Author Archives: admin

มงกุฎดอกส้ม 2553

มงกุฎดอกส้ม เป็นเรื่องราวของ คำแก้ว สาวน้อยเมืองเหนือ วัยประมาณ 15 ปี บอบบางแลดูน่าสงสาร เธอมีความฝันสวยงามเฉกเช่นเด็กสาวทั่วไปในรั้วคอนแวนต์ นั่นคือการสวมชุดวิวาห์ที่ขาวสะอาด ฟูฟ่อง แลดูบริสุทธิ์ราวกับเจ้าหญิงน้อย ๆ ในเทพนิยาย และดอกส้มคือดอกไม้ที่คำแก้วรักมากที่สุด เธอปรารถนาและรอคอยมาชั่วชีวิตที่จะได้นำมันมาร้อยเป็นมงกุฎและสวมใส่ในวัน แต่งงาน อนิจจา…ความจริงและความฝันช่างห่างไกลกันลิบลับนัก เมื่อเธอต้องถูกส่งมาเป็นภรรยาน้อยของเจ้าสัวชราท่านหนึ่งแห่งย่านภาษีเจริญ ภายหลังการเสียชีวิตของบิดาเนื่องจากหนี้สินที่มากมาย และมารดาเลี้ยงของเธอไม่ปรารถนาจะเลี้ยงดูเธออีกต่อไป

เจ้าสัวเชงสือเกียง คือว่าที่สามีของคำแก้ว มาบัดนี้เขามีอายุประมาณ 60 ปีแล้ว แม้ว่าวัยจะล่วงเลยมาขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการหาภรรยาเล็กๆ เพื่อเสริมบารมีของท่านเจ้าสัวลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ตรงกันข้ามท่านกลับพออกพอใจยิ่งนักที่สามารถสรรหาภรรยาเด็กขนาดคำแก้วได้ ท่านเจ้าสัวรอคอยวันที่เขาจะได้ครอบครองความงามและความบริสุทธิ์นี้อย่างใจ จดจ่อ

คำแก้วเดินทางมาถึงยังคฤหาสน์ใหญ่สีแดงเก่าคลาคล่ำแห่งคลองภาษีเจริญอย่าง เงียบเชียบ โดยที่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า บัดนี้คุณนายที่สี่หรือภรรยาคนใหม่ของท่านเจ้าสัวได้เดินทางมาถึงแล้ว เนื่องจากท่านเจ้าสัวรู้ดีว่าการหาภรรยาเล็ก ๆ เพื่อมาเสริมบารมีในวัยขนาดนี้นั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายอยู่ไม่ใช่น้อย ท่านจึงเลือกที่จะไม่บอกกล่าวใครเพื่อไม่ให้เป็นการตะขิดตะขวงใจเสียเปล่า ๆ เมื่อมาถึงคำแก้วได้ กิมลั้ง เด็กสาวชาวจีนท่าทางแก่นแก้วและซุกซนไม่เกรงกลัวใคร ให้มาเป็นต้นห้องคอยรับใช้เธอ

แต่การพบกันครั้งแรกระหว่างคำแก้วและกิมลั้งนั้นไม่เป็นที่น่าประทับใจสัก เท่าไรนัก เมื่อกิมลั้งเองก็รู้สึกได้ว่า คุณนายคนใหม่นั้นแลดูสวยงามและเยือกเย็นก็จริง หากแต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เห็นภายนอกเท่านั้น แท้จริงแล้วเธอซ่อนความอำมหิตและร้ายกาจอยู่ภายใต้ท่าทีที่เรียบเฉยนี้เลยที เดียว กิมลั้งเกลียดคุณนายคนใหม่ เธอมีความฝันและความทะเยอทะยานอยู่ไม่น้อยทีเดียว เมื่อเธอหวังที่จะเป็นคุณนายที่สี่แห่งอาณาจักรตระกูลเชงแห่งนี้ ความมือไวใจเร็วของท่านเจ้าสัวที่ผ่านมาทำให้กิมลั้งย่ามใจและใฝ่ฝันจะเป็น คุณนายใช้ชีวิตอย่างร่ำรวยสุขสบาย เธอเกลียดคุณนายคนใหม่ที่มาแย่งตำแหน่งของเธอ ส่วนคำแก้วเองก็รู้สึกเกลียดชังเด็กสาวที่ช่างต่อล้อต่อเถียง ชอบซุบซิบนินทา แถมยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อเธอยิ่งนัก

ท่านเจ้าสัวพาเธอไปแนะนำตัวต่อภรรยาทั้งสามคนซึ่งอยู่ที่นี่มานานแสนนาน เม่งฮวย ภรรยาชาวจีนคนแรกของท่านเจ้าสัวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บัดนี้เธอกลายเป็นเพียงหญิงที่ไร้เสน่ห์ในสายตาของสามี หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านท่านเจ้าสัวก็ให้เกียรติเธอเป็นผู้ดูแลบริหาร และจัดการเรื่องผลประโยชน์ รายรับรายจ่ายและเป็นผู้ที่คอยควบคุมดูแลบริวารทุกคน อำนาจสิทธิ์ขาดทุกอย่างจึงเป็นของเม่งฮวย โดยที่ท่านเจ้าสัวไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่มาร่วมหลับนอนกับเธอเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไปอีกด้วย เม่งฮวยต้อนรับคำแก้วตามหน้าที่ทั้ง ๆ ที่ในใจลึก ๆ แล้ว เธอไม่เห็นด้วยเลยที่ท่านเจ้าสัวมีภรรยาเพิ่มและอายุน้อยถึงเพียงนี้

เย นหลิง คือภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าสัว ท่านเจอเธอเมื่อเดินทางไปติดต่อการค้าที่สิงคโปร์ในฐานะหลานสาวท่านทูต แต่ไม่มีใครที่ล่วงรู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นหลานสาวท่านทูต โดยสายเลือด หากแต่เป็นเพียงญาติห่าง ๆ ของแม่บ้านที่ทำงานให้แก่ท่านทูตเท่านั้น ความน่ารักสวยงามบวกความฉลาดเฉลียวและทะเยอทะยาน ทำให้เยนหลิงสามารถจดจำและเลียนแบบมารยาทสมบัติผู้ดีได้ทุกประการ และเมื่อวันเวลาผ่านไปเธอก็สามารถเลื่อนฐานะกลายเป็นหลานสาวท่านทูตได้อย่าง แนบเนียน และด้วยความทะเยอทะยานนี้เอง ทำให้เธอกลายเป็นภรรยาคนที่สองของเจ้าสัวเชงสือเกียงภายในระยะ เวลาที่ไม่นานนัก เยนหลิงแสดงท่าทีต้อนรับคำแก้วอย่างอบอุ่นแม้ว่าหางตาจะแอบแสดงความอิจฉา ริษยาและความดุร้ายออกมาบ้าง แต่เธอก็พยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีที่เรียบร้อย อ่อนหวาน น่ารักตามแบบฉบับของเธอ

เหม่เกว่ หรือ โรส คุณนายนางเอกคณะอุปรากรจีน เธอเป็นคนที่สวยที่สุดในบรรดาภรรยาทั้งหมดของท่านเจ้าสัว ยามว่างเธอมักชอบร้องเพลงและร่ายรำอยู่เสมอ ๆ ท่าทางที่ร่าเริงดั่งนกตัวน้อย ๆ มารยาหญิงหลายร้อยเล่มเกวียนที่สรรหามาใช้ ทำให้โรสเป็นที่โปรดปรานของท่านเจ้าสัวยิ่งนัก ซึ่งสร้างความอิจฉาให้แก่บรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของท่านเจ้าสัวอย่างยิ่ง คำแก้วขออนุญาตท่านเจ้าสัวไปพบโรสด้วยตัวเธอเอง หากแต่โรสไม่ยอมออกมาพบบอกแต่เพียงว่าไม่สบายให้เธอกลับไปก่อน คำแก้วกลับมาที่ห้องของเธอด้วยความรู้สึกแปลก ๆ กับคนที่นี่ ทุกคนเป็นเช่นไรไม่มีใครล่วงรู้ได้ ทุกอย่างยากแท้แก่การหยั่งถึงความจริงใจที่อยู่เบื้องลึกยิ่งนัก

คืนแรกของการเข้าหอ คำแก้วไม่ได้มีความรู้สึกอิ่มเอมในความรักหรือความสุขสมหวังใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อสามีของเธอคืกนกกระยางแก่คนหนึ่งในความรู้สึกเท่านั้น กลางดึกในคืนวันนั้นเองท่านเจ้าสัวก็จำต้องรีบจากภรรยาคนล่าสุดของท่านไป เนื่องด้วยโรสไม่สบาย ไม่มีใครรู้ว่าโรสป่วยเป็นอะไร แต่สิ่งที่แท้จริงคือท่านเจ้าสัวก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องคำแก้วอีกเลยตลอดค่ำ คืนนั้น คำแก้วเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด แต่ตรงข้ามเธอกลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่อต้องอยู่คนเดียว เธอใช้เวลาในขณะนั้นเพื่อนึกถึงบ้านที่เชียงดาว ไร่ส้ม และบิดาของเธอ ซึ่งล้วนแต่เป็นอดีตและความทรงจำที่มีค่า มีความสุข และไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกเลย

ชีวิตในแต่ละวันของคำแก้วดำเนินไปอย่างช้า ๆ และน่าเบื่อหน่าย เธอเริ่มเล็งเห็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายใต้ความร่ำรวยและอาณาจักรที่ใหญ่โตของตระกูลเชงแห่งนี้ เต็มไปด้วยความลึกลับและมืดดำหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ไม่ใช่น้อย ปริศนาบ่อน้ำหลังบ้านที่ดูรกร้างและเย็นเยียบ บ่อซึ่งใคร ๆ ต่างเรียกขานว่ามันคือบ่อนรก หญิงสาวกี่คนที่ต้องตายอย่างน่าอนาถในบ่อร้างนั่น ความอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันระหว่างภรรยาทั้งสามคนของท่านเจ้าสัว เป็นสิ่งที่เธอเริ่มเบื่อหน่าย ทำให้เธอต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

โรสหรือคุณนายที่สาม หญิงสาวที่ร่าเริงดังนกน้อยอยู่ตลอดเวลา เธอเริ่มแวะเวียนมาเป็นเพื่อนคุยของคำแก้วอยู่เสมอ แม้ว่าเธอจะมีทีท่าแปลกในตอนแรกก็ตาม โรสคุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องบนเตียงซึ่งทำให้คำแก้วรู้สึกกระดากอยู่ไม่ ใช่น้อย ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ต่าง ๆ ในบ้านที่ต้องแข่งขันกับภรรยาต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัว คู่อาฆาตที่สำคัญของโรสหาใช่ใครอื่นคือ เยนหลิงสตรีหน้าเนื้อใจเสือคนนั้นนั่นเอง เธอแข่งมีลูกกับโรส และแล้วโรสก็เป็นฝ่ายชนะเมื่อเธอมีลูกชายและคลอดออกมาก่อนลูกสาวเยนหลิง ทั้งที่เยนหลิงให้หมอใช้คีมดึงเด็กออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่เป็นผล โรสหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างภาคภูมิใจในชัยชนะของตนเอง ในขณะที่คำแก้วรู้สึกสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

เยนหลิงคืออีกคนที่พยายามสร้างความสนิทสนมกับคำแก้วตลอดเวลา บ่ายจัดวันหนึ่งเยนหลิงต้องการให้คำแก้วเป็นผู้ตัดผมให้แก่เธอ แม้ว่าคำแก้วจะปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่าเธอไม่มีความถนัดในเรื่องนี้เลย และแล้วก็เกิดเหตุขึ้นเมื่อกรรไกรคมกริบได้ตัดใบหูของเยนหลิงเข้าโดยบังเอิญ เสียงร้องโอดโอยปนกับเสียงด่าทอได้ดังขึ้นก้องอาณาจักรตระกูลเชง คำแก้วหน้าซีดเผือด เธอหลบเข้าไปในห้องและอยู่ที่นั่นตลอดบ่ายโดยที่ไม่กล้าออกมาอีกเลย แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างความสะใจและสาสมใจให้แก่โรสและเม่งฮวยยิ่งนัก สองคุณนายหัวเราะอย่างสะใจที่มีใครสักคนสามารถจัดการนังคุณนายที่สองจอมยิ่ง ผยองได้

วันที่เก้า เดือนเก้า เป็นวันที่คารวะญาติอาวุโสตามธรรมเนียมจีนโบราณ วันนั้นเป็นวันแรกที่คำแก้วได้มีโอกาสพบกับ คุณชายใหญ่ หรือ คุณก้องเกียรติ เจนพาณิชย์สกุล บุตรชายคนโตของเม่งฮวย เมื่อแรกที่ได้พบหน้าก้องเกียรติรู้สึกถึงความผูกพัน ความสงสาร และความอบอุ่นอย่างประหลาดที่เขามีให้แก่แม่เลี้ยงสาวของเขาเอง ซึ่งคำแก้วเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกันนัก คุณชายใหญ่ไม่ได้พักที่นี่หากแต่มีบ้านส่วนตัวอยู่ที่สาธร โดยท่านเจ้าสัวมอบกิจการทั้งหมดให้เขาเป็นผู้ดูแล จัดการบริหารงานทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนท่านเจ้าสัวก็มาใช้ชีวิตส่วนตัวของท่านอย่างมีความสุขที่คฤหาสน์แดงริม คลองภาษีเจริญแห่งนี้ คำแก้วได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณชายใหญ่บ้างตามโอกาส ทั้งคู่รู้สึกดีต่อกัน คำแก้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่มีเขาคอยเป็นเพื่อน ทำให้ความรู้สึกเธอในการอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้เริ่มดีขึ้น ก้องเกียรติชอบเป่าขลุ่ยและนั่นเป็นเครื่องดนตรีชนิดเดียวที่เธอชอบเช่นกัน เขาสัญญาว่าจะหาครูมาสอนให้เธอ คำแก้วดีใจมาก อย่างน้อยชีวิตของเธอก็ไม่น่าเบื่อ ว่างเปล่า และเหงาหงอยจนเกินไปนัก

เรืองยศ เพื่อนสนิทของก้องเกียรติ หนุ่มหน้าสวยราวกับอิสตรีก็ไม่ปานคือครูสอนดนตรีของคำแก้ว เขาลอบมองพฤติกรรมระหว่างเรืองยศและคำแก้วบ่อยครั้งอย่างไม่สบายใจนัก ไม่มีใครรู้ว่าหนุ่มหน้าสวยเพื่อนสนิทของก้องเกียรติคนนี้จะมีความรักที่ผิด วิสัยธรรมชาติตามครรลองที่ถูกที่ควร เขามีจิตฝักใฝ่เสน่หาก้องเกียรติยิ่งนัก แต่แล้ววันหนึ่งเรืองยศกลับบอกความจริงแก่คำแก้วว่า แท้จริงแล้วก้องเกียรติแอบมีใจให้เธอ มันคือความจริงที่ทำให้คำแก้วมีความสุขและความทุกข์ไปได้ในขณะเดียวกัน เพราะรู้ดีว่าความรักนี้เป็นความรักต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นไปได้อย่างมิต้อง สงสัย เรืองยศลอบมองความทุกข์ระทมของคำแก้วอย่างสาสมใจ

วันที่เจ็ดเดือนสิบสอง คืองานฉลองครบรอบวันเกิดของท่านเจ้าสัวอายุครบ 65 ปี บรรดาคุณนายต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัวประชันการแต่งตัวกันอย่างเอิกเกริก มีเพียงคำแก้วเท่านั้นที่แต่งตัวแบบไทย ๆ สร้างความไม่พอใจให้แก่ท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ในงานเต็มไปด้วยเสียงอ่อนหวาน หัวร่อต่อกระซิกตลอดเวลาระหว่างท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทั้งหลาย คำแก้วรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพมายาจอมปลอมเหล่านี้เต็มที คำแก้วคิดจะหลบหน้าผู้คนเพื่อไปพักผ่อน แต่เหตุการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้นได

เมื่อ คุณชายเล็ก หรือ คุณเกียรติกร กับ คุณหนูกรรณิการ์ บุตรสาวคนสุดท้อง ซึ่งเป็นลูกชายของโรสและลูกสาวของเยนหลิง วิ่งไล่จับจนชนแจกันใบงามหล่นลงมาตกแตก สองพี่น้องทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เม่งฮวยถลันมาตบหน้าลูกเลี้ยงทั้งสองพร้อมทั้งดุด่าอย่างหยาบคาย ร้อนถึงมารดาของเด็กทั้งสองต้องเข้ามาห้ามทัพ บรรดาคุณนายทั้งสามจึงเริ่มด่าทอและทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก คำแก้วเริ่มรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่าย เธอจึงพูดเปรย ๆ ขึ้นมาว่ามันไม่น่าเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตขนาดนั้นก็แค่แจกันใบเดียว คุณนายทั้งสามหันกลับมารุมเล่นงานเธอทันทีว่า เพราะความเป็นตัวซวยของเธอทำให้เรื่องร้าย ๆ ต้องเกิดขึ้นในบ้านอยู่เสมอ คำแก้วเดินช้า ๆ ออกมาจากในงาน เธอพยายามสะกดความระทมขมขื่นที่มีอยู่เต็มอกอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่มีอยู่ได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงนั่งริมสวนแห่งนั้นและร้องไห้อย่างหนัก เมื่อไม่สามารถอดทนต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

เธอหลบหน้าผู้คนไปนอนพักผ่อนตอนบ่าย ระหว่างที่นอนหลับ เธอฝันเห็นหญิงสาวมากมายที่ตะเกียกตะกายร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา คำแก้วสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัว แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยการแต่งตัวลงไปร่วมงานในตอนค่ำ ที่โต๊ะอาหารคำแก้วพยายามเอาอกเอาใจท่านเจ้าสัวด้วยการกอดจูบท่านต่อหน้า สาธารณะชน แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด ท่านเจ้าสัวโกรธมากที่เธอบังอาจทำเช่นนั้นต่อหน้าธารกำนัล เขาลุกขึ้นผลักเธอออกด้วยความรังเกียจและขยะแขยง

หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนวันนั้น ท่านเจ้าสัวก็แทบจะไม่แตะต้องตัวเธออีกเลย คำแก้วรู้สึกแย่มากเมื่อคิดว่าตนเองต้องถูกปลดเกษียณด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น เธอจึงพยายามหาวิถีทางเพื่อความอยู่รอด การมีทายาทสืบสกุลนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด และเป็นวิธีการเดียวกับที่บรรดาคุณนายทั้งหลายใช้มาแล้วอย่างได้ผลจากคำบอก เล่าของโรส คำแก้วจึงใช้มารยาต่าง ๆ นานับประการทำให้ท่านเจ้าสัวกลับมาร่วมหลับนอนกับเธออีกครั้ง ครั้งนี้คำแก้วสามารถทำสำเร็จ แต่โลหิตสีแดงคล้ำที่ออกมาในวันหนึ่งนั่นคือสัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ คำแก้วรู้สึกผิดหวังเป็นที่สุด เธอจึงตัดสินใจทำแผนหลอกลวงตบตาทุกคนว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งข่าวนี้สร้างความยินดีให้แก่ท่านเจ้าสัวเป็นอย่างยิ่ง ท่านกลับมารักใคร่และเอาอกเอาใจเธอดังเดิม คำแก้วรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดเธอคือผู้ชนะอย่างแท้จริง แต่ความสุขมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน เมื่อกิมลั้งเด็กรับใช้แสนแสบเห็นผ้าอนามัยซึ่งเปื้อนคราบโลหิตลอยอยู่ใน ชักโครก เธอจึงคิดจะใช้มันเป็นเครื่องทำลายคุณนายที่สี่คนที่เธอเกลียดแสนเกลียดให้ พินาศในทันที คำแก้วเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้น แววตาที่ประสงค์ร้ายของกิมลั้ง ทำให้เธอบังคับให้เด็กรับใช้กินผ้าอนามัยผืนนั้นเข้าไป กิมลั้งจำต้องยอมทำตาม เธอกล้ำกลืนกินมันเข้าไปทั้งน้ำตา ต่อมาจึงเป็นที่โจษขานกันไปทั่วอาณาจักรตึกแดงแห่งนี้ว่า คุณนายที่สี่แม้อายุยังน้อย หากแต่จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตผิดมนุษย์ยิ่งนัก

เหตุการณ์ ในวันนั้นสร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้แก่กิมลั้ง เธอจับไข้อยู่หลายวันจนเสียชีวิตในที่สุด คำแก้วรู้สึกสับสนและหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หลายวัน ระหว่างนั้นเธอเริ่มสนิทกับโรสและไว้วางใจให้เป็นเพื่อนคุยและที่ปรึกษาที่ ดีเสมอ แต่โรสก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านนัก เธอเป็นคุณนายเพียงคนเดียวที่ชอบออกจากบ้านไปดูงิ้ว เล่นไพ่ตามที่ต่าง ๆ แถมยังแอบคบชู้สู่ชายอีกด้วย นายแพทย์ทรงชัย หรือ นายซุ่นไช้ เจ้าของร้านขายยาจีนรูปหล่อคือชู้รักของเธอ โรสมักแอบลอบมาพบปะเขาเสมอ ทั้งสองวางอนาคตด้วยกันว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นผู้พาโรสหนีจากคฤหาสน์ตึกแดง นั่น โรสเคยชวนคำแก้วออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเป็นเพื่อนบ้างในบางครั้ง หนึ่งในหลายครั้งเธอชวนคำแก้วไปดูเธอเล่นไพ่นกกระจอก ทำให้คำแก้วได้ล่วงรู้ความจริงว่าโรสและนายแพทย์ทรงชัยเป็นอะไรกัน เมื่อเธอก้มไปหยิบไพ่นกระจอกที่บังเอิญหล่นลงไปใต้โต๊ะ และได้เห็นขาคู่หนึ่งเกี่ยวกระหวัดกันอยู่อย่างเหนียวแน่น คำแก้วพยายามเตือนโรสว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นจริงไป ได้ มันทำให้โรสโมโหมาก เธอด่าทอคำแก้วอย่างรุนแรง และไม่ให้มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธออีก

โรสหญิงสาวอดีตนางเอกคณะอุปรากรจีนเก่า เธอผ่านเรื่องราวแห่งชีวิตในเชิงละครมามากมาย จนหลงคิดว่าตนเองนั้นคือนางเอกตลอดกาล ทั้งที่แท้จริงแล้วความจริงในชีวิตหาเป็นเช่นนั้นไม่ และเรื่องราวการคบชู้สู่ชายของเธอก็หาได้รอดสายตาเล็กแหลมประดุจเหยี่ยวคู่ หนึ่งไปได้

คำแก้วรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเต็มทน เมื่อโรสเพื่อนเพียงคนเดียวมักไม่ค่อยอยู่ไม่มีเวลาว่างจะพบปะพูดคุยกัน เธอเริ่มหันมาสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเมามายเป็นประจำทุกค่ำคืน วันหนึ่งเธอต้องแปลกใจมากที่พบว่า ผู้ที่เปิดประตูห้องเข้ามาหาเธอนั้นคือคุณชายใหญ่หรือคุณก้องเกียรติแห่ง อาณาจักรตระกูลเชงนี้เอง ก้องเกียรติเข้ามาเพื่อที่ดูแลคำแก้วด้วยความเป็นห่วงเป็นใย อีกทั้งยังมาเพื่อสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่มีต่อเธอมานานแสนนาน อีกด้วย มันคือความจริงที่ราวกับความฝันไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ คำแก้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวและเริ่มดื่มเหล้าเมามายอีกครั้ง คำแก้วหลับและฝันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่ากลัวมากมาย เธอสับสน หวาดกลัว และมึนงงกับเรื่องราวต่าง ๆ จนไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวใด ๆ ได้อีกต่อไป ยามบ่ายเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงด่าทออย่างรุนแรงอยู่ตรงทางเดินห้อง รักต้องห้ามของโรสพบจุดจบวันนี้เอง เมื่อเยนหลิงได้นำคนไปลากโรสกลับมาจากรังรักของเธอและนายแพทย์ทรงชัย โรสร้องไห้แทบขาดใจพร้อมทั้งด่าทอและขู่อาฆาตเยนหลิงอย่างรุนแรง มีเพียงความสะใจและสาสมแก่ใจจากแววตาของเยนหลิงเท่านั้น ในวันนี้เธอสามารถเด็ดแม่ดอกกุหลาบงามดอกนี้ไม่ให้ชูคออยู่บนต้นเป็นเสี้ยน หนามให้แก่เธอได้อีกต่อไป คำแก้วหลับไปอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย สติสัมปชัญญะในการรับรู้เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที

เที่ยงคืนเสียงเพลงอุปรากรจีนดังขึ้นอีกครั้ง เสียงแหลมสูงหวานเสนาะบ่งบอกถึงความโศกเศร้าล้ำลึก สุดแสนอาลัยความรัก ความหวังซึ่งสูญสลายอย่างไม่มีวันกลับคืน ปลุกคำแก้วให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอแหวกม่านหน้าต่าง และเห็นโรสกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงามเป็นภาพครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะถูกชายร่างกำยำหามเธอไปและเหวี่ยงลงสู่บ่อนรกนั่น ภาพที่เห็นทำให้คำแก้วหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะกรีดร้อง เธอวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องพักส่วนตัวของบุตรชายคนโตของสามีทันที ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปลาสนาการไปจนหมดสิ้น เธอสูญสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่หลงเหลือแม้แต่ความอดทนซึ่งบอบบางดุจใยแมงมุม คำแก้วไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปในอาณาจักรจีนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไป ด้วยอำนาจมืด บัดนี้เธอรู้แจ้งแล้วว่าความตายลึกลับของหญิงสาวในอดีตเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการตายเอาดาบหน้า

คุณก้องเกียรติชายผู้เดียวที่เธอรักและรักเธอ หากแต่เมื่อผลักบานประตูห้องเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเธอเย็นเยียบและเหน็บหนาวยิ่งกว่าสิ่งใด ภาพชายสองคนเปล่าเปลือยและกอดกระหวัดกันบนเตียงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง ชายหนึ่งนั้นคือคนที่เธอสุดรัดสุดบูชาตลอดมา ส่วนอีกชายหนึ่งนั้นคือครูสอนดนตรีสหายสนิทของเขานั่นเอง เธอปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ใจแหลกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

เสียงกรีดร้องอย่างรุนแรงเมื่อสติสัมปชัญญะซึ่งเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ขาดลง ทำให้เชงสือ เกียงต้องรีบเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือคุณนายวัยเยาว์ของเขากำลังดึงทึ้งผมตนเองอยู่อย่างรุนแรง ปากก็บ่นพึมพำเพียงคำว่า…ฆาตกร…เขาเข้าไปปลอบประโลมและพยายามเรียกความ ทรงจำเธอให้กลับคืนมา แต่อนิจจา…ทุกอย่างไม่กลับคืนมาดังเดิมอีกต่อไปแล้ว

หลาย เดือนผ่านไป เชงสือเกียงกลับจากสหรัฐอเมริกาพร้อมคุณนายแหม่มคนใหม่ อำนาจเงินบันดาลให้เขากลับมาหนุ่มแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกครั้ง ด้วยฝีมือแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา บ่อยครั้งที่คุณนายแหม่มของท่านเชงจะเห็นผู้หญิงรูปร่างบอบบาง สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวชุดวิวาห์วนเวียนแหวกกอไม้ดอกกอแล้วกอเล่า หล่อนมักพึมพำกับตัวเอง “มงกุฎดอกส้มของฉันหายไปไหน…ช่วยหามงกุฎดอกส้มให้ฉันที…” … อนิจจา … ไม่มีใครช่วยหล่อนเสาะแสวงหาสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต … … ไม่มีใครได้ยินคำพร่ำวอนของคำแก้วเลย…

รายชื่อนักแสดงนำในละคร มงกุฎดอกส้ม

ฉัตรชัย  เปล่งพานิช   รับบท   เจ้าสัวเชงสือเกียง
จริยา  แอนโฟเน่   รับบท   เม่งฮวย / เมีย 1
รินลณี  ศรีเพ็ญ   รับบท   เยนหลิง / เมีย 2
ณัฐริกา  ธรรมปรีดานันท์   รับบท   เหม่เกว่ (โรส) / เมีย 3
วนิดา  เติมธนาภรณ์   รับบท   คำแก้ว / เมีย 4
วิทยา  วสุไกรไพศาล   รับบท   ก้องเกียรติ
อภินันท์  ประเสริฐวัฒนกุล   รับบท   หมอทรงชัย
สุพจน์  จันทร์เจริญ   รับบท   เรืองยศ
มิณทิตา  วัฒนกุล   รับบท   กิมลั้ง
พิศมัย  วิไลศักดิ์   รับบท   อาอึ้ม
ด.ช. รจนกร  อยู่หน้า   รับบท   เกียรติกร (เด็ก)

มงกุฎดอกส้ม

“พ่อคำแก้ว” ทำไร่ส้ม ดอกของมันสีขาวพร่างพราย ส่งกลิ่นรวยรื่น “ดอกส้ม” ทำให้ “คำแก้ว” นึกถึงพิธีแต่งงานแบบฝรั่ง แม่ชีโรงเรียนคอนแวนต์เคยเล่าว่า เจ้าสาวฝรั่งจะแต่งชุดสีขาวฟูฟ่อง คลุมด้วยผ้าลูกไม้โปร่งบางหรูเลิศประดับดอกส้มเป็นสัญลักษณ์ เด็กสาวเคยลืมตาฝันถึงพิธีแต่งงานของตัวเอง ถ้าเจ้าสาวเหนือสวมมงกุฎดอกส้มบ้างจะเป็นไร…ใครจะรู้ว่าชาตินี้ไม่มีวัน นั้นสำหรับคำแก้ว…

พระเจ้าเงินตราได้ลิขิตชีวิตเธอให้เป็นเพียงเมียเล็กๆ คนหนึ่งของเศรษฐีวัยกลางคน ต้องจากบ้านทรงไทยใต้ดวงดาว มาอยู่ในคฤหาสน์แบบจีนสีแดงคร่ำริมคลองภาษีเจริญ เรื่องราวของสาวเหนือยวัยสิบห้า ที่ชะตาชีวิตพลิกผันให้กลายมาเป็นภรรยาคนที่ 4 ของ “เจ้าสัวเซงสือเกียง” แห่งตระกูลจีนที่เคร่งครัด ทำให้เธอต้องเผชิญกับเมียร่วมสามีทั้งสาม ประเพณีแปลกประหลาด และความขัดแย้งในใจซึ่งเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของวัยสาวเรียงร้องแต่เธอก็ยัง ฝันถึง “มงกุฎดอกส้ม” แม้จะรู้ว่าไม่มีวันได้มันมา

นักแสดงละคร มงกุฎดอกส้ม

รุจน์ รณภพ เป็น เจ้าสัวเซงสือเกียง
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ เป็น คำแก้ว (คุณนายที่ 4)
อัษฎาวุธ เหลือสุนทร เป็น ก้องเกียรติ
ดวงดาว จารุจินดา เป็น เยนหลิง (คุณนายที่ 2)
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ เป็น เหม่เกว่ (คุณนายที่ 3)
อัญชลี ไชยศิริ เป็น เม่งฮวย (คุณนายที่ 1)
มาฬิตร์  เชยโสภณ
ปรางวลัย เพชรสาธร
ไกรวิทย์ พุ่มสุโข
บรรเจิดศรี ยมาภัย
ด.ญ.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์
ทัศนีย์ สีดาสมุทร
ดอน พฤกษ์พยุง

ภูแสนดาว

ทันมาย เป็นอาจารย์หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-เวียดนาม เขาเกลียดสงคราม เพราะสงครามทำให้เขาเป็นเด็กกำพร้า และไม่ชัดเจนว่าตัวเอง “เป็นใคร” บนโลกใบนี้ อเมริกันหรือเวียดนาม แต่สิ่งนี้ก็ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ทันมายเดินทางเข้าไปยังเมืองเมือน ในฐานะผู้ประสานงานให้แก่ คณะนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีดอกเตอร์ลิลิตร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะนักวิชาการจากประเทศในเอเชียที่ ร่วมงานวิจัยชิ้นนี้ ไม่มีใครในทีมวิจัยล่วงรู้ว่าดอกเตอร์ลิลิตเป็นตัวแทนของ “ช้างเผือก” ที่เดินทางมาเพื่อเจรจาเรื่องความช่วยเหลือในการปลดแอกเมืองเมือนและแม้ซอง ลีล่ายและฮองตันเองก็ไม่รู้ว่าดอกเตอร์ลิลิตมีจุดประสงค์อื่นร่วมกับเหงียน ตันสุย นั่นคือการค้นหาความลับเกี่ยวกับภูแสนดาว

ระหว่างการทำวิจัย ที่ทันมายเริ่มรู้สึกถูกชะตากับซองลีลิว ลูกสาวของผู้ท้าวแห่งเมืองเมือน ความลับเรื่องการปลดแอกตัวเองของเมืองเมือนก็รั่วไหลไปถึงหูของเหงียนตันสุ ยและนายจนได้ และเมืองเมือนก็ถูกเชือดให้ชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆ ดูทันที โดยการที่ฮานอยส่ง กองกำลังพิเศษบุกโจมตีปราบปรามกบฏเมืองเมือน การสู้รบเมืองเมือนทำให้ทันมายและซองลีลิวต้องหลบหนีออกจากเมืองเมือนด้วย กันเพียงลำพัง โดยฮองตันซึ่งหลงรักลีลิวอยู่นั้นเข้าใจว่า ทันมายพาตัวลีลิวออกมามอบให้แก่เหงียนตันสุยใช้เป็นตัวประกัน ขณะที่เหงียนตันสุยเองก็ต้องการจับตัวลีลิวให้ได้เพราะเข้าใจว่าความลับของ ภูแสนดาวที่รับรู้กันในนามหมายตราแห่งแสงตะวันนั้นจะต้องอยู่ที่ซองลีลิวลูก สาวผู้ท้าวแห่งเมืองเมือนอย่างแน่นอน

การหลบหนีและการไล่ล่าดำเนินมา ตลอดตั้งแต่ดินแดนตอนเหนือของเวียดนาม ไล่เรื่อยลงมาถึงตอนกลางและตอนใต้ ภายใต้ความพยายามของทันมายที่จะขอความช่วยเหลือจากองค์กรต่างประเทศให้เข้า มาสงบศึก ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองเมือนให้ได้ เพราะตัวเขาเองนั้น ก็มีปมอยู่ในใจเรื่องสงครามมาตลอดชีวิต จนไม่สามารถ “เป็นใครที่แน่ชัดได้” ในขณะที่ซองลีลิวนั้นก็ขัดแย้งกับทันมายมาโดยตลอด เพราะหล่อนเชื่อว่าความสงบสุข สันติภาพ และเอกราชของเมืองเมือนนั้นจะได้มาก็ด้วยการสู้รบ และสงคราม และความคิดนั้นก็มาจากการ ที่หล่อนเป็นลูกสาวของผู้ท้าวเมืองเมือนนั่นเอง

แต่ แล้วสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างการเดินทางหลบหนีลงมาบนแผ่นดินเวียดนามที่เคยลุก ร้อนด้วยไฟสงครามก็ทำให้ความคิดของซองลีลิวเปลี่ยนไปหล่อนเห็น และรับรู้แล้วว่าสงครามไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย คนเวียดนามมากมายที่หล่อนพบเจอระหว่างการหลบหนีไล่ล่าคือ ผลพวงของสงครามเวียดนามอันโหดร้าย รุนแรง แม้มันจะผ่านพ้นมาแล้วแต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทั้งทางกายและ ใจ ทั้งทหารผ่านศึกทุพพลภาพ คนพิการ แม่ม่ายสงคราม เด็กกำพร้า เด็กลูกครึ่ง ฯลฯ และสุดท้ายก็คือ ลีลิวมองเห็นและรับรู้อย่างเต็มหัวใจในสิ่งที่ทันมายเป็นและต้องแบกรับมา ตลอด ชีวิตของเขานั่นเอง ซองลีลิวตัดสินใจร่วมมือกับทันมาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีการเจรจาสันติภาพให้ได้

ระหว่าง นั้นเองความลับของตราแห่งแสงตะวันก็เปิดเผย ซองลีล่ายผู้ท้าวแห่งเมืองเมือนมิได้เป็นผู้ถือหมายตราฯ เอาไว้ตามที่เขาบอกทุกคนในเมืองเมือน รวมทั้งพวกข่อยที่ทำงานที่ภูแสนดาว ด้วยความเชื่อมาตลอดว่า “ผู้ใดครอบครองหมายแห่งแสงตะวัน ผู้นั้นครอบครองภูแสนดาว” ที่แท้ซองลีล่ายเป็นผู้ฆ่าพ่อแม่ของฮองตัน เพื่อแย่งชิงหมายตราฯ มาเป็นของตัว แต่สุดท้ายเขากลับหามันไม่พบ และเลือกที่จะโกหกทุกคนมาตลอดว่าเขาเป็นผู้ถือหมายตราฯ นั้นไว้ ในความเป็นจริงหมายตราแห่งแสงตะวันก็อยู่กับตัวของฮองตัน หลานชายที่เขารับเลี้ยงดูแต่เล็กแต่น้อย โดยปิดบังความจริงเรื่องความตายของพ่อแม่นั่นเอง ติดตามเรื่องราวของสงครามที่นำมาซึ่งความเดือดร้อน และหัวใจรักของคนทั้งสอง ว่าจะสามารถดับไฟสงครามให้ มอดลงได้หรือไม่ใน “ภูแสนดาว”

รายชื่อนักแสดง

ชาคริต แย้มนาม รับบท ทันมาย
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ซองลิลิว
มนตรี เจนอักษร รับบท ซองลีล่าย
วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ รับบท ฮองตัน
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบท เลอติน
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท ยายเฒ่าเหมี่ยน
สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ รับบท ลุงเถียน
ทัศน์วรรณ เสนียย์วงศ์ ณ อยุธยารับบท ป้าเหม่ย
วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท ตวนธาน

ภูตรักนะโม

ปาณะ ครีเอทีฟหนุ่มที่กำลังประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูง ทั้งเรื่องงานและความรัก แต่เขาต้องมาเสียชีวิตกระทันหันจากอุบัติเหตุ แต่ด้วยความเป็นห่วงบวกกับเคลียร์เรื่องเข้าใจของตนเอง และ พัดชา แฟนสาวไม่ได้ ทำให้วิญญาณของปาณะยังคงวนเวียนไม่สามารถไปเกิดได้ แต่กลับไม่มีใครเห็นวิญญาณของเขาเลย นอกจาก ยามนิยม ยมทูตในร่างของ รปภ.ประจำคอนโดที่เขาเคยอาศัยอยู่ที่มีหน้าที่จับวิญญาณที่หมดอายุขัยส่งให้ ยมโลก และอีกคนคือ โมทนา หนุ่มอับโชคที่กำลังประสบปัญหาชีวิตอย่างหนัก จนต้องจำใจรับจ๊อบพิเศษกับ มาร์ค เพื่อนสนิทขายของเก่า โดยไม่รู้ว่าถูกมาร์คหลอกมาเป็นนักต้มตุ๋น แต่แล้วก็เกิดพลาดพลั้งถูก สุข พ่อของพัดชาจับได้

โมทนา ต้องซมซานกลับคอนโด แต่ก็ถูก ซ้อเจ็ด เจ้าของคอนโดจอมงก ยึดห้องพักแต่โชคยังดีที่ พอดี ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารในคอนโดที่แอบชอบโมทนาอยู่ ใช้ความฉลาดแกมโกงเจรจาให้ซ้อเจ็ดให้โมทนาไปอยู่ชั้น 9 ซึ่งเป็นห้องของ ปาณะ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน โดยแกล้งทำเป็นว่าห้องนี้มีผีเฮี้ยน ทำให้คนไม่กล้าเข้าพัก แต่ถ้าให้โมทนาอยู่โดยไม่มีปัญหาจะทำให้ภาพพจน์ของคอนโดดีขึ้น ซึ่งซ้อเจ็ดต้องจำยอม และโมทนาก็ได้พบและพูดคุยกับปาณะ ทำให้ปาณะแปลกใจที่โมทนาเห็นตนเองและสามารถสื่อสารกันได้ จึงถาม ยามนิยม จนรู้ว่า ปาณะ และ โมทนา เป็นคู่แฝดทางวิญญาณกันที่เกิด วัน เดือน ปี เดียวกัน แถมตกฟากพร้อมกัน ทั้งคู่จึงมีสายใยเชื่อมโยงกันอยู่ ปาณะจึงทำทุกวิถีทางที่จะให้โมทนาช่วยเป็นสื่อกลางติดต่อกับพัดชา แต่โมทนาไม่ยอม ปาณะจึงยื่นข้อเสนอจะช่วยเรื่องงานและเรื่องเงินให้โมทนาที่กำลังเดือดร้อน จึงยอมตกลง และปาณะ ก็พาโมทนาไปหาพัดชา ทันทีที่โมทนาเจอพัดชาเขาก็ตกหลุมรักทันที ปาณะบังคับให้โมทนาเล่าเรื่องของเขาให้พัดชาฟัง แต่พัดชาก็ไม่รับรู้ เพราะเธอความจำเสื่อมในเรื่องที่เกี่ยวกับปาณะ เนื่องจากช็อคเมื่อรู้ว่าปาณะตาย

ปาณะจึงคิดแผนให้โมทนาเรียกความทรงจำของพัดชากลับคืนมา ปาณะ แปลงโฉม โมทนา ใหม่ จากหนุ่มมาดเซอร์เป็นหนุ่มสังคมสุดเท่ห์ และเปลี่ยนชื่อจาก โมทนา เป็น นะโม ให้คล้องกับชื่อของ ปาณะ เพื่อไม่ให้ สุข พ่อของพัดชา จับได้ และให้โมทนามาสมัครงานบริษัทที่ปาณะเคยทำงานอยู่ รินนา หญิงสาวที่รักสันโดษเป็นอีกคนที่สามารถเห็นและสื่อสารกับ ปาณะได้ รินนา นั้นแอบหลงรักปาณะตั้งแต่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ปาณะไม่เคยสนใจ พอปาณะตายทั้งสองจึงมีโอกาสได้พูดคุยกัน ปาณะแปลกใจที่รินนามองเห็นวิญญาณของเขาได้ โดยรินนาให้เหตุผลว่า เธอมีสัมผัสพิเศษที่มองเห็นวิญญาณทุกดวงได้ ปาณะ ยังคงคาดคั้นให้โมทนาฟื้นความทรงจำของพัดชากลับมาเร็วๆ ก่อนที่ตนเองจะหมดเวลาจากโลกนี้ไป แต่โมทนาก็พยายามเลี่ยงโดยอ้างว่ากลัวพัดชาจะเครียดจนช็อคเหมือนเคย แต่แท้จริงแล้วโมทนาหลงรักพัดชาเข้าซะเอง ด้านพัดชาเองก็ไม่ต่างจากโมทนา เพราะหลังจากได้มาเจอกับโมทนาก็ดูมีความสุขและร่าเริงขึ้น แถม สุข พ่อของพัดชาก็ถูกชะตากับโมทนาเช่นกัน ทำให้ สายลม ที่แอบหวังในตัวพัดชาอิจฉาจึงหาทางกีดกันไม่ให้โมทนาใกล้ชิดกับพัดชา มาร์ค และ พอดี สงสัยว่าโมทนาเป็นแฟนกับลูกสาวเศรษฐี ทำให้ พอดี เกิดความหึงหวงจึงร่วมมือกับ มาร์ค จับผิดโมทนา โดยบุกเข้าไปในงานเปิดตัวสินค้าที่โมทนาได้มีโอกาสอวดฝีมือเป็นครั้งแรก เป็นสาเหตุทำให้ สุข ได้เจอกับ มาร์ค โจทย์เก่า ทำให้ความลับเรื่องการปลอมตัวเป็น นะโม ถูกจับได้ สุข โกรธมากจึงไล่โมทนาออกจากงาน ทำให้ชีวิตของโมทนาต้องกลับไปตกต่ำอีกครั้ง

สายลม ฉวยโอกาสนี้เร่งทำคะแนนกับพัดชาทันที ปาณะ โมโหที่โมทนาไม่ยอมช่วยเหลือตน จึงขอร้องให้รินนาให้ช่วยทำหน้าที่แทนโมทนา แต่รินนาปฏิเสธ เพราะน้อยใจที่ปาณะหลอกใช้ ปาณะช่วยตัวเองด้วยการเข้าสิงร่างศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ ไปฟื้นความจำพัดชา ในขณะที่ปาณะกำลังคาดคั้นพัดชาอยู่ โมทนามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงห้ามกันชุลมุน ทำให้พัดชาเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่สายลมเข้ามาช่วยไว้ทัน พัดชารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณสายลมมาก โมทนา ที่กำลังเสียใจกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็บังเอิญเห็นสุขกำลังประสบอุบัติเหตุจึงรีบเข้าไปช่วย จนตัวเองบาดเจ็บ และเหตุการณ์ครั้งนี้เองทำให้สุขและโมทนาได้พูดคุยกันแบบเปิดอก จน สุข รู้สึกเชื่อใจในตัวโมทนาและเรียกเขากลับมาทำงานที่บริษัทอีกครั้ง การกลับมาของโมทนาทำให้สายลมระแวงกลัวว่าโมทนาและพัดชาจะกลับมาชอบกันอีก ครั้ง เลยใช้เสน่ห์ยาแฝดมามัดใจพัดชาและหาทางรวบหัวรวบหางให้เร็วที่สุด

ภูตแม่น้ำโขง

บัวผัน ชวน ทองมี เพื่อนรักกินข้าวกับไข่ประหลาดที่ได้มาจากริมแม่น้ำโขง แต่ทองมีปฏิเสธ บัวผันกินไข่แล้วเกิดกระหายน้ำอย่างแรง ต้องกระโดดลงเรือไปดื่มต่อกลางลำน้ำโขง ทองมีส่งเสียงให้คนช่วยจับบัวผัน ทิดเคน กระชากตัวบัวผันขึ้นจากน้ำ เธอตวาดเกรี้ยวกราดว่าเธอไม่ใช่บัวผัน และจมลงไปอยู่ใต้น้ำด้วยกัน

เฒ่าเชียงหล้า และชาวบ้านได้แต่ภาวนาขอให้พระพุทธรูปพระเจ้าองค์คำคุ้มครองให้ทั้งสอง ปลอดภัย ทิดเคนรอดมาได้จึงบอกชาวบ้านว่าบัวผันถูกจองจำอยู่ที่เมืองใต้น้ำ นายแพทย์อัคนี ได้เดินทางเข้ามาทำวิจัยเรื่อง จิตเวชชุมชน และเข้าร่วมในพิธีเข้าทรงของ นางเทียม ชื่อ คำแพง ผู้ที่จะบอกข่าวบัวผัน พร้อมกับ สมัย และชาวบ้านเพื่อบันทึกวิดีโอ

หมออุ่นเงิน ที่แต่งงานกับ เจ้านางโคมคำ อดีตคนรักของหมออัคนี และ เจ้าวรวงศ์ น้องชายของเจ้านาง ได้มาขอพบอัคนีเพื่อชวนไปดูพระธาตุประจำตระกูลที่พังลงมา เจ้าวรวงศ์คิดจะฆ่าอัคนีที่สลัดรักพี่สาว แต่แท้จริงแล้วอัคนีคิดกับเจ้านางโคมคำแค่น้องสาว เจ้าวรวงศ์กับหมออุ่นเงินวางยาพิษอัคนีแล้วทิ้งลงในแม่น้ำโขง

ทำ ให้อัคนีได้พบกับ พญาจันหัวจระเข้ และ เจ้าแม่ทอหูก ภูตแห่งแม่น้ำโขง ที่จับตัวบัวผันไป เพราะต้องการแก้แค้นที่ชาติก่อนบัวผันกับหมออัคนีแอบรักกัน ทั้งที่หมออัคนีเป็นคู่สยุมพรของตน เจ้าแม่ทอหูกพยายามจะขังอัคนีไว้อีกคน แต่อัคนีจำเรื่องราวในอดีตไมได้จึงหนีรอดกลับมา บุญเรือน โศกเศร้ามากที่บัวผันลูกสาวหายไป

และ หลวงพ่อจูม สามีก็บวชไม่สึก ไม่นานบัวผันก็กลับมาในสภาพที่ถูกเจ้าแม่ทอหูกสะกดจิต เจ้าแม่ทอหูกต้องการให้ทุกคนรวมทั้งหมออัคนีเข้าใจว่าบัวผันเป็นผี เพื่อจะได้เลิกรักบัวผันเสีย แต่หมออัคนีไม่ยอมเชื่อ และพยายามหาทางพิสูจน์ เจ้าแม่ทอหูกยิ่งเหิมเกริมหนัก พาบริวารออกไปอาละวาดฆ่าคน และจับหญิงสาวบริสุทธิ์ลงไปสังเวย

พร้อมกับป้ายความผิดให้กับบัวผัน จนชาวบ้านพยายามจะจับบัวผันเผาทั้งเป็น แต่หมออัคนีไปช่วยห้ามปรามไว้ เจ้าแม่ทอหูกจึงจับบัวผันลงไปใต้บาดาลอีกครั้ง และบังคับให้บัวผันดื่มเลือดของนาง จนบัวผันเริ่มมีสภาพครึ่งคนครึ่งภูต และดุร้ายขึ้นกว่าเดิม บัวผันกลายเป็นภูตกลับมาฆ่าคนเพิ่มขึ้น รวมถึงเจ้าวรวงศ์ที่พยายามจะเข้าไปขโมยสมบัติในพระธาตุอีกด้วย

เจ้า แม่ทอหูกสั่งให้บัวผันจับตัว จำปา หญิงสาวคนสุดท้ายไปสังเวยเพื่อตนจะได้เป็นอมตะ แต่หมออัคนีเข้าคล้องสร้อยที่คอของบัวผันไว้ จนกระทั่งบัวผันหมดฤทธิ์ ส่วนตัวเองก็ตามลงไปช่วยจำปาที่ใต้บาดาล และพบความจริงว่าที่แท้แล้ว เจ้าแม่ทอหูกเองต่างหากที่เป็นภูตแม่น้ำโขง หมออัคนีรีบกลับขึ้นมารวมกับหลวงพ่อจูม

และชาวบ้านสวดอธิษฐานจนวัน เพ็ญเดือนสิบ ที่ประตูสามภพเปิดออก เจ้าแม่ทอหูกพยายามตั้งพิธีบูชายัญจำปาเข้าสู้ แต่วิญญาณของคนที่เจ้าแม่ทอหูกฆ่าตายถูกพระยายมปลดปล่อยออกมา เข้ามาช่วยมนุษย์จัดการกับเจ้าแม่ทอหูก จนในที่สุดเจ้าแม่ทอหูกก็อ่อนแรงและหมดฤทธิ์ลง พร้อมๆ กับเมืองบาดาลที่ถูกทำลายลงไปด้วย

20 ปีผ่านไป หมออัคนีกับบัวผันแต่งงานกัน และให้กำเนิดลูกสาวชื่อ ใบบัว ซึ่งหน้าตาเหมือนบัวผันไม่ผิดเพี้ยน ใบบัวเดินทางมายังนครพนมเพื่อเยี่ยมเยียนบุญเรือน และเผลอออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำ จนพบไข่ขนาดใหญ่วางอยู่ โดยไม่รู้ว่าความเคลื่อนไหวทุกอย่าง อยู่ในสายตาอำมหิตของเจ้าแม่ทอหูก ภูตแม่น้ำโขงที่ไม่มีวันถูกกำจัดไปง่ายๆ

รายชื่อนักแสดง ภูตแม่น้ำโขง

ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท อัคนี
วรัทยา นิลคูหา รับบท บัวผัน
มรกต กิตติสาระ  รับบท เจ้าแม่ทอหูก
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท เจ้านางโคมคำ
ภูชิสสะ ธนพัฒน์ รับบท เจ้าวรวงศ์
กฤษฎี พวงประยงค์ รับบท ทิดเคน
ประถมาภรณ์ รัตนภักดี รับบท ทองมี
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท บุญเรือน

ภูตแม่น้ำโขง

ความเชื่อถือศรัทธาของคนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง อันสืบเนื่องมาจากร่องรอยของนิทานพื้นบ้านและวรรณคดีโบราณ สมบูรณ์ด้วยความงามของธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ อารยธรรม และสรรพวิทยาที่ขรึม ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ สอดแทรกด้วยหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ผสมกลมกลืนกับชีวิตความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนปรัชญาของผู้คนทั้งสองฝั่งโขง

ภูตสาวพราวเสน่ห์

นิศา สาวสวยอายุ 22 ปี ทำงานอยู่ในกองถ่าย โดยหวังว่าสักวันจะได้เป็นดารา วันหนึ่งนิศาจับได้ว่า ไฉไล เพื่อนรักกับ ชาติชาย แฟนหนุ่มมีอะไรกัน ซ้ำร้ายบทนางเอกที่คาดหวังจะได้เล่นก็ถูกเปลี่ยนเป็นแค่บทผีสาวตัวประกอบ นิศาสุดจะทนเดินออกจากกองถ่ายทั้งชุดไทย แต่ดันถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมามอมยาเพื่อจะพาไปรูดทรัพย์ ขณะเดียวกัน ชโนทัย หนุ่มวัย 22 เจ้าของโมเดลลิ่งเล็กๆ กำลังมีปัญหาว่ากิจการใกล้เจ๊ง

แถม เรืองอรุณ แฟนสาวทายาทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ก็ยังมาเร่งให้ขอแต่งงาน คณิน เพื่อนนักข่าวที่ทำเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณจึงพาไปหา ซินแสจิว ซินแสจิวดูดวงให้แล้วบอกว่าชโนทัยดวงตกต้องจ่ายเงินแก้เคล็ด แต่ชโนทัยไม่เชื่อสร้างความขัดเคืองให้ซินแส ซึ่งที่แท้เป็นพวกต้มตุ๋นอย่างมาก ซินแสจิวให้ลูกน้องดักทำร้ายชโนทัยแล้วเอาไปโยนไว้แถวเพิงเดียวกันกับที่ นิศาถูกวัยรุ่นจับมา วัยรุ่นตกใจทิ้งนิศาไว้แล้วหนีไปโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไร

นิศา รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองตายแล้ว เพราะมีคนมาเผาหญ้าแล้วทำไฟครอกเธอ นิศากลายเป็นผีเร่ร่อนอยู่บริเวณศาลร้างของ “เจ้าแม่สไบทอง” วิญญาณของนิศาถูกบันทึกภาพในกล้องของคณินโดยบังเอิญ คณินนำภาพไปลงหนังสือพิมพ์ ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าผู้หญิงในภาพคือเจ้าแม่สไบทองที่ศักดิ์สิทธิ์มากใน สมัยก่อน บริษัทพาวเวอร์แอ็ค ยักษ์ใหญ่ประกาศเกาะกระแสรีบสร้างละครผีเรื่อง “สไบทอง”

ชโนทัยเห็นลู่ทองในการกอบกู้กิจการโมเดลลิ่ง จึงทุ่มสุดตัวเพื่อหาคนมาเล่นเป็นผีสไบทอง ผีนิศาระหกระเหินไปเจอกับผีคณะตลกคาเฟ่ “เชิญก๊าก” คือ เด้ง เชิญก๊าก, หนีด เชิญก๊าก, กึ๋ย เชิญก๊าก เชิญก๊ากกลายมาเป็นผีเพื่อนซี้ของนิศา ทั้ง 3 ยุให้ นิศาสวมรอยเป็นเจ้าแม่สไบทอง เพื่อหลอกกินของเซ่นจากชาวบ้าน ชโนทัยได้ข่าวเรื่องอิทธิฤทธิ์ของศาลเจ้าแม่สไบทอง ก็รีบไปกราบไหว้บนบานให้ได้เจอนักแสดงที่จะมาเป็นผีเจ้าแม่ในละคร

นิศา ตัดสินใจไปคัดตัวโดยมี ป้าปอบหยิบ เพื่อนของเจ้าแม่สไบทองตัวจริงช่วยสอนเคล็ดลับการปรากฏกายให้ นิศาได้เป็นดาราสมใจ โดยใช้ชื่อว่า นนนี่ แต่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการปกปิดความลับไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นผี รุจรวี ดาราหนุ่มหล่อนิสัยดีที่นิศาคลั่งไคล้ ถูกติดต่อให้มารับบทพระเอก นิศาเองก็อ่อนไหวไปกับรุจรวีจนทำให้ชโนทัยเกิดความหึงหวง ส่วนเรืองอรุณได้พบกับ บดินทร์ นักธุรกิจหนุ่มรอบจัดที่ตามจีบเธอ

เพราะ หวังฮุบกิจการหนังสือพิมพ์ของพ่อเธอ ทำให้เรืองอรุณกับชโนทัยเลิกกัน ศาลเจ้าแม่สไบทองนับวันยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เชื่อเสียงของซินแสจิวตกต่ำไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ซินแสจิวจึงให้ลูกน้องไปทำลายศาลเจ้าแม่ แต่นิศาเข้ามาป้องกันจนซินแสจิวต้องล่าถอยไป พอดีกับที่บดินทร์เข้ามาขอความช่วยเหลือจากซินแสจิวให้ช่วยกำจัดคู่แข่งทาง ธุรกิจ ทั้งคู่จึงร่วมมือกัน ซินแสจิวได้เจอนิศาในสภาพคนปกติอีกครั้งที่งานแต่งงานของบดินทร์และ เรืองอรุณ

และเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของนิศาจนจับได้ ว่าเธอไม่ใช่คน จึงคิดอยากจะได้มาเป็นลูกน้อง เมื่อบดินทร์วางแผนจะจัดการกับชโนทัย เพราะเรืองอรุณยังคงตัดใจไม่ได้ ซินแสจิวจึงวางแผนหลอกนิศาว่าชโนทัยมีกรรมหนัก เพราะชาติก่อนเคยฆ่าบดินทร์ ให้นิศามาทำงานกับบดินทร์แทนเพื่อช่วยผ่อนหนักเป็นเบา นิศายอมตกลงมาทำงานกับซินแสจิว และช่วยบดินทร์จัดการกับคู่แข่งที่จะลงเลือกตั้งสนามเดียวกัน

โดยต้องปะทะกับชโนทัยที่หนุนหลังอีกฝ่าย ทั้งสองจึงไม่เข้าใจกันมากขึ้น จนในที่สุดก็ทะเลาะกันรุนแรง และรู้ความจริงเรื่อง ที่นิศาเป็นผี ทั้งชโนทัยและรุจรวีต่างรับไม่ได้ นิศาเสียใจมากจึงกลับไปหาซินแสจิว และพยายามทำงานตามคำสั่งอย่างดีที่สุด จนต้องมนต์ดำของซินแสจิวกลายเป็นผีร้าย ทำให้แก๊งเชิญก๊ากต้องมาบอกให้ชโนทัยไปช่วย ชโนทัยตกลงแต่กลับถูกนิศาที่โดยซินแสจิวใช้มนต์ดำบังคับทำร้ายเอา

ชโน ทัยจึงไปขอความช่วยเหลือจากรุจรวีและไฉไลที่ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว ไปขโมยหินดำศักดิ์สิทธิ์ของซินแสจิวมาทำลายเพื่อลดอิทธิฤทธิ์ ในที่สุดซินแจจิวก็หมดฤทธิ์นิศาหลุดออกมา บดินทร์เลยถูกตำรวจเล่นงานไปอีกคน เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย นิศาก็ได้พบกับยมฑูต และยอมติดตามยมฑูตไปเกิดในชาติภพหน้าตามคำแนะนำของหลวงพ่อ ชโนทัยเสียใจมากแต่ก็ไม่สามารถทัดทานได้ จึงได้แต่สัญญาว่าจะรอนิศาตลอดไป

เวลา ผ่านไป 30 ปี ชโนทัยกลายเป็นเจ้าของค่ายละคร วันที่เปิดกล้องละครเรื่อง “เจ้าแม่สไบทอง” ชโนทัยได้พบกับเด็กสาววัย 20 ชื่อนิศา ชื่อเดียวกับผู้หญิงที่ชโนทัยเฝ้ารอคอย รวมทั้งหน้าตาก็ไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย ชโนทัยดีใจคิดว่าเป็นนิศาตัวจริง แต่แล้วก็พบว่าเด็กสาวคนนี้เป็นลูกสาวของรุจรวีกับไฉไล ที่ถูกส่งมาแคสติ้งในบทเจ้าแม่สไบทองนี่เอง ชโนทัยตื่นเต้นเพราะรู้ว่าการรอคอยของเขาสิ้นสุดลงแล้ว

รายชื่อนักแสดง ภูตสาวพราวเสน่ห์

วงศกร ปรมัตถากร รับบท ชโนทัย
วรัทยา นิลคูหา รับบท นิศา ( นนนี่ )
ภาณุ สุวรรณโณ รับบท รุจรวี
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ รับบท ไฉไล
พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท บดินทร์
มนัญญา ตริยานนท์ รับบท เรืองอรุณ
ประกาศิต โบสุวรรณ รับบท ซินแสจิว
จตุรงค์ ม๊กจ๊ก รับบท เด้ง เชิญก๊าก
บอล เชิญยิ้ม รับบท หนีด เชิญก๊าก
แจ๊ส ชวนชื่น รับบท กึ๋ย เชิญก๊าก

ภูตพิศวาส

มารุต กสิกรรม ชายหนุ่มนักศึกษากฏหมายวัย 21 ปี เป็นคนขยันหมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ เรียนหนังสือด้วยตนเองทางไปรษณีย์ช่วงใกล้สอบจะเข้ากรุงเทพฯ เพื่อลงทะเบียนสอบ จึงได้รู้จักกับเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันชื่อ มนัส และ ประพาส เพื่อนใหม่ทั้ง 2 คน ได้ชวนมารุตมาพักอาศัยที่วัดแสงใต้ตั้งอยู่แถวฝั่งธน เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว พระเทพ ได้ให้ที่พักแก่ประพาสและมนัสครั้งยังเรียนระดับมัธยม ปัจจุบันพระเทพได้ตายเมื่อ 2 ปีที่แล้วด้วยเป็นวัณโรค แต่สาเหตุการตายที่แท้จริงเป็นเรื่องลึกลับ ยกเว้น ลุงอินเพียงผู้เดียว ที่กุฏิของพระเทพได้กลายเป็นที่พักของลุงอินสัปเหร่อ วัดแสงใต้ผู้ให้ที่พักแก่ 3 หนุ่มได้แก่ มารุต ประพาส และมนัส ลุงอินมีคำเตือน 3 ข้อที่ให้ 3หนุ่ม ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือ ต้องเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง, ห้ามเปิดประตูหน้าต่างยามวิกาล, เมื่อได้ยินเสียงใครมาเรียก ห้ามตอบ ถ้าเห็นว่าไม่ชอบมาพากล ให้ร้องเรียกลุงอิน

การตายได้คืบคลานเข้ามาหาประพาสเป็นคนแรก ตามด้วยมนัส ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริง ที่น่าสังเกตคือใต้แขนพับใกล้เส้นเลือดใหญ่ มีรอยเจาะเลือด 2 รูของคนตายทุกคน คืนหนึ่งผี ดาว สาวสวยได้มีโอกาสเข้ามาคุยในห้องของมารุต โดยมีมารุตทนฟังคำออดอ้อนวิงวอนเจ้าคารมของดาวไม่ได้ จึงใจอ่อนยอมเปิดประตูรับตอนสองยาม ดาวพยายามพูดทุกวิถีทางเพื่อให้มารุตใจอ่อนยอมนอนกับตน แต่ด้วยความเป็นคนมีจิตใจมั่นคง มีเหตุผล มารุตสามารถเอาตัวรอดได้โดยการไล่ดาวออกจากห้องของตน และไม่ยอมตกเป็นทาสกามารมณ์ต่อคำพูดและท่าทางยั่วยวนชวนนอนของดาว ตอนรุ่งเช้าลุงอินมาเคาะประตูถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ก็พึงพอใจที่มารุตไม่หลงกลของผีสาวเจ้าเสน่ห์ ลุงอินเชื่อแน่ว่า

เมื่อ มารุตสอบเสร็จ ต้องขอนอนที่กุฏิตามเดิม มารุตไปสอบด้วยความมั่นใจ แต่ไม่วายอดคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน และคาดว่าคืนนี้จะต้องคุยกับดาวเช่นเดิม ตกกลางคืนดาวมาหามารุตเช่นเคย นำเครื่องเพชรและทองคำมากมายมาให้แล้วอ้างว่าปวดหัว ร้องไห้โอดครวญสารพัด พยายามทำทุกทางเพื่อให้มารุตเปิดประตูให้ ด้วยความเป็นคนขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงยอมเปิดประตูนำยาแก้ปวดหัวไปให้ ดาวเข้ามาหามารุตพร้อมเล่าเรื่องราวการตายของเพื่อนทั้ง 2 คนว่าเป็นฝีมือของดาวเอง และเล่าว่าเหตุที่ดาวจากเป็นทาสรับใช้จอมปีศาจเพื่อแลกกับวิญญาณพ่อแม่ให้ ได้ไปผุดไปเกิด โดยดาวยอมตกเป็นบริวารคอยดูดเลือดเพื่อนำเป็นเครื่องสังเวยจอมปีศาจ ดาวเผยว่าตนทนทุกข์ทรมานมากไม่อยากทำกรรมอุบาทว์อีกต่อไป วอนให้มารุตช่วยโดยการนำศพของดาวออกจากป่าช้าวัดแสงใต้ไปอยู่บ้านนอกกับ มารุต พร้อมตั้งศาลเพียงตา เพื่อป้องกันอำนาจชั่วร้ายของจอมปีศาจนายใหญ่ เมื่อลุงอินรู้เรื่องราวทั้งหมด จึงรับปากจะช่วยเหลือเต็มที่

ที่ บ้านนอก ดาวขอเข้าไปปรนนิบัติรับใช้มารุตตอนกลางคืน และขอร้องให้มารุตเล่าเรื่องดาวว่าเป็นใคร มาจากไหนให้แม่มณีรับรู้ และบอกว่าแม่มณีเตรียมหาสะใภ้ให้มารุตแล้ว รุ่งขึ้นแม่มณีเรียกมารุตไปคุยเรื่องหมั้น เง็กลั้ง หรือ บุหงา ให้แล้ว สร้างความขุ่นข้องหมองใจแก่มารุตยิ่งนัก เพราะเขาไม่ชอบการคลุมถุงชน และไม่เคยเห็นหน้าบุหงาด้วยช้ำ นับวันบุหงาเริ่มสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับมารุตยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนของแม่มณี เพราะกลัวว่าลูกชายจะไปหลงรักดาวผีดิบ มารุตทนบุหงาให้ท่าทอดกายให้เขาชมไม่ได้ จึงปล่อยใจเผลอไผลไปกับรูปร่างเร่าร้อน ยั่วยวน อวบอิ่มของบุหงา ขณะเดียวกับมารุตเริ่มรักและสงสารเห็นใจดาวมากขึ้นที่ถูกมารดากลั่นแกล้ง จึงหาทางทำพิธีชุบชีวิตดาวให้กลายเป็นคนโดยมีข้อควรปฏิบัติ 3 ข้อคือ ทั้งคู่ต้องร่วมกันสวดมนต์ทุกคืน ๆ ละครึ่งชั่วโมง, ทั้ง 2 ต้องประพฤติพรหมจรรย์, ทุกเช้าอาหารที่นำไปให้ดาวทุกถ้วยๆ ต้องหยดเลือด 1 หยด เพราะนั่นคือชีวิตใหม่ของดาว

ทั้งมารุตและดาวร่วมฟันฝ่าอุปสรรค มาด้วยกันจนดาวได้เป็นคน กลับทำให้มารุตสุขภาพย่ำแย่เพราะเสียเลือดไปมาก แม่มณีไม่ยอมรับดาวให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนดาวก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจแม่มณี โดยการทำหน้าที่เป็นแม่บ้านมิให้ขาดตกบกพร่อง มีชายหนุ่มมาชอบดาวชื่อ วัยวุฒิ เป็นลูกชายนายอำเภอ เรียนจบกฏหมาย หน้าตาหล่อเหลา สุภาพเรียบร้อย พูดจาจริงจัง ไม่เจ้าชู้ มารุตเริ่มหึงดาว จนเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกัน แม่บอกดาวเรื่องงานแต่งระหว่างมารุตและบุหงา เมื่อแต่งแล้วจะมาอยู่บ้านนี้ ดาวเสียใจมากไม่ยอมจากมารุตไปไหน จึงเข้าห้องทำลายความสวยเพื่อจะได้อยู่บ้านนี่ โดยการกร้อนผม โกนคิ้ว ตัดขนตา ทั้งแม่และมารุตตกใจมากจึงยอมให้ดาวอยู่รับใช้ต่อไป

มารุต สงสารและรักดาวมากขึ้น จึงลอบได้เสียเป็นผัวเมียกับดาว ก่อนแต่งงานกับบุหงา เพราะมารุตเป็นคนมั่นคงในความรักที่มีต่อดาวคนเดียว วันรุ่งขึ้นมารุตแต่งงานกับบุหงา แล้วไปอยู่บ้านบุหงาเป็นเดือนๆ ไม่ยอมกลับมาหาดาว ลุงอินเห็นผิดสังเกตุเลยทำอุบายบอกให้แม่มณีจดหมายให้มารุตมาหาที่บ้าน บุหงากับดาวเกิดมีปากเสียงกันบุหงาจึงรู้ว่าดาวเป็นเมียคนแรกของมารุตถึงกับ เป็นลมล้มไป มารุตโกรธมาก ถึงขนาดตบตีดาวจนเลือดตกยางออก ลุงอินเชื่อว่าที่มารุตทำกับดาวได้ถึงเพียงนี้ เพราะเขาถูกเสน่ห์ยาแฝด

ทั้ง ลุงอินและแม่มณีทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มารุตกลับสู่สภาพเดิม ขณะเดียวกับดาวเกิดตั้งท้อง 2 เดือน ภายหลังรู้ว่าวัยวุฒิกับดาวเป็นญาติกัน เพราะนามสกุลเดียวกัน ลุงอินหาทางแก้เสน่ห์ยาแฝดของบุหงาที่ทำต่อมารุต โดยการแอบปีนเข้าทางหน้าต่าง แล้วสวมแหวนนพเก้าที่นิ้วกลางของมารุต มารุตเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาปวดหัวหนัก จึงค้นใต้หมอน พบว่ามีกางเกงในเปื้อนประจำเดือนของบุหงา 2 ตัว ยัดนุ่นในหมอนนอนหนุนทุกคืน จึงเข้าใจเรื่องทั้งหมด รีบแจ้นกลับบ้าน เพราะคิดถึงแม่และดาวเมียรัก

บุหงา โกรธมากสั่งคนลอบวางเพลิงที่เรือนหอหลังใหม่ใกล้โรงสี ตำรวจจับได้ความว่า นางตาบคนครัวเป็นไส้ศึกให้บุหงา เพราะได้รับอามิสสินจ้าง คนร้ายสารภาพว่าบุหงาเป็นผู้บงการเรื่องทั้งหมด บุหงาถูกจับเข้าคุก และถูกบังคับให้เซ็นใบหย่าให้มารุต ในที่สุดเวรกรรมตามทัน บุหงากลายเป็นฮิสทีเรีย เสียตัวกับหมอทำเสน่ห์ เมื่อลูกสาวของดาวและมารุตมีอายุครบ 1 ขวบ ดาวโดนยมบาลเรียกไปชดใช้กรรมเมื่อครั้งยังเป็นผีดิบดูดเลือด ลุงอินตามไปช่วยเจรจาขอผ่อนผันไปอีก 5 ปี ถึงจะสิ้นอายุขัยของดาว ท่านยมบาลยอมจำนนปล่อยดาวไป ปัจจุบันมารุต ดาว และ ลูกแก้ว เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มีความสุขมาก ส่วนอีก 5 ปี ข้างหน้าเป็นอย่างไรไม่มีใครล่วงรู้…

รายชื่อนักแสดง ภูตพิศวาส

เขตต์ ฐานทัพ รับบท มารุต
วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบท ดาว
น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบท บุหงา
ดวงดาว จารุจินดา รับบท มณี
ภัสสร มามีเกตุ รับบท พิณ
วุฒิชัย ไหมกัน รับบท วัยวุฒิ
รวิช ไรวินท์ รับบท แผ้ว
ชุมพร เทพพิทักษ์ รับบท ลุงอิน

ภูตพิศวาส 2538

มารุต กสิกรรม ชายหนุ่มนักศึกษากฏหมายวัย 21 ปี เป็นคนขยันหมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ เรียนหนังสือด้วยตนเองทางไปรษณีย์ช่วงใกล้สอบจะเข้ากรุงเทพฯ เพื่อลงทะเบียนสอบ จึงได้รู้จักกับเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันชื่อ มนัส และ ประพาส เพื่อนใหม่ทั้ง 2 คน ได้ชวนมารุตมาพักอาศัยที่วัดแสงใต้ตั้งอยู่แถวฝั่งธน เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว พระเทพ ได้ให้ที่พักแก่ประพาสและมนัสครั้งยังเรียนระดับมัธยม ปัจจุบันพระเทพได้ตายเมื่อ 2 ปีที่แล้วด้วยเป็นวัณโรค แต่สาเหตุการตายที่แท้จริงเป็นเรื่องลึกลับ ยกเว้น ลุงอินเพียงผู้เดียว ที่กุฏิของพระเทพได้กลายเป็นที่พักของลุงอินสัปเหร่อ วัดแสงใต้ผู้ให้ที่พักแก่ 3 หนุ่มได้แก่ มารุต ประพาส และมนัส ลุงอินมีคำเตือน 3 ข้อที่ให้ 3หนุ่ม ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือ ต้องเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง, ห้ามเปิดประตูหน้าต่างยามวิกาล, เมื่อได้ยินเสียงใครมาเรียก ห้ามตอบ ถ้าเห็นว่าไม่ชอบมาพากล ให้ร้องเรียกลุงอิน

การตายได้คืบคลานเข้ามาหาประพาสเป็นคนแรก ตามด้วยมนัส ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริง ที่น่าสังเกตคือใต้แขนพับใกล้เส้นเลือดใหญ่ มีรอยเจาะเลือด 2 รูของคนตายทุกคน คืนหนึ่งผี ดาว สาวสวยได้มีโอกาสเข้ามาคุยในห้องของมารุต โดยมีมารุตทนฟังคำออดอ้อนวิงวอนเจ้าคารมของดาวไม่ได้ จึงใจอ่อนยอมเปิดประตูรับตอนสองยาม ดาวพยายามพูดทุกวิถีทางเพื่อให้มารุตใจอ่อนยอมนอนกับตน แต่ด้วยความเป็นคนมีจิตใจมั่นคง มีเหตุผล มารุตสามารถเอาตัวรอดได้โดยการไล่ดาวออกจากห้องของตน และไม่ยอมตกเป็นทาสกามารมณ์ต่อคำพูดและท่าทางยั่วยวนชวนนอนของดาว ตอนรุ่งเช้าลุงอินมาเคาะประตูถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ก็พึงพอใจที่มารุตไม่หลงกลของผีสาวเจ้าเสน่ห์ ลุงอินเชื่อแน่ว่า เมื่อมารุตสอบเสร็จ ต้องขอนอนที่กุฏิตามเดิม มารุตไปสอบด้วยความมั่นใจ แต่ไม่วายอดคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน และคาดว่าคืนนี้จะต้องคุยกับดาวเช่นเดิม ตกกลางคืนดาวมาหามารุตเช่นเคย นำเครื่องเพชรและทองคำมากมายมาให้แล้วอ้างว่าปวดหัว ร้องไห้โอดครวญสารพัด พยายามทำทุกทางเพื่อให้มารุตเปิดประตูให้ ด้วยความเป็นคนขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงยอมเปิดประตูนำยาแก้ปวดหัวไปให้

ดาวเข้ามาหามารุตพร้อมเล่าเรื่องราวการตายของเพื่อนทั้ง 2 คนว่าเป็นฝีมือของดาวเอง และเล่าว่าเหตุที่ดาวจากเป็นทาสรับใช้จอมปีศาจเพื่อแลกกับวิญญาณพ่อแม่ให้ ได้ไปผุดไปเกิด โดยดาวยอมตกเป็นบริวารคอยดูดเลือดเพื่อนำเป็นเครื่องสังเวยจอมปีศาจ ดาวเผยว่าตนทนทุกข์ทรมานมากไม่อยากทำกรรมอุบาทว์อีกต่อไป วอนให้มารุตช่วยโดยการนำศพของดาวออกจากป่าช้าวัดแสงใต้ไปอยู่บ้านนอกกับ มารุต พร้อมตั้งศาลเพียงตา เพื่อป้องกันอำนาจชั่วร้ายของจอมปีศาจนายใหญ่ เมื่อลุงอินรู้เรื่องราวทั้งหมด จึงรับปากจะช่วยเหลือเต็มที่ ที่บ้านนอก ดาวขอเข้าไปปรนนิบัติรับใช้มารุตตอนกลางคืน และขอร้องให้มารุตเล่าเรื่องดาวว่าเป็นใคร มาจากไหนให้แม่มณีรับรู้ และบอกว่าแม่มณีเตรียมหาสะใภ้ให้มารุตแล้ว

รุ่งขึ้นแม่มณีเรียกมารุตไปคุยเรื่องหมั้น เง็กลั้ง หรือ บุหงา ให้แล้ว สร้างความขุ่นข้องหมองใจแก่มารุตยิ่งนัก เพราะเขาไม่ชอบการคลุมถุงชน และไม่เคยเห็นหน้าบุหงาด้วยช้ำ นับวันบุหงาเริ่มสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับมารุตยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนของแม่มณี เพราะกลัวว่าลูกชายจะไปหลงรักดาวผีดิบ มารุตทนบุหงาให้ท่าทอดกายให้เขาชมไม่ได้ จึงปล่อยใจเผลอไผลไปกับรูปร่างเร่าร้อน ยั่วยวน อวบอิ่มของบุหงา ขณะเดียวกับมารุตเริ่มรักและสงสารเห็นใจดาวมากขึ้นที่ถูกมารดากลั่นแกล้ง จึงหาทางทำพิธีชุบชีวิตดาวให้กลายเป็นคนโดยมีข้อควรปฏิบัติ 3 ข้อคือ ทั้งคู่ต้องร่วมกันสวดมนต์ทุกคืน ๆ ละครึ่งชั่วโมง, ทั้ง 2 ต้องประพฤติพรหมจรรย์, ทุกเช้าอาหารที่นำไปให้ดาวทุกถ้วยๆ ต้องหยดเลือด 1 หยด เพราะนั่นคือชีวิตใหม่ของดาว

ทั้งมารุตและดาวร่วมฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกันจนดาวได้เป็นคน กลับทำให้มารุตสุขภาพย่ำแย่เพราะเสียเลือดไปมาก แม่มณีไม่ยอมรับดาวให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนดาวก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจแม่มณี โดยการทำหน้าที่เป็นแม่บ้านมิให้ขาดตกบกพร่อง มีชายหนุ่มมาชอบดาวชื่อ วัยวุฒิ เป็นลูกชายนายอำเภอ เรียนจบกฏหมาย หน้าตาหล่อเหลา สุภาพเรียบร้อย พูดจาจริงจัง ไม่เจ้าชู้ มารุตเริ่มหึงดาว จนเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกัน แม่บอกดาวเรื่องงานแต่งระหว่างมารุตและบุหงา เมื่อแต่งแล้วจะมาอยู่บ้านนี้ ดาวเสียใจมากไม่ยอมจากมารุตไปไหน จึงเข้าห้องทำลายความสวยเพื่อจะได้อยู่บ้านนี่ โดยการกร้อนผม โกนคิ้ว ตัดขนตา ทั้งแม่และมารุตตกใจมากจึงยอมให้ดาวอยู่รับใช้ต่อไป มารุตสงสารและรักดาวมากขึ้น จึงลอบได้เสียเป็นผัวเมียกับดาว ก่อนแต่งงานกับบุหงา เพราะมารุตเป็นคนมั่นคงในความรักที่มีต่อดาวคนเดียว

วันรุ่งขึ้นมารุตแต่งงานกับบุหงา แล้วไปอยู่บ้านบุหงาเป็นเดือนๆ ไม่ยอมกลับมาหาดาว ลุงอินเห็นผิดสังเกตุเลยทำอุบายบอกให้แม่มณีจดหมายให้มารุตมาหาที่บ้าน บุหงากับดาวเกิดมีปากเสียงกันบุหงาจึงรู้ว่าดาวเป็นเมียคนแรกของมารุตถึงกับ เป็นลมล้มไป มารุตโกรธมาก ถึงขนาดตบตีดาวจนเลือดตกยางออก ลุงอินเชื่อว่าที่มารุตทำกับดาวได้ถึงเพียงนี้ เพราะเขาถูกเสน่ห์ยาแฝด ทั้งลุงอินและแม่มณีทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มารุตกลับสู่สภาพเดิม ขณะเดียวกับดาวเกิดตั้งท้อง 2 เดือน ภายหลังรู้ว่าวัยวุฒิกับดาวเป็นญาติกัน เพราะนามสกุลเดียวกัน ลุงอินหาทางแก้เสน่ห์ยาแฝดของบุหงาที่ทำต่อมารุต โดยการแอบปีนเข้าทางหน้าต่าง แล้วสวมแหวนนพเก้าที่นิ้วกลางของมารุต มารุตเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาปวดหัวหนัก จึงค้นใต้หมอน พบว่ามีกางเกงในเปื้อนประจำเดือนของบุหงา 2 ตัว ยัดนุ่นในหมอนนอนหนุนทุกคืน จึงเข้าใจเรื่องทั้งหมด รีบแจ้นกลับบ้าน เพราะคิดถึงแม่และดาวเมียรัก บุหงาโกรธมากสั่งคนลอบวางเพลิงที่เรือนหอหลังใหม่ใกล้โรงสี ตำรวจจับได้ความว่า นางตาบคนครัวเป็นไส้ศึกให้บุหงา เพราะได้รับอามิสสินจ้าง คนร้ายสารภาพว่าบุหงาเป็นผู้บงการเรื่องทั้งหมด บุหงาถูกจับเข้าคุก และถูกบังคับให้เซ็นใบหย่าให้มารุต ในที่สุดเวรกรรมตามทัน บุหงากลายเป็นฮิสทีเรีย เสียตัวกับหมอทำเสน่ห์ เมื่อลูกสาวของดาวและมารุตมีอายุครบ 1 ขวบ ดาวโดนยมบาลเรียกไปชดใช้กรรมเมื่อครั้งยังเป็นผีดิบดูดเลือด ลุงอินตามไปช่วยเจรจาขอผ่อนผันไปอีก 5 ปี ถึงจะสิ้นอายุขัยของดาว ท่านยมบาลยอมจำนนปล่อยดาวไป ปัจจุบันมารุต ดาว และ ลูกแก้ว เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มีความสุขมาก ส่วนอีก 5 ปี ข้างหน้าเป็นอย่างไรไม่มีใครล่วงรู้

ภูตพยาบาท

เรื่องราวของ เพชร เด็กสาวตาบอดที่ถูกเลี้ยงมาในโรงเรียนคนตาบอดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มมิชชันนารี เนื่องจากมีผู้พบถูกทิ้งอยู่ชายป่าจังหวัดกาญจนบุรีและไม่สามารถติดต่อหาญาติได้ เพชรมีความสามารถทางไวโอลิน  แต่ในขณะเดียวกันเธอก็สามารถได้ยินเสียงร่ำร้องของวิญญาณที่เจ็บปวดทั้งจากคนที่ตายไปแล้ว และคนที่อยู่ในอาการโคม่าที่วิญญาณล่องลอยออกจากร่างในช่วงเวลาอันสั้น เพื่อขอความช่วยเหลือจากคนที่สามารถมีคลื่นความถี่ของจิตที่ตรงกัน แต่ที่ร้ายที่สุด เธอถูกคุกคามอยู่ตลอดเวลาจากเจ็ดพรายตายโหงที่พยายามติดต่อ ขู่เข็ญ บังคับให้เธอทำในสิ่งที่พวกมันต้องการ แต่เด็กสาวไม่เข้าใจ จนทำให้วิญญาณเหล่านั้นโกรธและทำร้ายเธอจนเกิดบาดแผลตามลำตัว แต่ผู้คนรอบข้างของเธอไม่รู้ถึงความจริงข้อนี้และคิดว่าเธอเป็นบ้าชอบทำร้ายตัวเองและก็มองเธอเหมือนตัวประหลาด

แต่เพชรถึงแม้จะอยู่ในตมก็ยังเป็นเพชรที่จะฉายแสงเมื่อโอกาสมาถึง ในวันที่อายุครบแปดขวบ เกิดคดีสะเทือนขวัญที่สามีใหม่ของเศรษฐีนีแจ้งความว่าภรรยาหายไป สังคมต่างตระหนกในการหายสาบสูญของเศรษฐีนีคนนี้ สำนักข่าวต่างรายงานความก้าวหน้าของการตามหาร่องรอย แต่เพชรกลับถูกรบกวนจากวิญญาณร้ายของเศรษฐีนีที่พยายามรังควาญเธออย่างไม่หยุดหย่อนจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายเป็นระยะๆ ในวันนั้นเองที่ ณัฐฐา ตำรวจหญิงไปทำบุญที่โรงเรียนคนตาบอดก็ได้เห็นปีศาจทำร้ายเด็กสาว และทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย เด็กหญิงกลับบอกว่าคนที่ทำร้ายเธอไม่ใช่ปีศาจ หากแต่เป็นผู้หญิงแก่ที่บังคับให้เธอไปช่วยออกมาจากที่คุมขังในโกดังร้างชานกรุงเพราะเธอใกล้จะตายเต็มทีแล้ว หญิงแก่คนนั้นเรียกตัวเองว่า เจ๊เล้ง ด้วยความตกใจ ตำรวจสาวปะติดปะต่อเรื่องราวของเพชรเข้ากับคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น และเพียรหาตามที่เด็กสาวบอกจนพบเศรษฐีนีในสภาพเพิ่งเสียชีวิตไม่เกินหนึ่งชั่วโมงจากการถูกซ้อมอย่างทารุณ จากพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจสามารถสาวไปจนถึงตัวการที่อยู่เบื้องหลังที่เป็นคนจ้างฆ่าซึ่งก็คือสามีที่ไปแจ้งความนั่นเอง ซึ่งแอบไปมีเมียน้อยและเมียหลวงจับได้จะหย่าจึงฆ่าปิดปากในที่สุด

การเปิดโปงฆาตกรรมรายนี้ทำให้เด็กสาวกลายเป็นคนโด่งดังในชั่วข้ามคืน ผู้คนทั่วสารทิศต่างก็ให้ความสนใจในพลังพิเศษที่มีอยู่ในตัวเด็ก แต่ดร.กษิน นักวิทยาศาสตร์สาขา Parapsychology ได้ยื่นมือเข้ามาเพื่อตรวจดูอาการของเด็กซึ่งเขาเชื่อว่าตามหลักวิทยาศาสตร์ วิญญาณจะมีพลังของคลื่นไฟฟ้าน้อยมากและเรียกว่าคลื่นเคสล่าซึ่งมักจะปล่อยออกมาจากผู้ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันหรือผู้ที่บาดเจ็บสาหัส ซึ่งพยายามต่อสู้เฮือกสุดท้ายเพื่อให้มีชีวิตรอด และพลังนี้ก็เฉกเช่นเดียวกับคลื่นวิทยุที่ผู้ที่สมองมีความละเอียดอ่อนจะสามารถรับคลื่นนี้ได้ ซึ่งคนทั่วไปจะรู้จักในนามของผู้ที่มีสัมผัสที่หกนั่นเอง และหน้าที่ที่สำคัญของดร.กษินก็คือความพยายามจะช่วยเพชรให้รอดพ้นจากการรบกวนของวิญญาณร้ายทั้งเจ็ดที่คุกคามและทำร้ายเธอ

แต่ในขณะที่การรักษาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น สังคมก็ต้องตกตะลึงเมื่อคุณราชันย์ ทนายความผู้ดูแลกองมรดกเลือดของตระกูลอภิไพศาล เจ้าของธุรกิจหลายร้อยล้านไม่ว่าจะเป็นตลาด กิจการขนส่ง และห้องเย็น กลับขออำนาจศาลเพื่อตรวจสอบเพชรว่าเธอจะเป็นน้องขวัญ ลูกสาวของนายอำนาจ ลูกชายคนที่สามของตระกูลอภิไพศาลและนาง ยศวดี ภรรยาที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยหรือไม่ ซึ่งทายาททั้งหลายของตระกูลอภิไพศาลต่างกำลังยื้อแย่งมรดกกองโตนี้ทั้งทางกฎหมายและนอกกฎหมาย ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีสิทธิ์ในกองมรดกนี้ต่างล้มหายตายจากกันไปไม่ว่าจะด้วยเหตุตามธรรมชาติหรืออุบัติเหตุ รวมทั้งการฆาตกรรมที่ไม่อาจจับตัวผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษได้จนเป็นข่าวครึกโครมมาตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา และด้วยการตรวจสอบดีเอ็นเอจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพชรก็คือเด็กสาวที่สูญหายไปคนนั้น