Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

ห้องสมุดสุดหรรษา

ชีวิต สุดหรรษาของสาวน้อย ฝุ่น(แตงโม-ภัทรธิดา) ผู้กำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะเปิดร้านหนังสือ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้อ่านหนังสือ ฝุ่นเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ไฝ(กุ้ง-วิภาวี) เจ้าแม่สำนักทรงเจ้า ฝุ่นไม่ชอบที่แม่ทำอาชีพนี้ทำให้ฝุ่นมีเรื่องทะเลาะกับแม่อยู่บ่อยๆ ฝุ่นพยายามทั้งเรียนละทำงานหนักเพื่อเก็บเงินเปิดร้านหนังสือ ฝุ่นมี นัท(บิ๊ก-ศรุต) เป็นชายหนุ่มรู้ใจ ฝุ่นเอาเงินเก็บทั้งหมดไปเซ้งร้านต่อจากเฮียเม้ง โดยไม่รู้ว่าร้านเฮียเม้งเป็นหนี้อยู่ท่วมหัว ในที่สุดฝุ่นก็ได้เปิดร้านหนังสือ บุ๊คการ์เด้น โดยมี จู้(อัครพงศ์) เป็นสมุนช่วยงานที่ร้าน ฝุ่นมีคู่ปรับคนสำคัญคือ โอ๊ค(อู-ภาณุ) ซึ่งมักดูถูกฝุ่นว่าไม่สามารถพัฒนาร้านหนังสือให้เจริญได้ ฝุ่นเปิดร้านได้อาทิตย์เดียวหนี้สินที่ค้างชำระก็ทำให้ฝุ่นปวดหัว ฝุ่นเปิดร้านได้สามวันมีลูกค้าหนึ่งคน ฝุ่นไปกู้เงินนายเก๋ง(เอ-ปัญญาพล) ดอกโหดแต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น สุดท้ายฝุ่นจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดเดิมๆ เธอเปลี่ยนร้านหนังสือที่กำลังจะเจ๊ง ให้เป็นห้องสมุดชุมชนแทน

เรื่องราววุ่นๆของห้องสมุดสุดหรรษาจึงเริ่มขึ้น เมื่อเก๋งเจ้าพ่อเงินกู้ตกหลุมรักฝุ่น นิรันดร์(เกริก ชิลเลอร์) เจ้าของร้านกาแฟก็มาเสนอเปิดมุมกาแฟ ตามด้วยคุณตุ๊ก(ท๊อป-ดารณีนุช) ที่เข้ามาเสนอขายของมากมาย ต่อด้วยลุงเกริก(ตุ่ม-ชลิต) ที่เข้ามาเปิดโต๊ะดูดวง ส่วนนัทกับนุ่น(เปิ้ล-ภารดี) สองพี่น้องก็เสนอให้มีมุมอินเตอร์เนท ด้วยเหตุนี้เองทำให้ฝุ่นมีศัตรูคนสำคัญ คือเจ้หงส์(จิ๊ก-เนาวรัตน์) และสุดท้ายคนที่ทำให้หัวใจของฝุ่นหวั่นไหวกลับเป็น มาร์ค(มาร์คุซ) พิธีกรหนุ่มรูปหล่อเพื่อนสมัยเรียน ปัญหาเรื่องห้องสมุด และปัญหาเรื่องหัวใจ ทำให้ฝุ่นต้องพยายามหาทางออก

แต่ฝุ่นจะสามารถทำให้ทุกคนในชุมชน หันมาสนใจอ่านหนังสือได้หรือไม่ คงต้องติดตามชมในละครซิคคอม “ห้องสมุดสุดหรรษา

หวานใจยัยต่างดาว

ต้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลศิลปินค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง จับได้ว่า ดุจดาว แฟนสาวนักร้องชื่อดังแอบไปกิ๊กกับ สิน รองผู้บริหารหนุ่มของค่าย ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ดุจดาวโกรธจัดจึงขับรถออกไปด้วยความเร็วและชน วีสี่ เข้าอย่างจัง ด้วยความตกใจกลัว ดุจดาวจึงหนีไปและทิ้งให้ต้อมรับผิดชอบแทน โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ววีสี่เป็นมนุษย์ต่างดาวที่ถูกส่งมาสำรวจข้อมูล บางอย่างบนโลกมนุษย์

ต้อมพาวีสี่มารักษาตัวที่บ้านของเขาซึ่งอาศัยอยู่กับ ตาชื่น ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แต้ม น้องสาวจอมห้าวที่เรียนชั้น ม.ปลาย และ ตั้ม น้องชายวัยกำลังซุกซน ทุกคนไม่เชื่อเรื่องที่วีสี่เล่าว่าเธอเป็นมนุษย์ต่างดาว กลับเข้าใจว่าเธอได้รับบาดเจ็บจนเพี้ยนไป ตั้งแต่นั้นมาวีสี่เลยพักอาศัยอยู่ที่บ้านต้อม โดยต้อมบอกใครๆว่าเธอเป็นสาวใช้คนใหม่ที่เพิ่งมาจากต่างหวัด ทำเอา รัชนี คุณครูสาวที่หลงรักต้อมเกิดหึงหวงวีสี่ จึงแกล้งหาเรื่องเล่นอยู่เป็นประจำ และเกิดรู้ความจริงว่าเธอเป็นมนษย์ต่างดาวเธอจึงหันไปร่วมมือกับ อาจารย์สนธยา ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ผู้มีเป้าหมายจะใช้วีสี่เป็นหนูทดลองในโครงการของตน เพื่อให้วีสี่ปลอดภัยจาการถูกรังแก ต้อมเลยพาเธอไปฝากงานที่ค่ายเพลงของ เสี่ยสำเริง ที่เขาเป็นพนักงานอยู่ เสี่ยสำเริงจอมหื่นเกิดติดใจในความน่ารักของวีสี่จึงหาโอกาสรวบหัวรวบหางเธอ ทุกวิธี แต่โชคดีที่ โป้ง กับ ลิซ่า เพื่อนซี้ของต้อมคอยช่วยเหลือ

ต่อมาไม่นานวีสี่ก็เริ่มไต่เต้าจากพนักงานทำความสะอาด จนกลายมาเป็นแดนเซอร์และจับพลัดจับผลูไปเป็นนักร้องหน้าใหม่ได้ราวปาฎิหารย์ ชื่อเสียง ความน่ารักและนิสัยของวีสี่ทำให้ดุจดาวริษยาหาเรื่องทำลายวีสี่ทุกฝีก้าว เป็นเหตุให้ต้อมต้องคอยออกโรงปกป้องวีสี่อยู่เสมอ จนต้อมและวีสี่เกิดความรักต่อกัน ในขณะเดียวกันวีสี่ก็ได้รับการติดต่อจากดาวแม่ของเธอที่กำลังจะมารับตัวเธอ กลับในเร็ววัน

หวานใจท้ายครัว

ปวีณา (เปรี้ยว) กับ อรนภา (อร) เป็นเด็กสาวที่นิสัยต่างกัน โดยเปรี้ยวแก่นไม่ยอมคน ส่วนอรเรียบร้อย สงบเสงี่ยม แต่ทั้ง 2 ก็คบหาเป็นเพื่อนรัก และพร้อมช่วยเหลือกันและกันเสมอ ชีวิตทั้งคู่ไม่ต่างจาก นางซิน เปรี้ยวจบปริญญา ได้งานเลขา แต่เมื่ออยู่บ้านเธอถูกกดขี่ให้ทำงานทุกอย่างโดย กุสุมา แม่เลี้ยง และลูก ๆ คือ กัมปนาท กันตา และ กันทิมา

ประสานพ่อของเปรี้ยวไม่ได้รักกุสุมา แต่เพราะอุบัติเหตุทำให้สามีกุสุมาเสียชีวิตพร้อมภรรยาของเขา กุสุมาเห็นทางสบายจึงให้ประสานรับผิดชอบ เขาจึงรับเธอและลูก ๆ เข้ามาอยู่ในบ้าน กุสุมาอ่อยเหยื่อจนได้เป็นแม่เลี้ยง แต่เธอไม่เคยญาติดีกับเปรี้ยวเลย กุสุมากลั่นแกล้งเปรี้ยวตั้งแต่เด็กโดยทำลับหลังประสาน เมื่อโตขึ้นเปรี้ยวไม่ยอมง่าย ๆ จึงตอบโต้กลับทุกครั้ง แต่เธอก็ยังน้อยใจที่พ่อเอาแต่เชื่อกุสุมา นอกจากนั้นกัมปนาท ลูกชายของกุสุมายังคอยลวนลามเธอ แต่เปรี้ยวก็เอาตัวรอดและเล่นงานเขาให้เจ็บตัวเสมอ

อรจบผู้ช่วยพยาบาล เธอเป็นกำพร้าจึงมาอยู่ในความดูแลของ อนงค์ ผู้เป็นยาย กับน้าสาวและน้าเขย คือ ปรียานุช และสมศักดิ์ อรมีหน้าที่ดูแลยายที่ป่วยต้องนั่งรถเข็น นอกจากนี้ยังต้องทำงานบ้านทุกอย่างให้กับน้าจอมงกด้วย อรเจอชะตากรรมเดียวกับเปรี้ยวเมื่อสมศักดิ์พยายามปล้ำเธอ แต่อรโชคดีที่เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง

อรแอบรักพงศธรแฟนกันทิมาอยู่ พงศธรเป็นทายาทโรงงานเพชรพลอยที่จันทบุรี และเป็นเจ้าของร้านเพชรในห้างสรรพสินค้า กันทิมาเป็นคนขี้หึงและเอาแต่ใจ เธอเก็บอารมณ์ไม่อยู่จนมีเรื่องกับ โรส นางแบบสาวที่พยายามจะจับพงศธร แต่โรสนั้นฉลาดกว่าจึงใช้จุดอ่อนของกันทิมามาเรียกคะแนนสงสารให้ตัวเอง เมื่อกันทิมาอาละวาด จึงถูกพงศธรตำหนิ บ่อย ๆ เข้า เขาก็เริ่มทนพฤติกรรมของเธอไม่ได้

หลังจบปริญญาโทจากต่างประเทศ การิน ลูกโทนของเกรียงศักดิ์กับนลินี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แฟนหนุ่มของกันตา ก็เดินทางกลับเมืองไทย และตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์เธอที่บ้าน เช้าวันเดียวกัน เปรี้ยวกับอรชวนกันไปจ่ายตลาด โดยแยกกันซื้อของ อรได้พบพงศธรและขนมผิง หลานสาววัย 5 ขวบ ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขามีลูกเมียแล้ว แต่ความจริงขนมผิงเป็นลูกของพี่ชายพงศธรที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ด้านเปรี้ยวที่มารออรที่ป้ายรถเมล์ เห็นหญิงชราข้ามถนนจึงไปช่วย แต่เกือบโดนรถของการินชน โชคดีที่เบรกทัน เปรี้ยวโกรธ ต่อว่าเขารุนแรง การินก็กวนอารมณ์เธอ ก่อนขับรถหนีไป ทำให้เปรี้ยวยิ่งแค้นจะตามไปเอาเรื่อง แต่อรห้ามไว้

กลับจากตลาดเปรี้ยวโดนกุสุมากับกันตาแกล้งให้ซักผ้าอีก แถมตอนซักทั้งคู่ยังตามหาเรื่อง เปรี้ยวโมโหจึงสาดน้ำผงซักฟอกไปหน้าบ้าน จนโดนการินที่โผล่มาเซอร์ไพรส์เข้าเต็ม ๆ ทีแรกเธอรู้สึกผิด แต่พอรู้ว่าเป็นใครก็เลยสะใจ จากวันนั้นทุกครั้งที่เจอทั้งคู่เป็นต้องปะทะคารมกันทุกครั้ง แต่กุสุมากลับหวั่นใจกลัวว่าการินจะไปสนใจเปรี้ยวแทนลูกสาวเธอ

กา รินพากันตาไปแนะนำให้พ่อแม่รู้จัก แต่นลินีไม่ถูกชะตากันตาเลย เมื่อเห็นว่าเป็นสาวสมัยใหม่เกินไป การินพยายามพูดให้แม่เปิดใจรับกันตา แต่ไม่เป็นผล กันตาชวนการินไปเที่ยวพัทยาเพราะการินมีบ้านพักที่นั่น กันทิมาชวนพงศธรแต่เขาขอเอาขนมผิงไปด้วย กันทิมาขัดใจแต่รู้ว่าพงศธรรักหลานมากจึงจำยอม กันตาอยากเล่นงานเปรี้ยวเลยขอเอาเปรี้ยวไปด้วยเพื่อใช้งาน โดยกุสุมาแกล้งพูดกับประสานว่าอยากให้เปรี้ยวพักผ่อน เปรี้ยวรู้ว่า 2 แม่ลูกต้องการอะไร แต่ก็ยอมไปโดยมีข้อแม้ ต้องให้อรไปด้วย ทั้งนี้เพราะอยากให้เพื่อนมีโอกาสใกล้ชิดพงศธร กัมปนาทตามไปอีกคนเพราะมีแผนจะรวบรัดเปรี้ยวเป็นเมีย

อรดีใจเมื่อรู้ว่าขนมผิงไม่ใช่ลูกพงศธรแถมเธอกับขนมผิงยังเข้ากันได้ดี แต่ที่แย่คือถูกกันทิมาอาละวาดใส่ เรื่องที่มาใกล้ชิดแฟนเธอ พงศธรพยายามช่วยอร ฝ่ายการินกับเปรี้ยวก็เหมือนเดิม เจอหน้าก็ฉะกันไม่มีใครยอมใคร ถึงกระนั้นกันตาก็ยังไม่พอใจ เมื่อคิดว่าเปรี้ยวพยายามอ่อยแฟนหนุ่ม

คืนนั้น พงศธรมีโอกาสได้ขอโทษอรเรื่องที่กันทิมาหาเรื่องเธอบ่อย ๆ ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุข อรเขินเมื่อเดินสะดุดทรายจะล้ม พงศธรรับร่างไว้ได้ทันทำให้ความรู้สึกดีเกิดขึ้นในใจทั้งคู่  เปรี้ยวไม่เห็นอรจึงออกตามหา จนถูกกัมปนาทดักปล้ำ แต่เปรี้ยวไม่ยอม แถมเล่นงานเขาจนสะบักสะบอม การินมาเห็นก็เข้าใจผิดคิดว่าเปรี้ยวยั่วกัมปนาท เปรี้ยวโกรธที่โดนดูถูกเลยด่าเขาอย่างเจ็บแสบ การินโกรธจะดึงเธอมาจูบ แต่กันตามาขวางไว้ก่อนแล้วจะตบเปรี้ยวแต่เปรี้ยวหลบทัน จนกันตาล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างไม่เป็นท่า

เช้าวันใหม่ พงศธรไปช่วยอรในครัว แต่กันทิมาก็เข้ามาขัดขวางและอาละวาดอีกตามเคย ส่วนกันตาหวังเผด็จศึกการินเลยเช่าเรือเพื่อไปล่องเล่นสองคน เธอให้เจ้าของเรือเอาน้ำมันออกให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิด เขา จากนั้นก็สั่งให้เปรี้ยวทำแซนด์วิชให้ แถมเยอะเย้ยว่าเปรี้ยวอิจฉาที่เธอจะได้ใกล้ชิดการิน เปรี้ยวจึงสวนกลับว่าเธอเกลียดการินเข้ากระดูกดำ การินได้ยินจึงโกรธคิดเอาคืน เมื่อเปรี้ยวเอาของขึ้นเรือ เขาจึงถือโอกาสขับเรือออกทะเลทันที กันตาโกรธเปรี้ยวมาก อรพยายามปกป้องเพื่อน กันทิมาเลยเล่นงานเธอไปด้วย ทำให้พงศธรยิ่งเห็นใจอรมากขึ้นอีก

บนเรือ การินเฉลยว่าที่เขาแกล้งเพราะได้ยินเปรี้ยวด่า และต้องการให้เธอขอโทษ แต่เปรี้ยวไม่ทำ ทั้งสองโต้เถียงกัน เปรี้ยวขู่จะกระโดดลงทะเลแล้วว่ายน้ำเข้าฝั่ง การินไม่คิดว่าจะทำจริง จึงท้า จนเปรี้ยวกระโดดจริง ๆ และถูกคลื่นซัดหายไป การินตกใจรีบลงไปช่วย เธอหมดสติ เขาจึงต้องผายปอดแบบเม้าธ์ทูเม้าธ์ เปรี้ยวฟื้นขึ้นมาด้วยความเขินอาย การินแกล้งเธอสะใจแล้วจึงจะขับเรือกลับ แต่น้ำมันหมด ทำให้ทั้งคู่ต้องค้างคืนในเรือ เปรี้ยวได้แกล้งการินบ้างเมื่อกินแซนด์วิชอย่างอร่อยโดยไม่แบ่งให้การินกิน แม้ท้องเขาจะร้อง การินหยิ่งไม่ขอเลยอดกินทั้ง ๆ ที่หิวจนไส้กิ่ว

กลาง ดึก เปรี้ยวนอนสั่นด้วยพิษไข้จากที่ตัวเปียกและอากาศหนาว การินตัดสินใจกอดเธอเพื่อช่วยให้อบอุ่น มันได้ผลเมื่อเธอหายสั่น ส่วนเขาก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองนอนกอดกันจนเช้า กันตาที่จ้างเรือออกตามหาจนพบ เห็นทั้งคู่นอนกอดกันก็อาละวาด ตบหน้าเปรี้ยว ๆ ก็ไม่ยอมจึงตบคืน การินและพงศธรต้องห้ามศึก กันตาพยายามคาดคั้นการินเรื่องที่เขาขับเรือพาเปรี้ยวไป แต่การินไม่ตอบ เขาโกรธและเลือกจะกลับกรุงเทพฯ ทันที

กลับมาบ้าน ทุกคนพร้อมใจกันบอกกุสุมาว่าไม่สนุก กันตาบอกเรื่องการินกอดเปรี้ยว กันทิมาบอกเรื่องพงศธรทำท่าสนใจอร ส่วนกัมปนาทก็ฟ้องแม่ที่โดนเปรี้ยวเล่นงาน ทำให้กุสุมาหาเรื่องเล่นงานเปรี้ยวและยื่นคำขาดให้เลิกยุ่งกับการิน เปรี้ยวแกล้งบอกว่าจะแย่งการินมาเป็นของเธอ กุสุมาฟ้องประสาน ทำให้พ่อลูกโต้เถียงกัน เปรี้ยวน้อยใจที่พ่อเชื่อว่าเธอจะแย่งแฟนคนอื่นจริง ๆ

การินรู้สึกแย่กับพฤติกรรมของกันตา ซึ่งนลินีพอใจที่ลูกชายทำท่าเบื่อผู้หญิงที่แม่ไม่ชอบ มากไปกว่านั้นการินยังรู้สึกดีต่อเปรี้ยวจากที่ได้ใกล้ชิด ส่วนเปรี้ยวก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา เช่นเดียวกับคู่ของพงศธรและอร วันรุ่งขึ้นพงศธรจึงไปดักรออรที่ตลาด ความสัมพันธ์ระหว่างพงศธรกับอรคืบหน้าขึ้นทุกวัน ยิ่งเมื่อเขาได้เห็นด้านไม่ดีของกันทิมาระยะห่างระหว่างทั้งคู่ก็ยิ่งมาก ขึ้นเรื่อย ๆ

การินทำตัวดีด้วยการรับงานที่บริษัท จนได้พบเปรี้ยวซึ่งทำงานในตำแหน่งเลขาของนลินี และต้องมาเป็นเลขาให้เขาด้วยอย่างไม่มีทางเลือก การินย้ายโต๊ะทำงานเปรี้ยวมาอยู่ในห้องเดียวกัน เขาให้เหตุผลว่ากลัวเธออู้ ทั้งที่จริงอยากอยู่ใกล้ชิด ด้านกันตาที่งอนการินเพราะเขาไม่มาหา แต่เมื่อรู้ว่าเขาอยู่ที่บริษัท เธอจึงบุกไปพบ และต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเปรี้ยวเป็นเลขาการิน กันตาอาละวาดหนักจนการินตัดสินใจขอถอยคนละก้าว กันตาโกรธเปรี้ยวที่ทำให้การินเปลี่ยนไปไม่รักเธอเหมือนเก่า

เพราะโดนยุจากอรให้หาโอกาสขอบคุณการินที่เคยช่วยตอนติดอยู่บนเรือ เปรี้ยวจึงทำแซนด์วิชไปให้ เมื่อรู้สึกผิดที่วันนั้นไม่ยอมให้เขากิน เป็นผลให้มิตรภาพระหว่างทั้งคู่งอกงามขึ้น ซึ่งกันตายอมไม่ได้ เธอจ้างคนไปสาดน้ำกรดหวังให้เปรี้ยวเสียโฉม แต่การินเห็นก่อนจึงเอาตัวบังให้ จนโดนน้ำกรดแทน และโชคดีโดนเฉี่ยวแขนเท่านั้น กันตาเจ็บใจที่เปรี้ยวไม่เป็นอะไร กุสุมาบอกให้ใช้วิกฤติเป็นโอกาสโดยรีบไปเยี่ยมแสดงความห่วงใยซึ่งจะนำไปสู่ การปรับความเข้าใจกัน

เปรี้ยว เป็นห่วงการิน และประทับใจที่เขาปกป้องเธอ ทั้งการินและเปรี้ยวต่างสงสัยกันตา แต่ไม่อยากปรักปรำ นลินีมาเยี่ยมลูกชาย การินกลัวแม่จะโทษเปรี้ยวจึงพยายามพูดปกป้อง จนนลินีสงสัยว่าลูกชายคิดอะไรกับเปรี้ยวหรือเปล่า  ชกันตามาเยี่ยมการิน และโทษเปรี้ยวว่าเป็นต้นเหตุทำให้การินเจ็บตัว เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็โดนนลินีจับผิดว่ารู้ได้ยังไงว่าการินโดนสาดน้ำกรด กันตาต้องแสร้งบอกว่าเพื่อนของเธอโทรบอก แต่นั่นไม่สามารถทำให้การินเชื่อได้ เขาจึงพูดให้เธอหยุดทำเรื่องชั่วร้าย และระหว่างเขากับเธอขอให้จบแค่นี้ กันตายิ่งเพิ่มความโกรธเกลียดเปรี้ยวที่ทำให้การินเปลี่ยนไป เมื่อกลับถึงบ้าน เธอจึงโกหกว่าการินช่วยเปรี้ยวเพราะต้องการให้ใครๆมองว่าเป็นสุภาพบุรุษเท่า นั้น เปรี้ยวเข้าใจผิดจึงบึ้งตึงต่อการิน ๆ รู้สึกผิดปกติจึงคาดคั้นจนได้รู้ความจริง และอธิบายให้เธอเข้าใจว่าเขาอยากปกป้องเธอจากใจจริง

สมศักดิ์พาปรียานุชไปต่างจังหวัด อรสบายใจเพราะไม่ต้องคอยระวังตัวจากน้าชาย อรนึกถึงพงศธรที่บอกว่าติดใจฝีมือทำอาหารของเธอ จึงโทรบอกว่าจะทำอาหารไปส่งให้ที่คอนโด แต่หลังวางสายกุสุมาโทรหาพงศธรขอร้องให้ไปเยี่ยมกันทิมาที่ตรอมใจจนไม่สบาย แถมขู่จะฆ่าตัวตาย พงศธรไม่อยากไป แต่เมื่อคิดว่าเยี่ยมกันทิมาแล้ว จะแวะรับอรด้วย จึงยอมไป โดยหารู้ไม่ว่ากำลังหลงกลกันทิมาที่วางแผนเผด็จศึกเขา ซึ่งอรแอบได้ยินแผนการตอนเอาขยะมาทิ้งหน้าบ้าน

เมื่อพงศธรมาถึงก็พบกันทิมานอนอยู่แต่ไม่ใส่เสื้อผ้า แถมพยายามปล้ำเขา แต่ก่อนจะพลาดท่า อรก็มาขัดจังหวะพอดี พงศธรสลัดจากกันทิมาแล้วตามอรไป โดยทิ้งให้กันทิมาต้องอารมณ์ค้างและเจ็บใจสุด ๆ กุสุมาและกันตากลับมาบ้านก็พบกันทิมากำลังเกรี้ยวกราดที่แผนไม่สำเร็จ โดยบอกว่าอรเป็นคนขัดขวางทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อสมศักดิ์กับปรียานุชกลับมา กุสุมาจึงฟ้องว่าอรแย่งแฟนลูกสาวเธอ อรโดนดุอย่างหนัก ส่วนสมศักดิ์รู้ว่าต้องหาทางรวบรัดอรให้เร็วที่สุด พงศธรรู้เรื่องที่กันทิมากับแม่เล่นงานอร บวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาตัดสินใจบอกเลิกกับกันทิมาเด็ดขาด

โอกาสเหมาะปรียานุชไปทำงานสมศักดิ์ออกอุบายให้อรไปที่ห้องแล้วปล้ำโชคดีที่ ปรียานุชย้อนกลับมาเพราะลืมของ  ชสมศักดิ์เอาตัวรอดด้วยการบอกว่าโดนอ่อยเหยื่อ ปรียานุชเชื่อสามีจึงไล่อรออกจากบ้าน กันทิมาสะใจที่อรโดนเล่นงานแต่ดีใจได้ไม่นานเมื่อพงศธรยื่นมือเข้าช่วยโดย รับอรไปอยู่ด้วยในฐานะพี่เลี้ยงหลาน ขนมผิงดีใจ แต่กันทิมานั้นแค้นมาก ส่วนเปรี้ยวก็สบายใจเมื่อเพื่อนพ้นปากเหยี่ยวปากกาแถมมีพงศธรคอยปกป้องดูแล

ความรักของการินและเปรี้ยวต้องเจอบททดสอบ เมื่อ ชาติชาย เพื่อนของเปรี้ยวมาหาเธอเพราะมีปัญหากับคนรัก เปรี้ยวปลอบใจด้วยการกอดเขา การินมาเห็นจึงเข้าใจผิด เปรี้ยวพยายามอธิบาย แต่เขาไม่ฟังแถมต่อว่ารุนแรง เธอเลยประชดด้วยการทำตัวสนิทสนมกับชาติชาย

กันทิมาพบพงศธรกับอรที่ร้านอาหาร เห็นโอกาสที่จะเล่นงานเลยถ่ายรูปทั้งคู่แล้วส่งให้พ่อแม่พงศธรดู โดยบอกว่าผู้หญิงที่พงศธรคบเป็นแค่คนรับใช้ พ่อแม่ของพงศธรไม่พอใจจึงรีบมากรุงเทพ โดยกันทิมาเป็นธุระพาทั้งสองไปที่คอนโด พงศธรตกใจ แต่เมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้ก็ไม่อยากปิดบัง จึงบอกพ่อกับแม่ว่าอรเป็นคนดี และเขาก็รักเธอ ขนมผิงก็ช่วยพูดกับปู่ย่าถึงความน่ารักของอร ท่าทีของพ่อแม่จึงอ่อนลง กระนั้นก็ยังไม่ยอมรับอร แต่อยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แค่นี้ทั้งคู่ก็พอใจแล้วที่พ่อแม่ไม่ขัดขวาง แต่คนที่โกรธกลับเป็นกันทิมาที่แผนกลับตาลปัตร

สถานการณ์ ระหว่างการินกับเปรี้ยวยิ่งแย่ลง แม้การินจะขอโทษแต่เปรี้ยวไม่แยแส ทำให้การินโกรธ เลยประชดบ้างด้วยการทำจี๋จ๋ากับกันตา แต่เมื่ออยู่ลับหลังเปรี้ยวการินก็ไม่สนใจกันตาแม้แต่น้อย เปรี้ยวเครียดเรื่องการิน เลยชวนชาติชายเที่ยวผับ การินแอบตามไป กัมปนาทก็เหลือบเห็นจึงรีบโทร.บอกกันตา เปรี้ยวเห็นการินยังตามตอแยเลยแกล้งเขาด้วยการชวนชาติชายไปเต้นรำ พอการินจะเข้าไปขัดจังหวะเธอก็เดินหนี การินโมโหหึงเลยกอดจูบเธอ เปรี้ยวเสียใจคว้าแขนชาติชายหนีออกจากผับไป ส่วนการินก็ได้แต่เศร้าจึงดื่มเหล้าอย่างหนัก สบโอกาสให้กันตาพาเขาเข้าโรงแรมหวังรวบรัด ก่อนจะทำอะไรก็จัดฉากถ่ายรูประหว่างเธอกับเขาเหมือนมีอะไรกันเอาไว้ แต่พอเธอคิดจะปล้ำ เขากลับตื่นขึ้นมาพอดี เขาขัดขืนและหนีไปได้สำเร็จ กันตาผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้คว้าน้ำเหลวเมื่อได้ภาพไว้แบลกเมล์ ดังนั้นรุ่งขึ้นเธอเอาภาพนั้นไปเย้ยเปรี้ยวถึงบริษัท ทำให้เปรี้ยวยิ่งเข้าใจการินผิด จากนั้นกันตายังบุกไปที่บ้านการินแล้วเอาภาพให้ดู พร้อมยื่นคำขาดให้เขารับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นภาพจะถูกเผยแพร่ตามสื่อ แต่การินไม่มีทางยอมรับเมื่อเขาไม่ได้ทำ แล้วถ้าเธอเผยแพร่รูป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียหายกว่า กันตาเจ็บใจการินแถมนลินียังเอ่ยปากไล่ จากนั้นการินไปอธิบายกับเปรี้ยว แต่เปรี้ยวไม่ฟังกลับขอยุติสัมพันธ์กับเขา และบอกว่าจะแต่งงานกับชาติชาย

นอกจากปัญหาความรักที่ยังไม่ลงตัว เปรี้ยวยังต้องเจอปัญหาครอบครัวเมื่อลูกน้องเสี่ยคนดังบุกมาที่บ้าน และบอกเรื่องที่กุสุมาเอาบ้านไปจำนองเพราะติดหนี้พนัน ซึ่งบ้านกำลังจะโดนยึดหากไม่เอาเงิน 10 ล้านไปไถ่ภายใน 1 เดือน ถึงตอนนี้ประสานจึงรู้ว่าภรรยาเป็นคนแบบไหน เมื่อประสานคาดคั้น กุสุมาก็ยอมรับว่าจริง และประกาศว่าไม่เคยรักประสาน ทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อความสบายของเธอกับลูกเท่านั้น ประสานเสียใจ ไล่กุสุมากับลูกออกจากบ้าน กุสุมาไม่สะทกสะท้านเมื่อยังไงบ้านก็ต้องถูกยึด เธอจึงพาลูก ๆ ไปอยู่บ้านเช่าในสลัม ซึ่งลูก ๆ ต่างรับไม่ได้ แต่มันก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ หลังจากกุสุมากับลูก ๆ ไปแล้ว พ่อลูกที่เคยบาดหมางก็ปรับความเข้าใจกันได้ ประสานขอโทษเปรี้ยว ๆ ดีใจที่พ่อกลับมาเป็นคนเดิม ยามมีทุกข์ เปรี้ยวก็ได้กำลังใจจากอรเพื่อนที่ไม่เคยทิ้งกัน พงศธรจะช่วยเปรี้ยวเรื่องบ้าน แต่เปรี้ยวไม่อยากรบกวน โดยบอกว่าขอสู้ด้วยตัวเองก่อน เมื่อพงศธรมีโอกาสเจอการินในสภาพเอาแต่กินเหล้าเมาหยำเป พงศธรจึงบอกการินเรื่องบ้านของเปรี้ยวที่จะโดนยึด หวังว่าการินจะช่วยเปรี้ยวได้ แต่ทิฐิทำให้เปรี้ยวปฏิเสธโดยบอกว่าชาติชายจะช่วยเธอ ทำให้การินต้องเศร้าหนักเข้าไปอีก

พงศธรกับอรอยากช่วยการินกับเปรี้ยวที่รักกันแต่มีทิฐิ จึงชวนทั้งคู่มางานวันเกิดขนมผิงโดยชวนชาติชายมาด้วย ความจริงจึงเปิดเผยว่าชาติชายเป็นเกย์ การินง้อสำเร็จ ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน เปรี้ยวพาการินไปแนะนำให้พ่อรู้จัก ส่วนการินก็พาเปรี้ยวไปแนะนำกับพ่อแม่ นลินีไม่รังเกียจเปรี้ยวแม้ฐานะจะไม่ทัดเทียม แต่ยอมรับเมื่อเปรี้ยวเป็นคนดี และสัญญาว่าจะช่วยไถ่บ้านโดยให้เป็นเรือนหอของทั้งคู่ ขณะที่ทุกชีวิตกำลังมีความสุข แต่กุสุมากับลูก ๆ ต้องลำบาก กุสุมาที่ได้เงินกัมปนาทจากการปอกลอกสาวใหญ่ก็เอาไปเข้าบ่อนเสียหมดตัว ส่วนกัมปนาทก็โดนสามีนายพลของผู้หญิงคนนั้นสั่งสอนจนสะบักสะบอม กันตาเครียดเมื่อได้ข่าวการินกับเปรี้ยวจะแต่งงานกัน ฝ่ายกันทิมาก็แค้นเมื่อรู้ว่าความรักของพงศธรกับอรคืบหน้า เมื่อต้องอยู่ในภาวะกดดันแม่ลูกจึงวางแผนทำเรื่องชั่วร้าย กัมปนาทลักพาตัวเปรี้ยวกับอรไปที่บ้านเก่าของกุสุมาที่สระบุรี ขณะที่กัมปนาทพยายามปล้ำเปรี้ยว เปรี้ยวขัดขืนเต็มที่และก่อนจะพลาดท่า การิน พงศธร ประสานพร้อมกำลังตำรวจก็บุกมาถึง กัมปนาทจับเปรี้ยวเป็นตัวประกันโดยมีปืนจี้ที่ท้อง กันตาบอกให้พี่ชายยิงเปรี้ยวเพื่อความสะใจ กัมปนาทเตรียมจะลั่นไก การินตัดสินใจเสี่ยงคว้าปืนจากมือตำรวจยิงไปโดนมือกัมปนาท จนปืนหล่นจากมือ กุสุมาและลูกถูกจับเข้าคุก เปรี้ยวและอรปลอดภัยอย่างหวุดหวิด

ผ่าน เหตุการณ์ร้ายจึงมีแต่เรื่องดี ๆ การินกับเปรี้ยวและคู่ของพงศธรและอรตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน อรทำให้พ่อแม่ของพงศธรยอมรับในตัวเธอเมื่อใช้เวลาว่างจากการดูแลขนมผิงไป เรียนพยาบาลจนจบได้เป็นพยาบาลสมใจ สองคู่รักแต่งงานพร้อมกันโดยเลือกบรรยากาศริมทะเลเป็นสถานที่แต่งงานแบบสบาย ๆ อย่างมีความสุขจนใคร ๆ ที่เห็นต้องอิจฉา ติดตามชม ละครหวานใจท้ายครัว

รายชื่อนักแสดงนำในละคร หวานใจท้ายครัว

รังสิต ศิรนานนท์   รับบทเป็น   การิน
เอมี่ กลิ่นประทุม   รับบทเป็น   เปรี้ยว
นพพล พิทักษ์โล่พานิช   รับบทเป็น   พงศธร
ปุณยาพร  พูนพิพัฒน์   รับบทเป็น   อรนภา
มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์   รับบทเป็น   กันตา
พิชยดนย์  พึ่งพันธ์   รับบทเป็น   กัมปนาท
ปาริตา โกศลศักดิ์   รับบทเป็น   กันทิมา
รชยา รักกสิกรณ์   รับบทเป็น   กุสุมา
วันชัย เผ่าวิบูล   รับบทเป็น   ประสาน
จารุวรรณ  ปัญโญภาส   รับบทเป็น   อนงค์
แวร์ โซว   รับบทเป็น   ปรียานุช
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร   รับบทเป็น   สมศักดิ์
ด.ญ. รมิตา รัตนภักดี   รับบทเป็น   ด.ญ. ขนมผิง

หลังคาแดง

หลังคาแดง เป็นเรื่องราวของ ทองดี ชายหนุ่มผู้ล้มเหลวทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน เขาทำงานในบริษัทใหญ่โตในหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำทางเข้าออก ด้านหน้าของอาคาร แต่แล้วจู่ๆ โดยไม่คาดฝันทองดีก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะบริษัทได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามา ควบคุมอาคารตั้งแต่การเปิดปิดประตูโดยอัตโนมัติและกล้องวงจรปิด ทำให้บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยในจำนวนมาก เท่าเดิม และทองดีก็กลายเป็นหนึ่งในจำนวนพนักงานที่บริษัทปลดออก ทองดีพยายามไปสมัครงานที่ใหม่ๆ แต่ก็ไม่เคยมีที่ไหนรับเขาเลย วันๆ เขาออกไปหางานแล้วก็กลับมาอยู่ห้องเช่าอย่างโดดเดี่ยว จะมีก็เพียงไอ้มะลิหมาจรจัดเท่านั้นที่เป็นเพื่อนพอพูดคุยระบายความในใจได้ ทุกวันทองดีจะนั่งคุยกับมะลิเล่าถึงความหลังของเขากับน้ำฝนอดีตแฟนสาวที่ ทิ้งเขาไป ทองดียังหวังว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่นคงเพื่อให้น้ำ ฝนกลับมาหา ด้วยความหวังในชีวิตนี้เองที่ทำให้ทองดียังมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลวอย่างที่คนอื่นๆ ในสังคมมองว่าเขาเป็น จนเมื่อยังหางานใหม่ไม่ได้ ประกอบกับถูกไล่ออกจากห้องเช่า เพราะค้างค่าเช่า ทองดีรู้สึกคับแค้นใจอยู่ไม่น้อยเขาคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตกต่ำเช่น นี้ก็เพราะการถูกไล่ออกจากงาน ทองดีรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยม เขามั่นใจว่าเขาเป็นคนที่ทุกคนในบริษัทตั้งแต่พนักงานทำความสะอาดไปจนถึง ประธานบริษัทต้องรู้จักเพราะทุกวันเขาจะเปิดประตูต้อนรับให้ทุกคนพร้อมด้วย รอยยิ้มและคำทักทาย เขาไม่เชื่อว่าคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่นี้ได้ดีไปกว่าเขา ในที่สุดทองดีก็ตัดสินใจกลับเข้ามาที่บริษัท พอมาถึงเขาก็ก้าวเข้าประตูที่เลื่อนเปิดปิดได้เองโดยอัตโนมัติพร้อมทั้งมี เสียงกล่าวต้อนรับเข้าสู่บริษัทพร้อมสรรพ ทองดีรู้สึกอึ้งกับความล้ำสมัยนี้แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมั่นใจในประสิทธิภาพ การทำงานของตน เขาจึงตรงไปขอเข้าพบประธานบริษัทเพื่อจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง จากการกระทำอันอุกอาจนี้ทองดีก็ถูกจับส่งตำรวจ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ทางด้านของโฉมศรี ภรรยามหาเศรษฐีชื่อดังซึ่งไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศได้ติดต่อมาแจ้งความ ให้ตำรวจไทยช่วยตามหาสามีที่หายไป โดยหลักฐานท้ายสุดที่พอจะมีเกี่ยวกับสามีก็คือ จดหมายหนึ่งฉบับพร้อมกับรูปถ่ายล่าสุด โฉมศรีซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ต่างประเทศได้ให้ข้อมูลว่าสามีหรือโกยทอง ได้เดินทางไปเที่ยวรอบโลกตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว โฉมศรีไม่ได้ข่าวใดของสามีอีกจนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โกยทองได้ติดต่อกลับมาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ประเทศไทยและได้ทำศัลยกรรมใบหน้า ใหม่ และได้แนบรูปถ่ายมาให้ดูซึ่งในรูปถ่ายนั้นโกยทองมีใบหน้าเหมือนทองดีอย่าง กับคนๆ เดียวกัน ทองดีซึ่งกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโกยทอง ทองดีพยายามปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่โกยทอง แต่ก็ไม่มีใครฟัง เมื่อเห็นว่าทองดีไม่ยอมรับ ตำรวจก็คิดว่าบางทีอาจะเป็นเพราะโกยทองเสียสติไปแล้ว เพราะจากคำให้การของโฉมศรีได้ระบุว่า พักหลังๆ โกยทองได้เกิดอาการเครียดและระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายอยู่เสมอ จนในที่สุดก็ได้มีความคิดที่จะหนีไปที่ไหนสักพักเพื่อพรางตัว ตำรวจเชื่อว่าอาการเครียดที่ว่านี้อาจจะมีผลให้โกยทองเสียสติไปได้ ตำรวจจึงได้ส่งตัวทองดีไปอยู่โรงพยาบาลหลังคาแดงซึ่งเป็นสถานบำบัดและรักษา ผู้วิกลจริตที่โกยทองเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเอง วันแรกที่ถูกส่งตัวไป ทองดีถูกจัดให้พักในบ้านพักของผู้ป่วยพิเศษเพื่อรอให้ ผ.อ.คนใหม่ของโรงพยาบาลมาถึง ทองดียังไม่รู้ว่าเขาถูกส่งตัวมาที่ใด ส่วนหนึ่งก็เพราะทุกคนคิดว่าเขาเป็นโกยทองผู้เป็นเจ้าของที่นี่ จึงได้ปฏิบัติกับเขาและให้การรับรองอย่างดีเสียจนทองดีไม่รู้ว่าตัวเองกำลัง อยู่ในโรงพยาบาลบ้า การมาของทองดีหรือโกยทองตามที่คนอื่นเข้าใจนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับเจ้า หน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลมากเพราะตลอดมา โกยทองเป็นบุคคลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็นมาก่อน ที่โรงพยาบาล จิตแพทย์ประจำโดยการนำของ กุหลาบและสายใจ ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ผ.อ.คนใหม่ โดยได้คัดเลือกคนไข้จำนวนหนึ่งจากฝ่ายคนไข้พิเศษมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ แต่ ผ.อ.คนใหม่ก็มาช้าเพราะรถของโรงพยาบาลอื่นที่มาส่งเกิดหลงทาง ประกอบกับคนไข้รายใหม่ในท้ายรถอาละวาด ผ.อ.จึงต้องเสียเวลาไปกับการเข้าไปเกลี้ยกล่อมอยู่ท้ายรถ ทองดีซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนไข้พิเศษได้มาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์ของงานที่พยายามทำให้ ผ.อ.รู้สึกเป็นกันเอง ไม่มีบรรยากาศของโรงพยาบาล ทำให้ทองดียังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเท่าไรนัก เมื่อ ผ.อ.คนใหม่มาถึง ทุกคนก็ตื่นเต้นดีใจโดยเฉพาะกุหลาบซึ่งเป็นสาวโสดวัย 30 ซึ่งรู้สึกประทับใจในตัว ผ.อ.ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น กุหลาบได้แนะนำทองดีให้ ผ.อ. รู้จักในฐานะโกยทอง ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ ขณะที่งานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยจู่ๆ กลุ่มคนไข้อนาถาก็บุกเข้ามาร่วมในงานด้วยทำให้งานปั่นป่วนไปหมด และหนึ่งในคนไข้จำนวนนั้นก็มี อาลัย คนไข้สาวรวมอยู่ด้วย และตอนนี้เองทองดีแน่ใจในทันทีว่าเขาถูกจับมาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า ทองดีตกใจจนเป็นลมไป เช้าวันต่อมาทองดีฟื้นขึ้นมาในห้องพักส่วนตัวท่ามกลางความเป็นห่วงของกุหลาบ และสายใจ เมื่อทองดีฟื้นเขารีบปฏิเสธกับใครๆ ว่าเขาไม่ใช่โกยทอง การปฏิเสธเช่นนี้ยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจว่าโกยทองกำลังอยู่ในอาการหนัก การหมดสติไปของโกยทองกลายเป็นเรื่องใหญ่ในที่ประชุมของคณะกรรมการของโรง พยาบาลเนื่องจากเห็นว่าปัญหาทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนไข้อนาถา ผ.อ.ที่มาใหม่นี้ได้เล็งเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะมีความเหลื่อม ล้ำกันมากไประหว่างคนไข้อนาถากับคนไข้พิเศษ ทำให้คนไข้อนาถาลุกขึ้นมาเรียกร้อง ดังนั้นสิ่งแรกที่ ผ.อ. ต้องการเปลี่ยนแปลงในโรงพยาบาลแห่งนี้ก็คือทำให้คนไข้ทุกคนมีความเท่าเทียม กัน นโยบายใหม่ของ ผ.อ.นี้แม้จะไม่ค่อยเป็นที่พอใจแต่ก็ไม่มีใครสามารถขัดได้ นโยบายนี้จึงนำมาปฏิบัติโดยเริ่มจากการลดสิทธิพิเศษของคนไข้พิเศษลง แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับโกยทองหนึ่งคน เมื่อโฉมศรีได้รับการติดต่อว่าโกยทองได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงพยาบาลหลังคา แดงแล้วเธอก็วางใจ แม้จะรู้สึกตกใจอยู่บ้างที่ตอนนี้สามีได้เสียสติไปแล้ว แต่เธอก็ได้ติดต่อมาที่โรงพยาบาลให้คอยดูแลโกยทองให้ดี อย่าให้หนีไปที่ไหนอีก ส่วนทองดีเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลแม้จะได้รับการรับรองอย่างดีแต่เขาก็ไม่วาย รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เขาสมควรอยู่ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางหลบหนีออกจากโรงพยาบาล ที่นั่นทองดีไม่เคยคุยกับใครรู้เรื่อง มีเพียงคนเดียวที่เขาพอจะสื่อสารได้รู้เรื่องที่สุด นั่นก็คือ อาลัย ทองดีแปลกใจที่อาลัยต้องมาอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทั้งๆ ที่เธอเองก็อยู่ในอาการที่ดี พอที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ทองดีเพิ่งสังเกตเห็นว่าอาลัยมานั่งรอแม่กับน้องชายทุกวันพุธซึ่งเป็นวันที่ โรงพยาบาลเปิดให้ญาติมาเยี่ยม แต่จนแล้วจนรอดแม่ของเธอก็ไม่เคยมา ทองดีรู้สึกสงสารจึงสัญญากับอาลัยว่าถ้าเขาหาทางออกไปได้ เขาจะกลับมารับอาลัยออกไปในฐานะญาติของเธอ และจะพาอาลัยไปพบแม่และน้องชายเอง อาลัยดีใจมากจึงตกลงจะช่วยหาทางหนีให้ทองดี แรกๆ คนไข้อนาถาซึ่งเป็นคนไข้ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลพากันเห่อทองดีเพราะคิดว่าเป็น โกยทอง พวกเขาจึงคอยแอบเฝ้าดูพฤติกรรมของทองดีและเลียนแบบตลอดเวลาทำให้ทองดีรู้สึก อึดอัดอย่างมาก การตกเป็นเป้าสายตาขนาดนี้ทำให้ความพยายามของทองดีที่จะหาทางหลบหนีออกจาก โรงพยาบาลเป็นไปได้ยากขึ้น การหลบหนีครั้งแรกๆ ของทองดีไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำร้ายเขายังได้เห็นตัวอย่างของคนไข้ที่พยายามหลบหนีแล้วถูกจับได้ว่าจะถูก นำไปขังไว้ในห้องขังพิเศษที่มีลักษณะคล้ายๆ กับคุกมืด ห้องขังพิเศษนี้มีไว้ให้สำหรับคนไข้ที่มีอาการรุนแรง มีแนวโน้มจะทำร้ายผู้อื่นและมีไว้สำหรับลงโทษคนไข้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฏของโรง พยาบาล ทองดีเห็นตัวอย่างแล้วก็คิดว่าแผนการหลบหนีของเขานั้นควรจะทำอย่างรัดกุม ยิ่งขึ้น ทองดีถือโอกาสหลอกใช้คนไข้คนอื่นๆ ที่กำลังชื่นชมเขาให้ช่วยเหลือพาเขาหลบหนี ทองดีวางแผนตีซี้กับคนไข้คนอื่นๆ โดยแรกๆ เขาใช้วิธีนำขนม บุหรี่ ข้าวของเครื่องใช้ที่เขาได้รับเป็นพิเศษจะได้รับมาแบ่งให้กับคนไข้อนาถา แล้วเขาก็เริ่มนัดแนะกับทุกคนในตอนกลางคืนให้มารวมตัวกันประชุมลับ ทองดีสอนให้คนไข้ไม่กินยานอนหลับ คนที่นำยานอนหลับมาให้ทองดีจะได้รางวัลตอบแทน และในเวลากลางคืนนี้เองที่ทองดีใช้ให้ทุกคนช่วยหาทางหลบหนีให้เขาโดยทองดี เรียกเกมนี้ว่า เกมฉกตัวจารชน ซึ่งทองดีสมมุติให้ทุกคนกำลังหาทางหลบหนีออกจากสถานกักกัน คนไข้ทุกคนก็สนุกไปกับเกมนี้เพราะนึกว่าเป็นเรื่องจริง มีเพียง ลุงหนับ คนไข้ผู้เป็นอดีตจ่าตำรวจคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เล่นด้วยกับแผนนี้และเขาก็ รู้ดีว่าทองดีกำลังหลอกใช้ให้คนอื่นๆ ทำเพื่อตัวเองอยู่ หลังจากวางแผนมานานหลายคืน ในที่สุดก็ถึงวันที่ทองดีจะหนีออกไปตามแผนด้วย แต่แล้วพอเอาเข้าจริงทองดีก็แอบหนีออกไปทางด้านหลังของโรงพยาบาลตามลำพัง คนไข้อื่นๆ พยายามจะตามไปด้วยแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจับตัวได้เสียก่อน การถูกจับได้ครั้งนี้ทำให้คนไข้ต้องได้รับการลงโทษ ตั้งแต่ถูกคุมตัว งดให้ญาติเยี่ยม ในขณะที่ทองดีสามารถเอาตัวรอดไปได้ คนไข้รู้สึกว่าทองดีหักหลัง มีเพียงอาลัยเท่านั้นที่คอยแก้ตัวให้ทองดีด้วยการบอกกับทุกคนว่าทองดีออกไป แล้วจะหาทางมาช่วยพวกเขาทีหลัง เมื่อพูดเช่นนี้แล้วคนไข้อื่นๆ จึงรู้สึกดีขึ้น และรอวันที่ทองดีจะกลับมาช่วยอย่างมีความหวัง ทองดีเมื่อหนีออกไปได้ก็ไม่มีทางไปเพราะห้องเช่าที่เขาอยู่ก็ไม่มีแล้ว ทางโฉมศรีเมื่อรู้ว่าโกยทองหลบหนีออกไปได้ก็โกรธมาก ให้ตำรวจช่วยหาทางจับกลับมาให้ได้โดยให้เหตุผลว่าเธอเป็นห่วงความปลอดภัยของ สามีมาก และตัวเธอเองก็ตัดสินใจจะเดินทางกลับมาที่เมืองไทยเพื่อมาพบสามีด้วยตนเอง ระหว่างที่ทองดีหลบออกมาข้างนอกเขาก็ไม่ต่างไปจากคนจรจัด ต้องอยู่เร่ร่อนไปเรื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ทองดีเริ่มสังเกตได้คือ เขากลับสื่อสารกับคนจรจัดหรือพวกคนบ้าข้างถนนได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเขาก็เพิ่งได้ตระหนักว่าเขามองว่าคนบ้าและคนข้างถนนพวกนี้น่าดูถูกอย่าง ไร คนในสังคมก็มองตัวเขาไม่แตกต่างไปจากนี้เลย หลบออกมาได้ไม่นานทองดีก็ถูกตำรวจจับกลับไปส่งที่โรงพยาบาลหลังคาแดงดังเดิม การที่ทองดีถูกจับกลับมานี้ทำให้คนไข้ทุกคนผิดหวังมาก เพราะนั่นหมายความว่าทองดีไปไหนไม่รอดและก็คงไม่มีทางที่จะพาพวกเขาออกไปได้ ด้วย ทองดีพอมารู้ว่าการหลบหนีออกไปของเขานั้นสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไข้ อื่นๆมากแค่ไหนก็รู้สึกผิด และครั้งนี้ทองดีก็ได้พบกับโฉมศรีเป็นครั้งแรก โฉมศรีนึกว่าทองดีเป็นโกยทองตัวจริง แต่ทองดีก็ยังคงปฏิเสธ ซึ่งการปฏิเสธนี้ทำให้โฉมศรีเป็นกังวลมากเพราะนั่นหมายความว่าโกยทองยังไม่ มีวี่แววว่าจะมีอาการดีขึ้นแต่อย่างใด โฉมศรีได้แต่ร้องไห้เสียใจไปกับชะตากรรมของสามีและได้อ้อนวอนให้ผ.อ.และ จิตแพทย์ช่วยกันรักษาอาการของสามีให้ดีขึ้น ผ.อ.เห็นโฉมศรีเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกเห็นใจและสัญญาว่าพร้อมจะช่วยเหลือเธอ อย่างเต็มที่ การมาของโฉมศรีครั้งนี้ เธอได้สั่งยกเลิกนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในโรงพยาบาลเพราะเห็นว่า นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไข้ก่อเหตุวุ่นวายดังกล่าว ในเมื่อโฉมศรีสั่งเช่นนั้นก็ไม่มีใครกล้าขัดได้อีก พวกคนไข้อนาถายิ่งมีความเป็นอยู่แย่กว่าเดิมมาก ทุกคนโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของทองดี ทองดีพยายามจะแก้ตัวกับทุกคนแต่ก็ไม่มีใครฟัง มีเพียงอาลัยเท่านั้นที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจทองดี หลังจากถูกจับตัวกลับมาครั้งนี้ ทองดีก็เริ่มปลงกับการหลบหนีออกไปมากขึ้น เขาเริ่มยอมรับว่าบางทีเขาอาจจะเหมาะที่จะอยู่ในที่เช่นนี้ ทองดีเริ่มหันมามองผู้คนรอบตัวซึ่งก็รวมถึงอาลัยเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาใน ขณะนี้ ระหว่างการเข้ากลุ่มบำบัดทองดีจึงได้รู้ว่าอาลัยมีปมเรื่องความรัก ด้วยความสงสัยทองดีจึงแอบไปเปิดดูแฟ้มคนไข้ของอาลัยแล้วก็ได้รู้ว่าตอนเธอ อายุ 14 เธอเคยหนีตามผู้ชายออกมาจากบ้าน แต่แล้วเมื่อเธอไปรอชายคนรักตามนัดที่ว่าจะมารับเขาก็กลับไม่มา ความผิดหวังนี้มีผลต่อสภาพจิตใจของเธอ อาลัยกลัวความผิดหวังจึงพยายามสร้างโลกส่วนตัวที่สวยงามปกป้องเธอไว้จากโลก ความจริงอันโหดร้าย ทุกสิ่งที่เธอเห็นและแสดงออกจึงดูใสบริสุทธิ์เหมือนอย่างที่เธอเคยเป็นก่อน หน้าที่เธอจะเจอเหตุการณ์เลวร้ายนั้น เมื่อตำรวจพาอาลัยกลับไปส่งบ้าน ด้วยความอับอายและเพื่อหนีคำครหาแม่และน้องชายก็กลับส่งอาลัยมาอยู่ที่โรง พยาบาลนี้ และไม่เคยมารับอีกเลย ทองดีรู้สึกเห็นใจอาลัยเป็นอย่างมากส่วนหนึ่งก็เพราะ เธอเห็นว่าเขาทั้งสองต่างก็เคยผิดหวังจากความรักมาเหมือนกัน ยิ่งมาเห็นอาลัยที่เศร้าใจหนัก เมื่อรู้ว่าตอนนี้กำลังถูกลงโทษจากโรงพยาบาลไม่ให้ญาติมาเยี่ยม แล้วอาลัยก็มั่นใจมากว่าแม่จะต้องมาหาเธออาทิตย์นี้แล้วก็ไม่ได้พบเธอ เมื่อรู้ว่าอาลัยคิดเช่นนี้ทองดียิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้นว่าทั้งหมดนี่เป็น เพราะเขาคนเดียว ไม่เพียงแต่อาลัยเท่านั้น เล็ก เด็กหนุ่มซึ่งความจริงกำลังจะได้ออกไปจากโรงพยาบาล แต่เมื่อทางบ้านรู้ว่าเขาก่อเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ ทางบ้านจึงไม่มั่นใจว่าเขาจะหายดี ก็เลยตัดสินใจไม่ยอมมารับ เล็กเสียใจมากที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ที่นี่ เล็กเกิดอาการหดหู่จนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง เหตุการณ์ของเล็กทำให้คนไข้ในโรงพยาบาลคนอื่นๆ เกิดอาการหวาดกลัวและเศร้าซึม ทองดีพยายามสร้างบรรยากาศในโรงพยาบาลให้ดีดังเดิม แต่จนแล้วจนรอดเขาก็รู้ว่าไม่มีทางจะดีขึ้นได้ เพราะนอกจากเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว คนไข้ยังต้องได้รับความกดดันจากกฎระเบียบต่างๆ ที่โฉมศรีได้ตั้งขึ้น ในที่สุดเพื่อรับผิดชอบการกระทำของตัวเองและเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในโรงพยาบาล ให้ดีขึ้น ทองดีจึงคิดว่าหากเขายอมรับว่าเขาเป็นโกยทองเสีย เขาก็คงจะยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ในโรงพยาบาลและช่วยปรับปรุงความเป็นอยู่ของคนไข้ในนี้ให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นทองดีจึงยอมรับว่าเขาเป็นโกยทอง เมื่อโฉมศรีรู้ว่าโกยทองมีสติกลับคืนมาแล้วก็ดีใจมากตรงมารับโกยทองกลับไป อยู่ที่บ้านทันที ทองดีต้องสวมรอยเป็นโกยทอง เขาเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ของโกยทอง และก็ไม่ลืมที่จะทุ่มเงินบริจาคให้โรงพยาบาลและลงไปควบคุมงานบริหารของโรง พยาบาลด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นกิจการในโรงพยาบาลดีขึ้นมาก มีการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงพยาบาลเอกชนที่อื่นๆ ที่เปิดรักษาผู้ป่วยวิกลจริตด้วยกันซึ่งทองดีก็ลงไปช่วยทำการแข่งขันร่วมกับ เพื่อนๆ คนไข้ด้วย ทองดีดีใจที่เห็นคนไข้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเขาเองก็เพิ่งมารู้สึกว่าเขาผูกพันกับคนที่นี่มาก เขารู้สึกว่าทุกคนในโรงพยาบาลชื่นชมเขา ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เขาไม่เคยได้จากสังคมภายนอก ทองดีนึกถึงสัญญาที่เขาเคยให้กับอาลัยไว้ว่าถ้าเขาออกมาได้ เขาจะไปรับเธอออกมาอยู่ข้างนอกด้วย ทองดีใช้ฐานะของโกยทองขอรับอาลัยมาพักอยู่ที่คฤหาสน์ ความสนิทสนมระหว่างทองดีกับอาลัยนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับโฉมศรี แต่โฉมศรีก็ไม่สามารถทำอาลัยได้เพราะเมื่อก่อนโกยทองก็เคยมีผู้หญิงอื่นอยู่ ตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยมีรายไหนเลยที่โกยทองจะถึงขนาดนำมาอยู่ร่วมบ้านด้วย โฉมศรีได้แต่นำความอึดอัดนี้ไประบายให้ ผ.อ.ฟังในฐานะที่เขาก็เป็นจิตแพทย์คนหนึ่ง และนี่เองก็ทำให้ ผ.อ. เกิดเห็นอกเห็นใจโฉมศรีมากขึ้นจนกระทั่งความสงสารที่ว่าเริ่มกลายมาเป็นความ รักโดยไม่รู้ตัว ทองดีพาอาลัยไปตามหาแม่ การออกมาพบความจริงว่าแม่และน้องชายไม่ได้ต้องการเธอ ทั้งคู่อยู่กันอย่างมีความสุขแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีอาลัยอยู่ในโลกก็ทำ ให้อาลัยรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ทองดีรู้สึกสงสาร เขาพาอาลัยกลับบ้านและบอกกับอาลัยว่าถึงอย่างไรอาลัยก็จะยังมีเขาอยู่อีกคน ทองดีเริ่มสังเกตว่าความสัมพันธ์ระหว่างโกยทองและภรรยาคงจะไม่ได้รักกันมาก นัก ทองดีรู้สึกโฉมศรีมักจะพะวงถึงสมบัติของสามีมากกว่าตัวสามีเองเสียอีก โดยสังเกตได้จากเธอมักจะถามถึงของอยู่เสมอ แต่ทองดีก็ได้แต่งงานเพราะเขาไม่รู้ว่าของที่ว่านี้หมายถึงอาลัย ซึ่งแท้จริงแล้วแม้แต่ตัวโฉมศรีเองก็ไม่รู้ว่าของที่ว่านี้คืออาลัย เธอรู้แต่เพียงว่าที่สามีเธอมาเมืองไทยครั้งนี้ ได้โอนเงินและถอนออกมาหมด แต่โฉมศรีรู้ว่าสามีไม่ได้ซื้ออะไรจึงคิดว่าสมบัติของสามีจะต้องถูกเปลี่ยน ไปอยู่ในรูปของอะไรซักอย่าง ทองดีเองเพื่อเอาตัวรอดเขาก็ต้องทำอ้ำอึ้งและได้แต่ตอบเหมือนกันทุกครั้งว่า ตอนนี้ของได้อยู่ในที่ๆ ปลอดภัยแล้ว ในขณะเดียวกันโฉมศรีก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวสามีหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการที่สามีของเธอสามารถเข้ากับนำโชคสุนัขที่เธอเลี้ยงเหมือนลูกได้ เป็นอย่างดี จนพักหลังนี้นำโชคดูจะติดโกยทองมากกว่าเธอเสียอีก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับโกยทอง เพราะโกยทองจะเป็นคนที่เกลียดสุนัขมาก และนำโชคเองก็จะกลัวโกยทองมากเช่นกัน ด้วยเหตุที่ต่างคนต่างเริ่มรู้ทันกันนี้เอง ทั้งคู่จึงได้เริ่มจับผิดกันและกันมากขึ้น โฉมศรีให้ลูกน้องไปตามสืบดูพฤติกรรมของสามี และพยายามล้วงความลับจากอาลัยเรื่อง ของ แต่อาลัยก็ไม่สามารถบอกได้ โฉมศรีจึงคิดจะใช้อาลัยให้ช่วยสืบให้เธอเพราะเห็นว่าโกยทองไว้ใจอาลัย มากกว่าใคร แต่ด้วยเพราะความซื่อไร้เดียงสาของอาลัย อาลัยก็ไม่สามารถทำตามที่โฉมศรีต้องการได้ ซ้ำยังทำให้โกยทองรู้ทันโฉมศรีขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง วันหนึ่งทองดีได้เจอกับน้ำฝน คนรักในอดีตของเขาอีกครั้ง น้ำฝนตกใจไม่น้อยที่เห็นทองดีมีฐานะดีขึ้นมาก ทองดีต้องช้ำใจเมื่อรู้ว่าตอนนี้น้ำฝนแต่งงานไปแล้ว การพบกันในครั้งนี้ไม่พ้นหูตาของลูกน้องโฉมศรี โฉมศรีสั่งให้ลูกน้องไปสืบประวัติของน้ำฝนทันที เมื่อสืบมาได้โฉมศรีก็ไปพบและถามจากน้ำฝนด้วยตัวเอง จึงได้รู้ว่า น้ำฝนรู้จักโกยทองในฐานะของนายทองดี ทนนาน แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว โฉมศรีซักถามจนมั่นใจว่าน้ำฝนไม่ได้โกหกแล้วก็ได้ให้เงินปิดปากน้ำฝนไว้ก้อน หนึ่ง แล้วโฉมศรีก็ได้สั่งให้ลูกน้องไปสืบประวัติและหาตัวของนายทองดี ทนนานตัวจริงมาให้ได้ เมื่ออยู่ที่คฤหาสน์นั้น อาลัยก็ได้พบความจริงว่าโฉมศรีนั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับถมทอง น้องชายไม่แท้ของโกยทองซึ่งเป็นลูกบุญธรรมที่พ่อของโกยทองได้รับเลี้ยงไว้ อาลัยพลั้งปากบอกทองดีเรื่องนี้ทำให้โฉมศรีไม่พอใจคิดจะกำจัดอาลัย ทองดีรู้ทันจึงทำเป็นว่าจะฟ้องหย่าและเปิดโปงเรื่องของโฉมศรีและถมทอง และได้ให้อาลัยกลับไปอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง ทองดีบอกกับโฉมศรีว่าตราบใดที่อาลัยยังปลอดภัย เขาจะไม่เปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ของโฉมศรีกับถมทองโดยเด็ดขาด และวันหนึ่งนำโชคซึ่งตอนนี้ติดทองดีแจก็พาทองดีไปพบกับตู้เซฟของโกยทอง ตอนนี้ทองดีจึงเริ่มแน่ใจว่าของที่ว่านี้เกี่ยวพันกับตู้เซฟนี้แน่นอน ทองดีพยายามหาทางจะเปิดเซฟแต่ก็เปิดไม่ได้ เขาจึงคิดว่าบางที ของก็คงเป็นกุญแจสำหรับเปิดตู้เซฟนี้ ในขณะที่ทองดียังเป็นโกยทองอยู่นี้ วันหนึ่งโฉมศรีก็ได้รับจดหมายจากโกยทองอีกฉบับหนึ่ง ในฉบับนั้นได้ส่งรูปถ่ายล่าสุดจากโกยทองตัวจริงแนบมาด้วย ในจดหมายนั้นบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่อินเดียและได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าไป อีก จดหมายฉบับนี้ได้บอกมาด้วยว่าตอนนี้ของได้อยู่ไม่ไกลจากโฉมศรีแต่อย่างใด จากจดหมายประกอบกับข้อมูลที่ลูกน้องของเธอได้สืบมาว่านายทองดีตัวจริงนั้น ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ทำให้โฉมศรีแน่ใจว่าโกยทองคนที่เธออยู่ด้วยไม่ใช่ตัวจริงแน่นอน แต่เธอก็ยังเก็บความลับนี้ไว้อยู่กับตัวเพียงคนเดียว ทองดีเริ่มรู้สึกแล้วว่าชีวิตมหาเศรษฐีอย่างโกยทองช่างเป็นชีวิตที่ไม่มี ความสุขเอาเสียเลย เขาไม่สามารถไว้ใจคนรอบข้างได้สักคนโดยเฉพาะกับภรรยาอย่างโฉมศรี โฉมศรีตัดสินใจบอกความจริงกับทองดีว่าเธอรู้ความจริงหมดแล้วว่าทองดีเป็นโกย ทองตัวปลอม เธอขู่ให้เขาบอกความจริงมาให้หมดว่าเคยเจอกับโกยทองเมื่อไหร่ และโกยทองเอารูปถ่ายของเขามาได้อย่างไร ทองดีเห็นรูปถ่ายของเขาก็จำได้ทันทีว่ามันเป็นรูปของเขาที่หายไปเมื่อตอนถูก ไล่ออกจากห้องเช่า แต่เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ ทองดีจึงโกหกไปว่าเขาเคยเจอกับโกยทองตัวจริงมาก่อน และโกยทองเป็นคนมาขอรูปนั้นไปจากเขาเอง และที่สำคัญเขาก็รู้ด้วยว่าของอยู่ที่ไหน แต่พอโฉมศรีถาม ทองดีก็ไม่ยอมบอก ทองดีคิดหาทางจะหนีออกไปจากปัญหายุ่งเหยิงนี้ทั้งหมด เขาตัดสินใจจะหลบไปใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายที่ต่างจังหวัด เขานำแผนนี้ไปบอกแก่อาลัยเพื่อชวนให้เธอหนีไปกับเขา การที่ทองดีมาชวนหนีครั้งนี้เท่ากับเป็นการมาสะกิดบาดแผลในใจของอาลัยในอดีต อาลัยกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย เธอจึงปฏิเสธไม่ยอมไปกับทองดี ทองดีพูดโน้มน้าวให้อาลัยเชื่อใจเขา เขารับรองว่าเขาจะไม่ทำให้อาลัยผิดหวังเหมือนคนรักคนก่อนของอาลัย และเขาเองก็เชื่อว่าหากเขาทำให้อาลัยยอมไปกับเขาได้ นี่อาจจะเป็นการทำให้อาลัยก้าวพ้นกลับมาสู้ความจริงได้อีกครั้งหนึ่ง ทองดีบอกกับอาลัยว่าเขาจะมารับเธอที่หลังโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ ข้อเสนอของทองดีทำให้อาลัยนำไปครุ่นคิดหนักทั้งคืน วันรุ่งขึ้นทองดีกำลังจะไปรับอาลัยตามที่นัดไว้ แต่ก็ถูกตำรวจดักไว้เสียก่อน โฉมศรีบอกให้ตำรวจช่วยจับตัวทองดีไว้ ทองดีบอกกับตำรวจว่าเขาไม่ใช่โกยทอง พอทองดีพูดเช่นนี้ ตำรวจก็คิดว่าโกยทองกลับมามีอาการป่วยอย่างเก่าอีกก็จึงนำตัวทองดีกลับไปที่ โรงพยาบาลหลังคาแดง ที่โรงพยาบาลทองดีถูกจับมาขังเดี่ยว เขาเป็นห่วงอาลัยอย่างมาก เพราะเขารู้ว่าอาลัยกำลังรอเขาอยู่ และถ้าเขาไม่ไปก็เท่ากับว่าเขาทรยศอาลัยและก็จะยิ่งทำให้บาดแผลในจิตใจของ อาลัยบอบช้ำมากขึ้นอีก แต่โฉมศรีก็ไม่ยอมปล่อย โฉมศรีบอกกับทองดีว่าถ้าหากเขายอมบอกมาว่าของอยู่ที่ไหน เธอจะยอมปล่อย ทองดีสารภาพเรื่องตู้เซฟและขอให้โฉมศรีปล่อยเขาไป แต่โฉมศรีก็ไม่ยอมปล่อย ทางด้านของอาลัย เธอก็ได้แต่นั่งรอทองดีต่อไปที่หลังโรงพยาบาลจนถึงดึก เจ้าหน้าที่พากันตามตัวกันให้วุ่น อาลัยผิดหวังอย่างมากที่ทองดีหลอกเธอ อาลัยได้แต่นั่งเศร้าซึม ไม่พูดไม่จา ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาลัย ทองดีพอรู้ว่าอาการของอาลัยทรุดหนักลงเรื่อยๆ ก็ทนไม่ไหว เมื่อโฉมศรีมาพบกับเขาอีกครั้ง พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่าจะมอบส่วนแบ่ง 30% ของทรัพย์สมบัติทั้งหมดของโกยทองให้ถ้าทองดียอมบอกว่าที่ซ่อนของกุญแจเปิด เซฟ ทองดีบอกว่าเขาไม่รู้แต่โฉมศรีไม่เชื่อด้วยความคับแค้นใจ ทองดีก็ตรงเข้าไปบีบคอโฉมศรีให้หายแค้นกับที่เป็นเหตุทำให้อาลัยต้องทรุดลง ผ.อ.เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีก็จึงเข้าไปช่วยโฉมศรีออกมา และสั่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวทองดีไปช็อตไฟฟ้าแม้สายใจจะพยายามคัดค้านแต่ก็ ไม่เป็นผล หลังจากการถูกลงโทษด้วยการช็อตไฟฟ้า ทองดีก็ถูกส่งกลับมาในสภาพของคนไร้ความรู้สึกและความทรงจำ เป็นเพียงแต่ร่างที่มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พออาลัยได้พบกับทองดีในสภาพนี้เธอก็รู้ทันทีว่าทำไมทองดีมารับเธอตามนัดไม่ ได้ เมื่อรู้ว่าทองดีไม่มีเจตนาหลอกลวงเธอ อาลัยก็อาการดีขึ้น และการที่อาลัยกล้าตัดสินใจไปตามนัดกับทองดีนี้ก็เท่ากับว่าอาลัยกล้าเผชิญ กับความจริงมาขึ้น นั่นก็หมายความว่าอาการของเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว ระหว่างนั้นลุงหนับมาเยี่ยมทองดี เขาพูดกับทองดีทั้งๆ ที่รู้ว่าทองดีคงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาบอกให้ทองดีพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ และบอกว่าการเป็นคนบ้าบางครั้งก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด คนบ้าเท่านั้นที่จะได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้โดยไม่มีใครถือสา แล้วเขาก็สารภาพกับทองดีว่าความจริงเขาเองก็ไม่ได้บ้าแต่ในเมื่อมาอยู่โรง พยาบาลแล้วสบายกว่าอยู่ข้างนอกเขาก็เลยแกล้งบ้าเพื่อจะได้อยู่ในนี้ต่อไป และนี่เป็นสาเหตุที่เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ทองดีพยายามจะหลบหนีออกไปจาก ที่นี่ หรือคอยปฏิเสธว่าตัวเองไมได้บ้า เขาเห็นว่าบางทีการยอมรับว่าบ้าเสียก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ลุงหนับไม่รู้เลยว่าคำพูดของเขาจุดประกายให้ทองดีซึ่งมีสติได้ยินคำพูดของ ลุงทั้งหมดคิดจะแกล้งทำเป็นบ้าไปตามที่ลุงหนับทำ โฉมศรีคิดจะไปหลอกใช้ทองดีซึ่งตอนนี้วันๆ ได้แต่นั่งเหม่อ ไม่รู้สึกรู้สมอันใดมาเป็นเครื่องมือแทน โดยเธอคิดจะใช้โอกาสนี้ให้ทุกคนเห็นว่าโกยทองเป็นบุคคลวิกลจริต แล้วก็ทำเป็นเรื่องทางกฏหมายให้โกยทองกลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถแล้วหลัง จากนั้นทรัพย์สมบัติและกิจการต่างๆ ของโกยทองก็จะกลายเป็นของโฉมศรี เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ โฉมศรีซึ่งรู้ดีว่า ผ.อ. นั้นชื่นชอบเธออยู่ไม่น้อย เธอจึงแกล้งทำเป็นหลอกล่อให้ ผ.อ.ช่วยด้วยการสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยทันทีที่ศาลสั่งให้โกยทองกลายเป็น บุคคลวิกลจริตไปแล้ว ผ.อ.ซึ่งหลงรักโฉมศรีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ย่อมอยากจะช่วยให้โฉมศรีพ้นจากผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าของเธออย่างโกยทองมา ได้ เขาสัญญาว่าจะทำให้หมอคนอื่นๆ ลงความเห็นวินิจฉัยว่าโกยทองเป็นบุคคลวิกลจริตไปให้ได้ อาลัยเห็นอาการของทองดีไม่ดีขึ้น และรู้ว่าทองดีกำลังตกเป็นเหยื่อของโฉมศรีก็พยายามจะหาทางช่วยด้วยการแอบ เข้ามาหาทองดีและพยายามจะรื้อฟื้นความจำให้ทองดี ทองดีถือโอกาสนี้บอกความจริงแก่อาลัยว่าเขาไม่ได้บ้าหรือความจำเสื่อมไป อาลัยดีใจมากที่รู้ว่าทองดีปลอดภัยดี ทองดีบอกกับอาลัยว่าเขากำลังมีแผนจะหักหลังโฉมศรี ทองดีขอให้อาลัยช่วยเขาด้วยการทำอะไรบางอย่างให้ ผ.อ.มัวแต่หมกมุ่นเรื่องโกยทองเสียจนแทบจะไม่ใส่ใจงานวันครบรอบการก่อตั้ง โรงพยาบาลซึ่งจะต้องจัดขึ้นทุกปี ในการประชุมเพื่อจัดเตรียมงาน ผ.อ.ยกเรื่องอาการป่วยของโกยทองมาพูดในที่ประชุม และขอให้แพทย์และคณะกรรมการช่วยลงชื่อพิจารณาให้โกยทองเป็นบุคคลวิกลจริต กุหลาบซึ่งแอบชอบ ผ.อ.อยู่ตกลงใจร่วมลงชื่อด้วย แต่ถึงอย่างไรเสียงในที่ประชุมก็เข้าข้างฝ่าย ผ.อ.มากกว่า ทำให้สายใจรู้สึกไม่พอใจจึงตัดสินใจลาออกไป หลังจากลงชื่อไป ต่อมากุหลาบก็ได้มารู้ความจริงว่า ผ.อ.ทำไปเพื่อช่วยเหลือโฉมศรี กุหลาบรู้สึกน้อยใจมาก ส่วนสายใจก็เก็บของย้ายออกจากโรงพยาบาลไป เมื่อเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมัวแต่ไปยุ่งเรื่องโกยทอง ก็มีเพียงแต่พวกคนไข้เท่านั้นที่ตื่นเต้นกับงานด้วยการพากันซ้อมการ แสดงอย่างจริงจังโดยการนำของอาลัย ผ.อ.นำใบรับรองไปให้โฉมศรีและทวงสัญญาเรื่องแต่งงาน โฉมศรีปฏิเสธและบอก ผ.อ.ว่าจริงๆ เธอหลอกใช้ ผ.อ.เป็นเครื่องมือเท่านั้น ผ.อ.ช้ำใจมากที่โฉมศรีไม่ได้รักตนตอบ หลังจากได้ใบรับรองจากแพทย์มาแล้ว โฉมศรีก็ส่งให้ทนายความดำเนินเรื่องตามกฎหมาย โฉมศรีมีแผนว่าจะเปิดเผยตัวจริงของโกยทองในวันงาน เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าโกยทองนั้นบ้าไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงตามตัวสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์งานก่อตั้งโรงพยาบาลอย่างยิ่ง ใหญ่ สื่อมวลชนต่างก็ตื่นเต้นกันมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มหาเศรษฐีโกยทองยอม เปิดเผยตัว

หลงเงาจันทร์

นิติ แต่งงานกับ ทิพย์อาภา โดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่นิติมีคนรักอยู่แล้วคือ ภัสสร แต่ด้วยฐานะที่แตกต่างกัน คุณพงษ์ผู้เป็นบิดาจึงไม่อนุญาตให้ลูกชายแต่งงานกับคนที่ไม่มีสกุลรุนชาติอย่างภัสสร แม้ว่าคุณอารีย์ ผู้เป็นมารดา จะเห็นใจนิติ แต่ไม่สามารถที่จะขัดใจคุณพงษ์ได้
เมื่อนิติแต่งงานได้ไม่นาน จึงรู้ว่าภัสสรกำลังตั้งครรภ์ ชายหนุ่มจึงแอบไปหาภัสสรพร้อมกับส่งเสียเลี้ยงดูจนภัสสรคลอดลูกสาวคือ พิมพ์ชนก คุณพงษ์เห็นว่าทิพย์อาภาแต่งงานกับนิตินานแล้วแต่ยังไม่มีลูก จึงแนะนำให้ทั้งสองไปปรึกษาหมอ

พิมพ์ชนกอายุได้ 3 ขวบ ภัสสรเริ่มป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หญิงสาวรู้ตัวว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก และเธอเองไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ภัสสรจึงบอกกับนิติให้รับลูกไปอุปการะด้วย ถ้าเธอต้องเป็นอะไรไป นิติพาภัสสรไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งกับนิติว่าภัสสรคงมีชีวิตต่อไปไม่นานนัก
นิตินำเรื่องราวของเขากับภัสสรเล่าให้คุณอารีย์ฟัง คุณอารีย์จึงไปเยี่ยมภัสสรที่โรงพยาบาลและสัญญาว่าจะเลี้ยงดูพิมพ์ชนกเป็นอย่างดี ภัสสรขอบพระคุณคุณอารีย์ที่มีเมตตาต่อพิมพ์ชนก คุณอารีย์ให้นิติไปสารภาพกับคุณพงษ์และทิพย์อาภา

เมื่อคุณพงษ์รู้เรื่องทั้งหมดเขาไม่พอใจที่ลูกชายแอบไปมีลูกกับภัสสร แต่ด้วยความที่เห็นแก่หลาน เขาจึงอนุญาตให้นำพิมพ์ชนกเข้ามาอยู่ในบ้านได้ ในขณะที่ทิพย์อาภามีท่าทีเฉยเมยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังจากภัสสรได้จบชีวิตลง พิมพ์ชนกจึงเข้ามาอยู่ในความดูแลของนิติกับทิพย์อาภา คุณอารีย์รู้สึกเอ็นดูหลานสาว ในขณะที่คุณพงษ์แอบมองดูหลานอยู่ห่างๆ แต่ด้วยความน่ารักของพิมพ์ชนกสามารถทำให้คุณพงษ์ใจอ่อนยอมญาติดีกับหลานสาว และแสดงความรักได้อย่างสนิทใจ

ในขณะที่ทุกคนในบ้านกำลังหลงรักเด็กน้อย ทิพย์อาภาได้เริ่มตั้งครรภ์ สร้างความดีใจให้กับนิติรวมทั้งคุณพงษ์และคุณอารีย์เป็นอย่างมาก ในที่สุดทิพย์อาภาได้ให้กำเนิดบุตรสาวคือ เขมจิรา สร้างความตื่นเต้นยินดีแก่ทุกคนในครอบครัว

เด็กทั้งสองเติบโตมาท่ามกลางความรักจากทุกคนในครอบครัว มีเพียงทิพย์อาภาคนเดียวเท่านั้นที่แสดงออกว่าเธอรักและตามใจเขมจิรามากกว่าพิมพ์ชนก เพราะไม่ว่าเขมจิราจะทำผิดหรือถูก ทิพย์อาภามักจะเข้าข้างเขมจิราอยู่เสมอ ทำให้เขมจิรามีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง และชอบโยนความผิดให้พิมพ์ชนกเสมอมา

พิมพ์ชนกรู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของทิพย์อาภา แต่เธอกับเขมจิราก็มีพ่อคนเดียวกัน พิมพ์ชนกจึงมีความรักให้กับเขมจิราอย่างจริงใจ หญิงสาวยอมเป็นเบี้ยล่างของเขมจิรา โดยมีทิพย์อาภาเป็นคนคอยให้ท้ายเขมจิราตลอดเวลาเช่นกัน

หลังเรียนจบหลักสูตรพยาบาล พิมพ์ชนกได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งพร้อมกับริสา เพื่อนรักที่เรียนจบมาด้วยกัน ทั้งสองได้พบกับ อานนท์ แพทย์หนุ่มรูปหล่อประจำโรงพยาบาล เมื่อพบกัน อานนท์รู้สึกถูกชะตาพิมพ์ชนกเป็นอย่างมาก แต่หญิงสาวไม่ได้รู้สึกอะไร ตรงกันข้ามกับริสาก็รู้สึกหลงรักอานนท์ทันทีเมื่อแรกเห็น

เขมจิรากำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หญิงสาวไม่สนใจการเรียน วันๆ ได้แต่ควงผู้ชายไปเที่ยว จนนิติเอือมระอากับพฤติกรรมของลูกสาว เมื่อเห็นผลการเรียนของเขมจิราที่มักจะสอบไม่ผ่าน แต่ทุกครั้งที่นิติว่ากล่าวตักเตือนเขมจิรา ทิพย์อาภาจะต้องคอยออกรับแทน และมักจะพูดประชดพาดพิงไปถึงพิมพ์ชนก เขมจิราไม่ได้เก่งเหมือนพิมพ์ชนกลูกรักของนิติ จึงทำอะไรไม่เคยถูกใจพ่อเลยสักครั้ง

เขมจิราเริ่มออกหนีเที่ยวกลางคืน จนกระทั่งคืนหนึ่งได้พบกับ พลาทิป ด้วยความที่ชายหนุ่มหน้าตาดีและเอาอกเอาใจเขมจิรา หญิงสาวจึงแอบคบหาเป็นแฟนกับชายหนุ่ม โดยที่เธอบอกกับพลาทิปว่าเธอชื่อ พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ ทั้งสองคบหากันจนกระทั่งมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

ธนาคิม หนุ่มนักเรียนนอกลูกชายของ เอมอร ซึ่งเป็นเพื่อนรักของทิพย์อาภา เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากจบการศึกษา ชายหนุ่มเป็นเพื่อนรักกับพลาทิป เมื่อธนาคิมได้พบกับพลาทิป ชายหนุ่มทั้งสองพูดคุยถามถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน พลาทิปเล่าถึงพิมพ์ชนก (เขมจิรา) สุวรรณเวศน์ ว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักและกำลังจะแต่งงานด้วย

วันหนึ่งอานนท์มาหาพิมพ์ชนกที่บ้านได้พบกับเขมจิรา หญิงสาวรู้สึกสนใจอานนท์ทันทีเมื่อแรกเห็นจึงเข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่ม อานนท์เองก็รู้สึกถูกใจเขมจิราเช่นกัน เมื่อชายหนุ่มไป เขมจิราจึงมาถามพิมพ์ชนกว่าอานนท์เป็นใคร และถามว่าชายหนุ่มเป็นแฟนกับพิมพ์ชนกหรือเปล่า พิมพ์ชนกปฏิเสธ

เขมจิราตามไปหาอานนท์ที่โรงพยาบาล โดยอ้างว่ามาหาพิมพ์ชนก เมื่อพบกันชายหนุ่มจึงชวนเขมจิราออกไปทานอาหาร เขมจิราแกล้งชวนให้พิมพ์ชนกไปด้วยแต่หญิงสาวปฏิเสธ ริสาแอบมองอานนท์กับเขมจิราที่ออกไปด้วยกัน พิมพ์ชนกจึงถามเพื่อนของเธอว่ารู้สึกอย่างไรกับอานนท์ ริสาพยายามซ่อนความรู้ไว้แต่ด้วยความที่ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน พิมพ์ชนกจึงรู้คำตอบนั่นดี

เมื่อพิมพ์ชนกกลับถึงบ้านจึงบอกกับเขมจิราว่าอานนท์เป็นคนจริงจังกับชีวิต หญิงสาวกลัวว่าถ้าเขมจิราคิดจะควงอานนท์เล่นๆ จะทำให้ชายหนุ่มผิดหวังและเสียใจในภายหลัง เขมจิราไม่สนใจที่พิมพ์ชนกพูด แถมย้อนว่าหญิงสาวคงรู้สึกเสียดายที่อานนท์มาสนใจตนแทนที่จะเป็นพิมพ์ชนก

เขมจิราเริ่มตีตัวออกห่างพลาทิป ชายหนุ่มจึงบุกมาหาหญิงสาวที่บ้าน โดยถามหาพิมพ์ชนก เขมจิราเห็นจึงรีบหลบไป เมื่อพลาทิปกลับไปแล้วเธอจึงรีบโทรศัพท์นัดพลาทิปให้ออกมาพบ เมื่อทั้งสองพบกัน เขมจิราบอกเลิกกับพลาทิป โดยอ้างว่าเธอไม่พร้อมที่จะแต่งงานในตอนนี้ เมื่อชายหนุ่มยืนยันว่าเขาจะรอจนกว่าหญิงสาวเรียนจบ เขมจิราจึงตัดบทว่าเธอไม่ได้รัก พลาทิป

พลาทิปเสียใจมาก กลับถึงบ้านจึงดื่มเหล้าเมายาจนขาดสติ จากนั้นจึงใช้ปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิต พ่อของชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ส่งข่าวธนาคิม ชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวด้วยความตกใจ เมื่อธนาคิมเดิมทางมาถึง พ่อกับแม่พลาทิปจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ก่อนจะเกิดเรื่อง พลาทิปพูดถึงพิมพ์ชนกอย่างคนเพ้อคลั่งเหมือนกับคนอกหัก ธนาคิมเข้าใจในทันทีว่าพิมพ์ชนกต้องบอกเลิกความสัมพันธ์ของเธอกับพลาทิป ทำให้เพื่อนรักเขาต้องเสียใจจนกระทั่งตัดสินใจจบชีวิตลงเช่นนี้

ธนาคิมจดจำชื่อพิมพ์ชนกอย่างไม่มีวันลืม และคิดได้ว่าสักวันถ้าเขามีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชื่อพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ แล้วเขาจะต้องแก้แค้นแทนพลาทิปให้สาสมกับสิ่งที่หญิงสาวทำกับเพื่อนรักของเขา เขมจิรารู้ข่าวการเสียชีวิตของพลาทิปทางหน้าหนังสือพิมพ์ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่พยายามซ่อนอาการไว้ไม่ให้ใครรู้

ธนาคิมได้พบกับเขมจิราในวันหนึ่ง จากการแนะนำของเอมอรกับทิพย์อาภา เมื่อเขมจิราพบกับชายหนุ่มก็รู้สึกถูกใจ และเมื่อรู้ว่าทิพย์อาภาต้องการให้หญิงสาวหมั้นหมายกับชายหนุ่ม เขมจิราจึงตอบตกลงทันที ส่วนธนาคิมนั้นไม่เต็มใจนักแต่ต้องยอมทำตามความต้องการของเอมอร ที่สำคัญเมื่อเขารู้ว่าคนที่เขาจะหมั้นด้วยนั้นนามสกุล สุวรรณเวศน์ ชายหนุ่มจึงตอบตกลงหมั้นกับเขมจิราในทันที

อานนท์รู้ข่าวจากพิมพ์ชนกว่าเขมจิราจะหมั้นกับธนาคิม ชายหนุ่มจึงมาหาเขมจิราที่บ้านเพื่อถามถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน หญิงสาวบอกว่าเธอรู้สึกกับอานนท์แค่เพื่อนเท่านั้น ชายหนุ่มจึงกลับไปด้วยความเสียใจ พิมพ์ชนกเห็นเหตุการณ์จึงตามไปปลอบใจอานนท์

พิมพ์ชนกตามมาที่บ้านพักของอานนท์ที่โรงพยาบาล เห็นชายหนุ่มกำลังดื่มเหล้าอย่างหนักจึงพยายามพูดเตือนสติอานนท์ อานนท์ระบายความในใจและเล่าความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างเขากับเขมจิราให้พิมพ์ชนกฟังอย่างลืมตัว หญิงสาวรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ และขอร้องให้อานนท์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะเธอกลัวว่าเขมจิราจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ก่อนถึงวันหมั้นของธนาคิมกับเขมจิรา ธนาคิมมาหาเขมจิราที่บ้าน ทำให้ได้พบกับพิมพ์ชนกเป็นคนแรก เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของพิมพ์ชนกจะพักอยู่ที่บ้านพักในโรงพยาบาล เขมจิราแนะนำให้ธนาคิมรู้จักกับพิมพ์ชนก ชายหนุ่มมีท่าทางเหมือนกับรู้จักพิมพ์ชนกมาก่อน เขมจิราใส่ไฟว่าพิมพ์ชนกชื่อดังในหมู่ผู้ชาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ธนาคิมอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

พิมพ์ชนกแปลกใจที่ธนาคิมมีท่าทางเหมือนเคยรู้จักกับเธอ และเมื่อมีโอกาสพบกันตามลำพัง ธนาคิมเข้ามาพูดจาแทะโลมดูถูกพิมพ์ชนก จนหญิงสาวรู้สึกไม่ชอบหน้าชายหนุ่ม และเมื่อถึงงานวันหมั้นของธนาคิมกับเขมจิรา พิมพ์ชนกมากับอานนท์และริสา ธนาคิมเห็นว่าพิมพ์ชนกสนิทสนมกับอานนท์จึงเข้าใจว่าชายหนุ่มคือเหยื่อรายใหม่ของพิมพ์ชนก เขมจิราแสดงท่าทางไม่แยแสอานนท์ แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามบอกให้หญิงสาวทบทวนให้ดีก่อนที่จะรับหมั้นธนาคิม ริสารู้สึกเห็นใจอานนท์มากยิ่งขึ้น

อานนท์เริ่มดื่มเหล้าหนักขึ้นไม่เป็นอันทำงานทำการ ริสาเข้ามาคอยดูแลปลอบใจอานนท์ด้วยความเป็นห่วง และความรักที่มีต่อชายหนุ่ม อานนท์รู้ดีว่าหญิงสาวมีใจให้กับเขา แต่ชายหนุ่มให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน แต่เมื่อริสาเข้ามาในขณะที่อานนท์เกิดความรู้สึกอ่อนไหวและขาดสติ ในที่สุดทั้งสองได้ตกเป็นของกันและกัน ซึ่งริสายินยอมอานนท์ด้วยความเต็มใจ

ริสาตระหนักดีว่าอานนท์ไม่สามารถที่จะลืมเขมจิราได้ แต่หญิงสาวหวังว่าสักวันความรักความจริงใจที่มีให้กับชายหนุ่มคงจะสามารถเยียวยารักษาแผลใจให้กับอานนท์ได้ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับอานนท์ ชายหนุ่มมีท่าทีเฉยชาและเริ่มตีตัวออกห่างในขณะที่ริสาพยายามเข้าไปใกล้ชิดอานนท์มากยิ่งขึ้น

เมื่อได้รับการปฏิเสธจากอานนท์ทำให้ริสารู้สึกเสียใจ พิมพ์ชนกนั้นรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนเธอ หญิงสาวจึงเข้ามาปลอบใจและให้กำลังใจว่าสักวันอานนท์คงจะรู้เองว่าใครที่รักเขามากที่สุดและที่สำคัญเขมจิราน้องสาวของเธอไม่เหมาะกับชายหนุ่มที่ดีอย่างอานนท์

ธนาคิมมีโอกาสได้พบกับพิมพ์ชนกอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มต้องมาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในโรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่ หญิงสาวพยายามหลบหน้าธนาคิมเพราะไม่ต้องการต่อปากต่อคำกับชายหนุ่ม และที่สำคัญขณะนี้ธนาคิมเป็นคู่หมั้นของเขมจิรา

เขมจิราเริ่มรู้สึกว่าธนาคิมให้ความสนใจพิมพ์ชนก หญิงสาวจึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับทิพย์อาภา พิมพ์ชนกจึงถูกแม่เลี้ยงมาต่อว่า หญิงสาวยืนยันว่าเธอไม่ได้สนิทสนมกับธนาคิมอย่างที่เขมจิราเข้าใจ นิติเข้ามาเตือนสติภรรยาว่าพิมพ์ชนกไม่ทำอะไรอย่างที่ทิพย์อาภากล่าวหาอย่างแน่นอน และบอกว่าเมื่อเขมจิราเรียนจบเมื่อไหร่เขาจะรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ทิพย์อาภาจะได้สบายใจ

หลังจากเขมจิราจบการศึกษาได้ไม่นาน เอมอรกับทิพย์อาภาจึงปรึกษากันเรื่องงานแต่งงานของลูกๆ แม้ว่าคุณพงษ์กับคุณอารีย์จะทักท้วงว่าเขมจิรายังไม่สมควรที่จะแต่งงานในขณะนี้ เพราะเพิ่งจบการศึกษาและยังไม่มีงานทำ แต่เขมจิรายืนยันกับปู่และย่าว่าเธอต้องการแต่งงานกับธนาคิมให้เร็วที่สุด

ในที่สุดจึงได้กำหนดวันงานมงคลสมรสของทั้งสอง ธนาคิมพาเขมจิราตระเวนแจกการ์ดตามบ้านญาติผู้ใหญ่ต่างๆ เขมจิราดีใจที่จะได้แต่งงานกับธนาคิม หญิงสาวเข้าไปบอกกับพิมพ์ชนกว่าไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้ธนาคิมมาหลงเสน่ห์คนอย่างพิมพ์ชนก และถ้าหาใครไม่ได้เธอยินดียกอานนท์ให้พิมพ์ชนกไว้เป็นคู่ควง พิมพ์ชนกยืนยันกับเขมจิราว่าเธอไม่เคยมีความคิดอย่างที่เขมจิ
รากล่าวหา

ก่อนวันงานแต่งงานของธนาคิมกับเขมจิรา ธนาคิมต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อเคลียร์งานเขียนโปรแกรมของโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำค้างอยู่ เพราะหลังจากแต่งงานแล้วเขมจิราขอร้องให้เขาพาไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ รถของชายหนุ่มที่ขับมาประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ เอมอรได้รับโทรศัพท์จากทางตำรวจแจ้งว่าธนาคิมประสบอุบัติเหตุ เธอจึงแจ้งให้ตำรวจนำตัวชายหนุ่มส่งโรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่

เอมอรจึงรีบเดินทางตามมาที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงได้รับแจ้งจากอานนท์ว่าธนาคิมต้องทำการผ่าตัดเนื่องจากมีเลือดออกในสมอง อานนท์บอกกับเอมอรว่าจะช่วยเหลือธนาคิมอย่างเต็มความสามารถ

นิติ ทิพย์อาภา และเขมจิรา รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับข่าวจากพิมพ์ชนกหลังการผ่าตัดแล้วธนาคิมอาจจะมีอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่มีเลือดออกในสมอง เขมจิราโวยวายใส่อานนท์ว่าฝีมือไม่ถึงทำให้คนรักของเธอต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ พิมพ์ชนกและริสาพยายามอธิบายกับเขมจิราว่าอานนท์ได้ช่วยเหลือธนาคิมอย่างสุดความสามารถแล้ว

หลังจากธนาคิมรู้สึกตัวและอาการดีขึ้น ชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่มีความรู้สึกทางซีกซ้าย อานนท์จึงอธิบายให้ธนาคิมฟังว่า ชายหนุ่มเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซึกทำให้ไม่มีความรู้สึก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการที่มีเลือดออกในสมอง แต่ธนาคิมมีโอกาสที่จะหายเป็นปกติถ้าได้รับการดูแลรักษาตลอดจนการทำกายภาพบำบัดถูกวิธี ธนาคิมเสียใจที่เขาต้องกลับกลายมาเป็นคนพิการ พิมพ์ชนกเข้ามาปลอบใจ แต่ธนาคิมย้อนหญิงสาวว่าที่จริงแล้วเธอคอยจ้องจะสมน้ำหน้าเขาต่างหาก หญิงสาวไม่เข้าใจที่ชายหนุ่มพูด

เขมจิรารับไม่ได้ที่ต้องแต่งงานกับคนพิการอย่างธนาคิม นิติกับทิพย์อาภาบอกว่าธนาคิมต้องหายเป็นปกติอย่างแน่นอน โดยบอกกับเอมอรว่าจะขอเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน เขมจิราบอกว่าเธอจะไม่อยู่รอธนาคิม ถ้าชายหนุ่มต้องพิการตลอดชีวิตเธอก็จะถอนหมั้น นิติไม่เข้าใจว่าทำไมเขมจิราถึงได้กลายเป็นคนที่มีจิตใจเช่นนี้

เอมอรขอร้องให้นิติกับทิพย์อาภา ช่วยพูดกับพิมพ์ชนก โดยขอให้หญิงสาวรับเป็นคนดูแลธนาคิมหลังจากที่ชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาล เพราะพิมพ์ชนกเป็นพยาบาลสามารถดูแลธนาคิมได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเธอไม่ไว้ใจคนอื่นที่จะมาดูแลธนาคิม พิมพ์ชนกชี้แจงกับเอมอรว่าเธอต้องทำงาน เอมอรจึงบอกให้พิมพ์ชนลาออกจากโรงพยาบาล และเธอจะให้เงินเดือนเป็นสองเท่าที่หญิงสาวได้รับ เมื่อธนาคิมหายเป็นปกติแล้ว เธอจะฝากให้พิมพ์ชนกกลับเข้าทำงานในโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง

พิมพ์ชนกจำยอมต้องรับหน้าที่ดูแลธนาคิม โดยไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าที่ชายหนุ่มจะหายเป็นปกติ เมื่อธนาคิมออกจากโรงพยาบาล พิมพ์ชนกจึงตามมาอยู่ที่บ้านของชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขมจิราตามมาส่งธนาคิมที่บ้านก่อนจะกลับออกไปเขมจิราเข้าไปพูดกับพิมพ์ชนกว่า ขณะนี้คงสมใจพิมพ์ชนกแล้ว เพราะดูท่าทางจะรอโอกาสนี้มานาน และที่สำคัญเขมจิราบอกว่าเธอขอยกธนาคิมให้กับพิมพ์ชนก เพราะคนพิการอย่างธนาคิมก็เหมาะกับเมียพยาบาลอย่างพิมพ์ชนกราวกับกิ่งทองใบหยก เอมอรเข้ามาได้ยินเขมจิราพูดจึงเกิดความรู้สึกไม่ชอบหญิงสาวที่มีท่าทางรังเกียจลูกชายของเธออย่างออกนอกหน้า

ธนาคิมเริ่มอาละวาดใส่พิมพ์ชนกเมื่ออยู่กันตามลำพัง หญิงสาวต้องใช้ความอดทนกับอารมณ์ที่แปรปรวนของชายหนุ่ม พิมพ์ชนกเข้าใจดีว่าธนาคิมต้องรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ หญิงสาวพยายามพูดให้กำลังใจ และขอร้องให้ชายหนุ่มตั้งใจในการทำกายภาพบำบัด

เขมจิราเริ่มหันกลับมาคบกับอานนท์ ริสารู้สึกเสียใจมากที่อานนท์ยังไม่สามารถตัดใจจากเขมจิราได้ ทิพย์อาภาเตือนสติเขมจิราว่าเธอเป็นคู่หมั้นของธนาคิมไม่ควรจะไปสนิทสนมกับผู้ชายอื่น แต่หญิงสาวยืนยันว่าชีวิตเป็นของเธอ ฉะนั้นเธอพอใจที่จะคบหาใครก็ได้ นิติโทษทิพย์อาภาที่ตามใจลูกจนเสียคน คุณพงษ์กับคุณอารีย์บอกให้ทั้งสองช่วยกันทำให้เขมจิรากลับมาเป็นคนดีมีความคิดให้ได้

เมื่อพิมพ์ชนกอยู่ดูแลธนาคิมเป็นระยะเวลานาน หญิงสาวเริ่มรู้สึกสงสารชายหนุ่มเพราะเขมจิราไม่เคยมาเยี่ยมธนาคิมอีกเลย ชายหนุ่มเริ่มเห็นความดีของพิมพ์ชนก แต่ภาพภายนอกยังคงแสดงความเกี้ยวกราดกับหญิงสาวตลอดเวลา และเมื่ออานนท์มาหาพิมพ์ชนกที่บ้านธนาคิม ชายหนุ่มยิ่งแน่ใจว่า พิมพ์ชนกกำลังคบหาอยู่กับอานนท์ จึงเกิดความไม่พอใจที่พิมพ์ชนกไม่รู้สึกผิดกับการที่ทำให้พลาทิปต้องตาย

ในที่สุดธนาคิมหายเป็นปกติ พิมพ์ชนกจึงบอกกับเอมอรว่าเธอจะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลตามที่เอมอรบอกเธอไว้ เอมอรขอบคุณที่พิมพ์ชนกดูแลธนาคิมกลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณหญิงสาวอย่างเสียไม่ได้ พิมพ์ชนกรู้สึกน้อยใจที่ธนาคิมไม่เคยเห็นความดีของเธอเลย

อานนท์ยื่นเรื่องขอให้ทางโรงพยาบาลรับพิมพ์ชนกกลับเข้าทำงานอีกครั้ง เขมจิรารู้ข่าวว่าธนาคิมหายเป็นปกติจึงรีบมาหาชายหนุ่มพร้อมกับบอกว่าเธอยังรักธนาคิมอยู่ และบอกว่าเธอจะจัดงานแต่งงานทันทีที่ธนาคิมพร้อม ชายหนุ่มบอกขอให้เขมจิรารอไปก่อนเพราะขณะนี้เขายังไม่พร้อม

อานนท์ เห็นว่าเขมจิราจะทิ้งเขากลับไปหาธนาคิมอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มเกิดความแค้น จึงต้องการนำเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเขมจิราไปบอกกับธนาคิม ริสาพยายามเตือนสติอานนท์ว่า ถ้าเขารักเขมจิราจริงก็ควรจะปล่อยหญิงสาวได้อยู่กับคนที่เขารัก เพราะความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการเสียสละและยินดีกับความสุขของคนที่เรารัก อานนท์เริ่มหันกลับมาทบทวนและเริ่มที่จะคิดได้ว่าใครที่รักเขาอย่างจริงใจ

เอมอรไม่พอใจที่เขมจิราหันกลับมาคบกับธนาคิมอีกครั้ง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากธนาคิมยืนยันที่จะคบกับเขมจิราต่อไป เขมจิราควงมากับธนาคิมเพื่อมาขอบคุณพิมพ์ชนกที่ดูแลธนาคิมจนหายเป็นปกติ พิมพ์ชนกจึงอวยพรธนาคิมกับเขมจิราให้มีความสุขในวันแต่งงานที่จะมาถึง ส่วนเธอก็จะมีข่าวดีกับอานนท์เร็วๆ นี้เช่นกัน

พิมพ์ชนกลงจากเข้าเวรกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ธนาคิมมาจอดรถดักรอหญิงสาวในขณะที่จะเดินกลับบ้าน เมื่อพบกันชายหนุ่มบอกกับพิมพ์ชนกว่า นิติป่วยหนัก ทิพย์อาภาให้เขามารับหญิงสาวเพื่อกลับไปดูอาการของนิติ ด้วยความตกใจพิมพ์ชนกจึงรีบขึ้นรถไปกับธนาคิม จึงไม่เห็นว่าริสาเดินตามเธอมา

แทนที่ธนาคิมจะพาพิมพ์ชนกกลับบ้าน เขากลับพาหญิงสาวมาบ้านลูกน้องคนหนึ่งของเขาที่ชานเมือง เมื่อมาถึงธนาคิมลากตัวหญิงสาวให้เข้าไปในบ้านและเริ่มต่อว่าหญิงสาวว่า ชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงรัก แต่สุดท้ายก็ทำให้ผู้ชายเหล่านั้นต้องผิดหวัง พิมพ์ชนกพยายามอธิบายว่าไม่เคยทำอะไรอย่างที่ธนาคิมกล่าวหา

เมื่อธนาคิมได้ฟังคำอธิบายทำให้เกิดอารมณ์แค้นมากขึ้น ชายหนุ่มจึงใช้กำลังปลุกปล้ำหญิงสาว พิมพ์ชนกพยายามต่อสู้ดิ้นรนขัดขืน แต่ในที่สุดหญิงสาวไม่สามารถสู้กำลังของชายหนุ่มได้ พิมพ์ชนกจึงตกเป็นของธนาคิม ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าพิมพ์ชนกไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ธนาคิมรู้สึกผิดที่หักหาญน้ำใจของหญิงสาว

พิมพ์ชนกไม่เข้าใจว่าทำไมธนาคิมจึงทำเช่นนี้กับเธอ ธนาคิมพยายามขอโทษในสิ่งที่เขาทำลงไป หญิงสาวบอกว่าถ้าการที่ธนาคิมทำร้ายเธอ เพราะคิดว่าเธอเคยทำผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม เธอขอยอมรับผิดในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคืออะไร พิมพ์ชนกขอให้ธนาคิมลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และรีบพาเธอกลับไปส่งที่บ้านพักก่อนที่ใครจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้

พิมพ์ชนกกลับมาพบกับริสา ด้วยความอัดอั้นตันใจหญิงสาวจึงตรงเข้ากอดเพื่อนและร้องไห้อย่างหนักหน่วง ริสาพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเธอ แต่เมื่อเห็นว่าพิมพ์ชนกไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังได้ เธอจึงได้แต่ปลอบใจและบอกพิมพ์ชนกว่าถ้ามีเรื่องใดให้เธอ ช่วยขอให้บอกกับเธอทันที

พิมพ์ชนกบอบช้ำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนล้มป่วย ริสาเข้ามาคอยดูแลหญิงสาว พิมพ์ชนกกำชับไม่ให้ริสาบอกเรื่องนี้กับคนทางบ้าน ธนาคิมรู้ข่าวจึงรีบมาเยี่ยมหญิงสาวที่โรงพยาบาล ได้พบกับริสา หญิงสาวเล่าว่าพิมพ์ชนกป่วยมาหลายวันแล้วแต่ไม่ยอมให้บอกทางบ้าน เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์ส่งข่าวให้ธนาคิมรู้

เมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพังธนาคิมจึงบอกเขาขอรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป พิมพ์ชนกยืนยันว่าไม่จำเป็นเพราะเธอกับอานนท์กำลังจะแต่งงานกัน ธนาคิมจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง เมื่อชายหนุ่มอยู่ตามลำพังจึงเกิดความรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง จึงรีบตรงไปที่บ้านพ่อกับแม่ของพลาทิป

เมื่อธนาคิมไปถึงจึงถามพ่อกับแม่พลาทิปว่า เคยเห็นผู้หญิงคนรักของพลาทิปบ้างหรือเปล่า แม่เล่าให้ธนาคิมฟังว่าก่อนหน้านั้นพลาทิปเคยพาหญิงสาวที่มีนามว่าพิมพ์ชนกมาแนะนำให้รู้จักพ่อของพลาทิปจึงไปค้นรูปที่ลูกชายถ่ายคู่กับสาวคนรักมาให้ธนาคิมดู

ธนาคิมเห็นหน้าผู้หญิงในภาพที่ยืนคู่กับพลาทิป ชายหนุ่มรู้สึกตกใจถึงกับเข่าอ่อน เพราะผู้หญิงในภาพคือเขมจิราคู่หมั้นของเขานั่นเอง ชายหนุ่มเข้าใจในทันทีว่าเขมจิราคงบอกกับพลาทิปตลอดเวลาว่าเธอคือพิมพ์ชนก ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดมากขึ้นที่ทำร้ายพิมพ์ชนกมาโดยตลอด

ริสารู้ว่าพิมพ์ชนกมีใจให้กับธนาคิม แต่พิมพ์ชนกปฏิเสธว่าเธอไม่เคยเห็นธนาคิมอยู่ในสายตา ริสาบอกว่าถ้าพิมพ์ชนกรู้สึกอย่างไรก็ควรทำตามที่ใจปรารถนา เพราะเขมจิราไม่เหมาะที่จะเป็นคู่ชีวิตของธนาคิม พิมพ์ชนกจึงพูดด้วยความโกรธว่าผู้ชายเลวๆอย่างธนาคิมก็เหมาะสมแล้วที่จะอยู่กับเขมจิรา ริสาจึงบอกว่าด้วยเหตุนี้พิมพ์ชนกจึงอ้างว่าจะแต่งงานกับอานนท์ เพื่อต้องการกันตัวเองจากธนาคิม พิมพ์ชนกกล่าวขอโทษเพื่อนสาวที่เธออ้างเหตุผลแบบนั้น

ริสานำเรื่องของพิมพ์ชนกกับธนาคิเล่าให้อานนท์ฟัง อานนท์รู้สึกเห็นใจธนาคิมจึงรีบไปหาพร้อมกับอธิบายเรื่องราวระหว่างเขากับพิมพ์ชนกให้ฟัง และยืนยันว่าเขากับหญิงสาวเป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกัน และไม่เคยมีแผนที่จะแต่งงานกันแต่อย่างใด ที่สำคัญคนที่เขารักและต้องการจะแต่งงานด้วยมีเพียงริสาคนเดียวเท่านั้น

เมื่อธนาคิมเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาจึงมาหาพิมพ์ชนกที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อปรับความเข้าใจพร้อมกับสารภาพเรื่องราวที่เขาเข้าใจผิดหญิงสาว และยืนยันว่าเขาต้องการจะแต่งงานกับพิมพ์ชนก หญิงสาวต่อว่าที่ธนาคิมตัดสินลงโทษเธอก่อนที่จะรู้ความจริงเป็นอย่างไร พิมพ์ชนกยืนยันว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักอย่างเด็ดขาด ธนาคิมจึงสารภาพกับพิมพ์ชนกว่าเขารักเธอตั้งแต่วันแรกที่พบกัน แต่ด้วยความแค้นที่มีเขาจึงต้องแสดงออกเช่นนั้น

เขมจิราเข้ามาได้ยินที่ธนาคิมสารภาพรักกับพิมพ์ชนก จึงกลับออกไปด้วยความแค้น หญิงสาวตรงไปที่ผับที่เธอชอบไปดื่มเหล้าเป็นประจำ เขมจิราจ้างเด็กเสิร์ฟที่เธอสนิทให้ติดต่อกับพวกมิจฉาชีพให้เธอ เมื่อเธอติดต่อคนร้ายได้แล้วจึงนำรูปของพิมพ์ชนกให้คนร้ายดูและสั่งคนร้ายให้จับตัวพิมพ์ชนกไปข่มขืน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอจะจ่ายเงินให้เป็นค่าตอบแทน

หลังจากออกเวรกลางคืน พิมพ์ชนกได้รับโทรศัพท์จากเขมจิราให้กลับมาที่บ้านเพราะทิพย์อาภามีเรื่องสำคัญที่จะปรึกษาด้วย หญิงสาวจึงรีบขับรถกลับบ้าน ธนาคิมมาหาพิมพ์ชนกที่โรงพยาบาลพบกับริสา หญิงสาวบอกว่าพิมพ์ชนกขับรถออกไปสักครู่เพราะเห็นว่ามีธุระด่วนที่บ้าน ชายหนุ่มจึงรีบขับรถตามพิมพ์ชนกออกไป

เมื่อพิมพ์ชนกขับรถมาถึงระหว่างทางเข้าบ้านมีรถจอดขวางทางอยู่ พิมพ์ชนกจึงต้องจอดรถระหว่างนั้นคนร้ายสามคนช่วยกันลากตัวหญิงสาวขึ้นรถขับออกไป ธนาคิมตามมาทันเหตุการณ์จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจพร้อมกับบอกทะเบียนรถและทิศทางที่คนร้ายกำลังมุ่งหน้าไป ก่อนที่จะรีบขับรถตามรถคนร้ายไป

คนร้ายเห็นด่านตรวจของตำรวจ จึงจอดรถไว้ข้างทางก่อนจะลากตัวพิมพ์ชนกเข้าไปในป่าข้างถนน ธนาคิมขับรถตามมาทันจึงเข้าไปต่อสู้กับคนร้าย ชายหนุ่มพลาดท่าถูกคนร้ายยิงจนล้มลง เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ตำรวจตามมาที่เกิดเหตุได้ทันเวลา ทำให้สามารถช่วยเหลือพิมพ์ชนกและธนาคิมได้อย่างปลอดภัย พิมพ์ชนกรีบขับรถของธนาคิมพาชายหนุ่มไปส่งโรงพยาบาล คนร้ายทั้งหมดถูกตำรวจจับ

คนร้ายให้การกับตำรวจว่าได้รับการว่าจ้างมาจากเขมจิรา ตำรวจจึงนำกำลังไปจับเขมจิราที่บ้าน เมื่อทุกคนในบ้านเห็นตำรวจมาที่บ้านกลางดึกจึงพากันตกใจ เขมจิราคิดว่าตำรวจคงมาแจ้งเรื่องของพิมพ์ชนกจึงไม่เฉลียวใจแต่อย่างใด

เมื่อตำรวจพบกับเขมจิราจึงตรงเข้าจับกุมหญิงสาวพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ทิพย์อาภาเป็นลมหมดสติเมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมด เขมจิราตกใจจนเสียสติแผดเสียงร้องไห้สลับกับหัวเราะวิ่งหนีไป ตำรวจรีบตามกันออกไปเพื่อจับตัวหญิงสาว

เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย ธนาคิมได้รับการช่วยเหลือจากอานนท์จนปลอดภัย พิมพ์ชนกรู้ใจตัวเองว่ารักธนาคิมและให้อภัยเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด เขมจิรามีอาการทางประสาทจึงถูกส่งตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา นิติ ทิพย์อาภา คุณพงษ์ คุณอารีย์ รวมทั้งพิมพ์ชนกไปเยี่ยมหญิงสาวที่โรงพยาบาล ทิพย์อาภารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขอให้พิมพ์ชนกยกโทษให้เธอ หญิงสาวยืนยันว่าเธอรักและเคารพทิพย์อาภาเหมือนแม่แท้ๆ ของเธอ ส่วนเขมจิราเธอให้อภัยทุกอย่าง เพราะหญิงสาวก็ถือว่าเป็นน้องคนเดียวของเธอ

เอมอรมาสู่ขอพิมพ์ชนกจากทิพย์อาภา ธนาคิมบอกกับทุกคนว่าเขาต้องการแต่งงานกับพิมพ์ชนกให้เร็วที่สุด อานนท์กับริสามาแสดงความยินดีกับธนาคิมและพิมพ์ชนก ทั้งสองกล่าวขอบคุณและอวยพรให้อานนท์กับริสามีความสุขสมหวังและรักกันตลอดไป ธนาคิมสัญญากับพิมพ์ชนกว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาจะอยู่ดูแลหญิงสาวตราบจนกว่าจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องจากกัน พิมพ์ชนกบอกว่าคงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ เกิดกับทั้งสองอีกต่อไปแล้ว นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดกับหัวใจของทั้งสองที่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป

นักแสดงละคร หลงเงาจันทร์
สเตฟาน สันติ วีระบุญชัย แสดงเป็น ธนาคิม
กบ สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น พิมพ์ชนก

หลงเงาจันทร์ 2562

หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต

รวมก๊วนตัวโน้ต อาร์ตเข้ามาเรียนดนตรีในกรุงเทพฯช่วงปิดเทอม เสือเตี้ยพี่ชายจึงนำอาร์ตมาฝากให้อยู่ที่บ้านของหน่อไม้เพื่อนซี้ และระหว่างที่หน่อไม้ออกไปส่งเสือเตี้ย เค้กกลับมาเจออาร์ตนุ่งผ้าขาวม้าออกมาจากห้องน้ำก็ตกใจ คิดว่าอาร์ตเป็นโจรลามก คว้าไม้เบสบอลมาจะฟาด โดยไม่ฟังคำอธิบาย หน่อไม้ที่เพิ่งกลับมาจึงโดนลูกหลงเข้าไปเต็มๆ พอรู้เรื่องแทนที่เค้กจะขอโทษ กลับโทษอาร์ตที่ไม่ยอมบอกแต่แรก

เค้กจำใจพาอาร์ตมาสมัครเรียนกีตาร์ตามคำสั่งของหน่อไม้ เมื่อมาถึงเค้กก็ทิ้งให้อาร์ตยืนคว้างคนเดียวจนโดนแหนมบอกว่าจะให้เรียนในราคาถูก ดีที่ยามรูปีมาช่วยไว้ทัน อาร์ต, ใหม่, แอนนี่, การ์ตูน, ห่อหมก จึงไม่โดนหลอก ทั้งหมดจึงได้รู้จักกัน

ในระหว่างที่กำลังนั่งคุยกันที่ร้านโกฮับ การ์ตูนก็ดันไปมีเรื่องกับพวกนักเลง หน่อไม้ที่พาเค้กมาหาอะไรทานเห็นเหตุการณ์ก็เข้าไปช่วย แต่พอเห็นพวกนักเลงเอาจริงหน่อไม้ก็บอกให้ทุกคนวิ่งหนี่ จนมารวมตัวกันที่บ้านของหน่อไม้ จังหวะนั้นเจ๊ไฝเจ้าของบ้านเช่ามาทวงค่าเช่าบ้านพอดี เมื่อหน่อไม้บอกยังไม่มีค่าเช่า เจ๊ไฝก็สั่งให้เก็บของย้ายออกไป อาร์ตกับเพื่อนๆจึงรวบรวมเงินที่มีอยู่ทั้งหมดจ่ายค่าเช่าแทน ทำเอาหน่อไม้ซึ้งใจ

ผิดกับเค้กซึ่งยังเจ็บใจจากการที่โดนอาร์ตดูถูกว่าไม่มีดนตรีในหัวใจ เค้กจึงตัดสินในลงเรียนไวโอลิน เพื่อพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าตัวเองก็เล่นดนตรีได้ และเล่นเก่งกว่าอาร์ตด้วย

หยดน้ำในตะวัน

ปานตะวัน และเดือนแรม เป็นลูกสาวของเกริก กับจรัสศรี เกริกนั้นร่ำรวยมาตั้งแต่ต้นตระกูล และเมื่อได้รับมรดก เกริกก็สั่งขยายงานจนรวยมากขึ้นไปอีก ปานตะวันลูกสาวคนโตนั้นเป็นพยาบาลทำงานอยู่โรงพยาบาลบ้านหมี่ ส่วนเดือนแรมลูกสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยปี 3 พี่น้องทั้งคู่ฟุ้งเฟ้อ ชอบใช้ของแบรนด์เนม เธอใช้ชีวิตอย่างลูกเศรษฐีจริงๆ และเกริกก็ไม่เคยห้ามปรามเมื่อเธอมาขอเงินเลยสักครั้ง คนที่มีความทุกข์ก็คือจรัสศรี เพราะป่วยเป็นโรคร้ายต้องถ่ายเลือดทุกเดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับเกริกที่จะดูแลภรรยาอันเป็นที่รักอย่างดีที่สุด เกริกและจรัสศรีรักกันมาก ส่วนปานตะวันก็มีคนรู้ใจแล้วเช่นกัน ชื่อ หมออโณทัย ซึ่งทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน ในเรื่องของการบริหารงานของบริษัทต่างๆ ของตระกูลนั้น เกริกจะดูแลคนเดียวทั้งหมด ลูกๆ ไม่เคยต้องมารับรู้หรือรับผิดชอบอะไรเลย ปานตะวันรู้แต่ว่าพ่อเป็นคนที่รักครอบครัวเป็นที่สุด และเธอก็รักและผูกพันธ์กับพ่อเช่นกัน แต่แล้ววันหนึ่งปานตะวันก็ต้องรีบกลับบ้านเมื่อจรัสศรีติดต่อไปว่าเกริกป่วย เมื่อปานตะวันมาถึงกลับได้รู้ความจริงที่โหดร้ายว่า พ่อของเธอยิงตัวตายเนื่องจากปัญหาหนี้สินที่ถึงขั้นล้มละลาย ก่อนตายเกริกเขียนจดหมายฝากจรัสศรีให้ตะวัน 1 ฉบับ แต่ปานตะวันยังไม่มีกำลังใจที่จะอ่าน ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องจัดการมันมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่งานศพของพ่อ สุขภาพของแม่ที่ทรุดหนัก ที่ร้ายที่สุด ทุกคนต้องอพยพจากบ้านบันดาลสินธ์ ซึ่งปานตะวันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เธอลืมเรื่องจดหมายของพ่อไปสนิท ในช่วงเวลาวันสับสนนี้ทำให้ปานตะวันเลิกกับหมออโณทัยไปโดยปริยาย คนที่คอยช่วยเหลือเธอกลับเป็นยุคลเดช ลูกชายของบรรพต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเกริก ครอบครัวของเกริกและบรรพตรู้จักคุ้นเคยกันมานาน บรรพตนั้นค่อนข้างยากจน แต่เกริกก็ไม่เคยรังเกียจที่จะคบหาเป็นเพื่อนสนิท และคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ทำให้ยุคลเดชเองก็สนิทสนมคุ้นเคยกับปานตะวันและเดือนแรมเช่นกัน ยุคลเดชนั้นปลื้มและหลงใหลปานตะวันมานาน เขาประทับใจว่าปานตะวันสวยและดีราวกับเจ้าหญิง เด็กๆ มาห่างกันก็ตอนเรียนหนังสือ ประกอบกับบรรพตเองก็ย้ายบ้านไปอยู่ไกลอีกด้วย แต่เกริกและบรรพตก็ติดต่อกันเสมอ ยุคลเดชช่วยเหลือและช่วยแก้ไขปัญหาให้กับปานตะวันทุกอย่าง เขาเป็นธุระหาบ้านให้อยู่ใหม่ ซึ่งเดือนแรมไม่พอใจมาก เธอติว่าเล็กและไม่น่าอยู่เท่ากับบันดาลสินธ์ ปานตะวันได้แต่ปลอบน้อง เดือนแรมกลายเป็นคนที่มีปัญหามากที่สุด เธอไม่ยอมรับความจริงในชีวิตว่าเธอจะอยู่อย่างหรูหรา ฟุ้งเฟ้อเหมือนอย่างเมื่อก่อนไม่ได้ เดือนแรมอายที่จะขึ้นรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย แม้ขึ้นแท็กซี่ก็ต้องลงก่อนถึงมหาวิทยาลัยแล้วเดินไป เธอพยายามรักษาหน้าตาและภาพพจน์ของเดือนแรมลูกสาวมหาเศรษฐีไว้อย่างดีที่สุด ในที่สุดเดือนแรมก็ทำได้ไม่นานเมื่อเงินเธอหมด เธอจึงปฏิเสธที่จะเรียนต่อ จรัสศรีกับปานตะวันพยายามขอร้องให้เรียนต่อเพราะเสียดาย แต่เดือนแรมก็ไม่ยอม จนกระทั่งปานตะวันให้สัญญาว่าเดือนแรมจะได้ทุกอย่างเหมือนเดิม ทั้งที่ปานตะวันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาเงินมาจากไหน วันหนึ่งยุคลเดชมาเยี่ยมปานตะวันตามปกติ ปานตะวันถามถึงบรรพตว่าทำไมไม่มาร่วมงานศพของพ่อเธอเลย ยุคลเดชจึงบอกไปว่าบรรพตไปต่างประเทศติดธุระสำคัญ แต่ก็สั่งให้เขามาช่วยดูแลแทน ก่อนกลับยุคลเดชมอบเงินไว้ให้ปานตะวันไว้ก้อนหนึ่งประมาณ 2 แสนบาท เขารู้ดีว่าปานตะวันต้องรับผิดชอบมากแค่ไหน ลำพังค่าถ่ายเลือดของจรัสศรีก็แย่แล้ว และยิ่งปานตะวันตัดสินใจลาออกจากงานเพราะต้องมาดูแลแม่ ปานตะวันจึงต้องลำบากมากขึ้น ปานตะวันไม่อยากรับเงินนี้ไว้ เธอไม่อยากกวนเขามากไปกว่านี้ แต่เดือนแรมกลับตะครุบไว้ทันที ปานตะวันพยายามพูดให้น้องคืนเงินยุคลเดช แต่เดือนแรมไม่ยอม เธอบอกว่าเคยได้ยินพ่อทะเลาะกับบรรพตเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะเอาเงินจำนวนนี้ไว้ เมื่อจรัสศรีรู้เรื่อง สุขภาพที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งทรุดลงไปอีก จิตใจก็ยิ่งแย่ จรัสศรีได้แต่เตือนปานตะวันว่าอย่าไปยุ่งกับ 2 คนพ่อลูกนี้โดยที่ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ที่ยุคลเดชทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอก็เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าการที่เกริกต้อง ยิงตัวตายหนีหนี้ สาเหตุมาจากบรรพตบิดาของเขาเอง ทั้งที่สนิทกันมาก เรื่องของเรื่องเกิดเพราะจรัสศรี ในสมัยหนุ่มๆ ทั้งเกริกกับบรรพตต่างก็รักจรัสศรี แต่จรัสศรีรักเกริก ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน การตัดสินใจของจรัสศรีทำให้บรรพตทั้งเจ็บและแค้น เขาเข้าใจว่าจรัสศรีแต่งงานเพราะเห็นแก่เงิน เธออยากมีชีวิตอย่างคุณนายเศรษฐี มากกว่าคนที่กำลังสร้างตัวอย่างเขา บรรพตเริ่มวางแผนล้างแค้นอย่างเลือดเย็น เขาใจเย็นมากพอที่จะดำเนินการตามแผนได้ โดยที่เกริกไม่ระแวงแม้สักน้อย บรรพตขอความช่วยเหลือทางการเงินจากเกริกในการเริ่มลงทุนทำธุรกิจ ซึ่งเกริกก็ให้เพราะหวังดีและจริงใจกับบรรพตมาก เกริกช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง จนบรรพตมีฐานะที่มั่นคงได้ จากนั้นบรรพตก็หลอกล่อให้เกริกเล่นการพนันทั้งที่เล่นไม่เป็น แต่บรรพตก็ใช้สารพัดวิธีล่อจนเกริกติดการพนันจนได้ เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ บรรพตใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงจนเกริกหมดตัวเป็นหนี้สินมากมาย เกริกไม่รู้เลยว่าสมบัติของเขาทั้งหมดอยู่ในมือของบรรพตทั้งสิ้น รวมถึงบ้านบันดาลสินธ์ของเขาด้วย ซึ่งบรรพตชอบบ้านหลังนี้มาก กว่าเกริกจะรู้ตัวเขาก็หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อโดนบรรพตบีบมากๆ เกริกจึงยิงตัวตาย ด้วยเหตุนี้ยุคลเดชจึงทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือปานตะวัน ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการไถ่โทษแทนพ่อ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ยุคลเดชประทับใจและหลงรักปานตะวันมานานแล้ว เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อเธอ ยุคลเดชหางานให้ปานตะวันทำในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเขาเป็นเจ้าของ และยังไปพูดกับบรรพตขอให้คืนทุกอย่างให้กับปานตะวันและครอบครัว แต่บรรพตกลับดุด่าเขามากมาย ซ้ำยังยื่นคำขาดให้เขาทำตามที่บรรพตต้องการ ยุคลเดชอึดอัดใจมาก แต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาคิดว่าเขายอมทำตามคำสั่งพ่อดีกว่าที่จะให้บรรพตส่งไปให้คนอื่นทำซึ่งเขา อาจจะช่วยอะไรเธอไม่ได้ ปานตะวันไปทำงานวันแรกก็เจอดี เมื่อต้องดูแลคนไข้ ชื่อ อรชุมา หรืออ้อม อ้อมเป็นเมียน้อยของเสี่ยเริงรัญ และเธอเป็นคนไข้ประเภทเรื่องมากและเรียกร้อง เจ็บป่วยนิดหน่อยแค่เป็นหวัดก็ต้องเขาโรงพยาบาลแอดมิดอยู่ค้างคืน อ้อมเป็นคนที่สวยแต่เรื่องมาก ตัวของเริงรัญแต่งงานแล้วกับสาวเก่งชื่อยุภาวรรณ เธอเป็นสาวมั่นและเก่งทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานและการวางตัวในสังคม ยุภาวรรณช่วยเหลืองานของเริงรัญได้มาก ก่อนจะมาแต่งงานกัน ยุภาวรรณเคยสนิทสนมกับยุคลเดชมาก่อน จนถึงเวลานี้ก็ยังคบกันฉันเพื่อนที่ดีต่อกัน ยุคลเดชนั้นไม่เคยคิดกับยุภาวรรณในเรื่องของชู้สาวเลย ตรงกันข้ามยุภาวรรณที่เริ่มรักและหลงยุคลเดชมากขึ้น ดังนั้นเมื่อเธอรู้เรื่องและเริ่มเบื่อระอากับความเจ้าชู้ของเริงรัญเต็มที ยุภาวรรณจึงขอหย่าเพราะเธอมีที่หมายใหม่ก็คือยุคลเดชนั่นเอง ในที่สุดเริงรัญก็หย่ากับยุภาวรรณ ยุภาวรรณจึงเข้ามาใกล้ชิดกับยุคลเดชมากขึ้น เธอไม่พอใจเมื่อเห็นยุคลเดชดูแเอาใจใส่กับปานตะวันมาก เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ปานตะวันรู้ว่าเธอคือแฟนของยุคลเดช แต่ยุคลเดชเองก็คอยปรับความเข้าใจกับปานตะวันอยู่เสมอ ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันและไปกันด้วยดี ปานตะวันเองต้องใช้ความอดทนอย่างมากเหมือนกันในการผจญกับยุภาวรรณ ส่วนเดือนแรมยังคงใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ เที่ยวหนัก ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้นในเรื่องภาระต่างๆ ในบ้าน เดือนแรมมักจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มของรัชนี รัชนีเป็นสาวใจแตก ใช้เงินเก่ง เธอหาสปอนเซอร์ด้วยการเป็นเมียน้อยเสี่ยคนหนึ่ง เมื่อรัชนีรู้เรื่องของเดือนแรม เธอจึงแนะนำให้เดือนแรมแก้ไขปัญหาเรื่องเงินโดยวิธีเดียวกัน แรกๆ เดือนแรมก็ไม่ยอม แต่เมื่อจมไม่ลงเดือนแรมซึ่งใช้เงินมากอยู่แล้วและรู้อยู่แก่ใจว่า ปานตะวันคงหาเงินมาให้เธอไม่ได้แน่ เดือนแรมจึงยอมให้รัชนีแนะนำเธอให้เสี่ยคนหนึ่ง วันหนึ่งยุคลเดชชวนปานตะวันไปพักผ่อนที่ระยอง ปานตะวันตอบตกลง เพราะเหนื่อยล้ามานาน ยุภาวรรณพยายามแทรกตัวเข้ามาเพื่อจะไปด้วย แต่คราวนี้ยุคลเดชไม่ยอม คำพูดและท่าทางของยุคเดชทำให้ยุภาวรรณเสียใจมาก เธอยิ่งช้ำใจเมื่อรู้ว่ายุคลเดชรักปานตะวันมาก ด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง ยุภาวรรณใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อประชดตัวเองจนป่วยหนัก เธอโชคดีที่รู้จักหมออโณทัย หมออโณทัยจึงช่วยรักษาเธอให้หายป่วยทั้งกายและใจจนลงเอยกันได้ในที่สุด ระหว่างที่ปานตะวันกับยุคลเดชเริ่มรู้ตัวว่ารักกัน บรรพตซึ่งสั่งซ่อมแซมและตกแต่งบันดาลสินธ์ใหม่ก็เข้ามาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังไม่หมดไฟแค้น แม้ยุคลเดชจะเพียรขอร้องให้พ่อคืนสมบัติให้กับปานตะวันเพียงใด บรรพตก็ไม่ยอม ยุคลเดชจึงรู้สึกว่าเขาเป็นหนี้เกียรติยศ กับครอบครัวของปานตะวัน และเขาก็จะดูแลครอบครัวนี้ต่อไปเพื่อเป็นการไถ่โทษนอกจากเรื่องของหัวใจที่ เขารักปานตะวัน แล้ววันหนึ่งบรรพตก็โดนกรรมสนองเมื่อเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อาการสาหัส จนต้องถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง ปานตะวันอาสามาช่วยดูแลพยาบาลบรรพต เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของเขาและยุคลเดช และเธอสำนึกอยู่เสมอว่าบรรพตเป็นเพื่อนรักของพ่อก็เหมือนดูแลพ่อ ปานตะวันจึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มใจแม้ว่าบางครั้งจะต้องรองรับอารมณ์ เกรี้ยวกราดของบรรพตอย่างรุนแรง แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบรรพตจึงหวาดระแวงเธอนักเขาไม่ยอมกินยาที่เธอส่ง ให้ บรรพตจะโวยวายตลอดเวลาว่าเธอจะวางยาพิษเขา ปานตะวันเสียใจที่บรรพตหวาดระแวงเธอเหลือเกิน แต่เธอก็พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ยุคลเดชซึ่งรักเธออยู่แล้วจึงรักมากขึ้นทุกวัน การที่ปานตะวันมาดูแลบรรพตที่บันดาลสินธ์ทำให้เดือนแรมได้โอกาสทำตามใจมาก ขึ้น เธอไปอยู่คอนโดกับ สปอนเซอร์ แต่เธอบอกทางบ้านว่าไปอยู่กับเพื่อนที่คอนโด เดือนแรมทำให้ปานตะวันเป็นห่วงมาก เธอเริ่มปรับทุกข์กับยุคลเดชจนเขารับปากว่าจะช่วยตามหาให้ ยุคลเดชตามเดือนแรมจนพบ เขาพาปานตะวันไปคุยกับน้องสาวเอง ปานตะวันเสียใจเมื่อรู้ความจริงจากเดือนแรม เธอขอร้องให้เดือนแรมเลิกทำแบบนี้และกลับไปเรียนหนังสือต่อ เดือนแรมซึ่งเห็นในความรักและความจริงใจของพี่สาวจึงยอมตกลง ปานตะวันรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในความดีของยุคลเดชมากขึ้น ดังนั้นเมื่อยุคลเดชขอแต่งงานกับเธอ ปานตะวันจึงตกลง ทั้งคู่จึงแต่งงานกันอย่างเงียบๆ วันหนึ่งขณะที่ปานตะวันจะนำยาไปให้บรรพตตามปกติ เธอได้ยินเสียงบรรพตทะเลาะกับยุคลเดช บรรพตด่าว่ายุคลเดชว่าเป็นลูกอกตัญญูที่เกิดจะคืนสมบัติให้กับปานตะวัน คำพูดที่ได้ยินทำให้ปานตะวันนึกถึงจดหมายของเกริกได้ เธอรีบไปค้นจดหมายออกมาอ่าน เกริกเขียนบอกความจริงทุกอย่างถึงความร้ายกาจของบรรพต และสาเหตุที่เขาต้องยิงตัวตาย ปานตะวันเสียใจและแค้นใจมาก เธอทนไม่ได้ที่จะอยู่ในฐานะของสะใภ้ของคนที่ฆ่าพ่อเธอ ปานตะวันคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไป วันรุ่งขึ้น เธอเข้าไปดูแลบรรพตตามปกติ แต่บรรพตไม่ยอมรับยาจากเธอตามเคย แถมคราวนี้ยังไล่เธอออกจากบ้านอีกด้วย ปานตะวันทนไม่ไหวจึงบอกว่าเธอรู้เรื่องหมดแล้ว เธอไม่ยอมออกจากบ้านของเธอเด็ดขาด คำพูดของเธอทำให้บรรพตช็อคเข้าใจว่ายุคลเดชบอกความจริงกับปานตะวันและโอน บ้านให้เธอแล้ว บรรพตแน่นหน้าอกทันที เขาร้องขอยาโรคหัวใจจากปานตะวัน แต่ปานตะวันมองเฉย ความแค้นทำให้จิตใจเธอเหี้ยมเกรียมผิดปกติ เธอยืนมองบรรพตดิ้นทุรนทุรายอย่างสะใจก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นเงียบๆ บรรพตต้องดิ้นรนกดกริ่งเรียกคนในบ้านมาช่วย เขาจึงถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลทันที บรรพตอาการหนักมากต้องอยู่ในห้องไอซียูตลอดเวลา ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยุคลเดชและปานตะวันหมางใจกัน เมื่อปานตะวันขอหย่า ยุคลเดชรู้ดีว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องชดใช้หนี้เกียรติยศ ยุคลเดชยอมตามใจเธอทุกอย่างแม้ว่าเขาจะรักเธอมาก เขาจะคืนทุกอย่างให้เธอและจะจากไปอยู่ตามลำพัง ปานตะวันตกลงด้วยความทิฐิ เธอคิดว่าเขาไม่ได้รักเธอ ยุคลเดชจึงจากไปด้วยความเจ็บช้ำ แต่เมื่ออยู่คนเดียวเธอก็คิดได้ว่าเรื่องทุกอย่างเกิดจากบรรพตคนเดียว โดยที่ยุคลเดชไม่เกี่ยวข้องเลย แต่เขากลับทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษแทนพ่อ ภาพความหลังเก่าๆ ที่ยุคลเดชดูแลปานตะวันอย่างดี และเอาใจใส่ด้วยความรัก ทำให้ปานตะวันลดทิฐิลง ปานตะวันเริ่มรู้ดีว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร จึงออกตามหายุคลเดช และให้อภัยเขาด้วยความรัก

รายชื่อนักแสดง หยดน้ำในตะวัน
อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท ปานตะวัน
วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ยุคลเดช
อริษา วิลล์ รับบท เดือนแรม
เปียเชอร์ คริสเต็นเซ่น รับบท จรัสศรี
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท บรรพต
มาฬิศร์ เชยโสภณ รับบท อโณทัย

หมอลำซัมเมอร์

ณ มหานครนิวยอร์ก เดือนพิลาส หรือ แอนนี่ สาวน้อยลูกครึ่งไทยอเมริกัน สนุกสนานไปกับชีวิตนักศึกษาปีสุดท้าย ด้วยบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในอเมริกา ทำให้สาวน้อยวัยน่ารักอย่างเธอหลงแสงสีความเป็นอเมริกันชน และลืมไปบ้างว่าตัวเองเป็นลูกครึ่ง ไทยอีสาน-อเมริกัน พ่อ ลุกส์ และแม่ ดาวเรือง ย้ายมาอยู่ที่อเมริกามาหลายสิบปีแล้ว หลังจากลุกส์ในฐานะวิศวกรพบกับดาวเรือง นางพยาบาลแสนสวยแห่งอุบลราชธานี เดือนพิลาสกำลังเรียนด้านสถาปัตยกรรมปีสุดท้าย และอยู่ในช่วงฝึกงาน ดาวเรืองกับลุกส์พยายามชวนเธอให้กลับไปเยี่ยมบ้านอุบลฯ ในช่วงปิดเทอมนี้ แต่แอนนี่พยายามบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอดเวลา โดยมีสาเหตุที่แท้จริงคือ อยากจะเลี่ยงไม่ไปเจอความเป็นอีสานของยายดวง เจ้าของวงหมอลำชื่อดังของอุบลราชธานี

ภาพ อุบลราชธานีในความคิดเสมือนประเทศโลกที่สามที่เธอเห็นจากสารคดีช่วยเด็กและ ผู้หิวโหยทางทีวี ยังไม่รวมเพลงหมอลำพื้นบ้านที่ครอบครัวแม่ภูมิใจนักหนา ถึงขึ้นมีวงดนตรีส่วนตัวและยังทำเทปทำซีดีส่งมาให้แม่เปิดและพ่อก็ยังร้อง ตามได้ด้วย สวนทางกับอาการคลั่งฮิพฮอพเบรกบีทอย่างสุดฤทธิ์ของเธอ ยิ่งคิด เดือนพิลาศก็ยิ่งนึกเดียดฉันท์บ้านนอกของประเทศไทย เธอถึงกับโวยวายกับพ่อแม่ว่า ลำพังเมืองไทยก็เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาแล้ว นี่ยังต้องไปอยู่ถึงอุบลราชธานี อีสานบ้านนอกเข้าไปอีก นายลุกส์โมโห ไม่ชอบให้ลูกสาวดูถูกบรรพบุรุษทางแม่ และยังดูถูกเพื่อนร่วมชาติด้วย ยื่นคำขาดให้เดือนพิลาสไปกับตัวเองโดยไม่มีข้อแม้

พรีม โด่งดังมากจากอัลบั้มแรกที่สัตยาบรรจงเขียนเนื้อและทำนองให้ อัลบั้มของพรีมกลายเป็นอัลบั้มที่สร้างฐานะการเงินอย่างมั่นคงให้กับบริษัท ชุดที่สองจึงตามมาติด ๆ ด้วยยอดขายสูงไม่ต่างกัน สัตยาคาดหวังจะแต่งงานกับพรีมในอีกสองสามปีข้างหน้า เมื่อเขาสร้างฐานะได้ด้วยตัวเอง และพรีมโด่งดังพอแล้ว แต่ความต้องการของสัตยาสวนทางกับพรีม เธอไม่ได้ต้องการแต่งงานกับสัตยา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะแนบแน่นใจทางพฤตินัยแล้วก็ตาม สายทิพย์ มารดาของสัตยาไม่ค่อยชอบพรีมนักเพราะ เห็นความทะเยอทะยานและอยากดังเป็นดาวเด่นบนฟ้าตลอดกาลของพรีม สายทิพย์เคยคุยกับพรีมและทราบว่า พรีมไม่อยากให้มีการแต่งงาน เพราะกลัวว่าจะมาบั่นทอนความดังของตัวเอง สายทิพย์ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับสัตยา กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้เพราะรักพรีมมาก ฝันที่จะมีชีวิตคู่ที่แสนสุขและสมบูรณ์กับคนที่ตนรัก

ที่อุบลฯ นางดวงต้อนรับลูกสาวและลูกเขยด้วยความยินดียิ่ง แต่นางดวงยังไม่ยอมญาติดีกับลุกส์ เนื่องจากไม่ชอบหน้าลูกเขยฝรั่ง เพราะถือว่าพรากลูกสาวของแกไปไกลบ้าน แม้ต่อหน้าคนอื่นแกจะแสดงความชื่นชมเขยคนนี้ แต่พออยู่กันในครอบครัว แม่ยายจะหาเรื่องลูกเขยทุกครั้งไป และลูกเขยก็ช่างยั่วโทสะแม่ยายได้ทุกครั้งไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยโกรธกันเป็นเรื่องเป็นราวสักที มีแต่จะสร้างความขำขันในครอบครัว เพราะนางดวงเป็นคนมีอารมณ์ขันอย่างร้ายเป็นจอมโวยวายที่น่ารัก

ขณะ ที่เดือนพิลาส กำลังเข้าตาจนที่กรุงเทพฯ เธอถูกโมเดลลิ่งโฆษณาหลอก และเชิดเงินค่าตัว เดือนพิลาสจะไปปรึกษาเอกราชเพื่อนสนิทก็ไม่ได้เพราะเขาไปอุบลฯ เพื่อหาทัสยาคนรักแล้ว เดือนพิลาสต้องกระเด็นออกจากคอนโดหรูเพราะไม่มีเงินจ่าย เธอเดินย่ำต๊อก ไม่รู้หนทางในกรุงเทพ จากคอนโดแถวสุขุมวิทเดือนพิลาสเดินหลงมาอยู่บริเวณย่านที่มีหญิงบริการเดิน กลาดเกลื่อนอย่างนานา เธอถูกฝรั่งเข้าประกบเพราะเข้าใจผิดว่าทำอาชีพอย่างว่า เดือนพิลาสรับไม่ได้ ยิ่งเกลียดสภาพบ้านเมืองขณะนี้มากขึ้น จังหวะเดียวกับที่สัตยาขับรถผ่านมาเห็นเข้า สัตยาถึงกับตะลึงที่สาวสวยที่เขาเคยสะดุดในรูปโฉมและเป็นคนเดียวกับที่ไป เสนอเพลงกับเขาต้องตกอับถึงขนาดนี้

สัต ยามีโอกาสได้เจอกับเดือนพิลาสอีกครั้งที่โรงพยาบาล และครั้งนี้เดือนพิลาสถูกขอร้องจากทัสนาให้ช่วยแกล้งเป็นแฟนเอกราช เพราะทัสนาไม่กล้าบอกพี่ชายว่าตนรักกับลูกชายของบริษัทที่สัตยามีเรื่อง ราวออกมา ขณะที่สัตยาอยู่ที่อุบลฯ ชลดา เลขาของเขาโทรมารายงานข่าวร้าย นั่นคือ พรีม ขอถอนตัวออกจากบริษัท สัตยาพยายามติดต่อพรีมแต่ติดต่อไม่ได้ จนในที่สุดรู้ว่าพรีมไปพักผ่อนที่ออสเตรเลีย

สัตยารู้ว่าทั้งหมด เป็นแผนของคมกฤช เขาพยายามติดต่อพรีม แต่พรีมไม่ยอมคุยกับเขามากนัก นอกจากบอกว่าเธอมีความจำเป็น ครอบครัวเธอต้องการบ้านใหม่ น้อง ๆ เธอจะต้องใช้เงินเรียนต่อสูงขึ้นมาก เธอเอาครอบครัวมาอ้างควบคู่ไปกับตัวเลขค่าใช้จ่าย และสัตยารู้ว่าด้วยเงื่อนไขตัวเลขสูงลิบขนาดนั้นเขาคงจะช่วยพรีมไม่ได้ เขาเอาเงินแม่เขามามากเกินพอแล้ว สัตยาเสียใจกับเรื่องที่พรีมขอถอนตัวไป และมันหมายถึงการบอกเลิกด้วย เขากลับมากรุงเทพฯและจมอยู่กับเหล้าภายในห้อง ปิดกั้นข่าวทุกอย่าง คุณสายทิพย์แม่ของสัตยาเฝ้ามองลูกชายอย่างเป็นห่วง

ยาย ดวงยิ่งภูมิใจนักหนาที่ทำให้หลานสาวหัวนอกจ๋ากลับมาซึมซับวัฒนธรรมดั้งเดิม ได้สำเร็จ อาการรังแครังคัดบ้านนอกของเดือนพิลาสหายไปพร้อม ๆ กับจิตวิญญาณที่ลื่นไหลไปกับวัฒนธรรมอิสานของเธอที่เพิ่มพูน บัดนี้เดือนพิลาสรู้แล้วว่า ตัวตนของเธอนั้นก็มีส่วนหล่อหลอมมาจากรากเหง้าความเป็นไทยมากมายเพียงใด เมื่อจบการทัวร์คอนเสิร์ต สัตยาเจรจาทำเทปให้กับเดือนพิลาส ยายดวงยิ่งสนับสนุนเต็มที่ เดือนพิลาสในมาด เดือนเด่น แดนดาว ถูกสัตยาจับมาเจียรไนใหม่เฉิดไฉไลกว่าเก่า มีเพลงชุดใหม่ออกมาในแนวเดิมที่เดือนเด่นถนัด และมีการโปรโมตกันเป็นพิเศษ สัตยาอาศัยความเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์เก่า และอยู่ในแวดวงโฆษณาทำให้เดือนเด่นดังเป็นพลุ

คมกฤชเริ่มจับตามอง เดือนเด่น และหันมาเคี่ยวเข็ญพรีมเปลี่ยนแนวเพลงเป็นเพลงลูกทุ่งผสมหมอลำ พรีมแทบขาดใจตายด้วยความแค้นเคือง คมกฤชบอกว่าหากพรีมไม่ทำตามที่เขาบอกก็จะไม่มีเทปชุดใหม่ออกมา และเขายังปิดกั้นการเดินสายออกคอนเสิร์ตและงดแผนการโปรโมตพรีมอย่างเลือด เย็น พรีมซมซานกลับมาหาสัตยา แต่พบว่าเขาเฉยเมยกับเธอ พรีมเกิดลูกฮึดไปทำเทปแข่งกับเดือนเด่นแต่ปรากฏว่าหล่อนสู้เดือนเด่นไม่ได้ เลย คมกฤชให้สัญญาลับ ๆ กับพรีมให้ออกมาแฉความสัมพันธ์กับสัตยา แล้วบอกว่าเธอโดนทอดทิ้ง พรีมไม่มีทางเลือกนอกจากจำยอม สร้างความลำบากใจให้กับสัตยามาก ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเดือนเด่นที่กำลังงดงามแทบจะพังทะลายลง

พรีม ยิ่งคับแค้น หล่อนพบว่าตัวเองตกอับลงเรื่อยๆ พยายามวิงวอนคมกฤชก็ไม่ประสบผลสำเร็จ สัตยากับเดือนเด่นปรับความเข้าใจกันเรื่องงานและร่วมกันทำเพลง เปิดเดินสายทั่วประเทศ คมกฤชพยายามดิสเครดิตทุกทาง สุดท้ายเขาวางแผนโฉดชั่วเข้าทางยายดวงให้ร้ายสัตยา และให้พรีมมาขอพบกับเดือนเด่นอย่างลูกผู้หญิงด้วยกัน ให้พรีมโกหกเรื่องท้อง เพราะรู้ว่าเดือนเด่นรับไม่ได้ ประกอบกับเดือนเด่นกับสัตยาไม่มีเวลาคุยกัน

เดือน เด่นตัดสินใจเลิกร้องเพลง เธอร้องเพลง “ซัมเมอร์เผลอรัก” ฝากไว้เป็นเพลงสุดท้าย พอดีกับที่อินทิราหายจากบาดเจ็บกลับมารับช่วงต่อได้ทัน เดือนเด่นกลับนิวยอร์คพร้อมลุกส์ ดาวเรือง และจอนนี่ เดปป์ แล้วสัตยาก็รู้หัวใจตัวเอง เขาเดินทางไปนิวยอร์ค หากแต่เขาไม่ได้ต้องการน้องนางบ้านนาที่ชื่อ เดือนเด่น แดนดาว เป็นนักร้องประจำค่าย แต่สัตยาต้องการเดือนพิลาสกลับไปอยู่ประจำใจของเขา

ผู้กำกับ : ณรงค์ ปุนบุตรดา
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท :
บทประพันธ์ : กันยามาส

นักแสดง
ณัฐวุฒิ สกิดใจ
อารยา เอ ฮาร์เก็ต

หมอผีไซเบอร์

หมอผีไซเบอร์ เป็นเรื่องราวของ คาถา เด็กหนุ่มวัยรุ่น เป็นลูกคนโตของ เดชา และวาณี และมีน้องชายอีกสองคนคือ อาคม และโอภาส คาถานั้นชอบทางด้านโบราณคดี และมีสัมผัสพิเศษสามารถมองเห็นภูติผีวิญญาณได้ โดย ดำรง คุณตาของเขาได้บอกว่ที่เขามีสัมผัสพิเศษเช่นนี้ ก็เพราะว่าเขามีจิตใจที่ละเอียดอ่อน ซึ่งคาถาก็มีเพื่อนคู่ใจที่คอยอยู่เคียงข้างเขานั่นก็คือ คุณนี หรือผีนางตานี นั่นเอง คุณนีได้คุ้มครองดูแลคาถาและครอบครัวมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกด้วยความบังเอิญที่มีเหตุโจรร้ายบุกปล้นบ้านของคาถา แต่โดนคุณนีแสดงอิทธิฤทธิ์หลอกหลอนจนโจรเหล่านั้นหนีเตลิดไปด้วยความตกใจ กลัวสุดขีด ตัวคาถาเองก็สนใจเกี่ยวกับเรื่องภูติผีวิญญาณ และหมั่นเพียรศึกษาวิชาปราบผีจาก หลวงพี่มุนี พระรุ่นพี่ที่เคร่งครัดในธรรมวินัย เมื่อคาถามีวิชาอาคมแก่กล้าพอจึงช่วยจัดการกับบรรดาผีเร่ร่อน และผีที่ชาวบ้านมาขอร้องให้ช่วยไปปัดเป่าด้วยการจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จนมาวันหนึ่งคาถาก็ทำกิจวัตรประจำวันของเขาเช่นเดิม แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำด้วยท่าทีเหลืออด ท่าทางของเธอออกจะแก่นแก้วและเฮี้ยว เธอคือ พรายสายธาร เธอขึ้นมาโวยคาถาว่าหม้อที่เขาทิ้งลงไปในน้ำมันเกะกะบ้านช่องของเธอมาก มิหนำซ้ำยังมีหม้อบางใบหล่นลงมาโดนหัวของ พรายสายชล จนหัว โน คาถาแปลกใจแต่ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้พรายสายธารเกิดความโมโหมากยิ่งขึ้น จนต้องหาเรื่องคอยกลั่นแกล้งคาถาสารพัดเพื่อที่จะล้างแค้น คาถาเองก็ไม่ยอมลดละเช่นกันแกล้งแหย่พรายสายธารให้ต้องโมโหทุกทีไป วันไหนที่ไม่ได้พบหน้าพรายสายธารคาถาก็ต้องแกล้งหาเรื่องไปเจอกับเธอจนได้ คาถาได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนที่คณะโบราณคดีและได้มาเจอกับ ชลธิชา นั้นเป็นสายที่บอบบาง นิสัยเรียบร้อย ขี้โรค อ่อนแอ หัวอ่อนไม่ค่อยทันคน อาศัยอยู่กับครอบครัวของ บราลี และมี อัมรินทร์ รุ่นพี่ไฮโซร่ำรวยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาคอยตามจีบ คาถาพยายามเข้าไปทักชลธิชา แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คาถารู้สึกงงมากจึงเริ่มตามสืบเรื่องของเธอ จนรู้ว่าชลธิชานั้นแท้จริงแล้วเป็นคนละคนกับพรายสายธาร คาถาจึงจัดแจงพาทั้งสองมาพบกันเพื่อค้นหาความจริงว่า ทั้งสองคนนี้มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรกันแน่ และทั้งหมดก็ได้มารู้ความจริงจากปากของ พรายสายน้ำ และพรายน้ำแข็ง ว่าพวกเธอทั้งสองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน แต่เคราะห์ร้ายต้องพรากจากกันด้วยอุบัติเหตุเรือล่มขณะมาแล่นเรือท่องเที่ยว มีเพียงชลธิชาคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต ส่วนพรายสายธารก็ถูก 3 พรายนำตัวมาเลี้ยงไว้ที่คุ้มนางพราย และวิญญาณพ่อแม่ของพวกเธอถูก หมอผีคำอินทร์ จับตัวไปเป็นบริวาร เมื่อสองพี่น้องได้รับรู้ความจริงก็ยิ่งรักและผูกพันกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อชลธิชาถูกอัมรินทร์ ทำร้าย เพราะไปรู้เห็นว่าเขาเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดองค์กรใหญ่ อัมรินทร์บีบคอเธอจนขาดใจตายแล้วจับร่างเธอโยนลงน้ำ พรายสายธารผ่านมาพบร่างที่ไร้วิญญาณของชลธิชาจึงนำกลับไปชุบชีวิตที่คุ้มวัง พรายจนสำเร็จ และได้ปลอมตัวเป็นชลธิชาเพื่อไปแก้แค้นอัมรินทร์ อัมรินทร์เห็นพรายสายธารก็คิดว่าเธอคือชลธิชา ก็ตกใจเป็นอย่างมากที่ชลธิชายังไม่ตาย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งพรายสายธารก็แก้แค้นกลับมาอย่างเจ็บแสบที่สุด อัมรินทร์คิดว่าพรายสายธารต้องโดนผีเข้าแน่ๆ จึงไปตามลุงคำอินทร์หมอผีใจชั่ว ผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของตนมาทำพิธีไล่ผี แต่ก็โดนพรายสายธารเล่นงานกลับจนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เมื่อคาถาได้เจอกับพรายสายธารที่ปลอมตัวเป็นชลธิชา เขาก็รู้สึกประหลาดใจกับกิริยายียวนกวนประสาทไร้มาดผู้หญิงนุ่มนิ่มเรียบ ร้อยอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขาอดคิดไปไม่ได้ว่าอาจจะเป็นพรายสายธารคู่ปรับเี่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้านอัมรินทร์และคำอินทร์ยังคงทำความชั่วต่อไป พวกเขาฆ่าหลวงพี่มุนีและชิงคำภีร์ขมังเวทย์มาได้สำเร็จและเอามาใช้ในทางที่ ผิด คาถาคิดหาวิธีมาจัดการกับคนพวกนี้ ด้วยการประดิษฐ์เครื่องมือไฮเทคมาคอยขัดขวางการค้ายาบ้าของพวกมัน ทำให้อัมรินทร์โกรธเป็นอย่างมาก จึงวางแผนอุบาทว์เอาน้ำมันเสน่ห์ป้ายใส่พรายสายธาร ทำให้เธอตกอยู่ใต้อำนาจมนต์ดำ คาถาพยายามหาทางช่วยพรายสายธารจนพบคำภีร์แก้มนต์ดำ โดยข้อความในคำภีร์ระบุวิธีแก้ไว้ว่า ต้องใช้เลือดและรักแท้จากคนๆ หนึ่งที่มีมอบให้แก่เธออย่างบริสุทธิ์ใจ จึงจะคลายมนต์ดำของน้ำมันพรายได้ คาถาจึงรีบตามไปช่วยพรายสายธาร แต่พรายสายธารที่ยังไม่ได้สติกลับยิงคาถา คาถาพยายามกลั้นใจเดินเข้าไปหาพรายสายธารเพื่อที่จะกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความรักที่มีให้แก่เธอสุดหัวใจทันใดนั้นก็ปรากฏเป็นแสงสว่างเรืองรองไป ทั่วบริเวณ โอบคลุมร่างของ คนทั้งสองเข้าด้วยกัน ด้วยอำนาจแห่งมนต์ขลังได้ช่วยปลดปล่อยจิตใจของพรายสายธารให้หลุดพ้นจากอำนาจ มืดได้เป็นผลสำเร็จ ติดตามความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในละคร หมอผีไซเบอร์

รายชื่อนักแสดง หมอผีไซเบอร์
ตะวัน จารุจินดา รับบท คาถา
ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ รับบท พรายสายธาร / ชลธิชา
คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท บราลี
สุภัทศร มามีเกตุ รับบท ตานี / สาลินี
ศิวัส นฤภัย รับบท อัมรินทร์
อริษา วิลล์ รับบท ลิต้า
รอง เค้ามูลคดี รับบท พรายสายชล
โย่ง เชิญยิ้ม รับบท พรายน้ำแข็ง
ปิยะมาศ โมณยะกุล รับบท พรายสายน้ำ

หมอชิตสะกิดรัก

หมอชิต..ท่ารถขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย..ที่ซึ่งพบ กัน และ ลาจาก..ที่ซึ่งคนแปลกหน้าจากทุกภาคมาเจอกัน..และที่สำคัญมันคือสถานที่รวบ รวมหลายร้อยพันเรื่องราว รวมถึงเรื่องรักของอัศจรรย์..หนุ่มมาดกวน กับ ปันดา..สาวน้อยปากร้ายที่จะมาทำให้คุณแช่มชื่นหัวใจ

อัศจรรย์ หรือ อัศ ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ รักอิสระ แต่ไม่เข้าขั้นเสเพล ฟอร์มจัด มาดเยอะ ปากตรงกับใจจนทำให้ดูเป็นผู้ชายปากเสีย แต่อัศก็เป็นคนดี และที่สำคัญหน้าตาหล่อจนทำให้สาวๆติดกันตรึม อัศเป็นลูกชายคนเดียวของ..เจ๊จู เจ้าของกิจการรถทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่อัศไม่เคยนึกชื่นชอบในอาชีพของแม่เลย เพราะเขาฝันอยากเป็นสจ๊วต.. ไม่ใช่มานั่งดูแลกิจการรถทัวร์ตามที่แม่เขาอยากให้ทำ แต่ในที่สุดเขาก็หนีไม่พ้น แม่บังคับให้อัศเข้ามาดูแลกิจการรถทัวร์ที่หมอชิต ถ้าอัศไม่ทำตามใจแม่ในครั้งนี้ อัศก็ต้องระเห็จออกไปจากบ้านตัวเปล่า อัศแทบช็อคที่แม่มาไม้แข็ง ทำให้เขาต้องยอมตามใจแม่

 

อัศต้องเดินทางออกจากเชียงใหม่อย่างเร่งด่วนด้วยรถทัวร์ มาถึงหมอชิตแต่เช้าตรู่ ทันทีที่ถึงหมอชิตความซวยก็เข้ามาทักทายทันที อัศทำมือถือหล่นไปอยู่ใกล้ๆกับเท้าของ ปันดา..สาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่แก่นเซี๊ยวเปรี้ยวกะโหลก..ไม่กลัวใคร ปันดาเข้าใจว่าอัศเป็นไอ้พวกโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง ปันดาหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือ หนูนายามสาวร่างใหญ่ชาวเหนือวิ่งมาช่วยปันดา และยังมีภารโรงหนุ่มอีสานอย่าง..เจือที่แอบตกหลุมรักหนูนา แต่หนูนาไม่เคยแลก็ถือไม้ม๊อบเข้ามาช่วยกันรุมอัศไม่หยั้ง ทำให้กระเป๋าสะพายของอัศหล่น อัศไม่มีโอกาสจะอธิบายต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไปด้วยความแค้น

แล้วอัศก็แทบช็อคอีกหนเมื่อรู้ว่าแม่ไม่ได้ให้เขามานั่ง เป็นผู้จัดการที่นี่ แต่ให้เขามาขายตั๋วรถทัวร์ เพราะต้องการดัดนิสัยลูกชาย อัศโกรธแม่แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ และที่นี่อัศก็ได้เจอกับ..ต๋อง คนขับรถทัวร์..ลูกชายคนขับรถทัวร์เก่าแก่ของแม่ อัศดีใจมากที่ได้เจอกับคนรู้จักที่นี่ แล้วเขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเจอปันดาสาวสุดแสบ เป็นคนขายตั๋วอยู่บริษัททัวร์คู่แข่งที่ตั้งอยู่ข้างๆกับบริษัทเขา ปันดาเองก็แปลกใจที่เจออัศ อัศรีบห้ามไม่ให้บอก

อีกด้านหนูนากับเจือเก็บกระเป๋าของอัศได้ ทั้งคู่เอาไปให้ ป้าดาราฉาย..เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์อาวุโส เจ้าระเบียบ เฮี๊ยบ และครองความเป็นโสดมาสี่สิบปี โดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้แต่งงานกับใคร เพราะเธอแอบหลงรัก ลุงโทนี่..เจ้าของร้านโทนี่ มินามาร์ทประจำหมอชิตผู้ซึ่งยังมีหัวใจวัยรุ่นไม่ไปตามอายุ

ด้วยความที่อัศไม่เคยทำงานมาก่อน ทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคมากมาย แต่ก็ได้ต๋องคอยช่วยเสมอๆ และความมีน้ำใจของอัศเริ่มทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับเขามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจือ หนูนา ป้าดาราฉาย และลุงโทนี่ โดยเฉพาะหนูนาที่เห็นอัศเป็นเสมือนเจ้าชายในฝัน เธอมักจะหยอดคำหวานกับอัศทุกครั้งที่มีโอกาส แต่อัศก็มักจะสร้างโอกาสงามๆให้กับเจือได้เข้าใกล้หนูนาอยู่เสมอๆ อัศกลายเป็นที่รักของทุกคนทำให้ปันดาโกรธ เธอยังคงเกลียดในความปากเสียของเขา และทุกครั้งที่มีเรื่องกัน ปันดาก็มักเป็นฝ่ายเอาชนะได้ทุกที

สิ่งนี้สร้างความคับแค้นใจให้กับอัศเป็นอย่างมาก เขาตั้งปณิธานเอาไว้แน่วแน่ว่าต้องเอาชนะปันดาให้ได้ แล้วแผนการชั่วๆก็ผุดขึ้นในหัวสมองของอัศ อัศแกล้งทำเป็นจีบปันดา เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยแพ้ความเป็นสุภาพบุรุษทั้งนั้น แต่กับปันดาอาจจะยากหน่อย เพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแข็ง ระหว่างที่อัศกำลังจะเริ่มแผนการ แม่ของเขาก็มา แล้วความก็เกือบแตกว่าเขาเป็นลูกชายของเจ๊จู อัศขอร้องไม่ให้แม่บอกใคร แล้วก็อ้างคำของแม่ที่ว่าอยากให้เขาเริ่มจากศูนย์ เพราะฉะนั้นเขาควรจะเป็นแค่นายอัศจรรย์คนขายตั๋ว ไม่ใช่นายอัศจรรย์ลูกชายเจ้าของกิจการรถทัวร์ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่เห็นด้วยกับความคิดของอัศ เจ๊จูคิดว่าอัศเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพราะความอยากเอาชนะปันดาต่างหาก

ทันทีที่เจือรู้ว่าอัศจีบปันดา เขาก็ช่วยจนออกนอกหน้า หนูนารู้สึกเฮิร์ท เจือจึงอาศัยช่วงเวลานี้ดูแลใจหนูนา จนทำให้หนูนาเริ่มรู้สึกดีกับเจือที่อดทนเพื่อเธอได้ทุกอย่าง อัศพยายามใช้ทุกวิถีทางในการจีบปันดา แต่ปันดาก็ยังคงใจแข็ง..และไม่ไว้ใจอัศ ลุงโทนี่ที่รู้ดีว่าปันดาแอบหวั่นไหวก็มักจะมาเตือนสติปันดาเสมอๆ ความที่ลุงโทนี่สนิทกับปันดามาก ด้านอัศเองจากเกมรักหลอกๆที่เขาต้องการแกล้งปันดา ก็เริ่มทำให้ตัวเองหวั่นไหวในหัวใจ เพราะรู้สึกว่าจะเอ็นดูสาวน้อยคนนี้เข้าให้จริงๆซะแล้ว จากความใกล้ชิด..สนิทสนม การช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมอชิตทำให้อัศกับปันดารู้สึกดีๆกันมากขึ้น แล้วอัศก็แน่ใจในหัวใจของตัวเองเช่นเดียวกับปันดา ดูเหมือนเรื่องรักของอัศจรรย์จะจบลงอย่างสวยงาม

แต่ทว่าเจ๊จูกลับพา..เพริศพริ้ง หรือ พิ้งค์ลูกสาวไฮโซ..คนที่เจ๊จูเลือกแล้วเลือกอีกว่าเหมาะสมทั้งฐานะและหน้าตา ที่จะทำให้เจ๊จูอัพสถานะจากเจ้าของกิจการไปเป็นไฮโซได้..ก็มาถึง ทันทีที่พิ้งค์เห็นอัศเธอก็ตกหลุมรักเขาโดยทันที เจ๊จูบอกลูกชายว่านี่คือว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ทำเอาอัศคิดหนัก.. เมื่อพิ้งค์รู้มาว่าปันดาคือใคร และอัศกับปันดาเป็นอะไรกัน พิ้งค์จึงร่วมมือกับเจ๊จูที่เกลียดปันดาเข้าไส้อยู่แล้ว เพราะว่าปันดาอยู่บริษัทคู่แข่ง และเป็นคนเก่งที่ทำให้ยอดขายของบริษัทคู่แข่งพุ่งเอาพุ่งเอา พิ้งค์กับเจ๊จูวางแผนทำให้ปันดารู้ว่าแท้ที่จริงแล้วอัศ คือ อัศจรรย์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ๊จู และที่เขาจีบปันดามันก็เป็นแค่เกมส์เท่านั้น ปันดาโกรธอัศมาก เธอขอตัดขาดจากเขา โดยที่ไม่ยอมฟังคำอธิบายใดใดจากอัศ อัศพยายามง้อปันดาแต่เธอก็ไม่ฟัง ทุกคนในหมอชิตยกเว้นต๋องก็โกรธอัศไปด้วย เจ๊จูให้อัศเข้ามาบริหารในตำแหน่งผู้จัดการอย่างเต็มตัว ทำให้ทุกคนเริ่มห่างเหินจากอัศ แม้กระทั่งตัว ต๋องเอง อัศทำงานไปอย่างไม่มีความสุข เขาพยายามจะเข้าหาปันดาหลายครั้ง แต่ก็โดนพิ้งค์ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนเข้าขัดขวางเสมอๆ

แล้ววันที่ปันดารอคอยก็มาถึงเมื่อปันดาเรียนจบปริญญาตรี และสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกได้สำเร็จ ต๋องรีบมาบอกเรื่องนี้กับอัศ เพราะรู้ว่าอัศยังรักปันดาอยู่ อัศแทบช็อคเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอปันดาอีก ปันดากับทุกคนมาถึงสนามบิน..ขณะที่ปันดากำลังจะไปแต่เธอก็ยังอดคิดถึงอัศไม่ ได้ แล้วก็เหมือนสวรรค์จะเห็นใจ..อัศโผล่เข้ามาในชุดสจว๊ต ปันดาและทุกคนแทบช็อค อัศบอกว่าเป็นเพราะปันดาทำให้เขาฮึดทำตามความฝันอีกครั้ง เขาพยายามเรียนภาษาอังกฤษภาษาที่เขาเกลียด เปลี่ยนความเศร้าให้เป็นความหวัง มันทำให้เขามีแรงสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนเรื่องระหว่างเขากับพิ้งค์..มันไม่เคยเกิดขึ้น และจะไม่มีวันเกิดขึ้น ส่วนแม่ก็คิดได้ว่าคงบังคับลูกชายอย่างเขาไม่ได้อีกต่อไปจึงล้มเลิกความ ตั้งใจที่จะทำให้เขาเลิกรักปันดา อัศขอโทษปันดากับทุกเรื่องที่ผ่านมา ตอนนี้เขารู้แล้วเขาต้องการอะไร เขารักปันดา..และปันดาก็จะเป็นรักเดียวของเขา

อัศกลับมาดูแลกิจการบริษัททัวร์ของแม่ โดยมีปันดาคอยช่วยอยู่ด้วย เจ๊จูเริ่มรักว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ เพราะความเก่งกาจของเธอที่ทำให้ยอดขายทะลุเป้า

ความรักของอัศจรรย์และปันดาจึงจบลงด้วยความสวยงามท่าม กลางกลิ่นควันรถ ไอร้อน และเสียงเครื่องยนต์ในสถานีขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย…หมอชิต ที่ที่จะทำให้ทุกคนมีรัก และ ถูกรัก