Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

ชุมแพ

ชุมแพ ชุมนุมของนักเลงและธุรกิจเถื่อนมากมาย จากผู้มีอิทธิพลเล็กใหญ่หลายกลุ่ม แต่ในกลุ่มเหล่านี้มีสามกลุ่มที่ยิ่งใหญ่คือ กลุ่มของ จ่าถม, เสี่ยเซ้ง และกลุ่มของ กำนันเสือ พัน เป็นนักเลงเก่าอดีตทหารผ่านศึก เป็นคนที่ชาวบ้านไว้ใจนับถือ พันมีลูกชายชื่อ เพิก อายุสิบสองสิบสามขวบ มี ลุงพลอย เพื่อนนักเลงคู่ใจ คอยดูแลเป็นพี่เลี้ยงเพิกและคนงานทั้งหมด มีข่าวว่าทางการจะสร้างสายใหม่ในอนาคต

จ่าถมกับกำนันเสือจึงใช้ อิทธิพลออกกว้านซื้อที่ดินชาวบ้านในราคาถูก ชาวบ้านเดือดร้อนจึงรวมตัวกันมาหาพัน และตั้งพันให้เป็นตัวแทน ฅทำให้จ่าถมกับกำนันเสือรวมทั้งเสี่ยเช้ง เห็นพันเป็นก้างขวางคอที่ต้องกำจัดออกไป แต่แล้วพันก็ถูกลอบฆ่าด้วยกำลังคนของจ่าถมและกำนันเสือและคนของเสี่ยเซ้ง ลุงพลอยพาเพิกหนีรอดพวกจ่าถมและกำนันเสือไปได้ สิบปีผ่านไป เพิกมาในคราบของคนสองคนคือ ไอ้หนุ่มคนส่งยาชื่อ ดอน

และอีกคราบหนึ่ง คือ เสือเพิก ที่ประกาศตัวว่าจะมาแก้แค้นให้กับพ่อ และเป็นเจ้าของชุมแพล้มอิทธิพลจ่าถม ข่าวของเสือเพิกดูเหมือนจะลูบคม ไชโย ผู้กองคนใหม่ที่ทางการส่งมาปราบพวกเสือ และเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลโดยเฉพาะ ไชโยพอรู่เบาะแสของจ่าถม, กำนันเสือ และเสี่ยเช้งทั้งหมด แต่ไม่มีหลังฐานเพราะไม่มีใครยอมเป็นพยานให้ จึงต้องใจเย็นทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่การที่มีเสือเพิงทำให้ไชโยรู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ

แต่หน้าที่ก็คือ หน้าที่ จึงทำให้ผู้กองไชโยเป็นคู่ปรับกับเสือเพิก แต่เนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทำให้ทั้งสองคนเริ่มเป็นเพื่อนกันและช่วยเหลือกัน ไชโยออกปราบปรามพวกนักเลงมือปืน โดยมี จ่างึม เป็นลูกน้องคู่ใจ ดวงพร ลูกสาวของจ่าถมกลับ มาจากกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูแลกิจการของจ่าถมผู้เป็นพ่อ และได้พบกับผู้กองไชโย ผู้กองไชโยใช้โอกาสสนิมสนมไปมาหาสู่บ้านของจ่าถม เพื่อสืบล้วงลึกในเรื่องราวของจ่าถม

และได้พบว่าดวงพรไม่มีส่วนรู้ เห็นพฤติกรรมของจ่าถมเลย ทำให้เป็นห่วงและเริ่มมีใจให้ดวงพร ส่วน แววดาว สาวสวยคนแกร่งมาซื้อบาร์กุหลาบของ เสี่ยกวง ซึ่งขายให้เพราะอิทธิพลมืดไม่ไหว ถูกเก็บค่าคุ้มครองจากคนของจ่าถม แต่แววดาวโชว์ฝีไม้ลายมือไล่เปิดไปหมด จึงทำให้เป็นเป้าหมายของจ่าถม วันหนึ่งดอนก็ขับรถตู้ยาให้อนามัยที่ชุมแพ เจอลุงพลอยที่ร้านกาแฟ ดอนมีเรื่องกับพวกนักเลง

แต่ลุงพอยเข้าช่วยไว้และดอนก็เปิดตัวเองว่า เป็นเพิก ลุงพลอยจึงช่วยเพิกโดยการระดมเรียกพวกเก่าๆ มาเป็นแขนขาและกำลังให้เสือเพิก ตั้งค่ายปฏิบัติการอยู่ในป่าลึก อีกทั้งยังมี ต่ำ คนเตี้ยที่ป้วนเปี้ยนทำงานทุกอย่างในชุมแพช่วยมารายงานข่าวอีกแรงหนึ่ง ลุงพลอยทำงานกับนายดอน ทุกครั้งที่นายดอนเอายามาส่ง ทั้งสองมาเที่ยวที่บาร์ของแววดาว ดอนเกิดพึงใจแววดาวแต่แววดาวไม่สนดอน

เพิก ในคราบดอนพอรู้เรื่องการขนของเถื่อนก็แอบแจ้งให้ผู้กองไชโยไปปราบบ้าง ตัวเองออกไปปล้นบ้าง สร้างความเสียหายให้กับจ่าถมและกำนันเสือ จนพวกมันระดมมือปืนอีกมากมายเพื่อเก็บเสือเพิกและผู้กองไชโย ภายใต้การนำของ เพลิง ซึ่งเป็นมือขวาของกำนันเสือ และ ภู ซึ่งเป็นมือขวาของจ่าถม พรหม ลูกไพร วิศวกรช่างสำรวจการสร้างทาง ซึ่งเข้ามาตรวจดูเพื่อรายงานความเหมาะสมว่าถนนสมควรจะตัดผ่านเส้นทางไหน

แต่ ทีมงานสำรวจถูกก่อกวน เมื่อไม่ได้ไปตามเส้นทางที่จ่าถมกำหนดไว้ น้ำตาล ญาติของแววดาวเดินทางมาถึงชุมแพ เพื่อช่วยแววดาวดูแลบาร์กุหลาบที่ธุรกิจรุ่งเรืองเริ่มมีงานมากขึ้น ดอนทำตัวเป็นคนใจกว้างสนุกสนานฝากเนื้อฝากตัวกับชาวชุมแพ ไปร้าน อาโก ทีไรก็เลี้ยงกาแฟพวกนักเลง ไปบาร์กุหลาบก็เลี้ยงเหล้านักเลงอิสระที่มาเที่ยว งานของดอนในการสืบข่าวจึงง่ายขึ้น ไม่มีใครสงสัยว่าดอนคือ เสือเพิก

ดวง พรตรวจดูบัญชีธุรกิจ บังเอิญไปพบโฉนดของชาวบ้านที่จ่าถมยึดมาแอบซ่อนไว้ จึงเริ่มสงสัยและจับตาดูพฤติกรรมของจ่าถมมากขึ้น ภูผู้หลงใหลดวงพรส่งลูกน้องมาฆ่าผู้กองไชโยเมื่อมีโอกาส และล้อมยิงผู้กองโดยไม่คาดคิดว่ามีดวงพรอยู่ด้วย ทำให้ดวงพรได้รับบาดเจ็บแต่เสือเพิกมาช่วยไว้ เสือเพิกขอให้ไชโยดูแลดวงพรด้วยเพราะดวงพรบริสุทธิ์ ไชโยบอกให้เสือเพิกมอบตัวหลังจากที่เปิดโปงจ่าถมกับกำนันเสือแล้ว เสือเพิกบอกว่ายินดี

เพิกในคราบของดอนสังเกตว่าแววดาวสนิทกับจ่าถม ทำให้เพิกสงสัยแววดาวและคอยสังเกตตามอยู่ กำนันเสือรวมตัวกับเสี่ยเช้งมาซักถามเรื่องที่จ่าถมชวนแววดาวเป็นหุ้นส่วน และต้องการมีเอี่ยวด้วย จ่าถมคิดการไกลไม่อยากมีเรื่องจึงยอมตกลง เสือเพิกบุกมาที่ร้านของแววดาว และพบว่าความจริงแล้วแววดาวคือ ร้อยตำรวจเอกหญิงแห่งหน่วยพิเศษปลอมตัวมา เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรติดตามต่อในละคร “ชุมแพ”

รายชื่อนักแสดงละคร ชุมแพ

วัชรบูล ลี้สุวรรณ แสดงเป็น    เพิก ชุมแพ
จีรนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น    ร.ต.ท.หญิง แววดาว
รังสิโรจน์ พันธ์เพ็ง แสดงเป็น    ร.ต.อ.ไชโย วีระพล
นุสรา สุขหน้าไม้ แสดงเป็น    ดวงพร
กัญจน์ ภักดีวิจิตร แสดงเป็น    พรหม ไพรงาม
อารดา เลิศเกียรติไพบูลย์ แสดงเป็น    น้ำตาล
กรุง ศรีวิไล แสดงเป็น    ลุงพลอย
ฤทธิ์ ลือชา แสดงเป็น    กำนันเสือ
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น    จ่าถม
พงศนารถ วินศิริ แสดงเป็น   เสี่ยเส็ง
เบคิม ฤทธิ์ แสดงเป็น   แลง

ชุมทางรัก

เมื่อ คทาวุธวิชัย วโรทัย เสียชีวิต และมีการเปิดพินัยกรรมนั้น ข้อความสำคัญในพินัยกรรมคือให้คุณหญิงคล้อง วโรทัย มารดาของท่านเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินและการใช้จ่ายทั้งหมดจนกว่าคุณหญิงคล้องจะ ถึงแก่กรรม จึงจะให้ชุลี ซึ่งเป็นภรรยาดูแลสืบต่อไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชุลีโกรธแทบเต้น แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พินัยกรรมระบุอีกว่าให้ไปรับลูกสาวของคทาวุธซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรกคือ นิลวรรณ มาอยู่ในความปกครองดูแลของคุณหญิงคล้อง และเมื่อเธอผู้นั้นอายุครบยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ ให้มอบที่ดินและเงินสดจำนวนหนึ่งพร้อมเครื่องประดับประจำตระกูลคือชุด เครื่องเพชรมรกต แต่หากเธอคนนั้นไม่มาอยู่กับผู้เป็นย่า ก็ให้ถือว่าสละสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งปวงที่จะได้รับ ทรัพย์สินที่ระบุว่าลูกสาวต่างแม่จะได้รับนั้นทำให้ชุลีอกแทบระเบิดด้วยแรง ริษยา เพราะถึงจะรู้ว่า นิลวรรณเป็นคนหยิ่งและถือศักดิ์ศรียิ่งนัก แต่ทรัพย์สินมหาศาลนั้น อาจะทำให้เธอส่งลูกมาอยู่ที่บ้านวโรทัยได้โดยง่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดมรกตนี้เคยเป็นของที่คุณหญิงคล้องให้นิลวรรณเป็นของ รับไหว้วันแต่งงาน แต่ขอคืน เมื่อนิลวรรณหย่าขาดกับคทาวุธ และชุลีเองเคยได้เห็นถึงความงาม และได้รู้ถึงมูลค่านับหลายสิบล้านบาท
คุณ หญิงคล้องให้มณเฑียรทนายประจำตระกูลไปตามหานิลวรรณที่จังหวัดนครราชสีมา เพราะนิลวรรณได้แต่งงานใหม่ และไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่น มณเฑียรสืบหาจนได้พบนิลวรรณ
นิลวรรณทำไร่อยู่กับยศพร สามีซึ่งเป็นอดีตผู้พิพากษา ทั้งคู่มีฐานะดีพอควร จนส่งลูกสาวซึ่งเกิดจากคทาวุธ คือ นิธิวดี และลูกชายซึ่งเกิดจากยศพรไปเป็นนักเรียนประจำโรงเรียนชั้นดีในกรุงเทพฯ ได้
เมื่อ ทราบความประสงค์ของคุณหญิงคล้องจากมณเฑียร นิลวรรณปฏิเสธทันที เพราะนอกจากจะไม่อยากได้มรดกแล้ว ยังเข็ดในอำนาจของคุณหญิงคล้อง ซึ่งเธอเคยผจญมาอย่างหนักจนต้องขอหย่าจากสามีทั้งที่กำลังตั้งท้องลูกได้สาม เดือน นิลวรรณกลัวลูกจะไปลำบากและเจ็บช้ำเช่นเธอ แต่ยศพรขอให้ภรรยาทบทวนดูอีกครั้ง และให้ถามความสมัครใจของนิธิวดีด้วย เพราะนิธิวดีมีสิทธิ์อันชอบธรรมและสมควรที่จะได้อยู่กับพวกวโรทัย นิลวรรณฟังเหตุผลของสามีเธอถามความสมัครใจของลูก โดยไม่บอกว่าจะได้มรดกอะไรบ้าง นิธิวดีคิดถึงการที่พ่อเลี้ยงได้เลี้ยงดูเธอมาอย่างดีราวกับเป็นพ่อแท้ๆ ทั้งๆ ที่ไม่ร่ำรวยมากเท่าพ่อแท้ๆ ส่งเธอเรียนจนจบปริญญาตรี และยังจะส่งไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ออสเตรเลียอีก หากเธอไปอยู่กับย่าน่าจะเป็นการแบ่งเบาภาระของพ่อเลี้ยงได้ นิธิวดีจึงตัดสินใจไปอยู่กับย่า พ่อเลี้ยงและแม่บอกว่าหากอยู่ไม่ได้ก็ให้กลับมาที่บ้านอย่างเดิม

แต่ คนที่ทำให้นิธิวดีไม่อ้างว้างเกินไปคือ วลัยชลา หรือหนูเล็ก ลูกสาวคนเล็กของชุลี เล็กได้ชื่อว่าเป็นหลานสาวคนโปรดของย่า เธอเองก็รักย่ามาก เธอเป็นคนน่ารัก ร่าเริง สดใส ช่างพูด เป็นที่รักของทุกคนที่พบเห็น และเธอเป็นคนตรง ใครถูกก็ว่าถูก ใครผิดก็ว่าผิด ไม่มีจิตริษยาอย่างแม่ เล็กรักนิธิ วดีทันทีที่เห็น เธอเห่อพี่สาวคนใหม่มาก เพราะเคยมีแต่พี่ชายคนเดียวซึ่งไปศึกษาอยู่ต่างประเทศ ชุลีหมั่นไส้เล็กมา แต่ก็ห้ามลูกสาวให้เลิกคบนิธิวดีไม่ได้ แม้จะอ้างว่านิธิวดีจะทำให้ทรัพย์สมบัติที่ครอบครัวจะได้ลดลง แต่เล็กก็ไม่สนใจ
ที่บ้านวโรทัย นิธิวดีได้ยินเสียงเปียโนที่ไพเราะดังแว่วมาจากบ้านที่อยู่ติดกัน กลิ่นสาวใช้ประจำตัวคุณหญิงคล้องบอกว่าคนเล่นคือ ก้อง หรือ อิศรานุวัติ์ หนุ่มโสดเพื่อนรุ่นน้องของคทาวุธ ชุลีกีดกันไม่ให้นิธิวดีใช้โทรศัพท์บ้าน เล็กจึงพาพี่สาวคนใหม่ไปโทรที่บ้านก้อง ชายหนุ่มต้อนรับนิธิวดีอย่างดีและอบอุ่นเธอเลยเรียกตามเล็กว่า อาก้อง

ชุลี รู้สึกกดดันกับอำนาจของคล้องมากขึ้นทุกที เพราะแม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคทาวุธ แต่เธอกลับไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงในบ้านวโรทัยเลย อำนาจทุกอย่างอยู่ที่คล้องคนเดียว ยิ่งนิธิวดีมา ยิ่งทำให้ความสำคัญของเล็กกับเธอลดลงเท่าๆ กับสมบัติที่ลดลงด้วย ยิ่งเจอลูกยุจากน้อม ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า ยิ่งทำให้ชุลีเครียดมากขึ้น น้อมยุให้ชุลีปฏิวัติยึดอำนาจการดูแลทรัพย์สมบัติมาจากคล้อง ชุลียังลังเลแต่ก็เก็บไปคิด

ผกาลมัยทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของก้อง เต็มที่ ซึ่งก็สร้างความหมั่นไส้ให้กระยาทิพย์ สาวเปรี้ยวอีกคนที่หมายปองก้องอยู่ ทั้งที่เธอก็มีคนรักอย่าง เติมพงศ์แล้ว แต่เนื่องจากเติมพงศ์ด้อยกว่าก้องทุกอย่าง กระยาทิพย์จึงทำทุกอย่างที่จะจับก้องให้ได้ แต่เมื่อถูกผกาลมัยตัดหน้า ทั้งสองสาวจึงไม่ชอบหน้าและคอยหาทางเล่นงานอีกฝ่ายเมื่อมีโอกาส
ท่านหญิง ศศิธรวราภา กำลังมองหาสตรีที่มีความประพฤติมาเป็นคู่ครองของศตพงศ์พิสุทธิ์ หรือ อั๋น ลูกบุญธรรมและทายาทคนเดียวของกองมรดกมหาศาลของเธอ อั๋นถูกเลี้ยงมาอย่างสบายตั้งแต่เด็กจึงกลายเป็นเพลย์บอย เที่ยวใช้เงิน ควงผู้หญิงไปวันๆ โดยไม่จริงจังกับใคร ซึ่งสร้างความหนักใจให้ท่านหญิงมาก เพราะกลัวสมบัติจะถูกผลาญทั้งหมด เมื่อมีคนมาพูดถึงนิธิวดีท่านหญิงจึงรู้สึกสนใจมาก

ข่าวการทาบทาม นิธิวดีให้อั๋นแพร่ไปในวงสังคมอย่างรวดเร็ว อั๋นแทบบ้าเพราะนอกจากเขาจะไม่มีวันชอบผู้หญิงจืดชืดอย่างนิธิวดีแล้ว เขาก็กำลังควงกับนิ่มอนงค์ เลขานุการที่ทำงานและนักร้องเซ็กซี่อย่างปรางทิพย์ ทางก้องก็เริ่มมีปัญหากับผกาลมัย เพราะเขาเริ่มรู้ใจตัวเองว่าไม่มีวันรักเธอ ได้ เนื่องจากใจมีนิธิวดีโดยไม่รู้ตัว ก้องอยากจะบอกความจริงให้นิธิวดีรู้ แต่พอดีได้ข่าวที่มีการทาบทามเธอให้อั๋น ก้องเลยต้องเก็บความในใจไว้คนเดียว

ชุลี ริษยานิธิวดีจนตัวสั่นว่าเกินหน้าเล็ก ที่จะได้แต่งงานกับคนร่ำรวยอย่างอั๋น แต่คล้องกลับไม่แน่ใจว่าคนเสเพลอย่างอั๋นจะทำให้นิธิวดีมีความสุข อั๋นไปบอกกับเพื่อนๆ ว่าไม่มีวันชอบผู้หญิงอย่างนิธิวดี แถมทำท่าดูแคลนเธอออกนอกหน้าจนก้องนึกโกรธแทน ท่านหญิงรู้ว่าอั๋นดูถูกที่นิธิวดีดูซอมซ่อ จึงจับนิธิวดีแปลงโฉมเป็นสาวสวยด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามหรูหรา จนอั๋นตะลึงและนึกสนใจเธอขึ้นมา

หลังจากนั้นอั๋นก็พยายามทำดี ตามจีบนิธิวดีโดยเปิดเผย ก้องได้แต่ช้ำใจเงียบ ผกาลมัยพยายามเร่งรัดให้แต่งงานแต่ก้องดูเนือยจนเธอรู้สึก ผกาลมัยไม่ยอมแพ้ พยายามรวบรัดจับก้องให้ได้ อั๋นไปหาหม่อมคล้องเพื่อขอแต่งงานกับนิธิวดี คล้องถ่วงเวลาว่านิธิวดีต้องเป็นคนตัดสินใจ นิธิวดีถามก้องเพื่อขอความเห็น ก้องแนะนำให้เธอทำตามที่ใจตนเองต้องการ นิธิวดีแน่ใจว่าเธอไม่ได้รักอั๋นเลย และคนที่เธอรักมาตลอดก็คือก้อง แต่เมื่อเห็นชายที่รักมีผกาลมัยคอยติดตาม นิธิวดีจึงรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ดวงกมลแนะนำนิธิวดีให้ลองพิจารณาอั๋นอีกครั้งเพื่อจะเห็นความดีในตัวเขาบ้าง
ด้วย ความที่เอาแต่ใจตัวเองมาตลอด อั๋นจึงหงุดหงิดขัดใจที่นิธิวดีไม่ยอมตกลงแต่งงานด้วยเสียที เขาจึงหันไปคบกับปรางทิพย์และบรรดานางแบบอีกครั้ง ก้องได้แต่เป็นห่วงว่าอั๋นจะทำให้นิธิวดีผิดหวัง ชุลีถูกน้อมชวนไปเล่นการพนันจนมีหนี้สินหลายสิบล้านบาท เธอพยายามจะขอแบ่งสมบัติแต่คล้องไม่ยอม ชุลีเริ่มถูกเจ้าหนี้ทวงเงินด้วยวิธีการรุนแรงขึ้นจนเธอชักกลับ ชุลีไปปรึกษาชลิต น้องชายเรื่องจะหาทนายยื่นฟ้องร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกเอง ชลิตบอกว่าถ้าหม่อมย่าไม่ได้สติเลอะเลือนหรือขาดคุณสมบัติที่จะจัดการมรดก ได้ ศาลก็จะไม่ยอมให้ชุลีเป็นแทน ชลิตแนะนำให้ชุลีใช้วิธีข่มขู่ให้หม่อมย่าเซ็นยินยอม ชุลีเห็นด้วย น้อมพาชุลีไปดูฤกษ์ยามวันปฏิบัติการยึดอำนาจหม่อมย่า หมอดีว่าจะทำการสำเร็จแต่ลาภที่ได้จะเป็นทุกข์ลาภ คำทำนายนี้ทำให้ชุลีไม่สบายใจ แต่ก็ทำเพราะถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้เธอกับเล็กจะต้องถูกทำร้าย
ชุลีกลัว เล็กจะขัดขวางแผนการจึงวางแผนให้วีณาชวนเล็กไปเที่ยว เล็กแปลกใจว่าทำไมจู่ๆ วีณาเกิดใจดีชวนไปเที่ยวขึ้นมา ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยจะมีน้ำใจด้วยเลย ในวันที่ชุลีจะปฏิบัติการเล็กปวดหัวไม่สบายมากแต่ก็ถูกชุลีเคี่ยวเข็ญให้ออก ไปเที่ยวกับวีณาจนได้ เล็กทั้งสงสัยและไม่เข้าใจว่าทำไมแม่จึงต้องบังคับเธอ ทั้งๆ ที่กำลังป่วยขนาดนี้

วีณาพาเล็กไปตระเวนจนค่ำถึงเอามาส่ง เล็กเป็นไข้สูงจนอาเจียน เธอแปลกใจที่ไม่พบใครที่บ้าน นอกจากประคองที่ตั้งท่าหยิ่งยะโส แต่เล็กยังไม่ทันคิดอะไรเพราะป่วยมากจนหลับไปทั้งยังแต่งชุดนักเรียน ชุลีกลับมาตอนดึก ต้องตกใจเหมือนกันที่รู้ว่าคล้องออกจากบ้านไปกับนิธิวดี ชุลีเริ่มกังวลมากว่าจะบอกเกรียงไกรนิรุจน์ ลูกชายคนเล็กของคล้องว่าอย่างไร
เมื่อ ตื่นขึ้นมาตอนดึกและรู้ว่าคล้องกับนิธิวดีออกจากบ้านไป เธอรู้ทันทีว่าชุลีต้องทำสิ่งที่ไม่ดีกับทั้งคู่ เล็กอาละวาดต่อว่าแม่อย่างรุนแรงจนเจ็บหนัก ชุลีพยายามใจเย็นเข้าใส่ แต่เล็กก็ไม่ยอมดีกับแม่ เธอไม่ยอมกินยาทั้งที่เป็นไข้อย่างหนัก ชุลีที่กำลังเหนื่อยและสับสนกับสิ่งที่ตนทำไปว่าผิดหรือถูก จึงโมโหพาลใส่ลูก ชุลีจึงออกไปข้างนอก ทิ้งให้ประคองคอยดูแลเล็ก แต่ด้วยความขี้เกียจและนิสัยที่ไม่ดี นอกจากจะไม่ดูแลแล้ว ประคองยังทิ้งให้เล็กนอนเจ็บอยู่คนเดียวโดยไม่สนใจ

ชลิตรับปากว่าจะ ช่วยชุลีให้ได้สมบัติจนได้ เพราะหวังจะเอาส่วนแบ่งเหมือนกัน และถึงจะยังไม่ได้อะไร ชลิตก็เริ่มไถเงินจากชุลีจนเธอรู้สึก คล้องสั่งมณเฑียรให้แบ่งทรัพย์สินส่วนที่เป็นของเธอและลูกๆ แล้วโอนให้ชุลีไปโดยเร็ว ก้องแวะมาดูแลคล้องและนิธิวดีเสมอ จนคล้องนึกรู้ว่าทั้งคู่รักกัน นิลวรรณที่มาเยี่ยมลูกที่กรุงเทพ ได้จดหมายจากฟักก็ตามนิธิวดีมาที่บ้านสวน คล้องซึ้งในน้ำใจของนิลวรรณที่ยังทำดีกับเธอไม่เปลี่ยนแปลง ก้องหาบ้านให้คล้องกับนิธิวดีมาพักชั่วคราว นิลวรรณได้คุยกับนิธิวดีก็รู้ว่าลูกไม่ได้รักอั๋นเลย

ชุลีกลุ้มใจ ทั้งเรื่องที่คล้องออกจากบ้าน และเรื่องที่เล็กป่วยหนัก ชุลีพยายามจะเอาลูกไปโรงพยาบาลแต่เล็กไม่ยอม ยื่นคำขาดว่าต้องได้พบคล้องและนิธิวดีก่อน ก้องรู้เรื่องเล็กก็พาหมอจิตตินไปรักษา แต่กลับถูกชุลีไล่ออกมา น้อมเห็นชุลีกลุ้มก็ชวนไปเล่นการพนันแก้กลุ้ม เล็กโกรธแม่มากที่ยังมีแก่ใจไปเล่นการพนัน เธอจึงออกจากบ้านไปหานิลุบลเพื่อนรัก แต่เมื่อไปถึงอาการเล็กก็หนักมาก นิลุบลส่งข่าวบอกชุลี แต่เมื่อเธอไปถึงอาการเล็กเพียบหนักจนเข้าขั้นโคม่า ชุลีตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเงินก็ไม่มี ก้องจึงจัดการเอาเล็กเข้าโรงพยาบาล แต่หมอบอกว่ามาช้าเกินไป อาการของเล็กเพียบหนักจนไม่มีทางรอด แล้ว ชุลีเสียใจร้องไห้จนหมดสติ ฟื้นมาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พร่ำหาลูก ก้องเป็นธุระให้ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลจนกระทั่งงานศพ

ผกา ลมัยเร่งให้ก้องแต่งงานด้วย แต่เขาปฏิเสธ และบอกให้ผกาลมัยรู้ว่าไม่เคยรักเธอ ด้วยความผิดหวัง ผกาลมัยจึงบอกว่าก็ไม่ได้รักผู้ชายอย่างก้องเช่นกัน ผกาลมัยบอกแม่ว่าจะต้องหาผู้ชายที่ดีกว่าก้องแต่งงานด้วยให้ได้

ชุลี ตกใจที่รู้ว่าสมบัติทั้งหมดของเธอกับลูกจะได้ก็คือบ้านวโรทัยเท่านั้น ส่วนเงินสดที่ดินและสมบัติอื่นๆ ยังเป็นของคล้องคนเดียวตามกฎหมาย ชุลีรู้ว่าลำพังตัวเองเอาไม่รอดแน่ ทั้งยังรู้สึกสำนึกผิดจึงไปขอขมาคล้อง ขอให้กลับมาอยู่บ้านวโรทัยดังเดิม แต่คล้องไม่ยอม ใหญ่ลูกชายคนโตของชุลีเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและขอโทษคล้องแทนแม่ คล้องจึงยอมกลับไปอยู่ที่วโรทัยตามเดิม โดยอำนาจทุกอย่างยังอยู่ในมือเหมือนเดิม
ชุลีกลายเป็นคนใหม่ที่ไม่ทะเยอ ทะยานไม่มีโลภในทรัพย์สมบัติอีกคล้องก็ไม่วาง อำนาจดังแต่ก่อนหากให้ชุลีได้มีส่วนในการบริหารบ้านบ้าง ประคองถูกไล่ออก ส่วนอั๋นก็แต่งานกับผกาลมัยอย่างไม่มีความสุข ทั้งสองทะเลาะขัดแย้งกันเป็นประจำ ส่วนก้องกับนิธิวดีกลับเข้าใจกันมากขึ้น ก้องช่วยติวให้นิธิวดีจนสอบเข้าเรียนปริญญาโทได้ ในขณะเดียวกันทั้งสองก็เตรียมตัวแต่งงานอย่างมีความสุข

ชุมชนคนรักดี

 สุดรัก ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ บูรพา เสี่ยใหญ่เจ้าของกิจการผลิตอะไหล่เครื่องยนต์

 

    เดิน ทางกลับจากอเมริกาช่วงปิดภาคเรียน แต่ไม่มีใครมารับที่สนามบิน จึงว่าจ้าง ทิม แท็กซี่หนุ่มให้ไปส่งเธอที่บ้าน ทิมถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสัมภาระของสุดรักที่มากมายและหนักอึ้ง จนรถของเขาเกือบจะแล่นไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นสุดรักยังอุ้ม แคนดี้ สุนัขฝรั่งปากเปราะที่เห่าตลอดเวลา ขึ้นรถมาด้วย

 

    ระหว่าง ทาง สุดรัก สังเกตว่าทิมฟังวิทยุคลื่นหนึ่งอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ และใช้วิทยุสื่อสารติดต่อกับใครบางคนเป็นระยะ ซึ่งสุดรักถือว่าเสียมารยาทมาก จึงตำหนิทิมอย่างรุนแรง แต่ทิมกลับไม่สนใจ แถมยังตวาดให้แคนดี้เงียบด้วย สุดรักโมโหมาก แต่ทันใดนั้นทิมกลับรถอย่างรวดเร็ว และ ขับไล่ล่าตาม รถกระบะคันหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนเสียงกรี๊ดของสุดรัก ซึ่งกว่าสุดรักจะ
    รู้ว่ารถกระบะที่ทิมไล่ตาม นั้นคือโจรปล้นร้านทองที่ขโมยรถคนอื่นขับหนีตำรวจมา หัวใจสุดรักเกือบหยุดเต้น เมื่อทิมถึงกับขับรถปาดหน้าโจรจนรถกระบะพลิกคว่ำ สุดรักถือจังหวะที่ทิมลงไปจับโจร อุ้มแคนดี้วิ่งหนีออกจากรถ แต่โชคร้ายที่ทิมถูกโจรใช้อาวุธทำร้ายและจับสุดรักเป็นตัวประกัน ขณะที่ตำรวจตามมาถึงพอดี ก่อนที่ความรู้สึกของสุดรักจะดับวูบ แคนดี้ก็กระโจนเข้าขย้ำโจรจนต้องปล่อยสุดรัก และถูกตำรวจจับในที่สุด

 

    ที่ โรงพยาบาล บูรพากับ ศจี ภรรยาและ สุดฝัน น้องสาววัย 6 ขวบของสุดรักรีบมาเยี่ยมสุดรัก บูรพาโกรธมากที่รู้ว่า ทิมเป็นต้นเหตุทำให้ลูกสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงอาละวาดทิมที่เพิ่งทำแผลเสร็จและยิ่งได้รู้ว่า ทิมไล่ล่าคนร้ายเพราะเป็นสมาชิกของวิทยุชุมชนคนรักดี บูรพาก็ยิ่งโกรธเป็นหลายเท่า เขาพาสุดรักกลับบ้านโดยตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่า จะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับวิทยุคลื่นนี้ หลังจากที่ปล่อยทุกอย่างให้ยืดเยื้อมานาน ศจีแอบผิดหวังเล็กๆ ที่สุดรักไม่เป็นอะไร

 

    วิทยุ ชุมชนคนรักดีเป็นคลื่นวิทยุที่ บรรเจิด อดีตนักข่าวนสพ.ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้บริหารวิทยุชุมชนซึ่งมีบูรพาเป็นเจ้า ของคลื่น แรกๆ บูรพาตั้งใจจะใช้คลื่นนี้เป็นกระบอกเสียงสร้างภาพให้ตนเองเพื่อจะลงเล่นการ เมือง จึงยอมให้บรรเจิดทำคลื่นนี้เป็นคลื่นที่ทำสาธารณะประโยชน์ให้ชุมชน โดยสร้างเครือข่ายคนรักดีขึ้นมาจากคนหลากหลายอาชีพที่ต้องการช่วยเหลือผู้คน ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ สามล้อเครื่อง คนขับรถบรรทุก พ่อค้า แม่ขาย หนุ่มสาวโรงงาน พนักงานออฟฟิศ หมอ ตำรวจ หรือข้าราชการ และทิมก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายนี้ แต่เมื่อวิทยุชุมชนคนรักดีเติบโต บูรพากลับพบว่าเขาไม่สามารถจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างที่ตั้งใจ จึงคิดจะยึดคลื่นคืนจากบรรเจิด แต่ยังไม่สามารถทำได้ถนัดนัก จึงเริ่มหาเรื่องตัดงบสนับสนุนคลื่นลงและขอให้บรรเจิดไปหาสปอนเซอร์เอง ซึ่งบรรเจิดก็พยายามดิ้นรนประคับประคองคลื่นมาได้

 

    ใน งานเลี้ยงต้อนรับสุดรักที่บูรพาจัดขึ้น สื่อมวลชนมากมายยกย่องบูรพาในฐานะที่เป็นเจ้าของคลื่นชุมชุนคนรักดี สุดรักจึงได้รู้ว่าคลื่นนี้เป็นที่นิยมมาก แต่เธอก็ต้องแปลกใจที่ได้ยิน บูรพาคุยกับทนงคนสนิทให้ดำเนินการบีบให้ บรรเจิดคืนคลื่นให้ตนโดยเร็ว รุ่งขึ้นสุดรักจึงแอบไปสังเกตการณ์ที่สถานี ซึ่งที่นั่นสุดรักได้พบว่าเป็นเพียงตึกเล็กๆ เก่าๆ ที่มีคนทำงานอยู่ไม่กี่คน ตั้งแต่ บรรเจิด ผู้บริหารสถานี ม้าศึก ดีเจจอมกวน(บาทา) น้ำหวาน ช่างเสริมสวยที่ใฝ่ฝันจะเป็นดีเจ
    ลุง ธงชาติ หมอดูแม่นๆ ที่ยังรับจ๊อบทำขวัญนาค กวาดคอเด็ก และงานจิปาถะมากมาย บรรเจิดเข้าใจว่าสุดรัก จะมาสมัครเป็นดีเจจึงกุลีกุจอต้อนรับและพาชมสถานี พร้อมทั้งอธิบายถึงอุดมการณ์ต่างๆ สุดรักฟังแล้วรู้สึกทึ่ง เมื่อกลับมาบ้าน สุดรักเปิดวิทยุฟังจนเช้าได้รับรู้ถึงการช่วยเหลือสังคมที่น่าประทับใจของ คลื่นชุมชุนคนรักดีจนทำให้เธอต้องกลับไปที่สถานีอีกครั้ง โดยไม่คาดฝัน สุดรักถูกบรรเจิดยัดเยียดให้ทำหน้าที่ดีเจแทนม้าศึกที่โดนวัยรุ่นรุมตื๊บจน ต้องเข้าโรงพยาบาล (แท้จริงแล้ว เป็นฝีมือทนง) สุดรักจำใจเป็นดีเจจำเป็น ซึ่งก็ต้องเจอกับกรณีเร่งด่วน เมื่อทิมแจ้งเข้ารายการว่ามีอุบัติเหตุ และต้องการให้ช่วยประสานตำรวจและรถโรงพยาบาล ซึ่งสุดรักก็พูดผิดๆ ถูกๆ เพราะเธอแทบไม่รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพเลย ทำให้ทิมฉุนขาดทะเลาะกับสุดรักแบบออกอากาศจนผู้ฟังงงเต๊ก แต่ด้วยความช่วยเหลือของเครือข่าย ก็ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ทิมยังติดใจบุกไปดูหน้าดีเจถึงสถานีแล้วถึงกับอึ้งที่เห็นสุดรัก สีหน้าดูถูกของทิมทำให้สุดรักเลือดขึ้นหน้าแต่ก็ยังไม่ยอมบอกใครว่า เธอคือลูกสาวของบูรพา

 

    บูรพา คาดโทษบรรเจิดที่เอาดีเจสมัครเล่นมาทำให้เสียชื่อสถานี และขอตัดเงินสนับสนุนลงอีก บรรเจิดประชุมขอตัดเงินเดือนพนักงาน และเปลี่ยนใจไม่จ้างสุดรักเป็นพนักงานเพราะไม่มีเงินจ่าย สุดรักแอบโอนเงินส่วนตัวเข้าบัญชีบรรเจิด โดยทำให้บรรเจิดเข้าใจว่าเป็นเงินบริจาคจากผู้ฟังทางบ้าน บรรเจิดออกอากาศขอบคุณ ทำให้บูรพาขัดใจมาก

 

    เกิด พายุฝนนอกฤดู ทำให้ป้ายโฆษณาล้มทับรถ ทิมเห็นเหตุการณ์และแจ้งเข้าสถานีเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทำให้เสี่ยวิชัยเจ้าของป้าย และเป็นเพื่อนทางธุรกิจของบูรพาไม่พอใจ บอกให้บูรพางดออกอากาศเรื่องนี้ บูรพาไปที่สถานีและก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่าลูกสาวตัวเองเป็นดีเจอยู่ บูรพาจะลากสุดรักกลับบ้าน แต่สุดรักไม่ยอม ขอทำงานต่อไป บูรพายื่นคำขาดปิดสถานี แต่สุดรักยืนยันว่าหากพ่อทำอย่างนั้นจะหนีออกจากบ้านไม่กลับไปเรียนอีก บูรพาแค้นมาก บรรเจิดเข้าไกล่เกลี่ยขอร้องให้บูรพาผ่อนผันเวลาโดยจะพยายามหาสปอนเซอร์มาทำ กำไรให้ได้ บูรพาจำยอมโดยให้เวลาสามเดือน ถ้าทำไม่ได้ ต้องคืนคลื่นและสุดรักต้องกลับไปเรียนต่อ สุดรักรับปาก

 

    ใน ที่สุดคลื่นชุมชนคนรักดีจึงได้ออกอากาศต่อไป ภายใต้แรงกดดันของบูรพา ซึ่งในทางตรงกันข้ามกลับเป็นแรงผลักดันให้สุดรักตั้งใจเรียนรู้งาน และฝึกฝนอย่างหนักที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อสังคมที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันสุดรักได้เรียนรู้ปัญหาต่างๆ ในสังคมมากมายที่ถูกละเลย พร้อมกันนั้นก็ได้รู้จักกับผู้คนที่แม้ต่างฐานะ แต่กลับมีอุดมการณ์เดียวกัน เช่น จิมมี่ ดารานักบู๊ชื่อดังที่มาเป็นหน่วยอาสากู้ภัย แสงดาว หมออาสาประจำคลื่น แก๊งสามซิ่ง วินมอเตอร์ไซด์หัวใจลูกทุ่งที่มีกระทิงเป็นหัวหน้า และหลงเสน่ห์สุดรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ฯลฯ

 

    โดย ผู้คนทั้งหมด ก็จะผลัดเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาในแต่ละสถานการณ์ที่มีผู้ร้องเรียนความเดือด ร้อนผ่านวิทยุชุมชนขอความช่วยเหลือ ดังตัวอย่างเรื่องราวต่อไปนี้

 

 

    คุณหมอใจเพชร

 

    แสง ดาวหมออาสาพบว่า ที่แผนกฉุกเฉินที่เธอประจำอยู่ มีคนไข้ที่บาดเจ็บ ฟกช้ำดำเขียวมารักษาเป็นประจำ และส่วนมากจะเป็นคนหน้าเดิมๆ รวมทั้งแก๊งสามซิ่งด้วย เมื่อถามถึงสาเหตุการบาดเจ็บทุกคนก็ตอบว่า ตกต้นไม้บ้าง รถชนบ้าง แต่เมื่อดูจากบาดแผลแล้ว แสงดาวไม่คิดเช่นนั้น จึงไหว้วานให้เครือชุมชนคนรักดี ช่วยตามสืบ ก็พบว่าที่แท้ ทุกคนถูกมาเฟียเงินกู้คนหนึ่งใช้วิธีทวงหนี้แบบหฤโหด ขณะเดียวกัน ก็มีคนโฟนอินเข้ามาในคลื่นชุมชนคนรักดีให้ช่วยตามหาญาติที่ถูกอุ้มหายไป เพราะไม่มีเงินส่งเจ้าหนี้ และระบุว่า เจ้าหนี้ผู้นั้นคือเฮียเลิศที่เป็นทั้งเจ้าของที่ดินและกิจการสถานบันเทิง ยามค่ำคืนมากมาย บรรเจิดสั่งให้สุดรักตัดสายทิ้งทันที แถมยังบอกว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะบรรเจิดเองก็เป็นลูกหนี้เฮียเลิศด้วย เมื่อแสงดาวรู้ความจริงก็รู้สึกโกรธมาก จึงตัดสินใจฉีกหน้ากากเฮียเลิศให้จงได้ ปฏิบัติการหักเหลี่ยมมาเฟียจึงเริ่มขึ้น โดยสามสาว สุดรัก แสงดาวและน้ำหวาน ปลอมตัวเข้าไปใกล้ชิดเฮียเพื่อใช้คลิปวีดีโอบันทึกพฤติกรรมการรีดไถ ข่มขู่ และ ขโมยสัญญาทาสมาเป็นหลักฐานให้กับตำรวจ

 

    ทั้งสามก็ได้พบกับ เฮียเลิศมีลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อ น้ำค้าง อายุประมาณ 8 ขวบ และป่วย

 

    สารพัด โรค ทั้งหอบ หืด ภูมิแพ้ และลมชัก ซึ่งเฮียเลิศรักลูกสาวคนนี้มาก แต่น้ำค้างกลับเฉยเมยไม่ยอมพูดจากับเฮียเลิศ ซึ่งเฮียเลิศเข้าใจว่าเป็นเพราะอาการป่วย แต่แท้จริงแล้ว น้ำค้างเคยแอบเห็นเฮียเลิศและลูกน้องทำร้ายพวกลูกหนี้จึงรู้สึกกลัวและผิด หวังในตัวพ่ออย่างรุนแรง วันหนึ่งน้ำค้างอาการกำเริบแสงดาวเข้าปฐมพยาบาล จนทำให้เฮียเลิศจับได้ว่าแสงดาวปลอมตัวมา เฮียเลิศจะจัดการปิดปากแสงดาว แต่น้ำค้างร้องห้าม ทำให้เลิศต้องเปลี่ยนใจเป็นจับตัวสามสาวไว้ การหายไปของสามสาวทำให้สมาชิกหนุ่มอย่างทิม จิมมี่และม้าศึกเป็นห่วงมาก ออกติดตามหาจนพบ ขณะที่น้ำค้างอาการหนัก แทนที่จะจับเลิศส่งตำรวจทุกคนจึงต้องรีบพาน้ำค้างส่งโรงพยาบาล น้ำค้างของร้องให้เลิศเลิกทำร้ายคน เลิศรับปากและยินยอมรับโทษ

 

 

    สมบัติของตี๋น้อย

 

    เรื่อง ของดาบชัย ทนายจอมปลิ้นปล้อนของตระกูลมหาศาลแอบยักยอกเอาเพชรนิลจินดามูลค่าหลายล้าน ที่น่าจะเป็นของตี๋น้อยทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไปเป็นของตัวเอง แต่ความซวยเนื่องจากความล่อกแล่กของลูกสมุนทำให้ลืมเงินไว้ในแท็กซี่ของทิม และด้วยความวุ่นวายโกลาหลในขณะที่ขับรถตามทิมจนมาถึงวิทยุชุมชนคนรักดี ก็ดันลืมตี๋น้อยทายาทที่แท้จริงของเงินจำนวนนั้นเอาไว้ที่สถานีวิทยุ ความเจริญจึงบังเกิดแก่พนักงานทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุดรักที่
    เพิ่ง ปฏิเสธพ่อของเธอที่จะเอาเธอไปประกวดนางงามเนื่องจากเกลียดเด็ก แต่กลับเป็นคนที่ต้องดูแลตี๋น้อย ที่ชื่นชอบในการกินและขับถ่ายเป็นระยะๆ สลับกับการร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง

 

    ใน ขณะเดียวกันนั้นเอง ดาบชัยที่สมุนทำเงินหายไปก็ไม่กล้ากระโตกกระตากแจ้งความหรือประกาศหาเพชรนิล จินดาอย่างเปิดเผย เพราะอาจพากันเข้าซังเตได้ถ้าตำรวจถามหาที่มาของของพวกนั้น จึงแกล้งขอให้วิทยุชุมชนคนรักดีประกาศหากระเป๋าเดินทางใบใหญ่และบอกเพียงว่า ภายในเป็นเอกสารและสมบัติเล็กน้อยที่มีคุณค่าทางจิตใจ ทางรายการจึงกระจายข่าวไป

 

    แต่ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ กระเป๋าใบนี้เดินทางจากแท็กซี่ของทิมไปวนเวียนอยู่กับเหล่าคนจนที่เป็นแฟน รายการวิทยุชุมชนคนรักดีที่มาช่วยเลี้ยงตี๋น้อยกันอย่างทั่วหน้า และที่สำคัญก็คือ คนเหล่านั้นต่างก็กำลังประสบเคราะห์กรรมต่างรูปแบบอาทิ ทิมที่กำลังถูกยึดรถแท็กซี่คู่ใจเพราะขาดส่งค่างวด บรรเจิดผู้ที่พยายามหาเงินมาทำงานสถานีวิทยุก่อนที่ตึกจะถูกตัดน้ำตัดไฟ ฯลฯ ซึ่งทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลในกระเป๋าสามารถแก้ปัญหาของพวกเขาได้และในขณะ เดียวกันดาบชัยก็ส่งสมุนมาคอยตามรอยของกระเป๋าเพื่อถือโอกาสปล้นเอาเงินกลับ คืนไป
    แต่เหล่าคนดีก็สามารถต่อสู้กับความ เย้ายวนของเงินจำนวนมหาศาลได้สำเร็จ และก็ช่วยให้ตี๋น้อยได้ครอบครองทรัพย์สมบัติที่เป็นของบรรพบุรุษของเขาในที่ สุด

 

    คุณพ่อเซลล์แมน

 

    เรื่อง ต่อมาเป็นเรื่องราวของสุบิน เซลส์แมนที่ขอให้ทางรายการช่วยประกาศหาตัวส้มโอ ลูกสาวของเขาที่หายไปจากบ้าน แต่เมื่อส้มโอติดต่อกลับมา ทางสถานีจึงได้รู้ความจริงที่ว่าส้มโอไม่ได้หายไปจากบ้านแต่เธอตั้งใจหนีไป จากบ้าน เพราะเสียใจที่สุบินไม่เข้าใจในความรักของเธอที่มีต่อพี่บิ๊กเทพบุตรในสายตา ของเธอ แต่เป็นเดนสังคมในสายตาของสุบินซึ่งพยายามทำทุกวิถีทางตั้งแต่ดุ ด่า เฆี่ยนตีจนถึงขั้นกักขังและหน่วงเหนี่ยวสิ่งที่เธอถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพ ส่วนตัวของเธอและเธอยืนยันที่จะไม่กลับบ้าน

 

    ศึก พ่อลูกคู่นี้ทำให้บรรดาสมาชิกของวิทยุชุมชนคนรักดีแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย ด้านหนึ่งเห็นด้วยกับสุบินและคิดว่าเขามีสิทธิที่จะปกป้องลูกสาวของเขาจาก เงื้อมมือมาร ส่วนอีกฝ่ายยึดความรักเป็นสรณะ เข้าข้างส้มโอและคิดว่าพ่อของเธอทำเกินไป จนบรรเจิดคิดว่าเขาต้องลงมาระงับข้อพิพาทนี้ และใช้วิทยุชมชนคนรักดีเป็นตัวกลางที่จะสร้างความเข้าใจที่ดีให้เกิดขึ้น ระหว่างพ่อกับลูกสาว และคนที่อาสาจะไปเกลี้ยกล่อมฝ่ายพ่อคือทิม ในขณะที่สุดรักผู้ที่คิดว่าเธอเข้าใจหัวจิตหัวใจของลูกผู้หญิงด้วยกันดีอาสา จะไปหาทางเจรจากับส้มโอ

 

    แต่ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ การที่บรรเจิดตัดสินใจเอารายการวิทยุชุมชนคนรักดีเข้าไปเกี่ยวข้องกับสองพ่อ ลูกครั้งนี้ กลับเป็นการทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสถานีวิทยุตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง ทั้งนี้ก็เพราะนายบิ๊กนั้นที่จริงแล้วเป็นลูกสมุนของแก๊งค์หาผู้หญิงค้า ประเวณี โดยเหยื่อสาวๆ เหล่านั้นก็คือวัยรุ่นที่มีปัญหากับพ่อแม่อย่างเช่นส้มโอ

 

    ซึ่งสมาชิกชุมชนคนรักดีก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันช่วยส้มโอให้หลุดพ้นเงื้อมมือมารให้จงได้

 

    เมื่อเวลาสามเดือนผ่านไป สัญญาระหว่างบูรพากับสุดรักครบกำหนด บรรเจิดก็ยังไม่สามารถจะหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนสถานีได้เพียงพอ คลื่นวิทยุชุมชนคนรักดีจำต้องประกาศปิดตัวลงท่ามกลางความเศร้าใจของบรรดา สมาชิก แม้แต่ตัวบูรพาเองก็รู้สึกใจหาย เพราะที่ผ่านมาเขาก็ประทับใจในความสามัคคี ความร่วมแรงใจกันเพื่อช่วยเหลือสังคมของเหล่าสมาชิกชุมชนคนรักดีอยู่ไม่น้อย แต่เหตุผลที่เขาต้องยืนยันเจตนารมณ์เดิม ก็เพราะไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างสุดรักกับทิมที่นับวันจะใกล้ชิด แนบแน่นขึ้น เขาจึงเลือกที่จะให้ลูกสาวกลับไปเรียนต่อต่างประเทศ

 

    วัน สุดท้ายที่คลื่นชุมชนคนรักดีออกอากาศ มีผู้คนที่เป็นแฟนสถานีหลั่งไหลกันมาอย่างมากมาย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงคนชรา คนยากจนไปจนถึงมหาเศรษฐี จนที่ทำการของสถานีวิทยุเล็กๆ แทบจะไม่มีที่ยืน และวันนั้นเองที่ทุกคนได้ตระหนักว่า การทุ่มเทกำลังสร้างความดีตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นไม่สูญเปล่า…..แต่เรื่อง ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อ ทนงถูกบูรพาจับได้ว่า แอบยักยอกเงินบริษัทไปเล่นการพนัน จึงจับตัวบูรพาไปเพื่อขอให้บอกรหัสเซฟ สุดรักร้อนใจมาก ขอให้บรรเจิดช่วย การตามหาตัวบูรพาโดยเครือข่ายชุมชนคนรักดีจึงเริ่มขึ้น โดยมีแฟนสถานีคอยลุ้นจนในที่สุดทิม จิมมี่และแก๊งสามซิ่ง ก็ตามไปช่วยบูรพาได้ทัน บูรพามาถึงสถานีก่อนจะปิดทำการในวินาทีสุดท้าย และคำกล่าวอำลาของเขาต่อแฟนรายการก็เปลี่ยนเป็นการกล่าวขอบคุณต่อชุมชนคนรัก ดี และขอคืนสถานีให้กับบรรเจิดและสมาชิกทุกคน ท่ามกลางความยินดีของเหล่าสมาชิกและแฟนรายการ …… เรื่องของชุมชนคนรักดีจึงจบลงอย่างน้ำเน่าด้วยประการฉะนี้

ฉันชื่อ ไศลา

ไศลาทราบหลังจากทำงานไปได้ไม่นาน ว่างานที่ชูชิตคนรักของเธอชวนเธอมาทำนั้นเป็นงานผิดกฎหมาย เพราะมันคือการนำส่งฝิ่นให้แก่ลูกค้า ไศลาจะเลิกแต่ชูชิตบอกให้เธอคิดถึงเงินมหาศาลที่จะได้ ซึ่งจะทำให้ไศลาและน้องอีก 3 คน อยู่ได้อย่างสบายไม่ลำบากอย่างปัจจุบัน แต่ไศลาไม่เอา เธอบอกว่าเธอเป็นลูกทหาร พ่อเธอพลีชีพเพื่อชาติมาแล้ว และพ่อสอนให้เธอจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เธอจึงจะไม่ยอมทรยศต่ออุดมการณ์ของพ่อด้วยการค้าฝิ่น ซึ่งทำลายคนทั้งประเทศ

ไศลาเป็นลูกนายทหาร ยศสุดท้ายคือพันเอก พ่อของไศลาเสียชีวิตเนื่องจากการปะทะกับผู้ก่อการร้ายที่ชายแดน ส่วนแม่มาจากครอบครัวชาวนา และเสียชีวิตขณะไปเยี่ยมญาติและถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีกะทันหัน ครอบครัวจึงเหลือไศลาและน้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คน คือ อรชร ดารณี และสุทธิพงษ์ ไศลาออกจากมหาวิทยาลัยมาหางานทำเพื่อให้น้อง ๆ ได้เรียนต่อ ส่วนเงินบำเหน็จของพ่อราวหกหมื่นเศษ ชูชิตขอยืมไปทั้งหมด โดยทำหนังสือกู้ไว้ให้ และเรื่องเงินนี้ทำให้อรชรน้องสาวผิดใจกับไศลาและทวงส่วนแบ่งของเธอตลอด เพราะรู้ว่าไศลาเอาไปให้ชูชิตยืม วันที่ไศลาตัดสินใจเลิกทำงานผิดกฎหมายนั้น เป็นวันที่เธอต้องไปส่งสินค้ารายใหญ่ เธอบอกชูชิตว่าเธอจะทำเป็นครั้งสุดท้าย ชูชิตเตือนให้เธอนึกถึงกฎขององค์กรที่ใครทรยศหรือเลิกทำงานจะต้องตายทุกคน แต่ไศลาบอกว่าเธอยอมตาย ชูชิตพูดเรื่องเงินรายได้อีก ทำให้ไศลาผิดหวังในตัวเขามากที่เขากลายเป็นคนเห็นแก่เงิน จนไม่คำนึงถึงว่าเงินนั้นเป็นเงินสะอาดหรือสกปรก

แต่เมื่อชูชิตงอน ง้อเธอ ไศลาก็ใจอ่อนคืนดีกับเขาอีก แต่เมื่ออรชรหาเรื่องทะเลาะกับเธอ และว่าเธอเสีย ๆ หาย ๆ เรื่องเอาเงินส่วนแบ่งของน้องไปให้แฟนยืม ไศลาจึงตั้งใจว่าเธอจะไม่ทำงานสกปรกอีกแล้วแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม แต่เธอก็ออกจากบ้านไปตามเวลานัด ไปกับรถคันเดิมที่มารับเธอทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คนขับไม่ใช่คนเดิม แต่เป็นหนุ่มหล่อหน้าใหม่ และเมื่อไศลารู้ว่าเขาไม่ใช่พวกคนร้ายและน่าจะเป็นตำรวจ เธอจึงขอให้เขาไปส่งที่สถานีตำรวจ เพื่อแจ้งรายละเอียดการส่งมอบฝิ่นกลางดึกคืนนั้น เมื่อไศลาแจ้งตำรวจแล้ว ชายหนุ่มคนขับรถก็พาเธอไปค้างโรงแรม เพราะเป็นช่วงติดเคอร์ฟิวพอดี สองคนนอนห้องเดียวกันโดยไม่มีอะไรกัน แต่ก็แขวะกันไปจีบกันมา เพราะชายหนุ่มคนนั้น คือ ร.ต.อ.ทีปกร ชอบไศลาตั้งแต่แรกเห็น รุ่งขึ้นทีปกรพาไศลาไปฝากอยู่ที่บ้านแม่ของเขาในสวน เพื่อจะปลอดภัยจากการตามล่าของเหล่าร้าย และไม่นานนักก็ได้ข่าวการจับฝิ่นรายใหญ่ ณ จุดที่ไศลาแจ้งไว้ ถึงจับไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้ฝ่ายคนร้ายสูญเสียไปไม่ใช้น้อย หัวหน้าหน่วยจึงสั่งเก็บไศลา เพราะข้อมูลและรายชื่อลูกค้าสำคัญยังอยู่ที่ไศลาอีกมาก ชูชิตเป็นคนติดตามไศลา เขาดึงน้องของไศลา 2 คน คือ อรชร และสุทธิพงษ์มาร่วมงานด้วย ซึ่งไม่ยากเลย เพราะอรชรเป็นคนฟุ้งเฟ้อ ชอบใช้ชีวิตหรูหรา และใช้เงินเก่งอยู่แล้ว ส่วนสุทธิพงษ์ก็ติดยาเสพติดอยู่แล้ว แต่ดารณีเป็นคนดี สิ่งที่ชูชิตทำกับเธอก็คือให้ลูกน้องฉุดเธอไปข่มขืนและฆ่า จนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์

ไศลาแค้นมาก เธอรู้ว่าเป็นฝีมือของชูชิตแน่นอน ไศลาจึงออกจากบ้านแม่ทีปกรไปตาม หาชูชิตและคนที่ทำกับดารณี และไศลาพลาดถูกลูกน้องชูชิตทำร้ายจนสลบและหมายจะข่มขืนก่อนฆ่า แต่มีตำรวจไปขอตรวจค้นบ้าน ลูกน้องชูชิตจึงเอาไศลาไปถ่วงน้ำ และมั่นใจว่าไศลาตายแน่ ๆ แต่ไศลายังไม่ถึงฆาต แม่ชีคนหนึ่งพายเรือมาในเวลานั้นพอดี และได้ช่วยไศลาขึ้นจากน้ำ และพาไปในป่าแห่งหนึ่ง ไศลากลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้น เธอมีพลังจิต เธอมองเห็นนิมิตบอกเหตุล่วงหน้า และเธอมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้เกิดเหตุพิเศษทางธรรมชาติได้ และที่สำคัญเธอได้รับมอบหมายจากเทพชั้นพรหม คือ แม่ชีลึกลับรูปนั้น ให้มาเอาวิญญาณคนชั่วร้ายไปรับโทษในโลกวิญญาณ ชูชิตรู้ว่าไศลารอดตาย เขาไปหาเธอที่บ้าน จะทำร้ายเธอและชูชิตก็ได้เจอกับอิทธิฤทธิ์ของไศลา เธอใช้พลังจิตบันดาลให้เกิดพายุรุนแรง และบันดาลให้ปืนของชูชิตและลูกน้องยิงไม่ออก ลูกน้องชูชิตว่าไศลาเป็นผี ชูชิตไม่อยากเชื่อ แต่เขาต้องไปจากบ้านไศลา เพราะนอกจากพายุที่ไศลาเรียกมาแล้วทีปกรยังพาตำรวจมาล้อมบ้านอีกด้วย คืนนั้นทีปกรอยู่เป็นเพื่อนไศลาที่บ้านเธอเพราะไฟฟ้าบ้านเธอดับ และทั้งคู่ได้เสียกัน

ไศลารู้อยู่เต็มอกว่า ทีปกรมีคู่หมั้นอยู่แล้วและกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ แต่เธอยอมเป็นของเขาเพราะรักเขาเต็มหัวใจ ทีปกรเองก็บอกว่าเขารักไศลา เป็นรักจริง เพราะนิ่มนวลคู่หมั้นที่เขาต้องแต่งงานด้วยนั้น เขาแต่งเพราะแม่ขอร้อง เนื่องจากนิ่มนวลเป็นลูกเลี้ยงของแม่และเป็นคนดี ดูแลแม่เขาซึ่งป่วยมากมาตลอดด้วยดี ไศลาตามคิดบัญชีกับลูกน้องชูชิตที่ข่มขืนและฆ่าน้องสาวของเธอ คราวนี้เธอทำให้รถเกิดอุบัติเหตุ ลูกน้องชูชิตทุกคนเข้าโรงพยาบาล ไศลาตามไปที่โรงพยาบาล เธอรู้ว่าลูกน้องคนหนึ่งถึงฆาตแน่แล้ว แต่ตามสภาพผู้ป่วย แพทย์ลงความเห็นว่าพ้นขีดอันตราย และจะกลับบ้านได้แล้ว ลูกน้องชูชิตเห็นไศลาในภาพของหญิงสาวแต่งตัวแปลกและมีไฟลุกรอบตัว และความร้อนจากไฟนั้นแผ่ไปถึงพวกมันด้วย พวกมันโวยวายว่าไศลาเป็นผีและวิ่งหนีกันวุ่นวาย หมอเองก็ประหลาดใจ และยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เมื่อไศลาพูดจาแปลก ๆ ทำนองว่าเธอมารับวิญญาณไปสู่โลกวิญญาณหมอเห็นว่าไม่มีคนไข้คนไหนอาการหนัก ใกล้ตายเลยสักคน

แต่แล้วลูกน้องชูชิตก็โดนมือลึกลับยิงตาย หมอสงสัยว่าไศลาเป็นตัวการ แม้จะไม่มีหลักฐานมัดตัวเธอก็ตาม ทีปกรเองก็แปลกใจ ไศลาคุยกับเขาเรื่องพลังจิตที่เธอได้มาจากการนั่งสมาธิวิปัสสนา ทีปกรไม่ได้แสดงออกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อเธอ แต่เมื่อเธอบอกว่าเธอสามารถใช้พลังจิตรักษาอาการป่วยของแม่ทีปกรให้หายได้ ทีปกรยอมให้เธอรักษาแม่ของทีปกรป่วยหนักขนาดเข้าโรงพยาบาล และแพทย์กำหนดว่าอีกไม่เกิน 10 วัน ท่านคงเสียชีวิต แม่บอกว่าอยากกลับไปตายที่บ้าน ทีปกรพากลับและบอกแม่ว่าไศลารับอาสาจะรักษาแม่ด้วยพลังจิต แม่ยินยอม แต่นิ่มนวลและพี่สาวอีก 2 คนของทีปกร รวมทั้งนางพริ้งแม่บ้าน ดูถูกไศลาและหาว่าไศลาอยากอยู่ใกล้กับทีปกร ไศลาอยากแย่งทีปกรจากนิ่มนวล ทีปกรเองไม่ได้ปฏิเสธเรื่องไศลา แต่เขาก็บอกว่ายังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับนิ่มนวล ยิ่งทำให้นิ่มนวลหึงหวงและเกลียดชังไศลายิ่งขึ้น เธอบอกว่าเมื่อแต่งงานแล้วทีปกรจะต้องมีเธอคนเดียว ไศลาก็บอกนิ่มนวลเช่นกันว่าเมื่อทีปกรแต่งงานเธอจะเลิกกับเขา ทีปกรไม่ยอมเลิก เขาขอมีภรรยาสองคน ไศลาบอกว่าถ้ามีเธอก็ต้องมีเธอคนเดียว แต่เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทีปกรบอกว่าเขาจะแต่งงานกับนิ่มนวลระยะหนึ่งแล้วหย่ามาแต่งกับไศลา ไศลาไม่ยินดี ทั้งคู่ทะเลาะกัน และทุกครั้งที่ทะเลาะกันอีกต่อมาจะเป็นเรื่องนี้ตลอด

ไศลาใช้พลัง จิตรักษาแม่ของทีปกรอยู่ 7 วัน และท่านหายเป็นปกติ เหมือนไม่เคยป่วยเลย ท่านรักเอ็นดูไศลาขึ้นกว่าแต่ก่อน และท่านก็รู้ว่าลูกชายรักไศลา แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้ ไศลายังดำเนินการจัดการกับเหล่าร้ายแก็งค์ค้าฝิ่น ไล่ตั้งแต่พวกตัวเล็กตัวน้อยไปก่อน ทุกครั้งที่ไศลาจัดการกับเหล่าร้ายเธอจะอยู่ในเหตุการณ์อันตรายระทึกขวัญ เสมอ แต่เธอก็รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ และเหล่าร้ายตายหมด ทุกคนเริ่มหวาดกลัวว่าไศลาเป็นผี ชูชิตพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันคนรักกับไศลา แต่เธอไม่มีใจให้เขาแล้ว เพียงแต่เธอรู้ว่าชะตาชูชิตยังไม่ถึงฆาต เธอจึงยังทำอะไรเขาไม่ได้ การที่ชูชิตมาป้วนเปี้ยนอยู่กับไศลาอีกทำให้ทีปกรหึงหวงและทะเลาะกับไศลา ตลอด ไศลาไม่ได้แก้ตัวแต่อย่างใด เพราะเธอรู้ว่าในที่สุดแล้ว ทีปกรกับเธอก็ต้องแยกทางกันเมื่อเขาแต่งงานกับนิ่มนวล การที่ไศลาไม่แก้ตัวยิ่งทำให้ทีปกรโกรธ เขาคิดว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชูชิต ในขณะเดียวกับที่มีกับเขาด้วย ข้างนิ่มนวล ความหึงหวงและเกลียดชังไศลาก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่เจอไศลา เธอจะมีคำกระทบกระเทียบเชือดเฉือนไศลาตลอด แต่ไศลาก็ไม่ตอบโต้ เธอเจียมตัวว่าเธอเป็นผู้มาทีหลังนิ่มนวล และเธอผิดที่ไปมีสัมพันธ์ล้ำลึกกับคู่หมั้นของนิ่มนวล แต่เธอก็หักห้ามจิตใจไม่ได้เพราะเธอรักทีปกรมาก

ในขณะเดียวกับที่ ทีปกรยังยืนยันจะมีผู้หญิงสองคน แต่เมื่อใดที่ทีปกรโกรธไศลา เขาจะพูดจาทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรงเหมือนไม่รักเธอจริง แต่ยามดีกันก็จะหวานเสียเหลือเกิน ไศลาพยายามจะให้อรชรกับสุทธิพงษ์เลิกทำงานชั่วร้ายรับใช้ชูชิต อรชรไม่เลิกเพราะเธอได้เงินใช้จ่ายสบายมือ และถึงกับไม่ไปเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนสุทธิพงษ์เลิกไม่ได้เพราะติดยา และเพราะกลัวโดนฆ่าด้วย ไศลาจึงติดตามก่อกวนชูชิตและตามเก็บลูกสมุนที่ถึงฆาตไปตลอด รวมทั้งทำลายแผนการค้าฝิ่นด้วย ชูชิตแค้นมาก ไศลาท้อง ทีปกรหงุดหงิดมาก ให้ไศลาไปทำแท้ง ไศลาบอกว่าเธอไม่มีเจตนาจะจับทีปกร และเธอไม่คิดจะเรียกร้องให้ทีปกรรับผิดชอบ เธอจะรับผิดชอบตัวเธอและลูกของเธอเอง ทีปกรโกรธ ใกล้วันแต่งงาน ทีปกรพานิ่มนวลไปซื้อของ ไศลาเห็นนิมิตเป็นเลือดกระจาย แต่ไม่ชัดว่าเป็นเลือดใคร เธอตามทีปกรและนิ่มนวลไปจนเจอ ทีปกรไม่พอใจ นึกว่าไศลาหึงหวง ส่วนนิ่มนวลนั้นโกรธ เลิกซื้อของไปเลย เธอให้ทีปกรพากลับบ้าน ขณะจะขึ้นรถ นิ่มนวลสะดุ้งแล้วล้มลงเธอถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียง คำสุดท้ายที่เธอพูดกับทีปกรก่อนตายคือไศลาเป็นคนยิงเธอ ทีปกรจับไศลาสวมกุญแจมือพาไปสั่งขังเดี่ยวที่สถานีตำรวจ ไศลาเจ็บปวดใจที่สุด

เธอใช้พลังจิตเสดาะกุญแจมือ ทีปกรขอร้องเธอว่าอย่าทำ และอย่าหนี เพราะเธอถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย ไศลายอมให้ใส่กุญแจมืออีกครั้งและไปโรงพัก เข้าห้องขังเดี่ยว สุทธิพงษ์ไปเยี่ยมไศลาบอกว่าเขากำลังพยายามปลีกตัวจากชูชิต เขาจะกลับตัวเป็นคนดี ตอนนี้เขาเอาของส่วนตัวบางอย่างทยอยไปเก็บไว้ที่บ้าน ไศลาดีใจมาก เธอบอกสุทธิพงษ์ว่าเธอจะพาเขาไปรักษาการติดยาที่ถ้ำกระบอก ทีปกรมาหาไศลาที่โรงพักด้วยอาการโกรธมาก เขาบริภาษเธอมากมาย บอกว่าพบปืนเก็บเสียงกระบอกที่ยิงนิ่มนวลซุกซ่อนอยู่ในบ้านไศลา ไศลารู้ทันว่าคนทำคือสุทธิพงษ์ และทำโดยการบงการของชูชิต แต่เธอพูดอะไรไม่ออก สุทธิพงษ์มาขอโทษไศลาและบอกเรื่องการประชุมใหญ่ของแก็งค์ค้าฝิ่น หัวหน้าใหญ่สุด และหัวหน้าสายทุกสายจะมาประชุมร่วมกันหมด ไศลาเขียนโน้ตและแผนที่สถานที่ประชุมแล้วฝากให้ตำรวจนำไปให้ ทีปกรด่วน ส่วนเธอใช้พลังจิตเสดาะห้องขังออกไปที่บ้านเหล่าร้ายก่อน ไศลาสู้กับเหล่าร้ายเป็นโขยงด้วยพลังจิต เกิดเพลิงไหม้รังเหล่าร้ายจนต้องหนีกันกระเจิง และภายนอกทีปกรพากำลังตำรวจล้อมไว้ทุกด้าน หัวหน้าใหญ่เห็นว่าจะหนีไม่รอด จึงใช้ระเบิดปลิดชีพตัวเอง แก็งค์ค้าฝิ่นแก็งค์นี้จึงอวสานลง ชูชิตบอกก่อนตายว่า เขาเป็นคนสั่งฆ่าไศลาแต่ยิงผิดตัวไปโดนนิ่มนวล ทีปกรกับไศลาจึงลงเอยกันด้วยดี

นักแสดงละคร ฉันชื่อไศลา

เคลลี่ ธนะพัฒน์ แสดงเป็น ทีปกร
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ แสดงเป็น ไศลา
เจจินตัย อันติมานนท์ แสดงเป็น ชูชิต
สุทธิตา เกตานนท์ แสดงเป็น นาถสุดา
วรรณษา ทองวิเศษ แสดงเป็น นิ่มนวล
วิชญะ จารุจินดา แสดงเป็น สุทธิพงษ์
เขมสรณ์ หนูขาว แสดงเป็น อรชร
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น คุณนายวงทอง

โจรปล้นใจ

ตระกูล…วงศ์วรัณย์ มีลูกชาย 2 คน คือ ภูริพัต และ พีรพล คุณหญิง กมลา ผู้เป็นแม่ลำเอียงรักพีรพลมากกว่าภูริพัต ภาคิน ผู้เป็นพ่อเลยตัดปัญหาส่งภูริพัตไปเรียนต่อต่างประเทศ พีรพลไปชอบ มธุมาส สาวสวยประชาสัมพันธ์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง คุณหญิงกมลาหมายตา ชลิตา ลูกสาวคุณหญิง ชลลดา ไว้ให้พีรพลแล้ว สั่งให้พีรพลเลิกยุ่งเกี่ยวกับมธุมาส แต่พีรพลก็ยังแอบไปหามธุมาส

หลังจากทำงานอยู่ต่างประเทศหลายปี ภูริพัตจึงกลับมาเมืองไทย ระหว่างทางภูริพัตเห็นหญิงสาว ถูกโจรทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ภูริพัตช่วยหญิงสาวไว้ แต่พอเธอฟื้นขึ้นมากลับคิดว่า ภูริพัตเป็นโจร เตะผ่าหมากแล้ววิ่งหนีไป ภูริพัตหน้าเขียวร้องไม่ออก ส่วนที่บ้าน คุณหญิงกมลา สั่งให้ภูริพัต จัดการแยกพีรพลกับมธุมาส ภูริพัตอยากเอาใจแม่เลยตกลง เมื่อดูรูปหญิงสาวที่พีรพลติดพัน ภูริพัตจำได้ว่า เป็นผู้หญิงที่เตะเขาเมื่อคืน คงแสบไม่เบา

ภู ริพัตส่งลูกน้องในบริษัทสะกดรอยตามมธุมาส ขู่ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพีรพล ลูกน้องมืออ่อนโดนมธุมาสเล่นงาน ซะวิ่งแจ้นกลับมาฟ้องเจ้านาย มธุมาสคิดว่า เป็นคนของคุณหญิงกมลา คุณหญิงชลลดายื่นคำขาด ให้คุณหญิงกมลาจัดการมธุมาส ไม่อย่างนั้นจะไม่ยกชลิดาให้ ถึงคราวภูริพัตต้องออกโรงเอง…

ไหน ๆ มธุมาสก็คิดว่า เขาเป็นโจรอยู่แล้ว ภูริพัตมาดักจับตัวมธุมาส กว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย เพราะมธุมาสสู้ยิบตา ภูริพัตพามธุมาสไปบ้านกลางป่าของ ทินกร เพื่อนสนิท แล้วสวมบทเป็นโจรชื่อ เสือพัต มธุมาสเชื่อสนิท ภูริพัตสั่งให้ ลอ คนดูแลบ้านเล่นเป็นลูกน้องโจร คอยจับตาดูมธุมาสตอนที่เขาไม่อยู่ มธุมาสเห็นเสือพัตไปซื้อของในเมือง เลยสบโอกาสหนี มธุมาสวิ่งไปเจอถนน โบกรถอย่างดีใจ แต่..กลับเป็นรถภูริพัต ภูริพัตลงโทษขังมธุมาสไว้ในห้องทินกร เพื่อนภูริพัตกลับมาจากบิน

ทินกร เป็นกัปตันเครื่องบินขวัญใจสาวๆ ทินกรมาที่บ้านกลางป่าเห็นมธุมาสก็ตะลึงในความสวย ภูริพัตให้ทินกรปลอมตัวเป็นสมุนโจรชื่อ เสือทิน ทินกรร้องจ๊าก…ไม่ยอม ภูริพัตขู่ถ้าไม่เป็นโจรก็อยู่ไม่ได้ ทินกรจำใจยอมเพราะอยากอยู่ใกล้คนสวยอย่างมธุมาส

อยู่ต่อหน้ามธุมาส ภูริพัตจะทำโหดเสียงเข้ม จนทินกรกับลอแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ มธุมาสกลัวภูริพัต แต่ก็ยังอดเถียงฉอด ๆ ไม่ได้ ซึ่งภูริพัตก็เถียงไม่ทัน แพ้ทุกที เมียลอต้องกลับบ้านนอก ไม่มีใครทำกับข้าว ภูริพัตเลยต้องทำเอง เสือพัตหน้าเหี้ยมติดเตาหุงข้าว ผัด ทอด ต้มยำสารพัด แถมอร่อยลิ้น มธุมาสแปลกใจโจรประสาอะไร ทำกับข้าวให้เธอกิน

ที่ กรุงเทพฯ คุณหญิงกมลาบังคับพีรพล ให้พาชลิดาไปเที่ยว จนทั้งคู่ได้เสียกัน พีรพลหลงรสเสน่หาจากชลิดา จนลืมมธุมาส ในป่า…มธุมาสทำตัวดีจนภูริพัตเชื่อใจ ยอมพาไปซื้อของในเมืองด้วย เข้าล็อคตามแผนมธุมาสแอบหนี ภูริพัตตามมาจับตัวได้ แต่มธุมาสก็สามารถโทรศัพท์ไปหา จารวีเพื่อนสนิทฯ บอกว่าถูกจับตัวอยู่ในป่า แถมยังบอกชื่ออำเภอไว้ จารวีเปิดหนังสือท่องเที่ยว จนเจออำเภอที่มธุมาสพูดถึง

การหายตัวไป ของภูริพัต ทำให้ ลีน่า หญิงสาวที่ชอบภูริพัต ตั้งแต่เรียนเมืองนอกด้วยกันร้อนใจ คิดว่าภูริพัตมีผู้หญิงอื่น ลีน่าเช็คเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานภูริพัต ก็รู้ว่าภูริพัตโทรมาจากไหน ลีน่าขับรถต่อเข้าไปยังบ้านกลางป่าของทินกร ทินกรเคยพาลีน่ามาเที่ยวครั้งหนึ่ง จารวีก็มาทางเดียวกัน เห็นรถลีน่าก็สงสัยว่า ลีน่าอาจมีส่วนลักพาตัวมธุมาส เลยสะกดรอยตาม จนมาถึงบ้านกลางป่า

ภูริพัตมาเจอสองสาวเข้า จารวีนึกว่า ภูริพัตเป็นโจร ร้องกรี๊ด ๆ ภูริพัตต้องอธิบายให้ฟัง และจากคำพูดของลีน่าก็ทำให้จารวีเชื่อว่า ภูริพัตเป็นลูกคุณหญิงกมลา แถมคล้อยตามภูริพัตว่า ลักพาตัวมธุมาสมา เพื่อปกป้องเธอจากแม่ของเขา จารวียอมกลับ

ภูริพัตให้ทินกรพาจารวีไปหาที่พักในเมือง ตอนแรกทินการไม่ไป แต่พอเห็นหน้าสวยๆ ของจารวีก็รีบแจ้นไปทันที ลีน่าไม่ไว้ใจที่ภูริพัตอยู่บ้านเดียวกับผู้หญิงสวยอย่างมธุมาส เลยประกาศตัวว่าเป็นเมียเสือพัต ถ้าภูริพัตไม่ยอมเล่นเป็นสามี ลีน่าจะบอกความจริงมธุมาส ภูริพัตกลัวพลาดท่าเสียทีให้ลีน่า เลยหนีออกมานอนนอกชานให้ยุงกัดทุกคืน ลีน่าแกล้งใช้งานมธุมาส มธุมาสไม่ทำซ้ำยังตอบโต้ ภูริพัตทำทีเป็นปกป้องลีน่า แต่ก็แอบขำความแสบทรวงของมธุมาส

มธุ มาสให้ลอเก็บดอกไม้ พวกของแปลก ๆ มาให้ ภูริพัตอธิบายเรื่องป่าให้มธุมาสฟัง มธุมาสทึ่งในตัวโจรหนุ่ม ที่รู้เรื่องป่าดีอย่างกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นั่นเพราะภูริพัตชอบเดินป่ามาแต่ไหนแต่ไร เลยมีความรู้เรื่องป่า ผิดกับทินกรที่ชอบแสงสี ทินกรไปเที่ยวในเมืองไม่มีเพื่อนเที่ยว เลยไปชวนจารวีที่ยังปักหลักอยู่ในโรงแรม สองคนต่างเซ็งเหมือนกัน เลยชวนกันไปฟังเพลงเต้นรำสนุกสุดเหวี่ยง ทินกรออกจากป่ามาเที่ยวกับจารวีบ่อย ๆ จนจารวีจะกลับกรุงเทพฯ ทินกรเบื่อบ้านกลางป่าเต็มที เลยเก็บข้าวของกลับไปกับจารวี ภูริพัตบอกมธุมาสว่า เสือทินหนีตามผู้หญิง

มธุมาสทำแปลงปลูกดอกไม้ รอบบ้าน ทำให้บ้านสวยน่าอยู่ขึ้น ภูริพัตพอใจมาช่วยปลูก ลีน่าทนไม่ได้จะพามธุมาสหนี จะได้ไปให้ไกลภูริพัต มธุมาสใจหายไม่น้อย เพราะเริ่มผูกพันกับบ้านกลางป่า แต่ลีน่ารบเร้าจนมธุมาสตกลงหนี รถลีน่าเกิดคว่ำ ลีน่าสลบไปส่วนมธุมาสเจ็บเล็กน้อย มธุมาสวิ่งไปตามภูริพัตมาช่วย ภูริพัตพาลีน่าส่งโรงพยาบาล แล้วพามธุมาสกลับบ้านกลางป่า จากนั้นก็ย้อนมาเฝ้าลีน่าอีกรอบ มธุมากรู้สึกแสลงใจ ที่เห็นภูริพัตดีกับลีน่า

ชาวบ้านตามลอไปช่วย ช้างตกลูก ลอรีบไปโดยลืมว่า ปล่อยมธุมาสไว้ลำพัง มธุมาสมีโอกาสหนีแล้ว แต่หญิงสาวเกิดอาลัยอาวรณ์บ้านกลางป่า และอยากอยู่เจอภูริพัตมธุมาสไม่หนี หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเอง หรือเธอกำลังตกหลุมรักโจร รุ่งขึ้นภูริพัตรีบกลับมาด้วยเป็นห่วงมธุมาส มธุมาสเอาใจทำกับข้าวให้ภูริพัตกิน พวกไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ภูริพัตขำเอ็นดูมธุมาส

ลีน่าถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพฯ หมอต้องรุมจับหลายคนถึงลากไปได้ ชลิดาท้อง คุณหญิงกมลาจับพีรพลแต่งงานกับชลิดา และส่งข่าวไปบอกภูริพัต ให้ปล่อยตัวมธุมาสได้แล้ว ภูริพัตใจหายพามธุมาสกลับกรุงเทพฯ ต่างเศร้าไม่แพ้กัน ทั้งสองร่ำลากัน คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว

มธุ มาสไปหาจารวี ได้เจอทินกรในชุดกัปตันเครื่องบิน แถมยังเป็นแฟนกัน มธุมาสเอ๊ะใจเรื่องชักไม่ชอบมาพากล ทินกรไม่ใช่โจรแล้วภูริพัตเป็นใครกันแน่ มุธมาสสงสัยว่า คุณหญิงกมลามีส่วนเกี่ยวข้อง เลยบุกไปบ้านคุณหญิง ถึงได้รู้ความจริงว่า ภูริพัตเป็นพี่ชายพีรพล ทุกคนรวมหัวกันหลอกเธอ มธุมาสหนีไป ภูริพัตตามหาไม่เจอ เสียใจจนไม่เป็นอันทำงาน ผาคินจะยกบริษัทให้ภูริพัต คุณหญิงกมลาไม่ยอม ประกาศว่า ภูริพัตไม่ใช่ลูกตน แต่เป็นลูกเมียน้อย ภูริพัตเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าทำไมแม่ไม่รักตน

ภู ริพัตออกจากบ้านไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เชียงใหม่ ภูริพัตตระเวณสมัครงานหลายแห่ง ได้งานที่โรงแรม 5 ดาว ที่กำลังจะเปิดตัวของแม่เลี้ยง พิมพร เศรษฐีนีภาคเหนือและที่นี่เอง ภูริพัตได้เจอกับมธุมาส มธุมาสขอย้ายมาทำงาน โรงแรมในเครือของแม่เลี้ยงพิมพร มธุมาสโกรธภูริพัตไม่ยอมพูดด้วย แต่บรรยากาศสวยงามของทางเหนือ บวกกับลูกตื้อของภูริพัต มธุมาสก็ใจอ่อนให้อภัยภูริพัต

แม่เลี้ยงพิมพรดีใจจัดงานเลี้ยงให้ ทั้งคู่ ภูริพัตกับมธุมาสแปลกใจ ที่แม่เลี้ยงดีกับพวกตนมาก ยิ่งกับภูริพัตแล้ว แม่เลี้ยงเรียกไปกินข้าวด้วยแทบทุกมื้อ ถึงวันงานเปิดตัวโรงแรมของแม่เลี้ยงพิมพร ภูริพัตเชินภาคินผู้เป็นพ่อ คุณหญิงกมลา พีรพล และชลิดามาด้วย บนเวทีกลางงาน แม่เลี้ยงพิมพรประกาศว่า ภูริพัตเป็นลูกชายตน ภาคินยืนยันว่าเป็นความจริง แม่เลี้ยงพิมพรเป็นคนรักเก่าภาคิน ภูริพัตดีใจที่ได้พบแม่ผู้ร่วมงานต่างซาบซึ้งไปด้วย แล้วภูริพัตก็ประกาศจะแต่งงานกับมธุมาส

หลังแต่งงาน ภูริพัตพามธุมาสไปฮันนีมูนที่บ้านกลางป่า เสือพัต..บัดนี้กลายเป็นสามีมธุมาส หญิงสาวมองดูชายหนุ่มติดเตาหุงข้าวอยู่หน้าบ้าน ภูริพัตเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ แต่ใครจะรู้บ้างว่า..ครั้งหนึ่ง ภูริพัดเคยสวมรอยเป็นโจร หลอกลวงเธอและเขาก็ได้สิ่งที่เธอหวงแหนที่สุดไป เขาปล้นหัวใจเธอไป…ตลอดกาล

นักแสดงละคร โจรปล้นใจ

ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ภูริพัต
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล แสดงเป็น มธุมาส
เจฟฟรี่ เบญจกุล แสดงเป็น พีรพล
กรรชัย กำเนิดพลอย แสดงเป็น ทินกร
สุวัจนี ไชยมุกสิก แสดงเป็น ชลิดา
ชุติมา เอเวอรี่ แสดงเป็น ลีน่า

ใจใสรักษ์ยกก๊วน

ใจใสรักษ์ยกก๊วน ละครบอกเล่าวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมรอบรั้วโรงเรียน เพื่อปลุกจิตสำนึกถึงคนอีกนับไม่ถ้วนว่า ถ้าเริ่มดูแลสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเราได้ เราก็ดูแลสิ่งแวดล้อมในสังคมเราได้ ต่อไปเราก็ดูแลสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ได้อีกด้วย

เพื่อให้โลกสวยงามดั่งนิยามรักของ อาจารย์สายน้ำ ครูศิลปะใจบรรเจิดที่ปิ๊งรัก อาจารย์มดแดง ครูพละใจนักเลง เดือดร้อนถึง สายัญ เด็กหนุ่มใจอนุรักษ์ พร้อมเพื่อนร่วมชั้นอย่าง ดอกรัก หนุ่มน้อยแบรนด์เนมหัวจรดเท้า ปุ๊กปิ๊ก สาวหวานเจี๊ยบแต่ขี้กลัวไปทุกอย่าง มะเฟือง เด็กสาวที่ประหยัดพลังงานจากความงก มะไฟ สาววัยกระเตาะที่ชีวิตขาดสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้ แถมด้วย ตะไคร้ วินมอเตอร์ไซค์หน้าโรงเรียนที่เพียรจีบมะเฟือง โทนี่ ภารโรงหนุ่มผู้สานอุดมการณ์พิทักษ์เด็กๆ ฉ่ำ เด็กเคยเรียนดี แต่พลาดไปติดเกมส์ ป้าเมาท์ แม่ของฉ่ำที่แสนระกำช้ำหัวใจ และลุงแดนนี่ เจ้าของร้านกาแฟที่ฟุต ฟิต ฟอ จนไฟจะไหม้ร้าน

เรื่องวุ่นๆ ใจใสรักษ์ยกก๊วน จะมาสะกิดต่อมฮา ปาดน้ำตาซาบซึ้ง เพราะการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนจากหนึ่งเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จนเพิ่มพูนเป็นพลังของคนบนโลกใบนี้ ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน ก็เพื่อคนที่คุณรัก

ใจแจ๋วกับเรือจิ๋ว

เรื่องของเด็กต่างถิ่น ต่างที่ กลุ่มใหญ่ (เด็กมัธยมปลาย) เข้าค่ายกิจกรรมฤดูร้อนของทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยเข้าฝึกอบรม “เรือใบมด” กับ เรือ โทหนุ่มหล่อ และจ่าทหารเรือจอมตลก แสนสนุกอีก 2 คน

ความชุลมุน วุ่นกับนานาความคิด ความชอบ และ ความถนัด ที่ต่างกันของเด็ก เช่น

“โอ๋”-“เอ๋” สองพี่น้องหนุ่มหล่อ มาจากสุพรรณบุรี มีตา ยาย เป็นครูลำตัด จึงมีทั้งความสมัยใหม่ในตัวของคนรุ่นใหม่ และแอบมีเสน่ห์ตรงได้นู่นนิดนี่หน่อยจากบรรพบุรุษพื้นเพดั้งเดิมมา โดยที่ทั้ง 2 คนไม่รู้สึกว่าน่าขันเหมือนบางคนที่คิด แต่กลับรู้สึกว่า ทั้งภาษาท้องถิ่น และการร้องลำตัดของเขา เป็นความสามารถพิเศษส่วนตัว ที่มีมากกว่าคนอื่นก็แล้วกัน

“นก” เด็กสาวที่ติด “โอ๋” “เอ๋” งอมแงม เป็นเด็กบ้านเดียวกัน สวย น่ารัก แก่นแก้ว เพราะสนิทกับเด็กผู้ชายอย่าง 2 คนนี้มาตลอด จนเหมือนว่า จะเป็นพี่ชายที่น่ารัก และหวงสุดๆ ไม่อยากให้ใครได้มาสนิทหรือ ได้รับความสนใจเท่า

“ก้อย” สาวสวยน่ารัก วัยทีนเอจ น่ารัก น่าจีบ น่าสนใจ เพราะเป็นคุณหนูเด็กกรุงเทพฯ (ด้วยกิริยาท่าที) แต่เมื่ออยู่ในค่าย เธอกลับทำให้เห็นว่าเธอไม่เคยหยิบโหย่ง เป็นคนหนักเอาเบาสู้ หนุ่มๆ ต่างก็อยากวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ…เธอตกเป็นคู่เขม่นกับ “นก” โดยไม่รู้ตัว แต่สุดท้าย จะสอน “นก” ด้วยซ้ำว่า คิดอะไรอยู่ในวัยของตัวเองที่ควรจะคิดก่อนเรียงลำดับ ควบคุมให้ถูก แล้วจะมีจุดมุ่งหมาย มีความสุขในที่สุด เพราะการจัดระเบียบตัวเอง สำคัญกว่าในสิ่งอื่นใด

“โอ๋” กับ “ก้อย” จะเป็นเด็กคู่ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ น่าติดตาม ด้วยความต่างของพื้นเพแล้วโคจรมาศึกษาซึ่งกันและกัน ทำให้ได้เรียนรู้ได้แลกเปลี่ยนแนวความคิด ทัศนคติ การเรียน อนาคต ควบคู่ไปกับปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นระหว่างอบรม”เรือใบมด” ทั้งในห้องเรียนและในการปฏิบัติในท้องทะเล เรื่องราวที่ดำเนินไปในค่ายฝึก จะสอน และให้แง่มุมต่างๆ นานา เช่น การปรับตัวให้เข้ากันได้ การช่วยเหลือแบ่งปันน้ำใจแบบบริสุทธิ์ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะการกีฬามีอะไรให้คิด ให้แก้ไข ในมุมต่างๆ มากมาย การแล่นเรือใบจะต้องรู้จักอุปกรณ์ต่างๆ ต้องรู้จักทิศทางของลม รู้จักการคำนวณ สอนให้เด็กใช้ความคิด พิจารณา รอบครอบ และช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเมื่ออยู่กลางทะเล

“ริน” สาวน้อยร่างท้วม อวบขาว น่าตาหน้าเอ็นดูมากๆ เป็นสีสันในกลุ่มเด็กในค่ายนี้ เธอแต่งตัวสดใส เหมาะสม เธอกินๆๆขนมเก่งมาก โดยเฉพาะ ไอศกรีม “ริน” เป็นเพื่อนซี้สนิทกับ “ก้อย” เธออยากสวยเพรียวเหมือนก้อย แต่ก็กำหนดไว้ในความต้องการลิ้มรสอาหาร ขนม นม เนย ไม่ได้ ก็เลยเลือกที่จะสวยในแบบต้นฉบับของตัวเองมากกว่า…ความอ้วนไม่ได้ทำให้เธอ อุ้ยอ้าย เธอได้รับความคล่องตัว กระฉับกระเฉงมาจากการที่คบอยู่กับ ”ก้อย” เพราะ “ก้อย” เป็นสาวสวยที่พึ่งตัวเองซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเข็นรถที่จอดขว้างอยู่คนเดียวได้ ลากเรือลงทะเลคนเดียว เก็บเสา เก็บใบ ล้าง ทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือ ครูฝึกสั่งให้ทำอะไรจะต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด จึงเป็นภาพที่น่าดู น่ามอง เมื่อ “สองสาว กทม.ฯ คู่นี้” ถูกคำสั่งให้ปฏิบัติอะไรก็ตาม…รินจะเป็นภาพของสาวสวยร่างท้วมที่ทำให้ความ น่าสนใจจุดอื่นๆในตัวที่น่าประทับใจและเอาเป็นแบบอย่างได้ ถึงแม้ว่าในบางเรื่อง ดูว่าจะเป็นผู้ตาม “ก้อย” อยู่ แต่ก็เรียกว่าเป็นการเลือกตามที่ถูกต้อง ถ้ามีเพื่อน ก็ควรเลือกเพื่อนที่น่าติดตาม เพราะทิศทางของเพื่อนที่ดูดี

“เงี๊ยว” เด็กชายหนุ่มจากแดนอีสาน พูดกลางได้ อีสานได้ ความสามารถพิเศษพื้นบ้าน คือ สวดมนต์ไพเราะเสียงใส น่าฟัง (สำเนียงอีสาน)

“ตั๊กแตน” สาวสีแทน แดนอีสาน พูดกลางได้ อีสานได้ ความสามารถพิเศษพื้นบ้าน คือ สวดมนต์ไพเราะเสียงใส เช่นกัน (สำเนียงอีสาน)

2 คนนี้ มาจากคนละจังหวัด แต่อีสานจะเป็นดินแดนศาสนา พ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย เข้าวัด ปฏิบัติธรรม เด็กๆก็จะได้ไปด้วย เสน่ห์ของเด็ก 2 คนก็จะชี้ให้เห็น ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความกลัว ละอายต่อบาป ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของคำสอน แต่ก็ผสมผสานกับโลก ความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่น่าเบื่อหน่าย เป็นตัวแทนของเครื่องมือเตือนใจให้ทุกคนสวดมนต์ภาวนาได้อย่างน่ารัก น่าชังที่สุด เพราะตกค่ำขึ้นมา เขา 2 คน จะพร้อมใจกันตะเบ็งเสียงสวดมนต์ เหมือนกับจะให้เทวดาบนสวรรค์รับรู้ จนหลายครั้งเข้า ทุกคนในค่ายต่างก็ต้องสวดมนต์ตามไปโดยปริยาย

ความน่ารักของชาวอีสาน ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย จะกิน จะอยู่ จะทำอะไร เด็ก 2 คนจะมีวิธีการได้น่ารัก น่าชัง เป็นที่รักของเพื่อนๆ และครูฝึกไปหมด แถมยังพาเพื่อนกินผักแปลกๆได้อีกตั้งหลายชนิด

ตลอดเวลา 1 เดือน ที่อยู่ด้วยกันในค่าย ทำให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเป็นตัวตนของกันและกัน แล้วก็หยิบจับของแปลกที่ดีๆ เข้ามาผสมผสานอยู่ในตัวได้อย่างสนุกสนาน ครื้นเครง ได้แง่คิด ได้คำสอน ได้มุมมองที่ดีไว้เตือนใจ ประกอบกับการเป็นอยู่รับรู้เรื่องราวของครูฝึก “เรือโทหนุ่ม วรศาสตร์ หรือ ครูเอ” ที่เปรียบเป็นพี่ชายคนโตได้เป็นอย่างดี เขาผู้มีประวัติการปฏิบัติตัวจากเยาวชน จนเป็นทหารของชาติ และยังเป็นครูฝึกสอน “เรือใบมด” ให้กับเด็กรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งเด็ก ส่งทีมเยาวชนนานาชาติมากี่รุ่นแล้ว หัวใจของการเป็นครูฝึกนักกีฬา ยังเปี่ยมล้นไปด้วย พลังผักดันให้เยาวชนหัวใจแจ๋ว มีจุดมุ่งหมาย มีความรักชาติ กษัตริย์ รู้จักใช้ความสามารถตามระดับที่มีอยู่สร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเมืองได้

ถึงแม้ว่าอุปสรรคในชีวิตส่วนตัวของ “ครูเอ” ที่มีแทรกเข้ามาต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นสายงาน ความรัก และอนาคต แต่ “ครูเอ”ก็ถูกฝึกมาจากลูกผู้ชายเป็นนายทหารผู้เคร่งครัดกฎระเบียบ วินัย มากกว่าส่วนตัว ประเทศชาติเป็นหลัก และเขาก็ได้รับผลตอบแทนที่ลงตัวได้ในที่สุด

“ครูเค” พบรักกับ “สาวทราย” ลูกแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ เบเกอรี่ แสนอร่อยของชาวสัตหีบ ทรายเรียนปี 4 มหาวิทยาลัยดัง คณะเศรษฐศาสตร์ จัดว่าครบสูตรสาวเมืองนี้ ต้องเก่ง กล้า สามารถ เพราะอยู่ในดงทหารเรือ ถ้าจิตใจไขว้เขวไม่หนักแน่น ไม่เป็นของตัวเอง ก็อาจจะจบชีวิตเป็นแม่บ้านทหารเรือไปก่อนหน้านี้แล้ว

“ครูเอ” มีคู่แข่งเป็นลูกชายเจ้าของกิจการมากมายในเมืองพัทยา-สัตหีบ ชื่อว่า “ตริน” ด้วยความที่มีธุรกิจเยอะ ลูกน้องเยอะ (แต่ไม่ถึงกับเป็นมาเฟีย) อุปนิสัยจึงดู”แน่ๆ” ไม่กลัวใคร เพราะไปไหนมาไหนคนเดียวไม่เป็น จึงรู้แต่วิธีที่จะอยู่แบบ “มีเพื่อน” ข้อเสียเปรียบก็คือ เวลาตัวต่อตัว นายทหารหนุ่มของเราก็ได้เปรียบ ด้าน มาด ความสง่างาม ประกอบกับวิชาชีพ

เชิงรักหักสวาท ของทั้ง 2 ฝ่าย จะมีชั้นเชิงที่ชวนติดตาม โดยมีฝ่ายสมาชิกพรรคของทั้ง 2 ฝ่ายที่เห็นได้ชัด ในความแก่น เซี้ยว เฮี้ยว เข้ม เด็กๆเหล่านั้นจะนำพา ”ชีวิตในค่ายเยาวชนกับเรือมด” ในแบบฉบับของ “คนหัวใจแจ๋วๆกับเรือจิ๋วๆ” ไปพบกับบรรยายกาศหลากหลาย ล้วนแล้วแต่แทรกแก่นสาร สาระ ชีวิต น้ำตา พึ่งพา แก้ไข บทเรียนสอนใจ จะค้นหาจุดไหนของชีวิต รับไปเลยทุกรส สนุก ขบขัน เฮฮา แง่คิดมุมมองที่ดีๆ