Author Archives: admin

ปิ่นไพร

กฤษดา กิติโยธิน เพลย์บอยหนุ่มซึ่งมาเรียนแบบเล่นๆอยู่อังกฤษถึงห้าปี แต่ไม่จบอะไรสักอย่าง ถูกคุณเริ่มผู้เป็นพ่อ เรียกตัวกลับเมืองไทย ให้ไปรับงานดูแลธุรกิจทางบ้านจากนิมิตหรือเติบ ลูกพี่ลูกน้องวัย 37 ที่กำลังจะแต่งงานกับสาวชื่อ ปิ่นไพร

 

นักแสดงละคร ปิ่นไพร

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร

ปิยธิดา วรมุสิก

สาวิกา ไชยเดช

ทรงสิทธิ รุ่งนพคุณศรี

 

ปิ่นมุก

บ้านชยานันท์ มีประมุขของบ้านคือ คุณย่ามาลา มีลูกชายคนเดียวคือ คุณชาญศักดิ์ ซึ่งมีภรรยา 4 คน ภรรยาคนแรกชื่อ ปาน เป็นสาวใช้ หายสาบสูญไปตอนท้องแก่ใกล้คลอด ภรรยาคนที่ 2 คือ คุณหญิงฉวี คุมอำนาจเงินทั้งหมด แต่คุณหญิงเป็นหมันจึงขอบุตรชายชาวไร่มาเลี้ยง โดยมีข้อแม้ให้ใช้นามสกุลเดิมชื่อ อาติยะ พิษณุเวช เมื่อเรียนจบจากอังกฤษก็ได้มาบริหารงานกิจการทุกอย่างแทนคุณชาญศักดิ์ที่ เสียชีวิตกะทันหัน

ภรรยาคนที่ 3 คือ วลัย เป็นคนกลัวความจน และมีนิสัยทะเยอทะยาน มีลูกคือ ทัศนาวลัย และสิทธา ลูกชายที่มีนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง ภรรยาคนที่ 4 คือ บุษบง มีลูกสาวคือ บุษบา หลังจากที่คุณชาญศักดิ์เสียชีวิต คุณย่ามาลาก็หลงๆ ลืมๆ ชอบอาละวาดคนอื่นจนถูกแยกไปอยู่คนเดียว วันหนึ่งบุษบงนำเด็กสาวชื่อ ปิ่น มาเป็นคนใช้ในบ้านชยานันท์ แต่ที่จริงเธอคือ ปิ่นมุก ลูกสาวติดท้องของปาน เธอเข้ามาตามหาพินัยกรรมเพื่อทวงสิทธิ์ของแม่

ทุกวันปิ่นมุกจะแอบปีน รั้วบ้านออกไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งที่นั่นเพื่อนๆ เรียกเธอว่า มุก มุกเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับบุษบา บุษบาจึงรู้เรื่องของปิ่นมุกและยอมช่วย บุษบามีเพื่อนสนิทบ้านติดกันชื่อ พิสมัย ( ไก่ ) พิสมัยอยู่กับพี่ชายชื่อ ภานุ ( กบ ) สิทธาเองก็รู้เรื่องปิ่นมุก เขาเห็นปิ่นมุกเหมือนญาติ ปิ่นมุกจึงมีบุษบง บุษบา สิทธา พิสมัย และภานุ คอยช่วยเหลือ ทัศนาวลัยไม่ถูกชะตากับปิ่นมุกตั้งแต่เห็นหน้า เลยหาเรื่องกลั่นแกล้งตบตีสารพัด

ปิ่นมุกรู้ซึ้งว่าแม่ปานต้องเจอกับ การดูถูกเหยียดหยามเพียงใด เธอรู้สึกเกลียดพวกชยานนท์เป็นทวีคูณ และสัญญากับตัวเองว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายแม่ปานของเธออย่างสาสม แต่การสืบหาพินัยกรรมต้องมีการสะดุดหลายครั้ง เพราะสายตาที่จ้องจับผิดของอาติยะ ซึ่งไม่เชื่อเลยว่าเธอเป็นเพียงคนรับใช้บ้านนอกไร้เดียงสา ทัศนาวลัยเห็นอาติยะสนิทสนมกับปิ่นมุกเกินฐานะ เกิดความอิจฉาเลยจับปิ่นมุกไปเฆี่ยนและขังไว้ในเรืองหลังเล็ก เรือนที่แม่ปานเคยอยู่

ปิ่น มุกใช้โอกาสนี้หาพินัยกรรมแต่ก็ไม่เจอ แม้ปิ่นมุกจะหมั่นไส้ในความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของอาติยะ แต่ลึกๆ เธอก็แอบเผลอใจให้อาติยะแบบไม่รู้ตัว แต่อาติยะไม่ได้คิดกับปิ่นมุกเกินเจ้านายกับลูกจ้าง เพราะหัวใจของเขาได้มอบให้แก่ มุก ดีเจ.สาวปากกล้าที่จัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาติยะโทรไปขอเพลงทุกคืน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าปิ่นกับมุกคือคนเดียวกัน อาติยะอยากเห็นหน้าดีเจ.มุกถึงขนาดโทรหา อ.นิพนธ์ เพื่อนซึ่งเป็นคนก่อตั้งรายการวิทยุที่มุกเป็นดีเจ.อยู่

เขาต้องการ เจอหน้ามุกแต่มุกรู้ทันหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ปิ่นมุกเริ่มสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่คุณย่ากินยาสมุนไพรที่วลัยจัดหาให้ คุณย่าจะมีอาการคลุ้มคลั่งมากขึ้น ในทางกลับกันเวลาไม่กินอาการกลับดีขึ้น ปิ่นมุกสืบจนรู้ว่าเป็นยากล่อมประสาทอย่างรุนแรง ปิ่นมุกเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณหญิงฉวี แต่วลัยไหวตัวทันสลับเปลี่ยนยาใหม่ ปิ่นมุกถูกวลัยกับทัศนาวลัยทำร้ายและถูกคุณหญิงฉวีไล่ออกจากบ้าน อาติยะจึงพาปิ่นมุกมาอยู่กับ แม่ทิพย์ ที่ไร่พิษณุเวช

และการมาอยู่ ที่นี่ทำให้ปิ่นมุกรู้จักตัวตนอาติยะ แต่ปิ่นมุกยังดื้อที่จะกลับไปบ้านชยานันท์ ประจวบเหมาะกับที่คุณย่าคลุ้มคลั่งเรียกหาแต่ปิ่นมุก ปิ่นมุกจึงได้กลับมาที่บ้านชยานันท์อีกครั้ง วลัยหวังที่จะหุบสมบัติทั้งหมดของชยานันท์ จึงแอบเอาคุกกี้ใส่งาไปให้คุณหญิงฉวีกินเพราะรู้ว่าคุณหญิงแพ้งาอย่างรุนแรง โชคดีที่ปิ่นมุกพาคุณหญิงส่งโรงพยาบาลทัน

ปิ่นมุกได้เจอ พ่อเลี้ยงวุฒิไกร ตอนที่พ่อเลี้ยงมาเป็นกรรมการตัดสินคัดตัวเป็นเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัย มุกแกล้งทำตัวสนิทสนมกับพ่อเลี้ยง เพราะรู้ว่าพ่อเลี้ยงคบอยู่กับทัศนาวลัย พ่อเลี้ยงหลงมุกมากถึงขนาดบุกมาปล้ำมุกถึงห้องอัดรายการ และบอกอาติยะว่ามุกเป็นเด็กที่ตัวเองเลี้ยงไว้ อาติยะมาได้ยินพอดีจึงเสียใจมาก กลับไปอยู่ที่ไร่พิษณุเวชแม่ทิพย์พูดให้สติว่าอย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ตาไม่ เห็น อาติยะจึงโทรไปที่สถานีวิทยุนัดเจอมุกที่ดาดฟ้าตอนเที่ยงคืน

เพื่อ ฟังคำอธิบายทั้งหมด ปิ่นมุกตัดสินใจจะเล่าความจริงทุกอย่างให้อาติยะฟัง แต่ยังไม่ทันจะไปตามนัดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น วลัยพาทนายมาที่บ้านพร้อมพร้อมกับเอาพินัยกรรมปลอมมาเปิดต่อหน้าทุกคน พินัยกรรมระบุว่าคุณชาญศักดิ์ยกบ้านชยานันท์ให้กับวลัยและลูก ส่วนอาติยะจะมีสิทธิในมรดกก็ต่อเมื่อแต่งงานกับทัศนาวลัย วลัยพานักเลงมาลากตัวคุณย่า คุณหญิงฉวี และบุษบงไปอยู่บ้านพักคนชรา

และ ยึดครองบ้านชยานันท์ ปิ่นมุกโดนซ้อมจนสลบไม่สามารถไปหาอาติยะได้ อาติยะตัดใจจากมุกซมซานกลับมาบ้าน แต่ก็ต้องตกใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาติยะขอให้วลัยพาทุกคนกลับบ้าน แต่วลัยมีข้อแม้ว่าทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจของเธอ และอาติยะต้องแต่งงานกับทัศนาวลัย คุณหญิงฉวีและคุณย่าถูกวลัยจิกใช้และดูถูกเหยียดหยามสารพัด เหมือนกรรมตามสนองที่ท่านทั้งสองเคยทำไว้กับปานในอดีต

พ่อเลี้ยงวุฒิ ไกรตัดหน้าพาทัศนาวลัยไปจดทะเบียนสมรสเพราะอยากได้สมบัติ วลัยสืบรู้ว่าปิ่นคือปิ่นมุกลูกสาวของปาน วลัยโกรธมากพังเรือนปานจนย่อยยับ อาติยะรู้เรื่องทั้งหมดก็เสียใจหนีกลับไร่พิษณุเวช ปิ่นมุกสิ้นหวังเพราะนอกจากจะทวงความยุติธรรมให้แม่ไม่ได้ ยังต้องสูญเสียอาติยะคนที่เธอรักไปอีกคน ปิ่นมุกกลับไปเรือนแม่ปานและได้พบกับพินัยกรรม ซึ่งซ่อนอยู่หลังรูปของพ่อชาญศักดิ์กับแม่ปาน

ปิ่นมุกทวงบ้านชยา นันท์กลับคืนมาได้สำเร็จ แต่เธอถูกวลัยลักพาตัวไปฆ่าอาติยะมาช่วยได้ทัน แต่ปิ่นมุกก็พลาดถูกยิงอาการสาหัส วลัยกลายเป็นคนบ้า ส่วนทัศนาวลัยถูกพ่อเลี้ยงวุฒิไกรทิ้งทั้งที่ยังท้องอ่อนๆ ทัศนาวลัยแค้นเอามีดแทงพ่อเลี้ยงจนเป็นอัมพาต และไปสำนึกผิดอยู่ในคุก ปิ่นมุกกับอาติยะแต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชยานันท์อย่างมีความสุข

รายชื่อนักแสดงละคร ปิ่นมุก

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ แสดงเป็น อาติยะ
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น ปิ่นมุก
นพพล พิทักษ์โล่พานิช แสดงเป็น สิทธา
เมย์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ทัศนาวลัย
นุสรา สุขหน้าไม้ แสดงเป็น บุษบา
อติมา ธนเสนีวัฒน์ แสดงเป็น พิสมัย
สิทธิพร นิยม แสดงเป็น ภานุ
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น พ่อเลี้ยงวุฒิไกร
กรองทอง รัชตะวรรณ แสดงเป็น วลัย

ปิดทองหลังพระ

ละครเทิดพระเกียรติ ปิดทองหลังพระ ตอน “ความฝันอันสูงสุด” ออกอากาศวันจันทร์ที่ 8 และ อังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 ทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี (ช่อง 9) หลังข่าวภาคค่ำ

นักแสดงละคร ปิดทองหลังพระ ตอน ความฝันอันสูงสุด

พ.ต.วันชนะ สวัสดี รับบท ผู้กองแคน
ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท ผู้หมวดตี้

ปัญญาชนก้นครัว

ชะเอม หรือ เอมิกา คุณหนูคนเก่ง (เรื่องเรียนเท่านั้นนะ) ดันอยากได้ A วิชาการละครของอาจารย์เพี้ยน เพื่อเธอจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และได้ทุนไปทำปริญญาโทต่ออย่างแน่นอน

แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะปรัชญาการละครของ ดร.เพียรทิพย์ คือ “ศิลปะ (การละคร) เพื่อชีวิต” เพื่อการเข้าถึงบทบาทคนใช้ในละคร ทำให้จากคุณหนูต้องอุตริปลอมตัวไปเป็นคนใช้ และมันก็นำมาซึ่งเรื่องราววุ่นวายต่างๆ

ปัญญาชนก้นครัว

เอมิกา นักศึกษาเอกศิลปะการแสดงปีสุดท้าย ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไม่ค่อยลงรอยกับ อภิเชษฐ์ เพื่อนร่วมคณะที่มักจะแสดงละครได้ดีกว่าเธอเสมอ นงลักษณ์ เพื่อนสนิทเอมิกาจึงเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ
อาจารย์เพี้ยน อาจารย์ประจำภาควิชาเขียนบท มีโปรเจคให้นักศึกษาเขียนบทละครเป็นวิชาสุดท้าย ซึ่งใครที่สามารถเขียนบทได้เกรด A จะได้ทุนไปทำปริญญาโทต่อที่ต่างประเทศ อภิเชษฐ์มีไอเดียเขียนบทเรื่องครูดอยเลยจะไปเป็นครูดอยจริง ๆ เอมิกาเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนใช้และเพื่อเอาชนะอภิเชษฐ์ เธอจึงตัดสินใจไปเป็นคนรับใช้บ้าง ทั้งที่เธอเป็นคุณหนูจ๋า และไม่เคยทำงานบ้านอะไรมาก่อนเลยในชีวิต

เอมิกาปลอมตัวไปเป็นคนรับ ใช้ที่บ้าน คุณชื่นฤทัย และบอกกับทุกๆคนว่าเธอชื่อ ชะเอม คืนแรกของการทำงานเอมิกาก็โดน จุ่น แอบถ้ำมองตอนเธออาบน้ำ จง พี่เลี้ยงคนสนิทของ อรวิลาศลูกสาวคุณชื่น คิดว่าเอมิกาให้ท่ากับจุ่นสามีเธอ สมพิศ หัวหน้าคนใช้จึงเข้ามาห้ามคนทั้งคู่ ทำให้จงไม่ชอบขี้หน้าเอมิกาขึ้นมาทันที

เอมิกาเกิดไปปิ๊ง ปลัดตั้ม หนุ่มหล่อขวัญใจอรวิลาศเข้า คนในบ้านไม่มีใครสงสัยเอมิกา ยกเว้นปลัดตั้มเพราะเอมิกามีท่าทางแปลกกว่าสาวใช้คนอื่นๆ ปลัดตั้มเลยต้องการพิสูจน์ว่าเอมิกาเป็นใครกันแน่ อรวิลาศไม่ชอบใจที่ปลัดตั้มไปวอแวกับชะเอม จึงหาทางไล่เอมิกาออกแต่คุณชื่นปรามไว้เพราะเอมิกาทำงานดีเป็นที่น่าพอใจ ปลัดตั้มต้องการจับผิดเอมิกาแต่ถูกเรียกไปรายงานตัวกับท่านผู้ว่าฯจ.ระยอง เสียก่อน ซึ่งท่านผู้ว่า ฯ อุทยาน ก็คือ พ่อของเอมิกานั่นเอง

ป่อง แฟนหนุ่มของเอมิกา เป็นห่วงเธอจึงปลอมตัวมาเป็นคนสวนบ้าน คุณแป๊ะ น้องชายคุณชื่นที่อยู่บ้านติดกัน ป่องกับเอมิกาเลยทำทีเป็นเพิ่งรู้จักกัน คุณแป๊ะเป็นเกย์เลยสนใจป่องเป็นพิเศษ เอมิกาแอบเก็บข้อมูลในบ้านโดยพูดอัดใส่เทปเล็กที่นักข่าวใช้สัมภาษณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเขียนบทละคร นาก เห็นเข้าเลยคิดจะเอามาเปิดฟัง ปลัดตั้มบังเอิญเดินมาเห็นเลยเอาเทปไปฟัง ข้อความในเทปเป็นเสียงเอมิกาพูดถึงความเคลื่อนไหวในบ้านคุณชื่นว่าเป็นอย่าง ไร ปลัดตั้มจึงปักใจเชื่อว่าเอมิกาเป็นสายโจร เลยแอบสะกดรอยตามเอมิกายามที่เธอออกไปข้างนอกบ้าน ช่วงที่เอมิกาต้องไปพบอาจารย์เพี้ยนเพื่อรายงานความคืบหน้าของบทละคร เอมิการู้ว่าโดนปลัดตั้มสะกดรอยตามก็เลยแอบเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในร้านอาหาร และหลอกปลัดตั้มสำเร็จ
ปลัดตั้มโกหกว่ากลับตราด เพื่อซ้อนแผนให้เอมิกาชะล่าใจไม่ทันระวังตัว และสะกดรอยตามเอมิกาไปจนถึงมหาวิทยาลัย แต่ก็คลาดกันอีกจนได้ ปลัดตั้มแอบถ่ายรูปเอมิกาไว้ในโทรศัทพ์มือถือแล้วถามกับเจ้าหน้าที่ตึกอักษร ศาสตร์ซึ่งพอเห็นรูป ก็จำได้ว่า…เป็นเอมิกาดาวคณะนั่นเอง ปลัดตั้มงงและสงสัยว่าชะเอมกับเอมิกาเป็นคนเดียวกันหรือไม่

อรวิลาศ มาเจอรูปเอมิกาในโทรศัพท์มือถือปลัดตั้มก็กรี๊ดลั่นบ้าน และจะไล่เอมิกาออกให้ได้ คุณชื่นไม่เชื่อว่าปลัดตั้มจะชอบคนใช้ อีกทั้งเอมิกายังช่วยปรนนิบัติรับใช้เธอเป็นอย่างดี คุณชื่นจึงไม่ยอมไล่ชะเอมออก อรวิลาศเลยเอาแหวนเพชรไปซ่อนในห้องเอมิกาเพื่อใส่ร้าย คุณชื่นให้สมพิศค้นห้องนอนชะเอม แต่กลับมาเจอโน้ตบุ๊คแทน เอมิกาโกหกว่าเก็บได้ที่ขนส่งหมอชิต ปลัดตั้มเลยยึดโน้ตบุ๊คไว้และอ้างว่าจะหาทางคืนเจ้าของให้เอง สมพิศไม่เจอแหวนเพชรในห้องเอมิกาแต่กลับไปเจอแหวนตกอยู่ในห้องอรวิลาศแทน อรวิลาศยิ่งไม่พอใจชะเอมเป็นอย่างมาก เลยร่วมมือกับจงกลั่นแกล้งเอมิกาทุกวิถีทาง
อรวิลาศหวังว่าเอมิกาจะทนไม่ ได้แล้วลาออกไปเองแต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เอมิกาเห็นอรวิลาศตั้งหน้าตั้งตาแกล้งตนมาก ๆ จึงรู้ว่าเธอหึงปลัดตั้มนั่นเอง เอมิกากลับพอใจอยู่ลึก ๆ เพราะเธอก็ชอบปลัดตั้มเหมือนกัน

พีรพล สามีคุณชื่นที่เป็นอาแท้ ๆ ของปลัดตั้มเริ่มดูออกว่าปลัดตั้มแอบชอบชะเอม พีรพลบอกให้ปลัดตั้มทำใจ เพราะสาวใช้ย่อมเหมาะกับคนสวนอยู่วันยังค่ำ
ปลัดตั้มเปิดโน้ตบุ๊คเจอบท ละครหลายเรื่อง มิหนำซ้ำยังมีภาพเอมิกาในชุดนักศึกษา ปลัดตั้มจึงปักใจเชื่อว่าชะเอมกับเอมิกาน่าจะเป็นคนเดียวกัน ปลัดตั้มบังคับให้ชะเอมเอาโน้ตบุ๊คไปคืนเอมิกาที่มหาวิทยาลัย อาจารย์เพี้ยนเลยช่วยเอมิกาโกหกปลัดตั้มอีกว่าเอมิกาไม่มาเรียน

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ปลัดตั้มค่อนข้างมั่นใจว่าชะเอม กับ เอมิกา คือคนเดียวกัน แต่เอมิกาก็ปากแข็งไม่ยอมรับ ปลัดตั้มแกล้งเอมิกาอีกหลายหนโดยหลอกให้เอมิกากับชะเอมมาเจอกัน เอมิกาเหนื่อยมากกับการแปลงกายเป็นสองคน แต่ปลัดตั้มกลับชอบใจที่ได้แกล้งเอมิกา
ปลัดอมรมาหาปลัดตั้มที่บ้านเพื่อ ช่วยงานที่ท่านผู้ว่าฯ มอบหมายให้ ปลัดอมรเจอเอมิกาเข้าก็ตกใจ ที่ลูกสาวท่านผู้ว่าฯ เอมมาเป็นคนรับใช้ เธอจึงขอร้องไม่ให้ปลัดอมรบอกเรื่องนี้กับใคร ปลัดอมรรับปากเอมิกา ปลัดตั้มสังเกตว่าปลัดอมรมีลับลมคมนัยกับเอมิกา จึงแอบฟังเอมิกาคุยกับปลัดอมร ปลัดตั้มเข้าใจผิดคิดว่าเอมิกาเป็นเมียน้อยผู้ว่าฯ ปลัดอมรจะบอกความจริงแต่เอมิกาก็ห้ามไว้ ปลัดตั้มผิดหวังในตัวเอมิกาเป็นอย่างมาก ที่การศึกษาไม่ได้ช่วยให้เธอมีความคิดที่ดีขึ้นเลย เพราะยอมเป็นกระทั่งเมียน้อยท่านผู้ว่าฯ แล้วยังมีความสัมพันธ์กับคนสวนอย่างป่องอีก

ปลัดตั้มให้เอมิกาออกไป จากบ้านก่อนที่ทุกคนจะรู้ความจริง ปลัดตั้มไปดูเอมิกาเก็บของ ทำให้เอมิกาไม่มีโอกาสเอาบทละครที่เขียนไว้ไปด้วย เลยบอกให้ป่องหาทางไปเอาบทละครที่เธอซ้อนไว้ในห้องนอน ป่องแอบมาที่ห้องนอนเอมมิกา ปลัดตั้มมานั่งทอดอาลัยคิดถึงชะเอมอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นป่องมาก็หลบคอยดูว่าป่องค้นหาอะไรกันแน่
ปลัดตั้มคิดว่าเอมิกาอาจ ซ่อนของอะไรไว้ นากบอกว่าอรวิลาศให้เก็บกวาดห้องเอมิกา จนไม่มีอะไรเหลือแล้วจะมีก็แต่กล่องใส่จดหมายที่นากแอบเก็บไว้ให้ชะเอม ซึ่งจดหมายในกล่องนั้นมันก็คือ บทละครชีวิตคนรับใช้ที่เอมิกาเขียนไว้ ปลัดตั้มจึงมีหลักฐานมัดตัวเอมิกา
คืนนั้นปลัดตั้มเอาบทละครของเอมิ กากลับไปนอนอ่านที่คอนโดส่วนตัว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันบ้านคุณชื่นถูกโจรขึ้นบ้าน

เอมิกากลายเป็นผู้ ต้องสงสัยหมายเลข 1 อรวิลาศยืนยันกับตำรวจว่าชะเอมต้องมีส่วนร่วมกับการปล้นในครั้งนี้เพราะหาย ตัวไปในวันที่โจรขึ้นบ้านพอดี ปลัดตั้มรู้แล้วว่าเอมิกาเป็นใคร และมั่นใจว่าเอมิกาไม่เกี่ยวข้องแต่พูดไม่ได้ จงเองก็หายตัวไปในคืนนั้นเช่นกัน ปลัดตั้มคิดว่าจงเป็นสายโจร อรวิลาศเถียงคอเป็นเอ็นเพื่อปกป้องจง

เอมิกาจะหลุดพ้นข้อกล่าวหา ของอรวิลาศเรื่องเป็นสายให้โจรได้หรือไม่ แล้วปลัดตั้มจะมีโอกาสได้พบกับเอมิกาหรือชะเอมอีกครั้งเพื่อปรับความเข้าใจ และบอกความรู้สึกของตัวเองกับ เอมิกาอีกครั้งหรือเปล่า… ติดตามชมได้ใน “ ปัญญาชนก้นครัว

นักแสดงละคร ปัญญาชนก้นครัว
แอน ทองประสม
ธนากร โปษยานนท์
เมทนี บูรณศิริ
เพ็ญเพชร เพ็ญกุล
อริศรา กำธรเจริญ
ดวงใจ หทัยกาญน์
ญานี จงวิสุทธิ์
อัจฉราพรรณ ไพบูรย์สุวรรณ
ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ดญ ลักษมี ทรัพย์ปรุง

ปัญญาชนก้นครัว 2531

ปัญญาชนก้นครัว เป็นเรื่องราวของ ชะเอม หรือ เอมิกา สาวน้อยคนเก่งที่โลกของเธอคือการแข่งขันกันในเรื่องเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาการละครของอาจารย์เพี้ยน ที่ถ้าเธอได้ A วิชานี้แล้วละก็ เธอจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และได้ทุนไปทำปริญญาโทต่ออย่างแน่นอน แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะปรัชญาการละครของ ดร.เพียรทิพย์ คือ “ศิลปะ (การละคร) เพื่อชีวิต” เพื่อการเข้าถึงบทบาทคนใช้ในละคร ทำให้เอมิกาต้องปลอมตัวไปเป็นคนใช้ และมันก็นำมาซึ่งเรื่องราววุ่นวายต่าง ๆ นานา

นักแสดง ปัญญาชนก้นครัว

ธนาภรณ์ รัตนเสน
สถาพร นาควิลัย
สุรศักดิ์ วงศ์ไทย
จามจุรี เชิดโฉม

ปอบผีฟ้า 2552

เจ้าหลวงภูคำมีเจ้านางสององค์คือ แสงหล้ากับละอองทอง ภูคำรักแสงหล้ามากกว่า ละอองทองใช้ผีที่ตนแอบเลี้ยงทำร้ายแสงหล้าจนตาย ก่อนตายแสงหล้าสาปแช่งให้ละอองทองไม่มีความสุข ละอองทองจึงอาฆาตว่าจะตามจองเวรจองกรรมแสงหล้าทุกภพทุกชาติ ภูคำเสียใจที่แสงหล้าตาย สั่งประหารชีวิตละอองทอง แต่ผีของละอองทองทำร้ายภูคำจนตายก่อน ละอองทองเก็บศพของภูคำไว้ในโลงศพซ่อนไว้ในห้องหนึ่งเพื่อใช้ทำพิธีให้ตนมี อำนาจ และเป็นอมตะ เจ้าอุปราชหอหน้ากลับจากทำศึกสงคราม ละอองทองให้เจ้าอุปราชเป็นเจ้าหลวง แต่เจ้าอุปราชสั่งฆ่าละอองทอง ผีของละอองทองฆ่าเจ้าอุปราชตาย ละอองทองจึงขึ้นครองภูคำเป็นเจ้าหลวง สั่งให้ทุกคนเรียกตนว่าเจ้าหลวง ต่อมาหลังจากเป็นเจ้าหลวง ละอองทองละเลยการเลี้ยงดูผี แม้ว่าโสภี บ่าวคนสนิทจะเตือนแล้วก็ตาม ในที่สุดผีที่ตนเลี้ยงก็เข้าสิงละอองทอง  และทำให้นางกลายเป็นปอบไปในที่สุด โดยมีโสภี บ่าวผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งมีสภาพกึ่งผีกึ่งคนคอยรับใช้ต่อมาอีกหลายร้อยปี

ผ่านไปหลายศตวรรษอาณาจักรภูคำล่มสลาย อุปราชหอหน้ามาเกิดเป็นภูวนัย นักโบราณคดีหนุ่มหล่อ เขาหมกมุ่นอยู่กับการสืบค้นเรื่องราวของอาณาจักรภูคำ ปาลิน คนรักของภูวนัยได้รับเลือกแสดงภาพยนตร์เรื่องดังตัดหน้าอรดี นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดังซึ่งเป็นตัวเก็ง ทำให้อรดีหาเรื่องปาลินจนเป็นข่าวใหญ่โต การที่อรดีไม่ได้งานแสดงภาพยนตร์ ทำให้ธนัญชัย คู่ขาของเธอไม่มีเงินใช้หนี้พนันบอล ธนัญชัยโกรธมาก ส่วนภูวนัยฝันถึงอาณาจักรภูคำ เขาจึงชวนชัยยะเพื่อนรักขับรถไปสำรวจหาอาณาจักรโบราณในตำนาน

แสงหล้ามาเกิดเป็นลิ้นฟ้าทำหน้าที่เป็นผีฟ้ารักษาคนเจ็บป่วยที่หมู่บ้าน ชายแดนไทยกัมพูชา ลิ้นฟ้ามีลูกสาวสองคนคือนวลกับมณี ส่วนสามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ลิ้นฟ้าใช้การร่ายรำอัญเชิญผีฟ้าให้ช่วยรักษาคนป่วย ซึ่งก็มักถูกปอบของละอองทองเข้าสิง ปอบพ่ายแพ้กลับไปฟ้องละอองทอง ทำให้ละอองทองโกรธมาก ยิ่งจำได้ว่าลิ้นฟ้าคือแสงหล้า ศัตรูของตนในอดีตชาติจึงใช้ปอบเข้าสิงลิ้นฟ้า ขณะรักษาคนป่วย ละอองทองจะบันดาลให้คนป่วยเห็นหญิงชราหน้าตาน่ากลัวจนขาดใจตาย ในที่สุดข่าวก็แพร่ไปว่าลิ้นฟ้ากลายเป็นปอบผีฟ้า ตกกลางคืนลิ้นฟ้าจะถูกละอองทองเข้าสิงออกจับไก่ และของสดๆ คาวๆ ในหมู่บ้านกิน นวลกับมณีขอให้ลิ้นฟ้าเลิกการเป็นผีฟ้า และย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่น แต่ลิ้นฟ้าไม่ยอม

คมเพิ่งเรียนจบจากกรุงเทพฯ กลับมาที่หมู่บ้าน เขาหลงรักมณีจึงหาทางช่วยเหลือครอบครัวของมณี แสงจันทร์ลูกสาวของกำนันสิงห์แอบรักคมอยู่จึงยุยงให้พ่อขับไล่ครอบครัวลิ้น ฟ้าออกไปจากหมู่บ้าน ภูวนัยกับชัยยะขับรถผ่านมาพอดีจึงเข้าช่วยเหลือ แสงจันทร์เห็นภูวนัยที่หล่อ และรวยกว่าก็หันไปสนใจภูวนัยแทน เมื่อกำนันสิงห์รู้ว่าทั้งสองจะไปคุ้มภูคำจึงขอตามไปด้วย เพราะตนเคยได้ยินคำเล่าลือเรื่องสมบัติมีค่าที่นั่น แสงจันทร์ขอตามพ่อไป โดยมียอด ลูกน้องคนสนิทของกำนันสิงห์ไปคอยรับใช้

เจ้าหลวงละอองทองเสนอให้นวลไปเป็นทายาทของตนที่คุ้ม นวลยินดีไปเพื่อให้แม่พ้นจากการถูกรังควานจากละอองทอง แม้ใครจะทัดทานแต่นวลก็ไม่ยอม คมกับมณีรับปากจะดูแลลิ้นฟ้าให้ดีที่สุด เมื่อไปถึงทางเข้าคุ้มภูคำ โสภีก็มารอรับทุกคนอยู่ที่ปากทาง นวลได้พบกับกลุ่มของภูวนัยที่ล่วงหน้าไปก่อนหน้านั้นแล้ว

ละอองทองใช้ปอบออกไปตามค้นหาทายาทของตนตามที่ต่างๆ เพื่อลวงให้มาที่คุ้ม หวังจะใช้คนโลภเป็นบริวารเซ่นไหว้ตน พิธีกรรมของละอองทองทำให้เกิดอาเพศ สุริยุปราคาเกิดขึ้น ในความมืดขณะที่เกิดสุริยุปราคานั้นเอง ดาวหางก็ปรากฏขึ้น ผู้ที่มีกรรมเกาะเกี่ยวกับละอองทองจะเกิดนิมิตให้ต้องมาที่คุ้มละอองทอง ในจำนวนนี้มีอรดีกับธนัญชัย ซึ่งหนีอันธพาลตามล่าหนี้พนันบอลจนคิดจะฆ่าตัวตาย และยังมีครอบครัวของปาลิน อันได้แก่ ประเดิม พ่อของเธอ วรรณา ผู้เป็นแม่ และโฉม อดีตนางเอกลิเก เมียใหม่ของพ่อรวมอยู่ด้วย

ที่คุ้มภูคำ เจ้าหลวงละอองทองจำภูวนัยได้ว่าเขาคืออุปราชหอหน้า แต่ภูวนัยไม่มีความทรงจำในอดีตชาติหลงเหลืออยู่ เรื่องวุ่นๆ ภายในคุ้มภูคำเกิดขึ้นทุกวัน อรดีไม่พอใจที่ได้พบปาลินที่นี่ และเธอก็ยังตามหึงหวงธนัญชัยที่หาทางล่วงเกินปาลิน นวล และแสงจันทร์ ส่วนนวลก็เสียใจที่รู้ว่าปาลินเป็นคนรักของภูวนัย ผู้ชายที่แสนดี ซึ่งเธอแอบรักเขาตั้งแต่แรกเห็น

คมกับมณีได้พบพระธุดงค์ ท่านแนะนำให้ทั้งสองปฏิบัติธรรมเพื่อหาทางช่วยเหลือทุกคนที่คุ้มภูคำ พระธุดงค์บอกความลับแก่ทั้งสองว่าต้องใช้ตะกรุดทองคำตอกลงไปที่หน้าผากศพของ เจ้าหลวงภูคำ ทุกสิ่งทุกอย่างจะคืนสู่ความสงบสุข ท่านได้มอบตะกรุดทองคำแก่คม เพื่อหาทางนำไปให้ภูวนัยที่คุ้มให้ได้

โสภีให้ยอดเข้าไปพบเจ้าหลวงละอองทองเป็นคนแรก เขากลับออกมาพร้อมกับสมบัติหนึ่งกำปั่น โสภีบอกว่ายอดไม่ใช่ทายาทของเจ้าหลวง ยอดกลับมาที่หมู่บ้าน และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับละอองทองคือเซ่นไหว้ละอองทองด้วยของสดของคาวทุก คืนวันเพ็ญ ทำให้ในหมู่บ้านยังมีสัตว์ และทารกตายอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านเพ่งเล็งไปที่ลิ้นฟ้าเช่นเคย แต่คมกับมณีปกป้องลิ้นฟ้าไว้ได้ทุกครั้ง

ธนัญชัยเข้าพบละอองทองเป็นคนต่อมา เขาได้สมบัติหนึ่งกำปั่น และไม่ยอมบอกใครว่าพิธีพิสูจน์ทายาททำอย่างไร อรดีให้ธนัญชัยรอตัวเองก่อน แต่โสภีไม่ยอม ธนัญชัยจึงต้องกลับไปก่อน คืนต่อมาอรดีได้เข้าพบละอองทอง และได้สมบัติกลับมากรุงเทพฯ เธอทะเลาะกับธนัญชัย เพราะธนัญชัยไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าหลวง อรดีหวั่นใจว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเธอ และธนัญชัย

คนที่เข้าพบละอองทองเป็นคนต่อมาคือโฉม แต่โฉมตกใจพิธีกรรมน่ากลัวจึงเป็นบ้าวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงออกไปจากคุ้ม ท่ามกลางความตกใจของทุกคน โฉมเป็นบ้าร้องลิเกไปตลอดทาง จนถึงหมู่บ้านของลิ้นฟ้า คมและมณีช่วยเหลือโฉมไว้ ลิ้นฟ้าพยายามถามเรื่องราวที่คุ้มภูคำ โฉมเล่าตามที่ตนจำได้ ยอดไม่พอใจ และหาทางทำร้ายโฉม ร้อนถึงคมกับมณีต้องหาทางช่วยเหลือ คมบอกกับมณีว่าจะไปที่คุ้มภูคำเพื่อมอบตะกรุดให้แก่ภูวนัยให้ได้ มณีไม่ยอมแต่ก็ห้ามคมไม่ได้

นวลรอคอยที่จะได้พบละอองทอง แต่โสภีไม่ให้พบ นวลเล่าให้ภูวนัยฟังเรื่องละอองทองนัดให้ตนมาเป็นทายาท แสงจันทร์เห็นนวลคุยกับภูวนัยก็หึง และอาละวาดจนละอองทองต้องปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน นวลทวงสัญญา และพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นทายาท ขออย่างเดียวว่าละอองทองจะต้องไม่รังควานแม่ของเธอ ละอองทองโกรธสั่งโสภีจับนวลขัง ภูวนัยกับชัยยะออกตามหานวลเพื่อช่วยเหลือ ทั้งสองออกไปนอกคุ้มในเวลากลางคืน และได้พบกับคมโดยบังเอิญ คมให้ตะกรุดแก่ภูวนัย สั่งว่าให้ตอกตะกรุดที่หน้าผากศพเจ้าหลวงภูคำในคืนวันเพ็ญเท่านั้น โสภีมาพบเข้าเรียกปอบมาทำร้ายคม แต่คมก็รอดพ้นมาได้ เมื่อคมกลับมาถึงหมู่บ้าน จึงร่วมมือกับมณีเร่งทำบุญเพื่อส่งบารมีมาช่วยทุกคนที่คุ้มภูคำ

แต่แล้วละอองทองก็ปล่อยนวลออกมา แต่นวลต้องรับปากว่าจะไม่ทรยศต่อละอองทอง เพื่อจะได้เป็นทายาทเมื่อถึงเวลาอันควร และแม่กับน้องของเธอก็จะปลอดภัย นวลเชื่อฟังละอองทองทุกอย่างเพราะต้องการให้แม่พ้นจากการถูกรังควานจากละออง ทอง

ภูวนัยกับชัยยะออกค้นหาห้องเก็บศพจนพบ วิญญาณของเจ้าหลวงภูคำดีใจมาก แต่ก็ปรากฏตัวให้ทั้งสองเห็นไม่ได้ โสภีมาพบเข้าจึงไปฟ้องละอองทอง ละอองทองโกรธมากฆ่าชัยยะตาย การหายตัวไปของชัยยะทำให้ภูวนัยเป็นกังวล ภูวนัยกับปาลินออกตามหาชัยยะไปทั่วบริเวณคุ้ม ถูกผีของละอองทองทำร้าย แต่อำนาจของตะกรุดช่วยทั้งสองไว้ได้ ภูวนัยกับปาลินหลงอยู่ในป่าด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ทำให้ทั้งสองคนยิ่งรักกันมากขึ้น

ที่คุ้มภูคำ วรรณาเป็นห่วงปาลินที่หายตัวไป จึงอ้อนวอนขอให้ประเดิมออกค้นหา หากไม่พบก็ให้พาตนกลับไปบ้าน ประเดิมไม่ยอม เมื่อปาลินกับภูวนัยกลับมาถึงคุ้มภูคำ โสภีก็สั่งให้วรรณากับประเดิมเข้าพบละอองทองพร้อมกัน ทั้งสองได้สมบัติมาคนละหนึ่งกำปั่น วรรณาชวนปาลินกลับบ้านด้วยกัน แต่โสภีไม่ยอม ไล่ประเดิมกับวรรณาให้รีบกลับไป มิเช่นนั้นปาลินจะต้องตาย

นวล ซึ่งหลงรักภูวนัยเห็นปาลินกับภูวนัยหายไปด้วยกัน ก็เกิดความหึงหวง น้อยใจ แต่ก็ได้คิดว่าตนมาที่นี่เพื่อแม่ มิใช่เพื่อความรัก จึงขอให้โสภีนำตนเข้าพบละอองทองเพื่อตนจะได้เป็นทายาทตามที่ตกลงกันไว้เสีย ที แต่ละอองทองยังไม่ยอมให้เข้าพบ เพราะรู้ข่าวจากปอบของตนว่ายอดถูกคมกับมณี และพวกชาวบ้านจับได้ว่าเป็นตัวการทำให้สัตว์ และทารกในหมู่บ้านตาย ชาวบ้านช่วยกันจับยอดขังไว้ในยุ้งข้าว แล้วใช้สายสิญจน์ล้อมไว้ ยอดซึ่งมีสภาพกึ่งผีกึ่งคนจึงออกมาไม่ได้ ระหว่างนี้เองที่ลิ้นฟ้าร่ายรำอัญเชิญผีฟ้าให้มาช่วยทำให้หมู่บ้านสงบสุข เสียที ละอองทองจึงปรากฏตัวให้ลิ้นฟ้าเห็น และขู่ว่าจะฆ่านวล หากลิ้นฟ้ายังใช้อำนาจของผีฟ้าผีแถนมาต่อสู้กับตน ลิ้นฟ้าเป็นห่วงลูกจึงรับปาก ว่าจะไม่อัญเชิญผีฟ้าผีแถนอีกต่อไป แม้ว่าคมกับมณีจะขอร้องอย่างไรก็ตาม

ละอองทองเรียกนวลเข้าพบ ขู่ว่าจะฆ่าลิ้นฟ้า ฆ่ามณี และฆ่าทุกคนที่นวลรัก เว้นแต่ว่านวลจะนำตะกรุดทองคำมาจากภูวนัยมาได้ นวลรับปาก ทั้งที่ไม่อยากทำ แต่เมื่อเห็นว่าภูวนัยมิได้มีเยื่อใยกับตนอย่างที่ตนมีให้เขา นวลจึงทำทุกวิถีทางที่จะนำตะกรุดมาให้ได้เพื่อแลกกับชีวิตของแม่ และเป็นการแก้แค้นที่
ภูวนัยไม่รักตนเหมือนกับที่ตนทุ่มเทหัวใจให้แก่เขา

กำนันสิงห์กับแสงจันทร์เบื่อหน่ายการรอคอยจึงชวนกันค้นหาสมบัติ สิงห์ถูกละอองทองฆ่าตายอย่างทารุณ แสงจันทร์กลัวตายจึงอ้อนวอนขอชีวิต และรับปากว่าจะยอมเป็นทาสเหมือนโสภีไปตลอด ละอองทองทำให้แสงจันทร์มีสภาพกึ่งผีกึ่งคนไม่ต่างจากโสภีเท่าใดนัก มีมนตราบางบทที่ละอองทองมอบให้เพื่อไว้ป้องกันตัว แต่ความทรงจำขณะเป็นคนยังไม่หมดไป แสงจันทร์จึงยังเฝ้าลุ่มหลงภูวนัยอยู่ และตามหึงหวงปาลิน หาทางทำร้ายปาลินด้วยมนตรา ภูวนัยมอบตะกรุดทองคำไว้ให้ปาลินป้องกันตัว แสงจันทร์จึงทำร้ายปาลินไม่ได้

ที่กรุงเทพฯ ธนัญชัยนำสมบัติไปขายให้แก่นักค้าของเก่า สมบัติเก่าแก่ทำให้นักค้าของเก่าอยากได้ จึงขอให้ธนัญชัยพาพวกตนมาที่คุ้มของละอองทอง อรดีเตือนธนัญชัยเรื่องที่ไม่ยอมเซ่นไหว้ละอองทอง แต่ธนัญชัยไม่เชื่อ คืนต่อมาธนัญชัยก็ถูกฆ่าตายอย่างปริศนา อรดีเล่าเรื่องนี้ให้นักข่าวฟัง ทำให้เกิดเป็นข่าวแพร่ไปทั่ว มีคนอยากจะมาที่คุ้มภูคำกันมากมาย อรดีคิดว่าเป็นโอกาสที่จะได้แก้แค้นให้ธนัญชัย จึงรับปากว่าจะนำคนดีมีวิชาจำนวนมากมุ่งหน้ามาที่คุ้มภูคำ

ในคืนที่ปาลินได้เข้าพบละอองทอง เป็นคืนเดือนเพ็ญ ปาลินหาทางถ่วงเวลาเพื่อให้ภูวนัยค้นหาศพของเจ้าหลวงภูคำให้พบ โดยลืมไปว่าตะกรุดทองคำยังอยู่ที่ตน ผีที่เฝ้าโลงศพเจ้าหลวงภูคำมาบอกให้ละอองทองทราบว่าภูวนัยบุกรุกเข้าไปใน ห้องเก็บศพ ละอองทองสั่งล่ามปาลินไว้ สั่งให้นวลตามเข้าไปกับภูวนัย เพื่อหาทางเอาตะกรุดมาจากภูวนัยให้ได้ ระหว่างนั้นปาลินสวดมนต์เพื่อขอให้บารมีช่วยภูวนัย และช่วยตนให้ปลอดภัย เป็นจังหวะเดียวกับที่ทางหมู่บ้าน ลิ้นฟ้า มณี และคม ช่วยกันทำพิธีอ้อนวอนผีฟ้าผีแถนให้มีอำนาจคุ้มครองทุกคน

ละอองทองกับโสภีมาขัดขวางภูวนัยแล้วใช้มนตราทำให้ภูวนัยย้อนคืนสู่ภพ แห่งอดีต เพื่อให้เขาหลงใหลในตำแหน่งเจ้าหลวงแห่งนครภูคำ และจะได้ครองรักกับนางในภพแห่งนิมิตชั่วนิรันดร์ นวลค้นหาตะกรุดในตัวของภูวนัยแต่ไม่พบ การสวดมนต์ของปาลินทำให้ตะกรุดมีพลังจนแสงจันทร์ทนอยู่ไม่ได้ ต้องไปผุดไปเกิด ปาลินจึงรีบมาช่วยภูวนัย ระหว่างทางปาลินถูกขัดขวางจากโสภี แต่ตะกรุดก็สามารถเอาชนะโสภีได้ นวลตกใจที่เห็นปาลินรอดมาได้ และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าตะกรุดทองคำอยู่ที่ปาลิน นวลเข้าแย่ง แต่ปาลินไม่ยอม โสภี ในสภาพใกล้หมดพลังรีบไปบอกละอองทอง ซึ่งกำลังต่อสู้กับลิ้นฟ้าที่มาถึงหน้าคุ้มพอดี โสภีเข้าช่วยละอองทอง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้จนสิ้นฤทธิ์ไป คมกับมณีเข้าไปในคุ้ม และไปถึงห้องเก็บโลงศพของเจ้าหลวงได้สำเร็จ นวลเมื่อได้เห็นน้องสาวก็ได้สติ จึงหันกลับมาร่วมมือกับทุกคนทำพิธีตอกตะกรุดลงที่หน้าผากศพของเจ้าหลวง ทำให้ละอองทองกลายเป็นวิญญาณหายไปในทันที

กลุ่มของอรดีซึ่งนำคนมาจากกรุงเทพฯ มาถึงที่หน้าคุ้มพอดี แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าบริเวณที่เคยเป็นคุ้มนั้น กลายเป็นป่าหญ้าโล่งๆ กว้างใหญ่ เหมือนไม่เคยมีสิ่งก่อสร้างใดๆ อยู่เลย อรดีถูกพวกนักข่าวด่าว่าเป็นดาราที่ชอบพูดจาโกหกไม่เลิก

ภูวนัยแต่งงานกับปาลิน เช่นเดียวกับคมและมณี นวลทำพิธีรับเป็นร่างทรงผีฟ้าผีแถนแทนแม่ เธอร่ายรำผีฟ้าได้อ่อนช้อยและงดงามไม่ต่างจากลิ้นฟ้า ส่วนลิ้นฟ้าเลือกเส้นทางไปบวชชีปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศบารมีให้แก่ละอองทอง

นักแสดงละคร ปอบผีฟ้า

ธนา สุทธิกมล เป็น เจ้าอุปราชหอหน้า/ภูวนัย
ปัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์ เป็น เจ้านางม่านแก้ว/ปาลิน
จีรนันท์ มะโนแจ่ม เป็น เจ้าหลวงละอองทอง
ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล เป็น นวล
ปรียานุช อาสนจินดา เป็น มณี
ธันญ์ ธนากร เป็น คม
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ เป็น เจ้านางแสงหล้า/ลิ้นฟ้า
ดวงดาว จารุจินดา เป็น โสภี
ชาติชาย งามสรรพ์ เป็น เจ้าหลวงภูคำ
ภัสสร บุญยเกียรติ เป็น ปอบผีเจ้า

ปอบผีฟ้า 2540

ปอบผีฟ้า เป็นเรื่องราวของปอบละอองทอง ที่เกิดถูกใจหนอนไหม จนอยากได้ร่างของหนอนไหมมาเป็นอีกร่างของตนด้วยการใช้เล่ห์กลต่างๆนานา

เรื่องราวความรักที่กลายเป็นความอาฆาตแค้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ้าหลวงภูคำ ได้นำ แสงหล้า หญิงงามต่างเมืองเดินทางกลับมาที่เมืองภูคำ ทำให้เจ้านางละอองทอง ชายาของเจ้าหลวงไม่พอพระทัย แถมเจ้าหลวงยังมีใจเอนเอียงไปรักแสงหล้ามากกว่าจนถึงกับยกตำแหน่งเจ้านางหลวงให้กับแสงหล้า ทำให้ละอองที่มีใจริษยาอยู่แล้วเกิดความอาฆาต และคิดที่จะทำร้ายแสงหล้า และอีกใจหนึ่งหลังจากที่ผิดหวังจากความรักจากเจ้าหลวงแล้ว เจ้านางละอองทองจึงปันใจให้กับ อุปราชหอหน้า พระอนุชาของเจ้าหลวงภูคำ แต่ก็เป็นเพียงแอบหลงรักฝ่ายเดียว เนื่องจากอุปราชหอหน้ามีคนรักคือ เจ้านางม่านแก้ว อยู่แล้ว ทำให้ความผิดหวังบวกกับความริษยาอาฆาตแค้นของเจ้านางละอองเพิ่มทวีคูณ เจ้านางละอองทองจึงสบทบคิดกับ โสภี หญิงรับใช้คนสนิท เดินทางเข้าป่าเพื่อไปขอบูชาผีเจ้า เพื่อให้ผีเจ้าบันดาลอำนาจให้กับตน หากแต่ละอองทอง และโสภีเกิดบังเอิญไปกินน้ำลายของผีเจ้าทำให้เกิดคำสาปกลายเป็นทายาทที่ต้องรับใช้ ปอบผีเจ้า ตลอดไป ซึ่งผีเจ้าก็ได้ละอองทองกำจัดศัตรูหัวใจ แต่ละอองทองก็ต้องถูกจองจำรวมถึงเมืองภูคำที่ต้องตกเป็นทาสของปอบผีเจ้าไม่ได้ผุดได้เกิด โดยละอองทองต้องคอยหาเลือดสดๆ มาถวายปอบผีเจ้าเป็นระยะเพื่อแลกกับการเป็นอมตะ

ปอบผีฟ้า 2518

ปอบผีฟ้า เป็นละครโทรทัศน์แนวลึกลับที่สะท้อนภาพของความดี ความเลว ความรัก ความซื่อสัตย์ของทั้งวิญญาณและมนุษยชาติ

ปลายเทียน

วงศ์เมือง นักเขียนใหญ่ได้สมุดข่อยฉบับเชลยศักดิ์เล่มหนึ่ง…ที่มีวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” มาโดยบังเอิญ โดยไม่รู้ว่าสมุดข่อยเล่มนั้นเป็นประตูผ่านไปสู่อีกมิติหนึ่งได้วงศ์เมือง พลัดหลงเข้าไปอยู่ในสมุดข่อยเล่มนั้น และได้ พบกับเจ้าสร้อยสุมาลี น้องสาวเจ้าสร้อยฟ้า ธิดาแห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกำลังถูกส่งไปถวายตัวแก่พระพันวษาที่อยุธยา พร้อมด้วย แสนตรีเพชรกล้า นายทหารบุตรชายแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทำหน้าที่อารักขาเจ้าสร้อยสุมาลี พร้อมด้วยนางหล้า นางลูน พี่เลี้ยง กำลังหอบหนีจากขบวนที่จะไปอยุธยา

วงศ์เมือง จึงชักชวนคนทั้งสี่ให้หนีออกจากสมุดข่อยมาพักที่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างไกล ผู้คน วงศ์เมืองได้เล่าเรื่องดัง กล่าวให้วัจน์ น้องชายนักธุรกิจของเขาฟัง แต่วัจน์ไม่เชื่อ คิดว่าพี่ชายของตนเก็บตัวเขียนหนังสืออยู่คนเดียวในบ้าน ป่าจนเพี้ยนไปแล้ว จึงวางแผนกับคณา เลขาฯ คนสนิทของเขาหลอกพาวงศ์เมืองเข้ามารักษาตัวโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เรวิทย์ลูกชายคนเดียวของวัจน์ที่เกิดกับรุจิยา ซึ่งได้หย่าขาดกันนานแล้ว ไปเยี่ยมวงศ์เมืองที่โรงพยาบาลและ ได้รับฟังเรื่องราวของเจ้าสร้อยสุมาลีและพวกจากลุงของเขา แต่เรวิทย์ไม่เชื่อ

เกาลัด เพื่อนสาวคนสนิทของเรวิทย์กับคณา ได้กลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เก็บของใช้ส่วนตัวมาให้ทั้งสองจึงได้ พบว่าเรื่องที่วงศ์เมืองเล่านั้นเป็นความจริงทุก อย่าง แต่เกาลัดถูกเพชรกล้าจับตัวขังเอาไว้ในบ้าน ในขณะที่คณาหนีออก มาได้เพียง คนเดียว คณารีบแจ้งเรื่องทั้งหมดให้เรวิทย์ฟัง เรวิทย์จึงรีบไปที่บ้านไร่และช่วย เหลือเกาลัดออกมาได้

แต่ขณะเดียว กันเรวิทย์ก็ตกหลุมรักเจ้าสร้อยสุมาลีในทันทีที่ เห็น เรวิทย์และเกาลัดขอให้เจ้าสร้อยไปปรากฎตัวที่ โรงพยาบาล เพื่อช่วยยืนยันว่า วงศ์เมืองไม่ได้บ้า เจ้าสร้อยก็ตกลง โดยมีเพชรกล้าตามเข้ากรุงเทพฯ มาด้วยก่อน ถึงโรงพยาบาล คณะของเรวิทย์ก็ได้พบกับแม็คเพื่อนเรียนจอมอันธพาลเข้า แม็คสะ ดุดตาในความสวยของเจ้าสร้อยมาก จึงพยา ยามติดตามเจ้าสร้อยตลอดเวลา ไม่ยอม เลิก แม้จะถูกเพชรกล้าสั่งสอนไปบ้างก็ไม่เข็ดหลาบ

ที่โรงพยาบาล หมอไม่ยอมเชื่อว่าเจ้าสร้อยและพวกเป็นคนจากในวรรณคดี เมื่อทำอะไรไม่ได้ เรวิทย์จึงต้องพา เจ้าสร้อยและพวกไปพักที่บ้านรุจิยาแม่ของตน ที่บ้านเรวิทย์ได้ไกลชิดเจ้าสร้อยมากขึ้น ในขณะเดียวกันเกาลัดกับ เพชรกล้าก็เป็นปากเสียงกันมากขึ้นเช่นกันวัจน์ตามมาด่าเรวิทย์และเกาลัดถึง ที่บ้านรุจิยา หาว่าเอาเพื่อนที่แต่งชุด ละครไปหลอกหมอ แต่วัจน์ก็ถูกรุจิยาไล่ออกจากบ้านไป

เมื่อไม่มีใครเชื่อว่าเรื่อง ทั้งหมดเป็นความจริง และ วงศ์เมืองไม่ได้เป็นบ้า เรวิทย์กับเกาลัดช่วยกันวางแผนพาวงศ์เมืองหนีออกจากโรงพยาบาล แม้จะพบอุปสรรคจากนาย แม็คบ้างแต่ในที่สุดวงศ์เมืองก็หนีออกมาจากโรงพยาบาลได้สำเร็จเรวิทย์พาทุก คน ( เกาลัด วงศ์เมือง คณา เจ้าสร้อย สุมาลี เพชรกล้า นางหล้า นางลูน ) ไปหลบอยู่ที่บ้านเช่าหัวหิน และระหว่างที่อยู่หัวหินนี้เอง เพชรกล้ากับเกาลัดก็มีปาก เสียงกันมากขึ้น แต่แท้จริงเพชรกล้าก็เริ่มมีใจชอบเกาลัดขึ้นมาบ้างแล้ว จึงหาเรื่องถูกเนื้อต้องตัวแต่เกาลัดก็โวยวาย ว่าถูกเพชรกล้าลวนลาม จนเพชรกล้าถูกเจ้าสร้อยสุมาลีตำหนิอย่างรุนแรง

เกาลัดพาเจ้าสร้อย สุมาลีลงเล่นน้ำทะเล แล้วถูกโหงพรายฉุดตัวลงไปในน้ำเรวิทย์และเพชรกล้าเข้าช่วยไว้ ได้ทัน แต่โหงพรายก็หนีรอดไปได้ ต่อมาโหงพรายปลอมตัวเป็นเรวิทย์มาหลอกเกาลัดให้เดินลงจากเรือนไปหาเพื่อจับ แรก กับเจ้าสร้อย แต่โชคดีที่เพชรกล้าเข้ามาช่วยไว้ได้อีกครั้ง แต่ทุกคนก็วิตกอย่างใหญ่หลวง เพราะ การปรากฎตัวของ โหงพรายนั้นย่อมแสดงว่าขุนแผนก็สามารถตามหาเจ้าสร้อยสุมาลี เพื่อนำตัวกลับไปส่งให้ถึงมือพระพันวษาให้จงได้

และขุนแผนก็สามารถ ตามรอยคนทั้งหมดพบแล้ว สร้อยสุมาลีจึงขอให้เพชรกล้าไปตามตัวเถรขวาด ซึ่งเป็นอาจารย์ ของเพชรกล้ามาช่วยเหลืออีกแรงระหว่างที่เพชรกล้าได้ตามตัวเถรขวาด วงศ์เมืองได้พบกับขุนแผนเข้า และรู้ว่าขุน แผนไม่สามารถทำอันตรายคนในภาพปกติได้ จะทำได้ก็เฉพาะคนที่อยู่ในวรรณคดีเดียวกันเท่านั้น

เกาลัดจึงเสนอ ให้พาเจ้าสร้อยและพี่เลี้ยงไปซ่อนไว้ที่อื่น แล้วปล่อยให้เพชรกล้ากับเถรขวาดรับมือขุนแผนที่บ้านเช่านี้ตามลำพังทุก คนเห็นดีด้วย เกาลัดพาเจ้าสร้อยสุมาลี นางหล้า นางลูน ไปเปิดห้องที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งพัก แต่ถูกนายแม็คตามมา รังควานและจับตัวเอาไว้ อีกทั้งยังส่งข่าวบอกวัจน์เสียด้วยว่าเกาลัดและพวกแอบมาที่โรงแรมนี้ วัจน์รีบตามมาที่โรง แรม เกาลัดโทรบอกข่าวเรวิทย์

เรวิทย์ เพชรกล้า และเถรขวาด ซึ่งตามมาช่วยเกาลัด เจ้าสร้อยสุมาลี นางหล้า นางลูน ที่โรงแรม แล้วเถรขวาดก็ สาปให้วัจน์กับลูกน้องมีอาการเหมือนหมาต้องกิน แต่น้ำข้าวไป 3 วัน เรวิทย์จึงรีบพารุจิยาไปช่วยดูแลพยาบาลวัจน์ที่ บ้านของวัจน์ และให้วงศ์เมืองตาม ไปอยู่ที่บ้านวัจน์ด้วยอีกคนเพื่อคอยดูลาดเลา ส่วนเกาลัดพาเจ้า สร้อยสุมาลีและนาง พี่ เลี้ยงทั้งสองกลับไปพักที่บ้านของเธอ ซึ่งไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะ อพยพไปอยู่ที่อื่นกันหมด เนื่องจากบ้านกำลังจะถูก ธนาคารยึดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นี้แล้ว

ส่วนเถรขวาดกับเพชรกล้า กลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เพื่อเตรียมรับมือกับ ขุน แผน แต่เถรขวาดก็เสกน้ำเสี่ยงทาย แล้วรู้ว่าศึกกับขุนแผนครั้งนี้ เพชรกล้าจะ ต้องตาย เถรขวาดจึงคิดให้เพชรกล้าได้สมรักกับเกาลัด จึงเสกหุ่นรูปชายหญิงคู่แล้วให้เพชรกล้า เอาไปไว้ใต้หมอนเกาลัด เมื่อเกาลัดนอนบนหมอนก็จะเกิดอารมณ์รัก กับเพชรกล้า และ จะยอมโอนอ่อนต่อเพชรกล้าโดยดี เผอิญเกาลัดเปลี่ยนใจยกห้อง นอนของตนให้เจ้า สร้อยสุมาลีและนางพี่เลี้ยงทั้งสองอยู่ แทน คืนนั้นเมื่อเพชรกล้าปีน ห้องหวังเข้าหาเกาลัด จึงกลับไปได้เสียกับเจ้าสร้อยสุมาลีแทนที่บ้านวัจน์

วงศ์เมืองพยายามไม่ให้หลับเพราะเกรงว่าขุนแผนจะใช้ช่องทางความฝันของเขาออกมาสู่ โลกภายนอกได้แต่เพราะ ความอ่อนหล้ามาหลายวันวงศ์เมืองจึงเผลอหลับไปซึ่งทำให้ขุนแผนปรากฎตัวขึ้นมา ได้อีกครั้ง ขุนแผนช่วยถอนคำสาป ของเถรขวาดทำให้วัจน์กลับคืนสู่อาการปกติ และได้ต่อรองกับวัจน์ว่า ถ้าวัจน์ช่วยเหลือเขาให้ได้ตัวเจ้าสร้อยกับไปขุน แผนก็จะไม่ทำอันตรายใคร วัจน์ตกลงเมื่อเจ้าสร้อยรู้ตัวว่าเสียท่าให้กับเพชรกล้า ก็คิดจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อไม่ทำได้

ในที่สุดเจ้าสร้อยสุมาลีก็สารภาพกับเรวิทย์ว่าตน ไม่ใช่หญิงพรหมจรรย์อีกต่อไปแล้ว แต่เรวิทย์กลับบอกว่าไม่เป็น ปัญหา สำหรับเขาที่จะรักเจ้าสร้อย ให้เจ้าสร้อยซาบซึ้งมาก เรวิทย์พาเจ้าสร้อยและ พี่เลี้ยงทั้งสอง กลับไปอยู่บ้านรุจิยา โดยเถรขวาดร่ายมนต์ทำให้ไม่มีใครเห็นคนทั้งสามเพื่อเป็นการป้องกันอันตราย จากขุนแผน ฝ่ายรุจิยา เห็นวัจน์ อาการดีขึ้นจึงกลับบ้านตัวเอง พบว่าในบ้านมีสิ่งผิดปกติหลายอย่างเกิดขึ้น รวมทั้งคนในบ้านเริ่มพูดว่า…มีผีในบ้าน แต่รุจิยาไม่เชื่อ

เรวิทย์ กลับไปที่บ้านวัจน์ รู้ว่าวัจน์วางแผนบางอย่างกับขุนแผนเตรียมจะโวยวาย ขุน แผนจึงจับเรวิทย์ขังคุกเวทย์ มนต์มืดมองอะไรไม่เห็น วัจน์ตกใจมาก รีบไปตามวงศ์ เมืองมาช่วย วงศ์เมืองบอกเถรขวาดและเพชรกล้า เพชรกล้า ตามมาช่วยเรวิทย์ออกจาก คุกมืดได้ แต่ได้ต่อสู้กับขุนแผนจนตัวตายในที่สด ส่วนเถรขวาดหนีกลับเข้าสมุดข่อยหาย ไป เจ้าสร้อยสุมาลีรู้ว่าเพชรกล้าถูกขุนแผนฆ่าตาย ก็เสียใจมาก บอกกับทุกคนว่าเรื่องทั้ง หมดเกิดขึ้นเพราะเธอเพียง คนเดียว เพราะฉะนั้นเธอขอเป็นคนแก้ไขทุกคนพาเจ้า สร้อยและพี่เลี้ยงทั้งสองกลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เจ้าสร้อยได้บอกว่าถ้ากลับไปกับขุน แผนคงไม่แคล้วถูกพระพันวษาวงทัณฑ์สั่งประหารอย่างแน่นอน สู้ตายด้วยน้ำมือตัวเองดี กว่า และโดยไม่ทันได้มีใครคาดคิด

เจ้า สร้อยก็ได้เอาไฟจากปลายเทียนจ่อเข้ากับสมุดข่อยฉบับเชลยศักดิ์เล่มนั้น ทำให้เจ้าสร้อย เพชรกล้า นางหล้า นางลูน เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน โดยเฉพาะเรวิทย์ถึงกับตะลึง เมื่อคนจากในวรรณคดีทั้งสี่ได้จากไปแล้ว ทุก อย่างก็เริ่มกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติแต่เรวิทย์และเกาลัดก็ยังอดคิดถึงคนทั้ง สี่ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมผจญภัยกันมา ในช่วงเวลาหนึ่งเสียมิได้ ทำให้ทั้งสองหันหน้าเข้าคุยกันอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกาลัดและเรวิทย์เริ่มรู้ใจตัวเองว่าแท้จริงแล้ว ทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กันมานานแต่ไม่รู้ตัว จึงคิดจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กันใหม่ในฐานะคนรู้ใจกันโดยที่ทั้งสองไม่รู้ เลย

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง วงศ์เมือง ก็กำลังจะได้เริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของเขาเช่นกัน หลังจากที่ไปได้สมุด ไทยโบราณเรื่องนิราศอยุธยา ของสุนทรภู่มาโดยบังเอิญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังไม่เคยมีใครได้อ่านมาก่อนเลย และวงศ์ เมือง รู้ว่าสมุดไทยโบราณเล่มนี้ก็เป็นประตูผ่านมิติเวลาไปสู่ ความมหัศจรรย์ได้เหมือนอย่างสมุดข่อยเล่มที่เจ้าสร้อย สุมาลีได้เผาไปแล้วนั่นเอง…

นักแสดงละคร ปลายเืทียน
1. อมิตา ทาทา ยัง
2. พิมลรัตน์ พิศลยบุตร
3. พุฒิชัย อมาตยกุล
4. วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์