนันอี๊ดก็แอบไปเฝ้ามอง แต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวเขาจะจำไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นกำนันเป็นผู้ใหญ่บ้าน

พอคืนเลี้ยงต้อนรับปลัดพิทักษ์ ทั้งสองก็ได้พบกัน และกำนันอี๊ดได้เห็นความเปลี่ยนไปของพิทักษ์ เขาเคร่งขรึมขึ้น และมีกรอบมากเหลือเกิน ดูไม่ร่าเริง อารมณ์ดี น่ารักเหมือนสมัยยังเด็ก แถมออกความเห็นให้เธอเลิกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไปทำให้เธอค่อนข้างผิดหวัง

พอได้มาร่วมงานกันมากขึ้น ผู้ใหญ่อี๊ดก็ได้เห็นว่าปลัดพิทักษ์นั้น แม้จะมีความสมัยใหม่แบบตะวันตกแต่ก็ยังมีกรอบความเชื่อแบบตะวันออก ที่ว่า ผู้ชายเจ๋งสุด ผู้ชายเท่านั้น ที่จะเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับพิทักษ์ เขาฝังใจว่า ที่นาที่ครอบครัวของเขาสูญเสียไปเกิดจากแม่ที่ก้าวเข้ามา ทำหน้าที่ผู้นำครอบครัว และผู้หญิงอ่อนไหวเกินไปในการตัดสินใจ

ทั้งอี๊ด และพิทักษ์ร่วมงานกันมาก็ทำงานด้วยกันได้ แต่ละโปรเจคก็ต้องมีเรื่องให้บาดหมาง น้อยใจ คิดมาก เกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะกับใจของอี๊ด จนอี๊ดได้เป็นกำนัน และปลัดพิทักษ์ได้เป็นนายอำเภอพิทักษ์

กำนันอี๊ดได้รู้ตัวว่า ตนเองมีใจให้กับนายอำเภอพิทักษ์โดยไม่รู้ตัว อาจเกิดจากความฝันฝังใจในวัยเด็กซึ่งกำนันอี๊ดก็พยายามสลัดความรู้สึกนั้น ให้ออกไปให้ได้เพราะเห็นว่า มีบางอย่างของนายอำเภอพิทักษ์ที่เธอรับไม่ได้ โดยเฉพาะความเป็นคนติดกรอบ มีความเป็นผู้ชายเกินไป และหูเบาเป็นที่สุด

ส่วนนายอำเภอพิทักษ์ ครั้งเมื่อพบกำนันอี๊ดตอบโตแล้ว เขาเห็นว่าเธอสวยขึ้นมาก แต่ในส่วนลึก เขาเป็นคนทำอะไรมีแบบมีแผน และมุ่งมั่นทำงาน ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วเขาก็สนใจเธอ และแอบเผลอใจไปบ่อยๆ เพียงแต่ไม่แสดงออกในวิธีที่ถูกต้อง ชอบใช้ความเผด็จการของผู้ชายและผู้นำเข้าจัดการ ใช้คำพูดไม่เป็น ปฏิบัติตัวไม่เป็น ทั้งสองจึงดูจะยากที่จะลงเอยกันได้ในเรื่องของความรัก

แต่ที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือ การทำเพื่อชุมชนทำเพื่อท้องถิ่นแผ่นดินบ้านเกิดของตน ดังนั้นปณิธานนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมคนทั้งสองไว้ ให้ได้พบกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อมา

เรื่องที่เริ่มทำความสัมพันธ์พัฒนาชัดเจนขึ้น เมื่ออำเภอหนองน้ำใสได้ต้อนรับปลัดใหม่อีกคนคือปลัดตริณ อัศดง (นวพล ภูวดล)ซึ่ง เป็นลูกชายนักการเมืองและคุณแม่ไฮโซ ที่ถูกเลี้ยงหล่อหลอมอบรมมาอย่างประเภทประคบประหงมมีแม่นมดูแล ซึ่งได้ถูกส่งมาประจำอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใส

ปลัดตริณจัดเป็นคุณหนู ที่จะเป็นก็เฉพาะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ แต่พอพ้นจากบ้าน จากความเก็บกด ตริณจะปลดปล่อย ด้วยการแสดงทีท่าก้าวร้าว โผงผางบ้างเป็นบางขณะ ทั้งๆ ที่ลึกๆ เขาก็หลุดแอบนิ่มอยู่เสมอ

ปลัดตริณเมื่อมาถึงหนองน้ำใส ก็พบกำนันอี๊ด และประทับใจมาก จนแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ และชอบ จนรู้สึกอยากจะคบกำนันอี๊ดเป็นแฟน ในขณะที่เขา และน้องแอ้ม น้องสาวสุดที่รักของกำนันอี๊ด ก็พัฒนาความสัมพันธ์ควบคู่กันไป

การที่ปลัดตริณมาชอบกำนันอี๊ดก็ทำให้กำนันอี๊ดออกจะเสียศูนย์อยู่เหมือนกัน เพราะปลัดตริณก็หล่อมากไม่แพ้นายอำเภอ แต่อ่อนโยนกว่ามาก แต่กำนันอี๊ดก็พอจะรู้ว่า น้องแอ้มเองก็สนใจปลัดอยู่จากพัฒนาการของการรู้จักกันของทั้งสอง

ฝ่ายนายอำเภอพิทักษ์ เมื่อเห็นว่าปลัดตริณดูท่าจะสนใจกำนันอี๊ด ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตนเองที่มีต่อกำนันอี๊ด แต่ความที่เป็นคนอยู่ในกรอบกฎที่ตนเองตั้งดักไว้ ก็ทำให้เขาต้องเป็นผู้ร้ายปากแข็ง รักนะแต่ไม่แสดงออก แสดงออกก็แปลกๆ น่ารักไปอีกแบบ

เรื่องราวของความรัก ได้ถูกพัฒนาไปพร้อมกับเรื่องราววุ่นๆ ของท้องถิ่นหนองน้ำใสในขณะที่กำนันอี๊ดต้องบริหารจัดการ ปราบอธรรมชุมชนเพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้หญิงก็ทำได้ และสานต่อเจตนารมย์ของพ่อให้ลุล่วง

ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น ได้มีศัตรูลับและศัตรูที่พร้อมจะเปิดเผยของกำนันอี๊ดซึ่งก็มีเฮียไล้ (ไพโรจน์ ใจสิงห์) และ ลูกชาย เหล่านายทุน นักธุรกิจที่มองพื้นที่หนองน้ำใสตาเป็นมัน เพราะเป็นที่สวยน่าจะไปสร้างเม็ดเงินทางธุรกิจได้มาก แล้วยังมีกลุ่มเจ๊ฮง (อรุโณทัย จิตรีขันท์)จอมเม้าท์เพิ่มดีกรีของเรื่อง รวมไปถึงกลุ่มที่อยากขึ้นมาบริหารแทนกำนันอี๊ด คอยเป็นอุปสรรคในการทำงาน

อุปสรรคสำคัญอีกอย่าง ก็คืออุปสรรคทั้งเรื่องการงาน การรักษาบ้านเกิดอันเกิดจากกลุ่มนักธุรกิจชาวเมืองกรุงที่เฮียไล้ไปสมคบคิด เจ้าของบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มหาโปรเจค .. อย่างเจ้าสัวพูนศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ที่มีลูกสาวสวยหยาดเยิ้มผู้ชื่อแพรเพชร (อัจฉรียา อินสว่าง)

ไพศาลเข้ามาเพื่อเพิ่มทุนหนุนเฮียไล้ ดูดี และชักใย ขณะลูกสาวแสนสวยก็ดูดี และทำให้นายอำเภอรวมทั้งปลัด ไขว้เขวได้ทุกที

ปลัดตริณเดินทางมาถึงหนองน้ำใส ในวันหนึ่ง ในช่วงนั้นเกิดคดีไก่หายขึ้น และกำนันอี๊ดก็สามารถหาตัวผู้ร้ายขโมยไก่ได้ด้วยความเสียสละของตนทั้งเงิน และเวลา รวมทั้งความร่วมมือของครูพักตร์ (จินตรา พูนลาภ) น้องแอ้ม และนายวาน (เอกชัย ศรีวิชัย) ปลัด ตริณได้เห็นความสามารถของกำนันอี๊ด ทั้งทางด้านการบริหาร และภูมิปัญญาชาวบ้าน เขาสนใจเธอในขณะที่นายอำเภอพิทักษ์เห็นเป็นธรรมดา แม้จะไม่ธรรมดาแต่ปิดใจยอมรับ

กำนันอี๊ดได้คิดโครงการไว้โครงการหนึ่ง นั่นก็คือโครงการฟื้นฟูวัฒนธรรม และของดีตำบลขึ้นมา เพราะเมื่อก่อน ตำบลหนองน้ำใส ขึ้นชื่อเรื่อง นาสามัคคี คือการทำนาโดยมีการร่วมมือร่วมใจกัน และมีเทศกาลเกี่ยวข้าวของตำบล เป็นบ่อเกิดของพ่อเพลงแม่เพลงมาแต่ครั้งก่อน ซึ่งในเทศกาลนี้ ได้บรรจุไว้ 7 วัน 7 คืน เมื่อชาวบ้านเกี่ยวข้าวร่วมกัน ร้องเพลงกัน ก็จะมีงานรื่นเริงที่วัดจากนั้น จะมีการละเล่นเริงน้ำตก และอื่น ๆ กำนันอี๊ดเห็นว่าหายไป ก็อยากนำกลับมาเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของท้องถิ่นตน และนำไปสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ด้วยการนำเสนอตัวตนของท้องถิ่น หรือตัวตนของตนเอง

โครงการนี้ แน่นอน ขัดใจเฮียไล้และนักธุรกิจ แต่ท่านผู้ว่าฯ กลับเห็นด้วย มอบหมายให้นายอำเภอพิทักษ์ไปช่วยจัดการดูแลกับกำนันอี๊ด ซึ่งนายอำเภอพิทักษ์เอง ก็ไม่เชื่อนักว่าจะประสบความสำเร็จ จึงทำไปตามหน้าที่

กำนันอี๊ดและเพื่อนๆ จึงมีอุปสรรคมากมายหลายเหตุการณ์ และจากหลายคนที่ทั้งรักทั้งแค้น .. เป็นอุปสรรคที่ท้าทายแนวความคิด และความฮาจากผู้ชม จากไก่หายไปจนถึงเรื่องของการรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบประเพณี และวัฒนธรรมรวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

ออกอากาศเมื่อ 27 มิถุนายน 2552-12 กันยายน 2552  ทุกวันเสาร์ เวลา 11.15 น.

กาษา นาคา

พงศ์พญา พบกับ วาดจันทร์ ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในงานบั้งไฟพญานาค เมื่อแรกพบทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันทันที พงศ์พญามีความศรัทธาในงานศิลปะ หลงใหลในพระพุทธศาสนา พงศ์พญามีดูบั้งไฟพญานาคกับ วินตา หญิงสาวที่หลงรักพงศ์พญาข้างเดียว และสองพี่น้อง อู๋ กับ อี๋ ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ เขาได้ไปดูงานศิลป์ของ พิสุทธิ์ พ่อของวาดจันทร์ ที่นี่พงศ์พญาพบกับวาดจันทร์อีกครั้ง

และ วินตาก็ได้พบกับภาพวาด “โอบมหานที” ที่พิสุทธิ์วาดค้างไว้ เธอรู้สึกปรารถนาอยากได้ภาพวาดนี้มาก วินตาได้ภาพวาดนี้มาด้วยการเสนอราคาอย่างงาม วาดจันทร์ไม่อยากเห็นภาพนี้จึงแอบขายให้เธอ ทั้งที่พิสุทธิ์ต้องการเก็บไว้เอง เพราะรู้ว่าถ้าไปอยู่กับคนอื่นจะเป็นภัยกับวาดจันทร์ วินตาโกรธที่วาดจันทร์รักกับพงศ์พญา จึงใช้สมาธิเพ่งไปที่รูปทำให้เธอมีพลังวิเศษสามารถบังคับนกไปทำร้ายวาด จันทร์

ซึ่งเธอเองก็กลัวนกนักหนาเช่นเดียวกับพงศ์พญา พงศ์พญาพาวาดจันทร์ไปหา บุญนารี แม่ของเขา วินาทีแรกที่เห็นวาดจันทร์ก็รู้สึกเกลียดและชิงชังบุญนารีทันที แต่กลับไม่รู้สึกอะไรกับ ปรากรม พ่อของพงศ์พญา นับวันความรักของพงศ์พญากับวาดจันทร์ก็เพิ่มขึ้นจนล้นใจ ความรู้สึกโหยหาซึ่งกันและกันอย่างแปลกประหลาดนี้ไม่ใช่ความรักธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบางอย่างจากอดีตชาติ ที่มิได้มีแค่พงศ์พญากับวาดจันทร์เท่านั้น

แต่ยังมีบุญนาและวินตาอยู่ด้วย และสัญญาณลึกลับอีกอย่างกับวาดจันทร์คือ เธอไม่ถูกกับพระเข้าวัดไม่ได้ ทุกครั้งที่อยู่ในเขตวัด เธอจะมีอาการประหลาดที่ทำให้ตัวเองทุกข์ทรมาน นรวิชญ์ ถูกพิสุทธิ์ขอร้องให้จีบวาดจันทร์เพื่อดึงเธอออกมาจากพงศ์พญา แม้นรวิชญ์จะรักวาดจันทร์แต่ก็ดึงเธอออกมาไม่สำเร็จ เพราะวาดจันทร์ยึดมั่นแต่พงศ์พญาคนเดียว สุดท้ายก็ต้องถอดใจหันมาสนใจ วิภาดา เพื่อนรักของวาดจันทร์แทน

ตั้งแต่วาดจันทร์ขายภาพโอบมหานที ให้วินตาไป เธอก็ถูกนกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง พิสุทธิ์จึงให้คนไปซื้อภาพนั้นคืน แต่วินตาไม่ยอมขายให้ วินตาใช้ภาพนั้นมาทำร้ายวาดจันทร์ด้วยการเพ่งสมาธิไปที่ดวงตาของนก ทำให้เธอมีพลังสามารถบังคับนกมาทำร้ายวาดจันทร์ได้ทุกครั้ง วินตากับพงศ์พญาทำงานซ่อมแซมวัดจากงานประมูลด้วยกัน วาดจันทร์หึงหวงคนทั้งคู่จึงตามมาอาละวาดที่วัด

ทำให้เธอถูกพลังลึก ลับจากวัดทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ วินตาต้องการทำให้วาดจันทร์แย่ในสายตาพงศ์พญา แต่เขากลับสงสารเธอมากขึ้น นั่นเป็นเพราะกรรมของคนทั้งคู่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว บุญนารีรู้เรื่องราวในอดีตชาติของเธอ พงศ์พญา วาดจันทร์ และวินตา จาก หล่อพ่อปุ่น ว่าบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญามาจากวาดจันทร์เพื่อพาไปบวช ทำให้วาดจันทร์ออกตามหาอย่างทุกข์ทรมาน

สุดท้ายเธอก็ถูกวินตาซึ่ง เป็นพญาครุฑในตอนนั้นจิกตีจนตัวตาย เรื่องนี้พิสุทธิ์และบุญนารีรู้เรื่องดีแต่ไม่ได้เล่าให้วาดจันทร์ฟัง บุญนารีจึงหวาดกลัวว่าชาตินี้พงศ์พญาจะหนีไปบวชเหมือนในอดีต และเขาเคยบวชมาแล้ว 2 ครั้ง ถ้าบวชครั้งนี้ 3 เขาจะบวชไปตลอดชีวิต วาดจันทร์ไม่รู้เรื่องราวอดีตตัวเอง แต่รู้ว่าเธอมีพลังพิเศษและฝันเห็นตัวเองเป็นงูอยู่ในถ้ำบ่อยๆ เธอฝันเห็นบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญาไป

จึงทำให้เธอเกลียดบุญนารีมากกลัวว่าจะมาพรากเขาไปบวชเหมือนชาติก่อน วาดจันทร์มีอาการแปลกๆ ปวดหัวรุนแรงบ่อยๆ และทุกข์ทรมานจนพงศ์พญาสงสาร จึงขอเธอแต่งงานเพื่อคอยปกป้องดูแลเธอ วินตาถูกครอบงำด้วยคำสั่งของ ลุงสม และ บุรินทร์ พ่อของเธอ เพื่อให้กำจัดศัตรูคือพงศ์พญา วินตารักพงศ์พญามากแต่ถูกอำนาจลึกลับบังคับ เธอจึงบังคับจิตให้นกไปทำร้ายพงศ์พญาจนบาดเจ็บหนัก

เหตุการณ์นั้น ครั้งนั้นทำให้วินตาสำนึกผิด เธอจึงตัดสินใจนำภาพโอบมหานทีไปเผาทิ้ง หลังจากวาดจันทร์กับพงศ์พญาแต่งงานกันแล้ว วาดจันทร์ก็มีอาการประหลาดรุนแรงขึ้น เธอเป็นคนรักแรง เกลียดแรง เกลียดบุญนารีโดยที่เธอไม่รู้เหตุผล เกลียดจนทำร้ายแม่คนรักเข้าไปนอนโรงพยาบาล พงศ์พญาทุกข์ใจมากที่วาดจันทร์มีอาการประหลาดจนหมอรักษาไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจขออนุญาตวาดจันทร์ไปบวชอีกครั้ง

แม้จะรู้ว่า ถ้าเขาบวชอีกครั้งเขาจะต้องบวชไปตลอดชีวิต แต่คิดว่าผลบุญของการบวชอาจช่วยรักษาโรคให้วาดจันทร์ได้ แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายวาดจันทร์จนเธอเสียชีวิตในอ้อมกอดของเขา แต่ก่อนที่จะตายวาดจันทร์ได้มอบผ้ากาษาที่ วารี ฝากพิสุทธิ์ไว้ก่อนตายมอบให้กับพงศ์พญา เพราะผ้าผืนนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าวาดจันทร์ต้องมอบให้กับคนที่เธอรักที่สุด ใส่ตอนบวช พงศ์พญาในชุดจีวรสีเหลืองอร่ามนั่งสมาธิภาวนาอยู่ริมแม่น้ำโขง

นาค สาวเหมือนได้ยินคำภาวนาจึงว่ายน้ำจากถ้ำรัตนมณีมาที่ผิวน้ำ จ้องมองชายคนรักด้วยแววตาตัดพ้อ “วาดจันทร์ อาตมากำลังชี้ทางสว่างให้รับไปเถิด…ขออย่าให้ทุกข์ อย่าเศร้าหมอง อีกเลย หนทางดับทุกข์อยู่ข้างหน้าแล้ว พุทโธ…ภาวนา…พุทโธ…ภาวนา” นาคนางนั้นแววตาละห้อยหาความรัก ความเสียใจ ก่อนจะอ่อนลงเป็นความเข้าใจ แล้วว่ายน้ำหายไปในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังอัสดง ทิ้งให้พระหนุ่มนั่งภาวนาสมาธิต่อไปอย่างเดียวดาย

นักแสดงละคร กาษา นาคา

วงศกร ปรมัตถากร  แสดงเป็น  พงศ์พญา
วรนุช วงษ์สวรรค์  แสดงเป็น  วาดจันทร์
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์  แสดงเป็น  วินตา
สุพจน์ จันทร์เจริญ  แสดงเป็น  นรวิชญ์
นพพล โกมารชุน  แสดงเป็น  พิสุทธิ์
ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล  แสดงเป็น  อี๋
บริบูรณ์ จันทร์เรือง  แสดงเป็น  อู๋
ประกาศิต โบสุวรรณ  แสดงเป็น  บุรินทร์
อรัญญา นามวงศ์ แสดงเป็น บุญนารี
ฐรินดา กรรณสูต แสดงเป็น วิภาดา
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น ปรากรม

 

ออกอากาศเมื่อ 16 พฤษภาคม 2550 – 5 กรกฎาคม 2550

กลับบ้านเรานะ…รักรออยู่

จอมขวัญ ลูกสาวคนเล็กที่สวยปราดเปรียว ดื้อรัน และเชื่อมั่นในตนเองของกำนันชัย อดีตกำนันผู้ปกครองบ้านไร่พัฒนา เธอไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพเพื่อเรียน และทำงานหลายปี จนบริษัทโฆษณาเล็กๆ ที่เธอทำงานอยู่ประสบมรสุมทางเศรษฐกิจ และต้องปิดตัวลง จอมขวัญกลายเป็นคนตกงานอย่างกระทันหัน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าเธอจะกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และผันตัวเองไปทำงานเกษตรตามแนวทางเดิมของครอบครัว ทุกคนในบ้านต่างงุนงงไปกับการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบพลิกความคาดหมาย ของจอมขวัญอยู่มาก หลายคนไม่คิดว่าเธอจะทำได้ แต่กำนันชัยเคารพการตัดสินใจของลูก เขาแบ่งที่ดินให้เธอ 1 แปลงเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับงานที่เธอตั้งใจ

 

จอมขวัญเริ่มวางแผนการทำ งานของเธอด้วยการศึกษาการทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ เธอได้ที่ปรึกษาเป็นเพื่อนเก่าเจ้าเนื้ออย่าง สุพรรณี ลูกเจ้าของร้านหนังสือที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลวิชาการ และนัดดา เพื่อนครูแสนเรียบร้อยที่คอยช่วยเหลือในเรื่องการสำรวจตลาด ขณะที่เธอกำลังเล่าความฝันอันบรรเจิดของตนให้สุพรรณีฟังอยู่นั้น เขตรัฐชายหนุ่มร่าสูงใหญ่ผิวเข้มหน้าตาคมคาย ที่ยืนอยู่แผลงหนังสือใกล้ๆ ได้ยินเรื่องราวโดยตลอดและอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นทางเลยว่าสาวสวยหุ่นเพรียวอย่างนางแบบแต่งตัวแปลกตาจะเป็น เกษตรกรได้อย่างไร จอมขวัญหันขวับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความโกรธ จะตามไปเอาเรื่องแต่สุพรรณีห้ามไว้ เขตรัฐมีข่าวซุบซิบทั่วตลาดว่าเขาเป็นเกย์ หลังอกหักจากแฟนเก่าชื่อชุติมา และเขายังเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ เดชชัย พี่ชายคนหนึ่งของจอมขวัญอีกด้วย จอมขวัญเริ่มวิตกว่าเดชชัยพี่ชายอาจกลายเป็นพวกชอบไม่ป่าเดียวกันไปแล้ว

 

ขณะ เดียวกันหนุ่มๆ ในกลุ่มของเดชชัย ก็คอยสังเกตน้องสาวเพื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน แถมยังตั้งคำถามกันว่าสาวสวยที่ชินกับชีวิตเมืองกรุงอย่างเธอจะไปรอดในอาชีพ เกษตรกรหรือไม่ ด้านเขตรัฐและผู้กองวรพจน์ 2 หนุ่มโสดในกลุ่ม คิดว่าคนทำจริงอย่างจอมขวัญน่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง ขณะที่พิชัยอารักษ์ 2 หนุ่มไม่โสด คิดว่าเธอไม่มีทางทำอาชีพนี้ได้นานถึง 1 ปี เมื่อความคิดต่างกันการเดิมพันจึงเกิดขึ้น พิชัยเสนอให้วางเงินคนละ 1 แสนบาท มีระยะเวลา 1 ปี และให้เดชชัยซึ่งเป็นคนวงในทำหน้าที่เป็นกรรมการ โดยที่จอมขวัญไม่รู้เลยว่าเธอคือตัวแปรสำคัญของเกมนี้

จอมขวัญเดิน ทางไปปรึกษาที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และได้พบกับวีรวุธ ในที่สุดจอมขวัญก็ได้ข้อสรุปว่เธอจะปลูกมะนาวที่ยังไม่มีใครปลูก เลี้ยงปลาแรดที่กำลังมีราคาดี และเลี้ยงไก่ไข่เพื่อให้ไร่ของเธอมีเงินหมุนเวียนตลอดทั้งปี แต่โครงการของขวัญจำเป็นต้องไปขอความช่วยเหลือเรื่องรถขุดดินจากไร่สมสมัย ไร่ใหญ่ข้างๆ ที่มีคุณสมสมัยแม่ของเขตรัฐเป็นเจ้าของ และมีเขตรัฐเป็นคนดูแล เมื่อเจอหน้ากันทีไรจอมขวัญมักจะพูดเรื่องคนอกหักบ้าง พวกเบี่ยงเบนทางเพศบ้าง เพราะคิดเอาเองว่าเป็นการพูดจี้จุดเขตรัฐแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบจริงจังพอที่จะ จับต้นชนปลายได้เลย แถมเขายังมักจะรู้ทันเธอไปซะทุกเรื่องและสวนกลับแบบที่ทำให้จอมขวัญแทบสะอึกอีกด้วย

 

จอมขวัญได้รู้จักตัวตนของเขตรัฐมากขึ้น จากที่จอมขวัญได้เห็นเขตรัฐก็ดูเป็นคนดีแต่ไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนๆ ของเธอจึงบอกว่าเขตรัฐน่ากลัว จะเล่าทีไรก็มักจะมีคนเข้ามาขัดอยู่ร่ำไป และรู้สึกว่าลุงชูไม่ชอบคุณนายสมสมัยและลูกๆ ของเธอนัก เขามักจะกันไม่ให้เขตรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืออยู่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งจอมขวัญไม่รู้ว่าเพราะอะไร หากแต่คนในครอบครัวของเขตรัฐนั้นรู้ดีว่าลุงชูเชื่อว่าการตกบันไดตายของน้อง สาวคือแม่แท้ๆ ของเขตรัฐไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุแต่มันคือการฆาตกรรม ดังนั้นอีกคนที่อาจได้รับอันตรายก็คือเขตรัฐหลานรักเพียงคนเดียวของเขา

 

ไร่จากน้ำพักน้ำแรงจอมขวัญรุดหน้าไปด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือของเขตรัฐ นิติพงษ์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเพื่อนๆ ของจอมขวัญที่กรุงเทพฯ เธอจึงจัดโปรแกรมพาเพื่อนๆ เข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติในป่า โดยขอให้เดชชัยและกลุ่มของเขาซึ่งมีความเชี่ยวชาญการเดินป่านำทางให้ เขตรัฐทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มโดยมีประสิทธิ์คนสนิทของเขาซึ่งหลงรักนัดดา ติดตามไปช่วยดูแลด้วยเพราะกลุ่มเที่ยวครั้งนี้มีจำนวนมากพอดู เนื่องจากนักรบและระวิขอตามไปแถมยังชวนชุติมา ธนากร และยุวดีเพิ่มเข้ามาอีก ตลอดเส้นทางเขตรัฐคอยดูแลจอมขวัญที่สามารถเดินทันเขา ขณะที่คนอื่นๆ เดินรั้งท้ายเพราะร่างกายไม่สู้ โดยเฉพาะนิติพงษ์ซึ่งอ่อนล้าและดูจะเป็นไข้จากการเดินทางที่ลำบาก เขาไม่ชอบที่เขตรัฐคอยห่วงใยและดูแลจอมขวัญเป็นพิเศษ

 

คืนนั้นอากาศ หนาวมาก ด้วยความเซ็งเขตรัฐชวนประสิทธิ์ไปเดินส่องสัตว์ เวลาเดียวกัน นิติพงษ์ออกจากเต็นท์มาเข้าห้องน้ำถูกลอยตีหัวจากทางด้านหลัง ทุกคนสงสัยเขตรัฐ เพราะเขาและประสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในเต็นท์อีกทั้งนักรบซึ่งเป็นน้องของเขาเอง แท้ๆ กลับคอยพูดให้ทุกคนเข้าใจว่าคนที่ลงมือต้องเป็นเขตรัฐ ผู้กองวรพจน์มั่นใจว่าคนอย่างเขตรัฐไม่มีทางลอบทำร้ายใคร เหตุการณ์ในคดีเดิมนั้นแม้ปืนจะเป็นของเขตรัฐแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ เป็นคนยิง วรพจน์และเพื่อนๆ ของเขตรัฐเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจนักรบที่ต่อหน้าก็เป็นน้องชายที่เคารพพี่ แต่ลับหลังกลับพูดจาเหมือนให้ร้ายพี่ชายตัวเอง

 

หลังเกิดเหตุ จอมขวัญเริ่มไม่ไว้วางใจเขตรัฐอีกครั้งเธอไม่ได้พบเขาอีกเลย จอมขวัญเลิกคิดเรื่องต่างๆ และทุ่มเทเวลาให้กับงานอย่างเต็มที่ โดยมีวีรวุธคอยให้คำปรึกษา เขามาหาเธอที่ไร่เกือบทุกวัน เขตรัฐได้แต่แอบมองคนทั้งคู่มาจากไร่ของเขาอย่างอิจฉา เมื่อจอมขวัญทำปั้นปึ่ง เขตรัฐจึงเพียรมาที่ไร่ของเธอบ่อยๆ ทั้งที่รู้ว่าจอมขวัญไม่อยากพูดคุยด้วยนัก เพราะเธอไม่เคยรู้เลยว่า เขานั่นแหละที่เป็นคนให้เงินช่วยเหลือไร่ของเธอ เมื่อตอนที่ไก่ตายยกเล้า จอมขวัญรู้เพียงว่าเดชชัยไปกู้เงินมาให้เท่านั้น

 

จู่ๆ จอมขวัญก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แล้วจอมขวัญก็กลับมาพร้อมทั้งบอกอย่างภาคภูมิใจว่าเธอได้รับเลือกให้เป็นพรี เซ็นเตอร์โฆษณาบริษัทโทรศัพท์เรื่อง “กลับบ้านเรานะรักรออยู่” ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลให้คนตกงานกลับไปทำมาหากินที่ บ้านเกิด ซึ่งต้องการคนตกงานที่กลับบ้านเกิดมาทำเกษตรจนเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จจริงๆ และต้องสวยพอที่จะเป็นนางเอกโฆษณาได้ด้วย ซึ่งคนนั้นก็คือ เธอ ที่สำคัญงานของจอมขวัญสามารถรวมแนวคิดหลักของรัฐบาลได้ทั้งสามแนวทางนั่นคือ กลับบ้านเกิด ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่นให้มีผลิตภัณฑ์ เฉพาะตำบลและส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพของจอมขวัญทั้งนั้น

 

ตก ดึกทั้งเขตรัฐและจอมขวัญนั่งดูดาวอยู่ด้วยกันเพียงสองคน แล้วจู่ๆ เขตรัฐก็บอกกับจอมขวัญว่าเขาชอบเธอและบอกว่าน่าจะลองคบกันดู จอมขวัญแม้จะรู้อยู่เป็นนัยๆ ว่าเขาคิดอะไรกับเธอแต่มาจู่โจมอย่างนี้ก็ตั้งรับไม่ทันเหมือนกัน เธอจึงรีบเดินหนีไปที่กลุ่มทัวร์ด้วยความอาย และพยายามไม่สบสายตาของเขา นักรบมองออกว่าเขตรัฐสนใจจอมขวัญและบอกว่าจะจัดการให้ เขตรัฐห้ามไม่ให้มายุ่งกับเรื่องของตน แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อรถของวีรวุธเจอเรือใบจนยางแตกหลังขับออก มาจากไร่จอมขวัญเขาสังเกตเห็นได้ว่ามีเงาคนมาเก็บเรือใบที่เหลือ เขตรัฐขับรถมาเห็นเข้าเลยลงมาช่วยและถามว่าเขาสนใจจอมขวัญหรือเปล่า วีรวุธกลัวและเข้าใจผิดว่าเป็นแผนของเขตรัฐที่ต้องการจะขู่ตน และเล่าเรื่องราวให้จอมขวัญฟัง จอมขวัญตำหนิเขตรัฐให้เดชชัยฟังแต่แล้วก็โดนเดชชัยโมโหใส่และบอกว่าเขตรัฐ ไม่ใช่คนอย่างนั้น

 

จอมขวัญถูกลอบยิงขณะนำทัวร์ ประสิทธิ์ซึ่งอยู่ใกล้รีบวิ่งเข้ามาช่วย แต่จอมขวัญกลับคิดว่าเขาเป็นคนยิง เขตรัฐและเดชชัยรีบมาดูอาการจอมขวัญ จู่ๆ ถาวรเจ้าของเรือยางอิสระก็หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ารู้ข่าวว่าขวัญถูกยิง แต่เมื่อเห็นผู้กองวรพจน์เดินมาก็ผงะรีบกลับไปทันที ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยของวรพจน์ยิ่งนัก เมื่อฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าเขตรัฐ จอมขวัญถึงกับผวาบอกว่าเธอโดนยิงเพราะไม่คบกับเขา และทะเลาะกับประสิทธิ์ เขตรัฐเสียใจมากและบอกว่าอย่าเอาเหตุการณ์ครั้งนั้นมาตัดสินเขาก่อนที่จะ มองอย่างตัดพ้อแล้วเดินออกไป ชุติมาที่มาคอยดูแลจอมขวัญก็บอกว่าเขตรัฐไม่ใช่คนอย่างนั้น เขาไม่เคยฆ่าใคร เมื่อจอมขวัญจะถามต่อชุติมาก็ไม่ยอมพูดแล้วออกไป

 

ผู้กองวรพจน์ เริ่มสงสัยท่าทางของนักรบ เพราะมักจะพูดถึงเรื่องร้ายต่างๆ ว่าเป็นฝีมือธนากรได้ราวกับเป็นคนคิดแผนซะเองแต่ก็พยายามสืบทางธนากรด้วย เช่นกัน ธนากรก็ให้คนสืบอยู่เหมือนกัน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข่าวว่าเขาเป็นคนผิด วรพจน์เริ่มมองมาที่คนในครอบครัวของเขตรัฐ คืนนั้นเองเขตรัฐถูกลอบยิง ลุงชูจึงจัดการหาลูกน้องทหารเก่ามาคอยดูแลเขตรัฐ อารักษ์และเพื่อนมาเลี้ยงปลอบใจและวางแผนให้ได้เจอกับจอมขวัญ ตอนแรกเขตรัฐโมโหแทบบ้าที่จอมขวัญไม่แสดงอาการห่วงใยเขาเลยแถมพูดจาประชด จนวรพจน์ต้องเตือนให้ใจเย็นๆ เขตรัฐอาสาขับรถของจอมขวัญไปส่งเธอที่บ้านและให้อารักษ์เอารถเขาไปส่งที่ บ้านท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อน จอมขวัญเริ่มไม่ไว้ใจเมื่อเห็นเขาหยิบปืนมาด้วย

 

ตลอดทางกลับบ้านเขต รัฐรับรถช้ามาก เขาสารภาพว่าเขารักเธอและไม่เคยทำร้ายใครเพื่อให้ได้เธอมา จอมขวัญหน้าแดงที่จู่ๆ ตาบ้าก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา และหาเรื่องเขาเพื่อกลบเกลื่อนความอาย เมื่อเขตรัฐหยุดรถด้วยความโกรธจอมขวัญก็คว้าปืนเขามาจ่อทันทีด้วยความกลัว และให้เขาออกรถ เขตรัฐไม่คิดจะปัดปืนให้พ้นตัวทั้งๆ ที่เขาทำได้ เขตรัฐบอกให้จอมขวัญระวังตัวเพราะเขาเห็นเงาคนตะคุ่มอยู่และหยิบปืนไปจากมือ จอมขวัญพร้อมบอกให้เธอวิ่งหนีไปให้ไกล ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังลั่นจากการยิงต่อสู้ เขตรัฐรีบบอกให้เพื่อนตามมาเพราะเขาถูกดักยิงเช่นกัน จากนั้นก็ตะโกนเรียกจอมขวัญ ซึ่งหลบอยู่ในดงไม้ห่างจากถนนห้าหกเมตรเท่านั้น จอมขวัญบอกว่าเธอขาแพลง ช่วงที่รอผู้กองสองคนก็นั่งกอดเข่าหันหน้าคุยปรับความเข้าใจกัน

 

วรพจน์ มาบอกข่าวที่ไม่น่าเป็นไปได้กับเขตรัฐ นั่นคือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดเป็นคนในบ้านเขา วรพจน์บอกเขตรัฐว่าให้ตัดสินใจว่า ระหว่างแม่เลี้ยงกับน้องชายเขาคิดว่าใครหรือว่าทั้งคู่ จอมขวัญไปหาชุติมาที่บ้านพักพยาบาล เธอต้องการให้ชุติมาบอกความลับต่างๆ เพราะผู้กองวรพจน์แน่ใจว่าชุติมาจะเป็นคนที่ไขความลับเรื่องนี้ได้ แล้วเธอก็ได้รู้ว่านักรบเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ทันใดนั้นเองนักรบก็พุ่งเข้ามาตบชุติมาจนหมดสติ ท่าทางของเขาดูไร้สติไม่มีเค้าความอ่อนโยนเหมือนนักรบคนเดิม ก่อนที่จะเอาปืนตบหน้าจอมขวัญจนหมดสติไปอีกคน เขตรัฐแทบบ้าที่รู้จากชุติมาที่หน้าตาบอบช้ำว่านักรบเอาตัวจอมขวัญไป ขณะนั้นมีจดหมายจากนักรบนัดเขาไปที่อุทยานแห่งชาติฯ สมสมัยขอร้องว่าอย่าฆ่าน้อง เขตรัฐรับปาก

 

ที่ท่าเรือ นักรบให้เขตรัฐลงมาในเรือที่มีถาวรคุมท้าย จอมขวัญนั่งอยู่ตรงกลาง เขาเข้าไปกอดจอมขวัญเอาไว้และได้ฟังนักรบซึ่งดูเหมือนควบคุมสติตัวเองไม่ อยู่ ถาวรเห็นท่าไม่ดีกระโดดหนี แต่ก็ถูกนักรบยิงตายอย่างแม่นยำ พร้อมสั่งให้จอมขวัญบังคับเรือ เธอจึงบังคับเรือให้ชนโขดหิน นักรบกระโดดตกจากเรือ เขตรัฐพยายามช่วยน้องชายเอาไว้ลากขึ้นเรือในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บจากคมหิน ใต้น้ำ ท่ามกลางความเหนื่อยล้า จู่ๆ นักรบที่นอนนิ่งก็คว้าปืนจากเอวของวรพจน์ยิงตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา เขตรัฐเสียใจมากที่เขาไม่อาจรักษาสัญญากับแม่เลี้ยงของเขาเอาไว้ได้ ด้านเขตรัฐและจอมขวัญลงเรือยางอีกครั้งเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจและปลอบโยน ซึ่งกันและกัน เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งแต่จอมขวัญก็ยังคงดื้อดึงตามแบบของเธอ ครั้งนี้เขตรัฐรู้แล้วว่าเธอคงไม่จากเขาไปไหนอีกอย่างแน่นอน

 

รายชื่อนักแสดงละคร กลับบ้านเรานะ…รักรออยู่

ดนุพร ปุณณกันต์ รับบท เขตรัฐ
พิยดา อัครเศรณี รับบท จอมขวัญ
อรรถกร สุวรรณราช รับบท ประสิทธิ์
ศราวุธ นวแสงอรุณ รับบท นักรบ
เกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท กำนันชัย
ภคพร รัตนสุวรรณ รับบท นัดดา
ภราดร ทวีวัฒนสมบูรณ์ รับบทเดชชัย

 

ออกอากาศ วันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7

กลลวงรัก

นพรุจ มีชีวิตครอบครัวอันอบอุ่น แม้ว่าพ่อของเขา นพนันท์ จะเป็นนักบริหารการเงินมือหนึ่งของประเทศ แต่นพนันท์กับ รุจิภา แม่ของเขาก็ทุ่มเทความรักความห่วงใยให้แก่เขาเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง วีรภัทร นักบริหารมือใหม่ไฟแรงก้าวเข้ามาในชีวิตครอบครัวของนพนันท์ ในฐานะมิตรที่รู้ใจทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้ทั้ง 2 ครอบครัวสนิทสนมกันมาก โดยที่ รัชนี ภรรยาของวีรภัทร พร้อมด้วยลูกสาว 2 คนคือ รสิตา เด็กสาวแสนแก่น ปราดเปรียว, รินรดา ผู้เรียบร้อย น่ารัก ไม่เคยล่วงรู้ความลับของวีรภัทรเลยว่า เหตุผลที่วีรภัทรทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้สนิทสนมกับนพนันท์นั้น เพื่อแก้แค้นที่นพนันท์เคยขับรถชนคนรักของวีรภัทรจนเสียชีวิตเมื่อสมัยวัย รุ่น วีรภัทรร่วมมือกับ จักริน เพื่อนร่วมธุรกิจคนใหม่ ใช่เล่ห์กลทำให้นพนันท์ล้มละลาย จนนพนันท์ต้องเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจกำเริบ รุจิภาจึงพานพรุจไปอยู่กับ เสาวรศ พี่สาวของนพนันท์ที่ต่างจังหวัด

และ ปล่อยข่าวว่านพรุจได้ลาไปจากโลกนี้แล้ว หลังจากนั้นไม่นานรัชนีก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง วีรภัทรจึงส่งรสิตาและรินลดาไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ทางฝ่ายรุจิภาเองก็ตรอมใจจนเสียชีวิต โดยหวังให้ความจริงตายไปกับตนด้วย แต่แล้วนพรุจก็ได้รู้ความจริงนั้นจนได้ จึงเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตทั้งหมด เพื่อปั้นตนเองให้เป็นนักบริหารมือหนึ่งเช่นเดียวกับพ่อ และกลับมาชำระหนี้แค้นกับวีรภัทร แม้ว่าในใจลึกๆ จะยังคงคิดถึงรินรดาอยู่เสมอ เมื่อนพรุจเรียนจบด้วยผลการเรียนอันยอดเยี่ยม เขาก็มุ่งเป้าหมายไปสมัครงานที่บริษัทของวีรภัทร โดยเปลี่ยนชื่อเป็น ณรงค์ วีรภัทรถูกชะตากับณรงค์เป็นอย่างมาก เขาแสดงฝีมือให้วีรภัทรเห็นจนได้รับความไว้วางใจ เลื่อนตำแหน่งให้เป็นมือขวาของวีรภัทร โดยที่วีรภัทรไม่เคยสงสัยความเป็นมาของเขาเลย และแล้ววันที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อวีรภัทรจัดงานเลี้ยงครบรอบวันคล้ายวันเกิด 60 ปี โดยวีรภัทรไว้ใจให้เขาไปรับรินรดาที่สนามบิน

เขา จึงเตรียมแผนการลักพาตัวรินรดาเพื่อแก้แค้น แต่แล้วแผนการทุกอย่างกลับคลาดเคลื่อน เมื่อคนที่กลับมากลายเป็นรสิตา สาวเปรี้ยว ทันสมัย จนนพรุจหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็น สงครามคารมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน เช่นเดียวกับในวัยเด็กที่ทั้งคู่มักจะทะเลาะกันเสมอ แม้นพรุจจะรู้ดีว่าแผนการลักพาตัวครั้งนี้ไม่หมูอย่างที่คิด แต่เขาก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม ขณะที่นพรุจขับรถพารสิตาไปบ้านที่ต่างจังหวัด ก็เกิดมีกลุ่มคนลึกลับตามมาลักพาตัวรสิตาด้วย รสิตาได้รู้เรื่องราวเลวร้ายของพ่อที่เคยหักหลังเพื่อนร่วมธุรกิจจากปาก จักริน ที่จับรสิตากับนพรุจมานี่เอง นพรุจต้องพารสิตาหนีเอาชีวิตรอด ทั้งคู่ผจญภัยร่วมกันหลายวันกว่าจะหนีมาได้ วีรภัทรตามช่วยรสิตาพร้อมกับ จารวี หญิงสาวผู้เพียงพร้อม ซึ่งวีรภัทรกำลังตกหลุมรักอยู่ ในนาทีวิกฤตที่จักรินกำลังจะยิงรสิตานั้น วีรภัทรกลับลั่นกระสุนใส่จักรินเสียชีวิตเสียก่อน เมื่อวีรภัทรพารสิตากลับมาที่บ้าน นพรุจก็ได้พบกับรินรดาและ จอนนี่ หนุ่มลูกครึ่ง เพื่อนในต่างประเทศที่คอยให้ความช่วยเหลือสองพี่น้องมาตลอด

จอน นี่หลงรักรสิตามานาน แต่หลายครั้งที่จอนนี่รู้สึกท้อกับความเย็นชาของเธอ รินรดารู้ว่าณรงค์คือพี่นพรุจของเธอ แต่เขากลับปฏิเสธ แม้ว่าใจจริงแล้วเขาเองก็ยังคิดถึงรินรดาอยู่เสมอ แต่อีกใจหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีรสิตาอยู่เช่นกัน ท่ามกลางคลื่นลมที่ยังคงสงบนิ่ง จารวีก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านวีรภัทรในฐานะภรรยา ด้วยการยอมรับจากทุกคน แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยงามกลับแฝงไปด้วยไฟแห่งความอาฆาตที่รอคอยวันสะสาง เพราะเธอคือลูกสาวของจักริน ที่หวังทำลายทุกคนที่ขวางทางเธอให้มอดไหม้ไปกับการแก้แค้น แม้กระทั่ง จิโรจน์ น้องชายจอมเจ้าชู้ แต่จิตใจบริสุทธิ์ เธอก็ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าหา สุขุมาลย์ ลูกบุญธรรมของวีรภัทร โดยบอกความจริงที่วีรภัทรหักหลังพ่อของสุขุมาลย์ในอดีตมาโน้มน้าวให้สุ ขุมาลย์ร่วมมือด้วย สุขุมาลย์และจารวีค่อยๆ ป้อนยาพิษลงในอาหารให้วีรภัทรทุกๆ วันจนร่างกายของวีรภัทรอ่อนแอลง พร้อมกับความวุ่นวายที่ค่อยๆ ลุกลามขึ้นภายในบ้านหลังนี้

แต่ ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ความรักของรสิตาและนพรุจกลับงอกงามขึ้นอย่างที่ทั้งคู่เองก็ไม่ทันรู้ตัว แม้ทั้งสองจะสร้างกำแพงขึ้นมากางกั้น แต่ต่างฝ่ายต่างก็หนีใจตัวเองไม่พ้น เมื่อรินรดาได้รู้ถึงความรู้สึกของคนทั้งสอง เธอจึงเสียใจมาก แต่ขณะเดียวกันความรู้สึกของเธอกับจอนนี่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นความเข้าใจ ที่มากกว่าเพื่อน ความรักที่นพรุจมีต่อรสิตาทำให้เขาและสุขุมาลย์ตัดสินใจหักหลังจารวีมาช่วย เหลือวีรภัทร แต่ทุกอย่างสายเกินไป เมื่อวีรภัทรต้องกลายเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ยังคงมีเพียงการรับรู้เท่านั้นที่ทำให้เขาต้องเจ็บปวดกับผลกรรมที่เคยก่อ และแล้วจอนนี่ก็กลายเป็นผู้เปิดเผยตัวตนของจารวีให้ทุกคนรู้ ขณะเดียวกันที่นพรุจลาออกจากบริษัทและกำลังจะกลับไปช่วยทำงานที่รีสอร์ทของ ป้าเสาวรศที่ต่างจังหวัด รสิตาจึงมาหานพรุจที่บ้าน ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรงต่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

นพรุจจึง หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ คืนนั้นเขามีความสุขมากจนความแค้นในใจจางหายไปหมดสิ้น เธอเองก็เช่นเดียวกัน แต่ด้วยทิฐิที่มีเธอกลับบอกว่า สิ่งที่ทำเพียงเพื่อต้องการไถ่โทษให้พ่อ แม้นพรุจจะตกใจที่รสิตาล่วงรู้ความลับ แต่ความเสียใจมีมากกว่า เขาจึงตัดสินใจจากรสิตาไป ทุกชีวิตดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น ยกเว้นจารวีที่ยังคงติดอยู่ในบ่วงความแค้นเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งจิโรจน์ซึ่งพาสุขุมาลย์ไปให้ชีวิตเงียบสงบที่ต่างจังหวัด กลับมาหาหลังช่วยให้พี่สาวคิดได้ จารวีจึงใช้จิโรจน์เป็นเครื่องมือลักพาตัวรสิตา จิโรจน์จำต้องทำตามเพื่อคอยส่งข่าวให้รินรดาช่วยรสิตาได้ รินรดาติดสินใจโทรบอกนพรุจ พร้อมทั้งบอกสิ่งที่ทำให้นพรุจต้องกลับมาตามหาหัวใจที่เขาลืมทิ้งไว้ให้ได้ คือ รสิตากำลังตั้งท้องลูกของ เขาที่ก่อเกิดจากความรักอันบริสุทธิ์ที่ทั้งสองมีต่อกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ในละครดราม่าสุดเข้มข้นเรื่อง “กลลวงรัก” ทางช่อง 7

รายชื่อนักแสดงละคร กลลวงรัก

อานัส ฬาพานิช รับบท นพรุจ
อารยา เอ.ฮาร์เก็ต รับบท รสิตา
พลอย จินดาโชติ รับบท รินรดา
ดนัย สมุทรโคจร รับบท จอนนี่
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท จารวี
อภิชัย สาธร รับบท จิโรจน์
เสาวนีย์ พันธุ์ศิริ รับบท สุขุมาลย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท วีรภัทร

ออกอากาศ พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.

กลรักลวงใจ

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเลขาท่านทูต ตกหลุมรักสาวไซด์ไลน์ตัวปลอมอย่างเธอ นักการฑูตหนุ่มจำต้องอิมพอร์ตสาวไทยมาเป็นคู่รักกำมะลอเพื่อหนีการคลุมถุงชน ของมารดา หากสาวมั่นผู้แอบหลงรักนักการฑูตหนุ่มมาตั้งแต่เด็ก ล่วงรู้แผนการเสียก่อน เธอจึงสวมรอยเป็นสาวไซต์ไลน์ บากบั่นไปเป็นคู่รักกำมะลอของชายหนุ่มถึงอเมริกา…เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคู่หมายของนักการฑูตหนุ่มบุกมาถึงถิ่นติดตามมาด้วยน้องสาวและมารดาสุด แสบแถมนักการทูตหนุ่มดันเผลอใจไปรักผู้หญิงที่เขาเข้าใจว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ ในขณะที่หญิงสาวต้องเอาตัว เอาหัวใจให้รอด…
เมื่อต้องอยู่ร่วมห้องกับเขาตลอดเวลาอย่างนั้น…เรื่องราวของนักการฑูตหนุ่ม กับคู่รักกำมะลอ จะลงเอยอย่างไร

กลรักเกมพยาบาท

คมไผ่ เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่ทั้งแก่นและเฮี้ยว เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และย่าอย่างมีความสุข จนเมื่อ รสริน เด็กหญิงวัย 3 ขวบญาติผู้น้องมาขออาศัยอยู่ด้วยเพราะพ่อแม่เสียชีวิต แรกๆ ไผ่เป็นพี่ไม่ดีนักแกล้งน้องไม่ว่าจะแกล้งผลักตกน้ำ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ไผ่ถูกว่าอย่างหนัก แต่ว่ารสแก้ตัวแทนทำให้ไผ่กลายมาเป็นพี่ที่ดีของรส ต่อมาพ่อแม่ของไผ่ได้เสียชีวิตลง ไม่นานนักย่าก็เสียชีวิต เธอกลายเป็นเด็กกำพร้า

อิงอร แม่ของ ก้านหลิว เพื่อนสนิทรับอุปการะทั้งคู่ไว้ ทำให้ไผ่และหลิวสนิทกันมากขึ้นจนเป็นเพื่อนรัก ที่มหาวิทยาลัยไผ่มีเพื่อนสนิทอีกคนคือ วุฒิ เขาชอบไผ่แต่ไม่กล้าบอก เขาจึงใช้รสเป็นสะพานเพื่อใกล้ชิดไผ่ เมื่อเห็นไผ่ไม่สนใจจึงตัดใจหมั้นกับรสก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยสัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานด้วย หลังจากนั้น ฐิตา เพื่อนของรสก็ไปเรียนต่อเช่นกัน รสจึงฝากให้วุฒิดูแลเพื่อนโดยไม่คิดว่าตัวเองจะถูกหักหลัง

ทั้งคู่แอบได้เสียกันวุฒิส่งจดหมายมาถอนหมั้นรส ทำให้รสตรอมใจและเสียชีวิตลงอย่างหัวใจสลาย ไผ่และหลิวโกรธแค้นและสัญญากับตัวเองว่าจะทำให้ทั้งคู่เจ็บปวดปางตายเช่นกัน ผ่านไป 5 ปีไผ่และหลิวร่วมกับเปิดบริษัทรับวางแผนประชาสัมพันธ์ และได้รับงานจาก ภาณิน และสองพี่น้อง เจษฎา และสัญญา ในที่สุดเวลาของการแก้แค้นของไผ่และหลิวก็มาถึง เมื่อฐิตาและวุฒิกลับเมืองไทย

ไผ่เริ่มแผนการหาผู้ชายที่ตรงสเปกฐิตามากที่สุดนั่นคือ ภาณิน และจัดฉากให้ทั้งคู่เจอกัน ซึ่งฐิตาประทับใจและหลงรักภาณินตั้งแต่แรกพบ เมื่อมั่นใจว่าฐิตาหลงรักภาณินจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ไผ่เริ่มแผนการขั้นต่อไปโดยหาผู้หญิงในฝันของภาณินมาเป็นมือที่สาม ก็คือเธอนั่นเองเพื่อการแค้นที่สมบูรณ์ หลิวไม่เห็นด้วยไผ่ใช้มารยาหญิงสร้างภาพตัวเองให้มีบุคลิกและอุปนิสัยในแบบ ที่ภาณินชอบ

นับวันภาณินยิ่งรักไผ่มากขึ้น ตระการ และทองริน บอกลูกว่าเวลาไม่ใช่เครื่องตัดสิน หัวใจต่างหาก ทำให้ภาณินตัดสินใจขอไผ่แต่งงาน ไผ่นึกถึงรสรินจึงตอบตกลงทันที ภาณินพาไผ่ไปที่บ้านทองรินดีใจที่ได้เธอเป็นสะใภ้จนเธอรู้สึกเศร้า การเตรียมการแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างลับๆ เพราะไผ่ไม่อยากให้ฐิตารู้ล่วงหน้า และเมื่อทุกอย่างพร้อมไผ่เอาการ์ดไปให้ฐิตาที่บ้านและเปิดเผยว่าตัวเองเป็น ใคร

โดยไม่รู้ว่าวันนั้นภาณินก็ไปหาฐิตาเหมือนกัน ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องที่ไผ่ใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้และหวังจะแก้แค้นเธอหลังแต่งงาน ในคืนแต่งงานบ่าวสาวดูหน้าตาปราศจากความสุข ฐิตาไปงานพร้อมทั้งฉีกหน้าไผ่ด้วยการเปิดเผยความจริง แม้จะรู้ทั้งรู้แต่ภาณินก็ปกป้องภรรยาจนงานคืนนั้นผ่านไปด้วยดี ไผ่มารู้ว่าเขารู้เรื่องและคิดแก้แค้นเธอกลับก็ต่อเมื่อส่งตัวแล้ว

ไผ่รู้ตัวว่าทำผิดกับภาณินมากและรู้ใจตัวเองว่าที่ยอมแต่งงานกับเขาเพราะเธอ มีใจให้เขาตั้งแต่แรก ไผ่พยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟัง ไผ่พยายามทำดีสารพัดแต่เขาก็บกว่าไม่ได้เรื่อง เขาต้องการทรมานเธอให้สมกับที่ตนเจ็บใจ วุฒิสารภาพรักกับไผ่ทำให้ไผ่ตกใจมาก เธอแกล้งทำเป็นเข้าใจและให้อภัย วุฒิหลงเชื่อให้เธอควงเขาเย้ยภาณิน คืนนั้นภาณินเมามากเขาปลุกปล้ำไผ่ทำให้เธอโกรธ

ไผ่เลิกสนใจภาณินหันมาดำเนินตามแผนต่อ เลือกคนที่เลวที่สุดสำหรับร่วมชีวิตฐิตา จนมาสะดุดชื่อ ไกรเลิศ นักธุรกิจร่ำรวยแต่มีเบื้องลึกเลวร้าย ไผ่ไปแสดงตัวกับพ่อแม่ฐิตาว่าเป็นภรรยาภาณิน ซึ่งทุกข์ใจเพราะฐิตามายุ่งกับสามีตน และเสนอที่จะหาคู่ให้กับฐิตา หลังชักจูงทั้งคู่ได้แล้วก็ทำให้ฐิตาพบกับไกรเลิศ ในงานเลี้ยงงานหนึ่งเพื่อให้แผนเป็นตามเป้า ไผ่ไปพบไกรเลิศและช่วยเหลือเขาเรื่องฐิตา

โดยไปแยกภาณินและฐิตาที่เมามากไกรเลิศพาฐิตาเข้าโรงแรม ตอนแรกไผ่จะล้มเลิกแผนการแต่ไกรเลิศไม่ยอม และขู่ว่าจะแฉว่าเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ในที่สุดฐิตาก็ต้องแต่งงานกับไกรเลิศอย่างไม่เต็มใจ การแก้แค้นโดยทำให้ฐิตาตกนรกทั้งเป็นเสร็จสิ้นลงคงเหลือแต่วุฒิ หลิวอยากให้ไผ่เลิกแผนร้ายจึงไปเตือนให้วุฒิกลับไปต่างประเทศ แต่ไม่ทันไผ่ไปหาเขาตอนที่เขากำลังเก็บกระเป๋า พอดีเธอคว้าปืนออกมาเพื่อข่มขู่

วุฒิตกใจกลัววิ่งหนีจนถูกรถชนทำให้เขาตาบอดสนิทไม่สามารถรักษาได้ ไผ่เสียใจเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงแบบนี้ วุฒิสำนึกในความผิดของตนเขาไม่โกรธไผ่ ทั้งคู่อโหสิกรรมให้กันและกัน ไผ่ท้องแต่ไม่ยอมบอกให้ภาณินรู้ ไผ่ตัดสินใจวางมือเรื่องต่างๆ และคืนอิสรภาพให้กับภาณินจากนั้นก็หนีไปจากชีวิตเขา แต่ความรักย่อมเข้าใจในรัก ทุกคนได้ปรับความเข้าใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน ไผ่คลอดลูกเป็นผู้ชายซึ่งภาณินก็ดูแลภรรยาอยู่ไม่ห่าง

 

นักแสดงละครเรื่อง กลรักเกมพยาบาล

ชาคริต แย้มนาม  …  ภาณิน
สุวนันท์ คงยิ่ง  …  คมไผ่
พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์  …  ฐิตา
พลอย จินดาโชติ  …  ก้านหลิว
เจฟฟรี่ เบญจกุล  …  วุฒิ
สุรวุฑ ไหมกัน  …  ไกรเลิศ
จณิสตา ชูช่วยสุวรรณ  …  รสริน
ทัศนา ดำรงค์ศักดิ์  …  แมว

กระบือบาล

ใจเด็ด ทายาทเศรษฐีทิ้งเงินทองมาเป็นหัวหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อีสานใต้ โดยมีเกริกไกร หัวหน้าสัตว์แพทย์ผู้รักควายไม่แพ้กันเป็นลูกคู่ แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อสรนุช สาวเมืองกรุง ถูกส่งมาเป็นทัพหน้าบุกขายรถไถ ในดินแดนคนรักควายที่ไม่เคยมีรถไถคันไหนขายออกมาก่อน

กระต่ายหลงจันทร์

กระต่าย (พิมทอง) พยาบาลสาวเชย เฉิ่ม ซื่อ ซุ่มซ่าม เซอะเบ๊อะ สวมแว่นสายตาหนาเตอะ แต่งตัวไม่เป็น และขี้เหนียวสุด ๆ แต่ที่ซ่อนไว้ภายใต้แว่นหนาและความเซอะเบ๊อะคือ ความสวยและจิตใจที่ดีงาม เธอเป็นลูกกำพร้า เช่าคอนโดอยู่ร่วมกับ ศุภรา นางแบบชื่อดังระดับแถวหน้าที่มีงานเพียบ ต่างจากกระต่ายชนิดคนละขั้ว ชอบสังคมหรูหราฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินเก่ง ทั้งคู่รักกันมาก คำว่าเพื่อน มีความหมายสมบูรณ์และเต็มแน่นในใจของกระต่ายและศุภรา ชีวิตของกระต่ายเงียบเชียบไม่มีอะไรตื่นเต้น และซ้ำซากกันทุกวัน จนถึงวันหนึ่งที่ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลง

ศุภ ราบังคับให้กระต่ายไปงานแสดงแฟชั่นโชว์การกุศลที่ยิ่งใหญ่มากที่เธอเป็นนาง แบบเด่นประจำงาน ซึ่งพีรวัส หนุ่มหล่อเจ้าของบริษัทจัดหานางแบบอันดับหนึ่งของเมืองไทยเป็นผู้จัด และกร พี่ชายของพีรวัส เจ้าของบริษัทวินเนอร์ บริษัทโฆษณาชื่อดังเช่นกันเป็นสปอนเซอร์หลักของงาน ในงานมีการเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟต์ กระต่ายเพลิดเพลินกับอาหารชั้นดีมากมาย และเมื่อเธอตักเค้กช็อกโกแล็ตจะกลับไปทานที่โต๊ะ เพียงแค่หันเธอก็ชนกับร่างหนึ่งเข้าโครมเบ้อเร่อ ทำเค้กเลอะเสื้อเชิ้ตขาวเรียบกริบของเขา และยังทำหล่นใส่รองเท้าเงาวับอีกด้วย อารามตกใจกระต่ายรีบเช็ดเค้กที่เลอะเสื้อ แต่กลายเป็นยิ่งทำให้สีช็อกโกแล็ตละเลงเลอะเป็นพื้นที่กว้างเข้าไปอีก เสียงชายหนุ่มเข้มและสั้นห้วนสั่งเธอว่าไม่ต้อง กระต่ายขอโทษ เขาก็ยังพูดว่าไม่ต้อง ยิ่งทำให้กระต่ายรู้สึกผิดหนักหนา กระต่ายเงยมอง หน้าคมเข้มหล่อมากของเขาทำให้เธอรู้สึกประหม่าแปลก ๆ ทันที เธอไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย

จิ ดาภาริษยาศุภราเพราะศุภราดังมาก ศุภราเกลียดจิดาภาเพราะจิดาภาดูถูกคนจน เธอรวยมหาศาลและมาจากตระกูลเก่าแก่อันตอกย้ำปมด้อยของศุภรา โฆษกของงานให้กรเป็นผู้ประกาศหมายเลขผู้โชคดีเองเลย ปรากฎว่าหมายเลขนั้นคือหมายเลขของกระต่าย กระต่ายขึ้นเวทีไปรับรางวัล ความประหม่าผสมความซุ่มซ่ามทำให้สะดุดเกือบตกบันได กรแสดงอาการนิดหนึ่งว่าจำกระต่ายได้ โฆษกประกาศนอกบทให้กรกลัดเข็มกลัดให้กระต่าย กรกลัดให้ กระต่ายรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในความฝัน มองหน้าเขาที่ชิดใกล้ แอบสูดกลิ่นน้ำหอมของเขา เธอฝันเบลอไปตลอดทางที่นั่งรถกลับคอนโด

และ วันหนึ่งที่รำไพกำลังข้ามถนนเธอเกิดปวดศีรษะอย่างแรงจนหน้ามืดเป็นลมจนเกือบ โดนรถชน ผู้ที่ดึงเธอพ้นจากรถได้หวุดหวิดคือ กระต่าย รำไพจำกระต่ายได้ เธอรู้สึกเป็นหนีบุญคุณกระต่ายมาก สองคนคุยกันในร้านขนม กระต่ายเล่าเรื่องเพื่อนกำลังจะได้งานโฆษณาครีมทาตัว รำไพจึงรู้ว่ากระต่ายเป็นเพื่อนของศุภรา กระต่ายเชียร์ศุภรากับรำไพ ขอให้รำไพเลือกศุภรา กระต่ายเชียร์เพื่อนอย่างบริสุทธิ์ใจจริง ๆ อย่างรักและอยากให้เพื่อนได้งาน ไม่ใช่จะแลกกับการที่เธอช่วยรำไพ

ศุภ ราบอกกระต่ายอย่างตื่นเต้นว่าได้งานถ่ายโฆษณาครีมทาตัว กระต่ายดีใจสุด ๆ ศุภราบอกว่าเธอต้องไปเซ็นสัญญาที่บริษัทวินเนอร์ กระต่ายหูผึ่งทันที และวันที่นัดเซ็นสัญญาเป็นวันที่กระต่ายว่างพอดี เธอจึงขอตามศุภราไปด้วย ขอไปเห็นหน้ากรสักนิดก็ยังดี วันเซ็นสัญญากระต่ายเข้าไปนั่งในห้องด้วย แต่ก็เห็นว่ากรมองเธออย่างธรรมดามากไม่ได้สนใจเธอเป็นพิเศษเลย และกระต่ายทำให้รำไพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างแรงอีกด้วยเพราะความซื่อของ เธอ กระต่ายขอบคุณรำไพที่ช่วยศุภรา ทุกคนในห้องเงียบกริบ

วัน แรกที่มาทำงานกระต่ายมาเช้ามาก เธอเจอกรซึ่งมาเช้ามากเหมือนกัน และได้ขึ้นลิฟต์ไปกับเขา กระต่ายจึงได้เห็นว่าตัวเองกระจอกแค่ไหนเมื่อยืนเคียงกับเขา กระต่ายเจอเกรซ เออีประจำบริษัทฯ ถูกสบประมาทและดูถูกในความเชยสารพัด เกรซประกาศกับเสาวลักษณ์ว่าทนไม่ได้ที่เห็นบริษัททันสมัยรับคนเชย ๆ แบบนี้เข้ามาทำงาน กระต่ายเริ่มฝึกงานที่แผนกของกรก่อน กรให้มยุรีเป็นคนสอนงาน งานวันแรกของกระต่ายคืออ่านแฟ้มเพื่อศึกษางาน ถ่ายเอกสาร และชงกาแฟ ศุภรารู้เข้าหัวเราะไม่หยุดเลย กระต่ายถูกสั่งให้วิจารณ์งานโฆษณา กระต่ายไม่เอาไหนเลย กรติงานของกระต่ายตรง ๆ กับรำไพว่าถ้าเป็นเขา จะให้กระต่ายสอบตก แต่รำไพบอกกับกระต่ายว่ากรชมงานของเธอ กระต่ายปลื้มซะไม่มี

วันรุ่ง ขึ้นศุภราลงมาชั้นล่าง จิดาภารอเล่นงานอยู่แล้ว เธอเหยียดเย้ยศุภราเรื่องความตกต่ำในอาชีพ ศุภราพูดใส่หน้าว่าเธอเลือกที่จะแต่งานกับพี จิดาภาหน้าหงายไป โฆษณานาฬิกาออกอากาศ กระต่ายดังเป็นพลุ เอกเทศและรำไพมาตามต่ายที่คลินิกให้ไปงานที่ลูกค้าเลี้ยงขอบคุณ คืนนั้นเป็นคืนเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง งานที่ลูกค้าจัดเลี้ยงเป็นงานใหญ่ ต่ายสวยเฉิดฉาย เธอกลัดเข็มกลัดเพชรกระต่ายหมายจันทร์ คิดว่าบางทีมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้แต่งตัวสวยเช่นนี้ และต่ายตื่นเต้นมากเมื่อเห็นศุภรามาร่วมงานด้วย เธอมากับพีรวัส สองสาวโผเข้ากอดกัน ต่ายดีใจที่ได้เพื่อนคืนมา ดีใจยิ่งกว่าประสบความสำเร็จในงานโฆษณาเสียอีก ต่ายขอให้ศุภรากลับไปอยู่กับเธอดังเดิม จิดาภามางานนี้ด้วย ยังตามราวีศุภรา บอกว่าจะแย่งพีรวัสจากศุภรา แต่โดนพีตอกหน้าหงายไป

พี อยากรู้ว่าต่ายรักใคร ศุภราว่าถึงเวลาแล้วที่พีและเธอจะช่วยต่ายบ้าง เธอบอกว่าคนที่ต่ายรักอยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอบอกพีว่าต่ายรักเข็มกลัดเพชรกระต่ายหมายจันทร์ที่สุด พีนึกได้ทันทีว่าต่ายรักกร เอกเทศยังพยายามบอกรักต่าย แต่ต่ายปฏิเสธ และปฏิเสธที่จะถ่ายโฆษณาต่อไปด้วย เอกเทศบอกว่าเขารู้ว่าต่ายรักใคร ต่ายขอเขาอย่าพูด เอกเทศผละจากต่ายไปเจอกร เขาพูดแปลก เขาบอกฝากกรดูแลต่ายด้วย กรตามต่ายจนเจอ ถึงอย่างไรวันนี้ขอสารภาพรักกับเธอให้ได้ กรบอกรักต่าย ต่ายผิดหวังรุนแรง เธอนึกว่ากรเป็นแบบเดียวกับเอกเทศ รักเธอเพราะเธอเป็นนางแบบโด่งดัง ไม่ใช่รักเธอเพราะเธอเป็นเธอ เป็นกระต่ายแสนเชย กระต่ายวิ่งน้ำตากลบตาหนีกรไป

เธอไปเจอรำไพ รำไพคลี่คลายความหวาดระแวงของเธอ รำไพบอกว่ากรรักกระต่ายมาตั้งแต่ยังเป็นกระต่ายเด็กฝึกงานเชย ๆ แต่ต่ายเอาแต่ทำงาน และบอกว่ามีคนรักอยู่แล้วกรเลยไม่กล้าบอกรักเธอ กระต่ายดีใจ พีรวัสกับศุภราตามกรจนเจอ และบอกกรว่าไอ้โม่งที่ต่ายรักคือ กร และพากรไปดูหลักฐานภาพถ่ายที่ต่ายตัดเก็บไว้ กรดีใจมากเขาตามหากระต่ายจนเจอแถวบ้านหนูมาลี กรขอลอยกระทงอธิษฐานร่วมกับต่ายและโอบต่ายไปริมคลอง ต่ายใจเต้นตูมๆ กรอธิษฐานแล้วลอยกระทงคู่กับต่าย เขาบอกว่าเขาอธิษฐานขอให้สมหวังในรักกับผู้หญิงที่เขาแอบรักมานานแต่ไม่กล้า บอกจนเกือบเสียเธอไป กรบอกว่าเขามัวแต่อิจฉาไอ้โม่งคนนั้นแทบตาย ไม่รู้เลยว่าอิจฉาตัวเอง กระต่ายมีความสุขล้ำอบอุ่นเหลือเกิน กระต่ายหลังจันทร์ไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว

นักแสดงละครเรื่อง กระต่ายหลงจันทร์

1. อานัส ฬาพานิช รับบทแสดงเป็น กร
2. จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบทแสดงเป็น พิมทอง (กระต่าย)
3. รพีภัทร์ เอกพันธ์กุล รับบทแสดงเป็น พีรวัส
4. วรรณพร ฉิมบรรจง รับบทแสดงเป็น ศุภรา
5. นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบทแสดงเป็น เอกเทศ
6. วิภาวดี กาศสกุล รับบทแสดงเป็น จิดาภา
7. แวร์ โซว รับบทแสดงเป็น เกรซ
8. มณฑานี ตันติสุข รับบทแสดงเป็น รำไพ

ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.20 น.

กนกลายโบตั๋น

เมื่อรู้ว่า”วิภาดา” หลานสาวกำลังจะเดินทางไปทัศนาจรประเทศจีน คุณยายก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เรียกเธอมาเล่าให้ฟังถึงน้าหญิงคนเล็กของเธอ…ม.ร.ว.หญิงริมทอง…ว่าได้ เดินทางไปเมืองจีนแล้วก็เลยไม่กลับ เพราะไปแต่งงานกับคนจีนที่นั่น…คุณยายคิดถึงและเป็นห่วงลูกสาวมากแต่ไม่ รู้จะติดตามถามข่าวกับใคร เพราะลูก ๆ คนอื่น ๆ ของคุณยายต่างก็รู้สึกไม่พอใจที่น้องคนเล็กตัดสินใจเช่นนั้น ทุกคนตัดใจจากน้องได้ แต่คนเป็นแม่ย่อมตัดลูกสาวของตนไม่ได้คุณยายขอให้วิภาดาช่วยติดตามหาน้าหญิง ของเธอให้ได้ วิภาดารับปากคุณยาย แม้จะรู้ว่าโอกาสที่จะพบคุณน้านั้นมีน้อยเต็มที เพราะประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน…แต่อาจเป็นด้วยโชคชะตาหรือฟ้า กำหนดก็เหลือคาด วิภาดาได้พบกับน้าหญิงของเธอจนได้ เพราะลูกชายของน้าบังเอิญมาทำงานเป็นไกด์ให้กับกลุมนักทัศนาจรที่วิภาดาเดิน ทางมาด้วยพอดีวูซูหลิน…เป็นหนุ่มชาวจีนที่มีสายเลือดไทยครึ่งหนึ่งจากผู้ เป็นแม่…แม่ผู้ถือกำเนิดมาในตระกูลศักดินา…เขารู้สึกประทับใจในตัว วิภาดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ด้วยความสดใสร่าเริงของหญิงสาว…จากความผูกพันทางสายเลือดในเบื้องต้น ก่อตัวเป็นความรู้สึกอันลึกซึ้งระหว่างกัน เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ที่วิภาดาไปพักอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ของครอบครัววู
วิภาดากลับมาเมือง ไทยพร้อมด้วยกำลังใจอันสำคัญยิ่งที่มอบให้กับคุณยายของเธอ ในขณะที่ญาติ ๆ คนอื่น ๆ ไม่มีใครสนใจใยดีเมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจของครอบครัวเกิดซวดเซ วิภาดาจำต้องรับหมั้นกับชายหนุ่มรุ่นพี่…และแต่งงานกันในเวลาต่อมา…
แต่ การแต่งงานของเธอนั้นเป็นไปเพียงเพื่อหน้าที่และความรับผิดชอบโดยแท้ หัวใจของเธอยังผูกพันลึกซึ้งอยู่กับญาติหนุ่มชาวจีน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในจีน (หลังการเสียชีวิตของประธานเหมา ช่วงประมาณปี ๒๕๒๐-๒๕๒๑) จีนเปิดประเทศมากขึ้น ผู้คนเดินทางไปมาระหว่างประเทศได้มากขึ้น วูซูหลินมีโอกาสติดตามคณะผู้แทนรัฐบาลจีนมาเยือนประเทศไทย วิภาดาได้พยายามติดต่อจนสามารถพาวูซูหลินมาเยี่ยมคุณยายของเขาได้ ท่ามกลางสายตากึ่งสนอกสนใจ กึ่ง ๆ ประเมินท่าทีจากบรรดาญาติ ๆ …และในตอนนี้เอง ซูหลินก็ได้รับรู้ว่า…วิภาดาแต่งงานแล้ว…หรือวิภาดาจะเป็นเพียงความฝัน สำหรับเขาไปแล้วจริง ๆ อย่างที่แม่ของเขาเคยพร่ำเตือน…ถ้าเช่นนั้น…ดอกโบตั๋นจะเกี่ยวพันร้อย รัดกับกิ่งก้านลายกนกได้อย่างไร…?นิยายรักลึกซึ้งและมั่นคงระหว่างคนสองคน ที่ต่างสัญชาติ ต่างวัฒนธรรม มีเพียงเสี้ยวส่วนของสายเลือดที่เป็นสายใยโยงกันไว้…กับความผูกพันอันลึก ซึ้งที่อุปสรรคใด ๆ ก็มิอาจกั้นขวาง…

ออกอากาศ วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2533 ถึง วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2534

ผู้กำกับ : มานพ สัมมาบัติ
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท : ศัลยา
บทประพันธ์ : ศรีฟ้า ลดาวัลย์

นักแสดง
นพพล โกมารชุน
ปรียานุช ปานประดับ