Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

คนึงหา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ้าสาวจำแลง กลับกลายเป็น เจ้าสาวจำเป็น ใน คนึงหา

ภูมิ เป็นทายาทคนเดียวของตระกูล รัตนบดินทร์ เจ้าของคฤหาสน์รัตนคาม คาสโนวาที่สาวๆพากันมอบใจให้ เขาใช้ความหล่อ รวยอย่างคุ้มค่า ควงสาวไม่เลือกหน้า จนได้เมล์จากพ่อแม่ ภัทร์ และ สราญ ที่จะกลับจากเปิดตลาดธุรกิจส่งออกในอเมริกา ใจความในเมล์ทำให้เสือผู้หญิงอย่างภูมิกลายเป็นเสือติดจั่นเมื่อพ่อแม่เลือก เจ้าสาวไว้ให้แล้ว ภูมิไม่อยากถูกคลุมถุงชน เลยยอมสารภาพความจริงกับเพื่อนรัก ผไท ว่าเขามีสัญญาใจกับ เดือนฉาย แฟนสาวที่เรียนอยู่อังกฤษ ว่าเธอกลับมาเมื่อไหร่ ทั้งคู่จะแต่งงานกัน ผไทใจหายเพราะแอบรักเดือนฉายอยู่ แต่เห็นแก่ความรักของเพื่อนมากกว่า ผไทวางแผนถ่วงเวลาให้ ภูมิ ด้วยการประกาศหาหญิงสาวมารับบท เดือนฉายตัวปลอม สวมรอยเป็นเมียภูมิ ไปจนกว่าเดือนฉายตัวจริงจะกลับมา ในบรรดาสาวๆที่มาสมัคร มีแค่หนึ่งเดียวที่ถูกใจไผท แต่ภูมิถึงกับยี้เมื่อเห็นสาวเปิ่นเชยใส่แว่นตา ไร้ญาติขาดมิตรที่ชื่อ ยาย ม่านแก้ว
ภูมิจ้างสาวชื่อแปลก ยาย ด้วยค่าจ้างแพงลิบลิ่ว และพาเข้าบ้านในชื่อ เดือนฉายเพราะหวังดึงให้ คุณย่า หรือ คุณหญิงรัตนบดินทร์ เป็นพวกคอยขวางพ่อกับแม่ไว้ก่อน ยายแอบได้ยินเต็มสองหู ยิ่งตอนที่ภูมิย้ำกับว่า ผู้หญิงที่เขารักและจะแต่งงานด้วย มีคนเดียวคือ เดือนฉาย ยายรู้สึกว่าตัวเองโดนดูถูก แต่ก็ทนเล่นละครเป็นเดือนฉายต่อ เพราะยายรู้จักกับเดือนฉายตัวจริง เธอกับเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันมาก ตอนที่รู้ว่าต้องมารับบทเดือนฉาย ยายจึงยอมง่ายๆเพราะต้องการให้เดือนฉายได้แต่งงานกับภูมิ ถึงเวลาที่ยายต้องรับมือกับแม่ผัวในตำนาน เมื่อคุณนายสราญกลับมาเมืองไทยพร้อมสามี สราญกรี๊ดลั่นเมื่อมาเจอลูกสะใภ้(จำเป็น)อย่างยาย ที่ทั้งยอกย้อนและไม่ยอมลงให้ ถึงแม่ผัวอย่างคุณหญิงรัตนบดินทร์จะถือหางภูมิและนังยาย สะใภ้ไพร่อย่างที่สราญชอบเรียก แต่สราญก็ไม่ยอมเหมือนกัน สราญวางแผนให้ภูมิได้พบกับ ประกายฟ้า ผู้หญิงที่เลือกไว้ให้ลูกชายมาตั้งแต่ต้น ด้วยความเจ้าชู้ของภูมิบวกความเป็นสาวฮอตของประกายฟ้า ทำให้ไฟสวาทลุกติดพรึ่บพรั่บจนยายต้องงัดมารยาหญิงทั้งหมดออกมาขวางเพื่อพี่ เดือนฉาย ไม่ให้ประกายฟ้าเอาตัวและหัวใจภูมิไปได้ ศจี ญาติผู้น้องของภูมิ เชิญคนบ้านรัตนบดินทร์ไปร่วมงานหมั้น ยายเกือบตอบตกลงไปงานด้วย แต่พอรู้ว่า ศจี หมั้นกับ ระพี วิชพัชร์ ยายรีบหาข้ออ้างไม่ไปงาน ภูมิสงสัย แต่ยายทำป่วยซม จนสราญรีบดึงให้ประกายฟ้าไปแทน ยายโล่งอกที่ความลับยังไม่ถูกเปิดเผย เพราะที่จริงแล้ว ยาย ม่านแก้ว คือ รามนรี วิชพัชร์ ลูกสาว วิรัช คหบดีทางใต้

งานวันเกิดคุณย่า สราญฉีกหน้ายายและทำให้ประกายฟ้าโดดเด่นเคียงข้างภูมิ ยายหลบมาเศร้า ไผทตามมาปลอบ ยายถามถึงกำหนดกลับของเดือนฉาย ไผทบอกว่าอาทิตย์หน้า ยายรู้ว่าเวลาของละครฉากสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ภูมิว้าวุ่นใจเรื่องยาย ยิ่งใกล้กำหนดกลับของเดือนฉาย เขากลับคิดถึงแต่ยาย ยายมาขอลาออก ภูมิไม่ยอม อ้างว่าคุณย่ารักยายมาก ขอจ้างยายต่อในฐานะหลานคุณย่า ยายโมโหว่า ผู้หญิงอย่างเธอไม่เคยซื้อได้ด้วยเงิน ภูมิเอะอะ ลั่นปากว่า ถ้าเขาไม่ยอม
ยายออกจากบ้านรัตนบดินทร์ มาเช่าห้องอยู่ แต่เจอกับศจี ศจีช่วยเหลือจนยายได้เจอกับระพีอีกครั้ง ระพีดีใจมาก และขอร้องให้น้องสาวกลับบ้านไปหาพ่อที่ป่วย ยายหรือรามนรีรีบกลับไปดูแลพ่อ ศจีกับแม่ เจือจันทร์ ตกลงใจว่าจะสั่งสอนผู้ชายหลายใจอย่างภูมิ เลยไม่บอกว่ารู้ที่อยู่ยาย ภูมิเป็นทุกข์จนประกายฟ้าเข้าหน้าไม่ติด ยิ่งเดือนฉายกลับมา ประกายฟ้าก็ยิ่งอาละวาด สราญโมโหที่ลูกชายตัวแสบหลอกเรื่องเมียคั่นเวลา เดือนฉายเห็นคนรักเปลี่ยนไปแต่ภูมิไม่ยอมรับ เดือนฉายคุยกับผไทว่าเธอจะไม่แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รักเธอ ไผทหาทางให้คนทั้งคู่กลับมาหวานชื่น แต่ยิ่งทำให้ภูมิรู้ใจตัวเองว่าคิดถึงยาย ภูมิออกตามหา แต่ก็ไร้ร่องรอยของยายบ๊องส์

งานวันหมั้นของยายกับผสาน ภูมิบุกมาพาตัวยายออกไป เพราะศจีแอบส่งข่าว ยายโวยลั่นรถระหว่างทางไป บ้านฝั่งชล บ้านพักริมทะเลที่คุณย่านอนรักษาอาการตรอมใจคิดถึงหลานสะใภ้อย่างยาย ภูมิมีโอกาสปรับความเข้าใจกับยาย สองคนเกือบเปิดใจต่อกัน แต่ผสานตามมาดึงยายกลับไป ภูมิเองก็เจอประกายฟ้ามาอ้างเรื่องท้อง แต่ภูมิฉลาดพอที่จะเอาหลักฐานประกายฟ้าควงเสี่ยอีกหลายคนให้แม่ดู และบอกเรื่องที่ให้ผไทสืบว่า ครอบครัวประกายฟ้ากำลังล้มละลาย เลยต้องการเขยกระเป๋าหนักสักคนมาพยุงฐานะ สราญโกรธมากที่โดนลูบคมตามไปอาละวาดกลางงานสังคม จนครอบครัวประกายฟ้าแทบแทรกแผ่นดินหนี

งานแต่งริมทะเลที่บ้านฝั่งชล ยายแต่งตัวสวยงาม แต่หน้าตาหมองเศร้า จนถึงตอนเจ้าบ่าวเดินจูงมือเจ้าสาวออกมา ยายถึงรู้ว่าถูกทุกคนร่วมมือกันหลอก เหมือนที่เธอเคยหลอกคนอื่นๆว่าเป็นเมียภูมิ เดือนฉายแต่งงานกับไผท ผู้ชายที่รักเธอคนเดียว ภูมิคว้าร่างยายมากอดแนบแน่นและสารภาพว่าผู้หญิงอย่างยายบ๊องส์ต่างหากที่ อยู่ในความคนึงหาของเขา ภูมิก้มลงกระซิบขอแต่งงาน ยายมัวแต่เขินเลยโดนคาสโนว่าถูกลบลายอย่างภูมิขโมยจูบเป็นสัญญาใจไปจนชั่วชีวิต

คนตาทิพย์

ข่าวเด็กหญิงดาว ลูกสาวของ ดร.วาที กับ วงพักตร์ ถูกลักพาตัวไปจากลานจอดรถของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เป็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของทุกคน พ.ต.ต.พิภพ ผู้เป็นเจ้าของคดีคลำทางหาตัวคนร้ายทุกวิถีทางแต่ก็คว้าน้ำเหลว วงพักตร์กับดร.วาที เสียใจมากจนแทบจะปิดกิจการศูนย์ความงามที่กำลังไปได้สวย ดร.วาทีประกาศให้ค่าหัวคนร้ายนับล้านบาท และหากใครนำตัวลูกสาวมาคืนได้ ตนจะให้รางวัลอย่างงาม เหตุนี้ทำให้ตำรวจคลายความสงสัยว่าวาทีอาจเป็นตัวการ เนื่องจากวาทีเป็นพ่อเลี้ยง ความเศร้าโศกในภาพข่าวของคนทั้งสองนั้นทำให้ไม่มีใครทราบว่า ดร.วาทีกับวงพักตร์เริ่มขัดแย้งกัน เนื่องจากวาทีกำลังติดพันขวัญหล้า พนักงานในศูนย์ความงามของวงพักตร์นั่นเอง

นารีครูพลศึกษาสาวประจำ โรงเรียนประถมศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวของนวลแพรและมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อนงคราญ พ่อของนารีเคยเป็นตำรวจ แล้วเสียชีวิตขณะที่กำลังออกปฏิบัติหน้าที่ ทำให้นารีมีบุคลิกภาพที่เข้มแข็งผิดกับนงคราญน้องสาวที่อ่อนหวาน น่ารัก เป็นกุลสตรี วันหนึ่งขณะที่นารีกำลังสอนหนังสืออยู่นั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น กลุ่มคนร้ายหนีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในบริเวณโรงเรียนแล้วจับ ตัวนักเรียนหญิงคนหนึ่งเป็นตัวประกัน พร้อมขู่จะขว้างระเบิดใส่โรงเรียน นารีเข้าชาร์จชิงตัวนักเรียนมาได้ แต่ตัวเองบาดเจ็บที่ใบหน้าจนสลบไป ตำรวจมาถึงพอดี เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น ตำรวจจับคนร้ายได้คนหนึ่งคือ ไอ้หนวด และพยายามเค้นเอาความจริง แต่ขณะที่ไอ้หนวดกำลังจะบอกความจริงนั้น ไอ้หนวดก็ถูกไอ้เบี้ยวโจรด้วยกันฆ่าตายเสียก่อน

นารี ได้รับความกระทบกระเทือนมาก ตาบอดสนิททั้งสองข้าง นายแพทย์ปรีดาพยายามช่วยจนสุดความสามารถด้วยการเปลี่ยนตาของไอ้หนวดใส่ให้ เธอ จนสามารถมองเห็นได้ แต่เธอก็มักจะเห็นไอ้หนวดตามมาขอดวงตาคืน ทั้งในความฝันและในความจริง นารีบอกใคร ๆ เรื่องที่เธอเห็นไอ้หนวด แต่ไม่มีใครเชื่อ หมอปรีดาเข้าใจว่าจะเป็นผลพวงมาจากความเครียดเนื่องมาจากการเปลี่ยนดวงตา เขาพยายามยืนยันและปลอบโยนว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นไม่ใช่ความจริง ความใกล้ชิดที่ปรีดามีให้กับนารี ทำให้รุ่งทิวาคนรักของหมอไม่พอใจมาก ด้วยความหึงหวงเธอมักจะมาหานารีที่โรงพยาบาล หาเรื่องต่างๆ นานา แต่ทว่านงคราญน้องสาวของนารีช่วยกันไว้ไม่ให้รุ่งทิวาอาละวาดนารีได้

ตลอด เวลานารีจะเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันผ่านเข้าในดวงตาของเธอ เธอมักเห็นเหตุการณ์แปลกๆ ที่เป็นเรื่องร้าย เกี่ยวกับการฆาตกรรม เธอบอกใคร ๆ แต่ก็ไม่มีคนเชื่อ ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ก็มักลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เธอเห็นเป็น ความจริงทุกครั้ง จนปรีดาแปลกใจ และคิดว่าจะต้องหาเหตุผลมาอธิบายให้ได้และแม้ว่าใคร ๆ จะห้ามเขา เพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ โดยเฉพาะรุ่งทิวา ซึ่งเชื่อว่านารีเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ หลอกลวงเพื่อหวังใกล้ชิดกับปรีดา เพราะนารีมักจะเห็นไอ้หนวด เธอต้องสู้กับความหวาดกลัวที่ได้รับ ปรีดาขอให้นารีไปพบจิตแพทย์ชื่อ เทวินทร์ เพื่อบำบัดความเครียดดังกล่าว ทำให้ปานทิพย์น้องสาวของหมอปรีดาซึ่งเป็นแฟนสาวของเทวินทร์เกิดความไม่พอใจ อีก เพราะปานทิพย์คิดเหมือนรุ่งทิวาว่านารีมีแผนที่จะหาหลักเกาะ

เทวินทร์ สัมผัสถึงวิญญาณของไอ้หนวดได้ เขาเชื่อว่าในร่างกายของนารีมีสิ่งผิดปกติแฝงอยู่ และหาทางช่วยเหลือนารี ขณะเดียวกันทางตำรวจก็เริ่มให้ความสำคัญกับนารีมากขึ้น อยากจะให้ใช้ความเป็นตาทิพย์มาช่วยราชการตำรวจ โดยเฉพาะ ดร.วาที ได้ขอความร่วมมือจากนารีให้ช่วยใช้ตาทิพย์เพ่งหาตัวลูกสาว นารียินดีให้ความร่วมมือแต่พอจะเพ่งเพื่อหาตัวคนร้ายเธอก็เห็นเป็นวาที…นารี ไม่กล้าพูด เพราะวาทีอยู่ในฐานะพ่อของเด็กและเป็นคนขอให้เธอจับคนร้ายให้ เธอจึงเพ่งมองอีก คราวนี้ไอ้หนวดกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้นารีมองอะไรไม่เห็น และปวดแสบดวงตาจนสลบไป ปรีดาต้องให้ความช่วยเหลือ เขาพยายามปลอบนารี และสารภาพรักกับเธอ ปานทิพย์มาเห็นเข้าจึงไปบอกรุ่งทิวา ทำให้รุ่งทิวาหาทางกำจัดนารีให้พ้นทางตัวเอง

เมื่อตำรวจคว้าน้ำเหลว จากนารี ทำให้นารีเครียดมาก เพราะทุกคนเริ่มลงความเห็นว่านารีไม่ได้มีตาทิพย์จริง แต่ที่ผ่านมาเป็นเรื่องบังเอิญ ขณะที่ทุกคนเริ่มไม่เชื่อ ไอ้หนวดก็ทำให้นารีเห็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มต่าง ๆ ก่อคดีขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อนารี วิญญาณไอ้หนวดเยาะเย้ยนารี ทำให้นารีโกรธมาก ไอ้หนวดจึงยื่นข้อเสนอกับนารีว่า ถ้านารีช่วยตน ตนก็จะช่วยให้นารีมองเห็นคนร้าย นารีไม่ตกลงและพยายามแข็งขืนไม่อยู่ใต้อาณัติของไอ้หนวด เธอทำตามที่เทวินทร์แนะนำว่าอย่าใจอ่อน อย่าทำให้ร่างกายอ่อนแอ เพราะจะทำให้ไอ้หนวดใช้ร่างของเธอเป็นสื่อได้ เทวินทร์ยอมรับว่าเขาหลงรักนารี พฤติกรรมที่เทวินทร์แสดงออกทำให้ปานทิพย์ไม่พอใจมาก จึงร่วมมือกับรุ่งทิวาจ้าง ใจ นักโทษที่เพิ่งออกจากคุกมากำจัดนารี แต่ก็ทำอะไรนารีไม่ได้ เพราะไอ้หนวดคอยปกป้องนารีด้วย

ในที่สุดนารีก็ยอมทำตามสัญญาของไอ้หนวด นั่นก็คือนารีต้องไปเยี่ยมแม่ของมันที่บ้านโกโรโกโสหลังหนึ่ง ซึ่งพิภพให้ตำรวจจับตาอยู่ ทำให้พิภพเริ่มสงสัยว่านารีน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับคดีต่าง ๆ ในแก๊งไอ้หนวด แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน เขาไม่กล้าจับกุมนารี ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ข้อสำคัญคือ พิภพหลงรักนงคราญน้องสาวของนารีด้วยนั่นเอง

เมื่อนารีมาที่บ้านของไอ้หนวด ก็เห็นนางสายแม่ของไอ้หนวดป่วยหนัก นอนรอความตายอยู่ นารีบอกอ้อย น้องสาวของไอ้หนวดว่าจะเอาเงินค่าผ่าตัดมาให้ในวันสองวันนี้ อ้อยแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร นารีเดินออกจากบ้านของไอ้หนวด มาถึงถนนใหญ่ถูกรถของ ดร.วาที ซึ่งแอบติดตามมาดักรอและชนนารีจนสิ้นสติ วาทีอุ้มนารีใส่รถแล้วพาไปอยู่ที่บ้านของขวัญหล้า ซึ่งเขาซื้อให้ไว้เป็นลังรัก ดร.วาทีพยายามเค้นเอาความว่านารีมีตาทิพย์จริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ให้บอกมาว่าพลอยอยู่ไหน ไอ้หนวดเข้าแฝงร่างของนารี แล้วพูดว่า ดร.วาทีนั่นแหละที่เป็นคนเอาตัวพลอยไปกักขังไว้ไม่ใช่ใครอื่น วาทีตกใจมากที่นารีรู้ความจริง วิญญาณ ไอ้หนวดรู้ว่าวงพักตร์กำลังจะโอนเงินเพื่อไถ่ตัวเด็กหญิงพลอยตามที่ได้รับ การติดต่อจากกลุ่มโจร เป็นจำนวนเงินมหาศาล แล้วห้ามบอกตำรวจ วงพักตร์อยากปรึกษาวาที แต่ก็ตามตัววาทีไม่พบ ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ วงพักตร์จึงยอมทำตาม เอาเงินไปให้ตามสัญญา แต่พวกโจรกลับหักหลังไม่คืนพลอยให้ ซ้ำยังขู่กรรโชกวงพักตร์ต่างๆ นานา ดร.วาทีแกล้งโกรธวงพักตร์ที่ตัดสินใจทำอะไรโดยไม่ปรึกษาตน ทั้งสองมีปากเสียงกัน และในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจหย่าขาดจากกันทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ตัวพลอยกลับมา

ปรีดา เทวินทร์ พิภพ นงคราญและทุกๆ คนเครียดมากที่นารีหายไปต่างก็ออกติดตามหานารี พิภพยืนยันว่านารีไปที่บ้านของไอ้หนวด จึงไปสืบที่บ้านของไอ้หนวด แต่เมื่อไปถึงก็ไม่ได้เรื่องอะไร ดร.วาทีได้เงินจากวงพักตร์ เขาแบ่งสรรปันส่วนให้ลูกน้องเขาแล้วแต่ไม่ยอมให้กับไอ้หนวด โดยอ้างว่าไอ้หนวดตายแล้ว ทำให้วิญญาณของไอ้หนวดแค้นมาก มันเข้าฝันสมุนของวาทีให้เอาเงินไปให้แม่ของมัน วาทีอยากพิสูจน์และอยากท้าทายไอ้หนวดจึงสั่งให้สมุนไปจับอ้อยน้องสาวของไอ้ หนวดมาบำเรอตน แล้วเผากระท่อมจนนางสายซึ่งเป็นอัมพฤกษ์ตายในกองไฟ ไอ้หนวดเสียใจและแค้นมาก มันจึงเข้าสิงร่างของนารีให้ต่อสู้กับขวัญหล้าและสมุนของดร.วาที จนหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นได้ แล้วไปช่วย ด.ญ.พลอยมาจากกลุ่มคนร้าย จากนั้นไอ้หนวดก็กลับไปที่บ้านของ ดร.วาที มันเข้าสิง ดร.วาที ดลใจให้ทำร้ายขวัญหล้าจนตาย เมื่อ ดร.วาทีรู้สึกตัวก็พบว่าตนเองกลายเป็นฆาตกรไปเสียแล้ว แต่ไอ้เบี้ยวใช้เครื่องรางที่มีติดตัวอยู่ช่วยวาทีไว้ได้

นารี พา ด.ญ.พลอยมาหาปรีดา และนำ ด.ญ.พลอยส่งวงพักตร์ต่อไป วงพักตร์จึงแฉให้ทุกคนทราบว่าวาทีเป็นด็อกเตอร์ปลอม เธอจุนเจือเขามาตลอดแล้วอุปโลกน์ให้อยู่ในวงสังคมชั้นสูง แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะจับลูกของเธอไปเรียกค่าไถ่ได้ลงคอ หนังสือพิมพ์เริ่มลงข่าวความกล้าหาญของนารี แต่นารีรู้ดีว่าไม่ใช่ฝีมือตน เป็นฝีมือของไอ้หนวดต่างหาก ด.ญ.พลอยเสียใจมาก ตกอยู่ในอาการซึมเศร้าต้องอยู่ในความดูแลของเทวินทร์ นารีทำบุญให้ไอ้หนวด ส่งวิญญาณไอ้หนวดไปผุดไปเกิด ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย ความเป็นตาทิพย์ของเธอหมดไป ปรีดาขอนารีจากคุณนวลแพร แต่เธอปฏิเสธ เพราะเห็นแก่รุ่งทิวาที่มาขอร้องเธอไว้ โดยอ้างว่าท้องกับปรีดา แท้ที่จริงรุ่งทิวาท้องเพราะถูกใจข่มขืน เธอจึงต้องให้ปรีดาเป็นพ่อของเด็กในท้องแต่ปรีดารู้ทัน เขาปฏิเสธและประนามรุ่งทิวา รุ่งทิวาเสียใจมากจึงคิดทำร้ายปรีดา ขณะที่รุ่งทิวาเปิดกระเป๋าจะหยิบปืนออกมายิงนั้น นารีซึ่งยืนหันหลังก็เห็น ความเป็นตาทิพย์ของนารีกลับมาอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้ไม่มีอิทธิพลของไอ้หนวดเลย นารีช่วยปรีดาไว้ รุ่งทิวากลัวความผิดจึงหนีไปหาใจ แต่มีปากเสียงกับใจ ถูกใจฆ่าตาย นารีคิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ เธอก็จะมีตาทิพย์ขึ้นมาได้ และครั้งนี้นารีช่วยตำรวจปราบโจรผู้ร้ายได้หลายครั้ง

ข่าววาทีเป็น ตัวการจับลูกเลี้ยงเรียกค่าไถ่ ทำให้วาทีแค้นมากเก็บตัวเงียบอยู่ในตึกแถวร้าง ใช้ชีวิตอย่างลำบาก ในที่สุดเขาก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเขาเป็นคนตาทิพย์ขึ้นมาบ้าง เขาก็จะสามารถเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ อยากได้อะไรอยู่ที่ไหนก็เห็นหมด ใครเป็นศัตรูคิดท้าร้าย เขาก็เห็นได้ ด้วยความโลภเขาวางแผนจับนงคราญ มาที่คลินิกจักษุแพทย์ของปรีดา จับพ่อแม่ของปรีดากักขังไว้เป็นตัวประกัน โดยมีสมุนคนสนิทให้ความร่วมมือ นารีเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว วาทีติดต่อมาว่าถ้านารีนำตำรวจมาจับเขา เขาจะฆ่านงคราญและพ่อแม่ของปรีดาทันที ขอให้นารีมากับปรีดาเพียงสองคน เพื่อแลกข้อตกลงบางอย่าง

ปรีดากับนารีมาที่คลีนิกของปรีดา ข้อตกลงของวาทีก็คือขอให้ปรีดาควักดวงตาของตนออก แล้วเอาดวงตาของนารี ใส่ให้ตนแทน ปรีดาไม่ยอม ดร.วาทีจึงขู่บังคับจนปรีดาจำต้องควักดวงตาของวาทีออกมาแล้ว แต่พอถูกขู่จะให้ควักดวงตาของนารี วิญญาณของไอ้หนวดก็มาช่วย มันสิงร่างของเขาต่อสู้กับเหล่าร้าย วาทีเจ็บปวดมาก กลายเป็นคนตาบอด วิ่งออกไปจากบริเวณนั้น แล้วตกบันไดคอหักตายอย่างอนาถ ความเป็นคนตาทิพย์ของนารีหมดไป ทุกคนทำบุญให้ไอ้หนวด และไม่มีใครลืมไอ้หนวดได้ นารีแต่งงานกับปรีดา ส่วนนงคราญก็ยินดีรับรักพิภพอย่างมีความสุข

นักแสดงละคร คนตาทิพย์

ปิยธิดา วรมุสิก รับบทเป็น นารี
เอกรัตน์ สารสุข รับบทเป็น ปรีดา
อภิชาติ พัวพิมล รับบทเป็น พิภพ
เจมี่ บูเฮอร์ รับบทเป็น รุ่งทิวา
ติ๊ก กลิ่นสี รับบทเป็น ไอ้หนวด
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบทเป็น วงพักตร์
เกริก ชิลเลอร์ รับบทเป็น เทวินทร์
ปาริชาต แก้วกำพล รับบทเป็น นงคราญ
วรวุฒิ นิยมทรัพย์ รับบทเป็น วาที
สุพรรณษา เนื่องภิรมย์ รับบทเป็น นวลแพร

ออกอากาศ ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ช่อง 7

คดีเด็ด…เหตุแห่งรัก

สนิสา นางเอกสาววัย 20 เธออาศัยอยู่กับ การันต์ น้องชายที่อายุห่างกัน 5 ปี สาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน จึงต้องทำงานหนักไม่มีเวลาดูแลการันต์ จนเขาเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด เมื่อสารู้เธอพาน้องไปบำบัดจนหาย แต่จู่ๆ ตำรวจก็มาค้นคอนโดฯ และพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ขณะที่การันต์ก็หายตัวไปสางุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอพยายามโทรหา พิพัฒน์ ดาราหนุ่มคนรักหวังให้เขาเป็นที่ปรึกษา แต่พิพัฒน์ไม่รับสายจึงตัดสินใจโทรหาเพื่อนเก่าชื่อ นรินทร์ นรินทร์มั่นใจว่าสาถูกใส่ร้าย แต่เธอไม่ได้อยู่ในเมืองไทย เพราะทำงานเป็นดีไซน์เนอร์ในอเมริกา จึงติดต่อ นวีร์ พี่ชายที่ทำรีสอร์ทบนเกาะแสงจันทร์ให้เขาช่วย โดยไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องคดี นวีร์นักเขียนนิยายอิโรติกหนุ่ม เจ้าของนามปากกา “ริชาร์ด รีด” ซึ่งโด่งดังระดับหนึ่ง เขาได้เงินจากงานนี้จนสามารถซื้อรีสอร์ทเล็กๆ บนเกาะที่มีความเป็นส่วนตัวนี้ เขารับสามาพักบนเกาะอย่างลับๆ ตามคำขอของน้องสาว โดยให้เธอพักในบ้าน เรเชล นางแบบสาวเปรี้ยวคู่ควงของเขาไม่เป็นมิตรกับสานัก

สาจึงต้องอึดอัด อยู่พักใหญ่ ก่อนที่เรเชลจะเดินทางไปต่างประเทศ โดยขโมยต้นฉบับนิยายใหม่ของนวีร์ไปด้วย นวีร์เข้าใจผิดคิดว่าสาเป็นขโมยจึงต่อว่าเธอ ก่อนที่จะรู้ภายหลังว่าเรเชลต่างหากที่เป็นคนทำ เขาขอโทษสาที่เข้าใจผิด ก่อนจะกลับห้องและบังเอิญได้ดูข่าวภาคดึก เมื่อเห็นข่าวสานวีร์โกรธยื่นคำขาดจะส่งตัวเธอกลับขึ้นฝั่งในตอนเช้า สาเครียดจัดเธอตัดสินใจก้าวลงทะเลเพื่อจบชีวิตตัวเอง แต่นวีร์ไปช่วยไว้ได้เขาเข้ามานอนเฝ้าในห้องเพื่อป้องกันไม่ให้เธอทำร้ายตัว เองอีก ขณะสาหลับนวีร์แอบอ่านไดอารี่ของสาและได้รู้จักเธอมากขึ้น รุ่งขึ้นนวีร์ตัดสินใจโทรหา ผู้กองสินธร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและขอให้สืบเรื่องสาจนรู้ว่าเธอบริสุทธิ์ นวีร์จึงเปลี่ยนใจคิดจะช่วยเหลือ โดยสินธรรับปากจะช่วยเรื่องคดี สาเชื่อใจและไว้ใจนวีร์ เรเชลกลับมาอีกครั้งโดยที่นวีร์อภัยให้ เธอกลั่นแกล้งสาต่างๆ นาๆ เพราะริษยาจนนวีร์ทนไม่ไหว ต้องอ้างถึงสัญญาที่เคยให้ต่อกันว่าเขาและเรเชลเป็นเพียงคู่ควงที่ไม่มี สิทธิ์หึงหวง

เมื่อใช้ทุกวิถีทางที่จะได้นวีร์มาแต่ดูเหมือนชาย หนุ่มจะไม่เล่นด้วย เรเชลจึงเริ่มท้อและคิดถึงศักดิ์ศรีของตัวเอง เธอก้าวออกจากชีวิตของเขาในที่สุด ด้านการันต์เขาถูกพิพัฒน์กักตัวไว้ที่บ้านลับชานเมืองเพื่อบังคับให้ส่งยา ให้ การันต์ขัดขืนและพยายามหนี จึงถูกพิพัฒน์ทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยๆ นวีร์ตัดสินใจพาสาขึ้นฝั่งตามคำแนะนำของสินธร แต่กลับถูกสินธรจับตัวไปอยู่ในเซฟเฮ้าส์ของกรมตำรวจ เมื่อรินทราบเรื่องเธอเดินทางกลับเมืองไทย และตรงเข้าพบสินธรเพื่อเอาเรื่องเขา รินเป็นคน รักเก่าของสินธร ทั้งคู่รักกันมากแต่ถูกแม่และน้าของรินกีดกัน โดยโกหกว่าสินธรมีเมียอยู่ที่เมืองไทย รินเข้าใจผิดจึงยอมเลิกกับเขา 4 ปีแล้วที่ทั้งคู่ไม่ได้พบกัน รินเคืองเพราะรู้ว่าสินธรจับสาและนวีร์ เธอขอพบนวีร์แต่สินธรบ่ายเบี่ยง รินจึงเล่นสงครามประสาทตามเขาไปทั่ว และสุดท้ายก็ไปอยู่ด้วยที่บ้านซะเลย เมื่อทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งจึงต่างก็รู้ว่ายังมีความรู้สึกพิเศษต่อ กัน ด้านพิพัฒน์หลังจากโยนความผิดให้สาเขาหันไปคบหากับ กิ๊ก ดาราคู่แข่งของสา

และล่อลวงจนกิ๊กตกเป็นทาสของยาเสพติด เมื่อมารู้จักตัวตนของพิพัฒน์ก็เป็นเวลาสายซะแล้ว กิ๊กติดยางอมแงมเธอโดนบังคับให้ขายและส่งยาอย่างไม่มีทางเลือก สาและนวีร์ใช้ชีวิตด้วยกันในเซฟเฮ้าส์ ขณะที่สินธรแถลงข่าวใหญ่เรื่องการจับกุมสา เขารู้ดีว่าสาไม่มีส่วนรู้เห็นแต่ก็ต้องจับเธอ เพื่อล่อให้พิพัฒน์และตัวการใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง อีกอย่างการเก็บเธอไว้ก็ช่วยให้ปลอดภัยมากกว่า ที่นี่นวีร์และสาต้องนอนร่วมเตียงโดยมีหมอนข้างเป็นกำแพงเล็กๆ กั้นคนทั้ง 2 สารู้สึกอุ่นใจเมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ สินธรอธิบายถึงความจำเป็นในการจับตัวคนทั้งคู่ และขอความร่วมมือจากสาในการชี้ตัวผู้ต้องสงสัยจากภาพ สาได้รู้จากสินธรว่าพิพัฒน์คือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ สายของสินธรรายงานว่าคอนโดฯ ของสาถูกค้น พิพัฒน์พยายามหาของบางอย่างจึงสอบถามจากสา แต่ไม่มีอะไรที่พิพัฒน์เคยให้ไว้นอกจากสร้อยคอที่มีจี้เพชรเล็กๆ เพียงเส้นเดียว สินธรจึงขอตรวจดู การให้ความร่วมมือของสาทำให้ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายเพิ่มขึ้น

แต่ สำหรับตัวการใหญ่ยังมืดแปดด้าน คนที่น่าสงสัยที่สุดในความคิดของสินธรคือ พลตำรวจเอกณรงค์เดช และถ้าใช่คงต้องยุ่งยากขึ้นเมื่อณรงค์เดชพยายามแทรกตัวเข้ามาวุ่นวายกับคดี นวีร์เริ่มห่วงว่าสาจะไม่ปลอดภัยเขาตัดสินใจพาสาหนี ด้วยการแกล้งลวนลามเธอเพื่อให้ผู้คุ้มกันเปิดประตู ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งหนีออกมาจนสำเร็จ รินช่วยเหลือจนพาทั้งคู่กลับถึงเกาะแสงจันทร์ได้ในที่สุด สินธรถูกณรงค์เดชซึ่งมารับหน้าที่ดูแลคดีต่อว่าหนักเรื่องปล่อยผู้ต้องหาหนี ไป สินธรคิดว่าเรื่องนี้รินต้องมีส่วนรู้เห็น จึงตามติดเธอขณะเดินทางไปเกาะแสงจันทร์ แต่รินรู้ตัวก่อนจึงเตือนให้นวีร์พาสาไปซ่อนได้ทัน นวีร์ให้รินติดต่อ พลตำรวจเอกนิพนธ์ น้าของเขาเพราะเห็นว่าอาจช่วยสาได้ นวีร์ตัดสินใจพาสาขึ้นฝั่งเพื่อรอพบนิพนธ์ แต่ผิดพลาดข่าวรั่วจนมีคนหลายกลุ่มต่างสุ้มชิงตัวสา สมุนของพิพัฒน์ยิงณรงค์เดชแต่สินธรช่วยไว้จนได้รับบาดเจ็บ งานนี้ณรงค์เดชและสินธรเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งคู่หันมาร่วมมือกัน

นวีร์ และสาหนีรอดไปได้และไปอาศัยอยู่กับรินเพื่อรอพบนิพนธ์อีกครั้ง ในที่สุดรินก็สามารถนัดนิพนธ์ได้ แต่สินธรมาชิงตัวทั้งคู่ไปก่อนและพากลับไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์อีกครั้ง ก่อนที่สาจะถูกพิพัฒน์จับตัวไปจากเซฟเฮ้าส์จนได้ เวลาเดียวกัน สินธรได้ทราบจากรินโดยบังเอิญว่าพิพัฒน์สนิทสนมกับนิพนธ์ เมื่อประติดประต่อเรื่องดูสินธรเริ่มวิตกเพราะนิพนธ์ที่กลับกลายเป็นคนที่ อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดมีการ์ดสำหรับเข้าออกเซฟเฮ้าส์ได้ สินธรรีบกดโทรศัพท์หานวีร์เพื่อเตือน แต่สาก็หายตัวไปซะแล้ว สินธร, ริน และนวีร์ ปรึกษากันและคิดว่าสาน่าจะปลอดภัย เพราะคนร้ายต้องการสิ่งของบางอย่างที่อยู่กับเธอ นวีร์ฉุกคิดถึงเกาะแสงจันทร์แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พิพัฒน์ต้องการของที่ซ่อนในกล่องสร้อย เขานำเทปทำร้ายการันต์มาให้สาดูและขู่ฆ่าน้องชายถ้าเธอไม่ร่วมมือ สาจำยอมพาพิพัฒน์ไปยังเกาะแสงจันทร์ แต่ก็ถ่วงเวลาให้ช้าที่สุดเพื่อรอความหวังว่านวีร์จะมาช่วย เธอใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รีสอร์ท

นวีร์ต้องรู้แล้ว ว่าเธอมาเพราะทุกอย่างถูกเตรียมการณ์ไว้แล้ว สาวประชาสัมพันธ์กลายเป็นคนงานชาย เช่นเดียวกับพนักงานอื่นๆ พิพัฒน์ถูกนวีร์จับได้ในที่สุด ด้านสินธรและรินเริ่มแผนการอีกขั้น รินแอบพาสินธรเข้ามาในบ้านนิพนธ์เพื่อให้ค้นหาหลักฐาน นิพนธ์กลับมาพบสินธร เขาจะยิงแต่สินธรขู่ว่าถ้าเขาไม่ปลอดภัยนวีร์จะนำหลักฐานที่ได้ไปแฉ นิพนธ์ไม่กลัวเขายิงสินธรบาดเจ็บ แต่ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกส่งไปที่หน่วยงานสอบสวนพิเศษด้วยกล้องที่สินธรแอบ ติดไว้ ตำรวจจึงบุกมาช่วยเขาได้ทันนิพนธ์ถูกจับในที่สุด สินธรบาดเจ็บโดยมีรินเฝ้าดูแลไม่ห่างทั้ง 2 ปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ขณะที่นวีร์และสายังคงอยู่ที่เกาะแสงจันทร์ ทั้งคู่นั่งบนชิงช้าท่อนไม้ริมหาดท่ามกลางแสงจันทร์ที่สวยกว่าคืนไหนๆ สาขอบคุณนวีร์สำหรับทุกอย่างที่เขาทำให้เธอ วันรุ่งขึ้นพิพัฒน์หนีไปได้เพราะนวีร์ปล่อยเขาไปเพื่อแลกกับการบอกที่ซ่อน ตัวการันต์ แต่ก็หนีไม่รอดถูกตำรวจจับได้กลางทาง พิพัฒน์ต้องรับโทษจำคุก

นวีร์ และสาไปในที่ๆ พิพัฒน์บอกและพบศพของการันต์ สาเสียใจโดยมีนวีร์คอยปลอบอยู่ข้างๆ หลังงานศพการันต์นวีร์และสาไปเยี่ยมสินธรที่นอนเครียดอยู่ เนื่องจากจู่ๆ รินก็หายตัวไปเขาเพิ่งรู้จากนวีร์ว่ารินกลับต่างประเทศสินธรทั้งตกใจและไม่ เข้าใจคนรัก เขาไม่มีใจทำงานจึงลาพักร้อนไปพักผ่อนที่เกาะพร้อมกับนวีร์และสา ตอนนี้จิตใจสาดีขึ้นวงการบันเทิงเข้าใจและให้โอกาสเธออีกครั้ง ต่างจากกิ๊กที่ต้องเสียคนไปเพราะยาเสพติดจนต้องถึงขั้นเข้ารับการบำบัดทาง จิต แต่สาก็ตัดสินใจเลือก ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับนวีร์ที่เกาะแสงจันทร์ ขณะที่คนที่น่าเป็นห่วงคือสินธรที่ดูเศร้าซึมไปมาก และแล้วรินก็กลับมาหาเขาอีกครั้ง เธอสารภาพว่าไปเพื่อเคลียร์งานสำหรับการกลับมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร แต่ที่ไม่ยอมบอกสินธรเพราะอยากดัดนิสัยที่เขาวางมาดไม่สนใจใยดีเธอมานาน สินธรโผเข้ากอดรินเหมือนคนที่ได้ของรักที่หายไปคืนมาอีกครั้ง และตั้งใจว่าจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกแน่นอน

รายชื่อนักแสดงละคร คดีเด็ด…เหตุแห่งรัก

ชาคริต แย้มนาม รับบท นวีร์
สาวิกา ไชยเดช รับบท สนิสา
พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร รับบท ร้อยตำรวจเอกสินธร
ชญาณ์ทิพย์ รวงผึ้งทอง รับบท นรินทร์
ภูบดินทร์ ภู่สุวรรณ รับบท พิพัฒน์
จารุวรรณ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รับบท ปัญชรีย์ ( กิ๊ก )
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พลตำรวจเอกนิพนธ์
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท พลตำรวจเอกณรงค์เดช
อเล็กซ์ เรนเดล รับบท การันต์
พศิน เรืองวุฒิ รับบท ร้อยตำรวจเอกกฤษณ์

เขาหาว่าหนูเป็นเจ้าหญิง

แคว้นหยวนเป็นแคว้นเล็กๆ ในประเทศทางเหนือของไทย ถูกประเทศที่เป็นเจ้าของแผ่นดินพยายามกลืนเข้าเป็นดินแดนเดียว โดย นายพลลี ได้วางแผนสังหาร เหล่ากง เจ้าองค์สุดท้ายแล้วสถาปนา เอ้ออี้ ลูกชายของ หูลี่ พระขนิษฐาที่แอบฝักใฝ่รัฐบาลขึ้นเป็นเจ้ามณฑล แต่แผนการกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะพบหลักฐานว่ามีรัชทายาทที่หายสาบสูญ อยู่ที่เมืองไทยเมื่อสิบแปดปีก่อนปรากฏขึ้น พบรัก หญิงสาวห้าวใจเด็ดประจำหาดป่าตอง

ที่ใครๆ ก็รู้จักเธอดีในนาม “เจ้าแม่หาดป่าตอง” ถึงแม้เธอจะมีอาชีพขายของตามชายหาด แต่ความทระนงองอาจของเธอนั้นผิดกับพ่อแม่คือ นายคง และนางสาย โดยเฉพาะนายคงมักสร้างปัญหาให้เธออยู่เสมอ พบรักมีพี่ชายอีกคนชื่อ วรวิทย์ เขาเป็นเหมือนหนามยอกใจของนายคงยิ่งนัก เพราะวรวิทย์เป็นกระเทยเลยเป็นเหมือนลูกชังที่พ่อแม่ไม่รัก วรวิทย์มีเพียงพบรักเท่านั้นที่เข้าใจ นางคงก่อเรื่องอีกครั้งเพราะไปเป็นหนี้บ่อนของ ไอ้ถิ่น

ลูกน้องของ นักการเมืองท้องถิ่นที่ชื่อ สืบวงศ์ เจ้าพ่อตัวจริงแห่งหาดป่าตอง จนไอ้ถิ่นตามมาจะยึดข้าวของ พบรักตัดสินใจขายวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่เป็นสมบัติติดตัวมาตั้งแต่เล็ก และไม่มีใครบอกถึงที่มาที่ไปของมันได้ นายท่าน สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมให้อุดมการณ์พ่ายแพ้ต่อเงินทอง กำลังตกที่นั่งลำบากเพราะโดนไล่ออกจากงาน และ บดินทร์ เพื่อนนักโบราณคดีที่ทำทุกอย่างเพียงเพื่อเงิน ก็ยังหานายทุนโครงการขุดหาวัตถุโบราณยังไม่ได้

ขณะนั้นเองแม่ของนาย ท่านได้พาพระขนิษฐาของเหล่ากงที่ชื่อ หูลี่ กับองค์รักษ์นักบวชชาวคะฉิ่นชื่อ จอปา มาหานายท่าน และบอกกับนายท่านว่าแท้จริงแล้วครอบครัวของเราไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนแคว้นหยวนที่อพยพหนีลงมาเพื่อปกป้องเจ้าหญิง ทั้งสองเดินทางมาเพื่อสืบหารัชทายาทเพื่อไปสืบบัลลังค์ และขอให้นายท่านทำหน้าที่ขององค์รักษ์ชั้นทองคำที่สืบต่อมาจาก หม่าไปเซอ ผู้เป็นพ่อ และตามกฎมณเฑียรบาลการสืบราชวงศ์จะสมบูรณ์ได้ก็คือ

เจ้า หญิงจะต้องแต่งงานกับองค์รักษ์ชั้นทองคำเท่านั้น เรื่องทั้งหมดทำเอานายท่านและบดินทร์แทบไม่อยากเชื่อ แต่ด้วยคำยืนยันจากแม่และเงินรางวัลทำให้ต้องเชื่อ และรักปากจะทำงานสืบต่อจากพ่อให้สำเร็จ หูลี่ของให้ทุกคนเรียกเธอว่า ราตรี เพื่อจะได้ตามหาเจ้าหญิงอย่างไม่มีใครสงสัย และสิ่งที่จะระบุว่าใครคือรัชทายาทก็มีเพียงเครื่องราชกลาโหม และรอยสักรูปดอกหลิวของคนชั้นสูงจากแคว้นหยวนเท่านั้น นายท่านและคณะออกตามหาทายาท

ด้วยการประกาศหาซื้อวัตถุโบราณใน อินเตอร์เน็ต ไม่นานเขาก็ได้รับการติดต่อกลับ นายท่านจึงเดินทางไปหาเศรษฐีคนหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่กลับพบว่าลูกสาวของเศรษฐีคนนั้นไม่มีรอยสัก แต่ได้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเขาซื้อเครื่องราชอันนี้มาจากขี้เมาคนหนึ่งที่หาด ป่าตองในจังหวัดภูเก็ต ราตรีขอซื้อเครื่องราชคืนและออกเดินทางไปยังภูเก็ตทันที ในกลางดึกมีชายหน้ากากดำเข้ามาแย่งชิงเครื่องราชไป สร้างความตกใจให้นายท่านและบดินทร์

ราตรียอมรับว่างานนี้ยังมีฝ่าย ของรัฐบาลที่อาจส่งคนตามมาเพื่อขัดขวางการขึ้นครองราชย์ของเจ้าหญิงอีกด้วย และขอแยกตัวไปหาเครื่องราชกับจอปา ทั้งสองจึงฝากความหวังไว้ที่นายท่านกับบดินทร์ นายคงยังไม่เข็ดกลับไปเล่นการพนันและติดหนี้ไอ้ถิ่นอีก คราวนี้สืบวงศ์แนะนำให้เอาพบรักมาขัดดอก นายคงกลับมาพูดเรื่องนี้กับพบรัก เธอโกรธพ่อมากและไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร คณะของนายท่านเดินทางมาถึงหาดป่าตองและตามหาขี้เมาชื่อ นายคง

พบรัก เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกของสืบวงศ์จึงวางแผนด้วยการใส่หน้ากากปิดตาทำร้ายนาย ท่านและบดินทร์ ขณะนั้นเองนายท่านบังเอิญเห็นรอยสักที่ไหล่ด้านหลังของพบรัก เขาจำได้ว่ามันเหมือนกับรูปรอยสักที่ราตรีกับจอปาเคยให้ดู พบรักแอบฟังและได้รู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อกับแม่ ขณะที่นายคงเล่าเรื่องความเป็นมาของพบรักให้พวกนายท่านว่า เครื่องราชอันนี้ติดตัวพบรักมาเมื่อครั้งตอนเจอเธอถูกทิ้งอยู่ที่ชายหาด

และ รอยสักที่ตัวพบรักก็มีมาตั้งแต่พบรักยังเด็ก บดินทร์บอกความจริงออกไปว่าพบรักน่าจะเป็นเจ้าหญิงของแคว้นหยวน และนายคงจะได้เงินหนึ่งล้านบาทหากช่วยให้พบเจ้าหญิง นายคงและนางสายพูดเกลี้ยกล่อมให้พบรักตอบแทนบุญคุณ แต่พบรักคิดว่านายท่านจะพาเธอไปขายจึงให้วรวิทย์แปลงโฉมตัวเองให้ดูน่า เกลียดโดยที่พ่อกับแม่ไม่รู้ ขณะเดียวกันราตรีมาถึงในคืนนั้นและบอกว่าจอปาถูกคนร้ายฆ่าตายแล้ว นายท่านพาราตรีมาพบเจ้าหญิง

เมื่อเห็นพบรักที่ปลอมตัวจนน่าเกลียดเข้านายท่ายผิดหวังและไม่ยอมแต่งงานกับสาวอัปลักษณ์เช่นนี้ ราตรีจึงขอดูรอยสักเมื่อ พิสูจน์ได้ว่าพบรักมีรอยสักที่ไหล่จริง ราตรีจึงเอาเงินจ่ายให้นายคงและขอรับตัวเจ้าหญิงกลับแคว้นหยวน พบรักได้รับความสะดวกสบายทุกอย่าง ราตรีต้องการที่จะกำจัดพบรักออกไปจากทางให้เร็วที่สุด เพราะแท้จริงแล้วราตรีร่วมมือกับนายพลลี เพื่อต้องการให้ เอ้ออี้ ลูกชายของตนขึ้นครองราชย์

จึงสั่งให้ หม่าเส็ง มือสังหารชุดดำทำอย่างไรก็ได้ให้พบรักพิการ แต่หม่าเส็งก็ทำพลาดทุกครั้งไป ราตรีจึงวางแผนให้มีงานเลี้ยงกลางทะเลอันดามัน มีชายชุดดำเข้ามาโจมตีพบรัก ราตรีแกล้งปกป้องและสั่งให้พบรักหนีไปด้วยเรือเร็ว แต่พอลงเรือนายท่านมาสมทบพอดี และยืนยันจะตามเจ้าหญิงไปด้วยเพราะเป็นห่วงพบรัก ในที่สุดทั้งหมดก็ลงเรือไปด้วยกัน โดยราตรีไม่ได้ไปด้วยและคนขับเรือก็คือ หม่าเส็ง นั่นเอง เมื่อหม่าเส็งพบเรืออีกลำหนึ่งที่นัดเอาไว้หวังจะยิงทุกคนทิ้งน้ำ

แต่ นายท่านกระโดดขวางและสั่งให้ทุกคนกระโดดลงน้ำก่อนที่ตนจะกระโดดน้ำไปพร้อม กับเสื้อชูชีพของหม่าเส็ง รุ่งเช้านายท่านตื่นขึ้นมาอย่างงงงวย นายท่านไม่นึกเลยว่าหญิงสาวที่เคยมีสภาพอัปลักษณ์คนนั้นจะกลายเป็นหญิงสาว ที่มีหน้าตาสะสวย พบรักตื่นขึ้นมายังทำตัวเป็นปกติ แต่นายท่านหยิบฟันปลอมให้ดู เธอจึงยอมจำนนและเฉลยเรื่องต่างๆ ส่วนวรวิทย์และบดินทร์ตื่นขึ้นมาอีกด้านหนึ่งของเกาะและออกตามหาพบรัก

ขณะ เดียวกันหม่าเส็งบอกกับราตรีว่าทุกคนตายหมดแล้ว นายคงและนางสายทราบข่าวทั้งสองเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป บนเกาะพบรักและนายท่านได้มีโอกาสอยู่กันลำพัง ทำให้ทั้งสองได้เห็นถึงความห่วงใยของกันและกัน ทำให้ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ในที่สุดวรวิทย์และบดินทร์ก็ตามหาคนทั้งสองจนพบ จอปาปรากฏตัวเฉลยเรื่องที่ตนเองเกือบโดนราตรีฆ่า แต่มีชาวบ้านช่วยเอาไว้จนรอดชีวิต ทางเดียวที่จะขัดขวางแผนการของราตรีได้ก็คือเครื่องราชแต่ราตรีก็ได้ไปแล้ว

พบ รักและวรวิทย์เฉลยว่าเครื่องราชที่นายท่านเอามาได้จากเศรษฐีกรุงเทพฯ นั้นเป็นอันปลอมที่วรวิทย์ทำขึ้นเพื่อหลอกขาย ส่วนอันจริงอยู่ที่พบรักซ่อนเอาไว้ไม่ได้ไปไหน ทั้งหมดไปเอาเครื่องราชที่ซ่อนเอาไว้แล้วบินตรงดิ่งไปขัดขวางพิธีได้ทันเวลา พอดี เมื่อพบรักได้สวมมงกุฎเจ้าหญิง นายท่านเจียมตัวว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเจ้าหญิง เลยคิดสละตำแหน่งคู่สมรสของเจ้าหญิง แต่สุดท้ายพบรักจึงได้สารภาพว่าคนที่เธอรักและคนที่มีสิทธิ์แต่งงานกับเธอ ตามกฎคือนายท่านคนเดียว ทั้งคู่จึงได้แต่งงานและอยู่กันอย่างมีความสุข

รายชื่อนักแสดงละคร เขาหาว่าหนูเป็นเจ้าหญิง

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบท นายท่าน
มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท พบรัก
สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท บดินทร์
คริสตัล วิรุฬห์จรรยา รับบท แจ่มใจ
สุพรรณษา เนื่องภิรมย์ รับบท ราตรี ( หูลี่ )
ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท นายพลลี
เกริก ชิลเล่อร์ รับบท หม่าเส็ง
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบท เอ้ออี้

ออกอากาศเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2550 — 26 มีนาคม 2550

ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว

ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เสือเหนาะตกใจสุดขีดวิ่งหนีออกจากถ้ำ มีอาการเหมือนคนวิกลจริตแบบที่คนโบราณเรียกว่า “เป็นไข้หัวโกร๋น” มหาเสน่ห์เห็นพี่ชายหายไปหลายวันจึงออกตามหาพร้อมด้วยมะขิ่น พบเสือเหนาะพูดจาไม่รู้เรื่องพร่ำบ่นแต่เรื่องขุมทองในถ้ำ และทหารญี่ปุ่นทั้งหมดพยายามกลับไปที่ถ้ำแต่ไม่พบ
มหาเสน่ห์เชื่อเรื่องที่เสือเหนาะพูดเพราะมีทองแท่งหนึ่งประทับตราภาษาญี่ปุ่นเป็นเครื่องยืนยัน หลายปีต่อมา เสือเหนาะกลายเป็นคนบ้าบอพูดจาแต่เรื่องขุมทรัพย์ กินเหล้าหัวราน้ำจนไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง มหาเสน่ห์เห็นแก่อนาคตของมะขิ่น จึงได้ขายทรัพย์สมบัติบางส่วนของเสือเหนาะส่งให้มะขิ่นไปอยู่กับป้าที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือ ส่วนตัวเองก็ทำกิจการให้เช่าเรือแพ สำหรับนักท่องเที่ยว

นายฮิโรชิ อายุ 50 ปี ปัจจุบันเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทญี่ปุ่นที่มันคงแห่งหนึ่ง เขามีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ เสาวลักษณ์ ดำเนินกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลม ทั้งสองมีลูกด้วยกันเป็นชายชื่อ ธนา หรือ ทาคุมิ เรียนจบ ม.6 ในเมืองไทย ฮิโรชิจึงส่งลูกชายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในโตเกียวในสาขาธรณีวิทยาจนใกล้จะจบปริญญาโท แต่ธนาวัยเด็กเป็นคนชอบเล่นกีฬา แม้จะมีสายเลือดญี่ปุ่น แต่มวยไทยเป็นสิ่งที่ธนาชอบ นอกจากนั้นเขาก็ยังชอบการเดินทางท่องเที่ยว ในช่วงปิดภาคเขาจึงชอบขอเงินพ่อไปเที่ยวดูสิงสาราสัตว์อยู่แถวอาฟริกาใต้ ฮิโรชิยามว่างของเขาก็คือการออกไปตกปลาแถวแม่น้ำแคว หรือตามเขื่อนแถบนั้นจนคนในท้องที่รู้จักนายฮิโรชิกันหมด การไปเมืองกาญจน์บ่อยๆ ของนายฮิโรชิมีสิ่งเคลือบแฝงที่ไม่มีใครรู้
แม้กระทั่งเสาวลักษณ์ ฮิโรชิจะไปกับนายแก้วคนรถ ซึ่งรับใช้มานานนับสิบปี พ่อของฮิโรชิคือ นายทหารญี่ปุ่นซึ่งเคยมาประจำการอยู่ในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พ่อของเขารู้เรื่องการซุกซ่อนทองนับสิบตันอันเป็นขุมทรัพย์นั้นอยู่ตรงไหน แต่มั่นใจว่ามันมีอยู่จริงในถ้ำแห่งหนึ่งแนวชายแดนไทยติดต่อกับเมียนม่า และแผนที่ลายแทงถูกซ่อนไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง ฮิโรชิเก็บความเชื่อนี้ไว้นานปี เขาเชื่อว่าพ่อต้องไม่โกหกเขา

มะขิ่นกำลังฝึกซ้อมเทควันโดเพื่อเข้าแข่งขันในวิทยาลัย เธอต้องสละสิทธิ์ในการแข่งขันเพื่อกลับบ้านมางานศพพ่อด้วยความแค้น และความสงสัย ลูกเสือก็ย่อมมีเลือดเสือ เธอประกาศว่าจะหาคนฆ่าพ่อให้ได้ และจะค้นหาแหล่งขุมทรัพย์ให้ได้เพื่อพ่อ บ้านมหาเสน่ห์ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายในคืนวันนั้น ทำให้มหาเริ่มรู้ว่าการมีลายแทงไว้กับตัวเป็นอันตราย เขาไม่รู้ว่าใครฝ่ายไหนต้องการลายแทง การหายไปอย่างไร้ร่องรอยของฮิโรชิ
ทำให้เสาวลักษณ์ต้องเรียกตัวธนากลับมา ธนาต้องบินด่วนจากโยฮันเนสเบอร์กสู่กรุงเทพฯ อย่างกะทันหัน ธนาไม่ได้เค้าเงื่อนอะไรจากแม่เพราะพ่อไม่เคยเล่าให้ฟัง เขาจึงมุ่งการสืบหาไปที่สถานฑูตญี่ปุ่นและกัลยา เลขาฯ ของพ่อ กัลยาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กัลยาพาเขาไปหาในโนโบรุที่พัทยา ก็ได้เรื่องเพียงว่าพ่อหักหลังเขาในการดำน้ำหาลายแทงขุมทรัพย์ เมื่อได้แผนที่แล้วก็ยิงลูกน้องเขาสองคนบาดเจ็บแล้วหนีไป ธนาไม่เชื่อว่าพ่อจะเป็นคนอย่างนั้น แต่เขาก็เก็บความสงสัยไว้เงียบๆ โนโบรุประกาศว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับคนที่เคยหักหลังเขา และขออยู่อย่างสงบ สอนดำน้ำต่อไป

นักแสดงละคร ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว

อู๋-นวพล ภูวดล
เมย์-บัณฑิตา ฐานวิเศษ

ขุนเดช

ขุนเดช เริ่มต้นเรื่องราวที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลจากภายนอก เข้ามาลักลอบขโมยพระพุทธรูปและเครื่องสังคโลก ที่บริเวณกรุวัดเก่าในอุทยานแห่งชาติสุโขทัย ซึ่งสิ่งของเหล่านี้เปรียบได้กับเป็นมรดกของชาติที่ล่ำค่า  ที่เป็นเสมือนสิ่งตกทอดจากบรรพบุรุษมาสู่รุ่นลูกหลาน ที่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลานรุ่นต่อไปที่ต้องอนุรักษ์ไว้ แต่ซ้ำร้ายกลุ่มโจรชั่วกลับฮึกเหิมชักจูงชาวบ้านในหมู่บ้านให้เห็นคล้อยตามมาเป็นพวกของตน แล้วจะแบ่งเงินค่าขุดของเก่าให้เป็นรางวัลตอบแทน และยังอ้างอีกว่าบรรพบุรุษคงไม่ว่าอะไรเพราะเป็นเหมือนสมบัติของลูกหลานที่ต้องกินต้องใช้ต่อไปภายภาคหน้า เรื่องนี้เข้าไปถึงหูขุนเดช ที่เป็นคนเพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่จะปราบอำนาจชั่วร้ายเอาไว้ได้ เมื่อเขารู้ข่าวก็ถือมีดดาบเข้าไปห้ำหั่นพวกขายชาติ แต่สุดท้ายแล้วขุนเดชกลับถูกพวกคนชั่วและชาวบ้านทำร้าย จับตัวขุนเดชและถูกตรึงกางเขนบนกรุของวัดเก่าแห่งนั้นด้วยสภาพเลือดโทรมกาย

 

แต่คนดีอย่างขุนเดชย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ยังมีชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการขุดของเก่ามาขาย ช่วยเขาเอาไว้ให้พ้นจากความตายที่ได้รับ เมื่อขุนเดชหายดีเรี่ยวแรงและกำลังกลับมาอีกครั้ง ทีนี้เขาคิดจะถอนรากถอนโคนคนชั่วโดยการฆ่าไอ้ตัวหัวหน้าซะ แต่ซ้ำร้ายเรื่องราวกลับไม่ได้ยุติลงแค่นี้เมื่อข่าวการตายของหัวหน้าโจรชั่วไปถึงหูผู้เป็นพ่อ ความอาฆาตและรุนแรงจึงทวีขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะที่ขุนเดชต้องหนีตายอย่างหัวซุกหัวซุน ทิ้งให้ชาวบ้านต้องรับกรรมโดยการถูกฆ่าตายไปเรื่อยๆ เมื่อพวกมันยังไม่ได้ตัวขุนเดช มันก็ไม่ยอมไปจากทีนี้ ซ้ำร้ายยังเข้ามาทำลายบริเวณกรุวัดเก่าเพื่อแก้แค้นให้หนำใจ ชาวบ้านต้องเข้าไปอาศัยวัดและพระเป็นที่พักพิง แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้คนชั่วเกรงกลัวแต่อย่างใด พวกมันจับชาวบ้านและพระเป็นตัวประกัน และขุดหลุมฝั่งชาวบ้านให้เหลือแต่หัวโผล่ขึ้นมากลางเปลวแดดร้อนที่แผดเผา ขุนเดชไม่อาจทนหนีได้อีกต่อไป เมื่อทุกคนต้องทนเดือดร้อนเพราะเขา การเผชิญหน้าของขุนเดชกับเหล่าโจรชั่วจึงเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วความชั่วก็ไม่อาจชนะความดีไปได้

ขิงก็ราข่าก็แรง 2549

ณิช อมรเกียรติ นักข่าวสาวไฟแรง น้องสาวของ ภรณี ทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ แต่มีแม่ชีสุดา น้องสาวของพ่ออุปการะเลี้ยงดู แม่ชีไม่สามารถส่งเสียให้สองพี่น้องเรียนหนังสือได้สูงๆ ภรณีจึงเสียสละให้น้องสาวได้เรียนจนจบนิเทศศาสตร์ และจบมาทำงานเป็นนักข่าวได้สมใจปรารถนา ภรณีเป็นเมียลับๆ ของ ไพรุต นักธุรกิจวัยกลางคน ทั้งที่เขามีลูกเมียอยู่แล้วคือ วรกานต์ มีลูกสาวชื่อ เพียงเพ็ญ ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆ ให้ภรณีอยู่กับณิช

แต่ไม่ยอมโอนบ้านให้ภรณีเป็นเจ้าของ ทำให้ณิชไม่ค่อยพอใจนัก จึงเป็นคู่ปากคู่ปรับกันเรื่อยมา แม่ชีสุดาชอบไปเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลโรคจิตเป็นประจำ จึงสนิทสนมกับ รุ่งทิพย์ เป็นพิเศษ รุ่งทิพย์มารักษาอาการทางจิตเพราะเจ็บปวดที่ สารนาท สามีและเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือมีนิสัยเจ้าชู้ สารนาทเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้รุ่งทิพย์ต้องเข้ารักษาอาการทางจิต เขาจึงหยุดความเพลย์บอย

หันมาเลี้ยงดูลูกชาย ปวีร์ และมุ่งทำงานหนัก โดยมี วศิน น้องชายเป็นผู้ช่วย ปวีร์เรียนจบจากต่างประเทศก็กลับมาช่วยทำงานที่บริษัท วันหนึ่งขณะที่ณิชอยู่เวรที่โรงพิมพ์ เธอก็ได้รับแจ้งจาก ภัทรา เพื่อนสนิทโทร.มาบอกว่ารถเก๋งของ สารนาท พิเศษพงษ์ ประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิต ณิชรีบไปทำข่าวและเขียนข่าวลงหน้าหนึ่งในกรอบเช้าทันที ทำให้สารนาทอ่านข่าวนี้ด้วยความโกรธ เมื่อคิดว่าณิชเขียนข่าวมั่ว

ณิช เองก็ตกใจที่ทำข่าวผิดพลาดจึงคิดจะไปขอโทษ แต่ปวีร์ไม่พอใจบีบคั้นไปทางบ.ก.ข่าวให้ไล่ณิชออกจากงาน ณิชกลายเป็นคนตกงานในเวลาชั่วข้ามวัน ณิชได้รับความช่วยเหลือจากภัทราชวนไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดียวกัน โดยมีบ.ก.รุ่นพี่ให้ความช่วยเหลือทำให้ เบญจรัตน์ นักข่าวสาวสังคมไฮไม่พอใจ คิดว่าณิชจะมาแย่งจีบบ.ก.ที่เธอหมายตาอยู่ จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชตลอดเวลา

ณิช ไปหาแม่ชีที่โรงพยาบาล เห็นสารนาทและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์จึงแอบดู ปวีร์เห็นก็คิดว่าเธอสะกดรอยตามมาหาข่าว แต่ณิชปฏิเสธจึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุงแรง ณิชแค้นใจมากจึงหาทางแก้แค้น ณิชได้รู้จักกับรุ่งทิพย์เพราะแม่ชีแนะนำ และรุ่งทิพย์ก็ชื่นชมณิชอยู่ไม่น้อยทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นมาก แต่เมื่อสารนาทชวนกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ยอม จึงให้ปวีร์ไปขอร้องให้ณิชช่วย

แต่ณิชแกล้งไม่ช่วย สารนาทต้องไปอ้อนวอนด้วยตัวเองจนณิชยอมมาคุยกับรุ่งทิพย์ แต่ณิชกลับชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่ที่บ้านเธอ ทำให้ปวีร์ไม่พอใจณิชมากขึ้น อีกทั้งเพียงเพ็ญก็ไม่พอใจเพราะกลัวปวีร์กับณิชจะใกล้ชิดกัน เพียงเพ็ญเป็นเพื่อนกับเบญจรัตน์ทั้งสองจึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชเสมอๆ เพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าพ่อเธอมีเมียน้อยจึงให้เบญจรัตน์ช่วยสืบ และพาไปหาเมียน้อยของไพรุต

แต่กลับพบณิชอยู่ที่บ้านหลังนั้นทั้งสอง จึงปักใจเชื่อว่าณิชเป็นเมียน้อยไพรุต เพียงเพ็ญเล่าให้ปวีร์ฟังณิชจึงถูกปวีร์พูดจาดูถูกเหยียดหยาม เพียงเพ็ญแอบขับรถตามปวีร์ไปที่บ้านของณิช แต่กลับเห็นไพรุตออกมากับภรณี เธอจึงได้รู้ว่าภรณีเป็นเมียน้อยพ่อเธอ ไพรุตขอให้เพียงเพ็ญเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่อยากให้วรกานต์รู้ เพียงเพ็ญไปหาภรณีที่บ้านพูดจาเหน็บแนมต่างๆ นานา

รุ่งทิพย์ได้ยิน ทุกคำพูดจึงไม่ค่อยชอบใจเพียงเพ็ญนัก แม้จะรู้ว่าเพียงเพ็ญคือแฟนสาวของปวีร์ก็ตาม สารนาทขอร้องให้รุ่งทิพย์กลับไปอยู่บ้าน แต่เธอมีข้อเสนอว่าถ้าจะให้เธอกลับก็ต่อเมื่อปวีร์รับปากว่าจะแต่งงานกับณิช เท่านั้น ปวีร์จำยอมรับปากเพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อกับแม่ พอเพียงเพ็ญรู้ว่าปวีร์ต้องแต่งงานกับณิชเพราะถูกรุ่งทิพย์บังคับ เธอจึงให้เบญจรัตน์เขียนข่าวซุบซิบว่ารุ่งทิพย์เคย ป่วยเป็นโรคจิต

อยู่ในโรงพยาบาลบ้ามาก่อน ปวีร์เห็นข่าวนี้ก็คิดว่าณิชเป็นคำทำเพราะมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ แม้ณิชจะปฏิเสธแต่ปวีร์ก็ไม่เชื่อเชื่อเพียงเพ็ญมากกว่า ณิชโกรธที่ถูกปวีร์และเพียงเพ็ญดูถูกต่างๆ นานา เธอจึงคิดแก้แค้นด้วยการตอบรับการขอแต่งงานจากรุ่งทิพย์ ไพรุตโกรธที่ณิชยอมแต่งงานโดยแย่งปวีร์ไปจากลูกสาว จึงไล่ให้ภรณีออกจากบ้านแต่ณิชไม่ยอม ณิชประชดด้วยการชวนปวีร์ไปฮันนีมูน

โดย มีรุ่งทิพย์คอยสนับสนุน ปวีร์จำยอมไปเพราะเห็นแก่แม่ ทำให้เพียงเพ็ญแทบคลั่ง แต่เขาก็ให้สัญญาว่าจะไม่มีอะไรกับณิชอย่างแน่นอน แต่ด้วยความดื้อรั้นของณิชยั่วยุอารมณ์ของปวีร์ตลอดเวลา การฮันนีมูนครั้งนี้ปวีร์จึงได้เสียกับณิชด้วยการปลุกปล้ำ ณิชกับปวีร์มีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ท้าเธอหย่าอยู่เนืองๆ แต่เธอก็ไม่ยอม วรกานต์กับเพียงเพ็ญหาเรื่องไล่ภรณีออกจากบ้าน

จนมี เรื่องกันขั้นรุนแรงทำให้ภรณีพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก ณิชเริ่มแพ้ท้องแต่ก็ไม่ยอมบอกให้ปวีร์รู้ เมื่อเธอเห็นพี่สาวสูญเสียลูกจึงตัดสินใจขอหย่ากับปวีร์ เพื่อไปใช้ชีวิตกับพี่สาวเพียงลำพัง แต่ภรณีกลับบอกให้ปวีร์รู้ว่าณิชกำลังตั้งท้อง ปวีร์จึงตามมาง้อขอคืนดีและปรับความเข้าใจกัน ณิชยังน้อยใจเรื่องที่เขายังติดต่อกับเพียงเพ็ญอยู่ แต่ระยะหลังๆ มานี่เพียงเพ็ญสร้างปัญหาให้ปวีร์ตลอดเวลา

ทำให้เขารู้ว่าอะไรคือ เพชรอะไรคือกรวด ปวีร์บอกเลิกกับเพียงเพ็ญทำให้เพียงเพ็ญช้ำใจมาก วศินติดการพนันจนหาเงินมาใช้หนี้บริษัทไม่ทัน จึงลักลอบค้าวัตถุโบราณนำลงเรือออกต่างประเทศ แต่ณิชจับได้เสียก่อนเขาจึงไปสารภาพผิดกับพี่ชาย ทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ภรณีตัดสินใจไปบวชชีไพรุตตามไปขอคืนดี แต่เธอก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วที่จะใช้ชีวิตสงบอยู่กับพุทธศาสนาให้มีความสุขที่สุด

รายชื่อนักแสดงละคร ขิงก็ราข่าก็แรง

ธนา สุทธิกมล รับบท ปวีร์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ณิช
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท รุ่งทิพย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท สารนาท
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท เพียงเพ็ญ
ภารดี อยู่ผาสุก รับบท ภรณี
ทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ไพรุต
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท วรกานต์

ออกอากาศเมื่อ 27 สิงหาคม 2549 — 8 ตุลาคม 2549

ข้าวเปลือก

ละคร ข้าวเปลือก

พ่อเมษเจ้าชู้มากมีเมียหลายคน ทำให้อาอี๊ซึ่งเป็นเมียหลวงเสียใจบ่อย ๆ ทางฝ่ายอาอี๊ มีลูก 5 คน ลูกชาย 4 ลูกสาว 1 กาษฐามีปัญหาทางบ้านเป็นลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ไยดี ถูกพี่ชายทำร้าย สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่บ้านของเมษ กาษฐามาช่วยเป็นครูสอนการบ้านน้อง ๆ ของเมษ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน น้องชายคนเล็กตกสระน้ำจมน้ำเสียชีวิต เมษโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทุกคนตามหาด้วยความเป็นห่วง เมษได้พบกับลุงคนหนึ่ง และลุงได้ช่วยเตือนสติของเมษ ต่อมาพ่อของเมษเสียชีวิต และทำพินัยกรรม ไว้ กาษฐา บังเอิญมาพบกับเมษ และบอกว่าพ่อของเมษเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ทุกคนรอคอยเมษอยู่ให้กลับไปเป็นหลักให้อาอี๊ กับน้องๆ พ่อได้ยกมรดกเกือบทั้งหมดให้เมษ ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ในการเข้าบริหารห้างสรรพสินค้า เมษพยายามทำทุกอย่างให้ทุุกคนในบริษัทยอมรับ  เมษกลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย และหลงไหลในทางการพนัน และตัดสินใจทำธุรกิจคาสิโน   ทำให้ห่างเหินกับกาษฐามากขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชม ข้าวเปลือก

ออกอากาศ วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ถึง วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2537

ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : วิลาสิณี
บทประพันธ์ : เพชรน้ำค้าง

นักแสดงละคร ข้าวเปลือก

เต๋า สมชาย เข็มกลัด แสดงเป็น เมษ
แคทลียา อิงลิช แสดงเป็น กาษฐา
สายฟ้า เศรษฐบุตร
อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ
โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร
อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์
คณิต เขียวเซ็น
วทัญญู มุ่งหมาย
มรกต มณีฉาย,
วีระชัย หัตถโกวิท
อนุสรณ์ เดชะปัญญา
พิพัฒน์พล โกมารทัต
วณิษฐา วัชโรบล
สุดารัตน์ เดชากุล
วนัสนันท์ ไกรนรา
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
อภิรัฐ ชลาชล
กฤษ กฤษดา
Chosana Suntorn,
มาเซียร์ สุวรรณไตร
ณัฐณิชา อัศรากร
ดนัย พิมพะกร
จิระ รวดเร็ว
ด.ญ. สกุลรัตน์ ใจซื่อ
ด.ช. หฤทธิ์ ยศเมธา
ด.ช. สกล แดงไพสิทธิ์
ด.ช. อภิรัฐ โดเรียน
สรพงษ์ ชาตรี

เนื้อเพลงละคร ข้าวเปลือก

อยู่อย่างถูกชะตา วกวน ต้องทนเก็บเอาไว้
เจ็บปวดแค่ไหนต้องยอมสู้ความเป็นจริง
ถูกคนเขาประนามว่าไม่ดี กับชีวิตนี้ที่ร่วงต่ำ
ทุกอย่างตอกย้ำให้ฉันต้องยิ่งฝ่าไป

** อยากจะเปลี่ยนเป็นคนที่ดี เมื่อใจยังมีหวัง
ก็อยากสักครั้งลบคำพูดคนดูแคลน
อาจจะมองดูเหมือนว่าไม่ดี แต่ในใจนี้ใสสะอาด
ไม่อาจจะวัดว่าร้ายหรือดีอย่างไร

***เห็นกันก็แค่เปลือก ที่หุ้มใจงดงามอยู่ข้างใน
ขอเพียงคนเข้าใจ อย่ามองภายนอกเพียงอย่างเดียว
เห็นกันก็แค่เปลือก ที่เก็บความตั้งใจอยู่ข้างใน
จะรอวันที่ใครๆได้รู้ความจริง

ข้ามสีทันดร

ยุพรา เพื่อนสนิทของเดือนสิบ เห็นเธอเป็นทุกข์เรื่องน้องชาย อีกทั้งปัญหาชีวิตมากมายรู้สึกสงสารอยากช่วยผ่อนคลาย จึงชวนเดือนสิบไปเที่ยวทะเลทางภาคใต้กับคณะทัวร์ ที่มีชีวาตม์เป็นหัวหน้าคณะ ระหว่างเดินทางทุกคนในทัวร์ต่างตื่นเต้นกับทิวทัศน์และความงดงามของทะเลไทย ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่าต่างประเทศ จะมีเพียงแต่เที่ยงวันชายหนุ่มซึ่งมีอดีตเคยติดเฮโรอีนมาเป็นเวลานาย 10 ปี เพียงคนเดียวที่มีทีท่าไม่แยแสต่อสิ่งที่พบเห็น ทำให้นางสวาทผู้เป็นแม่เฝ้าคอยดูด้วยความห่วงใยมากเกินปกติ จนเป็นที่ผิดสังเกตของเดือนสิบและทุกคน โดยเฉพาะนางรื่นเริงที่มักคอยจ้องจับผิดสองแม่ลูก เพราะนางรู้อดีตของเที่ยงวัน
ในระหว่างการเดินทางชีวาตม์ทำตัวเป็นหัวหน้าคณะที่ดี คอยดูแลลูกทัวร์ทุกคน โดยเฉพาะนางสวาทและเที่ยงวันที่มักจะแยกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เที่ยงวันรู้สึกอึดอัดกับสายตาแปลก ๆ ของบางคนในคณะทัวร์ แต่ก็พยายามทำใจยอมรับสภาพความเป็นจริง เขาเริ่มสังเกตและทำความคุ้นเคยกับเดือนสิบ และหันมาเอาใจใส่มารดาที่คอยเฝ้าตามตัวเขาด้วยความห่วงใย ครั้งแรกเที่ยงวันรู้สึกหวาดระแวงเดือนสิบ เพราะคิดว่าเดือนสิบเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากรู้เรื่องการติดยาของเขา แต่เมื่อเห็นความร่าเริงสดใสและความเป็นกันเองของเดือนสิบและยุพรา เที่ยงวันรู้สึกสบายใจและคลายความอึดอัดลง แต่ในบางครั้งเที่ยงวันก็สังเกตเห็นว่าเดือนสิบมีนัยน์ตาที่เลื่อนลอย เคว้งคว้างเหมือนมีเรื่องอยู่ในใจ ยุพราพยายามบอกให้เดือนสิบลืมปัญหาที่บ้านและความกังวลในเรื่องของลำธารคน รักไปก่อน

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน
จากปลายปากกาของ ประภัสสร เสวิกล ที่กันตนา นำมาสร้างเป็นละครป้อนให้ ช่อง 7

เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับคำว่า”ตัวซวย” วายุ ภูบาลบริรักษ์ หรือ ล่องจุ๊น (ศรราม เทพพิทักษ์) ลูกชายคนกลางของครอบครัวที่พ่อ (ปัญญา นิรันดร์กุล) ไม่เคยให้ความสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะพ่อคิดว่าล่องจุ๊นเกิดมาเป็นตัวซวยของครอบครัว ทำให้พ่อต้องขาดทุนกับธุรกิจถมที่ พ่อจึงตั้งชื่อให้เขาว่า”ล่องจุ๊น”  ซึ่งต่างจากพี่น้องอีก 2 คนนั้นคือ พี่ถม พี่ชายคนโต เป็นคนที่เรียบร้อย เรียนเก่ง และว่าง่าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ กี้ เป็นน้องคนสุดท้อง เป็นเด็กที่ซนและดื้อ ช่างประจบเอาใจ ทั้ง 2 จึงถูกยกย่อง ชื่นชมและได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อ ผิดกับจุ๊นที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ และมีแม่เป็นที่พึ่งในยามที่จุ๊นมีปัญหา

จนมาถึงวันหนึ่งครอบครัว ของจุ๊นได้เปลี่ยนไปเมื่อพ่อมีรายได้จากบริษัทรับ เหมาก่อสร้างเป็นกอบเป็นกำ พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน ทำให้แม่ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านโดยพาจุ๊นไปด้วย และทิ้งลูกอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง  แม่พาจุ๊ นออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัดหลังจากแยกทางกับพ่อ จุ๊นต้องหนีเข้ากรุงเทพฯอีกครั้งเพราะเกิดเหตุวิวาทและทำร้ายพ่อเลี้ยง บังเอิญที่จุ๊นถูกจับพ่อเลยมาประกันตัวให้ การกลับมาของจุ๊นสร้างความไม่พอใจให้กับลูกชายคนเล็ก”ลักกี้” กี้หนีออกจากบ้าน และพ่อก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างออกไปตามหากี้ พ่อขอร้องให้จุ๊นไปช่วยงานที่ต่างจังหวัด จุ๊นจะทำสำเร็จหรือไม่ ….ล่องจุ้นจะไปเจอกับอะไรบ้าง เค้าจะได้รับความรักความอบอุ่นที่โหยหาหรือไม่……..

 

นักแสดงละคร ขอหมอนใบนั้น ที่เธอฝันยามหนุน

ศรราม เทพพิทักษ์                        แสดงเป็น     ล่องจุ๊น
นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา    แสดงเป็น     แตงกวา
ปัญญา   นิรันดร์กุล                        แสดงเป็น    วัชระ
สุรัตนา ข้องตระกูล                         แสดงเป็น    อนงค์

ถ้าชอบละครเรื่อง ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน ช่วยกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ