Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

มือปืนพ่อลูกติด

จอน ชายหนุ่มนิสัยซื่อ หลังเรียนจบก็ไปสมัครงานแต่ไม่มีคนรับ จอน จึงตัดสินใจไปขับรถแท็กซี่ วันแรกก็ถูกรถเก๋ง หมอมานพ ขับปาดหน้า ทั้งคู่ปะทะคารมกันยกใหญ่ แต่ก็ ได้พบกับ นันณภัส หญิงสาวจิตใจงามแฟนของ หมอมานพ ซึ่ง จอน ถึงกับตกหลุมรักทันที

จากนั้นมา จอน ได้ช่วยเหลือ นันณภัส ให้รอดพ้นการถูกฉุดคร่าข่มขืน และพาเธอหนีจากการถูกตามราวีของ ชิดชนก ที่บุกมาพังพิธีหมั้นของเธอกับ หมอมานพ รักร้าวครั้งนี้ทำให้ นันณภัส ตัดสินใจหนีความวุ่นวายไปทำงานที่บ่อน เสี่ยมังกร แทน กิมเฮง ภรรยาเสี่ยที่อ้างว่าท้อง โดยหารู้ไม่ว่า กิมเฮง ไม่ได้ท้อง แต่วางแผนกำจัด นันณภัส เพื่อจะได้ฮุบสมบัติ

จอน พา นันณภัส มาส่งที่บ่อน เป็นช่วงเวลาที่ อ้อ เด็กสาวที่รับจ้างท้องแทน กิมเฮง เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากยกลูกในท้องให้ อ้อ แอบซ่อนตัวท้ายรถแท็กซี่ออกมาจากบ่อน โดยมี ทรงยศ ตามล่ามาติด ๆ อ้อ เกิดปวดท้องคลอดกะทันหัน จอน ทำคลอดในรถแล้วพาเด็กหนีไปด้วยกัน

จากนั้นมา จอน เลยเป็นพ่อลูกติดไปโดยปริยาย และปลอมตัวเป็นชื่อ ลอซู ด้าน เสี่ยมังกร สั่งลูกสมุนตามล่าลูกที่เกิดกับ อ้อ และป้ายความผิดให้ จอน ด้วยการปลอมตัวเป็นมือปืนพ่อลูกติดออกปล้น กะยืมมือตำรวจตามล่าตัว จอน ด้าน นันณภัส หันมาดูแลปางช้าง จอน ได้พบกับ นันณภัส อีกครั้งด้วยการเข้าไปช่วยเหลือจากช้างตกมัน แต่เธอจำ จอน ที่มีหนวดเครารุงรังไม่ได้ จอน หรือ ลอซู ได้เข้ามาทำงานและใกล้ชิด นันณภัส ซึ่งก็เริ่มมีใจให้ แต่ด้วยเหตุการณ์ความผิดหวังในอดีต ทำให้เธอปิดตัวเอง

อ้อ จำ จอน ได้ เลยเซ้าซี้ถามเรื่องลูก จอน ใจอ่อน พา อ้อ มาหา น้องวุ่น โดยไม่รู้ว่าสมุนของ ทรงยศ ตามสะกดรอย จอน ตัดสินใจคืน น้องวุ่น ให้ เสี่ยมังกร พร้อมเปิดเผยว่า ลอซู คือ จอน สร้างความเสียใจให้แก่ นันณภัส มาก ไล่ จอน ออกจากปางช้าง

เสี่ยมังกร อนุญาตให้ จอน เข้ามาดูแลในบ้าน เสี่ยรัก ลูกวุ่น จึงคิดวางมือจากธุรกิจผิดกฎหมาย กิมเฮง เปิดเผยความลับว่า คือสายลับที่ เสี่ยนิล ส่งมาสืบความลับ จอน เข้าช่วยเหลือ เสี่ยมังกร จากมือปืนที่ เสี่ยนิล ส่งมาเก็บ ทรงยศ วางแผนให้ หมอมานพ ติดการพนันแล้วมาลักพาตัว น้องวุ่น มาเรียกค่าไถ่ ป้ายความผิดให้กับ จอน อีก แผนการร้ายของ ทรงยศ จะสำเร็จไหม จอน จะพ้นข้อกล่าวหาจากการเป็นมือปืนหรือไม่ ความรักต่างฐานะจะลงเอยอย่างไร

นำแสดงโดย
1. ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท จอน อ่อนหวาน
2. วรนุช วงศ์สวรรค์ รับบท นันณภัส
3. มนตรี เจนอักษร รับบท เสี่ยมังกร
4. อุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท กิมเฮง
5. สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ รับบท ทรงยศ
6. วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท สารวัตรวาทินทร์
7. ศุภักษร ไชยมงคล รับบท อ้อ

มือนาง

มือนาง เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ หมอดนัย อุดมแพทย์ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) แต่งงานกับ ทิพวรรณ (ชฎาพร รัดนากร) มีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคนอายุประมาณ 7 ขวบ ชื่อ เมษยา (น้องเมย์) ครอบครัวอบอุ่นของทั้งสามเป็นที่อิจฉาของภารดา (รชนีกร พันธุ์มณี) เพื่อนสนิทของทิพวรรณที่หลงรักหมอดนัยมามานานแล้ว ภารดาวางแผนจะชิงหมอดนัยมาเป็นของตน ด้วยการตัดสายเบรกรถทิพวรรณ แต่หมอดนัยกลับเดินทางไปด้วย เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทิพวรรณเสียชีวิต และโดนกระจกบาดข้อมือจนมือขาดกระเด็น ก่อนที่ตำรวจจะมาพลิกศพ ขณะที่หมอดนัยที่บาดเจ็บเล็กน้อยกอดลูกร้องไห้อยู่ เขาเหลือบไปเห็นมือของทิพวรรณที่ขาด นิ้วมือยังกระดิกได้ หมอดนัยจึงแอบเก็บมือนั้นไว้โดยไม่ให้ใครรู้เห็น

ภาร ดาเริ่มเอาตัวมาแทนที่ทิพวรรณ ด้วยการดูแลหมอดนัยและทำดีกับเมษยา สองพ่อลูกหลงเชื่อในคำพูด และการกระทำที่เสแสร้งของภารดาจนสนิท ในที่สุดหมอดนัยก็ตัดสินใจแต่งงานกับภารดา โดยหวังว่าภารดาจะดูแลเมษยาแทนทิพวรรณ หมอดนัยเก็บมือของทิพวรรณไว้ในตู้ลับในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่รู้ภารดาแอบสะกดวิญญาณทิพวรรณไว้ด้วยยันต์สีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า เพดาน

หลังจากภารดามีลูกสาวกับหมอดนัยหนึ่งคน คือ มุดา (ณัฐวรา หงส์สุวรรณ) เธอก็ทวีความเกลียดชัง เมษยา (อุษามณี ไวทยานนท์) มากขึ้น เมษยามักถูกภารดาและบริวารในบ้านกลั่นแกล้งบ่อยๆ เวลาที่หมอดนัยออกไปทำงาน วันหนึ่งเมษยาถูกจับขังในห้องทำงานหมอดนัย เธอไปเจอมือนาง (มือของทิพวรรณ) โดยบังเอิญ เมษยาทำยันต์สะกดวิญญาณหลุด ทำให้วิญญาณของทิพวรรณเป็นอิสระ และออกมาปกป้องลูกอยู่เสมอ เมื่อเมษยาถูกกลั่นแกล้ง

ภีมภพ วัฒนานนท์ (กฤษณกันท์ มณีผกาพันธ์) นักศึกษาหนุ่มหล่อนิสัยดี ได้มีโอกาสรู้จักเมษยาโดยบังเอิญตอนเธอไปทำบุญให้แม่ที่วัดประทวน พ่อของภีมภพตกลงกับภารดาว่า จะจับคู่ให้ภีมภพกับมุดา แต่ภีมภพแสดงออกว่าสนใจเมษยา ยิ่งทำให้ภารดาไม่พอใจ มุดาวางแผนให้ ภิรัตน์ (ดนัย สมุทรโคจร) เพื่อนชายมาตีสนิทกับเมษยา เพื่อให้ภีมภพเข้าใจผิด ภีมภพน้อยใจและโกรธที่เห็นเมษยาสนิทกับภิรัตน์

ภารดาหาทางทำลายมือนางด้วยการจ้าง พยัคฆ์ (เอก โอรี) หมอผีมาทำพิธี เมษยาต้องการปกป้องแม่จึงขโมยเอามือนางหนีออกจากบ้านหลบไปอยู่กับฟ้างาม (ณิชานันท์ ฟั่นแก้ว) เพื่อนสนิท แต่ภีมภพเข้าใจผิดคิดว่าเมษยาหนีไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น จึงตามไปจับตัวมาขังไว้ที่บ้านสวน ระหว่างนั้นภีมภพเริ่มเห็นใจเมษยาซึ่งมิชีวิตน่าสงสาร แต่ยังไม่ทันปรับความเข้าใจ มุดาก็ตามมาอาละวาด ยื่นคำขาดให้แต่งงาน ภีมภพจำต้องตกลงเพราะถูกพ่อกดดัน

ภารดาถูกพยัคฆ์ใช้มนต์สะกดจนมีอะไรกัน ดนัยมาเห็นเข้าและล่วงรู้ความลับว่าภารดาเป็นคนตัดสายเบรกรถทิพวรรณ จึงบอกให้เธอไปมอบตัว ภารดาตัดสินใจจะฆ่าปิดปากดนัย ภีมภพมาช่วยทัน แต่โดนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำร้ายจึงโดนตำรวจจับ ส่วนดนัยก็เป็นอัมพาตพูดไม่ได้

ภิรัตน์หลอกเมษยาว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับคนที่ทำร้ายดนัย แต่มีข้อแม้ให้เมษยายอมแต่งงานด้วย วิญญาณของทิพวรรณรู้ความจริงว่าใครเป็นคนทำ และรู้ว่าเมษยาโดนหลอก จึงพยายามหาทางช่วยจนภีมภพมาขัดขวางการแต่งงานได้ทัน และพาเมษยาหนีไป

ภาร ดากับพยัคฆ์เอามือนางไปทำพิธีที่โกดังร้าง เมษยากับภีมภพตามไปช่วย เกิดการไล่ล่ากัน พยัคฆ์โดนยิงตกเขาตาย ภารดากับมุดาโดนตำรวจจับ แต่ระหว่างทางรถคว่ำ กรรมตามสนองภารดาโดนกระจกบาดมือขาด ส่วนมุดาเสียโฉม ทั้งสองคนรับไม่ได้เลยกลายเป็นบ้า

ดนัยตกลงกับเมษยาว่าจะเอามือนางไปทำพิธีทางศาสนาส่งวิญญาณทิพวรรณไปสู่สุคติ ภีมภพกับเมษยาก็ปรับความเข้าใจกัน ลงเอยกันด้วยความสุข

มิติมหัศจรรย์

มิติมหัศจรรย์ เป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกระหว่างเทพแห่งดวงดาวและหญิงสาวต่างมิติที่จะทำให้จดจำไปอีกนานแสนนาน มหัศจรรย์แห่งรักที่กาลเวลา ชาติภพ และอุปสรรคใดๆ มิอาจขวางกั้น ระหว่างสองเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ประจำดวงดาว พระเสาร์ เทพผู้เคร่งขรึมงามสง่า พระอังคาร เทพแห่งสงครามผู้องอาจ กับ ทิพมณี สาวน้อยงามบริสุทธิ์สดใส ผู้ข้ามมิติแห่งเวลามาไถ่ถอนบาปอันหนักหนา

นำแสดงโดย

ฉัตรมงคล บำเพ็ญ
พรชิตา ณ สงขลา
ปริญญา ปุ่นสกุล

ม่านบังใจ

เฟื่องลดานักเรียนชั้นเตรียมปีที่ 2 แห่งโรงเรียนดรุณีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อ กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโรงเรียนด้วย ในขณะเดียวกัน เฟื่อง ผู้เป็นบิดาก็กำลังจะไปงานโรงเรียนลูกสาว และนำชุดกระโปรงที่เฟื่องลดาจะใส่แสดงไปให้ด้วย เฟื่องยกกล่องใส่ชุดขึ้นบังหน้าขณะเดินข้ามถนนด้วยความเร่งรีบเลยไม่ทันได้ ระวังรถที่เลี้ยวมาจากหัวมุมถนน แม้ว่าคนขับจะพยายามเบรกแล้วแต่ก็ไม่ทัน เฟื่องถูกรถชนล้มคว่ำอยู่ตรงนั้น เฟื่องลดารอพ่อด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะใกล้จะถึงเวลาแสดงอยู่แล้ว สักครู่เฟื่องลดาได้รับทราบจากอาจารย์ว่าพ่อติดธุระมาไม่ได้จึงให้คนนำชุดมา ให้ โดยที่เฟื่องลดาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนที่นำชุดมาให้นั้นชื่อ ทัฬห์ พฤทานนท์ ผู้ที่ขับรถชนบิดาของเธอ เขานำชุดมาให้เธอตามคำขอร้องของนายเฟื่อง และเขาก็นั่งชมการแสดงของเธอด้วยความร้อนใจ เพราะเป็นห่วงอาการของเฟื่องที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่นั่งชมการแสดงอยู่นั้นเขาบังเอิญได้ยินชาย 2 คนทั่งอยู่ข้าง ๆ เขาพูดถึงเฟื่องลดา ชายคนหนึ่ง โฆษิต เป็นพี่ชายของเพื่อนเฟื่องลดา อีกคนหนึ่ง เสี่ยนภ ผู้ซึ่งพอใจในตัวเฟื่องลดาและต้องการได้ตัวเธอมา โดยมีโฆษิตเป็นผู้รับอาสาจะจัดการให้ ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ชอบเฟื่องลดาอยู่เช่นกัน แต่ก็เห็นแก่เงินของเสี่ยมากกว่า ทัฬห์ได้ยินเช่นนั้นก็ให้นึกห่วงเฟื่องลดาขึ้นมาว่า ถ้านายเฟื่องเป็นอะไรไป เธอคงต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน เขาจึงรีบไปดูอาการของนายเฟื่องทันที พอไปถึงโรงพยาบาลเขาก็พบกับ สร้องทอง ผู้เป็นภรรยาของนายเฟื่อง และสร้อยสนลูกสาวของสร้อยทองก่อนสิ้นใจนายเฟื่องได้กระซิบฝากเฟื่องลดาไว้ กับทัฬห์ เพราะไม่ไว้ใจแม่เลี้ยง พูดได้เท่านั้นนายเฟื่องก็สิ้นใจ ทัฬห์สัญญากับตัวเองว่าเขาจะดูแลคุ้มครองเฟื่องลดาอย่างสุดความสามารถ เพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายเฟื่องตาย ยิ่งเมื่อรู้ว่าสร้อยทองมิใช่แม่แท้ ๆ ของเฟื่องลดา เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเฟื่องลดามากยิ่งขึ้น เฟื่องลดาทราบข่าวในวันรุ่งขึ้นว่าบิดาเสียชีวิตเพราะถูกรถชน ทำให้เธออาฆาตแค้นและเกลียดชังผู้ที่ขับรถชนพ่อของเธออย่างมาก

ใน วันเผาศพนายเฟื่อง ทัฬห์ชวนไทว์ น้องชายของเขาไปด้วย และยุให้ไทว์จีบเฟื่องลดา ถ้าไทว์ทำให้เฟื่องลดายอมแต่งงานด้วยเขาจะออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง แล้วเขาก็เล่าให้ไทว์ฟังถึงความจริงว่ามีเสี่ยต้องการจะซื้อตัวเฟื่องลดา เขาเกรงว่าสร้อยทองจะขายเธอไป เพราะท่าทางของสร้อยทองนั้นเห็นแก่เงิน
เมื่อ ทั้งสองไปถึงงานศพก็พบเฟื่องลดายืนต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้ากับ กานดา เพื่อนสนิท ทัฬห์ทักทายเฟื่องลดาด้วยความอ่อนโยนแต่เฟื่องลดากลับมองทัฬห์อย่างอาฆาต แค้น ซ้ำยังแกล้งเจาะยางรถยนต์ของเขาอีก ทำให้ไทว์นึกขยาดไม่กล้าจีบเฟื่องลดาตามคำแนะนำของพี่ชาย ถึงแม้ว่าเขาจะพอใจในความงามของเธอก็ตาม ประกอบกับไทว์มีแฟนอยู่แล้วคือ สิริโสภา ราษริปูราษฎร์ ลูกสาวผู้บังคับบัญชาของไทว์เอง
หลังจากที่นาย เฟื่องตาย สร้อยทองมักไปขอเงินจากทัฬห์อยู่เสมอ และวันหนึ่งเธอนำข่าวไปบอกทัฬห์ว่าเสี่ยนพมาขอซื้อตัวเฟื่องลดาเป็นเงินถึง 6 หมื่นบาท ทัฬห์จึงเสนอว่าเขาจะให้เงินสร้อยทอง 1 แสนบาท แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีสิทธิ์ในตัวเฟื่องลดาแต่เพียงผู้เดียว และไม่ให้บังคับเฟื่องลดา เขาจะแต่งงานกับเฟื่องลดาก็ต่อเมื่อเธอยินยอม พอสร้อยสนทราบข่าวเข้าก็ขัดแย้งกับแม่อีก เพราะเธอไม่เห็นด้วยเธอสงสารและเห็นใจเฟื่องลดา เพราะเฟื่องลดาอยากเรียนต่อ แต่สร้อยทองอ้างว่าไม่มีรายได้มากพอที่จะส่งเรียน สร้อยทองฉลาดพอที่ไม่ใช้วิธีบังคับเฟื่องลดา เพราะเธอรู้ว่าเฟื่องลดาเป็นเด็กดื้อรั้นและทนงตัว เฟื่องลดาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากทัฬห์เลย แม้ว่าเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือเธอทุกอย่างก็ตาม สร้อยทองพูดจาหว่านล้อมด้วยคำพูดที่หวาน ๆ จนเฟื่องลดาใจอ่อนเลิกล้มความตั้งใจที่จะเรียนและหางานทำ ระหว่างนั้นสร้อยทองซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ราคาแพงให้เฟื่องลดาเป็นการเอาใจและยังให้ไปเที่ยวที่ชะอำเพื่อเป็นการปลอบ ขวัญ เฟื่องลดาชวนกานดาไปด้วยโดยพักอยู่กับญาติของสร้อยทอง ระหว่างที่พักอยู่ชะอำเฟื่องลดาและกานดาได้รู้จักกับเด็กหญิงเล็ก ๆ 2 คน คือ เป๊ปซี่และโคล่า ความน่ารักของเด็กหญิงทั้ง 2 ทำให้เฟื่องลดารักและเอ็นดูอย่างมาก ในตอนแรกที่เฟื่องลดารู้ว่าเด็กทั้ง 2 เป็นลูกสาวของทัฬห์ เธอพยายามไม่ข้องแวะด้วย แต่ด้วยความฉลาดและช่างพูดของเด็กทั้งสอง ทำให้เฟื่องลดาติดใจและเมื่อรู้ว่าเด็กทั้ง 2 กำพร้าแม่ เธอก็ยิ่งรักและสงสารมากยิ่งขึ้น

หลังกลับจากชะอำเฟื่องลดาได้ทำงาน เป็นเสมียนในบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ส่วนกานดาได้เรียนต่อ เป๊ปซี่และโคล่ารักและติดใจเฟื่องลดาและกานดามาก จึงรบเร้าให้ทัฬห์พาไปหาบ่อย ๆ ความเกลียดชังที่เฟื่องลดามีต่อทัฬห์ในครั้งแรกเริ่มคลายลงบ้าง แต่แล้วเหตุการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีกเมื่อสร้อยทองโกหกเฟื่องลดาว่า เมื่อครั้งเฟื่องยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างหนี้สินไว้มากและตอนนี้ก็กำลังจะถูก ฟ้องล้มละลายตนจึงไปขอกู้เงินจากทัฬห์ และตอนนี้ทัฬห์ก็เร่งรัดหนี้สินโดยไม่ยอมผ่อนผันให้แม้ว่าตนอ้อนวอนขอร้อง อย่างไรก็ตาม ดังนั้นเฟื่องลดาจึงยอมแต่งงานกับทัฬห์เพราะเห็นแก่แม่เลี้ยง สร้อยทองจึงยุยงให้เฟื่องลดาปอกลอกทรัพย์สินของทัฬห์เพื่อเป็นการแก้แค้น ทัฬห์เองก็รู้ถึงแผนการของสร้อยทอง เพราะสร้อยสนเขียนจดหมายมาบอกให้ทัฬห์ทราบ แทนที่ทัฬห์จะคอยระมัดระวังเขากลับแสดงความจริงใจต่อเฟื่องลดา โดยสอนให้เธอรู้รหัสตู้เซฟที่เก็บเงินและเครื่องเพชร และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ทัฬห์ไม่ได้ข่มเหงน้ำใจเฟื่องลดาเลย ทำให้เฟื่องลดาเริ่มรักทัฬห์อย่างไม่รู้ตัว เมื่อสร้อยทองเห็นว่าแผนของตัวเองจะไม่สำเร็จ จึงเริ่มคิดแผนอันชั่วร้ายใหม่ โดยย้ายไปอยู่ที่บ้านทัฬห์เพื่อหวังให้ทัฬห์หันมาสนใจสร้อยสนแทน สร้อยสนไม่เห็นด้วยจึงไม่ยอมไป แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะสร้อยทองเซ้งบ้านไปแล้ว และสร้อยสนอยากอยู่บ้านเก่าต่อไปให้หาเงินมาแทน สร้อยสนจนใจเพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหน เธอเองก็มีอาชีพแค่รับจ้างตัดเสื้อผ้าเท่านั้น จึงต้องยอมไปอยู่ด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่สร้อยทองและสร้อยสนย้ายมาอยู่ด้วย โดยเธอไม่ได้ระแวงเลยว่าสร้อยทองคิดร้ายกับเธอ ไทว์สร้างบ้านใหม่เพื่อหวังจะให้เป็นเรือนหอของตัวเองกับสิริโสภา แต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อสิริโสภาได้รู้จักกับ สมัย ประทีปทอง แล้วเกิดเปลี่ยนใจไปรับหมั้นสมัย เพราะเห็นว่าสมัยร่ำรวยกว่าไทว์ แต่ไทว์เองก็มิได้เสียใจมากนัก วันหนึ่งเขาแวะมาเยี่ยมพี่ชายและรู้ว่าสองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพี่ ชายก็ไม่พอใจ ความเกลียดที่มีต่อสร้อยทองจึงตกทอดไปถึงสร้อยสนด้วย

ความ ไม่เข้าใจกันระหว่างทัฬห์และเฟื่องลดายิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเฟื่องลดาเข้าใจว่าทัฬห์และสร้อยสนรักกัน ส่วนทัฬห์ก็คิดว่าเฟื่องลดาชอบกับไทว์ ซ้ำยังมีโฆษิตที่เฟื่องลดาโกหกว่าเป็นแฟนเก่าของตนเข้ามาพัวพันอีก สร้อยสนเห็นว่าเฟื่องลดานั้นรักทัฬห์ และทัฬห์เองก็รักเฟื่องลดามากเช่นกัน จึงเล่าความจริงให้เฟื่องลดาฟังว่าทัฬห์ไม่ได้ให้เงินแม่กู้แถมยังเป็นคนใช้ หนี้สินให้แม่อีกด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่ได้ทราบความจริงว่าทัฬห์ไม่ใช่คนหลอกลวงอย่างที่เธอเข้า ใจผิดมาตลอด สร้องทองนั้นติดการพนันมาก เมื่อสร้อยสนไม่ให้ความร่วมมือด้วยจึงคิดจะใส่ร้ายเฟื่องลดาว่ามีชู้กับ โฆษิต ช้อยคนรับใช้เก่าที่บ้านเฟื่องลดารู้ถึงแผนการของสร้อยทองด้วย เพราะสร้อยทองจะใช้ให้ช้อยปลอมตัวเป็นเฟื่องลดาเพื่อให้ทัฬห์เข้าใจผิด ช้อยจึงนำเรื่องมาบอกไทว์ ไทว์ได้ฟังดังนั้นก็โกรธแค้นสร้อยทองมาก และคิดว่าถ้าลูกสาวของสร้อยทองเองเกิดหนีตามผู้ชายไป และผู้ชายคนนั้นก็เป็นเพียงพลทหารต่ำต้อย สร้อยทองจะเสียใจเพียงใด คิดได้ดังนั้นไทว์จึงเรียกสร้อยสนมา แล้วเล่าถึงแผนการของสร้อยทองให้เธอฟัง ซ้ำยังขู่ว่าจะเล่าความจริงให้ทัฬห์และเฟื่องลดารู้ เมื่อทั้งสองกลับจากงานเลี้ยงแล้ว สร้อยสนขอร้องไทว์ไม่ให้บอกทัฬห์และเฟื่องลดา เพราะเกรงว่าเฟื่องลดาจะเสียใจและหมดความรักความเคารพที่มีต่อสร้อยทอง สร้อยสนขอเลือกคนที่ไทว์รู้จักดีที่สุด ซึ่งก็คือพลทหารรับใช้ของเขา เมื่อสร้อยสนยืนยันเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจพาเธอไปที่บ้านแต่ไม่ได้บอกให้ คิด ทราบว่าเธอเป็นใคร คิดจึงเข้าใจว่าเธอคือแฟนของไทว์

ข่าวของ สิริโสภาดังขึ้นอีกครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อคู่หมั้นของเธอคือนายสมัย ถูกจับข้อหาค้าฝิ่น เธอจึงคิดจะกลับมาหาไทว์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไทว์รู้ใจตัวเองว่าเขามิได้รักเธอ แต่เขารักสร้อยสน ซึ่งต่อมาเขาก็รู้ความจริงว่าสร้อยสนมิได้คิดจะแย่งทัฬห์มาจากเฟื่องลดาตาม ที่เขาเข้าใจ ส่วนโฆษิตนั้นยังเคืองแค้นเฟื่องลดาอยู่จึงวางแผนชวนเฟื่องลดาไปเที่ยวน้ำตก สาริกากับกลุ่มเพื่อน ๆ และมีสร้อยทองไปด้วย ระหว่างทางที่แวะพักทานข้าวโฆษิตแกล้งทำเป็นรถเสีย เพื่อจะให้รถเพื่อน ๆ ของเฟื่องลดานำหน้าไปก่อน โดยเขามีจุดประสงค์จะพาตัวเฟื่องลดาไปขายให้เสี่ยคนหนึ่ง ซึ่งนัดกันไว้ที่สระบุรี แผนการณ์ของโฆษิตครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสร้อยทองและกานดาน้องสาวของ เขา โดยทุกคนมีส่วนแบ่งในเงินค่าจ้าง 1 แสนบาท แต่ก่อนที่เฟื่องลดาจะถูกทำร้าย ทัฬห์ได้ตามมาช่วยไว้ทัน ทั้งสองจึงปรับความเข้าใจกันและได้ประจักษ์ถึงความรักที่มีต่อกัน

มะเมี๊ยะ

มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน เจ้าน้อย เป็นราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 ( เจ้าแก้วนวรัฐ ) และ แม่เจ้าจามเทวี ถูกส่งไปเรียนที่พม่า และพบรักกับ มะเมี๊ยะ แม่ค้าขายยามวนหรือบุหรี่ และได้เสียกันเป็นสามีภรรยา โดยที่พ่อแม่พี่น้องทางบ้านของ มะเมี๊ยะ รับรู้ เมื่อ เจ้าน้อย ต้องกลับเชียงใหม่ก็ให้ มะเมี๊ยะ มาด้วย โดยให้ปลอมเป็นชาย เจ้าน้อย รู้แก่ใจว่า มะเมี๊ยะ จะไมได้รับการยอมรับเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน ตอนหลัง เจ้าน้อย ก็ต้องบอกความจริง ซึ่งตอนนั้น เจ้าน้อย มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้าพ่อและเจ้าแม่บอกถึงความจำเป็นต่างๆ นานาว่าจะรับ มะเมี๊ยะ อยู่ในสถานะนี้ไม่ได้ จึงบอกให้ มะเมี๊ยะ กลับไปบ้านเกิดก่อน เจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามเทวีก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ มะเมี๊ยะ นำไปให้พ่อแม่ของเธอ มะเมี๊ยะ หัวใจแทบสลาย แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ รู้เหตุผลและสิ่งที่สำคัญเกรงว่า เจ้าน้อย จะเดือดร้อน เธอยินดีกลับมะละแหม่ง เจ้าน้อย ให้สัญญาว่าจะไปรับกลับเชียงใหม่ มะเมี๊ยะ สาวผู้อาภัพรัก แต่มีรักแท้ เฝ้ารอ แต่สามีอันเป็นที่รักก็ยังไม่มารับเธอตามสัญญา เธอบวชชี และเมื่อวันที่ทราบข่าวว่า เจ้าน้อย อภิเษกกับพระคู่หมั้นแล้ว เธอมาเชียงใหม่ขอเข้าพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดี และจะบอกว่า มะเมี๊ยะ จะบวชตลอดชีวิต เจ้าน้อย เองก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มะเมี๊ยะ เจ้าน้อย ไม่กล้ามาพบให้คนสนิทนำเงินมามอบแก่ มะเมี๊ยะ และแหวนทับทิม 1 วง มะเมี๊ยะ จากไป หลังจากนั้น เจ้าน้อย ก็ร่างกายทรุดโทรมจากการดื่มสุราเพราะความเสียใจ เสียชีวิตในวัยแค่ 33 ปี ส่วน มะเมี๊ยะ เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 75 ปี เพราะความชราในภาพของแม่ชีผู้ทรงศีล

มัสยา

ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาล มอบหมายให้คุณหญิงพร้อม ไปรับมัสยาจากปัตตานี ทำเอาคุณหญิงนึกแปลกใจ เพราะในอดีตพ่อของมัสยา ซึ่งเป็นลูกชายของท่านผู้หญิงหนีการจับคลุมถุงชนไปพบรักกับหญิงสาวทางภาคใต้ จนมีบุตรออกมาคือ มัสยา ซึ่งท่านผู้หญิงไม่เคยยอมรับตลอดมา แม้กระทั่งวันที่พ่อของมัสยาตาย คุณพร้อมพบมัสยาในสภาพของเด็กมอมแมมแก่นแก้ว โดยเฉพาะ ร.ท.ลักษณ์ ยิ่งได้เห็นกับตาว่ามัสยายิงปืนได้แม่นยำกว่าตนเองซะอีก และเมื่อคุณหญิงได้พบคุณตาของมัสยายิ่งทึ่ง เพราะเป็นถึงเจ้าเมืองยะหรั่งทีเดียว

มัส ยาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์รัตนมหาศาลในสภาพอึดอัดกับระเบียบที่เข้มงวด และยังต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาของคุณศจี แต่ก็ยังดีที่มี ม.ร.ว.ชลธิชา, เริงใจ, นพพร เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันให้ความเป็นมิตร ด้าน ลักษณ์ก็เจอกับประกาศิตของท่านผู้หญิงสั่งให้แต่งงานกับ นาถระพี หญิงสาวสูงศักดิ์ มัสยาเริ่มเบื่อกับกฏระเบียบจึงหนีจากบ้านแต่ก็ได้ท่านชายสดายุ เตือนสติจนเธอยอมกลับมาคฤหาสน์อีกครั้ง และทำตัวเป็นกุลสตรีจนท่านผู้หญิงพอใจ
ใน ขณะที่ลักษณ์ต้องเข้าค่ายฝึก “ปฏิบัติการล่าอินทรี” ที่มีพันตรีโชติ เป็นผู้บังคับบัญชา พันตรีโชติมีความแค้นส่วนตัวกับตระกูล รัตนมหาศาล ตั้งแต่รุ่นคุณปู่โดยที่ลักษณ์เองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ระหว่างฝึกพันตรีโชติ จึงจงใจกลั่นแกล้งลักษณ์ เพื่อให้ออกจากการฝึกกลางคัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลักษณ์อับอายที่ไม่ผ่านการฝึกภาคสนามครั้งนี้

แต่ ลักษณ์ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ …และต่อมาลักษณ์ต้องไปปฏิบัติราชการลับที่จังหวัดแห่งหนึ่งใกล้ชายแดน จนได้รับบาดเจ็บโดยต้นเหตุมาจากพันตรีโชติ แต่ลักษณ์ก็พ้นขีดอันตรายมาได้ ต่อมาพันตรีโชติได้มาพบลักษณ์อย่างคนสำนึกผิดและขอโทษลักษณ์พร้อมทั้งเปิด เผยความจริงเกี่ยวกับความแค้นให้ลักษณ์ฟัง โดยสาเหตุของความแค้นมาจากท่านผู้หญิง คุณย่าของลักษณ์ แต่ลักษณ์ก็ไม่ถือโกรธพันตรีโชติ โดยถือว่าเขานั่นรับใช้หนี้กรรมแทนคุณย่าที่ได้ก่อกรรมไว้กับคุณย่าของพัน ตรีโชติเมื่อครั้งท่านคุณปู่ของลักษณ์ยังมีชีวิตอยู่

ลักษณ์ ไม่อยากแต่งงาน ด้านมัสยาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองก็รู้สึกปวดใจไปด้วย มีแต่ ท่านชายสดายุเท่านั้นที่รู้หัวใจของหนุ่มสาวทั้งสอง ท่านชายสดายุจึงจัดการแต่งงานให้ทั้งคู่แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งทั้งสองก็รู้สึกเป็นสุข ต่อมามัสยาถูกจับให้หมั้นกับนพพร เธอจึงหนีออกไปจากคฤหาสน์
การ หายตัวของมัสยาสร้างความเสียใจให้ลักษณ์อย่างมาก ท่านผู้หญิงก็เสียใจไม่แพ้กัน ลักษณ์ไปตามหามัสยาพบที่ปีนัง ท่านผู้หญิงได้สำนึกและปล่อยให้หลานทั้งสองมีอิสระในการตัดสินใจ ลักษณ์กับมัสยาจึงไม่มีอุปสรรคที่จะจัดงานวิวาห์อย่างเป็นทางการต่อไป

มัสยา

มัสยา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของลัักษณ์ และมัสยา ซึ่งตามศักดิ์แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ลักษณ์ได้รับหน้าที่ให้ไปรับตัว มัสยา ในอดีตนั้นพ่อของมัสยาเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล ได้หนีไปแต่งงานกับธิดาของรายาผู้หนึ่งทางภาคใต้ ทำให้ทางญาติๆที่เมืองไทยโกรธมาก เพราะเห็นทางนั้นเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ถึงกับตัดขาดกัน จนกระทั่งพ่อมัสยาตาย คุณตาที่เป็นรายาก็นำมัสยามาเลี้ยงต่อ  เมื่อคุณย่าแท้ๆของมัสยาคลายอคติกับลูกชายคนเล็กได้ จึงให้ไปรับตัวมาอยู่ที่บ้านรัตนมหาศาล มัสยาถูกเลี้ยงดูอย่างดีก็จริง แต่บรรดาพี่ๆน้องๆก็ยังตั้งข้อรังเกียจเพราะเห็นว่าเป็นเด็กบ้านนอก ออกห้าวหาญ เล่นคะนองเหมือนผู้ชาย แต่ลักษณ์ก็หลงรัก เช่นเดียวกับมัสยาซึ่งไม่เคยมีพี่ชายมาก่อน   แต่พอย่าของเขาทราบเรื่องเข้าก็รับไม่ได้ที่พี่น้องกันจะมารักกัน

มรดกบันเทิง

เรื่องราววุ่นๆของ 4 พี่น้องที่มีบุคลิกแตกต่างกันสุดขั้ว เรื่องราวมีอยู่ว่า ป๊ะป๋าบันเทิง (อาเคน วิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล) พิธีกรและเจ้าของรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า บันเทิงไทม์ ซึ่งมีลูกทั้งหมด 4 คนคือ บัญชี (เหมี่ยว ปวันรัตน์) บรรเลง (เสนาลิง สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์) บรรพบุรุษ (ฝันดี จรรยาธนากร) และ บัลเล่ต์ (เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธาอภินันท์)

แต่ลูกๆ ทั้ง 4 คนไม่มีใครสนใจกิจการของบันเทิงเลยซักคน เพราะต่างก็มีหน้าที่การงานและความฝันของตัวเอง ซึ่ง บัญชีพี่สาวคนโต กำลังได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชี บรรเลงน้องชายคนรองอารมณ์ศิลปิน ชอบท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ บรรพบุรุษอยากเป็นนักแสดง ความฝันสูงสุดคือการโกอินเตอร์สู่ฮอลลีวู้ด ส่วนบัลเล่ต์ น้องสาวคนเล็กเพิ่งจะเป็นวิศวกรตรงตามความฝันตั้งแต่เด็ก แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อป๊ะป๋าบันเทิงเกิดหัวใจวายตาย และทนายประจำตระกูลก็เดินทางมาเปิดมรดก ซึ่ง บัญชี บรรเลง บรรพบุรุษ และบัลเล่ต์ เป็นผู้ได้รับ แต่แทนที่มรดกของพวกเขาจะเป็นกิจการหรือทรัพย์สิน กลับกลายเป็นหนี้สินที่ป๊ะป๋าบันเทิงสร้างเอาไว้จากการผลิตรายการโทรทัศน์ หลายร้อยล้านบาท ทางเดียวที่จะปลดหนี้ได้ก็คือการสานต่อรายการทีวีของป๊ะป๋าบันเทิงนั้นเอง ซึ่งทั้ง 4 พี่น้องต่างก็เกี่ยงกันเพราะไม่มีใครอยากทำรายการของป๊ะป๋า แต่ก็ได้ บรรเจิด (เต็งหนึ่ง กฤษณกัณท์ มณีผกาพันธ์) ชายหนุ่มมาดกวน นิสัยแปลกแหวกแนว ที่เคยทำงานกับบันเทิง นำเทปที่ป๊ะป๋าบันเทิงพูดสั่งเสียถึงลูกๆของตัวเองมาให้ 4 พี่น้องดู จนทำให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนนึกถึงความรักความห่วงใยของป๊ะป๋าที่มีต่อพวกเขา ทั้งหมดจึงยอมตัดใจจากงานที่ตัวเองทำอยู่ เพื่อทำรายการของป๊ะป๋าต่อไป แต่ปัญหาสำคัญของพวกเขาอยู่ที่ว่าจะทำกันอย่างไรในเมื่อไม่มีใครทำรายการทีวีเป็นเลยซักคน แถม บัลเล่ต์ ก็ไม่ชอบหน้า บรรเจิด ตั้งแต่แรกเห็น ทั้งคู่ยังหาเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ แล้วงานนี้ 4 พี่น้องจะทำอย่างไรต่อไป แล้วรายการโทรทัศน์จะออกมาเป็นแบบไหน ติดตามชมเรื่องราวสนุกสนานเหล่านี้ใน “มรดกบันเทิง”

มรสุมแห่งชีวิต

มรสุมแห่งชีวิต เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต่อสู้กับความผันผวนของชีวิตและกระแสสังคมด้วย หัวใจที่เข้มแข็ง

มนต์รักสายฟ้าแลบ

กัลย์กมล เด็กสาวกำพร้าแม่วัยยี่สิบ เรียนมหาวิทยาลัยปีสอง อาศัยอยู่กับพ่อคือ นายเก่ง และแม่เลี้ยงคือ วิภา มีน้องชายต่างแม่อายุหกขวบชื่อ น้องกร วิภาไม่ยอมให้กัลย์เรียนหนังสืออ้างว่าไม่มีเงินส่งเสียและเงินที่มีจะให้ น้องกรเรียนคนเดียวเท่านั้นให้กัลย์เสียสละ กัลย์จึงมาวางแผนกับ ไอ้ท่อกเพื่อนสนิทมีอาชีพเป็นคนขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างโดยมีน้องกรเป็นผู้ ช่วยคิดด้วยการไปเช่าซื้อมอเตอร์ไซด์มาจากร้าน เสี่ยเลี้ยง กัลย์จึงมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและส่งตัวเองเรียนด้วยการขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับส่งเอกสาร รับส่งน้องหมาไปหาหมอ บางครั้งก็โดนพวกเด็กแว๊นก่อกวนมีเรื่องราวแต่ก็เอาตัวรอดไปเพราะพวกเพื่อน มอเตอร์ไซด์มาช่วย วิภารู้เรื่องนี้จึงไปเบียดบังเอาเงินที่กัลย์ได้มาไปใช้ พอกัลย์ไม่ให้ก็ใส่ร้ายกับเก่งว่ากันไม่ดี กรพยายามแก้แทนพี่สาวแต่เก่งไม่ฟัง กัลย์จึงโดนพ่อทำโทษเสมอ เวลาที่เศร้าใจกัลย์มักพากรไปนั่งระบายความเศร้าที่หอนาฬิกาเป็นประจำ

ปราณสม เป็นลูกชายมหาเศรษฐีใหญ่ตายแล้วสิบชาติก็ใช้ไม่หมด กำลังเรียนปริญญาโทแต่โดนเรียกให้กลับมาบริหารงานแทนพ่อคือ นายดนัย ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง ปราณสมไม่อยากกลับมาเพราะกำลังมีความสุขอยู่กับ นรีนุช คนรักที่หมายมั่นว่าจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ ปราณสมคิดว่าถ้าพ่อหายจะกลับไปเรียนต่อ ปราณสมมีนิสัยต่างจาก คุณนายนวลแข ผู้เป็นแม่ วิมลแข พี่สาวและนพ น้องชาย คือเป็นคนติดดิน ส่วนคนอื่น ๆ จะเย่อหยิ่งและคิดว่าใครก็อยากจะมาจับเพื่อแต่งงานด้วย ปราณสมกลับมาทำตัวดีทั้งที่ไม่มีความสุข มิหนำซ้ำยังโดนจับคู่ให้กับ เดือนฉาย ลูกสาวของ เดือนเต็ม เพื่อนสนิทของนวลแขที่ทำธุรกิจอัญมณีอยู่ต่างจังหวัด และซื้อบ้านให้เดือนฉายพักอยู่ที่กรุงเทพตามลำพัง

ธุรกิจของเดือนเต็มขาลงแต่ปิดบังไว้ เดือนเต็มประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนตายฝากฝังและทวงสัญญาเรื่องแต่งงานกับปราณสม ปราณสมตกใจไม่เคยรู้มาก่อน อึกอักแต่นวลแขกับวิมลแขรีบรับปาก เดือนฉายดีใจมาก เดือนเต็มตายตาหลับ เดือนฉายพยายามชวนปราณสมไปบ้านบ่อย ๆ เพื่ออ่อยให้หลวมตัว

วิภาไปกู้เงินนอกระบบมาจากเสี่ยเลี้ยง เอาบ้านไปจำนำไว้ไม่มีเงินส่งดอก เสี่ยมาทวงถึงบ้านพร้อมกับสมุนเพื่อซ้อมวิภากับเก่ง กัลย์กับกรมาพบเข้าจึงเข้าช่วยเหลือ เสี่ยเลี้ยงดีใจรู้ว่ากัลย์เป็นลูกเก่ง เลิกทวงกลายเป็นเช้าถึงเย็นถึงเอาของมาให้ ในที่สุดตกลงกับวิภาว่าให้ยกกัลย์ให้เพื่อแลกกับการยกหนี้ให้ทั้งหมดและแถม เงินอีกก้อน กัลย์ไม่ยอมแต่สงสารพ่อที่ต้องโดนทำร้ายและทวงหนี้ โดนขู่เอาชีวิต กัลย์จำใจตกลง แต่กรบอกว่ามีวิธีช่วยเหลือทำให้เสี่ยไม่แตะต้องกัลย์ แต่รอให้ถึงวันแต่งจริงก่อน ให้เสี่ยคืนโฉนดและฉีกสัญญาเงินกู้ทิ้งก่อน

ส่วน ปราณสมก็พูดไม่ออกเรื่องแต่งงานจึงแอบขี่มอเตอร์ไซด์ที่ซื้อมาขับเล่นโดยมี ไซด์คาร์ด้านข้างเพื่อเอา น้องกิ่ง ที่ชอบติดสอยห้อยตามไปด้วย นั่งพากันไปนอกเมือง ผ่านหอนาฬิกาแห่งหนึ่งเป็นประจำ ขณะผ่านไปปราณสมสังเกตเห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งมานั่งเศร้าซึมเหม่อลอยเป็น ประจำ นึกแปลกใจ จำหน้าได้แต่ไม่เคยจอดรถทักทาย ส่วนน้องกิ่งมักทำถุงขนมบ้าง แก้วน้ำบ้างหล่นจากมือ ไปใส่เอาหัวกรเสมอ ถ้าเป็นน้ำกรจะชูมือโวยวายไล่หลัง ถ้าเป็นขนมกรจะเอาไปกิน เด็กสองคนแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกกันประจำ

ถึงวันแต่งงานของทั้งสองซึ่งเหลือเชื่อว่าเป็นวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ต่างแค่สถานที่ ขณะที่กัลย์เข้าพิธีได้รับแหวนหมั้น ได้รับทองเป็นสินสอด โฉนดที่ดินและสัญญาเงินกู้คืนให้พ่อ แม่เลี้ยง กำลังจะเริ่มพิธีจดทะเบียนสมรส รอนายอำเภอ ก่อนหน้านั้นกรได้บอกให้ท่อกไปบอกบรรดาเมียน้อยทั้งหลายห้าหกคนของเสี่ยมุ่ง หน้ามาอาละวาด พังงานโดยจัดมอเตอร์ไซด์รับส่ง ส่วนตัวกรเองก็ไปกระซิบว่าความจริงเขาไม่ใช่ลูกของวิภา แต่เป็นลูกของกัลย์ เสี่ยตะลึง นายอำเภอมาละล้าละลัง จากนั้นกองทัพภรรยาน้อยบุกมาอาละวาดงานป่วน กัลย์กับกรพากันหนีขี่มอเตอร์ไซด์คู่ชีพไปพ้นจากงานแบบไม่รู้ว่าจะไปไหน

ส่วนปราณสมก็เช่นกัน หลังจากมอบแหวน มอบสินสอด ปราณสมกำลังรอนายอำเภอมาจดทะเบียนสมรส ก่อนหน้านั้นน้องกิ่งแอบวางแผนเดินห่างไปแล้วโทรไปหาเดือนฉายบอกว่าเป็นลูก ของปราณสม แม่ของเธอกับเธออยู่ในงานแล้ว เตรียมตัวจะทำลายพิธีจดทะเบียน ทำให้เดือนฉายสั่นไปหมด หันไปเจอเอาแขกที่พาลูกมางานจึงโดดไปทำร้าย หาว่ามาทำลายพิธีเกิดปั่นป่วนกันไปหมด น้องกิ่งฉวยโอกาสฉุดมือปราณสมวิ่งหนีออกมาพากันมาขี่มอเตอร์ไซด์พุ่งหนีออก จากงานอย่างไร้ทิศทาง

กว่าเสี่ยเลี้ยงจะเข้าใจว่าโดนกรหลอก กว่าจะเคลียร์กับเมียทั้งห้าได้ กัลย์กับกรก็เตลิดหายไปนานแล้ว ทางบ้านปราณสมก็เช่นกันกว่าจะเข้าใจว่ามีมือดีที่น่าจะเป็นน้องกิ่งโทรมาอำ ให้ทำร้ายคนอื่น ก็ไม่ทันแล้ว ส่วนกัลย์ขี่มอเตอร์ไซด์หนีมา มีพวกกองทัพมอเตอร์ไซด์รับจ้างนำโดยท่อกมาส่งและคุ้มกัน

ร่ำลากัน ทุกคนมอบเงินจำนวนหนึ่งจากน้ำพักน้ำแรงให้กรกับกัลย์ กัลย์บอกว่าจะหลบไปหากินถิ่นอื่นแล้วจะโทรมาบอกความเป็นไป จากนั้นกัลย์มุ่งหน้าไปโดยยังคิดไม่ออกว่าไปทางไหน กะจะไปหาบ้านเช่า กัลย์ขับรถไปคิดไปใจลอยน้ำตาไหล ปราณสมขับรถมา ประสาทเสียมา ฝนทำท่าจะตก ท้องฟ้ามืด รถมอเตอร์ไซด์ของกัลย์กับรถมอเตอร์ไซด์ของปราณสมแล่นสวนกันในทางแคบ ๆ สายฟ้าแล่บเปรี๊ยงลงมา สองคนตาพร่ารถเฉี่ยวกันต่างล้มลงทั้งคู่ หลังจากฟ้าแล่บผ่านไป ทั้งสองคนล้มลงมากองเกาะกันอยู่ ส่วนเด็กสองคนก็ล้มมากองใส่กัน ปราณสมเห็นกัลย์นึกออกว่าเคยเห็นที่หอนาฬิกา ส่วนเด็กสองคนจำกันได้ลุกขึ้นมาตีกันทะเลาะกัน สองคนห้ามเด็ก เด็กไม่หยุด ฟ้าแล่บอีกครั้ง สองคนจึงดึงน้องของตัวเองหลุดจากกันได้และเริ่มทะเลาะกันเองต่อ เด็กสองคนจึงห้ามผู้ใหญ่บ้าง ต่างเหนื่อยกันทั้งหมดตกลงเลิกทะเลาะกันกลายเป็นมาถามไถ่

กร แนะนำว่าเป็นลูกชายของกัลย์ทำเอาปราณสมตกใจมาก ส่วนกิ่งแนะนำว่าเป็นน้องของปราณสม เด็กสองคนแยกตัวไปนั่งกินขนมที่ผ่านมาขาย ส่วนปราณกับกัลย์นั่งมองหน้าไม่สบอารมณ์กัน เด็กสองคนยื่นไมตรีให้กันเป็นเพื่อนกันคุยกันจนรู้ความทุกข์ของแต่ละฝ่ายจึง คิดแก้ปัญหาให้กัน ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่ากัลย์กับกรจะได้มีที่พักและปราณสมก็จะได้ไปหลอกทุกคน ว่ามีภรรยาและลูกแล้วจริงคือกัลย์และกร ต่อไปถ้าเสี่ยเลี้ยงเจอกัลย์จะมาเอาตัวกัลย์คืนไปไม่ได้เพราะกัลย์มีสามี แล้วและกรพบพ่อจริงแล้วคือปราณสม

เด็กสองคนเอาข้อเสนอนี้ไปบอกปราณสมและกัลย์ทีแรกสองคนไม่รับข้อเสนอ แต่ปราณสมมาคิดอีกทีก็เห็นดีด้วย ในที่สุดกัลย์ก็เห็นดีด้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะแต่งงานกันแต่ในนาม ทั้งหมดจึงพากันไปจดทะเบียนและกลับบ้านปราณสมที่กรุงเทพฯ

นวลแข วิมลแขและนพถึงกับช๊อคและโกรธมาก แต่แทนที่จะโกรธปราณสมกลับไปลงที่กัลย์หาว่าเป็นแม่ม้ายลูกติดจะมาจับปราณสม เดือนฉายก็คลั่งแค้นเพราะโดนแย่งว่าที่สามีไปซึ่งหน้า ไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ปราณสมบอก กัลย์อยู่ที่บ้านปราณสมอย่างทุลักทุเล โดนรังเกียจ ปราณสมหอบเอากัลย์ไปนอนห้องเดียวกันแต่ห้องของปราณสมมีห้องทำงานอยู่ด้วยจึง ไม่มีปัญหา นวลแขกับวิมลแขมักเรียกกัลย์ไปพบบอกให้เงินและให้ไปจากที่บ้านของพวกเธอ กรไม่ยอม ไปบอกให้กัลย์สู้เพราะกรกับกิ่งมีความรู้สึกว่าสองคนนี่คู่กัน กัลย์โดนราวีจากทุกฝ่ายแต่ไม่กล้าไปไหนไกลเพราะกลัวเแม่เลี้ยงกับเสี่ยตาม เจอเนื่องจากท่อกบอกว่าทั้งสองกำลังพลิกแผ่นดินตามหากัลย์กับกร

ส่วนนพแอบพอใจกัลย์แต่โดนปราณสมปรามเอาไว้เพราะแอบหวง ประกอบกับแม่และพี่สาวคอยจ้องอยู่จึงหันไปคบ ทิพยจันทร์ หมอนวด จนหมอนวดท้อง พาลูกเข้ามาแสดงตัวถึงบ้านและไม่ยอมไปไหนทำให้นวลแขพูดไม่ออก แถมปราณสมสงสารเด็กในท้องจึงให้พักอาศัยอยู่ ทิพยจันทร์กลับแอบมาปิ๊งปราณสมและคิดว่าปราณสมน่าจะดีกว่านพ ตลอดเวลาเดือนฉายก็มาแสดงตัวว่าเป็นหมายเลขหนึ่งของปราณสม ต่อมานรีนุชคนรักตัวจริงของปราณสมตามมาสมทบจึงเกิดรักหลายเส้าขึ้นระหว่าง เดือนฉายและนรีนุช มีทิพยจันทร์ปนเปด้วยบางครั้งและ ลากเอากัลย์ติดบ่วงไปด้วยทุกครั้ง

ส่วนกัลย์ถึงแม้ว่าปราณสมจะพยายามให้เงินก็ไม่ยอมรับเพราะคิดว่าแค่ได้ที่ ซุกหัวนอนและอาหารก็พอแล้วจึงออกหางานทำเองด้วยการทำอาชีพเดิมคือขี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับจ้างส่งเอกสาร และรับจ้างส่งน้องหมา มีปัญหากับวินปากซอยเสมอเพราะไม่มีเสื้อวินทำให้กิ่งกับกรต้องแอบไปขอเงิน ปราณสมมาซื้อให้และบอกให้ผ่อนใช้ภายหลัง คุณนวลแขกับวิมลแขและนพมารู้ว่ากัลย์แอบทำงานนี้ก็โกรธและอายมาก ห้ามเด็ดขาดแต่กัลย์ไม่เชื่อบอกว่าเป็นสิทธ์ของเธอ

เดือนฉายที่แท้กลายเป็นญาติกับเสี่ยจึงไปรู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ รีบไปรายงานเสี่ยเลี้ยง เสี่ยเลี้ยงไปบอกวิภา วิภากับเสี่ยจะพากันมาเอาตัวกัลย์คืนแต่ไม่สำเร็จและประกอบกับวิภาเห็นว่า ปราณสมรวยกว่าเสี่ยมากจึงพยายามตัดรอนเสี่ย เมื่อไม่สำเร็จเสี่ยกับเดือนฉายจึงวางแผนเล่นงานกัลย์แต่โดนกองทัพ มอเตอร์ไซด์รับจ้างมาคุ้มกันกัลย์เอาไว้

วิมลแขไปร่วมธุรกิจกับเพื่อนรักคือ หม่อมดวงแก้ว ชายา ท่านชายสุขสม ไปมีเรื่องกันเพราะคิดจะแฮปท่านชาย กลายเป็นโดนประจานว่ามีลูกเป็นหนูกิ่งแล้วไม่ยอมรับ เอาไปให้แม่รับมาเลี้ยงเพราะอาย  หนูกิ่งเสียใจมากเตลิดหนีหายไปจากบ้าน นวลแขเสียใจมากเพราะรักหนูกิ่งยิ่งกว่าลูก กินไม่ได้นอนไม่หลับ หนูกิ่งหนีไปเจอเอาเดือนฉาย เดือนฉายจึงไปวางแผนกับเสี่ยเลี้ยงจับเอาไปเรียกค่าไถ่ต่อรองให้ปราณสมเลิก กับกัลย์ และให้ส่งกัลย์มาแลกตัวคืน ปราณสมไม่ยอมแต่กัลย์ยอมอาสาไปแลกเปลี่ยนตัวกับน้องกิ่งทำให้คุณนวลแขและ วิมลแขเห็นความดีของกัลย์

กรวางแผนกับปราณสมเพื่อเอาตัวกัลย์กลับคืน มีท่อกและกลุ่มกองทัพมอเตอร์ไซด์ร่วมมือบุกชิงตัวด้วย ในที่สุดทั้งความสามารถของกัลย์เอง ทั้งการช่วยเหลือของกร ปราณสมและกองทัพมอเตอร์ไซด์ ทำให้กัลย์หลุดพ้นมา เสี่ยเลี้ยงโดนจับ เดือนฉายโดนซัดทอด นรีนุชถอดใจ วิมลแขปรับความเข้าใจกับหนูกิ่ง นวลแขยอมรับความจริงว่าลูกของทิพยจันทร์คือหลานตัวเอง นพยอมรับทิพยจันทร์ แต่กัลย์ขอหย่าคืนอิสรภาพตามกฎหมายให้กับปราณสมเพื่อไปหานรีนุช แต่นรีนุชกลับขอไปใช้ชีวิตต่อที่เมืองนอกเพราะรู้ดีว่าเอาชนะใจปราณสมไม่ได้ อีกต่อไป วิภากับเก่งขอโทษกัลย์  สัญญาว่าจะไม่ทำผิดกับกัลย์อีก

กัลย์ กลับไปบ้านใช้ชีวิตเหมือนเดิมเรียนหนังสือขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับส่งเอกสาร รับส่งน้องหมา แต่แล้ววันหนึ่งด้วยการวางแผนของกิ่งและกร กัลย์ไปรับน้องหมาที่บ้านหลังหนึ่งปรากฏว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านของปราณสมและ น้องหมาของปราณสม ปราณสมขอกัลย์แต่งงาน เขาสารภาพว่าแอบพอใจกัลย์ตั้งแต่ผ่านหอนาฬิกาและหลงรักกัลย์ตั้งรถเฉี่ยวกัน ตอนสายฟ้าแล่บแล้วว่ากัลย์คือคนที่ใช่ กัลย์นึกในใจว่ากัลย์ก็เป็นอย่างนั้นแต่ไม่พูดออกมาว่ารักของเธอกับปราณสม คือรักสายฟ้าแล่บจริง ๆ ติดตามชมเรื่องราวควาามสนุกสนานของ ละครมนต์รักสายฟ้าแลบ