Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

ปมรักรอยอดีต

ตะวันฉาย ศิมันตรา ทายาทคนเดียวของตระกูลศิมันตรา ที่ร่ำรวยมหาศาล ต้องพักการเรียนต่อในระดับปริญญาเอกและรีบเดินทางจากอังกฤษกลับไทยทันทีที่ รู้ข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุของ บวร , คงเดช และ ณรงค์วิทย์ ซึ่งคือ ปู่ พ่อ และ อาของเขา ตะวันฉายช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น การจัดการเรื่องงานศพผ่านไปอย่างเรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือของ ลุงชาญชัย และ แน่แท้ ลูกชายคนเดียวของชาญชัยที่เป็นเพื่อนสนิทและเติบโตมาด้วยกัน ทว่าเมื่อเปิดพินัยกรรม ตะวันฉายยิ่งงงมากขึ้นเมื่อบวรระบุว่าเมื่อท่านจากไปก็ให้จัดการทรัพย์สิน ให้กับบุตรชายทั้งสองคือคงเดช และ ณรงค์วิทย์ แต่ถ้า คงเดช และณรงค์วิทย์เสียชีวิตไปก็ให้แบ่งทรัพย์สินเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน คือให้กับ ตะวันฉาย ศิมันตรา ลูกชายของคงเดช และอีกส่วนให้กับลูกของณรงค์วิทย์ ศิมันตรา และ วรรณา รักบริสุทธิ์ เงื่อนไขในพินัยกรรมบีบให้ชายหนุ่มต้องตามหาลูกของณรงค์วิทย์ผู้เป็นอาซึ่ง เขาไม่เคยรู้มาก่อน เมื่ออยู่กันตามลำพัง ชาญชัยจึงเล่าให้ตะวันฉายและแน่แท้รู้ว่าณรงค์วิทย์ได้วรรณาซึ่งเป็นสาวใช้ ในบ้านเป็นเมียโดยไม่ตั้งใจ และไม่รักเลย ทว่าวรรณานั้นทะเยอทะยานและหาโอกาสจะเป็นสะใภ้คนเล็กของบวรให้ได้

วรรณาอิจฉาคงเดชซึ่งแต่งงานกับ กนกรส จนมีลูกด้วยกันคือตะวันฉาย ปู่บวรทั้งรัก ทั้งหลงหลานชายทำให้กนกรสซึ่งเป็นสะใภ้ใหญ่มีความสุข วรรณานั้นเป็นเด็กสาวบ้านนาที่หัวสูง ช่างฝัน เธอเกลียดการทำนา ดังนั้นพอเริ่มเป็นสาวเธอจึงมากรุงเทพมาทำงานที่บ้านนี้ ไม่นานเธอก็เริ่มมองเห็นทางที่จะสุขสบาย ณรงวิทย์ คือเป้าหมายสำคัญ และเขาก็พลาดจนได้ แม้จะไม่รักแต่เขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ บวรรู้ดีว่าลูกชายอึดอัดใจเพราะวรรณาเหิมเกริมและนิสัยไม่ดีหลายอย่าง ท่านจึงต้องช่วยโดยให้ณรงค์วิทย์ไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาจากไปโดยไม่รู้ว่าวรรณาเริ่มตั้งครรภ์ บวรรู้จักวรรณาดีว่า โลภ และ อยากได้เงินมากขนาดไหน ท่านจึงตกลงกับเธอว่าจะให้เงินก้อนหนึ่ง และส่งเงินเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกทุกเดือนไม่ให้ลำบาก ถ้าวรรณายอมออกไปจากบ้านนี้ บวรสัญญาว่า จะไม่ทิ้งหลานคนนี้เด็ดขาด แต่วรรณาก็ต้องเลี้ยงหลานท่านให้ดีด้วย เงินก้อนใหญ่ทำให้วรรณายอมตกลง เธอมั่นใจว่าถ้าณรงวิทย์กลับมาต้องมาตามเธอกลับไปแน่ๆ บวรมอบให้ชาญชัยญาติสนิทเป็นธุระจัดการเรื่องเงินให้วรรณา

เมื่อณรงค์วิทย์กลับจากต่างประเทศจึงรู้จากบิดาว่าวรรณาหนีตามผู้ชายอื่น ไปนานแล้ว ซึ่งเขาไม่ติดใจออกติดตามแต่อย่างใด ชายหนุ่มทุ่มเทให้กับการทำงาน และมีความสุขดีโดยไม่คิดจะแต่งงานจนกระทั่งเสียชีวิต ชาญชัยให้ข้อมูลบางอย่างกับตะวันฉาย และแน่แท้เพื่อออกตามหาลูกของณรงค์วิทย์ ส่วนวรรณานั้นกลับมาใช้ชีวิตในสลัมเพราะเงินหมด นางอยู่กับ ทอฝัน ลูกสาวคนโต วุ้นเส้น หรือ วริศรา ลูกสาวคนรอง และ เด็กชายลูกชิ้น เด็กทั้งสามรู้ดีว่า วุ้นเส้นกับลูกชิ้นมีพ่อคนเดียวกัน วรรณาไม่เคยพูดถึงพ่อของทอฝันเลย และเวลานี้วรรณามีสามีใหม่อายุคราวลูกอีกคนชื่อ เอก ซึ่งมีอาชีพขี่มอร์เตอร์ไซคล์รับจ้าง ในครอบครัวนี้มีทอฝันคนเดียวที่ขยันทำมาหากิน เธอต้องหาเงินเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง แถมยังต้องหาค่าเทอมให้ลูกชิ้นอีกด้วย เด็กชายสงสารพี่สาวแต่เขาก็ยังเด็กเกินไปกว่าจะช่วยทอฝันได้ วรรณาเองก็เอาแต่เล่นไพ่ ส่วนวุ้นเส้นออกจากโรงเรียนตั้งแต่จบประถมหก เธอทำตัวเป็นสาวเปรี้ยว ใส่สายเดี่ยว นุ่งขาสั้นเดินอวดหนุ่มๆ ตั้งแต่เริ่มสาว ความยากจนทำให้ทอฝันทำได้ทุกอย่าง เธอร้อยมาลัยส่งขายตามสี่แยก หรือถ้าถึงคราวลำบากจริงๆ เธอก็ทำได้กระทั่งแกล้งเดินให้รถชนเพื่อเรียกค่าทำขวัญมาใช้จ่ายในครอบครัว

วันหนึ่งทอฝันต้องใช้วิธีนี้อีกเมื่อต้องหาค่าเทอมให้น้องชายทำให้เธอได้ พบกับตะวันฉายเป็นครั้งแรก ซึ่งชายหนุ่มหยิบเงิน “ทำขวัญ” ให้มากเกินควรแถมยังพูดเหมือนรู้ทันจนทอฝันต้องโวยวายเพื่อดับความอายของตน ทั้งคู่พบกันอีกหลายครั้งแต่ก็ทะเลาะกันตลอดเวลา อีกไม่กี่วันต่อมา แน่แท้ก็ตามวรรณาจนพบ เมื่อรู้เรื่องพินัยกรรมวรรณาก็รีบบอกว่าทอฝันคือลูกของณรงวิทย์ แต่เมื่อรู้ว่าทอฝันคนเดียวที่มีสิทธิในทรัพย์สินวรรณาโวยวายอีก ส่วนทอฝันไม่ยอมไปรับมรดกถ้าต้องทิ้งแม่และน้อง เธอทำให้แน่แท้ประทับใจโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามหาทางช่วยเธอโดยบอกว่าพินัยกรรมไม่ได้ห้ามเธอนำเงินมาเลี้ยงแม่และ น้อง ทำให้ทอฝันดีใจมาก ส่วนตะวันฉายไม่ตื่นเต้นอะไรนัก ยิ่งรู้ว่าทายาทอีกคนคือทอฝันเขาก็ยิ่งกลุ้ม แล้ววันที่ตะวันฉายรู้สึกว่าเป็นวันโลกาพินาศก็มาถึง เมื่อ ทอฝันพาแม่และน้องมาคฤหาสน์ “ศิมันตรา” เธอจำเป็นต้องมาเพราะนายเอกสามีคนล่าสุดของวรรณานำบ้านไปจำนองจนถูกไล่ที่ อยู่ ตัวนายเอกหอบเงินหนีหายไป วรรณาแค้นมากแต่ ทอฝัน ศิมันตรา ทำให้นางมีหวังขึ้นมาอีกครั้งตรงข้ามกับทอฝันที่ไม่มีความสุขและปวดหัวกับ วรรณาและวุ้นเส้นที่ใช้เงินมากสุรุ่ยสุร่าย วรรณาหมดไปกับวงไพ่ ส่วนวุ้นเส้นหมดไปกับการแต่งตัว ที่ร้ายคือวุ้นเส้นแสดงออกชัดเจนว่าติดใจตะวันฉาย และทำทุกอย่างโดยไม่อายเพื่อให้ใกล้ชิดกับเขา ทำให้ นกยูง สาวสวยไฮโซ ซึ่งเป็นแฟนของตะวันฉายไม่พอใจมาก ทั้งคู่มีเรื่องตบตีกันบ่อยครั้ง นกยูงพาลไปหมดแม้กระทั่งกับทอฝัน

เมื่อนกยูงร้ายมาทอฝันก็ตอบโต้กลับไปทั้งในมาดนางร้ายและนางเอกที่ฉลาด เชือดเฉือนให้นกยูงได้อายหลายครั้ง ความแค้นและอารมณ์หึงหวงทำให้นกยูงจ้างเอกมาทำร้ายทอฝันแต่แน่แท้มาช่วยไว้ ทัน แม้กระนั้น ทอฝันก็เขียวช้ำอย่างน่าสงสาร ตะวันฉายไม่เชื่อว่าจะมีใครปองร้ายทอฝัน จนทำให้ต้องขัดใจกับแน่แท้ เหตุการณ์วันนั้นทำให้เอกตามเข้ามาอยู่ใน “ศิมันตรา” อีกคน แม้วรรณาจะเกลียดอย่างไรก็ห้ามไม่ได้เพราะเอกรู้ความลับเรื่องทอฝันที่วรรณา เคยเล่าให้ฟัง วันหนึ่งขณะที่ทอฝันเดินเล่นอยู่กับแน่แท้ที่บริเวณสลัมที่เคยอยู่ เธอพบกับ สุภาพสตรีท่าทางดีคนหนึ่งซึ่งเธอมารู้ภายหลังว่าเธอชื่อ เดือน เป็นภรรยาของ มิสเตอร์ จอห์น ลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท “ศิมันตรา” เดือนเอ็นดูทอฝันอย่างบอกไม่ถูก ในงานเลี้ยงรับรองจอห์นและเดือน ทอฝัน ไปร่วมงานในฐานะทายาทของ “ศิมันตรา” คนหนึ่ง เธอสวยสง่าจนตะวันฉายตะลึง ส่วนวรรณาซึ่งตามวุ้นเส้นมางานด้วยต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบกับเดือน ตรงข้ามกับเดือนที่ดีใจมากที่พบวรรณา ย้อนไปประมาณยี่สิบปี เดือนและวรรณามาเช่าห้องอยู่ใกล้กันทั้งคู่สนิทสนมกันมาก วรรณานั้นท้องได้ 4-5 เดือน แต่แล้ววันหนึ่งวรรณาลื่นล้มในห้องน้ำ เดือนรีบพาส่งโรงพยาบาล วรรณาแท้งลูก ลูกที่มีณรงค์วิทย์เป็นพ่อ เธอเสียใจมาก ตรงข้ามกับเดือนที่เพิ่งรู้ตัวว่าท้อง เธอดีใจมากแม้พ่อของลูกจะทอดทิ้งเธอไปแล้วก็ตาม เดือนปลอบวรรณาว่า ลูกของเธอก็เป็นลูกของวรรณาด้วย โดยไม่รู้ว่าคำปลอบโยนของเธอทำให้วรรณา วางแผนร้ายทันที ตราบใดที่เธอมีทายาทของ “ศิมันตรา” อยู่ เธอต้องสุขสบายในสักวัน

ดังนั้นเมื่อเดือนคลอดได้ไม่กี่วัน วรรณาจึงขโมยเด็กน้อยนั้นมาเตรียมอุปโลกน์เป็นลูกของณรงค์วิทย์ ซึ่งเด็กคนนั้นคือทอฝันนั่นเอง ความลับเรื่องนี้เอกรู้ดี วรรณาจึงกำจัด เอกไปไม่ได้ เมื่อพบกับเดือน วรรณารู้ว่าเดือนต้องมาตามลูกคืนแน่นอน ความโลภของทั้งเอกและวรรณาทำให้ส่งวุ้นเส้นไปแทน และ จำเป็นต้องเล่าให้วุ้นเส้นรู้เรื่องด้วย เรื่องวุ่นวายมากขึ้นเมื่อตะวันฉายและนกยูงต้องการที่ดินบริเวณสลัมที่ทอฝัน เคยอยู่มาสร้างเป็น ศูนย์การค้า ทอฝันซึ่งมีสิทธิในที่ดินผืนนี้ด้วยไม่ยอม เธอผูกพันกับที่นี่มาก เธอเกิดและโตที่นี่ เป็นครูอาสายามว่าง เธอลำบากมามากทำให้รู้ดีว่าชีวิตในสลัมหรือชุมชนแออัดต้องดิ้นรนเพียงใด ถ้าต้องมาอพยพไร้ที่อยู่อีกจะลำบากที่สุด เธอทำร้ายพวกเขาไม่ลง นกยูงให้ตะวันฉายจ่ายเงินค่าโอนกรรมสิทธิ์กับ ทอฝันเป็นสิบล้าน แต่เธอกลับฉีกเช็คใบนั้นทิ้ง และทะเลาะกับตะวันฉายอีกจนได้ เมื่อทอฝันไม่ยอม นกยูงจึงจ้างเอก ซึ่งนกยูงรู้แล้วว่าเขาคือสามีวรรณาให้ไปบอกวรรณาให้บังคับทอฝันให้ได้ โดยเธอจะจ่ายเงินก้อนโตให้ เมื่อวรรณารู้เรื่องจึงไปบังคับทอฝันให้เซ็นเอกสาร เมื่อทอฝันไม่ยอมวรรณาก็ตบตีจนทอฝัน บาดเจ็บจนเธอต้องยอมเซ็นทั้งน้ำตา ตะวันฉายซึ่งกลับมาพอดีจึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขานึกสงสารทอฝันเป็นครั้งแรก ทว่าเพียงวันรุ่งขึ้นวรรณาก็ทำให้ตะวันฉายเข้าใจทอฝันผิด เมื่อนางเข้ามาขอเงินเป็นค่าที่ดินโดยอ้างชื่อทอฝัน ซึ่งเขาก็ยอมพลางนึกดูถูกทอฝัน ความโลภและใจร้อนของนกยูงทำให้เรื่องเลวร้ายลงเมื่อเธอไปจ้างเอกให้ไปวาง เพลิงเผาไล่ที่ชาวสลัม ทอฝันโกรธมากต่อว่าตะวันฉายรุนแรง ขณะที่แน่แท้พยายามบอกว่าตะวันฉายเปลี่ยนใจไม่ซื้อที่ดินแล้วแต่เธอก็ไม่ เชื่อ ส่วนตะวันฉายทั้งเสียใจและน้อยใจทอฝันอย่างบอกไม่ถูก เขาวิ่งฝ่ากองไฟเข้าไปช่วยชาวบ้านขนของและช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งจนตัวเองต้องบาดเจ็บ

ตะวันฉาย พิสูจน์ตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้องกับการวางเพลิงจนทอฝันเห็นใจ เธอหาโอกาสจะขอโทษเขา แต่ตะวันฉายบอบช้ำทั้งกายและใจจนไม่เปิดโอกาสให้เธอเลย วันรุ่งขึ้นนกยูงมาพบตะวันฉายอย่างปลื้มใจในความสำเร็จ ทว่ากลับโดนตะวันฉายต่อว่ารุนแรง เขาพูดชัดเจนว่าเลิกคบกับเธอเด็ดขาด นกยูงกลับไปอย่างโกรธจัด ไม่นานนักตะวันฉายก็ต้องปวดหัวเมื่อกลุ่มชาวบ้านรวมตัวมาประท้วงอยู่หน้า บริษัท เขาพยายามชี้แจงและเสนอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครเชื่อ ก่อนที่เหตุการณ์จะรุนแรงกว่านี้ ทอฝันเข้ามาช่วยเจรจา เธอยืนยันว่า ตะวันฉายไม่เกี่ยวข้องและสำหรับเธอแล้วแม้จะเป็นทายาทของ “ศิมันตรา” แต่เธอก็ไม่คิดทำลายบ้านเกิดตัวเอง เธอพูดชัดเจนว่าเธอเป็นลูกของวรรณาและเคยอยู่ที่นั่นจนชาวบ้านจำได้ ทอฝันเล่าให้ชาวบ้านฟังว่า ตะวันฉายได้ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งไว้ด้วย ถ้าเขาเป็นตัวการจะไปช่วยจนต้องบาดเจ็บทำไม ทอฝันคว้ามือของตะวันฉายที่โดนไฟลวกจนผิวแดงบวมอักเสบรุนแรงให้ชาวบ้านดู เธอพูดหนักแน่นว่าเธอและตะวันฉายจะช่วยปรับปรุงที่อยู่ สร้างบ้านให้ใหม่ และตอนนี้เธอได้ส่งพนักงานบริษัทนำสิ่งของไปช่วยเหลือแล้ว ตะวันฉายแทบไม่เชื่อตาเมื่อกลุ่มชาวบ้านยอมสลายตัว และเริ่มมีความรู้สึกที่ดีให้ทอฝัน เขายอมให้เธอพาเขาไปทำแผลที่โรงพยาบาล ทอฝันดูแลเขาอย่างอ่อนโยนและจริงใจ นับจากวันนั้นทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ตะวันฉายเริ่มมีความรู้สึกที่ดีให้ทอฝัน ทั้งคู่รักกันโดยไม่รู้ตัว แน่แท้ซึ่งแอบรักทอฝันอยู่เฝ้ามองอย่างไม่สบายใจ ตะวันฉายเหมือนจะลืมไปว่าทอฝันเป็นน้องสาว

ส่วนทอฝันเองแม้จะบอกตัวเองอยู่ทุกวันว่าเธอรักเขามากไปกว่าพี่ชายไม่ได้ แต่สายเกินไป เธอรักเขามากเหลือเกิน วันหนึ่งทอฝันจะออกไปซื้อของ ตะวันฉายจะตามไปด้วย ทอฝันเลยแกล้งเขาโดยการพาไปบางลำพู ตั้งใจจะให้เขาลำบาก เหนื่อย ร้อน จนกลับไปเอง แต่กลายเป็นว่าเขาสนุกกับการช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกมาก ขณะกำลังเดินซื้อของ ทอฝันหยุดดูสร้อยเงินเส้นบางสวยคล้องจี้รูปดอกไม้อย่างพอใจแต่ไม่ซื้อจน ตะวันฉายแกล้งยั่วว่าเธอต้องการให้เขาซื้อให้เหมือนพระเอกหนังไทย ทอฝันงอนเดินหนีทันที จนชายหนุ่มต้องตามง้ออย่างไม่เคยทำมาก่อน เขาพาเธอไปดื่มกาแฟที่ร้านเล็กๆ น่ารักแห่งหนึ่ง ตะวันฉายสั่งขนมอร่อยๆ มาให้เธอ เขาอ่อนโยนกับเธอมากจน ทอฝันใจสั่นเธอต้องคอยเตือนตัวเองว่าเขาเป็นพี่ชาย ตะวันฉายกำลังมีความสุข จู่ๆ แน่แท้ก็เดินเข้ามา ทอฝันขอตัวไปห้องน้ำ แน่แท้จึงขอให้ตะวันฉายช่วยเรื่องทอฝัน เขารักทอฝันและเตรียมแหวนมาแล้วด้วย แน่แท้หยิบกล่องแหวนมาเปิดอวดตะวันฉาย ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่าทำไมต้องเสียใจและเจ็บปวดอย่างนี้ เขาไม่อยากให้ทอฝันรักแน่แท้ และทนไม่ได้ที่จะเสียเธอไป ตะวันฉายพรวดพราดออกไปจากร้านทันที เมื่อ ทอฝันกลับมาที่โต๊ะ แน่แท้บอกว่าตะวันฉายมีงานด่วน ขณะที่ทอฝันโกรธที่เขาทิ้งเธอไปง่ายๆ และยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อแน่แท้สารภาพรักกับเธอ ทอฝันเข้าใจว่าตะวันฉายหลอกเธอมาที่ร้านนี้และจัดฉากให้แน่แท้ ได้อยู่กับเธอตามลำพัง ทอฝันข่มใจค่อยๆ ปฏิเสธแน่แท้อย่างอ่อนหวานว่าสำหรับเธอแล้วเขาคือเพื่อนที่ดีที่สุดและคง เป็นไปมากกว่านี้ไม่ได้ แน่แท้ผิดหวังแต่ก็ต้องทำใจ เขารู้ว่าทอฝันกับตะวันฉายรักกัน แต่พี่กับน้องจะแต่งงานกันได้อย่างไร ค่ำมากแล้วเมื่อแน่แท้พาทอฝันมาส่ง ตะวันฉายพาลหาเรื่องด้วยความหวง ทอฝันก็ยิ่งยั่วโมโห เธอเองก็โกรธเขาเหมือนกัน ทั้งคู่กลับมาเป็นคู่กัดอีกครั้ง คู่กัดที่แน่แท้มองออกว่าเหมือนเป็นคู่รักมากกว่า ดึกมากแล้วเมื่อตะวันฉายมาเคาะประตูห้องนอนทอฝัน เขาส่งถุงของที่ซื้อเมื่อตอนกลางวันให้เธอและเหน็บแนมว่าเธอคงมีความสุขมาก ที่มีชายหนุ่มที่แสนดีอย่างแน่แท้มาสารภาพรัก

ตะวันฉายขอดูแหวนหมั้น ทำให้ทอฝันเข้าใจผิดมากขึ้นว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับแน่แท้ เธอเสียใจอย่างบอกไม่ถูกจึงประชดเขาว่าตะวันฉายเต็มใจยัดเยียดเธอให้เพื่อน รักเหลือเกิน น่าจะพาเธอไปส่งให้แน่แท้ถึงห้องนอน ทอฝันตกใจเมื่อตะวันฉายพูดแค้นๆ ว่าเขาจะตามใจเธอ ตะวันฉายฉวยข้อมือเธอลากออกมาจากห้องอย่างแรง เขาฉุดเธอไปตามทางเดินด้วยท่าทางเอาจริง ทอฝันขัดขืนและพยายามดิ้นหนีสุดฤทธิ์ เธอต้องตกใจอีกครั้งเมื่อตะวันฉายหันกลับมารวบตัวเธอกอดไว้แน่นและจูบเธอ อย่างอ่อนหวาน ตะวันฉาย กระซิบเบาๆ ว่าเขารักเธอ อ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาทำให้ทอฝันมีความสุขมากรู้สึกราวกับฝันไป แต่เมื่อได้สติเธอผลักเขาออกอย่างแรง ทอฝันตบหน้าตะวันฉายอย่างแรง เธอบอกเขาทั้งน้ำตาว่าเธอเป็นน้องสาว ไม่ใช่คนรักและคงเป็นไปไม่ได้ตลอดไป ทอฝันวิ่งหนีกลับเข้าห้องไปร้องไห้อีกนาน ส่วนตะวันฉายเองก็เดินคอตกกลับห้องเช่นกัน ทั้งคู่ไม่รู้ว่าวรรณาซึ่งเพิ่งกลับมาจากเล่นไพ่ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นางไปเล่าให้ลูกสาวฟังที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง วุ้นเส้นกรี๊ดอาละวาดลืมมาดคุณหนูลูกคุณเดือนทันที สองแม่ลูก วางแผนกำจัดทอฝันโดยไม่ทันระวังว่าจะมีใครได้ยิน นกยูงซึ่งบังเอิญนั่งอยู่ใกล้ที่สุดจึงรู้เรื่องทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่ทอฝันไม่ใช่ลูกของวรรณาแต่เป็นลูกของเดือนอีกด้วย อารามตื่นเต้นจะไปบอกตะวันฉาย นกยูงพรวดพราดออกจากร้านจนสองแม่ลูกเห็นจนได้ ดังนั้นเธอจึงเป็นเป้าหมายแรกแทนทอฝัน นกยูงโดนเอกลูกน้องทรยศจับตัวไป และวุ้นเส้นยิงเธอตายอย่างเลือดเย็นต่อหน้าวรรณาและเอก การตายของนกยูงทำให้ตะวันฉายและทอฝันใกล้ชิดกันอีกครั้ง แผนกำจัดทอฝันดำเนินต่อไปทันที ทอฝันถูกหลอกไปเพื่อฆ่าทิ้งแต่ ตะวันฉายตามไปช่วยจนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เอกกำลังจะยิงทอฝันแต่บังเอิญมีรถผ่านมา ทอฝันวิ่งไปขอความช่วยเหลือทันที เอกจึงต้องหนีไป พลเมืองดีพาทอฝันและตะวันฉายไปโรงพยาบาล ทอฝันกอดเขาไว้แน่น เธอร้องไห้ตลอดทางรู้ซึ้งแก่ใจว่าเธอรักเขามากแค่ไหน

ระหว่างที่เขาพักฟื้นหลัง ผ่าตัดเอากระสุนออก ทอฝันเฝ้าดูแลเขาไม่ห่าง กรรมตามสนองวุ้นเส้นเมื่อเอกมาขอค่าจ้างแล้วเธอไม่ให้ เอกจึงข่มขืนเธอและถ่ายคลิปวิดีโอไว้เพื่อขู่ไถเงิน เมื่อเอกไปแล้ววุ้นเส้นจึงเล่าให้วรรณาฟัง สองแม่ลูกแค้นใจมาก คืนนั้นวรรณาพยายามลบคลิปของลูกสาวจากโทรศัพท์มือถือของเอกแต่ไม่สำเร็จเอก เห็นพอดี เขาพยายามบีบคอฆ่านาง แต่วรรณาหนีกระเสือกกระสนออกมาจากห้องแต่ไม่พ้นเงื้อมมือของเอก เขาผลักนางตกบันไดอย่างเหี้ยมเกรียม เสียงร้องของวรรณาทำให้ทุกคนในบ้านออกมาดู เอกหนีไปได้ส่วน วรรณาบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นความจำเสื่อม ทอฝันเสียใจมาก เธอดูแลวรรณาและลูกชิ้นอย่างดีที่สุด โดยมีตะวันฉายเป็นกำลังใจ หนุ่มสาวทั้งคู่สุขใจลึกๆ แต่ต้องทรมานกับความจริงที่เขาและเธอเป็นพี่น้องกัน แน่แท้จึงเตือนสติเพื่อนรักและแนะนำให้เขากลับไปเรียนต่อ ตะวันฉายยอมตกลงทั้งที่ใจทรมานที่สุด ก่อนจากไปเขาให้สร้อยเงินเส้นที่ทอฝันชอบ เขาให้เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึกแทนตัวเขา ตะวันฉายบอกเธอเพียงว่าเขาต้องไปติดต่องานที่ต่างประเทศ โดยไม่บอกว่านานเพียงใด ตะวันฉายไปไม่นานวุ้นเส้นนัดเอกมาเพื่อจ่ายเงินแลกคลิปวิดีโอ เอกหลุดปากเรื่องทำร้ายวรรณาเพื่อขู่ไม่ให้วุ้นเส้นทรยศ เอกยังต้องการเงินจากเธออีกมาก ทว่าวุ้นเส้นโกรธจนลืมตัวเมื่อรู้ว่าเอกทำร้ายมารดา ทั้งที่จริงเธอต้องการฆ่าเอกอยู่แล้ว ความแค้นจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ วุ้นเส้นฉวยโอกาสที่เอกเผลอหยิบปืนออกมา แต่เอกเข้าแย่งทันที เขาพลาดจึงโดนวุ้นเส้นกระหน่ำยิงจนตาย วุ้นเส้นตกใจจนเสียสติ ตำรวจพยายามติดต่อทอฝัน แต่ กลายเป็นแน่แท้ที่รู้เรื่องก่อน เขาไปพบวุ้นเส้นที่โรงพัก หญิงสาวพร่ำเพ้อไม่ได้สติเข้าใจว่าแน่แท้คือตะวันฉาย เธอจึงบอกความจริงเรื่องทอฝันเป็นลูกของเดือน แน่แท้ไม่ค่อยเชื่อนัก เขายังไม่ทันบอกทอฝัน วรรณาก็สารภาพเสียเองเมื่อเดือนรีบเดินทางกลับจากอังกฤษมาเยี่ยมนางและวุ้น เส้น เดือน ทอฝัน และแน่แท้อยู่ที่โรงพยาบาลเมื่อตำรวจเข้ามาจับวรรณาในข้อหาร่วมมือฆ่านกยูง

ทอฝันทนไม่ได้เธอไม่ยอม และพยายามช่วยทุกทางโดยอ้างว่าวรรณาได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างรักษาตัว ตำรวจจึงสวมกุญแจมือนางล็อคไว้กับเตียงกันหนี เมื่อตำรวจไปแล้ว วรรณายอมแพ้ในความดีของทอฝันจึงเล่าความจริงทั้งหมด นางย้ำว่านางแท้งลูกของณรงค์วิทย์ไปแล้ว และขโมยทอฝันมาจากเดือนเพื่อเตรียมรับมรดกของศิมันตรา วรรณายืนยันว่าทอฝันคือลูกสาวของเดือน ส่วนวุ้นเส้นเป็นลูกสาวของนางเอง เดือนดีใจมากที่ได้ลูกของเธอจริงๆ กลับคืนมา ที่จริงแล้วเธอเอ็นดู และรู้สึกผูกพันกับทอฝันมากกว่าวุ้นเส้นเสียอีก ในช่วงเวลาของความยุ่งเหยิงวุ่นวายนี้ทอฝันน้อยใจที่ตะวันฉายไม่กลับมาช่วย เขาใจร้ายใจดำทิ้งเธอไปได้จริงๆ ทอฝันคิดถึงตะวันฉายมากและพยายามตัดใจจากเขา แน่แท้จึงสารภาพว่าเขาเองที่แนะนำให้ตะวันฉายจากไป แต่ก็ไม่ทำให้ทอฝันรู้สึกดีขึ้น เธอตัดสินใจไปอยู่ที่อังกฤษกับเดือนโดยพาลูกชิ้นไปด้วย ก่อนเดินทางทอฝันและเดือนไปเยี่ยมและลาวรรณาที่เรือนจำ โดยบอกว่าจะพาลูกชิ้นไปอังกฤษด้วย วรรณาฝากดูแลวุ้นเส้นที่ตกใจจนเสียสติ ถูกส่งไปรักษาตัวที่ศรีธัญญาด้วยทอฝันรับปากอย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันเดินทางแน่แท้ขับรถมารับทุกคนที่ศิมันตรา เพื่อไปสนามบิน ทอฝันมอง “ศิมันตรา” อย่างใจหายที่จะจากไป เธอคิดถึงตะวันฉายมากได้แต่ลาและตัดพ้อเขาในใจ เธอไม่หวังว่าจะได้พบกับเขาอีก ทอฝันเดินขึ้นเครื่องอย่างใจลอย พนักงานต้อนรับพาเธอไปนั่งข้างชายคนหนึ่ง ขณะที่เดือนนั่งคู่กับลูกชิ้น ทอฝันนั่งหลับตาเพราะไม่อยากพูดกับใคร เธออยากให้ตะวันฉายอยู่ด้วยเหลือเกิน เครื่องขึ้นได้ไม่นานนักก็ตกหลุมอากาศ ทอฝันตกใจมากผวากอดชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ อย่างไม่รู้ตัว เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ทอฝันอายจนหน้าแดงเธอพึมพำขอโทษเขา แต่ชายหนุ่มกลับกอดเธอแน่นและบอกว่าเขาไม่ยอมรับคำขอโทษนั้นจนกว่าเธอจะ บอกว่ารักเขา เสียงเขาเหมือนตะวันฉายมาก ทอฝันผลักเขาออกเต็มแรงและมองเขาเต็มตา เธอยิ้มอย่างดีใจที่ชายคนนั้นคือตะวันฉายจริงๆ ชายหนุ่มกอดเธออย่างแสนรักอีกครั้งก่อนจะสวมแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายของ เธอ เขายกมือเธอขึ้นมาจูบอีกครั้งแววตาตะวันฉายเป็นประกายพราวเมื่อบอกทอฝันว่า เธอต้องอยู่กับเขาที่ “ศิมันตรา” ไปตลอดชีวิต ทอฝันซุกตัวกอดเขาแน่นพึมพำเบาๆ ว่าเธอก็ไม่ยอมให้เขาจากเธอไปอีกเช่นกัน

 นักแสดง ปมรักรอยอดีต

ธาวิน เยาวพลกุล แสดงเป็น ตะวันฉาย ศิมันตรา

อุษามณี ไวทยานนท์ แสดงเป็น ทอฝัน ศิมันตรา

ไปรยา สวนดอกไม้  แสดงเป็น นกยูง

โบ๊เบ๊

วิน หรือ เปี๊ยก (ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์) พา ภศน (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ลูกชายคนเดียวมาเมืองไทย และนัด เฮง (โพลาร์ อิศวร์) กับ หน่อน (อรรถชาติ ศรีภักดี) เพื่อนรักจะพาลูกไปรู้จัก เหตุผลหนึ่งที่ ภศนกลับเมืองไทย คือ อยากเจอข้าวปั้น (พีชญา วัฒนามนตรี) หญิงที่เขาชอบ เธอกลับมาไทยเพราะพ่อเสียชีวิตกะทันหัน ทั้งคู่พบกันที่สถานกงสุลในงานหาเงินช่วยอุทกภัยในเมืองไทย จากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมา ภศนชอบข้าวปั้นที่น่ารักและเป็นผู้หญิงเก่ง ข้าวปั้นกับแม่กำลังยุ่งเรื่องทรัพย์สินของพ่อที่มีหุ้นกับญาติ ภศนชวนข้าวปั้นกับแม่มาทานข้าวด้วย แล้วบอกว่าเฮงเป็นทนายอาจช่วยได้ เปี๊ยกพาภศนไปโบ๊เบ๊ ถิ่นเกิดของเปี๊ยก เพื่อให้ภศนรู้ว่าตอนเด็กเปี๊ยกยากจนมาก ต่างจากปัจจุบันที่ร่ำรวยด้วยธุรกิจและประกอบอะไหล่รถยนต์ที่อเมริกา เปี๊ยกเป็นลูกชายของพ่อยูรกับ แม่เสียง (วาสิษฐี ศรีโลฟุ้ง) ทั้งสองมีลูกหกคน สมบูรณ์ ลูกสาวคนโตแต่งงานแล้ว สมศรี (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) ลูกสาวคนรองเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ เปี๊ยกเป็นลูกคนที่สามต้องทำงานหาเงินพิเศษเพื่อเรียนหนังสือ ไพรัชน้องชายเปี๊ยกไปบวชแล้วไม่สึก จิ๊บกับปุ๊ น้องสาวของเปี๊ยกยังอายุหกขวบและห้าขวบ

เปี๊ยกมีเพื่อนสนิท คือ วิสิทธิ์หรือเฮง ศักดิ์ชัย หรือ โอ่ง (รวิช ไรวินท์) ซึ่งบ้านขายหมูสะเต๊ะ และสงวนหรือหน่อน ที่บ้านขายผ้า ทั้งสี่ชอบนัดไปเล่นกัน และโอ่งจะแอบขโมยหมูสะเต๊ะมาให้เพื่อนกินอยู่เสมอ แม่เสียงสั่งไม่ให้เปี๊ยกมีเรื่องกับใครเพราะรู้ว่าลูกไม่ใช่เด็กเกเรแต่รัก พวกพ้องมาก พอโรงเรียนเลิก เปี๊ยกจะไปหาพวกโอ่ง แต่ถูกพวกเกรียงศักดิ์ (อิทธิกร สาธุธรรม) นักเลงประจำห้องดักไว้ เกรียงศักดิ์ว่าเปี๊ยกหน้าตัวเมีย เปี๊ยกโกรธมาก ชกจนเกรียงเลือดกำดาวไหล เม้งกับตี๋ไม่ยอมให้เปี๊ยกออกจากห้อง หากเปี๊ยกจะออกต้องให้เกรียงชกคืนสามที เปี๊ยกยอม เปี๊ยกไปหาเพื่อนตามนัดและเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง โอ่งจะไปกระทืบเกรียง เฮงกับหน่อนห้ามไว้ ระหว่างนั้นมีเสียงเด็กอ่อนร้องไห้ เปี๊ยกชวนเพื่อนไปดู ที่ซุ้มต้นแก้ว เปี๊ยกและเพื่อนพบเด็กหญิงทารกคนหนึ่ง ทุกคนนั่งรอแม่ของเด็ก แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมา เปี๊ยกสงสารเด็กจึงวางแผนเอาเด็กไปวางไว้หน้าบ้านเถ้าแก่ฮิ้ม (อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์) นายง้วน (สมศักดิ์ รัตนกุล) คนขับรถเถ้าแก่ฮิ้มเห็นเด็กอ่อน เรียกเถ้าแก่ออกมาดู เถ้าแก่ฮิ้มเห็นเด็กแล้วคิดถึงลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้วที่เกิดกับชบา (อุษณีย์ วัฒฐานะ) ภรรยาน้อย เขาจึงเอาเด็กไปให้ชบาเลี้ยงแทนลูกสาว

นางเตียมเกียง (ณหทัย พิจิตตรา) ภรรยาหลวงของเถ้าแก่ฮิ้มไม่พอใจที่เถ้าแก่ฮิ้มพาเด็กผู้หญิงมาให้ชบาเลี้ยง ปกติเตียมเกียงจะตามราวีเมียน้อยทุกคนของเถ้าแก่ฮิ้ม แต่ชบาเป็นครูสอนลูกชายสองคนของเตียมเกียงกับเถ้าแก่ฮิ้ม ชื่อ โกวิท หรือ ตี๋ใหญ่ (ธีร์ วณิชนันทธาดา) กับ อุดม หรือ ตี๋เล็ก (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ชบาเรียกเปี๊ยกไปดูลูกสาว เปี๊ยกตั้งชื่อให้ทารกว่า ดอกแก้ว (อุษามณี ไวทยานนท์) เตียมเกียงเป่าหูตี๋เล็กว่าดอกแก้วเป็นเด็กเก็บตกข้างถนนที่เถ้าแก่ฮิ้มรัก มาก ต่อไปนี้ตี๋เล็กจะเป็นหมาหัวเน่า เมื่อตี๋ใหญ่กับตี๋เล็กไปไหว้ชบาที่บ้าน ตี๋เล็กพูดว่าดอกแก้วเป็นเด็กเก็บตกและอาจเป็นลูกชู้ ชบาโกรธมาก เปี๊ยกได้ยินเตียมเกียงกับตี๋เล็กคุยกัน ตี๋เล็กคิดจะฆ่าดอกแก้ว เปี๊ยกขัดขวางอุ้มดอกแก้วไว้ เถ้าแก่ฮิ้ม ชบา เรียม (พิมพ์ศิริ คชหิรัญ) เข้ามา ตี๋เล็กใส่ความว่าเปี๊ยกจะฆ่าดอกแก้ว เถ้าแก่ฮิ้มโกรธมาก เตะเปี๊ยก ชบาขอโทษปี๊ยกแทนเถ้าแก่

พ.ศ.2520 เปี๊ยกโตเป็นหนุ่มเต็มตัว และเปลี่ยนชื่อเป็น วิน ทำงานเปียลำใย เขาหล่อ ฉลาด ว่องไว เปี๊ยกทำงานกับเถ้าแก่คุง เปี๊ยกมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวในการเปียลำไย เขามีลูกน้องคู่หู คือ หนาน คู่แข่งคือ กวง ดอกแก้วโตเป็นสาวสวย เถ้าแก่รักและหวงมาก เปี๊ยกเจอคู่อริมาดักต่อย เปี๊ยกป้องกันตัวจนพลาดใช้มีดแทงกวง เมื่อตี๋เล็กกับมาบ้านเขาเจอดอกแก้วครั้งแรกก็เจ้าชู้ใส่ทันที พอดีกับที่อุดมมาบอกเรื่องเปี๊ยกไปแทงกวงบาดเจ็บ ตี๋เล็กดักรอลวนลามดอกแก้ว ดอกแก้วใช้วิธีป้องกันตัวที่เปี๊ยกสอนจัดการจนตี๋เล็กล่าถอย ดอกแก้วไปงานแต่งของโอ่งพบ คุณนายสาลี่ (วิไลลักษณ์ ไวงาน) ภรรยาสารวัตรอัมพร (เจษฎา ฉิมพลี) ดอกแก้วได้รู้จักกับแทนไท หรือ ต้น (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) ลูกของสาลี่และอัมพร แทนไทท่าทางนุ่มนิ่ม เรียบร้อยคล้ายผู้หญิง แทนไทกับพ่อแม่มาคุยเรื่องคดีของเปี๊ยก แทนไทบอกว่ากวงยอมความแล้วกำลังตกลงค่าเสียหาย ดอกแก้วดีใจมาก เถ้าแก่ฮิ้ม ดอกแก้ว ชบา ไปส่งข่าวไว้ที่ป้าสมศรี พี่สาวของเปี๊ยก แล้วเถ้าแก่ฮิ้มพาชบาและดอกแก้วไปทานอาหาร ระหว่างจะกลับมีคนบุกยิงเถ้าแก่ฮิ้มหน้าร้าน เปี๊ยกได้ไปบวชเป็นพระแล้วสึกออกมา สมศรีเลยตัดสินใจบอกเปี๊ยกเรื่องที่เถ้าแก่ฮิ้มถูกยิง เปี๊ยกรีบไปเยี่ยมทันที เปี๊ยกนึกถึงคนร้ายจนไปจบที่เพ้ง (เกริกพันธ์ งามจิตสุขศรี) ที่เคยโกงเถ้าแก่ฮิ้ม เปี๊ยกรู้จากชบาว่าดอกแก้วอ่านหนังสือสอบอยู่ที่บ้านคนเดียว เลยไม่ไว้ใจตี๋เล็ก พอเปี๊ยกเจอแทนไทเริ่มรู้สึกแปลกๆ ว่าแทนไทเหมือนกระเทย ชบาบอกว่าแทนไทเป็นลูกของคุณอัมพร เปี๊ยกจึงทักทายดีและบอกว่าจะไปขอบคุณคุณอัมพร แทนไทบอกกับเปี๊ยกว่าดอกแก้วคิดถึงเปี๊ยกมาก แทนไทเลยพาเปี๊ยกไปเจอ ดอกแก้วดีใจมาก ตี๋เล็กเดินมาเห็นเลยพูดจาถากถางดอกแก้ว เปี๊ยกออกรับแทนและต่อว่าตี๋เล็กที่จะลวนลามดอกแก้วจนตี๋เล็กล่าถอย แทนไทชอบความกล้าของเปี๊ยก หลังจากนั้นเปี๊ยกตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อจะไปเรียนต่อเมืองนอก กละกลับมาขอดอกแก้วแต่งงาน เพราะจะได้ดูดีมีราศี

เปี๊ยกแวะไปหาเฮงถึงรู้ว่าต้อย (นันทศัย พิศลยบุตร) ไปทำงานกับเสี่ยจั๊ว (พัศพงศ์ จิตตธีรโรจน์) เจ้าของโรงบิลเลียด ต้อยขอให้เปี๊ยกมาแข่งบิลเลียดกับสำเริง เพราะมีเปี๊ยกคนเดียวที่ปราบสำเริงได้ แต่เปี๊ยกขอคิดดูก่อน แต่เปี๊ยกก็ขอให้ต้อยเลิกกับหมวยเล็ก (ธราภา กงทอง) แต่ต้อยยืนยันว่ารักหมวยเล็กจริงๆ จึงอยากได้เงินจากเสี่ยจั๊วพาหมวยเล็กหนี เปี๊ยกไปหาต้อยแต่เจออำภาศรี (วิมลรัตน์ บาลี) ผู้หญิงของเสี่ยจั๊ว เธอจึงชวนเปี๊ยกไปบาร์ที่ตัวเองร้องเพลงอยู่ เธอพยายามใกล้ชิดเปี๊ยก จนเปี๊ยกพลาดท่ามีอะไรกับเธอ เปี๊ยกรู้สึกผิดและไม่คิดจะยุ่งกับอำภาศรีอีก เปี๊ยกออกมาเจอเสี่ยจั๊วพอดี เสี่ยจึงเรียกมาคุย พูดทำนองว่ารู้ตัวมือปืนที่ยิงเถ้าแก่ฮิ้มแล้ว เปี๊ยกอยากรู้มาก ต้อยยื่นข้อเสนอให้เปี๊ยกแข่งบิลเลียดให้แล้วจะบอกกระแสคนร้าย เปี๊ยกรับปาก ดอกแก้วมางานทำบุญบ้านของคุณนายประภาแต่ดอกแก้วไม่สนุกเพราะเปี๊ยกไม่มา เธอขอให้แทนไทช่วยพากลับบ้าน เมื่อดอกแก้วกลับถึงบ้าน เผยมาบอกว่าเตียมเกียงไม่สบายรอดอกแก้วอยู่ ดอกแก้วรีบขึ้นไปหา แต่กลับเจอตี๋เล็กดักรอ ตี๋เล็กจะข่มขืนดอกแก้ว ดอกแก้วพยายามหนีจนตกบันได ชบาตกใจมากที่ลูกตกบันได แล้วไปอาละวาดเผยและเตียมเกียง เตียมเกียงทำเป็นพูดดี และขอขมาไม่ให้จับตี๋เล็กเข้าคุก โดยเอาความลับของดอกแก้วมาต่อลอง แทนไทเล่าเรื่องตี๋เล็กทำร้ายดอกแก้วให้เปี๊ยกฟังแล้วขอให้เปี๊ยกไปเยี่ยม ดอกแก้ว แต่เปี๊ยกบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ตี๋เล็กไปกินข้าวที่บาร์และอยากร้องเพลง แต่เปี๊ยกซึ่งร้องอยู่ไม่วางไมค์ ตี๋เล็กเข้าไปต่อยเปี๊ยก เปี๊ยกไม่ต่อสู้ จนจ่าคนหนึ่งที่แทนไทพามาด้วยเข้ามาห้ามปรามแล้วจับตี๋เล็กไปขังที่สถานี วันแข่งบิลเลียด เปี๊ยกเล่นชนะทั้งสามเซ็ท แทนไทบอกว่ามารับเปี๊ยกไปเยี่ยมดอกแก้วที่บ้าน เปี๊ยกไม่ยอมไป เขาต้องการหาตัวคนร้ายที่ยิงเถ้าแก่ฮิ้มก่อน ต้อยบอกเปี๊ยกว่าเจอที่พักของเพ้งแล้ว เขาพาไปที่ห้องแถวโสเภณี เพ้งนอนป่วยอยู่แต่ไม่ยอมรับผิด หลานชายเพ้งที่เคยติดคุกและเป็นมือปืนยิงเถ้าแก่ฮิ้มมาหาเพ้ง และรีบหนี เปี๊ยกไล่ตาม เปี๊ยกสู้กันแล้วเสียท่า เปี๊ยกถูกกระทืบ แต่ตำรวจก็จับคนร้ายได้ เถ้าแก่ฮิ้มออกจากโรงพยาบาล เตียมเกียงใส่ไฟกับเถ้าแก่ฮิ้มว่าเปี๊ยกทำให้ตี๋เล็กติดคุก ตี๋เล็กอายจนต้องไปฮ่องกง เถ้าแก่ฮิ้มเรียกเปี๊ยกมาถามเรื่องทำให้ตี๋เล็กเข้าคุก เปี๊ยกรับจึงโดนเถ้าแก่ฮิ้มตีแสกหน้าแล้วไล่ออกจากบ้าน ชบารีบโทรบอกแทนไท แทนไทไปหาเปี๊ยกที่บ้าน แทนไทอ้างชื่อดอกแก้วจนเปี๊ยกยอมไปหาหมอ ดอกแก้วบังคับให้ง้วนพาไปเยี่ยมเปี๊ยก เปี๊ยกดีใจที่ดอกแก้วมาหา ดอกแก้วกอดเปี๊ยกและบอกว่าจะไม่ยอมให้เปี๊ยกตาย เปี๊ยกดีใจมาก แทนไทส่งข่าวเถ้าแก่ฮิ้มเรื่องจับเพ้งกับญาติที่ยิงเถ้าแก่ฮิ้มได้ และเปี๊ยกเป็นคนช่วยจับคนร้าย

เถ้า แก่ฮิ้มเรียกทนายประสงค์มาทำพินัยกรรม เถ้าแก่ฮิ้มอนุญาตให้ดอกแก้วไปเรียนต่อที่ปีนัง เถ้าแก่ฮิ้มให้แทนไทช่วยหาที่เรียนที่ปีนังให้ดอกแก้วและที่อเมริกาให้ เปี๊ยก เขาต้องการตอบแทนเปี๊ยก เปี๊ยกไปอเมริกากับหน่อนและเฮง เปี๊ยกรู้เรื่องที่เมืองไทยเพราะแทนไทเขียนจดหมายไปหาเสมอ แต่เขาไม่เคยได้จดหมายจากดอกแก้วเลย เปี๊ยกอยู่อเมริกาอีกสองปี แม่เสียงก็ส่งข่าวมาบอกว่าดอกแก้วแต่งงานแล้ว เปี๊ยกเสียใจเรื่องดอกแก้วมาก ดื่มเหล้าเมาจนนุช (ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) ช่วยพาไปส่งให้หน่อนกับเฮง จากนั้นเปี๊ยกกับนุชรู้จักกันมากขึ้น เปี๊ยกขอนุชแต่งงาน นุชตกลงแม้จะรู้ว่าเปี๊ยกยังรักดอกแก้ว เมื่อใกล้คลอดภศน เปี๊ยกพานุชมาคลอดที่เมืองไทย เปี๊ยกสร้างฐานะจนร่ำรวยและพาน้องๆ ไปอยู่ที่อเมริกา เปี๊ยกขอข้าวปั้นให้ภศน ดอกแก้วพาเปี๊ยกไปเยี่ยมชบาซึ่งยังอยู่กับเรียม ชบาร้องให้ขอโทษเปี๊ยก พร้อมหยิบกล่องจดหมายที่ดอกแก้วเขียนถึงเปี๊ยก แต่ชบาไม่ยอมส่งให้ ดอกแก้วกับเปี๊ยกจึงเข้าใจทุกอย่าง เปี๊ยกกับดอกแก้วเศร้า แต่ทั้งคู่ก็ดีใจที่ลูกรักกัน ดอกแก้วฝากเปี๊ยกดูแลข้าวปั้น เปี๊ยกสัญญาว่าจะรักข้าวปั้นเหมือนที่รักดอกแก้ว ดอกแก้วขอบคุณ และเรียก พี่เปี๊ยก เหมือนกับวันเก่าๆ เปี๊ยกยิ้มทั้งตาและหัวใจกับคำพูดนั้น

รายชื่อนักแสดงละคร โบ๊เบ๊
ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ แสดงเป็น เปี๊ยก / วิน
อุษามณี ไวทยานนท์ แสดงเป็น ดอกแก้ว
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แสดงเป็น ตี๋เล็ก / อุดม
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา แสดงเป็น ต้น / แทนไท
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ แสดงเป็น เถ้าแก่ฮิ้ม
อุษณีย์ วัฒฐานะ แสดงเป็น ชบา
ณหทัย พิจิตรา แสดงเป็น เตียมเกียง
ธีร์ วณิชนันทธาดา แสดงเป็น ตี๋ใหญ่ / โกวิท
นันทศัย พิศลยบุตร แสดงเป็น ต้อย
พรรัมภา สุขได้พึ่ง แสดงเป็น สมศรี
ธราภา กงทอง แสดงเป็น หมวยเล็ก
อิทธิกร สาธุธรรม แสดงเป็น เกรียง
อรรถชาติ ศรีภักดี แสดงเป็น หน่อน
โพลาร์ อิศวร์  รับบทเป็น  เฮง
รวิช ไรวินท์  รับบทเป็น  โอ่ง
จักรกฤษณ์ คชรัตน์  รับบทเป็น  เส็ง
วาสิฏฐี ศรีโลฟุ้ง  รับบทเป็น  แม่เสียง
วิไลลักษณ์ ไวงาน  รับบทเป็น  คุณนายสาลี่
สิริยา นฤนาท  รับบทเป็น  อาหงวน
พิมพ์ศิริ คชหิรัญ  รับบทเป็น  เรียม
ประภารัตน์ รัตนธาดา  รับบทเป็น  เผย
วิมลรัตน์ บาลี  รับบทเป็น  อำภาศรี
ปวารา อภิพูนลาภ  รับบทเป็น  เหมยฟ้า
เจษฎา ฉิมพลี  รับบทเป็น  สารวัตรอัมพร
สมศักดิ์ รัตนกุล  รับบทเป็น  ง้วน
เกริกพันธ์ งามจิตสุขศรี  รับบทเป็น  เพ้ง
พัศพงศ์ จิตตธีรโรจน์  รับบทเป็น  เสี่ยจั๊ว

เบญจา คีตา ความรัก

เบญจา คีตา ความรัก

เสียงดนตรีไทยดังก้องไปทั่วตึกแถว ซอมซ่อ ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่หน้าซูเปอร์มาเก็ตเมกะสโตร์ขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง ตึกแถวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ สัมปรายภพพาณิชย์ ศูนย์รวมนิวาสถานสำหรับผู้ที่หลับไม่ตื่น ให้บริการจำหน่ายโลงศพทุกประเภท รวมทั้งจัดส่งและตกแต่งศพนอกสถานที่ นายกล้า สานต่อกิจการสุจริตมาตั้งแต่รุ่นปู่ ภาคภูมิใจกับสัมมาอาชีพของตนเป็นหนักหนา และความภูมิใจนี้เองที่ถูกถ่ายทอดมายัง แก้วเจ้าจอม ลูกสาวคนเดียวอย่างเต็มเปี่ยม แก้วเจ้าจอมร่วมต่อสู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อ ยับยั้งการกระทำทุกวิถีทางจากเจ้าของห้างฯ ที่พยายามกำจัดร้านขายโลงศพของเธอ เพราะเห็นว่าเป็นร้านอัปมงคลตั้งขวางหูขวางตาขัดฮวงจุ้ยขัดโชคลาภทำให้เม็ด เงินไม่ไหลเข้าห้างได้สะดวก แต่ด้วยความร่วมมือของสองพ่อลูก ทำให้ทั้งคู่สามารถยืนหยัดรักษาร้านขายโลกศพอันเป็นมรดกสำคัญไว้ได้อย่าง สบายใจ

สิ่งเดียวที่สองพ่อลูกไม่ลงรอยกันคือ รสนิยมการฟังเพลง นายกล้างหลงใหลในเสียงดนตรีไทย ในขณะที่แก้วเจ้าจอมคลั่งไคล้ไปกับเสียงดนตรีในสไตล์ฮิพฮอพ วัฒนธรรมตะวันตกนำสมัย แม้ว่านายกล้าจะเปิดซีดีเพลงไทยเดิมกระหน่ำเข้าใส่รูหูของแก้วเจ้าจอมทุก เช้าก็ตาม กล้าส่งแก้วเจ้าจอมเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยคีตศิลป์ มหาวิทยาลัยดนตรีแห่งใหม่ตามที่ลูกสาวต้องการ เขาทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมสารพัด อยากให้ลูกสาวเลือกเรียนเอกภาควิชาดนตรีไทย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเพราะแก้วเจ้าจอมยืนยันตลอดเวลาว่าเธอจะเลือกเรียน ดนตรีสากล ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ในมหาวิทยาลัยคีตศิลป์ แก้วเจ้าจอมแทบจะหาเพื่อนใหม่ไม่ได้ เพราะภาพลักษณ์โดดเด่นแบบแปลกๆ ของตัวเอง แก้วเจ้าจอมชอบทำตัวราวกับเป็นศพจำลอง เย็นชาและเซื่องซึม แม้จะออกแนวสาวบู๊แอคชั่น แต่เธอกลับกึ่มนิ่ง ใช้น้ำหอมกลิ่นดอกราตรีละม้ายคล้ายกลิ่นฟอร์มาลีน ทุกคนจึงหวาดผวาไม่กล้าพาตัวเองมาใกล้เธอ

แต่ แก้วเจ้าจอมไม่ค่อยรู้สึกรู้สมกับสายตาของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ใครอยากจะคบก็คบ ไม่อยากคบก็ช่างหัวมัน คนเดียวที่แก้วเจ้าจอมปรายตาให้แต่แรกเห็นคือ วายุ รุ่นพี่จากคณะดนตรีสากล หนุ่มหล่อระดับนายแบบมาดเข้ม ผมยาวสยาย มาดและลีลาราวกับเป็นเจ้าชายแห่งเมืองกวี มีความเป็นศิลปินสูง ไม่มีผู้หญิงคนใดมีค่าต่อวายุมากไปกว่าบทกวีและคำกลอนเพื่อชีวิต วายุเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัย รวมทั้งเฟียซ ลูกสาวคหบดีชื่อดัง วาณิช นักธุรกิจหนุ่มคลื่นลูกที่สี่ของเมืองไทย เจ้าของกิจการอุปโภคบริโภคครบวงจร และธุรกิจอื่นอีกหลายหมื่นล้าน เฟียซกับวายุคบกันอย่างสนิทสนมตามความต้องการของครอบครัว ทั้งคู่ควงกันโฉบไปโฉบมาเป็นที่ชื่นชมและอิจฉาของใครหลายต่อหลายคน แก้วเจ้าจอมประทับใจความสามารถของเฟียซตั้งแต่วันแรกรับน้องใหม่ เฟียซ เป็นรุ่นพี่ของคณะดนตรีสากลที่ขึ้นโชว์ร้องเพลงป๊อปร้อนแรงสไตล์อเมริกัน พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน คือ อลิซ และเกรซ ได้อย่างยอดเยี่ยม

วงป๊อบ เกิร์ล ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดในมหาวิทยาลัย เป็นไอดอลต้นแบบของรุ่นน้องที่อยากจะเข้าคณะดนตรีสากลทุกคน นอกจากแก้วเจ้าจอมที่เฝ้ารอวันออดิชั่นเข้าคณะดนตรีสากลใจจะขาดแล้ว โยทะกา และ บัวบุษบา เพื่อนสาวในชั้นปีเดียวกับแก้วเจ้าจอมก็เป็นอีกสองคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นให้ ได้อย่างป๊อบเกิร์ลรุ่นพี่ สิ่งหนึ่งที่สองสาวเหมือนแก้วเจ้าจอมเปี๊ยบก็คือ เป็นบุคคลต้องห้าม เพื่อนร่วมรุ่นไม่อยากจะเข้าใกล้ เพราะความไม่ปกติอันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัว โยทะกา เป็นสาวสวยแต่ซุ่มซ่ามที่สุดในโลก เพราะความที่จิตเธอสามารถสัมผัสกับพลังพิเศษเหนือธรรมชาติได้

โยทะกา มักมีอาการเสียวสันหลังวาบ สะดุ้งสุดตัวราวกับมีพัดลมล่องหนคอยเป่าทุกครั้งที่รังสีอมหิตจากจิตใจชั่ว ร้ายของมนุษย์ เมื่อมีอาการสัมผัสพิเศษเกิดขึ้น เธอจะสะดุ้งตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทำข้าวของรอบตัวแตกเสียหาย จนเพื่อน ๆ ลงความเห็นว่าโยทะกาโก๊ะที่สุด และมาพร้อมกับความเซ่อที่สุดเสมอ บัวบุษบา เป็นสาวสวยหวาน แต่งตัวจุ๋มจิ๋มน่ารักน่าเอ็นดู เหมือนเป็นตุ๊กตาผ้าลูกไม้ แต่เธอคือเจ้าแม่แห่งความทันสมัยและไฮเทค คิดทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหตุผลซึ่งกันและกัน บัวบุษบาสะกดคำว่า Logic ได้เป็นคำแรกตั้งแต่หัดพูด หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กคือของเล่นที่โปรดปรานตั้งแต่ย่างเข้าสองขวบ ประกอบกับพ่อของบัวบุษบาเป็นเจ้าของธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ขนาดใหญ่ ความไฮเทคจึงซึมซาบเข้าไปในสายเลือด ดนตรีสุดโปรดของบัวบุษบาคือ แนว อิเล็กทรอนิก้า เครื่องดนตรีสุดถนัดคือ เครื่องซินธิไซเซอร์และบรรดาเครื่องดนตรีสังเคราะห์ทั้งหมดที่ต้องผ่าน คอมพิวเตอร์ โลกทั้งใบของบัวบุษบามักอยู่คนเดียวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอจึงต้องเกิดอาการเมาและเพี้ยนทุกครั้งที่อยู่ท่ามกลางผู้คนหมู่มาก ยิ่งได้ยินเสียงกรี๊ด ยิ่งทำให้บัวบุษบาสติหลุด เอ๋อทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับมหาชน เมื่อถึงวันออดิชั่นเข้าคณะดนตรีสากล กลุ่มป๊อบเกิร์ลของ เฟียซ อลิซ และเกรซ

ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัย ให้เป็นตัวแทนของสุดยอดฝ่ายหญิงเข้าเป็นกรรมการคัดเลือกร่วมกับอาจารย์ โดยมีตัวแทนฝ่ายชายคือรุ่นพี่ห้าคน สุดยอดเอกทัคคะทางดนตรีอันประกอบด้วย วายุ เจ้าชายกวีผู้มีอารมณ์ศิลป์เปี่ยมล้น สามภพ ประธานนักศึกษาผู้หล่อเนี้ยบ เจ้าระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว สายฟ้า หัวหน้าชมรมกีฬา ผู้เชี่ยวชาญในกีฬาทุกประเภทพอกับความสามารถทางดนตรีระดับเหรียญทอง ภูผา หัวหน้าชมรมอนุรักษ์ มาดเซอร์เพื่อชีวิต ซึ่งมีแววได้เกียรตินิยมสาขาเพลงเพื่อชีวิตเป็นคนแรกของมหาวิทยาลัย และสิชล หัวหน้าชมรมวาทะศิลป์และมนุษยสัมพันธ์ บุรุษที่มีบุคลิกลื่นเป็นปลาไหล มีความสามารถถึงขนาดเคยร้องเพลงจีบเจ้าหน้าที่ทะเบียน จนได้เรียนฟรีมาแล้ว

เมื่อ แก้วเจ้าจอมทราบว่าวายุเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเธอยิ่งปลาบปลื้ม พยายามตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเอาชนะใจรุ่นพี่ที่เธอชื่นชม แก้วเจ้าจอมโชว์ลีลาโซโลกีตาร์ในสำเนียงดนตรีดุเดือดเผ็ดร้อน คณะกรรมการต่างอึ้งกับความสามารถที่ขัดกับบุคลิกเย็นชาภายนอก ทุกคนลงคะแนนให้แก้วเจ้าจอมผ่านเข้าเรียนในคณะดนตรีสากล ยกเว้นวายุเพียงคนเดียวที่ส่ายหน้า จงใจกากบาทขีดฆ่าชื่อแก้วเจ้าจอมออก เพราะต่อมติสท์ของวายุเกิดฟุ้งกระจาย รับไม่ได้กับเสียงดนตรีที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบหยาบกระด้างไร้ลีลาอ่อนไหว วายุรู้สึกขวางกับกระแสชื่นชมที่มีต่อแก้วเจ้าจอม ถึงกับแสดงความคิดเห็นขัดแย้งออกมากลางที่ประชุม แก้วเจ้าจอมทนไม่ไหวระเบิดอารมณ์ออกมาโต้เถียงอย่างรุนแรงกับวายุ จนเกือบจะเป็นสงครามย่อยๆ กลางห้องประชุม ทั้งคู่จึงต่างเป็นดั่งไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา บัวบุษบา ขึ้นทดสอบความสามารถเป็นคนถัดมา ใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกล้วนๆ ด้วยกลัวสติแตกระหว่างเล่นบัวบุษบาพยายามไม่มองหน้าผู้คน แต่เสียงดนตรีเบรกบีทจังหวะโดนใจ ผู้คนที่เข้าฟังในหอประชุมยิ่งชอบ ส่งเสียงกรี๊ดไม่หยุด เมื่อเสียงกรี๊ดมา ความเอ๋อก็เข้ามาเยือน

บัว บุษบาเริ่มประสาทเสีย สติหลุด กดคีย์บอร์ดผิดๆ ถูกๆ เกิดไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรง ไฟดับไปทั้งห้องประชุม คงไม่ต้องบอกว่างานนี้บัวบุษบาต้องไม่ผ่านการออดิชั่นแน่นอน บัวบุษบารู้ตัววิ่งออกจากห้องประชุมทั้งน้ำตาริน ภูผาเดินผ่านมาเห็นส่งผ้าเช็ดหน้าให้พร้อมๆ ส่งสายตาเข้าใจ พูดปลอบใจแบบลีลานักอนุรักษ์สุดขั้ว บัวบุษบาหายเศร้าได้สติกลับมา เริ่มรู้สึกแปลกๆ ในจิตใจ เหมือนเกิดกระแสไฟฟ้าไหลเวียนระหว่างตัวเธอกับภูผา ส่วนภูผาเองก็รู้สึกถูกชะตากับรุ่นน้องท่าทางแปลกๆ คนนี้อยู่ไม่น้อยเช่นกัน ส่วนโยทะกาสาวจอมซุ่มซ่าม เลือกโชว์กลอง เครื่องดนตรีที่ทนไม้ทนมือที่สุด ขณะกำลังเล่นตามจังหวะสนุกสนาน รุ่นพี่ รุ่นเพื่อนโยกตัวตามจังหวะกลองอย่างเมามันนั้นเอง โยทะกาเกิดอาการสัมผัสที่หกขึ้นมากะทันหัน กระแสจิตรับรู้ได้ถึงรังสีอมหิตที่แผ่กว้างออกมา ลมพัดวูบเข้าที่หน้าลำตัวกระตุกเต็มแรง โยทะกาเริ่มโก๊ะตีผิดตีถูก ไม้กลองข้างหนึ่งกระเด็นไปโดนหัวสามภพ ประธานนักศึกษาผู้เปี่ยมไปด้วยความเนี้ยบ

ส่วนไม้อีกข้างโยทะกาก็ดันตีแรง จนสแนร์หลุดจากชุดกลอง เหวี่ยงไปโดนแอมป์ปลั๊กหลุด ไฟฟ้าช็อตโกลาหลไปทั้งเวที โยทะกาเป็นชื่อแรกที่สามภพกาออกอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ผ่านมาตรฐานความเนี้ยบส่วนตัวของสามภพ เขาถึงกับประกาศอย่างไม่เกรงใจว่าจะไม่ขอคบกับผู้หญิงอีกเลย ถ้าโลกนี้มีแต่โยทะกา รุ่นน้องปีหนึ่งจำนวนแปดสิบสี่คนแทบทุกคนต้องการเข้าเรียนภาควิชาดนตรีสากล ยกเว้นลำดวน เท่านั้นที่มีเจตนารมณ์แน่วแน่จะเข้าคณะดนตรีไทย ลำดวนเป็นสาวร่างเล็ก ไม่มีอะไรโดดเด่นให้น่าจดจำ จนบางครั้งเพื่อนๆ ลืมไปซะด้วยว่ามีเธออยู่บนโลก ลำดวนชอบอยู่ตามผนังมุมห้อง สีหน้าชืดๆ กับรอยยิ้มจืดๆ ของเธอมักกลืนเข้ากับสีผนังอยู่เสมอ

หากแต่คงไม่มี ใครรู้ว่าลำดวนมีคุณสมบัติพิเศษทางดนตรี ในระดับยากจะหาใครเทียบทัน นั่นคือน้ำเสียงไพเราะราวกับนกไนติงเกล หากใครได้ฟังเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน ช้องนาง รุ่นพี่คณะดนตรีไทยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวภายในมหาวิทยาลัยผ่านแผนที่ดวงดาว และหนังสือทำนายโชคชะตา เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความประหลาดของตัวเองทำให้ไม่ผ่านเข้าคณะดนตรีสากล จำต้องระเห็จมาอยู่คณะดนตรีไทยทั้งที่ใจไม่รัก ช้องนางจึงใช้เวลาบริหารความเซ็งด้วยการดูดวงและทำทุกอย่างตามที่ไพ่ ลายมือ และจิ้งจกร้องทัก เมื่อรู้ว่าได้ลำดวนมาเป็นรุ่นน้อง ช้องนางแฮปปี้มากที่จะได้รุ่นน้องและลูกน้องมาอยู่สนิทสนมใกล้ชิด เพราะนอกจากเธอแล้ว คนอื่นๆ ในคณะดนตรีไทยจะเก็บตัวอยู่ตามซอกหลืบของอาคารเป็นเรือนไทยหลังเก่า ทำตัวราวกับเป็นพวกพระเจ้าลงโทษเพราะเข้าคณะดนตรีสากลไม่ได้

ในที่ สุดผลการออดิชั่นเข้าสู่ภาควิชาดนตรีสากลก็เป็นไปตามคาด แก้วเจ้าจอม โยทะกา และบัวบุษบา เป็นเพียงสามคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ต้องกัดฟันเข้าเรียนที่คณะดนตรีไทย ช้องนางดีใจมากที่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ถึงกับต้อนรับด้วยการประพรมน้ำมนต์ ล้างซวย เพราะเป็นรุ่นน้องที่ได้มาในวันโลกาวินาศ นายกล้า พ่อของแก้วเจ้าจอมดีใจมากที่ลูกสาวได้อยู่คณะดนตรีไทย แก้วรู้สึกผิดลึกๆ กับพ่อเพราะเธออยากเข้าดนตรีสากลและอยากเป็นศิลปินในสไตล์ตะวันตกป๊อบเกิร์ ลอย่าง เฟียซ อลิส และเกรซ นั่นเอง อาจารย์ขลุ่น หรือ ศาสตราจารย์ ดร.ขลุ่ยผิว หัวหน้าภาควิชาดนตรีไทย ให้การต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยลีลาการสอนที่แปลกกว่าใครหลายคน เขาไม่ใช่ครูดนตรีไทยในอุดมคติ โปรดปรานการขี่ชอปเปอร์ ชอบดูภาพยนตร์แอคชั่นเร้าใจ แต่งกายในชุดหนังสีดำขลับ ลีลาการสอนเต็มไปด้วยสีสันแบบสติแตกแปลกเหลือล้น ทุกคำพูดแฝงไปด้วยข้อคิดและปรัชญาลึกล้ำ เกินบุคลิกชายชราที่ดูเหมือนเพี้ยนอยู่ที่จะพูดได้มีเพียงลำดวนคนเดียวเท่า นั้น ที่เข้าถึงการสอนของอาจารย์ขลุ่ยได้เป็นอย่างดี

เธอ จึงเป็นลูกศิษย์เอกประจำตัว ส่วน แก้วเจ้าจอม โยทะกา และบัวบุษบา แทบทุรนทุรายตายไปทุกครั้งที่เข้าเรียน อยากหนีไปอยู่คณะดนตรีสากลใจจะขาด เดือดร้อนถึงช้องนางที่ต้องทั้งปลอบทั้งด่า ทั้งดึงรั้งทุกวิถีทางไม่ให้สามคนโดดเรียนหนังสือตั้งแต่ปีแรกของการเรียน การสอน ความผูกพันระหว่างเพื่อนสาวทั้งห้าเริ่มต้นขึ้น มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อนถักทองอกงามขึ้น จากการเข้ากันได้เป็นอย่างดีของเมล็ดพันธุ์ความประหลาดในตัวแต่ละคน ช้องนางเป็นผู้ค้นพบอาการซุ่มซ่ามของโยทะกา เกิดจากสัมผัสพิเศษที่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดวงและโหราศาสตร์อย่างเธอ เท่านั้นที่จะตีความหมายออกมาได้ และสัมผัสพิเศษนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน ถ้ามีการตีความที่ถูกต้อง สาวนักคอมพิวเตอร์อย่างบุษบา เห็นความเป็นหญิงเซ็กซี่ของแก้วเจ้าจอมผ่านเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งแก้วเจ้าจอมยังแสดงให้ทุกคนเห็นอานุภาพของลีลาการต่อสู้ของเธอจาก ลูกเตะป่าช้าแตก ฟ้าดแข้งเข้าก้านคอนักเลงปากร้ายใจหยาบที่กำลังเล่นงานบัวบุษบาในคืนวัน หนึ่ง

ส่วนลำดวน เธอมีความช่างสังเกตเป็นเลิศ รับรู้เรื่องราวความเป็นไปของเพื่อนๆ อยู่เสมอ เธอจึงเหมือนเป็นคนรู้ใจคนอื่นอยู่ร่ำไป แม้ว่าบางครั้งความเรียบเฉยของเธอ จะทำให้เพื่อนลืมไปว่ามีเธอร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ตาม ทั้งห้าสาวดาวดับประจำมหาวิทยาลัย กลับกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของกันและกัน คบกันแนบแน่นกลายเป็นกลุ่มคนดนตรี “เบญจาคีตา” โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวเป็นเหมือนไอดอล ป๊อบเกิร์ลต้นแบบให้จงได้ การรวมตัวทางดนตรีของกลุ่มเบญจาคีตา อยู่ในสายตาของอาจารย์ขลุ่ยตลอดเวลา อาจารย์ขลุ่ยพยายามสั่งสอนพูดให้ทุกคนรู้จักคิด ให้เป็นตัวของตัวเอง ซาบวึ้งกับคุณค่าของความเป็นไทย และดนตรีไทยที่เป็นอยู่ แต่ดูเหมือนคนที่รับรู้ได้อย่างซาบซึ้งมีเพียงลำดวน ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ เพียงพยักหน้าหงึ่กๆ แบบขอไปทีเท่านั้น สามสาวป๊อบเกิร์ล เฟียซ อลิซ และเกรซ ได้ออกอัลบั้มแรกกับสังกัดยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ความนิยมในตัวของพวกเธอยิ่งแพร่กระจายไปทั่ว

ขณะ นี้ไม่แต่เพียงในมหาวิทยาลัยคีตศิลป์เท่านั้นที่คลั่งไคล้ วัยรุ่นทั่วทุกหัวระแหงต่างบ้าคลั่งความเป็นป๊อบเกิร์ล แก้วเจ้าจอม โยทะกา และบัวบุษบา แอบย่องมาดูที่ภาควิชาดนตรีสากลทุกครั้งที่มีโอกาส แต่น่าแปลกที่ยิ่งเข้าใกล้เฟียซ อลิซและเกรซ มากเท่าไหร่ สัมผัสพิเศษของโยทะกาก็ยิ่งออกอาการซึ่งแม้แต่ช้องนางเองก็ยังตีความหมายออก มาไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ วันเวลาผ่านไป…สามสาวป๊อปเกิร์ลต่างควงคู่กับวายุ สามภพ และสายฟ้า ชายหนุ่มที่สาวทุกคนในมหาวิทยาลัยหมายปอง เป็นคู่รักที่พากันไปทำกิจกรรมทางดนตรีทั้งในและนอกสถานที่ ดูเหมือนความรักของทั้งสามคู่กำลังเบ่งบานเต็มที่ แก้วเจ้าจอมรู้สึกหมั่นไส้ทุกครั้งที่เห็นวายุเคียงข้างกับเฟียซ แก้วเจ้าจอมมักจะพาตัวเองไปต่อปากต่อคำกับกวีหนุ่มอย่างวายุโดยไม่รู้ตัว เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร ทั้งๆ ที่น่าจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่านั่นแหละคืออาการหึงหวงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ข้างโยทะกา สาวซุ่มซ่ามที่แอบปิ๊งหนุ่มเนี๊ยบอย่างสามภพ ก็เผลอจ้องสามภพกับอลิซอยู่บ่อยๆ ออกอาการซุ่มซ่ามให้สามภพขำแกมสมเพชอยู่เสมอๆ ในหลายเหตุการณ์ ท่ามกลางรอยยิ้มหัวเราะเยาะของอลิซ ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างบัวบุษบากับภูผาที่ค่อยๆ งอกงามขึ้น ความไฮเทคและทันต่อโลกวิทยาการของบัวบุษบา เติมเต็มให้กับคนเพื่อชีวิตและธรรมชาติอย่างภูผาได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลายครั้งที่คนคู่นี้ออกอาการหวีดหวิวท่ามกลางความสงสัยของเพื่อนทั้งสอง ฝ่าย

ช้องนางแม่หมอดูประจำกลุ่ม สำรวจดวงดาวแห่งความรักของตัวเองพบว่า วายุก็คือเนื้อคู่กระดูกคู่ ต้องหมั่นไปสบตา มิฉะนั้นจะต้องแคล้วคลาดจากกันตลอดชีวิต เธอจึงแอบหาวายุตลอด แต่บ่อยครั้งที่ต้องมาเจอหน้าได้ปะทะคารมกับสายฟ้า ทำให้ช้องนางต้องสาดเกลือล้างซวยใส่สายฟ้าทุกครั้งไป แต่น่าแปลกที่ในความทะเลาะเบาะแว้งของทั้งสองคน กลับสร้างความประทับใจแบบโหดๆ ให้แก่กันและกันไปด้วยในตัว ส่วนสาวลำดวนเธอได้แต่เฝ้ามองสิชล รุ่นพี่หนุ่มผู้มากด้วยวาทศิลป์ คนที่เธอประทับใจตั้งแต่วันแรกเข้ามหาวิทยาลัย ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิชลมักเข้ามาใช้เธอเป็นสะพานสื่อรักไปจีบสาวอื่นๆ อยู่เสมอ เฟียซ หัวหน้าสาวป๊อบเกิร์ลเห็นว่าพวกแก้วเจ้าจอมชื่นชอบเธอเป็นอย่างมากถึงขนาด ยอมทำตามทุกอย่าง เฟียซเลยยอมให้พวกแก้วมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยประจำตัว คอยเดินติดสอยห้อยตามเวลาไปเล่นคอนเสิร์ตทุกที่ แก้วเจ้าจอมเห็นความดังและความสามารถของรุ่นพี่ยิ่งปลาบปลื้ม ตั้งใจจะต้องประสบความสำเร็จแบบนี้ให้ได้ แม้ว่าอาจารย์ขลุ่ยจะมาคอยตักเตือนคอยด่า คอยอบรมลูกศิษย์ทั้งห้าด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่มีใครฟัง

การยอม เป็นเด็กในโอวาทคอยทำตามป๊อบเกิร์ลของแก้วเจ้าจอม ทำให้เธอต้องทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง นายกล้าโมโหมากถึงกับเอ่ยปากไล่ลูกสาวออกจากบ้าน แก้วเจ้าจอกัดฟันยอมทะเลาะกับพ่อ เพียงเพราะต้องการตามความฝันของตัวเอง อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตนักร้องสักครั้ง ในระหว่างนี้เอง ที่ความขัดแย้งระหว่างร้านขายโลงศพกับห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ทวีความรุนแรง มากขึ้น ร้านสัมปรายภพพาณิชย์ถูกบุกทำลาย โลงแตกกระจัดกระจาย ยิ่งไปกว่านั้น เพราะสาวนักบู๊อย่างแก้วเจ้าจอมไม่ได้อยู่กับพ่อ ทำให้นายกล้าพ่อถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แก้วเจ้าจอมรีบไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล เธอรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเอง พ่อกับลูกเข้าใจกันได้อีกครั้ง นายกล้าสอนให้แก้วเข้มแข็งและรู้จักเป็นตัวของตัวเอง พร้อมๆ กับบอกให้แก้วรู้ว่า วาณิช พ่อของเฟียซนั่นแหละที่เป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้น แก้วเจ้าจอมกับเพื่อน ๆ กลุ่มดอกไม้ประหลาดทั้งห้าโกรธแค้นมาก ออกจากการเป็นผู้ช่วยของป๊อบเกิร์ล ตั้งใจจะรวมตัวเพื่อต่อสู้กับป๊อบเกิร์ลด้วยตนเอง อาจารย์ขลุ่ยดีใจมากที่เห็นลูกศิษย์คิดได้ รีบไปเตรียมเครื่องดนตรีไทยสำหรับการรวมตัวในการแสดงครั้งแรก แต่ตรงกันข้าม แก้วเจ้าจอม โยทะกา บัวบุษบาและช้องนาง กลับจะสร้างเบญจคีตาให้เป็นวงป๊อบหญิงล้วนแข่งกับป๊อบเกิร์ล เล่นดนตรีตะวันตกไม่ใช่ดนตรีไทย

โดย ตั้งใจเลียนแบบทั้งท่วงทำนองเพลง และการแต่งตัวมาจากป๊อบเกิร์ลทุกกระเบียดนิ้ว เมื่อถึงเวลาเปิดตัวครั้งแรกในงานโชว์วงดนตรีน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยคีต ศิลป์ วงดนตรีเบญจคีตาต้องอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เธอพบว่าวงดนตรีที่เลียนแบบป๊อบเกิร์ลรุ่นพี่นั้นมีเกือบสิบวง สิ่งที่พวกเธอเลียนแบบนั้นมันเชยไปแล้ว พวกป๊อบเกิร์ลก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นกับความดังที่ดังยิ่งกว่าเดิม กลุ่มดนตรีเบญจคีตากลับไปที่ภาควิชาดนตรีไทยอีกครั้ง อาจารย์ขลุ่ยไม่ได้ด่าซ้ำ แต่กลับให้กำลังใจและพยายามสอนทั้งห้าคน ให้มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ ศิลปมีทางเดินของมันเอง ลูกศิษย์ทั้งหมดยังอยู่ในความเซ็งยากจะซึมซับอะไรได้ ยกเว้นลำดวนเพียงคนเดียวที่พัฒนาการร้องเพลงไทยไปไกลหากแต่ไม่เคยมีใครได้ ยินยกเว้นอาจารย์ขลุ่ยเพียงคนเดียว ป๊อบเกิร์ลประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและรวดเร็ว ท่ามกลางความแปลกใจของนักวิจารณ์หลาย ๆ คน คนไทยคลั่งไคล้ เฟียซ อลิซ และเกรซ ราวกับทั้งสามคนเป็นศาสดาทางดนตรีของวัยรุ่น

น่าแปลกที่ ธุรกิจทุกประเภทของนายวาณิช เจริญตามความดังของป๊อบเกิร์ลไปด้วย สินค้าหลายประเภทขายดีเทน้ำเทท่า มูลค่าหุ้นในตลาดของเครือวาณิชพุ่งสูงลิ่วติดกระดานจนปัจจุบันมีค่าหลาย หมื่นล้านบาทแล้ว นักธุรกิจวิสัยทัศน์ไกลอย่างนายวาณิชเริ่มคิดไกลมากขึ้น เขาก้าวเข้ามาสู่วงการเมืองอย่างชัดเจน ประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกชนชั้นอย่างไม่น่าเชื่อ อาจารย์ขลุ่ยยังพากเพียรสีซอให้กับลูกศิษย์กลุ่มเบญจคีตาฟัง แต่ก็ยังไม่มีใครซาบซึ้งในคุณค่าของความเป็นไทย ยกเว้นลำดวนเพียงคนเดียว ทุกครั้งที่อาจารย์ขลุ่ยออกงานแสดงสดทางดนตรีไทย มักจะพาลูกศิษย์ทั้งห้าไปด้วยเสมอโดยหวังจะให้ซึมซับความเป็นไทย แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผลเท่าใดนัก วาณิชเกลี้ยกล่อมให้ นายอากาศ พ่อของวายุ เจ้าของสัมปทานคลื่นวิทยุทั่วประเทศไทยให้เข้าร่วมมาเป็นบริษัทในเครือ โดยหวังจะใช้คลื่นเหล่านั้นเผยแพร่เพลงของป๊อบเกิร์ลให้กระจายไปทั่วประเทศ ในช่วงที่เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่อากาศยังไม่ยอม เขารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจในพฤติกรรมของวาณิชมีการกระทำบางอย่างที่บ่งบอกถึง ความไม่ชอบมาพากล เพื่อให้แผนการตัวเองสำเร็จ

วาณิชคิดวางแผนสร้าง ความประทับใจให้อากาศ เขารู้ว่าอากาศชื่นชอบดนตรีไทยเป็นชีวิตจิตใจ และมีนักดนตรีไทยในดวงใจคือ ดร.ขลุ่ยผิว ระนาดเอกมือหนึ่งในยุคนี้ เขาจึงติดต่อให้อาจารย์ขลุ่ยไปเดี่ยวระนาดเอกสดๆ ในงานวันเกิดของอากาศ ซึ่งอาจารย์ขลุ่ยก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด การเผยแพร่ดนตรีไทยเป็นชีวิตของอาจารย์ขลุ่ยอยู่แล้ว เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ในระหว่างการแสดงเดี่ยวระนาดเอกของอาจารย์ขลุ่ย ท่ามกลางความประทับใจของอากาศนั่นเอง จู่ๆ อาจารย์ขลุ่ยก็เลิกเล่นกะทันหันคล้ายได้ยินเสียอะไรบางอย่าง อาจารย์ขลุ่ยลุกพรวดขึ้น ชี้หน้าด่าว่าวาณิชต่อหน้าแขกในงานของนายอากาศหลายคน บอกว่าดนตรีเป็นศิลปที่มีคุณค่า บริสุทธิ์เกินกว่านายทุนอย่างวาณิชจะนำมาใช้ทำลายคน เขาไม่ยอมตกเป็นทาสของนายทุนที่ไร้มนุษยธรรม อาจารย์ขลุ่ยเดินออกไปท่ามกลางความแปลกใจของคนทุกคน รวมทั้งสมาชิกทั้งห้าของกลุ่มเบญจคีตา วาณิชแทบคลั่งกับคำพูดของอาจารย์ขลุ่ย เรียกลูกสาวและเพื่อนๆ ในกลุ่มของของป๊อบเกิร์ลให้มาพบโดยด่วนที่สุด

วาณิชไม่เข้าใจว่า อาจารย์ขลุ่ยรู้เรื่องคลื่นเสียงความถี่พิเศษ ซึ่งตัวเองใช้สะกดจิตผ่านเพลงของวงป๊อบเกิร์ลได้อย่างไร คลื่นเสียงนี้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงดนตรีป๊อบเกิร์ล และความก้าวหน้าทางธุรกิจสำคัญของเขาตลอดปีที่ผ่านมา วาณิชหวังจะแทรกคลื่นเสียงนี้ไปกับการแสดงเดี่ยวระนาดของอาจารย์ขลุ่ย เพื่อให้ได้มาซึ่งคลื่นวิทยุของนายอากาศ จะได้ใช้คลื่นวิทยุเหล่านี้สะกิดจิตคนทั้งประเทศ ในขณะที่ตนเองลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อความปลอดภัย วาณิชส่งคนไปเก็บอาจารย์ขลุ่ยถึงบ้าน ทำให้อาจารย์ขลุ่ยตกบันไดสลบเหมือดคล้ายกับเป็นอุบัติเหตุ ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นสตรีร่างเล็กคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ตรงพุ่มไม้ เธอมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่สะดุดตาใครต่อใครมานานแล้ว ลำดวนยืนตกตะลึงไปกับเหตุการณ์อยู่ตรงนั้น อาจารย์ขลุ่ยกลายเป็นเจ้าชายนิทรา สลบไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาล ห้าสาวเบญจคีตาไปเยี่ยมด้วยความเป็นห่วงและกตัญญู ยิ่งรู้จากลำดวนว่าเป็นฝีมือของป๊อบเกิร์ล ทุกคนยิ่งโกรธแค้นอยากจะหาทางเล่นงาน แต่ก็ไม่รู้จะหาหลักฐานได้อย่างไร

ทั้งหมดได้แต่สงสัยว่า อาจารย์ขลุ่ยได้ยินอะไร ถึงหยุดเดี่ยวระนาดกลางคัน ลำดวนมาเยี่ยมอาจารย์ขลุ่ยที่โรงพยาบาลทุกวัน อาจารย์ขลุ่ยก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น ลำดวนคิดได้ว่าสิ่งที่เธอสื่อสารกับครูอยู่เสมอไม่ใช่การพูด แต่เป็นการร้องและดนตรีไทย ลำดวนร้องเพลงให้อาจารย์ขลุ่ยฟัง ท่ามกลางความประหลาดใจของเพื่อนๆ ที่ต่างตะลึงในน้ำเสียงอันไพเราะของลำดวน ความพยายามของลำดวนได้ผล วันหนึ่งนิ้วมือข้างหนึ่งของอาจารย์ขลุ่ยเริ่มกระดิกได้ เมื่อได้ยินเสียงเพลงไทยเดิมจากน้ำเสียงของเธอ เบญจคีตาจึงตระหนักถึงวิธีที่จะทำให้อาการของอาจารย์ขลุ่ยดีขึ้น ดนตรีไทยบำบัดที่บรรเลงโดยพวกเธอทุกคน อาจเป็นทางรอดทางเดียวของชีวิตอัจฉริยะทางดนตรีอย่าง ดร.ขลุ่ยผิว การรวมตัวเล่นเป็นวงดนตรีไทยของ แก้วเจ้าจอม โยทะกา บัวบุษบา ช้องนาง และลำดวน ในนามของเบญจคีตา ซึ่งขออนุญาตหมอมาเล่นดนตรีให้อาจารย์ฟังที่โรงพยาบาลทุกวัน ทำให้อาการของอาจารย์ขลุ่ยเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และน่าแปลกที่มันส่งผลโดยตรงต่อคนไข้ร่วมชั้นคนอื่น ๆ อีกด้วย

ดูเหมือนดนตรีบำบัดเริ่มได้ผล เสียงดนตรีไทยไพเราะ ละมุนละไม นอกจากจะช่วยอาจารย์ขลุ่ยให้อาการดีขึ้น มันยังช่วยกล่อมเกลาให้เบญจคีตาทั้งห้าซึมซับสำเนียงเสนาะนั้นโดยไม่รู้ตัว วันหนึ่งอาจารย์ขลุ่ยสามารถเปิดเปลือกตาได้เป็นครั้งแรก บังเกิดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มอาบแก้วสาวน้อยทั้งห้า อาจารย์ขลุ่ยรู้สึกภูมิใจที่สุด ในฐานประธานนักศึกษา สามภพ พา วายุ สายฟ้า ภูผา และสิชล มาเยี่ยมอาจารย์ดอกเตอร์ขลุ่ยผิวเป็นประจำ เกิดความสนิทสนมระหว่างห้าหนุ่มและห้าสาวจนแนบแน่น จนบางครั้งหนุ่มก็มาเพียงเพื่อให้เห็นหน้าและฟังสาวๆ ทั้งห้าเล่นดนตรีไทย ความสนิทสนมของทั้งหมดค่อย ๆ สานต่ออีกครั้งดอกรักเริ่มบานในจิตใจบริษัทธิ์ของคู่หนุ่มสาวทั้งห้า เบญจคีตาเริ่มคิดหาหลักฐานเล่นงานป๊อบเกิร์ล ประกอบกับอาการสังหรณ์เกิดขึ้นกับโยทะกา เมื่อเธอเปิดวิทยุเพลงป๊อบเกิร์ลครั้งล่าสุด

ช้องนางพยายามตีความ อาการนี้ของโยทะกา คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเพลงของป๊อบเกิร์ลแน่นอน บัวบุษบา คอมพิวเตอร์มือหนึ่งประจำกลุ่ม วางแผนให้เพื่อนไปชิงซีดีของแท้ของป๊อบเกิร์ลกรุ๊ปมาพิสูจน์คลื่นเสียง ภารกิจนี้ความสามารถพิเศษของกลุ่มเบญจคีตาถูกนำมาใช้ทุกคนเพื่อให้แผนการนี้ สัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นลูกเตะป่าช้าแตกของแก้วเจ้าจอม สัมผัสพิเศษของโยทะกา การตีความของแม่หมอช้องนาง รวมทั้งเสียงไพเราะดั่งนกไนติงเกลของลำดวน ในที่สุดด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันของเบญจคีตา แก้วเจ้าจอมสามารถชิงเอาซีดีต้นฉบับมาให้บัวบุษบาทำการแยกเสียงได้สำเร็จ พบว่ามีคลื่นเสียงความถี่ต่ำคอยโน้มน้าวจิตใจคนฟังแทรกอยู่ในดนตรีของป๊อบ เกิร์ล เบญจคีตา ตั้งใจจะร่วมมือกันพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นความจริง พวกเธอจะกระชากหน้ากากตัวจริงของพวกเฟียซ อลิซ และเกรซ ออกมาให้ได้ ในงานแสดงดนตรี ณ วันสิ้นปีของมหาวิทยาลัยคีตศิลป์

เบญจคีตาขึ้น แสดงดนตรีสดร่วมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ต่างกันที่พวกเธอเล่นเครื่องดนตรีไทย ในลวดลายและลีลาของคนรุ่นใหม่ร่วมสมัย แข่งขันกับวงป๊อบเกิร์ลที่เล่นดนตรีสากลใช้เทคโนโลยีและการแทรกคลื่นเสียง เพื่อพิชิตใจทุกคน การแสดงดนตรีเป็นไปด้วยความสนุกสนาน และประทับใจผู้ฟังการแสดงสดเป็นอย่างมาก และในระหว่างการแสดงนั้นเอง ที่บัวบุษบาใช้ความสามารถพิเศษเปลี่ยนแปลงคลื่นความถี่เสียงของเพลงป๊อบ เกิร์ล เปิดโปงพฤติกรรมชั่วร้ายของเฟียซ อลิซ และเกรซ ได้สำเร็จ เหล่าคนร้ายอย่างป๊อบเกิร์ลและนายวาณิชต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้อย่างสาสม วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของแก้วเจ้าจอม โยทะกา บัวบุษบา ช้องนาง และลำดวน

เมื่อเห็นนายกล้าพ่อของแก้วเจ้าจอมประคองอาจารย์ ขลุ่ยที่อาการดีขึ้นมาดูการแสดงสดของพวกเธอต่อหน้าผู้ชมเป็นครั้งแรก อาจารย์ขลุ่ยยิ้มน้ำตาคลอภูมิใจในลูกศิษย์เหล่านี้เป็นที่สุด กล่าววับทุกคนว่าชัยชนะอยู่ที่ใจ การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น รู้จักคุณค่าของตัวเองเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต วันเวลาผ่านไปพร้อมกับการเติบโตทางความคิดของเหล่าเบญจคีตา ดนตรีไทยไม่ใช่ลูกเมียน้อยในสังคมอีกต่อไปแล้ว ผลงานเพลงของสาวทั้งห้าได้รับการยอมรับจากหมู่คนฟังที่กำลังสนใจดนตรีทาง เลือก หลายเพลงถูกเปิดในสถานีอินดี้ บางเพลงกำลังไต่อันดับความนิยมอยู่ในชาร์ตเพลงดังประจำสัปดาห์ หากแต่แก้วเจ้าจอม โยทะกา บัวบุษบา ช้องนาง และลำดวนกลับมีความสุขกับการไปเล่นดนตรีให้กับผู้ป่วยในระยะพักฟื้นที่ต้อง ใช้ดนตรีบำบัด ซึ่งอาจารย์ขลุ่ยจะตามมาร่วมเล่นด้วยเสมอ

ผลิตโดย: ดาราวิดิโอ
เขียนบท: ช่างปั้นเรื่อง

นักแสดงละคร เบญจา คีตา ความรัก

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร แสดงเป็น ดร.ขลุ่ยผิว
ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ แสดงเป็น แก้วเจ้าจอม
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ แสดงเป็น เฟียซ
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย แสดงเป็น โยทะกา
อติมา ธนเสนีวัฒน์ แสดงเป็น ช้องนาง
คีตภัทร อันติมานนท์ แสดงเป็น บัวบุษบา
รุ้งเฑียร อูนากูล แสดงเป็น ลำดวน
ภูชิสสะ ธนพัฒน์ แสดงเป็น วายุ
รพีภัทร เอกพันธ์กุล แสดงเป็น สามภพ
ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ แสดงเป็น สายฟ้า
นวพล ภูวดล แสดงเป็น ภูผา

บุษบาเร่รัก

บุษบา ครูสอนดนตรีสาวแสนสวย สอนเปียโนอยู่ที่โรงเรียนของ ธนาดล ซึ่งหลงรักเธอ แต่เธอก็ไม่อยมรับรักใคร บุษบาพักอยู่กับ ช่อทิพย์ เพื่อนรักที่ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ บุษบาชอบนั่งดูทีวีเป็นประจำเพื่อดูข่าวของ รงรอง นางแบบชื่อดัง แต่ตอนกลางคืนบุษบาสาวหวานจะกลายเป็น มินตรา นักร้องคาเฟ่ที่จัดจ้านชอบหว่านเสน่ห์ให้กับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี เสี่ยสุรินทร์ ที่มีภรรยาคือ ฉวีวรรณ

และมีลูก ด้วยกัน 2 คนคือ นันทพร และ ศิธา ที่เป็นพ่อม่ายมีลูกติดคือ กุลกานดา ศิธามีคนที่กำลังดูใจอยู่คือ อรอำไพ เธอมีพี่ชาย ยุทธดนัย วิศวกรช่างไฟ และเป็นเพื่อนกับศิธา เสี่ยสุรินทร์มีเมียเก็บคือรงรองนั่งเอง ยายเจียม ยายที่เลี้ยงดูบุษบามาตลอดป่วยเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล บุษบาต้องใช้เงินในการรักษายายเจียมเป็นจำนวนมาก จึงต้องหลอกเอาเงินจากบรรดาเสี่ยทั้งหลาย

เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคน บาปแต่จำเป็นต้องทำเพื่อยายเจียม และเพื่อแก้แค้นผู้ชายเจ้าชู้ ศิธามาเจอบุษบาเมื่อธนาดลเพื่อนเขาแนะนำให้กุลกานดามาเรียนเปียโนที่ โรงเรียน กุลกานดาชอบครูบุษบามากและตั้งใจเรียนเต็มที่ ถึงเวลากลางคืนมินตราก็ออกมาร้องเพลงเหมือนเคย แล้วคืนหนึ่งเธอก็เจอกับเสี่ยหื่นกามพาไปมอมยา แต่เธอรอดมาได้เพราะศิธามาช่วยเอาไว้ ช่อทิพย์ไปเดินซื้อของผ่านร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า

จำ ได้ว่าเป็นร้านของ วิทย์ พ่อของบุษบา เธอเห็นวิทย์คุยอยู่กับยุทธดนัย จากการสนทนาทำให้รู้ว่ายุทธดนัยเป็นเจ้าหนี้และวิทย์เป็นลูกหนี้ ศิธาพยายามพูดยุติความสัมพันธ์กับอรอำไพเพราะเขารู้ตัวแล้วว่าไม่ได้รักเธอ กับครูบุษบาเขาก็รักเหมือนน้องสาว แต่เขารักและสนใจในตัวบุษบามินตรา ซึ่งนักร้องสาวหว่านเสน่ห์ให้เพื่อหวังทำลายความสงบสุขในครอบครัว เมื่อรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของเสี่ยสุรินทร์

ในเวลาเดียวกันเสี่ย สุรินทร์ก็มาติดพันมินตราถึงขนาดขอแต่งงานกับเธอ โดยจะยอมหย่ากับฉวีวรรณ มินตรายอมรับจะแต่งงานกับเสี่ยสุรินทร์เพื่อทำความเจ็บช้ำในรงรอง แต่แล้วปัญหาใหญ่ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอเกิดรักศิธาขึ้นมาจริงๆ แล้วเสี่ยสุรินทร์ก็รู้ว่าตัวเขาเองรักผู้หญิงคนเดียวกับลูกชาย เสี่ยสุรินทร์ช็อคโรคหัวใจกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล และเป็นอัมพาตครึ่งท่อน ศิธาโกรธมินตรามากที่เป็นตัวการทำให้พ่อของเขาอยู่ในสภาพคนพิการ

มินตรา ยอมรับผิดลาออกจากนักร้องคาเฟ่มารับโทษด้วยการดูแลเสี่ยสุรินทร์ เธอตั้งใจดูแลเสี่ยสุรินทร์เป็นอย่างดี ช่วยทำกายภาพบำบัดให้จนอาการอัมพาตค่อยๆ หาย เสี่ยสุรินทร์เริ่มเดินได้โดยใช้ไม้เท้า เธอต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเลือกแต่งงานกับใคร และเธอก็เลือกแต่งงานกับเสี่ยสุรินทร์ ทำให้นันทพรซึ่งปกติก็ต่อต้านมินตราอยู่แล้ว ยิ่งต่อต้านหนักขึ้นเพราะกลัวมินตราแย่งสมบัติ

ยุทธ ดนัย, ธนาดล และศิธาไปทานอาหารด้วยกัน ศิธาเลยเปิดใจคุยกับยุทธดนัยว่าหากเขาต้องเลิกกับอรอำไพยุทธดนัยจะโกรธเขา ไหม แต่ยุทธดนัยรู้จักน้องสาวตัวเองดีเลยบอกศิธาว่าไม่โกรธ อรอำไพพอรู้ว่าถูกศิธาบอกเลิก และศิธาจะแต่งงานกับบุษบามินตรา อรอำไพเสียใจอาละวาดจนเสียสติต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่เธอก็หนีออกจากโรงพยาบาลไปทำร้ายมินตรา แต่ศิธาเอาตัวเองบังรับคมมีดแทน

เสี่ย สุรินทร์เห็นความรักจริงใจที่ศิธามีต่อมินตรา ประกอบกับรงรองมาเปิดเผยความจริงว่า มินตราเป็นลูกสาวของเธอกับเสี่ยสุรินทร์ทำให้แต่งงานด้วยไม่ได้ เสี่ยสุรินทร์จึงยอมเสียสละให้ศิธาแต่งงานกับมินตรา แต่ศิธาก็จับได้อีกว่ามินตรากับครูบุษบาเป็นคนคนเดียวกัน เขาจึงทั้งรักทั้งแค้นเธอ วัหนึ่งเกิดเหตุร้ายรุนแรงขึ้น เมื่ออรอำไพตั้งใจจะขับรถชนมินตราให้ตาย แต่รงรองผลักมินตรากระเด็นไปทำให้เธอถูกรถชนตาย

ก่อนขาดใจเธอได้พูด ให้มินตรารับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่แม่มีต่อลูก มินตรายอมรับรงรองเป็นแม่ก็ต่อเมื่อสายไปแล้ว เธอเสียใจมากจัดการฝากเงินให้ช่อทิพย์ช่วยดูแลยายเจียม แล้วเธอก็หนีหน้าไปจากกรุงเทพฯ เสี่ยสุรินทร์เรียกศิธามาพูดกันตามประสาพ่อลูกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับมินตรา ถ้าศิธารักมินตราจริงก็ให้ตามหาเธอให้เจอ ศิธาจะไปตามหามินตราเจอที่ไหน และเขาจะเอาชนะใจเธอได้อย่างไร ติดตามชมได้ในละคร บุษบาเร่รัก

รายชื่อนักแสดงละคร บุษบาเร่รัก

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น ศิธา
สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น บุษบา / มินตรา
ดนัย จิรา แสดงเป็น ยุทธดนัย
อาริษา วิลล์ แสดงเป็น อรอำไพ
เมทินี กิ่งโพยม แสดงเป็น รงรอง
ณัฏฐกันย์ ทยุตาจารุวิชญ์ แสดงเป็น ช่อทิพย์
พีระ เทศวิศาล แสดงเป็น ธนาดล
ตฤณ เศรษฐโชค แสดงเป็น เสี่ยสุรินทร์
ด.ญ.อภิภา เครื่องสาย แสดงเป็น กุลกานดา

บุพเพเล่ห์รัก

ริ ษา และ ชุภา เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยประถมจนจบมหาวิทยาลัย ทั้งสองคนสัญญากันว่าเมื่อแต่งงานมีครอบครัว หากมีลูกชายหรือลูกสาวเหมือนกัน จะให้เป็นเพื่อนรักเหมือนที่รุ่นแม่เป็นกันมา แต่หากฝ่ายหนึ่งมีลูกชาย และอีกฝ่ายหนึ่งมีลูกสาว จะให้แต่งงานกัน เรื่องราวยุ่งๆ เลยเริ่มจากจุดนี้
ชุ ภา แต่งงานกับ ธานี และได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่น และมั่นคงโดยทำธุรกิจเพชรเป็นพันๆ ล้าน มีบุตรชายชื่อ นนท์ เป็นโซ่ทองคล้องใจ อีกทั้งยังไปขอ นรีวรรณ มาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมอีกด้วย

ริ ษา แต่งงานกับ ฉัตรชัย มี กวิตา เป็นลูกสาวคนเดียว แต่โชคร้ายเมื่อผู้เป็นสามีลาโลกไปด้วยโรคมะเร็ง ริษาจึงเลี้ยงดู กวิตา ซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจเป็นอย่างดีโดยไม่คิดแต่งงานใหม่ ดังนั้นทั้งนนท์และกวิตาจึงเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นนท์หนีสัญญาที่เกิดขึ้นไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างไม่ คิดจะกลับมาเมืองไทย และเค้ายังมีความมั่นใจในตัวเองสูงเพราะเป็นคนรูปหล่อและเพียบพร้อมทุกอย่าง ในระหว่างอยู่ต่างประเทศจึงเปลี่ยนคู่ควงบ่อยครั้งและล่าสุดคือ ปารณีย์ ลูกสาวของ ประวีณา ที่รวยแต่เปลือกนอกพยายามทำตัวเป็นไฮโซ

ภาพ สมัยเด็กผุดขึ้นมาในความทรงจำของกวิตา “ยัยเด็กขี้เหร่ ขี้โรค งอแงร้องไห้ขี้มูกโป่ง รู้มั๊ยว่าฉันไม่อยากเล่นกับเธอเลย เธอทำให้ฉันไม่ได้เล่นกับเพื่อนผู้ชาย” คำพูดของนนท์ในวัยเด็กยังก้องอยู่ในโสตประสาทของ กวิตา แต่บัดนี้เด็กหญิงกวิตาคนนั้นกลายเป็นนางสาวกวิตาคนใหม่ที่มีความมั่นใจและ สวยขึ้น หากนนท์ได้กลับมาเห็นเธออีกครั้ง เค้าจะต้องเปลี่ยนใจและถอนคำพูดแน่นอน

ชุ ภา รักและเอ็นดู กวิตา เหมือนลูก และหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้กวิตามาเป็นลูกสะใภ้ให้ได้จึงทำทุกวิถีทาง ให้นนท์กลับมาเมืองไทย จึงร่วมมือกับนรีวรรณลูกสาวคนเล็ก โดยให้น้องสาวโทรไปบอกว่าโรคหัวใจที่ตนเองเป็นอยู่กำเริบหนักอยู่โรงพยาบาล นนท์เมื่อรู้ข่าวด้วยความเป็นห่วงแม่และรู้สึกผิดว่าที่แม่เป็นแบบนี้ เพราะเขาเป็นต้นเหตุเรื่องที่ปฏิเสธการแต่งงานกับกวิตา จึงรีบบินกลับมาแต่ไม่ได้กลับไปบ้าน กลับตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลทันที เขาได้เจอกับหมอธนัช ซึ่งเป็นหมอประจำตัวของมารดาและยังเป็นเพื่อนรักกับเขาอีกด้วย แต่พอไปถึงแล้วจึงได้รู้ว่าถูกหลอกเขาโกรธมากจึงรีบกลับบ้านเพื่อไปต่อว่า มารดา แต่เมื่อไปถึงกลับโดนมารดาต่อว่าต่อขาน น้อยอกน้อยใจ จนเขารู้สึกละอายใจเพราะเรื่องที่เป็นลูกที่ไม่ได้ดูแลแม่เลย อีกทั้งยังสร้างความทุกข์ใจให้กับมารดาในเรื่องที่คบกับปารณีย์จนข่าวในวงไฮ โซเอาไปเมาท์จนทำให้แม่ไม่สบายใจ

ด้วย ความสำนึกผิดเขาจึงขอโทษแม่และบอกว่าจะอยู่เมืองไทยตลอดไป ชุภาจึงหาทางหว่านล้อมเรื่องหวังจะให้นนท์แต่งงานกับกวิตา แต่นนท์ไม่ยอมและต้องการตัดความรำคาญ จึงตั้งเงื่อนไขกับแม่ว่าจะขอไปพบกับกวิตาเพื่อดูตัวและจะตัดสินใจอีกทีว่า จะแต่งหรือไม่ ทั้งๆ ที่มีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้วว่ายังไงก็ไม่แต่งแน่นอน เพราะภาพในวัยเด็กของกวิตายังติดตาเขาอยู่จนทุกวันนี้

และ วันที่ทั้งสองได้พบกันก็มาถึง ริษา เห็นนนท์ก็รักและเอ็นดูเหมือนเมื่อสมัยเด็ก ระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกัน นนท์ออกมารับโทรศัพท์ของปารณีย์ที่โทรมาจากต่างประเทศและซักถามเขาเกี่ยวกับ เรื่องที่จะต้องแต่งงานกับกวิตา เพราะนนท์เคยเล่าเกี่ยวกับกวิตาให้ปารณีย์ฟังเมื่อสมัยอยู่ที่ต่างประเทศ โดยไม่รู้ว่ากวิตากำลังเดินลงมาและได้ยินที่นนท์นินทาเธอ ทุกอย่างเกี่ยวกับภาพในวัยเด็กจึงทำให้เธอเกิดความรู้สึกอยากเอาชนะผู้ชาย หยิ่งยโสอย่างเขา เธอจึงไปนั่งรอในห้องรับแขกที่มีผู้ใหญ่ทั้งสองนั่งคอยอยู่แล้ว
เมื่อ นนท์ เดินเข้ามาถึงกับตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่เห็นอยู่ตรงหน้าจะเป็นคนเดียวกับเด็กหญิงกวิตา เมื่อ 10 กว่าปีก่อน นนท์รู้ว่าได้หลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็นเข้าแล้ว แต่ด้วยความกลัวเสียฟอร์มที่เคยพูดไว้จึงตอบผู้ใหญ่ทั้งสองว่าไม่แต่งงาน เพราะคนสองคนจะแต่งงานกันต้องเกิดจากความรัก กวิตาจึงเกิดทิฐิว่าจะต้องทำให้นนท์รักเธอให้ได้แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจนนท์

ใน ระหว่างนั้น กวิตา เข้ามาเป็นเลขาฯ ให้นนท์ ซึ่งเข้ามาบริหารงานในบริษัทแทนบิดา กวิตา มีเพื่อนรักชื่อ วรัชญา เธอเป็นคนมีปมด้อยเกี่ยวกับพ่อ จึงทำให้เธอมีอคติกับผู้ชายทุกคน จึงพยายามทำตัวเข้มแข็งและเป็นเกราะป้องกันตัวเองและเธอต้องดูแลแม่วรางค์ ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ
หมอธนัช ครั้งแรกที่เจอกับ กวิตา ก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่พอได้อยู่ใกล้ วรัชญา ก็เกิดความรู้สึกขึ้นใหม่ที่เขาไม่เข้าใจตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดสุดท้ายก็รู้ว่ารัก วรัชญา เข้าเต็มเปา แต่ด้วยความที่ วรัชญา มีอคติกับผู้ชายจึงทำให้เขาต้องพยายามเอาชนะใจเธอให้ได้โดยมีกวิตาเป็น กามเทพแผลงศรรัก กวิตามีเรื่องอะไรจึงปรึกษากับ วรัชญา ตลอด

ใน ระหว่างนั้น นนท์ ซึ่งรู้ใจตัวเองว่าหลงรักวิตาเข้าให้แล้ว แต่ก็กลัวเสียฟอร์มจึงปากแข็งและหาทางแกล้งเธอตลอด อีกทั้งยังเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับหมอธนัชเป็นแฟนกันเสียอีก จึงหึงหวงและเกิดการเข้าใจผิด แต่ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกัน เมื่อกวิตาถูกทาบทามให้ไปเป็นนางเอกโฆษณาซึ่งมี นรินทร์ ที่เป็นหัวหน้างานของ วรัชญา และยังเป็นเพื่อนรักกับ นนท์ สมัยที่เรียนอยู่ที่อังกฤษด้วยกันอีกด้วย โดยไม่มีใครรู้ความลับนนี้ นนท์จึงเสนอตัวเป็นพระเอกโฆษณาโดยให้นรินทร์ช่วยปิดไม่บอกให้ใครรู้จนกว่าจะ ถึงวันที่จะต้องเดินทางไปถ่ายทำที่เชียงราย
ทั้ง คู่เกือบจะปรับความเข้าใจกันได้อยู่แล้ว เพราะในระหว่างถ่ายทำ กวิตา เกิดขาแพลงและนนท์ดูแลเธอตลอดจึงเริ่มเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน นนท์ตัดสินใจบอกรักเธอ แต่กวิตาก็หลับไปเสียก่อนจึงไม่ได้ยิน พอตอนเช้าการถ่ายโฆษณาฉากสุดท้ายใกล้จะเสร็จ ทั้งคู่แสดงออกถึงความรักถ่ายทอดลงในโฆษณาได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เป็นเพราะมาจากความรู้สึกที่ทั้งสองซ่อนอยู่ภายในแต่ก็ต้องมาเข้าใจ กันผิดอีกเพราะปารณีย์ตามมารังควานที่เชียงราย โดยพูดจาตอกย้ำความรู้สึกและภาพเดิมๆ สมัยเด็กๆ ของกวิตาจึงทำให้กวิตาชิงชังนนท์มากขึ้น และกลับกรุงเทพฯ กันทันทีที่ถ่ายทำโฆษณาเสร็จ

เมื่อ มาถึงกรุงเทพฯ นนท์ บอกตัดเยื่อใยกับปารณีย์ เธอจึงโกรธแค้นและหาทางทำให้ กวิตา ย่อยยับ ด้วยการร่วมมือกับ เสี่ยฉัตรชัย พ่อค้าเพชรที่เป็นบริษัทคู่แข่งของนนท์ที่ชอบ กวิตา อยู่เหมือนกันด้วยการหลอกล่อเธอมาเพื่อให้เสี่ยฉัตรชัยย่ำยี แต่กวิตาก็รอดเพราะนนท์มาช่วยไว้ได้ทันแต่ก็บาดเจ็บจากการถูกยิงและโดนตีหัว เหตุการณ์ครั้งนี้จึงทำให้กวิตารู้ใจตัวเอง ชุภาได้โอกาสจึงคิดแผนให้หมอธนัชร่วมมือช่วยกันโกหกกวิตาว่า นนท์สมองกระทบกระเทือนจากการถูกตีจึงความจำเสื่อม กวิตารู้ก็ตกใจและรับผิดชอบทุกอย่างจะยอมแต่งงานด้วยเพราะรักนนท์ด้วยใจจริง ปารณีย์พ้นข้อหาการร่วมมือหลอกลวงกวิตาด้วยการเอาตัวเข้าแลกกับรัฐมนตรีกำจร เมื่อรู้ว่านนท์สมองเสื่อมจึงแสดงความรังเกียจ กวิตา แต่งงานกับนนท์ทั้งคู่มีความสุขดีจนกระทั่ง กวิตา ตั้งท้องได้ 1 เดือน ระหว่างเดินทางกลับมาเพื่อจะบอกข่าวดีกับนนท์ก็แอบได้ยินชุภากับนนท์จึงได้ รู้ว่าที่แท้ตัวเองถูกหลอกจึงโกรธนนท์มากเลยคิดจะหนีไปเรียนต่อโทที่เมือง นอก ส่วนวรัชญาพอรู้เรื่องและก็โกรธหมอธนัชเช่นกัน แต่พอรู้ว่ากวิตาตั้งท้องก็พยายามรั้งเพื่อนเอาไว้และขอให้ให้อภัยนนท์ แต่กวิตาใจแข็งจึงตัดสินใจไม่ไปเรียนต่อ แต่ก็ไม่ยอมกลับบ้าน หนีไปเป็นครูสอนนักเรียนในสลัมแห่งหนึ่ง

ส่วน ปารณีย์หลังจากพลาดจากนนท์ก็หาที่พึ่งคนใหม่ด้วยการไปเป็นเมียน้อยของ รัฐมนตรีกำจร เพราะความทะเยอทะยานจึงตามไประรานเมียหลวงเลยถูกรัฐมนตรีกำจรทิ้ง แต่ปารณีย์ไม่ยอม เลยตามไปยิงรัฐมนตรีกำจรและหนีการจับกุม

วรัชญาเห็นใจนนท์มากที่หลังจากวิตาหนีไปก็เอาแต่ดื่มเหล้า งานการไม่ทำจนวรัชญาใจอ่อนยอมบอกที่อยู่ของกวิตาให้ เธอนัดหมอธนัชมาที่ร้านอาหารเพื่อบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่บังเอิญว่าปารณีย์อยู่ที่ร้านอาหารนั้นด้วย จึงได้ยินและคิดแก้แค้นกวิตา เลยไปตามที่อยู่ที่ได้ยินวรัชญาบอกหมอ

ส่วนนนท์เมื่อรู้ที่อยู่กวิตา ก็รีบแจ้นไปหาเธอทันทีเพื่อง้องอนและขอโทษ แต่ปารณีย์มาถึงจะยิ่งทั้งคู่ทิ้ง นนท์เอาตัวเข้าขวาง ปารณีย์เตรียมจะลั่นไกปืนแต่ก็ถูกตำรวจที่ตามจับตัวเธออยู่เข้ามาล็อคตัวไว้ ได้ทันทั้งคู่จึงปลอดภัยและปรับความเข้าใจกันและต่างฝ่ายต่างบอกรักกันโดย ไม่กลัวเสียฟอร์ม
ส่วนวรัชญาและหมอธนัชได้ ปรับความเข้าใจกัน อีกทั้งหมอธนัชทำลายกำแพงอคติต่อผู้ชายของวรัชญาได้สำเร็จ ความรักของทั้งคู่จึงสดใสไม่แพ้กัน

รายชื่อนักแสดงละคร บุพเพเล่ห์รัก

ณัฐวุฒิ สกิดใจ แสดงเป็น นนท์
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น กวิตา
รังสิต ศิรนานนท์ แสดงเป็น หมอธนัช
พลอย จินดาโชติ แสดงเป็น วรัชญา
ปวีณา ตัณฑ์ศรีสุโรจน์ แสดงเป็น ปารณีย์
นพพล พิทักษ์โล่ห์พานิช แสดงเป็น ฉัตรชัย
ชโลทร กาหลง แสดงเป็น นรีวรรณ
ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล แสดงเป็น เอก
อุทุมพร ศิลาพันธ์ แสดงเป็น ชุภา
สุพรรษา เนื่องภิรมย์ แสดงเป็น รวิษา
ภัสสร บุณยเกียรติ แสดงเป็น ประวีณา

บ้านร้อยดอกไม้

ปาฏลี ต้องบินกลับจากต่างประเทศก่อนกำหนด เพื่อมาร่วมงานศพของ กรองผกา พี่สะใภ้ที่รักและผูกพันกันมาก ในงานศพปาฏลีได้พบกับ กอบบุญ และธัญธร สายตาของกอบบุญที่มองเธอ ทำให้ปาฏลีรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว เกริก พ่อของกอบบุญต้องการบ้านร้อยดอกไม้ สมบัติที่ กูหมู่ แม่ของกรองผกาที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตไปพร้อมกับ ปวิต พี่ชายของปาฏลี ยกให้ปาฏลี กอบบุญรู้ดีว่าปาฏลีผูกพันกับกูหมู่มาก เธอคงไม่ยอมขายบ้านร้อยดอกไม้ง่าย ๆ แต่เมื่อเป็นคำสั่งของเกริกก็ทำให้เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้

กอบบุญบอกกับ ปาฏลีว่าอยากได้บ้านร้อยดอกไม้ โดยยกเอาเรื่องเงินทุนของ บริษัทปวิตรา บริษัทเสื้อผ้าที่กรองผกากับปวิตร่วมกันสร้างขึ้นมาอ้าง ปาฏลีโกรธมาก พอปรกพ่อของเธอถูกลอบทำร้ายจนสลบในบ้าน ปาฏลีก็โทษว่าเป็นฝีมือของกอบบุญทันที กอบบุญเข้ามาช่วยจัดการนำปรกส่งโรงพยาบาล เขาคอยจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย และจัดเวรเข้าเยี่ยมปรกอย่างเข้มงวด ทำให้ปาฏลียิ่งไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ วิพุธ เพื่อนรุ่นน้องของปวิตที่ทำงานอยู่ที่ปวิตราก็พยายามยุยงให้ปาฏลีเกลียดชัง กอบบุญมากยิ่งขึ้น

ปวิ ตรามีปัญหาสินค้าค้างสต๊อก แถมยังถูกบีบจากห้างสรรพสินค้าของธัญธรให้ถอนตัวไปจากห้างอย่างไม่เป็นธรรม ปาฏลีได้รับคำแนะนำจาก ฟลอร่า ( Flora ) เจ้าของอีเมลปริศนาที่ส่งมาถึงเธอ ทำให้ปาฏลีสามารถแก้ไขปัญหาของปวิตราได้ ปาฏลี On line คุยกับฟลอร่าบ่อยขึ้น เพื่อพยายามค้นหาตัวจริงของฟลอร่า แต่ก็ไม่สำเร็จ ฟลอร่าเพียงอนุญาตให้ปาฏลีเรียกเขาว่า “เสียง” เท่านั้นกอบบุญจ้างสุชาดาพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลปรกอย่างใกล้ชิด

เมื่อ ปรกหายดีแล้วกอบบุญจึงคิดวางแผนจับผิดวิพุธโดยไม่ยอมบอกให้ปาฏลีรู้ ปล่อยให้ปาฏลีเข้าใจเขาผิดต่อไปเรื่อย ๆ โดยมี บุษกร ลูกสาวของป้าบัว แม่บ้านเก่าแก่ของกูหมู่ร่วมมือด้วย บุษกรแอบหลงรักวิพุธมานาน ก่อนที่วิพุธจะแต่งงานกับ ระเบียบ ซึ่งมีอายุแก่กว่า เมื่อโรงงานเม็ดพลาสติกของระเบียบเริ่มมีปัญหา ระเบียบจึงวางแผนให้วิพุธกลับมาตีสนิทกับบุษกร เพื่อหลอกใช้ให้บุษกรช่วยยักยอกเงินจากปวิตรา แต่พอรู้ว่าปรกจะให้กอบบุญเข้ามาช่วยดูแลกิจการของปวิตรา

วิพุธ จึงหาทางกำจัดปรก บุษกรเก็บกระดุมของวิพุธที่ตกอยู่ที่เกิดเหตุได้ จึงได้รู้ว่าวิพุธเป็นตัวการของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด ระหว่างนั้นกอบบุญได้บอกกับปาฏลีว่าปรกได้นำบ้านร้อยดอกไม้ไปจำนองไว้เพื่อ นำเงินมาหมุนในปวิตรา และเขาได้ตามไปไถ่คืนมาแล้ว ปาฏลีขอไถ่คืนจากกอบบุญ กอบบุญให้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน ปาฏลีกลุ้มใจมากพยายามหาทางหาเงินมาไถ่บ้านร้อยดอกไม้คืน สุดท้ายก็ยอมนำฉากผ้าไหมศิลปะราคาแพงของกูหมู่ออกประมูล เสียงรู้เรื่องเข้าจึงได้ขอร่วมประมูลด้วย ปาฏลีตัดสินใจยกให้เสียง โดยนัดให้มารับของในวันปิดแกลลอรี่

ฐิติปรากฏตัวขึ้นในนามของเสียง เพื่อมารับของที่แกลลอรี่ ในวันเดียวกันนั้น กอบบุญได้วางแผนจับตัววิพุธเพื่อต่อรองกับระเบียบ ทั้งคู่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อชดใช้ให้กับปวิตรา ตามเงื่อนไขที่กอบบุญได้วางไว้ ปรกเล่าเรื่องทั้งหมดให้ปาฏลีฟัง ทำให้ปาฏลีมองกอบบุญในทางที่ดีขึ้น เกื้อคุณน้องชายของกอบบุญรู้ว่ากอบบุญบังคับให้ฐิติปลอมตัวเป็นเสียงไปหลอก ปาฏลีก็รู้สึกสงสารปาฏลีมาก เกื้อคุณนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับกมลาสน์ กมลาสน์จึงไปคุยกับเกริกเรื่องบ้านร้อยดอกไม้

กมลาสน์อธิบายเรื่อง ราวทั้งหมดให้เกริกฟัง จนเกริกไม่คิดอยากได้บ้านร้อยดอกไม้อีกกมลาสน์กับเกื้อคุณต้องการให้บทเรียน กับกอบบุญ ไม่ให้กอบบุญทำอะไรเอาแต่ใจอีก จึงได้วางแผนให้ฐิติไปตีสนิทกับปาฏลี และให้ธัญธรอ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นของกอบบุญ แต่สุดท้ายกอบบุญกับปาฏลีก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ เพราะกอบบุญยอมลดทิฐิเอ่ยปากบอกรักพร้อมทั้งขอโทษปาฏลี ทำให้เรื่องราวทั้งหมดลงเอยได้ด้วยดี

รายชื่อนักแสดงละคร บ้านร้อยดอกไม้

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร แสดงเป็น กอบบุญ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น ปาฏลี
สุนทรี ใหม่ละออ แสดงเป็น ธัญธร
ชินมิษ บุนนาค แสดงเป็น วิพุธ
วิภาวดี กาศสกุล แสดงเป็น บุษกร
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ แสดงเป็น เกริก
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น กมลาสน์
วีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล แสดงเป็น เกื้อคุณ
วิชญะ จารุจินดา แสดงเป็น พีท
สรวงสุดา ศรีธัญรัตน์ แสดงเป็น อินทิรา

บ้านภูตะวัน

ที่สวนสาธารณะกลางกรุง ตะวัน หรือ สุริยฉาย สุริยะ ทายาทพิการแห่งบ้านภูตะวันเกือบถูกโจรเชือดคอกลางวันแสกๆ ถ้าไม่ได้ แดง รัชดา หญิงสาวผู้ปราดเปรียวเสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วย พร้อมๆ กับ ร.ต.อ.สัณฑ์ ยอดบางไผ่ นายตำรวจหนุ่มสมาร์ทที่พุ่งเข้ามาต่อสู้ล็อคคนร้ายไว้ได้ มิตรภาพอันงดงามระหว่างสองสาว หนึ่งหนุ่มจึงเกิดขึ้น…ตะวันแอบรักสัณฑ์อยู่เงียบๆ และผูกพันเชื่อใจแดงรัชดาเหมือนพี่สาวแท้ๆ จนเมื่อสัณฑ์ได้รับทุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ไปเรียนต่อต่างประเทศด้าน อาชญวิทยา สามหนุ่มสาวก็ห่างกันไป ตะวันเฝ้ารอวันที่จะได้พบพี่สาวและชายผู้เป็นที่รักอยู่บ้านภูตะวัน อาณาจักรใหญ่มูลค่าพันล้าน ซึ่งพ่อแม่ทิ้งไว้ให้หลังการตายปริศนา โดยการดูแลของ แม่เลี้ยงแสงเพ็ญ น้าสาวของตะวัน และบุญน้อม พี่เลี้ยง

เวลา ผ่านไป 2 ปี สัณฑ์บินกลับมาพร้อม แสงระวี สาวเปรี้ยวที่ใช้ชีวิตด้วยกันในต่างแดน ทันทีก็เจอคดียากหลายคดีติดๆ กัน ในเวลานั้นความรักที่สัณฑ์มีให้แสงระวีและภารกิจที่ต้องตามจับฆาตกรที่ฆ่า เพื่อนสนิทของสัณฑ์ ทำให้สัณฑ์ลืมเวลาดีๆ ที่เคยมีกับตะวันและแดงรัชดาไปสนิทใจ ตรงข้ามกับตะวันที่เฝ้าตามหาคนทั้งสอง และแอบเศร้าอยู่เงียบๆ กับภาพวาดของแดงรัชดาที่ตะวันเขียนไว้ที่ใต้ภาพว่า พี่สาวที่แสนดี และภาพชื่อ อยู่ไกล ซึ่งเป็นภาพวาดของสัณฑ์ เสธ.ประชา พ่อของสัณฑ์เป็นนักการเมืองชื่อดัง ภาพภายนอกเป็นนักบุญแต่ฉากหลังคือ มาเฟียใหญ่ที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว สัณฑ์ไม่เคยล่วงรู้เบื้องหลังเลยว่าที่แท้ ประชา คือผู้บงการฆ่า

สัณฑ์ สืบทุกคดีปริศนา โดยได้หมวดแทนตำรวจรุ่นน้องเป็นคู่หูคู่ใจ ปัญหาก็คือ ฆาตกรไม่เคยทิ้งร่องรอยให้ตามสืบได้แม้สักครั้งเดียว สัณฑ์จึงวางแผนแนบเนียนให้ทุกคนเข้าใจว่าลาพักงาน ขณะที่เร่งฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย เรียนรู้วิธีคิดอย่างนักฆ่า เพื่อเข้าถึงใจฆาตกรได้ แดง รัชดา พยายามเข้าใกล้สัณฑ์และกลั่นแกล้งแสงระวีด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่แสงระวีก็ตั้งแง่รังเกียจตะวันที่สัณฑ์ให้ความสนิทสนมด้วย ไม่มีใครรู้ว่า แดง รัชดา เจ้าของร้านดอกไม้ผู้ปราดเปรียวคือนักฆ่าฝีมือฉกาจ ในซุ้มของ ยอดศึก ซึ่งมี เกรียงเพชร เป็นครูฝึกที่เข้มงวด ซึ่งนอกจากแดงรัชดาแล้ว ซุ้มนี้ยังมี แดง คลองเตย และ แดง รามอินทรา ทั้งสามเป็นเด็กเร่ร่อนที่ยอดศึกเก็บมาเลี้ยง ยอดฝีมือทั้ง 3 ทำงานได้แม่นยำและไม่เคยทิ้งร่องรอย

เสธ.ประชามี ความสัมพันธ์ลับๆ กับแม่เลี้ยงแสงเพ็ญ ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังการตายของพ่อแม่ตะวันเป็นฝีมือแม่เลี้ยงแสงเพ็ญที่ ต่อหน้าใครๆ ก็ใส่หน้ากากเป็นคนดี แสงเพ็ญจำต้องเลี้ยงหลานพิการเพราะพินัยกรรมได้ระบุไว้ว่า ถ้าตะวันเป็นอะไรไป มรดกทั้งหมดจะถูกยกให้การกุศล แม่เลี้ยงแสงเพ็ญจึงคิดแผนให้ตะวันแต่งงานกับสัณฑ์พอสมบัติเปลี่ยนมือก็ค่อย เก็บตะวัน ติดอยู่ที่ว่าสัณฑ์มีคู่หมั้นอยู่แล้วคือ แสงระวี เสธ.ประชาจึงช่วยวางแผนเช่าสัณฑ์จากแสงระวีไปเป็นเจ้าบ่าวของตะวันเป็นเวลา 3 เดือน แสงระวีปฏิเสธในตอนแรก แต่ก็ต้องจำยอมในภายหลังเพราะเพิ่งมารับรู้ความจริงว่าบ้านกำลังจะถูกยึด ครอบครัวจะล้มละลาย แต่แสงระวีก็มั่นใจเต็มร้อยว่าสัณฑ์จะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากเธอแน่นอน

ส่วน สัณฑ์เองก็ไม่ยอมแต่งงานในตอนแรก ประชาต้องสร้างเรื่องว่าที่อยากให้สัณฑ์แต่งงานเพราะผู้หญิงที่จะเป็นเจ้า สาวของสัณฑ์ คือ ลูกสาวของคนที่เคยมีบุญคุณกับตน อยากให้สัณฑ์เป็นตัวแทนตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ สัณฑ์หนักใจ แต่บังเอิญภารกิจที่ทำอยู่ทำให้สัณฑ์คิดวางแผนให้ตัวเองออกจากตำรวจเพื่อตบ ตาเหล่านักฆ่า สัณฑ์เลยต้องทำตัวให้เป็นผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ถูกบังคับให้แต่งงาน เพื่อจะได้พรางตัวให้ทำงานได้สะดวกขึ้นและไม่เป็นเป้าของพวกนักฆ่าอีกต่อไป สัณฑ์เดินทางสู่บ้านภูตะวัน จึงได้รู้ความจริงว่าคนที่จะต้องแต่งงานด้วยคือ ตะวัน ผู้หญิงพิการผู้น่าสงสาร ภาพอดีตที่เคยผูกพันก็ย้อนกลับเข้ามาในความรู้สึกสัณฑ์อีกครั้ง

แสง เพ็ญวางแผนให้ทั้งคู่รักกัน จึงให้สัณฑ์จัดงานวันเกิดเซอร์ไพรส์ตะวัน คืนนั้นตะวันกับสัณฑ์ถูกลักพาตัวโดยคู่แข่งทางการเมืองของประชา สัณฑ์พาตะวันหนีรอดออกมาได้แต่บาดเจ็บสาหัส ตะวันคอยดูปรนนิบัติสัณฑ์ ความใกล้ชิดทำให้สัณฑ์เห็นความน่ารักอ่อนโยน และจริงใจ ก็ยิ่งเกิดความสงสาร จากความรู้สึกดีที่เคยมีให้กันในอดีตก่อเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว แสงระวี มั่นใจมาตลอดว่าสัณฑ์มีเธอคนเดียว เริ่มหึง จึงวางแผนพาตัวเองไปยังบ้านภูตะวัน โดยใช้ให้ศรีวรา น้องสาวไปสมัครเรียนศิลปะกับตะวัน

แสงเพ็ญพอรู้ว่าแสงระวีมา อาละวาดที่บ้านภูตะวัน ก็ออกโรงตบสั่งสอนไม่ให้ยุ่งกับตะวันอีก แต่แสงระวีไม่ยอม สัณฑ์แม้จะรักตะวันแต่ก็รู้สึกผิดกับแสงระวี ประชาจึงแก้ปัญหาด้วยการบอกสัณฑ์ตรงๆ ว่าที่แสงระวียอมให้สัณฑ์แต่งงานกับตะวันเพราะตนเช่าสัณฑ์จากแสงระวี อยู่ๆ ซุ้มยอดศึกที่เคยรับงานฆ่าจากตัวแทนของประชา ก็ได้รับคำสั่งจากกลุ่มคนนิรนามให้ฆ่าประชา พ่อของสัณฑ์ เกรียงเพชร นำทีมสามแดงออกปฏิบัติงานลอบสังหารประชา แผนแยบยลขนาดมดก็ลอดหนีไปไม่ได้หลังจากยิงประชาแล้ว ทั้งสามต้องถอยห่างออกจากวงการนี้ตลอดกาล แต่พอกลับถึงซุ้มก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อยอดศึกเปิดให้ดูเทปข่าวที่เสธ.ประชาไปอภิปรายอยู่อีกที่หนึ่ง เสธ.ประชารอดตายเพราะมีตัวแทนไปในทุกที่ ไม่มีใครรู้ว่าคนไหนเป็นตัวจริง ยอดศึกรู้ว่าจุดอ่อน ของประชาคือผู้หญิง จึงส่งแดงรัชดาไปฆ่าประชา แดง รัชดา จำต้องรับงานนี้ด้วยความกดดันเพราะที่ต้องลงมือฆ่าพ่อคนที่ตัวเองรัก

ยอด ศึกส่งเกรียงเพชร แดง คลองเตย และแดง รามอินทรา ไปช่วย แดง รัชดา ซึ่งปลอมตัวเป็นหมอนวดเข้าไปในเซฟเฮ้าส์ของประชา ระหว่างลงมือประชารู้ตัว เกิดการต่อสู้ เกรียงเพชรพาลูกศิษย์ที่สะบักสะบอมกลับมาที่ซุ้ม แดง คลองเตย กับ แดง รามอินทรา บาดเจ็บสาหัส ส่วน แดง รัชดา เป็นตายเท่ากัน เมื่อรู้ว่าสัณฑ์หมดรักในตัวเองแน่แล้ว แสงระวีจึงคิดแผนแกล้งทำดีกับตะวันเพื่อที่จะอยู่ภูตะวันต่อไป แต่ลับหลังก็แกล้งผลักตะวันตกน้ำ และผลักตกภูเขา ตะวันไม่กล้าบอกใครว่าเป็นฝีมือแสงระวีจนแอบได้ยินแสงเพ็ญคุยกับประชาว่า หลังแต่งงานพอได้สมบัติก็จะฆ่าตะวันให้เหมือนกับที่ทำกับพ่อและแม่ ตะวันได้ยินการสนทนาทั้งหมด ตกใจมากคิดได้แต่ว่าเมื่อยังไม่แต่งก็ไม่ตาย จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านพร้อมบุญน้อมด้วยความเสียใจและไม่ไว้ใจสัณฑ์อีกต่อ ไป

ตะวันหนีมาหา แดง รัชดา แต่กลับพบ แดง รามอินทรา ซึ่งปลอมตัวเป็น อินทิรา คนขายดอกไม้ พร้อมแต่งเรื่องว่า แดง รัชดา ไปศัลยกรรมใบหน้าที่ญี่ปุ่น เพราะได้รับอุบัติเหตุ และพาตะวันไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ยอดศึก ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพ่อของ แดง รัชดา ตะวันประทับใจในความอบอุ่นและเป็นสุภาพบุรุษของยอดศึก จนยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่ตนต้องหนีงานแต่งงานมา ยอดศึกจึงคิดแผนให้ แดง รัชดา ปลอมตัวเป็นตะวันเพื่อฆ่าประชา

ที่ภูตะวัน พอตะวันหายไปก็ค้นหากันจ้าละหวั่น แสงเพ็ญให้คนของประชาจับแสงระวีมาคาดคั้นหาความจริงแต่ก็ไม่ได้อะไร สัณฑ์ออกตามหาตะวันไปทั่วก็ไม่พบ แสงเพ็ญเครียดจัด แต่แล้วตะวันก็กลับมาพร้อมพี่เลี้ยงใหม่เป็นกระเทยตัวสูงใหญ่นาม เจ๊เกรียง ไม่มีใครรู้ว่าตะวันตอนนี้คือแดง รัชดา ปลอมตัวมา ตะวันอ้างไม่ได้หายไปไหนแต่ไปเที่ยว สนุกจนลืมติดต่อกลับมา ส่วนบุญน้อมตอนนี้อยู่ดูแลญาติที่ทางใต้ สัณฑ์ขอให้จัดการแต่งงานตามกำหนดเดิม แต่แสงเพ็ญต้องฝันค้างเมื่อศรีวราเข้ามาประกาศว่าแสงระวีหายไป สัณฑ์ขอเลื่อนการแต่งงานอีกครั้ง แสงเพ็ญบอกให้ประชาฆ่าแสงระวีซะ แต่ประชาเกรงว่าการตายของแสงระวีจะยิ่งทำให้สัณฑ์เลื่อนการแต่งงานออกไป

ยอด ศึกค่อยๆ ฝึกตะวันให้เข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยมี คณิน คอยดูแลอำนวยความสะดวก จนในที่สุดตะวันกลับมาเดินได้อีกครั้งพร้อมความแค้นในอกเรื่องพ่อแม่ตาย สัณฑ์ให้หมวดแทนสืบเรื่องแสงระวีกับ แดง รัชดา ที่หายไป รวมทั้งแสงเพ็ญ สัณฑ์สงสัยว่าการหายไปของ แสงระวี จะเป็นฝีมือของแสงเพ็ญ หมวดแทนตาม แดง รามอินทรา ไปจนถึงบ้านยอดศึก เก็บภาพคนในบ้านรวมทั้งบุญน้อม ยอดศึกตัดสินใจส่งตะวันกลับไปอยู่บ้านภูตะวันกับอินทรา โดยอ้างเรื่องให้ไปสืบเรื่องพ่อแม่ที่ตายปริศรา ในนาม จันทร์ คนสวนฝีมือดีแต่หน้าตาอัปลักษณ์ จันทร์เกือบทำแผนแตกเมื่อเห็นตะวันปลอมนั่งรถเข็นผ่านมา แต่อินทราเตือนว่าจะทำให้งานใหญ่จะเสีย จันทร์ปักใจว่าตะวันปลอมต้องเป็นคนของแสงเพ็ญ จันทร์พยายามหลบหน้าสัณฑ์ที่ดูจะสงสัยว่าทำไมเธอถึงได้หน้าคล้ายตะวันนัก

ตะวัน ตัวปลอมเองก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัว สิ่งที่ลำบากสุดของ แดง รัชดา คือ การที่ต้องแกล้งทำรักเจ้าเหมียวตัวโปรดทั้งที่ตัวเองแพ้ขนแมว หลายครั้ง แดง รัชดา หลุดความเป็นตัวเองออกมาเช่น ชอบแต่งหน้าจัด ฉีดน้ำหอม ตลอดจนคำพูดที่ห้าวหาญผิดจากเดิม แต่เมื่อถูกทักก็เอาตัวรอดได้หลายครั้ง ความอบอุ่น อ่อนโยนของ สัณฑ์ ทำให้ แดง รัชดา ยิ่งถลำลึก ความกล้าของ แดง รัชดา ในคราบตะวัน ทำให้สัณฑ์แปลกใจในบางครั้ง เจ๊เกรียงต้องคอยเตือนอ้างเรื่องกลัวแผนแตก แต่ลึกๆ แล้วเหตุผลก็คือ เกรียงเพชรรัก แดง รัชดา เกินศิษย์อาจารย์มาตลอด

แดง รัชดา ในคราบตะวันถามสัณฑ์ว่าทำไม่ไม่รักพี่แดง สัณฑ์บอกว่า แดงเหมาะจะเป็นเพื่อน เพราะตอนนี้ทั้งหัวใจมีแต่ตะวัน พอพ้นสายตาสัณฑ์ แดง รัชดา ก็ออกอาการเจ็บปวดหัวใจ กระชากหน้ากากหนีออกจากบ้านเข้าไปในป่า เกรียงเพชรตามไปปลอบจน แดง รัชดา โอนอ่อนเห็นใจในความรักของเกรียงเพชร จันทร์เข้ามาสืบเรื่องตะวันปลอมเจอสัณฑ์ ก็รีบดึงปานดำปลอมออกกลับมาเป็นตะวันตามเดิม ด้วยความรักที่มีเต็มหัวใจ ตะวันใจอ่อนขอใกล้ชิดสัณฑ์อีกครั้ง แดง รามอินทรามองเหตุการณ์ของสองคู่ด้วยความลำบากใจรีบรายงานยอดศึก

หมวด แทนสืบจนรู้ว่า แดง รัชดา แดง คลองเตย และ แดง รามอินทรา เป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตน ระหว่างนี้ยังสืบได้ว่า แสงเพ็ญมีสัมพันธ์ลับกับประชา พอสัณฑ์รุกหนักกดดันจนประชาต้องปล่อยแสงระวีออกมา ในสภาพถูกวางยาจนเบลอจำอะไรไม่ได้ จันทร์เองก็สืบค้นจนรู้ว่าแสงเพ็ญส่งเงินให้ครอบครัวคนงานดีเด่น จึงส่งบัตรสนเท่ห์ให้สัณฑ์ พอสัณฑ์ไปสืบคนงานก็ถูกฆ่าตายในคุกแล้ว และคนงานนี้คือคนที่ขับรถชนพ่อแม่ตะวัน สัณฑ์คิดว่าบัตรนี้น่าจะมาจากลูกผู้ตาย จึงถามความกับตะวันตัวปลอม แต่ แดง รัชดา กลับงง ไม่รู้เรื่อง สัณฑ์ได้แต่เก็บความสงสัยไว้

สัณฑ์ออก อุบายชวนหมวดแทนแกล้งทำอุบัติเหตุขับรถชนรั้วบ้านยอดศึก จนเข้าไปในบ้าน แต่พบแค่ยอดศึกกับคณิน ยอดศึกตัดสินใจฆ่าบุญน้อมทิ้ง แดง คลองเตย ตามล่าสังหารหมวดแทน แต่โชคยังดี หมวดรอดมาได้ แต่ก็สะบักสะบอม สัณฑ์ลุยไปบ้านยอดศึกด้วยความแค้น เชื่อว่านายแดง คลองเตย คือคนไล่ยิง แต่พบเพียงบ้านว่างเปล่าไร้ผู้คนกับหลักฐานว่าบุญน้อมได้ตายแล้ว แสงระวีฟื้นขึ้นมาก็อาละวาด บุกบ้านภูตะวันเพื่อแก้แค้น ตะวันตัวปลอมแสร้งทำเป็นสงสาร แต่พอลับตาคนก็ถีบแสงระวีตกน้ำให้เหมือนกับที่เคยทำกับตะวัน แสงระวีโวยวายว่าถูกตะวันแกล้งแต่ไม่มีใครเชื่อ แต่สัณฑ์กับแสงเพ็ญเริ่มระแวงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของตะวัน

ยอดศึก หายตัวลึกลับแม้แต่เกรียงเพชรก็ไม่สามารถติดต่อได้ แดง รัชดา ไม่รู้ว่าจะทำงานไปเพื่ออะไรอีก จึงบอกกับเกรียงเพชรให้หนีไปด้วยกัน เกรียงเพชรปฏิเสธเพราะรู้ว่าไม่มีใครหนีเงื้อมมือยอดศึกพ้น กล่อมให้ แดง รัชดา ทำภารกิจจนสำเร็จ แล้วค่อยวางมือ เมียคนงานที่ตายมาขู่แสงเพ็ญ บังเอิญแสงระวีมาแอบได้ยิน จึงใช้เป็นข้อต่อรองกับแสงเพ็ญ ว่า หากฆ่าตน แสงเพ็ญคือผู้ต้องสงสัยลำดับแรก ถ้าไม่โวยก็จะรอดตัว หลังจากลงทุนลงแรงด้วยชีวิตกับการรอคอยครั้งนี้ ภารกิจของนักฆ่าจะบรรลุหรือไม่ สัณฑ์จะปกป้องพ่อตัวเองอย่างไร และตะวันจะมีโอกาสได้เปิดเผยตัวจริงกับสัณฑ์หรือไม่ ในวันแต่งงานที่กำหนดไว้เป็นวันสังหารจะเกิดอะไรขึ้น ติดตามชมได้

รายชื่อนักแสดงละคร บ้านภูตะวัน

ธนา สุทธิกมล แสดงเป็น สันต์
จีรนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น ตะวัน
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ แสดงเป็น แดง รัชดา
วรวุฒิ นิยมทรัพย์ แสดงเป็น เกรียง
กัลยณัฐ สีบุญเรือง แสดงเป็น แสงระวี
นพพล โกมารชุน แสดงเป็น ยอดศึก
อุทุมพร ศิลาพันธ์ แสดงเป็น แม่เลี้ยงแสงเพ็ญ

บ้านนาคาเฟ่

บ้านนาคาเฟ่ เป็นละครเพลงแนวหรรษา ส่งเสริมอาชีพชุมชน และเสริมสร้างสำนึกรักบ้านเกิด  ผ่านเรื่องราวความรักของน้องนางบ้านนา กับ ทายาทเศรษฐี ที่มีลำคลอง ท้องทุ่ง และ รถไถเป็นพยาน

นักแสดงละคร บ้านนาคาเฟ่
รพีภัทร เอกพันธ์กุล
ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล
ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส
เจษยา เวียงเกตุ

บ้านทรายทอง 2530

พจมาน เด็กสาวผู้มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีและชาติกำเนิดของตน แม้จะเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดาก็ตาม เธอจำเป็นต้องจากบ้านสวนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือต่อ ตามความประสงค์ของบิดาที่เขียนสั่งไว้ก่อนเสียชีวิต ให้พจมานไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหม่อมพรรณราย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อที่บ้านทรายทอง เธอถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่เข้ามาอยู่ โดยมีหม่อมแม่และคุณหญิงเล็กน้องสาวของชายกลาง รวมถึงคนรับใช้ทุกคนในบ้านคอยแกล้งเธอ ชายกลางสงสาร และให้คุณหญิงใหญ่พี่สาวคนโตคอยช่วยเหลือ และพจมานก็คอยดูแลเอาใจใส่น้องชายคนเล็กของชายกลางที่เป็นง่อย เธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งอดทนมีจิตใจที่ดีงาม จนสามารถเอาชนะใจของชายกลาง และอีกหลายๆ คน จนเป็นผลสำเร็จ จนทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในที่สุด