Author Archives: admin

หวานใจ

หวานใจ เป็นเรื่องราวของ หนูพุก และวี้ด ผู้มีบาดแผลในชีวิต ทั้งที่เขาและเธอเพิ่งอยู่ในวัยสดใส กำลังใจ คำชี้แนะและความรักย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทาง    และเป็นยาชั้นดีที่สมานแผลหัวใจที่บอบบางนั้น   และนี่คือความรู้สึกดี ๆ จากหัวใจของชายคนหนึ่ง แด่ผู้หญิงคนหนึ่งใน ‘ หวานใจ ‘

” ถ้าไม่มี ‘ วิ๊ด ‘ พกก็คงไม่รู้ว่าความรักและความเข้าใจเป็นสิ่งที่ควรจะอยู่คู่กัน และพุกก็คงไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ทำไมต้องหย่ากันด้วย ตอนนั้นพุกไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นเป็นสาเหตุให้พุกต้องออกจากบ้าน ‘ บ้าน ‘ ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่กันพร้อมหน้า พุกออกจากบ้านมารับรู้ความรู้สึกของคนไม่มีบ้าน พุกเหงา พุกร้องไห้ พุกคิดถึงพ่อ พุกคิดถึงแม่  แต่วันนี้ ในความคิดของพุก เขาเหล่านั้นเป็นชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายแล้ว…

และ เมื่อพุกมาเจอวิ๊ด วิ๊ดน่ารัก วิ๊ดสวย วิ๊ดรวย แต่วิ๊ดไม่มีความสุข…เหมือนพุก วิ๊ดอาจจะเป็นผู้หญิงในแบบที่ใคร ๆ เรียกว่า ‘ ใจแตก ‘ แต่ก็แตกเพราะบ้าน วิ๊ดจึงทำให้พุกเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง พุกอยากช่วยวิ๊ด พุกไม่อยากให้วิ๊ดโดดเดี่ยวเหมือนพุก
การใช้ความรักและความเข้าใจ เป็นยาที่ดีที่สุดที่จะรักษาวิ๊ด ไม่ใช่เพราะวิ๊ดดี สวย เก่ง แต่วิ๊ดคือ ‘ หวานใจ ‘ คนที่อยู่ในหัวใจของพุกตลอดเวลา… ”

นักแสดงละคร หวานใจ

ธนา สุทธิกมล แสดงเป็น หนูพุก
ธัญญาเรศ รามณรงค์ แสดงเป็น วี๊ด
สันติสุข พรหมศิริ
จารุณี สุขสวัสดิ์
เอก โอรี แสดงเป็น หนูตะเภา

หว่ออ้ายหนี่…ขอหยุดหัวใจไว้ที่เธอ

ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียงหนึ่งวัน เฉินยี่ถิง, สุนี, มาลี สามสาวเพื่อนซี้กำลังเดินขบวนต่อต้านญี่ปุ่น โดยไม่รู้ว่าจะเกิดสงคราม นายพลเฉินตู้ฟง บิดาของเฉินยี่ถิงรีบสั่งให้ จางเซี๊ยะเหมิน หลานสาวไปตามหาลูกสาวและหลานสาว เพื่ออพยพออกจากเซี่ยงไฮ้ให้เร็วที่สุด นายพลเฉินทิ้งเฉินยี่ถิงไว้ตามลำพัง โดยมี อาคิว เด็กหนุ่มกำพร้าในบ้านคนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์รอมอบตั๋วไปฮ่องกงให้ ค่าใช้จ่ายของสามสาวถูกแม่เลี้ยงของยี่ถิงมาแย่งไป เฉินยี่ถิงตัดสินใจพาทุกคนไปยังที่ซ่อนทองคำแท่ง ซึ่งแม่และพี่ชายซ่อนไว้ก่อนตายและแจกทองให้ทุกคน ทั้งหมดเดินทางมาถึงฮ่องกงอย่างปลอดภัย สุนีชวนทุกคนเดินทางด้วยเท้ากลับเมืองไทยร่วมกับคณะชาวไทย เป็นเวลากว่า 57 ปีทั้ง 5 คนกลายเป็นเพื่อนรักกันและสาบานว่าถ้ามีลูกจะให้แต่งงานกัน แต่เมื่อมีลูกทั้ง 5 คนกลับมีแต่ลูกชายทำให้ต้องรอจนกระทั่งรุ่นหลาน เฉินยี่ถิงมีหลานสาวคือ มนต์ประภา สุนีมีหลานชายคือ วสุ มาลีมีหลานชายคือ วรากร อาคิวและเซียะเหมินซึ่งเสียชีวิตแล้วมีหลานสาวคือ อารยา และผานิต ทั้ง 5 คนจึงวางแผนให้หลานแต่งงานกัน แต่สุนีและมาลีต่างหมายปองหลานสาวของเฉินยี่ถิงเป็นหลานสะใภ้ สาวๆ ทั้งสามอายุไล่เลี่ยกันทำให้เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่แล้วทั้งมนต์ประภา วสุ และธานีก็ได้พบกันอีกครั้ง เพราะเธอเดินไปชนทั้งสองเข้าแต่วสุจำเธอไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนเธอหน้าตาหน้าเกลียดทั้งวสุและธานีตกตะลึงในความงามของมนต์ ประภา แต่วสุควงลอร่ามาด้วยจึงดุเธอ ทั้งหมดมาเจอกันอีกครั้งที่บ้านของเฉินยี่ถิง ทำให้สุนีโกรธมากที่วสุพาลอร่ามาหยามมนต์ประภาถึงที่ ธานีเป็นอีกคนที่หลงรักมนต์ประภา จึงให้วสุช่วยพาเขามาพบมนต์ประภาบ่อยๆ เพราะหวังจะจีบเธอ วสุถึงกับอึ้งเนื่องจากเขาเคยพูดไว้ว่าไม่มีทางที่จะแต่งงานกับมนต์ประภาแน่ นอน เฉินยี่ถิงเห็นว่าตั้งแต่วสุกลับมามนต์ประภาก็เปลี่ยนไป สุดท้ายมนต์ประภาจึงบอกว่าเธอแอบชอบวสุตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วแต่เขาไม่สนใจเธอ เฉินยี่ถิงจึงคิดให้มนต์ประภาหันกลับไปชอบวรากร แต่ก็เป็นไปไมได่องจากวรากรชอบกับผานิตอยู่แล้ว ส่วนวสุก็ไม่เป็นอันทำงานเอาแต่คิดถึงความผิดพลาดเรื่องมนต์ประภา เขาจึงขับรถไปที่เยาวราชเพื่อไปกินหูฉลามที่นี่เขาได้พบกับมนต์ประภา หลังจากได้พูดคุยกับเธอก็ทำให้ยิ่งชอบเธอและคิดที่จะแก้ไขความผิดพลาดครั้ง นี้ให้ได้ วสุไปส่งเธอที่บ้านทันที่ที่ถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายว่าสุนีโรคหัวใจกำเริบ เข้าโรงพยาบาล ระหว่างที่วสุและมนต์ประภาอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันเข้า ใจกันมากขึ้น ธานีโกรธมากที่วสุเปลี่ยนใจเรื่องมนต์ประภา อารยาจึงบอกเขาว่ามนต์ประภาแอบรักวสุมานานแล้ว เพียงอึดใจเดียวธานีก็ดึงร่างเธอเข้ามาจุมพิต ทำให้ธานีมีความรู้สึกแปลกๆ กับอารยา มาลีรู้ข่าวการผ่าตัดของสุนีก็รีบพาวรากรหลานชายบินกลับมาจากอเมริกาทันที ยาใจ แม่ของวสุชวนทุกคนไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในวันหยุดและค้างที่นั่นสองคืน ธานีรับอาสามารับอารยาและคณะด้วยเหตุผลว่ารู้จักรีสอร์ทแห่งนี้ดี ทั้งที่จริงเขาตั้งใจที่จะให้อารยานั่งรถคันเดียวกับเขา วสุและธานีวางแผนจะแลกรถกันเพื่อที่วสุจะได้นั่งกับมนต์ประภา ส่วนธานีจะนั่งกับอารยาทุกอย่างเป็นตามคาด การแลกรถกันทำให้ธานีมีโอกาสสารภาพรักกับอารยา ส่วนวสุเองหลังจากมนต์ประภารู้ว่าต้องนั่งมากับวสุ ก็โมโหถึงขั้นจะเปิดประตูรถลง ทำให้รถเกิดการเสียหลักไม่สามารถบังคับรถได้วรากรมาช่วยทุกคนไว้ได้ วสุบาดเจ็บมนต์ประภาจึงเข้ามาช่วยปฐมพยาบาล วสุเริ่มปรับความเข้าใจกับมนต์ประภา แต่เขาก็ยังไม่ยอมบอกรักมนต์ประภาเพราะกลัวเสียฟอร์ม แต่กลับพูดจาเหมือนบังคับให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ ยิ่งทำให้มนต์ประภาปฏิเธเขาวสุจึงไปขอให้สุนีช่วยแต่สุนีบอกว่าให้วสุไปทำ ให้มนต์ประภารับรักเสียก่อน เริ่มด้วยคำง่ายๆ เพียงสามคำนั่นคือ หว่ออ้ายหนี่ เฉินจงผิง หรือโรเบิร์ต ลูกชายของ เฉินเว่ยกั๊วะ น้องชายของเฉินยี่ถิงมาคุกเข่าขอโทษ เรื่องที่เฉินเว่ยก๊วะทำให้เฉินตู้ฟงต้องทิ้งเฉินยี่ถิงไว้ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อ 57 ปีก่อน นอกจากมาขอโทษแล้วเฉินจงผิงยังนำมรดกที่เป็นของเฉินยี่ถิงมาอีกด้วย ถ้าเฉินยี่ถิงไม่รับโรงงานทอผ้าจะตกเป็นของมนต์ประภาทันที แต่มีเงื่อนไขว่ามนต์ประภาต้องไปหาแม่เลี้ยงและน้องชายของเฉินยี่ถิงที่ อเมริกา ซึ่งทั้งคู่อยากให้หลานเรียกท่านสักครั้ง ญาติผู้ใหญ่ทั้งหกลับจากเขาใหญ่และรวมตัวกันที่บ้านของสุนี เฉินยี่ถิงเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 57 ปีก่อนให้ทุกคนฟัง ต่างคนต่างให้อภัยกัน อารยา, ธานี, ผานิต และวรากรเข้ามาทำความเคารพผู้ใหญ่ วรากรฉุดผานิตนั่งลงและบอกให้มาลีไปขอผู้หญิงให้ ทำให้มาลีโกรธและโวยวายใส่หลานชายจนผานิตถึงกับร้องไห้ ซึ่งจริงๆ แล้วมาลีโกรธที่วรากรไม่ยอมบอกว่าเป็นผานิต เพราะเกือบจะขอผู้หญิงผิดคนให้และเรียกผานิตไปกอดอย่างเอ็นดู ธานีดึงอารยานั่งลงบ้างธานีขออนุญาตคบดูใจกับอารยา เพราะว่าเขารักและจริงใจกับอารยา สุนีบอกวสุว่ามีใครบางคนมาหามนต์ประภาจากอเมริกา ทำให้วสุคิดว่ามีคู่แข่งเพิ่มอีกคนถึงกับอยู่ไม่ติดบ้านเลยทีเดียว สุริยะบอกวสุว่ามนต์ประภาจะบินไปอเมริกาวสุได้ฟังดังนั้นจึงรีบขับรถตรงไป สนามบินทันที วสุคิดว่ามนต์ประภาจะไปแต่งงานกับโรเบิร์ต แต่สุดท้ายแล้วไม่ใช่โรเบิร์ตบอกกับวสุว่าเขาเป็นอาของมนต์ประภา ทำให้วสุหน้าแตกเดินคอตกไป แต่มนต์ประภาเรียกเขาไว้วสุสารภาพทุกอย่างที่เขาทำแย่ๆ กับวรากร และขอโทษที่เขาบอกว่าจะไม่แต่งงานกับเธอ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ววสุบอกรักมนต์ประภาและคุกเข่าขอเธอแต่งงาน งานแต่งงานของทั้งสามคู่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ สร้างความปลาบปลื้มให้กับทั้ง 5 ครอบครัวที่ตั้งใจจะปรองดองกันเป็นอย่างมาก ต่างก็มีความสุขมากที่เป็นญาติกันได้สำเร็จ เพราะรุ่นลูกไม่ยอมแต่งงานกัน และไม่อาจเอ่ยคำพูดอย่างที่วสุเอ่ยกับมนต์ประภานั่นคือคำว่า หว่ออ้ายหนี่

รายชื่อนักแสดงละคร  หว่ออ้ายหนี่…ขอหยุดหัวใจไว้ที่เธอ

โกสินทร์ ราชกรม รับบท วสุ
ชิดจันทร์ รุจิพรรณ รับบท มนต์ประภา
โชกุน สันธนะพานิช รับบท วรากร
ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท ผานิต
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว รับบท ธานี
วรัญญา เจริญพรสิริสุข รับบท อารยา
แซนดร้า อเล็กซานตร้า สตีเบิร์ท รับบท ลอร่า

หลังคาแดง

หลังคาแดง เป็นเรื่องราวของ ทองดี ชายหนุ่มผู้ล้มเหลวทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน เขาทำงานในบริษัทใหญ่โตในหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำทางเข้าออก ด้านหน้าของอาคาร แต่แล้วจู่ๆ โดยไม่คาดฝันทองดีก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะบริษัทได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามา ควบคุมอาคารตั้งแต่การเปิดปิดประตูโดยอัตโนมัติและกล้องวงจรปิด ทำให้บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยในจำนวนมาก เท่าเดิม และทองดีก็กลายเป็นหนึ่งในจำนวนพนักงานที่บริษัทปลดออก ทองดีพยายามไปสมัครงานที่ใหม่ๆ แต่ก็ไม่เคยมีที่ไหนรับเขาเลย วันๆ เขาออกไปหางานแล้วก็กลับมาอยู่ห้องเช่าอย่างโดดเดี่ยว จะมีก็เพียงไอ้มะลิหมาจรจัดเท่านั้นที่เป็นเพื่อนพอพูดคุยระบายความในใจได้ ทุกวันทองดีจะนั่งคุยกับมะลิเล่าถึงความหลังของเขากับน้ำฝนอดีตแฟนสาวที่ ทิ้งเขาไป ทองดียังหวังว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่นคงเพื่อให้น้ำ ฝนกลับมาหา ด้วยความหวังในชีวิตนี้เองที่ทำให้ทองดียังมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลวอย่างที่คนอื่นๆ ในสังคมมองว่าเขาเป็น จนเมื่อยังหางานใหม่ไม่ได้ ประกอบกับถูกไล่ออกจากห้องเช่า เพราะค้างค่าเช่า ทองดีรู้สึกคับแค้นใจอยู่ไม่น้อยเขาคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตกต่ำเช่น นี้ก็เพราะการถูกไล่ออกจากงาน ทองดีรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยม เขามั่นใจว่าเขาเป็นคนที่ทุกคนในบริษัทตั้งแต่พนักงานทำความสะอาดไปจนถึง ประธานบริษัทต้องรู้จักเพราะทุกวันเขาจะเปิดประตูต้อนรับให้ทุกคนพร้อมด้วย รอยยิ้มและคำทักทาย เขาไม่เชื่อว่าคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่นี้ได้ดีไปกว่าเขา ในที่สุดทองดีก็ตัดสินใจกลับเข้ามาที่บริษัท พอมาถึงเขาก็ก้าวเข้าประตูที่เลื่อนเปิดปิดได้เองโดยอัตโนมัติพร้อมทั้งมี เสียงกล่าวต้อนรับเข้าสู่บริษัทพร้อมสรรพ ทองดีรู้สึกอึ้งกับความล้ำสมัยนี้แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมั่นใจในประสิทธิภาพ การทำงานของตน เขาจึงตรงไปขอเข้าพบประธานบริษัทเพื่อจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง จากการกระทำอันอุกอาจนี้ทองดีก็ถูกจับส่งตำรวจ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ทางด้านของโฉมศรี ภรรยามหาเศรษฐีชื่อดังซึ่งไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศได้ติดต่อมาแจ้งความ ให้ตำรวจไทยช่วยตามหาสามีที่หายไป โดยหลักฐานท้ายสุดที่พอจะมีเกี่ยวกับสามีก็คือ จดหมายหนึ่งฉบับพร้อมกับรูปถ่ายล่าสุด โฉมศรีซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ต่างประเทศได้ให้ข้อมูลว่าสามีหรือโกยทอง ได้เดินทางไปเที่ยวรอบโลกตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว โฉมศรีไม่ได้ข่าวใดของสามีอีกจนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โกยทองได้ติดต่อกลับมาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ประเทศไทยและได้ทำศัลยกรรมใบหน้า ใหม่ และได้แนบรูปถ่ายมาให้ดูซึ่งในรูปถ่ายนั้นโกยทองมีใบหน้าเหมือนทองดีอย่าง กับคนๆ เดียวกัน ทองดีซึ่งกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโกยทอง ทองดีพยายามปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่โกยทอง แต่ก็ไม่มีใครฟัง เมื่อเห็นว่าทองดีไม่ยอมรับ ตำรวจก็คิดว่าบางทีอาจะเป็นเพราะโกยทองเสียสติไปแล้ว เพราะจากคำให้การของโฉมศรีได้ระบุว่า พักหลังๆ โกยทองได้เกิดอาการเครียดและระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายอยู่เสมอ จนในที่สุดก็ได้มีความคิดที่จะหนีไปที่ไหนสักพักเพื่อพรางตัว ตำรวจเชื่อว่าอาการเครียดที่ว่านี้อาจจะมีผลให้โกยทองเสียสติไปได้ ตำรวจจึงได้ส่งตัวทองดีไปอยู่โรงพยาบาลหลังคาแดงซึ่งเป็นสถานบำบัดและรักษา ผู้วิกลจริตที่โกยทองเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเอง วันแรกที่ถูกส่งตัวไป ทองดีถูกจัดให้พักในบ้านพักของผู้ป่วยพิเศษเพื่อรอให้ ผ.อ.คนใหม่ของโรงพยาบาลมาถึง ทองดียังไม่รู้ว่าเขาถูกส่งตัวมาที่ใด ส่วนหนึ่งก็เพราะทุกคนคิดว่าเขาเป็นโกยทองผู้เป็นเจ้าของที่นี่ จึงได้ปฏิบัติกับเขาและให้การรับรองอย่างดีเสียจนทองดีไม่รู้ว่าตัวเองกำลัง อยู่ในโรงพยาบาลบ้า การมาของทองดีหรือโกยทองตามที่คนอื่นเข้าใจนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับเจ้า หน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลมากเพราะตลอดมา โกยทองเป็นบุคคลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็นมาก่อน ที่โรงพยาบาล จิตแพทย์ประจำโดยการนำของ กุหลาบและสายใจ ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ผ.อ.คนใหม่ โดยได้คัดเลือกคนไข้จำนวนหนึ่งจากฝ่ายคนไข้พิเศษมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ แต่ ผ.อ.คนใหม่ก็มาช้าเพราะรถของโรงพยาบาลอื่นที่มาส่งเกิดหลงทาง ประกอบกับคนไข้รายใหม่ในท้ายรถอาละวาด ผ.อ.จึงต้องเสียเวลาไปกับการเข้าไปเกลี้ยกล่อมอยู่ท้ายรถ ทองดีซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนไข้พิเศษได้มาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์ของงานที่พยายามทำให้ ผ.อ.รู้สึกเป็นกันเอง ไม่มีบรรยากาศของโรงพยาบาล ทำให้ทองดียังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเท่าไรนัก เมื่อ ผ.อ.คนใหม่มาถึง ทุกคนก็ตื่นเต้นดีใจโดยเฉพาะกุหลาบซึ่งเป็นสาวโสดวัย 30 ซึ่งรู้สึกประทับใจในตัว ผ.อ.ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น กุหลาบได้แนะนำทองดีให้ ผ.อ. รู้จักในฐานะโกยทอง ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ ขณะที่งานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยจู่ๆ กลุ่มคนไข้อนาถาก็บุกเข้ามาร่วมในงานด้วยทำให้งานปั่นป่วนไปหมด และหนึ่งในคนไข้จำนวนนั้นก็มี อาลัย คนไข้สาวรวมอยู่ด้วย และตอนนี้เองทองดีแน่ใจในทันทีว่าเขาถูกจับมาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า ทองดีตกใจจนเป็นลมไป เช้าวันต่อมาทองดีฟื้นขึ้นมาในห้องพักส่วนตัวท่ามกลางความเป็นห่วงของกุหลาบ และสายใจ เมื่อทองดีฟื้นเขารีบปฏิเสธกับใครๆ ว่าเขาไม่ใช่โกยทอง การปฏิเสธเช่นนี้ยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจว่าโกยทองกำลังอยู่ในอาการหนัก การหมดสติไปของโกยทองกลายเป็นเรื่องใหญ่ในที่ประชุมของคณะกรรมการของโรง พยาบาลเนื่องจากเห็นว่าปัญหาทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนไข้อนาถา ผ.อ.ที่มาใหม่นี้ได้เล็งเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะมีความเหลื่อม ล้ำกันมากไประหว่างคนไข้อนาถากับคนไข้พิเศษ ทำให้คนไข้อนาถาลุกขึ้นมาเรียกร้อง ดังนั้นสิ่งแรกที่ ผ.อ. ต้องการเปลี่ยนแปลงในโรงพยาบาลแห่งนี้ก็คือทำให้คนไข้ทุกคนมีความเท่าเทียม กัน นโยบายใหม่ของ ผ.อ.นี้แม้จะไม่ค่อยเป็นที่พอใจแต่ก็ไม่มีใครสามารถขัดได้ นโยบายนี้จึงนำมาปฏิบัติโดยเริ่มจากการลดสิทธิพิเศษของคนไข้พิเศษลง แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับโกยทองหนึ่งคน เมื่อโฉมศรีได้รับการติดต่อว่าโกยทองได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงพยาบาลหลังคา แดงแล้วเธอก็วางใจ แม้จะรู้สึกตกใจอยู่บ้างที่ตอนนี้สามีได้เสียสติไปแล้ว แต่เธอก็ได้ติดต่อมาที่โรงพยาบาลให้คอยดูแลโกยทองให้ดี อย่าให้หนีไปที่ไหนอีก ส่วนทองดีเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลแม้จะได้รับการรับรองอย่างดีแต่เขาก็ไม่วาย รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เขาสมควรอยู่ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางหลบหนีออกจากโรงพยาบาล ที่นั่นทองดีไม่เคยคุยกับใครรู้เรื่อง มีเพียงคนเดียวที่เขาพอจะสื่อสารได้รู้เรื่องที่สุด นั่นก็คือ อาลัย ทองดีแปลกใจที่อาลัยต้องมาอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทั้งๆ ที่เธอเองก็อยู่ในอาการที่ดี พอที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ทองดีเพิ่งสังเกตเห็นว่าอาลัยมานั่งรอแม่กับน้องชายทุกวันพุธซึ่งเป็นวันที่ โรงพยาบาลเปิดให้ญาติมาเยี่ยม แต่จนแล้วจนรอดแม่ของเธอก็ไม่เคยมา ทองดีรู้สึกสงสารจึงสัญญากับอาลัยว่าถ้าเขาหาทางออกไปได้ เขาจะกลับมารับอาลัยออกไปในฐานะญาติของเธอ และจะพาอาลัยไปพบแม่และน้องชายเอง อาลัยดีใจมากจึงตกลงจะช่วยหาทางหนีให้ทองดี แรกๆ คนไข้อนาถาซึ่งเป็นคนไข้ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลพากันเห่อทองดีเพราะคิดว่าเป็น โกยทอง พวกเขาจึงคอยแอบเฝ้าดูพฤติกรรมของทองดีและเลียนแบบตลอดเวลาทำให้ทองดีรู้สึก อึดอัดอย่างมาก การตกเป็นเป้าสายตาขนาดนี้ทำให้ความพยายามของทองดีที่จะหาทางหลบหนีออกจาก โรงพยาบาลเป็นไปได้ยากขึ้น การหลบหนีครั้งแรกๆ ของทองดีไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำร้ายเขายังได้เห็นตัวอย่างของคนไข้ที่พยายามหลบหนีแล้วถูกจับได้ว่าจะถูก นำไปขังไว้ในห้องขังพิเศษที่มีลักษณะคล้ายๆ กับคุกมืด ห้องขังพิเศษนี้มีไว้ให้สำหรับคนไข้ที่มีอาการรุนแรง มีแนวโน้มจะทำร้ายผู้อื่นและมีไว้สำหรับลงโทษคนไข้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฏของโรง พยาบาล ทองดีเห็นตัวอย่างแล้วก็คิดว่าแผนการหลบหนีของเขานั้นควรจะทำอย่างรัดกุม ยิ่งขึ้น ทองดีถือโอกาสหลอกใช้คนไข้คนอื่นๆ ที่กำลังชื่นชมเขาให้ช่วยเหลือพาเขาหลบหนี ทองดีวางแผนตีซี้กับคนไข้คนอื่นๆ โดยแรกๆ เขาใช้วิธีนำขนม บุหรี่ ข้าวของเครื่องใช้ที่เขาได้รับเป็นพิเศษจะได้รับมาแบ่งให้กับคนไข้อนาถา แล้วเขาก็เริ่มนัดแนะกับทุกคนในตอนกลางคืนให้มารวมตัวกันประชุมลับ ทองดีสอนให้คนไข้ไม่กินยานอนหลับ คนที่นำยานอนหลับมาให้ทองดีจะได้รางวัลตอบแทน และในเวลากลางคืนนี้เองที่ทองดีใช้ให้ทุกคนช่วยหาทางหลบหนีให้เขาโดยทองดี เรียกเกมนี้ว่า เกมฉกตัวจารชน ซึ่งทองดีสมมุติให้ทุกคนกำลังหาทางหลบหนีออกจากสถานกักกัน คนไข้ทุกคนก็สนุกไปกับเกมนี้เพราะนึกว่าเป็นเรื่องจริง มีเพียง ลุงหนับ คนไข้ผู้เป็นอดีตจ่าตำรวจคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เล่นด้วยกับแผนนี้และเขาก็ รู้ดีว่าทองดีกำลังหลอกใช้ให้คนอื่นๆ ทำเพื่อตัวเองอยู่ หลังจากวางแผนมานานหลายคืน ในที่สุดก็ถึงวันที่ทองดีจะหนีออกไปตามแผนด้วย แต่แล้วพอเอาเข้าจริงทองดีก็แอบหนีออกไปทางด้านหลังของโรงพยาบาลตามลำพัง คนไข้อื่นๆ พยายามจะตามไปด้วยแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจับตัวได้เสียก่อน การถูกจับได้ครั้งนี้ทำให้คนไข้ต้องได้รับการลงโทษ ตั้งแต่ถูกคุมตัว งดให้ญาติเยี่ยม ในขณะที่ทองดีสามารถเอาตัวรอดไปได้ คนไข้รู้สึกว่าทองดีหักหลัง มีเพียงอาลัยเท่านั้นที่คอยแก้ตัวให้ทองดีด้วยการบอกกับทุกคนว่าทองดีออกไป แล้วจะหาทางมาช่วยพวกเขาทีหลัง เมื่อพูดเช่นนี้แล้วคนไข้อื่นๆ จึงรู้สึกดีขึ้น และรอวันที่ทองดีจะกลับมาช่วยอย่างมีความหวัง ทองดีเมื่อหนีออกไปได้ก็ไม่มีทางไปเพราะห้องเช่าที่เขาอยู่ก็ไม่มีแล้ว ทางโฉมศรีเมื่อรู้ว่าโกยทองหลบหนีออกไปได้ก็โกรธมาก ให้ตำรวจช่วยหาทางจับกลับมาให้ได้โดยให้เหตุผลว่าเธอเป็นห่วงความปลอดภัยของ สามีมาก และตัวเธอเองก็ตัดสินใจจะเดินทางกลับมาที่เมืองไทยเพื่อมาพบสามีด้วยตนเอง ระหว่างที่ทองดีหลบออกมาข้างนอกเขาก็ไม่ต่างไปจากคนจรจัด ต้องอยู่เร่ร่อนไปเรื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ทองดีเริ่มสังเกตได้คือ เขากลับสื่อสารกับคนจรจัดหรือพวกคนบ้าข้างถนนได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเขาก็เพิ่งได้ตระหนักว่าเขามองว่าคนบ้าและคนข้างถนนพวกนี้น่าดูถูกอย่าง ไร คนในสังคมก็มองตัวเขาไม่แตกต่างไปจากนี้เลย หลบออกมาได้ไม่นานทองดีก็ถูกตำรวจจับกลับไปส่งที่โรงพยาบาลหลังคาแดงดังเดิม การที่ทองดีถูกจับกลับมานี้ทำให้คนไข้ทุกคนผิดหวังมาก เพราะนั่นหมายความว่าทองดีไปไหนไม่รอดและก็คงไม่มีทางที่จะพาพวกเขาออกไปได้ ด้วย ทองดีพอมารู้ว่าการหลบหนีออกไปของเขานั้นสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไข้ อื่นๆมากแค่ไหนก็รู้สึกผิด และครั้งนี้ทองดีก็ได้พบกับโฉมศรีเป็นครั้งแรก โฉมศรีนึกว่าทองดีเป็นโกยทองตัวจริง แต่ทองดีก็ยังคงปฏิเสธ ซึ่งการปฏิเสธนี้ทำให้โฉมศรีเป็นกังวลมากเพราะนั่นหมายความว่าโกยทองยังไม่ มีวี่แววว่าจะมีอาการดีขึ้นแต่อย่างใด โฉมศรีได้แต่ร้องไห้เสียใจไปกับชะตากรรมของสามีและได้อ้อนวอนให้ผ.อ.และ จิตแพทย์ช่วยกันรักษาอาการของสามีให้ดีขึ้น ผ.อ.เห็นโฉมศรีเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกเห็นใจและสัญญาว่าพร้อมจะช่วยเหลือเธอ อย่างเต็มที่ การมาของโฉมศรีครั้งนี้ เธอได้สั่งยกเลิกนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในโรงพยาบาลเพราะเห็นว่า นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไข้ก่อเหตุวุ่นวายดังกล่าว ในเมื่อโฉมศรีสั่งเช่นนั้นก็ไม่มีใครกล้าขัดได้อีก พวกคนไข้อนาถายิ่งมีความเป็นอยู่แย่กว่าเดิมมาก ทุกคนโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของทองดี ทองดีพยายามจะแก้ตัวกับทุกคนแต่ก็ไม่มีใครฟัง มีเพียงอาลัยเท่านั้นที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจทองดี หลังจากถูกจับตัวกลับมาครั้งนี้ ทองดีก็เริ่มปลงกับการหลบหนีออกไปมากขึ้น เขาเริ่มยอมรับว่าบางทีเขาอาจจะเหมาะที่จะอยู่ในที่เช่นนี้ ทองดีเริ่มหันมามองผู้คนรอบตัวซึ่งก็รวมถึงอาลัยเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาใน ขณะนี้ ระหว่างการเข้ากลุ่มบำบัดทองดีจึงได้รู้ว่าอาลัยมีปมเรื่องความรัก ด้วยความสงสัยทองดีจึงแอบไปเปิดดูแฟ้มคนไข้ของอาลัยแล้วก็ได้รู้ว่าตอนเธอ อายุ 14 เธอเคยหนีตามผู้ชายออกมาจากบ้าน แต่แล้วเมื่อเธอไปรอชายคนรักตามนัดที่ว่าจะมารับเขาก็กลับไม่มา ความผิดหวังนี้มีผลต่อสภาพจิตใจของเธอ อาลัยกลัวความผิดหวังจึงพยายามสร้างโลกส่วนตัวที่สวยงามปกป้องเธอไว้จากโลก ความจริงอันโหดร้าย ทุกสิ่งที่เธอเห็นและแสดงออกจึงดูใสบริสุทธิ์เหมือนอย่างที่เธอเคยเป็นก่อน หน้าที่เธอจะเจอเหตุการณ์เลวร้ายนั้น เมื่อตำรวจพาอาลัยกลับไปส่งบ้าน ด้วยความอับอายและเพื่อหนีคำครหาแม่และน้องชายก็กลับส่งอาลัยมาอยู่ที่โรง พยาบาลนี้ และไม่เคยมารับอีกเลย ทองดีรู้สึกเห็นใจอาลัยเป็นอย่างมากส่วนหนึ่งก็เพราะ เธอเห็นว่าเขาทั้งสองต่างก็เคยผิดหวังจากความรักมาเหมือนกัน ยิ่งมาเห็นอาลัยที่เศร้าใจหนัก เมื่อรู้ว่าตอนนี้กำลังถูกลงโทษจากโรงพยาบาลไม่ให้ญาติมาเยี่ยม แล้วอาลัยก็มั่นใจมากว่าแม่จะต้องมาหาเธออาทิตย์นี้แล้วก็ไม่ได้พบเธอ เมื่อรู้ว่าอาลัยคิดเช่นนี้ทองดียิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้นว่าทั้งหมดนี่เป็น เพราะเขาคนเดียว ไม่เพียงแต่อาลัยเท่านั้น เล็ก เด็กหนุ่มซึ่งความจริงกำลังจะได้ออกไปจากโรงพยาบาล แต่เมื่อทางบ้านรู้ว่าเขาก่อเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ ทางบ้านจึงไม่มั่นใจว่าเขาจะหายดี ก็เลยตัดสินใจไม่ยอมมารับ เล็กเสียใจมากที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ที่นี่ เล็กเกิดอาการหดหู่จนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง เหตุการณ์ของเล็กทำให้คนไข้ในโรงพยาบาลคนอื่นๆ เกิดอาการหวาดกลัวและเศร้าซึม ทองดีพยายามสร้างบรรยากาศในโรงพยาบาลให้ดีดังเดิม แต่จนแล้วจนรอดเขาก็รู้ว่าไม่มีทางจะดีขึ้นได้ เพราะนอกจากเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว คนไข้ยังต้องได้รับความกดดันจากกฎระเบียบต่างๆ ที่โฉมศรีได้ตั้งขึ้น ในที่สุดเพื่อรับผิดชอบการกระทำของตัวเองและเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในโรงพยาบาล ให้ดีขึ้น ทองดีจึงคิดว่าหากเขายอมรับว่าเขาเป็นโกยทองเสีย เขาก็คงจะยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ในโรงพยาบาลและช่วยปรับปรุงความเป็นอยู่ของคนไข้ในนี้ให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นทองดีจึงยอมรับว่าเขาเป็นโกยทอง เมื่อโฉมศรีรู้ว่าโกยทองมีสติกลับคืนมาแล้วก็ดีใจมากตรงมารับโกยทองกลับไป อยู่ที่บ้านทันที ทองดีต้องสวมรอยเป็นโกยทอง เขาเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ของโกยทอง และก็ไม่ลืมที่จะทุ่มเงินบริจาคให้โรงพยาบาลและลงไปควบคุมงานบริหารของโรง พยาบาลด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นกิจการในโรงพยาบาลดีขึ้นมาก มีการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงพยาบาลเอกชนที่อื่นๆ ที่เปิดรักษาผู้ป่วยวิกลจริตด้วยกันซึ่งทองดีก็ลงไปช่วยทำการแข่งขันร่วมกับ เพื่อนๆ คนไข้ด้วย ทองดีดีใจที่เห็นคนไข้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเขาเองก็เพิ่งมารู้สึกว่าเขาผูกพันกับคนที่นี่มาก เขารู้สึกว่าทุกคนในโรงพยาบาลชื่นชมเขา ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เขาไม่เคยได้จากสังคมภายนอก ทองดีนึกถึงสัญญาที่เขาเคยให้กับอาลัยไว้ว่าถ้าเขาออกมาได้ เขาจะไปรับเธอออกมาอยู่ข้างนอกด้วย ทองดีใช้ฐานะของโกยทองขอรับอาลัยมาพักอยู่ที่คฤหาสน์ ความสนิทสนมระหว่างทองดีกับอาลัยนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับโฉมศรี แต่โฉมศรีก็ไม่สามารถทำอาลัยได้เพราะเมื่อก่อนโกยทองก็เคยมีผู้หญิงอื่นอยู่ ตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยมีรายไหนเลยที่โกยทองจะถึงขนาดนำมาอยู่ร่วมบ้านด้วย โฉมศรีได้แต่นำความอึดอัดนี้ไประบายให้ ผ.อ.ฟังในฐานะที่เขาก็เป็นจิตแพทย์คนหนึ่ง และนี่เองก็ทำให้ ผ.อ. เกิดเห็นอกเห็นใจโฉมศรีมากขึ้นจนกระทั่งความสงสารที่ว่าเริ่มกลายมาเป็นความ รักโดยไม่รู้ตัว ทองดีพาอาลัยไปตามหาแม่ การออกมาพบความจริงว่าแม่และน้องชายไม่ได้ต้องการเธอ ทั้งคู่อยู่กันอย่างมีความสุขแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีอาลัยอยู่ในโลกก็ทำ ให้อาลัยรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ทองดีรู้สึกสงสาร เขาพาอาลัยกลับบ้านและบอกกับอาลัยว่าถึงอย่างไรอาลัยก็จะยังมีเขาอยู่อีกคน ทองดีเริ่มสังเกตว่าความสัมพันธ์ระหว่างโกยทองและภรรยาคงจะไม่ได้รักกันมาก นัก ทองดีรู้สึกโฉมศรีมักจะพะวงถึงสมบัติของสามีมากกว่าตัวสามีเองเสียอีก โดยสังเกตได้จากเธอมักจะถามถึงของอยู่เสมอ แต่ทองดีก็ได้แต่งงานเพราะเขาไม่รู้ว่าของที่ว่านี้หมายถึงอาลัย ซึ่งแท้จริงแล้วแม้แต่ตัวโฉมศรีเองก็ไม่รู้ว่าของที่ว่านี้คืออาลัย เธอรู้แต่เพียงว่าที่สามีเธอมาเมืองไทยครั้งนี้ ได้โอนเงินและถอนออกมาหมด แต่โฉมศรีรู้ว่าสามีไม่ได้ซื้ออะไรจึงคิดว่าสมบัติของสามีจะต้องถูกเปลี่ยน ไปอยู่ในรูปของอะไรซักอย่าง ทองดีเองเพื่อเอาตัวรอดเขาก็ต้องทำอ้ำอึ้งและได้แต่ตอบเหมือนกันทุกครั้งว่า ตอนนี้ของได้อยู่ในที่ๆ ปลอดภัยแล้ว ในขณะเดียวกันโฉมศรีก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวสามีหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการที่สามีของเธอสามารถเข้ากับนำโชคสุนัขที่เธอเลี้ยงเหมือนลูกได้ เป็นอย่างดี จนพักหลังนี้นำโชคดูจะติดโกยทองมากกว่าเธอเสียอีก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับโกยทอง เพราะโกยทองจะเป็นคนที่เกลียดสุนัขมาก และนำโชคเองก็จะกลัวโกยทองมากเช่นกัน ด้วยเหตุที่ต่างคนต่างเริ่มรู้ทันกันนี้เอง ทั้งคู่จึงได้เริ่มจับผิดกันและกันมากขึ้น โฉมศรีให้ลูกน้องไปตามสืบดูพฤติกรรมของสามี และพยายามล้วงความลับจากอาลัยเรื่อง ของ แต่อาลัยก็ไม่สามารถบอกได้ โฉมศรีจึงคิดจะใช้อาลัยให้ช่วยสืบให้เธอเพราะเห็นว่าโกยทองไว้ใจอาลัย มากกว่าใคร แต่ด้วยเพราะความซื่อไร้เดียงสาของอาลัย อาลัยก็ไม่สามารถทำตามที่โฉมศรีต้องการได้ ซ้ำยังทำให้โกยทองรู้ทันโฉมศรีขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง วันหนึ่งทองดีได้เจอกับน้ำฝน คนรักในอดีตของเขาอีกครั้ง น้ำฝนตกใจไม่น้อยที่เห็นทองดีมีฐานะดีขึ้นมาก ทองดีต้องช้ำใจเมื่อรู้ว่าตอนนี้น้ำฝนแต่งงานไปแล้ว การพบกันในครั้งนี้ไม่พ้นหูตาของลูกน้องโฉมศรี โฉมศรีสั่งให้ลูกน้องไปสืบประวัติของน้ำฝนทันที เมื่อสืบมาได้โฉมศรีก็ไปพบและถามจากน้ำฝนด้วยตัวเอง จึงได้รู้ว่า น้ำฝนรู้จักโกยทองในฐานะของนายทองดี ทนนาน แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว โฉมศรีซักถามจนมั่นใจว่าน้ำฝนไม่ได้โกหกแล้วก็ได้ให้เงินปิดปากน้ำฝนไว้ก้อน หนึ่ง แล้วโฉมศรีก็ได้สั่งให้ลูกน้องไปสืบประวัติและหาตัวของนายทองดี ทนนานตัวจริงมาให้ได้ เมื่ออยู่ที่คฤหาสน์นั้น อาลัยก็ได้พบความจริงว่าโฉมศรีนั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับถมทอง น้องชายไม่แท้ของโกยทองซึ่งเป็นลูกบุญธรรมที่พ่อของโกยทองได้รับเลี้ยงไว้ อาลัยพลั้งปากบอกทองดีเรื่องนี้ทำให้โฉมศรีไม่พอใจคิดจะกำจัดอาลัย ทองดีรู้ทันจึงทำเป็นว่าจะฟ้องหย่าและเปิดโปงเรื่องของโฉมศรีและถมทอง และได้ให้อาลัยกลับไปอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง ทองดีบอกกับโฉมศรีว่าตราบใดที่อาลัยยังปลอดภัย เขาจะไม่เปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ของโฉมศรีกับถมทองโดยเด็ดขาด และวันหนึ่งนำโชคซึ่งตอนนี้ติดทองดีแจก็พาทองดีไปพบกับตู้เซฟของโกยทอง ตอนนี้ทองดีจึงเริ่มแน่ใจว่าของที่ว่านี้เกี่ยวพันกับตู้เซฟนี้แน่นอน ทองดีพยายามหาทางจะเปิดเซฟแต่ก็เปิดไม่ได้ เขาจึงคิดว่าบางที ของก็คงเป็นกุญแจสำหรับเปิดตู้เซฟนี้ ในขณะที่ทองดียังเป็นโกยทองอยู่นี้ วันหนึ่งโฉมศรีก็ได้รับจดหมายจากโกยทองอีกฉบับหนึ่ง ในฉบับนั้นได้ส่งรูปถ่ายล่าสุดจากโกยทองตัวจริงแนบมาด้วย ในจดหมายนั้นบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่อินเดียและได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าไป อีก จดหมายฉบับนี้ได้บอกมาด้วยว่าตอนนี้ของได้อยู่ไม่ไกลจากโฉมศรีแต่อย่างใด จากจดหมายประกอบกับข้อมูลที่ลูกน้องของเธอได้สืบมาว่านายทองดีตัวจริงนั้น ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ทำให้โฉมศรีแน่ใจว่าโกยทองคนที่เธออยู่ด้วยไม่ใช่ตัวจริงแน่นอน แต่เธอก็ยังเก็บความลับนี้ไว้อยู่กับตัวเพียงคนเดียว ทองดีเริ่มรู้สึกแล้วว่าชีวิตมหาเศรษฐีอย่างโกยทองช่างเป็นชีวิตที่ไม่มี ความสุขเอาเสียเลย เขาไม่สามารถไว้ใจคนรอบข้างได้สักคนโดยเฉพาะกับภรรยาอย่างโฉมศรี โฉมศรีตัดสินใจบอกความจริงกับทองดีว่าเธอรู้ความจริงหมดแล้วว่าทองดีเป็นโกย ทองตัวปลอม เธอขู่ให้เขาบอกความจริงมาให้หมดว่าเคยเจอกับโกยทองเมื่อไหร่ และโกยทองเอารูปถ่ายของเขามาได้อย่างไร ทองดีเห็นรูปถ่ายของเขาก็จำได้ทันทีว่ามันเป็นรูปของเขาที่หายไปเมื่อตอนถูก ไล่ออกจากห้องเช่า แต่เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ ทองดีจึงโกหกไปว่าเขาเคยเจอกับโกยทองตัวจริงมาก่อน และโกยทองเป็นคนมาขอรูปนั้นไปจากเขาเอง และที่สำคัญเขาก็รู้ด้วยว่าของอยู่ที่ไหน แต่พอโฉมศรีถาม ทองดีก็ไม่ยอมบอก ทองดีคิดหาทางจะหนีออกไปจากปัญหายุ่งเหยิงนี้ทั้งหมด เขาตัดสินใจจะหลบไปใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายที่ต่างจังหวัด เขานำแผนนี้ไปบอกแก่อาลัยเพื่อชวนให้เธอหนีไปกับเขา การที่ทองดีมาชวนหนีครั้งนี้เท่ากับเป็นการมาสะกิดบาดแผลในใจของอาลัยในอดีต อาลัยกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย เธอจึงปฏิเสธไม่ยอมไปกับทองดี ทองดีพูดโน้มน้าวให้อาลัยเชื่อใจเขา เขารับรองว่าเขาจะไม่ทำให้อาลัยผิดหวังเหมือนคนรักคนก่อนของอาลัย และเขาเองก็เชื่อว่าหากเขาทำให้อาลัยยอมไปกับเขาได้ นี่อาจจะเป็นการทำให้อาลัยก้าวพ้นกลับมาสู้ความจริงได้อีกครั้งหนึ่ง ทองดีบอกกับอาลัยว่าเขาจะมารับเธอที่หลังโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ ข้อเสนอของทองดีทำให้อาลัยนำไปครุ่นคิดหนักทั้งคืน วันรุ่งขึ้นทองดีกำลังจะไปรับอาลัยตามที่นัดไว้ แต่ก็ถูกตำรวจดักไว้เสียก่อน โฉมศรีบอกให้ตำรวจช่วยจับตัวทองดีไว้ ทองดีบอกกับตำรวจว่าเขาไม่ใช่โกยทอง พอทองดีพูดเช่นนี้ ตำรวจก็คิดว่าโกยทองกลับมามีอาการป่วยอย่างเก่าอีกก็จึงนำตัวทองดีกลับไปที่ โรงพยาบาลหลังคาแดง ที่โรงพยาบาลทองดีถูกจับมาขังเดี่ยว เขาเป็นห่วงอาลัยอย่างมาก เพราะเขารู้ว่าอาลัยกำลังรอเขาอยู่ และถ้าเขาไม่ไปก็เท่ากับว่าเขาทรยศอาลัยและก็จะยิ่งทำให้บาดแผลในจิตใจของ อาลัยบอบช้ำมากขึ้นอีก แต่โฉมศรีก็ไม่ยอมปล่อย โฉมศรีบอกกับทองดีว่าถ้าหากเขายอมบอกมาว่าของอยู่ที่ไหน เธอจะยอมปล่อย ทองดีสารภาพเรื่องตู้เซฟและขอให้โฉมศรีปล่อยเขาไป แต่โฉมศรีก็ไม่ยอมปล่อย ทางด้านของอาลัย เธอก็ได้แต่นั่งรอทองดีต่อไปที่หลังโรงพยาบาลจนถึงดึก เจ้าหน้าที่พากันตามตัวกันให้วุ่น อาลัยผิดหวังอย่างมากที่ทองดีหลอกเธอ อาลัยได้แต่นั่งเศร้าซึม ไม่พูดไม่จา ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาลัย ทองดีพอรู้ว่าอาการของอาลัยทรุดหนักลงเรื่อยๆ ก็ทนไม่ไหว เมื่อโฉมศรีมาพบกับเขาอีกครั้ง พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่าจะมอบส่วนแบ่ง 30% ของทรัพย์สมบัติทั้งหมดของโกยทองให้ถ้าทองดียอมบอกว่าที่ซ่อนของกุญแจเปิด เซฟ ทองดีบอกว่าเขาไม่รู้แต่โฉมศรีไม่เชื่อด้วยความคับแค้นใจ ทองดีก็ตรงเข้าไปบีบคอโฉมศรีให้หายแค้นกับที่เป็นเหตุทำให้อาลัยต้องทรุดลง ผ.อ.เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีก็จึงเข้าไปช่วยโฉมศรีออกมา และสั่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวทองดีไปช็อตไฟฟ้าแม้สายใจจะพยายามคัดค้านแต่ก็ ไม่เป็นผล หลังจากการถูกลงโทษด้วยการช็อตไฟฟ้า ทองดีก็ถูกส่งกลับมาในสภาพของคนไร้ความรู้สึกและความทรงจำ เป็นเพียงแต่ร่างที่มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พออาลัยได้พบกับทองดีในสภาพนี้เธอก็รู้ทันทีว่าทำไมทองดีมารับเธอตามนัดไม่ ได้ เมื่อรู้ว่าทองดีไม่มีเจตนาหลอกลวงเธอ อาลัยก็อาการดีขึ้น และการที่อาลัยกล้าตัดสินใจไปตามนัดกับทองดีนี้ก็เท่ากับว่าอาลัยกล้าเผชิญ กับความจริงมาขึ้น นั่นก็หมายความว่าอาการของเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว ระหว่างนั้นลุงหนับมาเยี่ยมทองดี เขาพูดกับทองดีทั้งๆ ที่รู้ว่าทองดีคงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาบอกให้ทองดีพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ และบอกว่าการเป็นคนบ้าบางครั้งก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด คนบ้าเท่านั้นที่จะได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้โดยไม่มีใครถือสา แล้วเขาก็สารภาพกับทองดีว่าความจริงเขาเองก็ไม่ได้บ้าแต่ในเมื่อมาอยู่โรง พยาบาลแล้วสบายกว่าอยู่ข้างนอกเขาก็เลยแกล้งบ้าเพื่อจะได้อยู่ในนี้ต่อไป และนี่เป็นสาเหตุที่เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ทองดีพยายามจะหลบหนีออกไปจาก ที่นี่ หรือคอยปฏิเสธว่าตัวเองไมได้บ้า เขาเห็นว่าบางทีการยอมรับว่าบ้าเสียก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ลุงหนับไม่รู้เลยว่าคำพูดของเขาจุดประกายให้ทองดีซึ่งมีสติได้ยินคำพูดของ ลุงทั้งหมดคิดจะแกล้งทำเป็นบ้าไปตามที่ลุงหนับทำ โฉมศรีคิดจะไปหลอกใช้ทองดีซึ่งตอนนี้วันๆ ได้แต่นั่งเหม่อ ไม่รู้สึกรู้สมอันใดมาเป็นเครื่องมือแทน โดยเธอคิดจะใช้โอกาสนี้ให้ทุกคนเห็นว่าโกยทองเป็นบุคคลวิกลจริต แล้วก็ทำเป็นเรื่องทางกฏหมายให้โกยทองกลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถแล้วหลัง จากนั้นทรัพย์สมบัติและกิจการต่างๆ ของโกยทองก็จะกลายเป็นของโฉมศรี เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ โฉมศรีซึ่งรู้ดีว่า ผ.อ. นั้นชื่นชอบเธออยู่ไม่น้อย เธอจึงแกล้งทำเป็นหลอกล่อให้ ผ.อ.ช่วยด้วยการสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยทันทีที่ศาลสั่งให้โกยทองกลายเป็น บุคคลวิกลจริตไปแล้ว ผ.อ.ซึ่งหลงรักโฉมศรีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ย่อมอยากจะช่วยให้โฉมศรีพ้นจากผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าของเธออย่างโกยทองมา ได้ เขาสัญญาว่าจะทำให้หมอคนอื่นๆ ลงความเห็นวินิจฉัยว่าโกยทองเป็นบุคคลวิกลจริตไปให้ได้ อาลัยเห็นอาการของทองดีไม่ดีขึ้น และรู้ว่าทองดีกำลังตกเป็นเหยื่อของโฉมศรีก็พยายามจะหาทางช่วยด้วยการแอบ เข้ามาหาทองดีและพยายามจะรื้อฟื้นความจำให้ทองดี ทองดีถือโอกาสนี้บอกความจริงแก่อาลัยว่าเขาไม่ได้บ้าหรือความจำเสื่อมไป อาลัยดีใจมากที่รู้ว่าทองดีปลอดภัยดี ทองดีบอกกับอาลัยว่าเขากำลังมีแผนจะหักหลังโฉมศรี ทองดีขอให้อาลัยช่วยเขาด้วยการทำอะไรบางอย่างให้ ผ.อ.มัวแต่หมกมุ่นเรื่องโกยทองเสียจนแทบจะไม่ใส่ใจงานวันครบรอบการก่อตั้ง โรงพยาบาลซึ่งจะต้องจัดขึ้นทุกปี ในการประชุมเพื่อจัดเตรียมงาน ผ.อ.ยกเรื่องอาการป่วยของโกยทองมาพูดในที่ประชุม และขอให้แพทย์และคณะกรรมการช่วยลงชื่อพิจารณาให้โกยทองเป็นบุคคลวิกลจริต กุหลาบซึ่งแอบชอบ ผ.อ.อยู่ตกลงใจร่วมลงชื่อด้วย แต่ถึงอย่างไรเสียงในที่ประชุมก็เข้าข้างฝ่าย ผ.อ.มากกว่า ทำให้สายใจรู้สึกไม่พอใจจึงตัดสินใจลาออกไป หลังจากลงชื่อไป ต่อมากุหลาบก็ได้มารู้ความจริงว่า ผ.อ.ทำไปเพื่อช่วยเหลือโฉมศรี กุหลาบรู้สึกน้อยใจมาก ส่วนสายใจก็เก็บของย้ายออกจากโรงพยาบาลไป เมื่อเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมัวแต่ไปยุ่งเรื่องโกยทอง ก็มีเพียงแต่พวกคนไข้เท่านั้นที่ตื่นเต้นกับงานด้วยการพากันซ้อมการ แสดงอย่างจริงจังโดยการนำของอาลัย ผ.อ.นำใบรับรองไปให้โฉมศรีและทวงสัญญาเรื่องแต่งงาน โฉมศรีปฏิเสธและบอก ผ.อ.ว่าจริงๆ เธอหลอกใช้ ผ.อ.เป็นเครื่องมือเท่านั้น ผ.อ.ช้ำใจมากที่โฉมศรีไม่ได้รักตนตอบ หลังจากได้ใบรับรองจากแพทย์มาแล้ว โฉมศรีก็ส่งให้ทนายความดำเนินเรื่องตามกฎหมาย โฉมศรีมีแผนว่าจะเปิดเผยตัวจริงของโกยทองในวันงาน เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าโกยทองนั้นบ้าไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงตามตัวสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์งานก่อตั้งโรงพยาบาลอย่างยิ่ง ใหญ่ สื่อมวลชนต่างก็ตื่นเต้นกันมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มหาเศรษฐีโกยทองยอม เปิดเผยตัว

หลงเงาจันทร์

นิติ แต่งงานกับ ทิพย์อาภา โดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่นิติมีคนรักอยู่แล้วคือ ภัสสร แต่ด้วยฐานะที่แตกต่างกัน คุณพงษ์ผู้เป็นบิดาจึงไม่อนุญาตให้ลูกชายแต่งงานกับคนที่ไม่มีสกุลรุนชาติอย่างภัสสร แม้ว่าคุณอารีย์ ผู้เป็นมารดา จะเห็นใจนิติ แต่ไม่สามารถที่จะขัดใจคุณพงษ์ได้
เมื่อนิติแต่งงานได้ไม่นาน จึงรู้ว่าภัสสรกำลังตั้งครรภ์ ชายหนุ่มจึงแอบไปหาภัสสรพร้อมกับส่งเสียเลี้ยงดูจนภัสสรคลอดลูกสาวคือ พิมพ์ชนก คุณพงษ์เห็นว่าทิพย์อาภาแต่งงานกับนิตินานแล้วแต่ยังไม่มีลูก จึงแนะนำให้ทั้งสองไปปรึกษาหมอ

พิมพ์ชนกอายุได้ 3 ขวบ ภัสสรเริ่มป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หญิงสาวรู้ตัวว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก และเธอเองไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ภัสสรจึงบอกกับนิติให้รับลูกไปอุปการะด้วย ถ้าเธอต้องเป็นอะไรไป นิติพาภัสสรไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งกับนิติว่าภัสสรคงมีชีวิตต่อไปไม่นานนัก
นิตินำเรื่องราวของเขากับภัสสรเล่าให้คุณอารีย์ฟัง คุณอารีย์จึงไปเยี่ยมภัสสรที่โรงพยาบาลและสัญญาว่าจะเลี้ยงดูพิมพ์ชนกเป็นอย่างดี ภัสสรขอบพระคุณคุณอารีย์ที่มีเมตตาต่อพิมพ์ชนก คุณอารีย์ให้นิติไปสารภาพกับคุณพงษ์และทิพย์อาภา

เมื่อคุณพงษ์รู้เรื่องทั้งหมดเขาไม่พอใจที่ลูกชายแอบไปมีลูกกับภัสสร แต่ด้วยความที่เห็นแก่หลาน เขาจึงอนุญาตให้นำพิมพ์ชนกเข้ามาอยู่ในบ้านได้ ในขณะที่ทิพย์อาภามีท่าทีเฉยเมยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังจากภัสสรได้จบชีวิตลง พิมพ์ชนกจึงเข้ามาอยู่ในความดูแลของนิติกับทิพย์อาภา คุณอารีย์รู้สึกเอ็นดูหลานสาว ในขณะที่คุณพงษ์แอบมองดูหลานอยู่ห่างๆ แต่ด้วยความน่ารักของพิมพ์ชนกสามารถทำให้คุณพงษ์ใจอ่อนยอมญาติดีกับหลานสาว และแสดงความรักได้อย่างสนิทใจ

ในขณะที่ทุกคนในบ้านกำลังหลงรักเด็กน้อย ทิพย์อาภาได้เริ่มตั้งครรภ์ สร้างความดีใจให้กับนิติรวมทั้งคุณพงษ์และคุณอารีย์เป็นอย่างมาก ในที่สุดทิพย์อาภาได้ให้กำเนิดบุตรสาวคือ เขมจิรา สร้างความตื่นเต้นยินดีแก่ทุกคนในครอบครัว

เด็กทั้งสองเติบโตมาท่ามกลางความรักจากทุกคนในครอบครัว มีเพียงทิพย์อาภาคนเดียวเท่านั้นที่แสดงออกว่าเธอรักและตามใจเขมจิรามากกว่าพิมพ์ชนก เพราะไม่ว่าเขมจิราจะทำผิดหรือถูก ทิพย์อาภามักจะเข้าข้างเขมจิราอยู่เสมอ ทำให้เขมจิรามีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง และชอบโยนความผิดให้พิมพ์ชนกเสมอมา

พิมพ์ชนกรู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของทิพย์อาภา แต่เธอกับเขมจิราก็มีพ่อคนเดียวกัน พิมพ์ชนกจึงมีความรักให้กับเขมจิราอย่างจริงใจ หญิงสาวยอมเป็นเบี้ยล่างของเขมจิรา โดยมีทิพย์อาภาเป็นคนคอยให้ท้ายเขมจิราตลอดเวลาเช่นกัน

หลังเรียนจบหลักสูตรพยาบาล พิมพ์ชนกได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งพร้อมกับริสา เพื่อนรักที่เรียนจบมาด้วยกัน ทั้งสองได้พบกับ อานนท์ แพทย์หนุ่มรูปหล่อประจำโรงพยาบาล เมื่อพบกัน อานนท์รู้สึกถูกชะตาพิมพ์ชนกเป็นอย่างมาก แต่หญิงสาวไม่ได้รู้สึกอะไร ตรงกันข้ามกับริสาก็รู้สึกหลงรักอานนท์ทันทีเมื่อแรกเห็น

เขมจิรากำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หญิงสาวไม่สนใจการเรียน วันๆ ได้แต่ควงผู้ชายไปเที่ยว จนนิติเอือมระอากับพฤติกรรมของลูกสาว เมื่อเห็นผลการเรียนของเขมจิราที่มักจะสอบไม่ผ่าน แต่ทุกครั้งที่นิติว่ากล่าวตักเตือนเขมจิรา ทิพย์อาภาจะต้องคอยออกรับแทน และมักจะพูดประชดพาดพิงไปถึงพิมพ์ชนก เขมจิราไม่ได้เก่งเหมือนพิมพ์ชนกลูกรักของนิติ จึงทำอะไรไม่เคยถูกใจพ่อเลยสักครั้ง

เขมจิราเริ่มออกหนีเที่ยวกลางคืน จนกระทั่งคืนหนึ่งได้พบกับ พลาทิป ด้วยความที่ชายหนุ่มหน้าตาดีและเอาอกเอาใจเขมจิรา หญิงสาวจึงแอบคบหาเป็นแฟนกับชายหนุ่ม โดยที่เธอบอกกับพลาทิปว่าเธอชื่อ พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ ทั้งสองคบหากันจนกระทั่งมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

ธนาคิม หนุ่มนักเรียนนอกลูกชายของ เอมอร ซึ่งเป็นเพื่อนรักของทิพย์อาภา เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากจบการศึกษา ชายหนุ่มเป็นเพื่อนรักกับพลาทิป เมื่อธนาคิมได้พบกับพลาทิป ชายหนุ่มทั้งสองพูดคุยถามถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน พลาทิปเล่าถึงพิมพ์ชนก (เขมจิรา) สุวรรณเวศน์ ว่าเป็นผู้หญิงที่เขารักและกำลังจะแต่งงานด้วย

วันหนึ่งอานนท์มาหาพิมพ์ชนกที่บ้านได้พบกับเขมจิรา หญิงสาวรู้สึกสนใจอานนท์ทันทีเมื่อแรกเห็นจึงเข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่ม อานนท์เองก็รู้สึกถูกใจเขมจิราเช่นกัน เมื่อชายหนุ่มไป เขมจิราจึงมาถามพิมพ์ชนกว่าอานนท์เป็นใคร และถามว่าชายหนุ่มเป็นแฟนกับพิมพ์ชนกหรือเปล่า พิมพ์ชนกปฏิเสธ

เขมจิราตามไปหาอานนท์ที่โรงพยาบาล โดยอ้างว่ามาหาพิมพ์ชนก เมื่อพบกันชายหนุ่มจึงชวนเขมจิราออกไปทานอาหาร เขมจิราแกล้งชวนให้พิมพ์ชนกไปด้วยแต่หญิงสาวปฏิเสธ ริสาแอบมองอานนท์กับเขมจิราที่ออกไปด้วยกัน พิมพ์ชนกจึงถามเพื่อนของเธอว่ารู้สึกอย่างไรกับอานนท์ ริสาพยายามซ่อนความรู้ไว้แต่ด้วยความที่ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน พิมพ์ชนกจึงรู้คำตอบนั่นดี

เมื่อพิมพ์ชนกกลับถึงบ้านจึงบอกกับเขมจิราว่าอานนท์เป็นคนจริงจังกับชีวิต หญิงสาวกลัวว่าถ้าเขมจิราคิดจะควงอานนท์เล่นๆ จะทำให้ชายหนุ่มผิดหวังและเสียใจในภายหลัง เขมจิราไม่สนใจที่พิมพ์ชนกพูด แถมย้อนว่าหญิงสาวคงรู้สึกเสียดายที่อานนท์มาสนใจตนแทนที่จะเป็นพิมพ์ชนก

เขมจิราเริ่มตีตัวออกห่างพลาทิป ชายหนุ่มจึงบุกมาหาหญิงสาวที่บ้าน โดยถามหาพิมพ์ชนก เขมจิราเห็นจึงรีบหลบไป เมื่อพลาทิปกลับไปแล้วเธอจึงรีบโทรศัพท์นัดพลาทิปให้ออกมาพบ เมื่อทั้งสองพบกัน เขมจิราบอกเลิกกับพลาทิป โดยอ้างว่าเธอไม่พร้อมที่จะแต่งงานในตอนนี้ เมื่อชายหนุ่มยืนยันว่าเขาจะรอจนกว่าหญิงสาวเรียนจบ เขมจิราจึงตัดบทว่าเธอไม่ได้รัก พลาทิป

พลาทิปเสียใจมาก กลับถึงบ้านจึงดื่มเหล้าเมายาจนขาดสติ จากนั้นจึงใช้ปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิต พ่อของชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ส่งข่าวธนาคิม ชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวด้วยความตกใจ เมื่อธนาคิมเดิมทางมาถึง พ่อกับแม่พลาทิปจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ก่อนจะเกิดเรื่อง พลาทิปพูดถึงพิมพ์ชนกอย่างคนเพ้อคลั่งเหมือนกับคนอกหัก ธนาคิมเข้าใจในทันทีว่าพิมพ์ชนกต้องบอกเลิกความสัมพันธ์ของเธอกับพลาทิป ทำให้เพื่อนรักเขาต้องเสียใจจนกระทั่งตัดสินใจจบชีวิตลงเช่นนี้

ธนาคิมจดจำชื่อพิมพ์ชนกอย่างไม่มีวันลืม และคิดได้ว่าสักวันถ้าเขามีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชื่อพิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ แล้วเขาจะต้องแก้แค้นแทนพลาทิปให้สาสมกับสิ่งที่หญิงสาวทำกับเพื่อนรักของเขา เขมจิรารู้ข่าวการเสียชีวิตของพลาทิปทางหน้าหนังสือพิมพ์ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่พยายามซ่อนอาการไว้ไม่ให้ใครรู้

ธนาคิมได้พบกับเขมจิราในวันหนึ่ง จากการแนะนำของเอมอรกับทิพย์อาภา เมื่อเขมจิราพบกับชายหนุ่มก็รู้สึกถูกใจ และเมื่อรู้ว่าทิพย์อาภาต้องการให้หญิงสาวหมั้นหมายกับชายหนุ่ม เขมจิราจึงตอบตกลงทันที ส่วนธนาคิมนั้นไม่เต็มใจนักแต่ต้องยอมทำตามความต้องการของเอมอร ที่สำคัญเมื่อเขารู้ว่าคนที่เขาจะหมั้นด้วยนั้นนามสกุล สุวรรณเวศน์ ชายหนุ่มจึงตอบตกลงหมั้นกับเขมจิราในทันที

อานนท์รู้ข่าวจากพิมพ์ชนกว่าเขมจิราจะหมั้นกับธนาคิม ชายหนุ่มจึงมาหาเขมจิราที่บ้านเพื่อถามถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน หญิงสาวบอกว่าเธอรู้สึกกับอานนท์แค่เพื่อนเท่านั้น ชายหนุ่มจึงกลับไปด้วยความเสียใจ พิมพ์ชนกเห็นเหตุการณ์จึงตามไปปลอบใจอานนท์

พิมพ์ชนกตามมาที่บ้านพักของอานนท์ที่โรงพยาบาล เห็นชายหนุ่มกำลังดื่มเหล้าอย่างหนักจึงพยายามพูดเตือนสติอานนท์ อานนท์ระบายความในใจและเล่าความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างเขากับเขมจิราให้พิมพ์ชนกฟังอย่างลืมตัว หญิงสาวรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ และขอร้องให้อานนท์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะเธอกลัวว่าเขมจิราจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ก่อนถึงวันหมั้นของธนาคิมกับเขมจิรา ธนาคิมมาหาเขมจิราที่บ้าน ทำให้ได้พบกับพิมพ์ชนกเป็นคนแรก เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของพิมพ์ชนกจะพักอยู่ที่บ้านพักในโรงพยาบาล เขมจิราแนะนำให้ธนาคิมรู้จักกับพิมพ์ชนก ชายหนุ่มมีท่าทางเหมือนกับรู้จักพิมพ์ชนกมาก่อน เขมจิราใส่ไฟว่าพิมพ์ชนกชื่อดังในหมู่ผู้ชาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ธนาคิมอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

พิมพ์ชนกแปลกใจที่ธนาคิมมีท่าทางเหมือนเคยรู้จักกับเธอ และเมื่อมีโอกาสพบกันตามลำพัง ธนาคิมเข้ามาพูดจาแทะโลมดูถูกพิมพ์ชนก จนหญิงสาวรู้สึกไม่ชอบหน้าชายหนุ่ม และเมื่อถึงงานวันหมั้นของธนาคิมกับเขมจิรา พิมพ์ชนกมากับอานนท์และริสา ธนาคิมเห็นว่าพิมพ์ชนกสนิทสนมกับอานนท์จึงเข้าใจว่าชายหนุ่มคือเหยื่อรายใหม่ของพิมพ์ชนก เขมจิราแสดงท่าทางไม่แยแสอานนท์ แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามบอกให้หญิงสาวทบทวนให้ดีก่อนที่จะรับหมั้นธนาคิม ริสารู้สึกเห็นใจอานนท์มากยิ่งขึ้น

อานนท์เริ่มดื่มเหล้าหนักขึ้นไม่เป็นอันทำงานทำการ ริสาเข้ามาคอยดูแลปลอบใจอานนท์ด้วยความเป็นห่วง และความรักที่มีต่อชายหนุ่ม อานนท์รู้ดีว่าหญิงสาวมีใจให้กับเขา แต่ชายหนุ่มให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน แต่เมื่อริสาเข้ามาในขณะที่อานนท์เกิดความรู้สึกอ่อนไหวและขาดสติ ในที่สุดทั้งสองได้ตกเป็นของกันและกัน ซึ่งริสายินยอมอานนท์ด้วยความเต็มใจ

ริสาตระหนักดีว่าอานนท์ไม่สามารถที่จะลืมเขมจิราได้ แต่หญิงสาวหวังว่าสักวันความรักความจริงใจที่มีให้กับชายหนุ่มคงจะสามารถเยียวยารักษาแผลใจให้กับอานนท์ได้ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับอานนท์ ชายหนุ่มมีท่าทีเฉยชาและเริ่มตีตัวออกห่างในขณะที่ริสาพยายามเข้าไปใกล้ชิดอานนท์มากยิ่งขึ้น

เมื่อได้รับการปฏิเสธจากอานนท์ทำให้ริสารู้สึกเสียใจ พิมพ์ชนกนั้นรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนเธอ หญิงสาวจึงเข้ามาปลอบใจและให้กำลังใจว่าสักวันอานนท์คงจะรู้เองว่าใครที่รักเขามากที่สุดและที่สำคัญเขมจิราน้องสาวของเธอไม่เหมาะกับชายหนุ่มที่ดีอย่างอานนท์

ธนาคิมมีโอกาสได้พบกับพิมพ์ชนกอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มต้องมาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในโรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่ หญิงสาวพยายามหลบหน้าธนาคิมเพราะไม่ต้องการต่อปากต่อคำกับชายหนุ่ม และที่สำคัญขณะนี้ธนาคิมเป็นคู่หมั้นของเขมจิรา

เขมจิราเริ่มรู้สึกว่าธนาคิมให้ความสนใจพิมพ์ชนก หญิงสาวจึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับทิพย์อาภา พิมพ์ชนกจึงถูกแม่เลี้ยงมาต่อว่า หญิงสาวยืนยันว่าเธอไม่ได้สนิทสนมกับธนาคิมอย่างที่เขมจิราเข้าใจ นิติเข้ามาเตือนสติภรรยาว่าพิมพ์ชนกไม่ทำอะไรอย่างที่ทิพย์อาภากล่าวหาอย่างแน่นอน และบอกว่าเมื่อเขมจิราเรียนจบเมื่อไหร่เขาจะรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ทิพย์อาภาจะได้สบายใจ

หลังจากเขมจิราจบการศึกษาได้ไม่นาน เอมอรกับทิพย์อาภาจึงปรึกษากันเรื่องงานแต่งงานของลูกๆ แม้ว่าคุณพงษ์กับคุณอารีย์จะทักท้วงว่าเขมจิรายังไม่สมควรที่จะแต่งงานในขณะนี้ เพราะเพิ่งจบการศึกษาและยังไม่มีงานทำ แต่เขมจิรายืนยันกับปู่และย่าว่าเธอต้องการแต่งงานกับธนาคิมให้เร็วที่สุด

ในที่สุดจึงได้กำหนดวันงานมงคลสมรสของทั้งสอง ธนาคิมพาเขมจิราตระเวนแจกการ์ดตามบ้านญาติผู้ใหญ่ต่างๆ เขมจิราดีใจที่จะได้แต่งงานกับธนาคิม หญิงสาวเข้าไปบอกกับพิมพ์ชนกว่าไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้ธนาคิมมาหลงเสน่ห์คนอย่างพิมพ์ชนก และถ้าหาใครไม่ได้เธอยินดียกอานนท์ให้พิมพ์ชนกไว้เป็นคู่ควง พิมพ์ชนกยืนยันกับเขมจิราว่าเธอไม่เคยมีความคิดอย่างที่เขมจิ
รากล่าวหา

ก่อนวันงานแต่งงานของธนาคิมกับเขมจิรา ธนาคิมต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อเคลียร์งานเขียนโปรแกรมของโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำค้างอยู่ เพราะหลังจากแต่งงานแล้วเขมจิราขอร้องให้เขาพาไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศ เมื่อเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ รถของชายหนุ่มที่ขับมาประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ เอมอรได้รับโทรศัพท์จากทางตำรวจแจ้งว่าธนาคิมประสบอุบัติเหตุ เธอจึงแจ้งให้ตำรวจนำตัวชายหนุ่มส่งโรงพยาบาลที่พิมพ์ชนกทำงานอยู่

เอมอรจึงรีบเดินทางตามมาที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงได้รับแจ้งจากอานนท์ว่าธนาคิมต้องทำการผ่าตัดเนื่องจากมีเลือดออกในสมอง อานนท์บอกกับเอมอรว่าจะช่วยเหลือธนาคิมอย่างเต็มความสามารถ

นิติ ทิพย์อาภา และเขมจิรา รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับข่าวจากพิมพ์ชนกหลังการผ่าตัดแล้วธนาคิมอาจจะมีอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่มีเลือดออกในสมอง เขมจิราโวยวายใส่อานนท์ว่าฝีมือไม่ถึงทำให้คนรักของเธอต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ พิมพ์ชนกและริสาพยายามอธิบายกับเขมจิราว่าอานนท์ได้ช่วยเหลือธนาคิมอย่างสุดความสามารถแล้ว

หลังจากธนาคิมรู้สึกตัวและอาการดีขึ้น ชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่มีความรู้สึกทางซีกซ้าย อานนท์จึงอธิบายให้ธนาคิมฟังว่า ชายหนุ่มเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซึกทำให้ไม่มีความรู้สึก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการที่มีเลือดออกในสมอง แต่ธนาคิมมีโอกาสที่จะหายเป็นปกติถ้าได้รับการดูแลรักษาตลอดจนการทำกายภาพบำบัดถูกวิธี ธนาคิมเสียใจที่เขาต้องกลับกลายมาเป็นคนพิการ พิมพ์ชนกเข้ามาปลอบใจ แต่ธนาคิมย้อนหญิงสาวว่าที่จริงแล้วเธอคอยจ้องจะสมน้ำหน้าเขาต่างหาก หญิงสาวไม่เข้าใจที่ชายหนุ่มพูด

เขมจิรารับไม่ได้ที่ต้องแต่งงานกับคนพิการอย่างธนาคิม นิติกับทิพย์อาภาบอกว่าธนาคิมต้องหายเป็นปกติอย่างแน่นอน โดยบอกกับเอมอรว่าจะขอเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน เขมจิราบอกว่าเธอจะไม่อยู่รอธนาคิม ถ้าชายหนุ่มต้องพิการตลอดชีวิตเธอก็จะถอนหมั้น นิติไม่เข้าใจว่าทำไมเขมจิราถึงได้กลายเป็นคนที่มีจิตใจเช่นนี้

เอมอรขอร้องให้นิติกับทิพย์อาภา ช่วยพูดกับพิมพ์ชนก โดยขอให้หญิงสาวรับเป็นคนดูแลธนาคิมหลังจากที่ชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาล เพราะพิมพ์ชนกเป็นพยาบาลสามารถดูแลธนาคิมได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเธอไม่ไว้ใจคนอื่นที่จะมาดูแลธนาคิม พิมพ์ชนกชี้แจงกับเอมอรว่าเธอต้องทำงาน เอมอรจึงบอกให้พิมพ์ชนลาออกจากโรงพยาบาล และเธอจะให้เงินเดือนเป็นสองเท่าที่หญิงสาวได้รับ เมื่อธนาคิมหายเป็นปกติแล้ว เธอจะฝากให้พิมพ์ชนกกลับเข้าทำงานในโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง

พิมพ์ชนกจำยอมต้องรับหน้าที่ดูแลธนาคิม โดยไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าที่ชายหนุ่มจะหายเป็นปกติ เมื่อธนาคิมออกจากโรงพยาบาล พิมพ์ชนกจึงตามมาอยู่ที่บ้านของชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขมจิราตามมาส่งธนาคิมที่บ้านก่อนจะกลับออกไปเขมจิราเข้าไปพูดกับพิมพ์ชนกว่า ขณะนี้คงสมใจพิมพ์ชนกแล้ว เพราะดูท่าทางจะรอโอกาสนี้มานาน และที่สำคัญเขมจิราบอกว่าเธอขอยกธนาคิมให้กับพิมพ์ชนก เพราะคนพิการอย่างธนาคิมก็เหมาะกับเมียพยาบาลอย่างพิมพ์ชนกราวกับกิ่งทองใบหยก เอมอรเข้ามาได้ยินเขมจิราพูดจึงเกิดความรู้สึกไม่ชอบหญิงสาวที่มีท่าทางรังเกียจลูกชายของเธออย่างออกนอกหน้า

ธนาคิมเริ่มอาละวาดใส่พิมพ์ชนกเมื่ออยู่กันตามลำพัง หญิงสาวต้องใช้ความอดทนกับอารมณ์ที่แปรปรวนของชายหนุ่ม พิมพ์ชนกเข้าใจดีว่าธนาคิมต้องรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ หญิงสาวพยายามพูดให้กำลังใจ และขอร้องให้ชายหนุ่มตั้งใจในการทำกายภาพบำบัด

เขมจิราเริ่มหันกลับมาคบกับอานนท์ ริสารู้สึกเสียใจมากที่อานนท์ยังไม่สามารถตัดใจจากเขมจิราได้ ทิพย์อาภาเตือนสติเขมจิราว่าเธอเป็นคู่หมั้นของธนาคิมไม่ควรจะไปสนิทสนมกับผู้ชายอื่น แต่หญิงสาวยืนยันว่าชีวิตเป็นของเธอ ฉะนั้นเธอพอใจที่จะคบหาใครก็ได้ นิติโทษทิพย์อาภาที่ตามใจลูกจนเสียคน คุณพงษ์กับคุณอารีย์บอกให้ทั้งสองช่วยกันทำให้เขมจิรากลับมาเป็นคนดีมีความคิดให้ได้

เมื่อพิมพ์ชนกอยู่ดูแลธนาคิมเป็นระยะเวลานาน หญิงสาวเริ่มรู้สึกสงสารชายหนุ่มเพราะเขมจิราไม่เคยมาเยี่ยมธนาคิมอีกเลย ชายหนุ่มเริ่มเห็นความดีของพิมพ์ชนก แต่ภาพภายนอกยังคงแสดงความเกี้ยวกราดกับหญิงสาวตลอดเวลา และเมื่ออานนท์มาหาพิมพ์ชนกที่บ้านธนาคิม ชายหนุ่มยิ่งแน่ใจว่า พิมพ์ชนกกำลังคบหาอยู่กับอานนท์ จึงเกิดความไม่พอใจที่พิมพ์ชนกไม่รู้สึกผิดกับการที่ทำให้พลาทิปต้องตาย

ในที่สุดธนาคิมหายเป็นปกติ พิมพ์ชนกจึงบอกกับเอมอรว่าเธอจะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลตามที่เอมอรบอกเธอไว้ เอมอรขอบคุณที่พิมพ์ชนกดูแลธนาคิมกลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณหญิงสาวอย่างเสียไม่ได้ พิมพ์ชนกรู้สึกน้อยใจที่ธนาคิมไม่เคยเห็นความดีของเธอเลย

อานนท์ยื่นเรื่องขอให้ทางโรงพยาบาลรับพิมพ์ชนกกลับเข้าทำงานอีกครั้ง เขมจิรารู้ข่าวว่าธนาคิมหายเป็นปกติจึงรีบมาหาชายหนุ่มพร้อมกับบอกว่าเธอยังรักธนาคิมอยู่ และบอกว่าเธอจะจัดงานแต่งงานทันทีที่ธนาคิมพร้อม ชายหนุ่มบอกขอให้เขมจิรารอไปก่อนเพราะขณะนี้เขายังไม่พร้อม

อานนท์ เห็นว่าเขมจิราจะทิ้งเขากลับไปหาธนาคิมอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มเกิดความแค้น จึงต้องการนำเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเขมจิราไปบอกกับธนาคิม ริสาพยายามเตือนสติอานนท์ว่า ถ้าเขารักเขมจิราจริงก็ควรจะปล่อยหญิงสาวได้อยู่กับคนที่เขารัก เพราะความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการเสียสละและยินดีกับความสุขของคนที่เรารัก อานนท์เริ่มหันกลับมาทบทวนและเริ่มที่จะคิดได้ว่าใครที่รักเขาอย่างจริงใจ

เอมอรไม่พอใจที่เขมจิราหันกลับมาคบกับธนาคิมอีกครั้ง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากธนาคิมยืนยันที่จะคบกับเขมจิราต่อไป เขมจิราควงมากับธนาคิมเพื่อมาขอบคุณพิมพ์ชนกที่ดูแลธนาคิมจนหายเป็นปกติ พิมพ์ชนกจึงอวยพรธนาคิมกับเขมจิราให้มีความสุขในวันแต่งงานที่จะมาถึง ส่วนเธอก็จะมีข่าวดีกับอานนท์เร็วๆ นี้เช่นกัน

พิมพ์ชนกลงจากเข้าเวรกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ธนาคิมมาจอดรถดักรอหญิงสาวในขณะที่จะเดินกลับบ้าน เมื่อพบกันชายหนุ่มบอกกับพิมพ์ชนกว่า นิติป่วยหนัก ทิพย์อาภาให้เขามารับหญิงสาวเพื่อกลับไปดูอาการของนิติ ด้วยความตกใจพิมพ์ชนกจึงรีบขึ้นรถไปกับธนาคิม จึงไม่เห็นว่าริสาเดินตามเธอมา

แทนที่ธนาคิมจะพาพิมพ์ชนกกลับบ้าน เขากลับพาหญิงสาวมาบ้านลูกน้องคนหนึ่งของเขาที่ชานเมือง เมื่อมาถึงธนาคิมลากตัวหญิงสาวให้เข้าไปในบ้านและเริ่มต่อว่าหญิงสาวว่า ชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงรัก แต่สุดท้ายก็ทำให้ผู้ชายเหล่านั้นต้องผิดหวัง พิมพ์ชนกพยายามอธิบายว่าไม่เคยทำอะไรอย่างที่ธนาคิมกล่าวหา

เมื่อธนาคิมได้ฟังคำอธิบายทำให้เกิดอารมณ์แค้นมากขึ้น ชายหนุ่มจึงใช้กำลังปลุกปล้ำหญิงสาว พิมพ์ชนกพยายามต่อสู้ดิ้นรนขัดขืน แต่ในที่สุดหญิงสาวไม่สามารถสู้กำลังของชายหนุ่มได้ พิมพ์ชนกจึงตกเป็นของธนาคิม ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าพิมพ์ชนกไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ธนาคิมรู้สึกผิดที่หักหาญน้ำใจของหญิงสาว

พิมพ์ชนกไม่เข้าใจว่าทำไมธนาคิมจึงทำเช่นนี้กับเธอ ธนาคิมพยายามขอโทษในสิ่งที่เขาทำลงไป หญิงสาวบอกว่าถ้าการที่ธนาคิมทำร้ายเธอ เพราะคิดว่าเธอเคยทำผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม เธอขอยอมรับผิดในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคืออะไร พิมพ์ชนกขอให้ธนาคิมลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และรีบพาเธอกลับไปส่งที่บ้านพักก่อนที่ใครจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้

พิมพ์ชนกกลับมาพบกับริสา ด้วยความอัดอั้นตันใจหญิงสาวจึงตรงเข้ากอดเพื่อนและร้องไห้อย่างหนักหน่วง ริสาพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเธอ แต่เมื่อเห็นว่าพิมพ์ชนกไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังได้ เธอจึงได้แต่ปลอบใจและบอกพิมพ์ชนกว่าถ้ามีเรื่องใดให้เธอ ช่วยขอให้บอกกับเธอทันที

พิมพ์ชนกบอบช้ำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนล้มป่วย ริสาเข้ามาคอยดูแลหญิงสาว พิมพ์ชนกกำชับไม่ให้ริสาบอกเรื่องนี้กับคนทางบ้าน ธนาคิมรู้ข่าวจึงรีบมาเยี่ยมหญิงสาวที่โรงพยาบาล ได้พบกับริสา หญิงสาวเล่าว่าพิมพ์ชนกป่วยมาหลายวันแล้วแต่ไม่ยอมให้บอกทางบ้าน เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์ส่งข่าวให้ธนาคิมรู้

เมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพังธนาคิมจึงบอกเขาขอรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป พิมพ์ชนกยืนยันว่าไม่จำเป็นเพราะเธอกับอานนท์กำลังจะแต่งงานกัน ธนาคิมจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง เมื่อชายหนุ่มอยู่ตามลำพังจึงเกิดความรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง จึงรีบตรงไปที่บ้านพ่อกับแม่ของพลาทิป

เมื่อธนาคิมไปถึงจึงถามพ่อกับแม่พลาทิปว่า เคยเห็นผู้หญิงคนรักของพลาทิปบ้างหรือเปล่า แม่เล่าให้ธนาคิมฟังว่าก่อนหน้านั้นพลาทิปเคยพาหญิงสาวที่มีนามว่าพิมพ์ชนกมาแนะนำให้รู้จักพ่อของพลาทิปจึงไปค้นรูปที่ลูกชายถ่ายคู่กับสาวคนรักมาให้ธนาคิมดู

ธนาคิมเห็นหน้าผู้หญิงในภาพที่ยืนคู่กับพลาทิป ชายหนุ่มรู้สึกตกใจถึงกับเข่าอ่อน เพราะผู้หญิงในภาพคือเขมจิราคู่หมั้นของเขานั่นเอง ชายหนุ่มเข้าใจในทันทีว่าเขมจิราคงบอกกับพลาทิปตลอดเวลาว่าเธอคือพิมพ์ชนก ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดมากขึ้นที่ทำร้ายพิมพ์ชนกมาโดยตลอด

ริสารู้ว่าพิมพ์ชนกมีใจให้กับธนาคิม แต่พิมพ์ชนกปฏิเสธว่าเธอไม่เคยเห็นธนาคิมอยู่ในสายตา ริสาบอกว่าถ้าพิมพ์ชนกรู้สึกอย่างไรก็ควรทำตามที่ใจปรารถนา เพราะเขมจิราไม่เหมาะที่จะเป็นคู่ชีวิตของธนาคิม พิมพ์ชนกจึงพูดด้วยความโกรธว่าผู้ชายเลวๆอย่างธนาคิมก็เหมาะสมแล้วที่จะอยู่กับเขมจิรา ริสาจึงบอกว่าด้วยเหตุนี้พิมพ์ชนกจึงอ้างว่าจะแต่งงานกับอานนท์ เพื่อต้องการกันตัวเองจากธนาคิม พิมพ์ชนกกล่าวขอโทษเพื่อนสาวที่เธออ้างเหตุผลแบบนั้น

ริสานำเรื่องของพิมพ์ชนกกับธนาคิเล่าให้อานนท์ฟัง อานนท์รู้สึกเห็นใจธนาคิมจึงรีบไปหาพร้อมกับอธิบายเรื่องราวระหว่างเขากับพิมพ์ชนกให้ฟัง และยืนยันว่าเขากับหญิงสาวเป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกัน และไม่เคยมีแผนที่จะแต่งงานกันแต่อย่างใด ที่สำคัญคนที่เขารักและต้องการจะแต่งงานด้วยมีเพียงริสาคนเดียวเท่านั้น

เมื่อธนาคิมเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาจึงมาหาพิมพ์ชนกที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อปรับความเข้าใจพร้อมกับสารภาพเรื่องราวที่เขาเข้าใจผิดหญิงสาว และยืนยันว่าเขาต้องการจะแต่งงานกับพิมพ์ชนก หญิงสาวต่อว่าที่ธนาคิมตัดสินลงโทษเธอก่อนที่จะรู้ความจริงเป็นอย่างไร พิมพ์ชนกยืนยันว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักอย่างเด็ดขาด ธนาคิมจึงสารภาพกับพิมพ์ชนกว่าเขารักเธอตั้งแต่วันแรกที่พบกัน แต่ด้วยความแค้นที่มีเขาจึงต้องแสดงออกเช่นนั้น

เขมจิราเข้ามาได้ยินที่ธนาคิมสารภาพรักกับพิมพ์ชนก จึงกลับออกไปด้วยความแค้น หญิงสาวตรงไปที่ผับที่เธอชอบไปดื่มเหล้าเป็นประจำ เขมจิราจ้างเด็กเสิร์ฟที่เธอสนิทให้ติดต่อกับพวกมิจฉาชีพให้เธอ เมื่อเธอติดต่อคนร้ายได้แล้วจึงนำรูปของพิมพ์ชนกให้คนร้ายดูและสั่งคนร้ายให้จับตัวพิมพ์ชนกไปข่มขืน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอจะจ่ายเงินให้เป็นค่าตอบแทน

หลังจากออกเวรกลางคืน พิมพ์ชนกได้รับโทรศัพท์จากเขมจิราให้กลับมาที่บ้านเพราะทิพย์อาภามีเรื่องสำคัญที่จะปรึกษาด้วย หญิงสาวจึงรีบขับรถกลับบ้าน ธนาคิมมาหาพิมพ์ชนกที่โรงพยาบาลพบกับริสา หญิงสาวบอกว่าพิมพ์ชนกขับรถออกไปสักครู่เพราะเห็นว่ามีธุระด่วนที่บ้าน ชายหนุ่มจึงรีบขับรถตามพิมพ์ชนกออกไป

เมื่อพิมพ์ชนกขับรถมาถึงระหว่างทางเข้าบ้านมีรถจอดขวางทางอยู่ พิมพ์ชนกจึงต้องจอดรถระหว่างนั้นคนร้ายสามคนช่วยกันลากตัวหญิงสาวขึ้นรถขับออกไป ธนาคิมตามมาทันเหตุการณ์จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจพร้อมกับบอกทะเบียนรถและทิศทางที่คนร้ายกำลังมุ่งหน้าไป ก่อนที่จะรีบขับรถตามรถคนร้ายไป

คนร้ายเห็นด่านตรวจของตำรวจ จึงจอดรถไว้ข้างทางก่อนจะลากตัวพิมพ์ชนกเข้าไปในป่าข้างถนน ธนาคิมขับรถตามมาทันจึงเข้าไปต่อสู้กับคนร้าย ชายหนุ่มพลาดท่าถูกคนร้ายยิงจนล้มลง เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ตำรวจตามมาที่เกิดเหตุได้ทันเวลา ทำให้สามารถช่วยเหลือพิมพ์ชนกและธนาคิมได้อย่างปลอดภัย พิมพ์ชนกรีบขับรถของธนาคิมพาชายหนุ่มไปส่งโรงพยาบาล คนร้ายทั้งหมดถูกตำรวจจับ

คนร้ายให้การกับตำรวจว่าได้รับการว่าจ้างมาจากเขมจิรา ตำรวจจึงนำกำลังไปจับเขมจิราที่บ้าน เมื่อทุกคนในบ้านเห็นตำรวจมาที่บ้านกลางดึกจึงพากันตกใจ เขมจิราคิดว่าตำรวจคงมาแจ้งเรื่องของพิมพ์ชนกจึงไม่เฉลียวใจแต่อย่างใด

เมื่อตำรวจพบกับเขมจิราจึงตรงเข้าจับกุมหญิงสาวพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ทิพย์อาภาเป็นลมหมดสติเมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมด เขมจิราตกใจจนเสียสติแผดเสียงร้องไห้สลับกับหัวเราะวิ่งหนีไป ตำรวจรีบตามกันออกไปเพื่อจับตัวหญิงสาว

เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย ธนาคิมได้รับการช่วยเหลือจากอานนท์จนปลอดภัย พิมพ์ชนกรู้ใจตัวเองว่ารักธนาคิมและให้อภัยเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด เขมจิรามีอาการทางประสาทจึงถูกส่งตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา นิติ ทิพย์อาภา คุณพงษ์ คุณอารีย์ รวมทั้งพิมพ์ชนกไปเยี่ยมหญิงสาวที่โรงพยาบาล ทิพย์อาภารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขอให้พิมพ์ชนกยกโทษให้เธอ หญิงสาวยืนยันว่าเธอรักและเคารพทิพย์อาภาเหมือนแม่แท้ๆ ของเธอ ส่วนเขมจิราเธอให้อภัยทุกอย่าง เพราะหญิงสาวก็ถือว่าเป็นน้องคนเดียวของเธอ

เอมอรมาสู่ขอพิมพ์ชนกจากทิพย์อาภา ธนาคิมบอกกับทุกคนว่าเขาต้องการแต่งงานกับพิมพ์ชนกให้เร็วที่สุด อานนท์กับริสามาแสดงความยินดีกับธนาคิมและพิมพ์ชนก ทั้งสองกล่าวขอบคุณและอวยพรให้อานนท์กับริสามีความสุขสมหวังและรักกันตลอดไป ธนาคิมสัญญากับพิมพ์ชนกว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาจะอยู่ดูแลหญิงสาวตราบจนกว่าจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องจากกัน พิมพ์ชนกบอกว่าคงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ เกิดกับทั้งสองอีกต่อไปแล้ว นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดกับหัวใจของทั้งสองที่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป

นักแสดงละคร หลงเงาจันทร์
สเตฟาน สันติ วีระบุญชัย แสดงเป็น ธนาคิม
กบ สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น พิมพ์ชนก

หลงเงาจันทร์ 2562

หลงทางรัก

หลงทางรัก เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ เลอลักษมี เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณสุรัสวดี ด้วยความที่เป็นที่รักของพ่อแม่และปู่ซึ่งเป็นมหาเศรษฐี ทำให้เธอเติบโตมาเป็นคนที่จู้จี้เจ้าระเบียบและเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างยิ่ง เลอลักษมีมีเลขาส่วนตัวชื่อ พิเภก ซึ่งเป็นผู้ชายที่กระตุ้งกระติ้ง และคนสนิทชื่อ อรอุมา ซึ่งเป็นคนสวยเรียบร้อยใจดี หลังจากที่คุณปู่เสียชีวิต ก็ได้เขียนพินัยกรรมพร้อมระบุว่ามรดก 800 ล้าน จะเป็นของเลอลักษมี และอมรเทพ ญาติผู้พี่ของเธอ เมื่อทั้งสองแต่งงานกันภายใน 1 ปี หลังจากเปิดพินัยกรรม แต่ถ้าทั้งสองไม่แต่งงานกัน เลอลักษมีจะได้สมบัติครึ่งหนึ่ง ส่วนอมรเทพจะไม่ได้อะไรเลย คุณอารมณ์ พ่อของอมรเทพไม่พอใจมาก เพราะรู้ว่าคุณสุรัสวดีและเลอลักษมีทั้งๆ ที่เขาและอรอุมาแอบชอบกันอยู่ วันหนึ่งเลอลักษมีอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดจึงชวนอมรเทพ อรอุมา พิเภก และบรรดาคนใช้ไปด้วย แม้ทุกคนจะเบื่อหน่ายในความเรื่องมากของเลอลักษมีแต่ก็ขัดไม่ได้ ทิว เป็นชายหนุ่มพ่อหม้ายลูกสาม และเป็นเจ้าของฟาร์มโคนมแห่งเดียวในจังหวัด เขามีเพื่อนสนิทคือ หมอวิเศษ สัตวแพทย์ประจำตำบล ซึ่งเป็นคนสนุกสนานร่าเริง โต้ง ตั้ว และต่าย ลูกทั้งสามของทิวจึงติดลุงหมอกันมาก เมื่อมาถึงต่างจังหวัด เลอลักษมีก็ได้ใช้เงินเพื่อเช่าบ้านในไร่แห่งหนึ่ง ด้วยความที่ไม่เคยอาบน้ำบาดาล ทำให้เธอคันตัวมาก พิเภกจึงอาสาที่จะไปหาน้ำนมมาให้อาบแทน เพราะรู้ว่าละแวกนี้มีฟาร์มโคนมอยู่แห่งหนึ่ง พิเภกพยายามจะใช้เงินซื้อนมจากฟาร์มของทิว แต่เขาไม่ยอม เพราะต้องส่งเจ้าประจำแถมไม่พอใจที่จะนำน้ำนมที่มีค่าไปใช้อาบ แต่พอดีหมอวิเศษมาบอกให้ขายเพราะโรงงานเจ้าประจำเครื่องผลิตนมเสีย ทิวจึงยอมขาย ขณะที่ไปส่งนม คนงานส่งนมขาดไปหนึ่งคน ทิวจึงยกไปส่งโดยที่ไม่รู้ว่าเลอลักษมีกำลังอาบน้ำอยู่ เลอลักษมีโกรธมาก ส่งให้คนซ้อมทิวจนสะบักสะบอม พิเภกเห็นจึงอธิบายว่าทิวคือเจ้าของฟาร์ม เลอลักษมีจึงขอโทษและจะใช้เงินค่ารักษาพยาบาล แต่ทิวโกรธมากและปฏิเสธไป แถมให้เงินเลอลักษมีอีก 5 บาทโดยบอกว่าให้เพราะได้ดูโชว์จ้ำบ๊ะฟรี เมื่อทิวกลับมาถึงบ้านในสภาพฟกช้ำดำเขียว บรรดา โต้ง ตั้วและต่าย โกรธมาก และคิดแก้แค้นเลอลักษมีแทนพ่อ วันต่อมาพิเภกมาขอซื้อนมอีก ทิวยอมขายเพราะลูกๆ อ้อนวอน ความจริงแล้วเด็กๆ แอบใส่หมามุ่ยลงไปในถังนม ทำให้เลอลักษมีคันไปทั้งตัว ด้วยความโกรธเธอจึงขับรถออกมาจากที่พักตามลำพัง โดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากอมรเทพ รถยนต์ที่เลอลักษมีขับเกิดเบรกแตกทำให้รถตกเขา พวกอมรเทพรีบมาที่ฟาร์มของทิวเพราะคิดว่าเลอลักษมีมาที่นั่นแต่ก็ไม่พบอะไร ทิวเริ่มห่วงว่าเลอลักษมีจะประสบอันตราย โต้ง ตั้ว และต่ายต้องไปเรียนพิเศษกับครูพิมพา เป็นประจำ เด็กๆ ไม่ชอบครูพิมพาเพราะทั้งดุ เจ้าระเบียบและที่สำคัญเธอแอบชอบทิวอยู่ เวลาที่ทิวมารับเด็กๆ ก็จะพูดจาอ่อนหวาน และให้การบ้านเด็กๆ มากๆ เพื่อถ่วงเวลาให้ทิวอยู่คุยกับตนนานๆ หลังจากเรียนพิเศษเสร็จ เด็กๆ กลับบ้านได้เจอกับดาว ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่ด้วง นำปิ่นโตมาให้ทิว แถมทำตาหวานให้ทิวอีก เด็กๆ หมั่นไส้จึงแอบเจาะยางรถจักรยานของดาว หมอวิเศษซึ่งชอบดาวอยู่จึงอาสาไปส่งพร้อมช่วยปะยางให้ ผู้ใหญ่ดวงชอบในตัวหมอมาก แต่ดาวไม่สนใจหาว่าอยู่กับสัตว์จนขนเยอะเหมือนลิง คนงานในไร่ของทิวพบว่ามีซากรถตกเขาอยู่ ทิวจึงรีบโทรบอกอมรเทพให้มาดู แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่อมรเทพไม่ค่อยใส่ใจกับการหายตัวไปของเลอลักษมีนัก เมื่อคุณสุรัสวดีรู้ว่าลูกหายก็เป็นห่วงมาก รีบตามมาพร้อมคุณระเด่น ทนายความเพราะกลัวว่าอมรเทพจะฮุบสมบัติแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเลอลักษมี สุรัสวดีจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ ฝ่ายเลอลักษมีหลงทางอยู่ในป่า จนมีคนไปพบและพาส่งอนามัยตำบลในสภาพของคนความจำเสื่อม ป้าหอมแม่บ้านของทิวได้ลากลับไปทำธุระที่บ้าน ทำให้เด็กๆ และทิวต้องทำงานบ้านกันเอง พอดีต่ายปวดท้องขึ้นมา ทิวจึงพาไปหาหมอที่อนามัย และได้เจอกับเลอลักษมีโดยบังเอิญ เขาแปลกใจมากที่เลอลักษมีดูสงบเสงี่ยมไม่โวยวายใส่เขาเหมือนเดิม จึงได้รู้ภายหลังว่าเธอความจำเสื่อม ทิวจึงคิดแก้เผ็ดโดยจะให้เธอมาอยู่บ้านเขาในตอนที่ป้าหอมไม่อยู่ โดยให้ทำงานบ้านเพื่อดัดนิสัยเย่อหยิ่ง ลูกๆ เห็นด้วยกับความคิดของทิว ทิวจึงไปที่อนามัยพร้อมบอกว่าเลอลักษมีเป็นภรรยาของเขาชื่อ เตือนใจ พร้อมนำรูปถ่ายและบอกตำหนิไฝในร่างกายของเธอได้หมด เพราะเคยเห็นตอนที่เธออาบน้ำ เลอลักษมีแปลกใจมาก เพราะเธอไม่คุ้นกับฟาร์มและเด็กๆ แต่เมื่อทิวและเด็กๆ ยืนยันว่าเธอเป็นเมียและแม่ เลอลักษมีจึงยอมรับสภาพแต่โดยดี ทิวและเด็กๆ เริ่มให้เลอลักษมีทำงานบ้านและอาหาร เธอรู้สึกเหนื่อยมากแต่เพื่อลูกๆ ที่น่ารักและสามี เธอจึงยอมหัดทำอาหาร ดาวแวะมาหาทิว และได้รู้ว่าเขามีเมียก็แปลกใจ แถมเด็กๆ จอมแสบก็ยอมรับในตัวเลอลักษมีอีกด้วย ดาวจึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าเลอลักษมีคือเตือนใจเมียของทิว เธอเสียใจแต่ก็ได้หมอวิเศษคอยอยู่ปลอบใจ ฝ่ายครูพิมพาเห็นว่าเด็กๆ ขาดเรียนไปหลายวันจึงมาตามไปเรียนก็ได้พบเด็กๆ กำลังล้างรถกับเลอลักษมีอย่างสนุกสนาน เธอทำเป็นดุเด็กๆ ว่าสกปรก แต่เมื่อเลอลักษมีแสดงตัวว่าเป็นเมียของทิวและแม่ของเด็กๆ ก็ทำให้ครูพิมพาหน้าแตกกลับไป เด็กๆ เริ่มประทับใจในตัวเลอลักษมีที่ปกป้องพวกเขาได้ หลังที่เลอลักษมีทำงานติดต่อกันหลายวันก็ป่วย ทิวและเด็กๆ เริ่มสงสารจึงให้พักและช่วยกันทำงานบ้านเอง เลอลักษมีซึ้งใจมากที่ลูกๆ ห่วงใยเธอ เลอลักษมีได้ล้างรถให้ทิวก็ได้พบชุดชั้นในราคาแพง แต่เธอจำไม่ได้ว่าเป็นของเธอเอง จึงคาดคั้นกับทิวเพราะคิดว่าเขามีผู้หญิงซ่อนไว้ ทิวจึงโบ้ยว่าหมอวิเศษซื้อมาฝากดาวแต่ไม่กล้าให้ นั่นทำให้หมอวิเศษต้องตกบันไดพลอยโจน ต้องนำชุดชั้นในไปให้ดาว และเสี่ยงกับการโดนตบเพราะทะลึ่ง แต่เรื่องกลับตาลปัตร ดาวเริ่มชอบในตัวหมอวิเศษที่คุยสนุก และจริงใจกับเธอ ที่กรุงเทพฯ คุณสุรัสวดีให้จ้อยและศักดิ์ 2 คนคุ้มกันเลอลักษมีไปตามหาลูกสาวของเธอ โดยให้รางวัล 1 ล้านบาท พิเภกได้ยินพอดีจึงนำเรื่องนี้ไปบอกอมรเทพ เขาจึงถ่วงเวลา 2 สมุน โดยให้เหล้าไปเลี้ยงฉลอง ทั้งๆ ที่อมรเทพก็เป็นห่วงเลอลักษมี แต่ก็ขยาดความเอาแต่ใจของเธอ รวมทั้งไม่อยากแต่งงานด้วย ป้าหอมใกล้จะเดินทางกลับ ทิวจึงให้หมอวิเศษไปรับหน้าและอธิบายเรื่องเลอลักษมี ทิวไม่สบายใจบอกกับลูกๆ ว่าจะบอกความจริงกับเลอลักษมีและส่งเธอกลับบ้าน พวกเด็กๆ ไม่ยอม ทำให้เลอลักษมีสงสัยว่าลูกๆ มีแผนอะไร ขณะที่หมอวิเศษจอดรถคุยกับป้าหอมนั้น ผู้ใหญ่ดวงคิดว่าคุยกับผู้หญิงจึงไปบอกดาว เธองอนหมอวิเศษจึงให้ทิวช่วยไกล่เกลี่ยให้ ครอบ ครัวของทิวทำบุญครบรอบวันตายให้เตือนใจตัวจริง ซึ่งเป็นแม่ของเด็กๆ แต่บอกเลอลักษมีว่าทำบุญให้ยายของเด็กๆ ฝ่ายจ้อยและศักดิ์ก็ได้มาถึงตลาดในเมือง ก็ได้เห็นเลอลักษมีแว้บๆ แต่ก็ไม่แน่ใจเพราะเห็นกันคนละครั้ง แต่ก็ได้ไล่ตามไป เลอลักษมีตกใจวิ่งหนีเกือบถูกรถชน เธอสลบไป ทิวตกใจมากที่เลอลักษมีหายไปจึงไปตามหา พอดีหมอวิเศษกับดาวไปอนามัยจึงรับเลอลักษมีกลับมา ซึ่งจากความตกใจครั้งนี้ ทำให้ความจำของเลอลักษมีกลับมาบางส่วน หมอวิเศษจึงบอกให้ทิวรู้และเตือนเรื่องสมุนที่ตามตัวเลอลักษมี ทิวนำเรื่องนี้มาบอกเด็กๆ ทุกคนบอกจะเฝ้ายามและคอยดูแลปกป้องเลอลักษมีทำให้เลอลักษมีงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ จ้อยและศักดิ์วนเวียนมาที่ฟาร์ม แต่ก็ถูกเด็กๆ ไล่กระเจิง ทิวตัดสินใจจะพาเลอลักษมี เด็กๆ รวมถึงหมอวิเศษและดาวไปพักผ่อนที่ชายทะเล เป็นการหลบหน้าพวกจ้อยและศักดิ์ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก อมรเทพก็พาอรอุมาไปทะเลเช่นกัน ทั้งทิวและอมรเทพต่างเห็นกันและกัน แต่ไม่ทัก อมรเทพเห็นเลอลักษมี แต่แกล้งไม่เห็นและชวนอรอุมากลับกรุงเทพฯ เธองงๆ แต่ก็ไม่ขัดอมรเทพ เมื่อถึงกรุงเทพฯ อมรเทพให้พิเภกไปสืบหาเลอลักษมีแต่ไม่พบ คุณสุรัสวดีว่า อมรเทพ จ้อย และศักดิ์ ตามหาเลอลักษมีไม่เจอจึงคิดประกาศลงหนังสือพิมพ์ โดยให้รางวัล 10 ล้าน อมรเทพรู้เรื่องจึงรับอาสาจะจัดการให้แต่ที่จริงแล้วเขานำไปลงประกาศแค่ฉบับ เดียว การไปเที่ยวทะเลทำให้ทิวและเลอลักษมีเข้าใจกันมากขึ้น เลอลักษมีได้รู้ว่าทิวกำลังทำโครงการเสนอธนาคารเพื่อขอทุนขยายฟาร์มแต่ โครงการไม่ผ่าน เลอลักษมีจึงเข้ามาแก้ไขให้ทิวสบายใจที่มีคนช่วยแบ่งเบาภาระให้เขา ในที่สุดการเสนอโครงการกับธนาคารก็ได้รับการอนุมัติ ทุกคนดีใจมาก หมอวิเศษต้องแต่งงานกับดาว เพราะญาติๆ หาว่าพาไปค้างอ้างแรมมาเขาตื่นแต้นแต่ก็ดีใจ เลอลักษมีได้ไปดูแลฟาร์มพร้อมเด็กๆ ขากลับเธอขับรถขึ้นเขา และรู้สึกคุ้นเคยกับทาง และได้พบว่าซากรถตกเขาอยู่ เธอจำได้ขึ้นมาทันทีว่าเป็นของเธอ ขณะที่กำลังจะนึกออก เด็กๆ ก็พยายามทำเสียงโหวกเหวกให้เลอลักษมีไม่มีสมาธิ แล้วทิวก็ตามมาพากลับบ้านพอดี ทิวกลุ้มใจเพราะไม่รู้ว่าจะปกปิดความจริงได้อีกนานแค่ไหน และที่สำคัญเขาและลูกๆ ก็ผูกพันกับเลอลักษมีมาก หลังจากที่คุณสุรัสวดีคิดว่าอมรเทพลงข่าวของเลอลักษมีแล้ว ก็เอาแต่เฝ้ารอข่าวลูกจนอรอุมาสงสาร จึงไปคาดคั้นให้อมรเทพตามหาเลอลักษมีให้เจอ ด้วยความที่เขารักอรอุมามากจึงยอมบอกว่าเขาพบเลอลักษมีแล้ว และจะไปนำตัวกลับมาตามที่อรอุมาขอ แม้ว่าจะเสี่ยงกับฤทธิ์ของเลอลักษมี อรอุมาดีใจมากจึงไปบอกคุณสุรัสวดี เธอจึงจะไปตามลูกด้วย เพราะไม่ไว้ใจอมรเทพ เมื่อคุณสุรัสวดีไปถึงฟาร์มของทิว ก็ได้พบเลอลักษมี เธอดีใจและเข้าไปกอด เลอลักษมีเริ่มจำแม่และอมรเทพได้ จึงยอมกลับไปกรุงเทพฯ โดยที่ทิวก็ห้ามไม่ได้ เพราะเลอลักษมีโกรธที่เขาโกหกเธอตลอดเวลา ส่วนเด็ก โดยเฉพาะต่ายลูกสาวคนเล็กของทิว ซึ่งติดเลอลักษมีมากก็เอาแต่ร้องไห้ เลอลักษมีเองก็ใจอ่อนแต่คุณสุรัสวดีก็พยายามพาลูกกลับไป และจะทำให้แต่งงานกับอมรเทพ จะได้แบ่งสมบัติได้ บรรดาคนใช้ต่างตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของเลอลักษมีที่ใจดี ไม่ดุและถือตัวอย่างเมื่อก่อน เลอลักษมีเฝ้าแต่คิดถึงชีวิตที่มีความสุขที่ฟาร์ม ทิวเอาแต่เศร้า หมอวิเศษตามมาให้สติและนำที่อยู่ของเลอลักษมีที่อมรเทพให้กับผู้ใหญ่ด้วงไว้ ทิวดีใจมาก พาลูกๆ เข้ากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เลอลักษมีจะเข้าโบสถ์แต่งงาน เธอดีใจมากที่เห็นทิวและลูกๆ ในที่สุดเลอลักษมีก็เลือกที่จะไปอยู่กับทิว และบอกว่าเธอเลือกชีวิตที่อบอุ่นมากกว่าเงินทอง อมรเทพดีใจมากและบาทหลวงดำเนินพิธีระหว่างเขาและอรอุมาต่อ ทิวและเลอลักษมีแสดงความยินดีกับพวกเขาด้วย

รายชื่อนักแสดง หลงทางรัก
ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท ทิว
มรกต กิตติสาระ รับบท เลอลักษมี
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ รับบท อมรเทพ
จันจิรา จันทร์โฉม รับบท ราชาวดี
ชาติชาย งามสรรพ์ รับบท หมอวิเศษ
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ รับบท พิมพร
พิชญา ศรีเทพย์ รับบท ดาว
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท สุรัสวดี

หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต

รวมก๊วนตัวโน้ต อาร์ตเข้ามาเรียนดนตรีในกรุงเทพฯช่วงปิดเทอม เสือเตี้ยพี่ชายจึงนำอาร์ตมาฝากให้อยู่ที่บ้านของหน่อไม้เพื่อนซี้ และระหว่างที่หน่อไม้ออกไปส่งเสือเตี้ย เค้กกลับมาเจออาร์ตนุ่งผ้าขาวม้าออกมาจากห้องน้ำก็ตกใจ คิดว่าอาร์ตเป็นโจรลามก คว้าไม้เบสบอลมาจะฟาด โดยไม่ฟังคำอธิบาย หน่อไม้ที่เพิ่งกลับมาจึงโดนลูกหลงเข้าไปเต็มๆ พอรู้เรื่องแทนที่เค้กจะขอโทษ กลับโทษอาร์ตที่ไม่ยอมบอกแต่แรก

เค้กจำใจพาอาร์ตมาสมัครเรียนกีตาร์ตามคำสั่งของหน่อไม้ เมื่อมาถึงเค้กก็ทิ้งให้อาร์ตยืนคว้างคนเดียวจนโดนแหนมบอกว่าจะให้เรียนในราคาถูก ดีที่ยามรูปีมาช่วยไว้ทัน อาร์ต, ใหม่, แอนนี่, การ์ตูน, ห่อหมก จึงไม่โดนหลอก ทั้งหมดจึงได้รู้จักกัน

ในระหว่างที่กำลังนั่งคุยกันที่ร้านโกฮับ การ์ตูนก็ดันไปมีเรื่องกับพวกนักเลง หน่อไม้ที่พาเค้กมาหาอะไรทานเห็นเหตุการณ์ก็เข้าไปช่วย แต่พอเห็นพวกนักเลงเอาจริงหน่อไม้ก็บอกให้ทุกคนวิ่งหนี่ จนมารวมตัวกันที่บ้านของหน่อไม้ จังหวะนั้นเจ๊ไฝเจ้าของบ้านเช่ามาทวงค่าเช่าบ้านพอดี เมื่อหน่อไม้บอกยังไม่มีค่าเช่า เจ๊ไฝก็สั่งให้เก็บของย้ายออกไป อาร์ตกับเพื่อนๆจึงรวบรวมเงินที่มีอยู่ทั้งหมดจ่ายค่าเช่าแทน ทำเอาหน่อไม้ซึ้งใจ

ผิดกับเค้กซึ่งยังเจ็บใจจากการที่โดนอาร์ตดูถูกว่าไม่มีดนตรีในหัวใจ เค้กจึงตัดสินในลงเรียนไวโอลิน เพื่อพิสูจน์ให้อาร์ตเห็นว่าตัวเองก็เล่นดนตรีได้ และเล่นเก่งกว่าอาร์ตด้วย

หยดน้ำในตะวัน

ปานตะวัน และเดือนแรม เป็นลูกสาวของเกริก กับจรัสศรี เกริกนั้นร่ำรวยมาตั้งแต่ต้นตระกูล และเมื่อได้รับมรดก เกริกก็สั่งขยายงานจนรวยมากขึ้นไปอีก ปานตะวันลูกสาวคนโตนั้นเป็นพยาบาลทำงานอยู่โรงพยาบาลบ้านหมี่ ส่วนเดือนแรมลูกสาวคนเล็กกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยปี 3 พี่น้องทั้งคู่ฟุ้งเฟ้อ ชอบใช้ของแบรนด์เนม เธอใช้ชีวิตอย่างลูกเศรษฐีจริงๆ และเกริกก็ไม่เคยห้ามปรามเมื่อเธอมาขอเงินเลยสักครั้ง คนที่มีความทุกข์ก็คือจรัสศรี เพราะป่วยเป็นโรคร้ายต้องถ่ายเลือดทุกเดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับเกริกที่จะดูแลภรรยาอันเป็นที่รักอย่างดีที่สุด เกริกและจรัสศรีรักกันมาก ส่วนปานตะวันก็มีคนรู้ใจแล้วเช่นกัน ชื่อ หมออโณทัย ซึ่งทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน ในเรื่องของการบริหารงานของบริษัทต่างๆ ของตระกูลนั้น เกริกจะดูแลคนเดียวทั้งหมด ลูกๆ ไม่เคยต้องมารับรู้หรือรับผิดชอบอะไรเลย ปานตะวันรู้แต่ว่าพ่อเป็นคนที่รักครอบครัวเป็นที่สุด และเธอก็รักและผูกพันธ์กับพ่อเช่นกัน แต่แล้ววันหนึ่งปานตะวันก็ต้องรีบกลับบ้านเมื่อจรัสศรีติดต่อไปว่าเกริกป่วย เมื่อปานตะวันมาถึงกลับได้รู้ความจริงที่โหดร้ายว่า พ่อของเธอยิงตัวตายเนื่องจากปัญหาหนี้สินที่ถึงขั้นล้มละลาย ก่อนตายเกริกเขียนจดหมายฝากจรัสศรีให้ตะวัน 1 ฉบับ แต่ปานตะวันยังไม่มีกำลังใจที่จะอ่าน ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องจัดการมันมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่งานศพของพ่อ สุขภาพของแม่ที่ทรุดหนัก ที่ร้ายที่สุด ทุกคนต้องอพยพจากบ้านบันดาลสินธ์ ซึ่งปานตะวันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เธอลืมเรื่องจดหมายของพ่อไปสนิท ในช่วงเวลาวันสับสนนี้ทำให้ปานตะวันเลิกกับหมออโณทัยไปโดยปริยาย คนที่คอยช่วยเหลือเธอกลับเป็นยุคลเดช ลูกชายของบรรพต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเกริก ครอบครัวของเกริกและบรรพตรู้จักคุ้นเคยกันมานาน บรรพตนั้นค่อนข้างยากจน แต่เกริกก็ไม่เคยรังเกียจที่จะคบหาเป็นเพื่อนสนิท และคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ทำให้ยุคลเดชเองก็สนิทสนมคุ้นเคยกับปานตะวันและเดือนแรมเช่นกัน ยุคลเดชนั้นปลื้มและหลงใหลปานตะวันมานาน เขาประทับใจว่าปานตะวันสวยและดีราวกับเจ้าหญิง เด็กๆ มาห่างกันก็ตอนเรียนหนังสือ ประกอบกับบรรพตเองก็ย้ายบ้านไปอยู่ไกลอีกด้วย แต่เกริกและบรรพตก็ติดต่อกันเสมอ ยุคลเดชช่วยเหลือและช่วยแก้ไขปัญหาให้กับปานตะวันทุกอย่าง เขาเป็นธุระหาบ้านให้อยู่ใหม่ ซึ่งเดือนแรมไม่พอใจมาก เธอติว่าเล็กและไม่น่าอยู่เท่ากับบันดาลสินธ์ ปานตะวันได้แต่ปลอบน้อง เดือนแรมกลายเป็นคนที่มีปัญหามากที่สุด เธอไม่ยอมรับความจริงในชีวิตว่าเธอจะอยู่อย่างหรูหรา ฟุ้งเฟ้อเหมือนอย่างเมื่อก่อนไม่ได้ เดือนแรมอายที่จะขึ้นรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย แม้ขึ้นแท็กซี่ก็ต้องลงก่อนถึงมหาวิทยาลัยแล้วเดินไป เธอพยายามรักษาหน้าตาและภาพพจน์ของเดือนแรมลูกสาวมหาเศรษฐีไว้อย่างดีที่สุด ในที่สุดเดือนแรมก็ทำได้ไม่นานเมื่อเงินเธอหมด เธอจึงปฏิเสธที่จะเรียนต่อ จรัสศรีกับปานตะวันพยายามขอร้องให้เรียนต่อเพราะเสียดาย แต่เดือนแรมก็ไม่ยอม จนกระทั่งปานตะวันให้สัญญาว่าเดือนแรมจะได้ทุกอย่างเหมือนเดิม ทั้งที่ปานตะวันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาเงินมาจากไหน วันหนึ่งยุคลเดชมาเยี่ยมปานตะวันตามปกติ ปานตะวันถามถึงบรรพตว่าทำไมไม่มาร่วมงานศพของพ่อเธอเลย ยุคลเดชจึงบอกไปว่าบรรพตไปต่างประเทศติดธุระสำคัญ แต่ก็สั่งให้เขามาช่วยดูแลแทน ก่อนกลับยุคลเดชมอบเงินไว้ให้ปานตะวันไว้ก้อนหนึ่งประมาณ 2 แสนบาท เขารู้ดีว่าปานตะวันต้องรับผิดชอบมากแค่ไหน ลำพังค่าถ่ายเลือดของจรัสศรีก็แย่แล้ว และยิ่งปานตะวันตัดสินใจลาออกจากงานเพราะต้องมาดูแลแม่ ปานตะวันจึงต้องลำบากมากขึ้น ปานตะวันไม่อยากรับเงินนี้ไว้ เธอไม่อยากกวนเขามากไปกว่านี้ แต่เดือนแรมกลับตะครุบไว้ทันที ปานตะวันพยายามพูดให้น้องคืนเงินยุคลเดช แต่เดือนแรมไม่ยอม เธอบอกว่าเคยได้ยินพ่อทะเลาะกับบรรพตเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะเอาเงินจำนวนนี้ไว้ เมื่อจรัสศรีรู้เรื่อง สุขภาพที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งทรุดลงไปอีก จิตใจก็ยิ่งแย่ จรัสศรีได้แต่เตือนปานตะวันว่าอย่าไปยุ่งกับ 2 คนพ่อลูกนี้โดยที่ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ที่ยุคลเดชทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอก็เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าการที่เกริกต้อง ยิงตัวตายหนีหนี้ สาเหตุมาจากบรรพตบิดาของเขาเอง ทั้งที่สนิทกันมาก เรื่องของเรื่องเกิดเพราะจรัสศรี ในสมัยหนุ่มๆ ทั้งเกริกกับบรรพตต่างก็รักจรัสศรี แต่จรัสศรีรักเกริก ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน การตัดสินใจของจรัสศรีทำให้บรรพตทั้งเจ็บและแค้น เขาเข้าใจว่าจรัสศรีแต่งงานเพราะเห็นแก่เงิน เธออยากมีชีวิตอย่างคุณนายเศรษฐี มากกว่าคนที่กำลังสร้างตัวอย่างเขา บรรพตเริ่มวางแผนล้างแค้นอย่างเลือดเย็น เขาใจเย็นมากพอที่จะดำเนินการตามแผนได้ โดยที่เกริกไม่ระแวงแม้สักน้อย บรรพตขอความช่วยเหลือทางการเงินจากเกริกในการเริ่มลงทุนทำธุรกิจ ซึ่งเกริกก็ให้เพราะหวังดีและจริงใจกับบรรพตมาก เกริกช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง จนบรรพตมีฐานะที่มั่นคงได้ จากนั้นบรรพตก็หลอกล่อให้เกริกเล่นการพนันทั้งที่เล่นไม่เป็น แต่บรรพตก็ใช้สารพัดวิธีล่อจนเกริกติดการพนันจนได้ เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ บรรพตใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงจนเกริกหมดตัวเป็นหนี้สินมากมาย เกริกไม่รู้เลยว่าสมบัติของเขาทั้งหมดอยู่ในมือของบรรพตทั้งสิ้น รวมถึงบ้านบันดาลสินธ์ของเขาด้วย ซึ่งบรรพตชอบบ้านหลังนี้มาก กว่าเกริกจะรู้ตัวเขาก็หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อโดนบรรพตบีบมากๆ เกริกจึงยิงตัวตาย ด้วยเหตุนี้ยุคลเดชจึงทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือปานตะวัน ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการไถ่โทษแทนพ่อ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ยุคลเดชประทับใจและหลงรักปานตะวันมานานแล้ว เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อเธอ ยุคลเดชหางานให้ปานตะวันทำในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเขาเป็นเจ้าของ และยังไปพูดกับบรรพตขอให้คืนทุกอย่างให้กับปานตะวันและครอบครัว แต่บรรพตกลับดุด่าเขามากมาย ซ้ำยังยื่นคำขาดให้เขาทำตามที่บรรพตต้องการ ยุคลเดชอึดอัดใจมาก แต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาคิดว่าเขายอมทำตามคำสั่งพ่อดีกว่าที่จะให้บรรพตส่งไปให้คนอื่นทำซึ่งเขา อาจจะช่วยอะไรเธอไม่ได้ ปานตะวันไปทำงานวันแรกก็เจอดี เมื่อต้องดูแลคนไข้ ชื่อ อรชุมา หรืออ้อม อ้อมเป็นเมียน้อยของเสี่ยเริงรัญ และเธอเป็นคนไข้ประเภทเรื่องมากและเรียกร้อง เจ็บป่วยนิดหน่อยแค่เป็นหวัดก็ต้องเขาโรงพยาบาลแอดมิดอยู่ค้างคืน อ้อมเป็นคนที่สวยแต่เรื่องมาก ตัวของเริงรัญแต่งงานแล้วกับสาวเก่งชื่อยุภาวรรณ เธอเป็นสาวมั่นและเก่งทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานและการวางตัวในสังคม ยุภาวรรณช่วยเหลืองานของเริงรัญได้มาก ก่อนจะมาแต่งงานกัน ยุภาวรรณเคยสนิทสนมกับยุคลเดชมาก่อน จนถึงเวลานี้ก็ยังคบกันฉันเพื่อนที่ดีต่อกัน ยุคลเดชนั้นไม่เคยคิดกับยุภาวรรณในเรื่องของชู้สาวเลย ตรงกันข้ามยุภาวรรณที่เริ่มรักและหลงยุคลเดชมากขึ้น ดังนั้นเมื่อเธอรู้เรื่องและเริ่มเบื่อระอากับความเจ้าชู้ของเริงรัญเต็มที ยุภาวรรณจึงขอหย่าเพราะเธอมีที่หมายใหม่ก็คือยุคลเดชนั่นเอง ในที่สุดเริงรัญก็หย่ากับยุภาวรรณ ยุภาวรรณจึงเข้ามาใกล้ชิดกับยุคลเดชมากขึ้น เธอไม่พอใจเมื่อเห็นยุคลเดชดูแเอาใจใส่กับปานตะวันมาก เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ปานตะวันรู้ว่าเธอคือแฟนของยุคลเดช แต่ยุคลเดชเองก็คอยปรับความเข้าใจกับปานตะวันอยู่เสมอ ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันและไปกันด้วยดี ปานตะวันเองต้องใช้ความอดทนอย่างมากเหมือนกันในการผจญกับยุภาวรรณ ส่วนเดือนแรมยังคงใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ เที่ยวหนัก ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้นในเรื่องภาระต่างๆ ในบ้าน เดือนแรมมักจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มของรัชนี รัชนีเป็นสาวใจแตก ใช้เงินเก่ง เธอหาสปอนเซอร์ด้วยการเป็นเมียน้อยเสี่ยคนหนึ่ง เมื่อรัชนีรู้เรื่องของเดือนแรม เธอจึงแนะนำให้เดือนแรมแก้ไขปัญหาเรื่องเงินโดยวิธีเดียวกัน แรกๆ เดือนแรมก็ไม่ยอม แต่เมื่อจมไม่ลงเดือนแรมซึ่งใช้เงินมากอยู่แล้วและรู้อยู่แก่ใจว่า ปานตะวันคงหาเงินมาให้เธอไม่ได้แน่ เดือนแรมจึงยอมให้รัชนีแนะนำเธอให้เสี่ยคนหนึ่ง วันหนึ่งยุคลเดชชวนปานตะวันไปพักผ่อนที่ระยอง ปานตะวันตอบตกลง เพราะเหนื่อยล้ามานาน ยุภาวรรณพยายามแทรกตัวเข้ามาเพื่อจะไปด้วย แต่คราวนี้ยุคลเดชไม่ยอม คำพูดและท่าทางของยุคเดชทำให้ยุภาวรรณเสียใจมาก เธอยิ่งช้ำใจเมื่อรู้ว่ายุคลเดชรักปานตะวันมาก ด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง ยุภาวรรณใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อประชดตัวเองจนป่วยหนัก เธอโชคดีที่รู้จักหมออโณทัย หมออโณทัยจึงช่วยรักษาเธอให้หายป่วยทั้งกายและใจจนลงเอยกันได้ในที่สุด ระหว่างที่ปานตะวันกับยุคลเดชเริ่มรู้ตัวว่ารักกัน บรรพตซึ่งสั่งซ่อมแซมและตกแต่งบันดาลสินธ์ใหม่ก็เข้ามาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังไม่หมดไฟแค้น แม้ยุคลเดชจะเพียรขอร้องให้พ่อคืนสมบัติให้กับปานตะวันเพียงใด บรรพตก็ไม่ยอม ยุคลเดชจึงรู้สึกว่าเขาเป็นหนี้เกียรติยศ กับครอบครัวของปานตะวัน และเขาก็จะดูแลครอบครัวนี้ต่อไปเพื่อเป็นการไถ่โทษนอกจากเรื่องของหัวใจที่ เขารักปานตะวัน แล้ววันหนึ่งบรรพตก็โดนกรรมสนองเมื่อเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อาการสาหัส จนต้องถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง ปานตะวันอาสามาช่วยดูแลพยาบาลบรรพต เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของเขาและยุคลเดช และเธอสำนึกอยู่เสมอว่าบรรพตเป็นเพื่อนรักของพ่อก็เหมือนดูแลพ่อ ปานตะวันจึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มใจแม้ว่าบางครั้งจะต้องรองรับอารมณ์ เกรี้ยวกราดของบรรพตอย่างรุนแรง แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบรรพตจึงหวาดระแวงเธอนักเขาไม่ยอมกินยาที่เธอส่ง ให้ บรรพตจะโวยวายตลอดเวลาว่าเธอจะวางยาพิษเขา ปานตะวันเสียใจที่บรรพตหวาดระแวงเธอเหลือเกิน แต่เธอก็พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ยุคลเดชซึ่งรักเธออยู่แล้วจึงรักมากขึ้นทุกวัน การที่ปานตะวันมาดูแลบรรพตที่บันดาลสินธ์ทำให้เดือนแรมได้โอกาสทำตามใจมาก ขึ้น เธอไปอยู่คอนโดกับ สปอนเซอร์ แต่เธอบอกทางบ้านว่าไปอยู่กับเพื่อนที่คอนโด เดือนแรมทำให้ปานตะวันเป็นห่วงมาก เธอเริ่มปรับทุกข์กับยุคลเดชจนเขารับปากว่าจะช่วยตามหาให้ ยุคลเดชตามเดือนแรมจนพบ เขาพาปานตะวันไปคุยกับน้องสาวเอง ปานตะวันเสียใจเมื่อรู้ความจริงจากเดือนแรม เธอขอร้องให้เดือนแรมเลิกทำแบบนี้และกลับไปเรียนหนังสือต่อ เดือนแรมซึ่งเห็นในความรักและความจริงใจของพี่สาวจึงยอมตกลง ปานตะวันรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในความดีของยุคลเดชมากขึ้น ดังนั้นเมื่อยุคลเดชขอแต่งงานกับเธอ ปานตะวันจึงตกลง ทั้งคู่จึงแต่งงานกันอย่างเงียบๆ วันหนึ่งขณะที่ปานตะวันจะนำยาไปให้บรรพตตามปกติ เธอได้ยินเสียงบรรพตทะเลาะกับยุคลเดช บรรพตด่าว่ายุคลเดชว่าเป็นลูกอกตัญญูที่เกิดจะคืนสมบัติให้กับปานตะวัน คำพูดที่ได้ยินทำให้ปานตะวันนึกถึงจดหมายของเกริกได้ เธอรีบไปค้นจดหมายออกมาอ่าน เกริกเขียนบอกความจริงทุกอย่างถึงความร้ายกาจของบรรพต และสาเหตุที่เขาต้องยิงตัวตาย ปานตะวันเสียใจและแค้นใจมาก เธอทนไม่ได้ที่จะอยู่ในฐานะของสะใภ้ของคนที่ฆ่าพ่อเธอ ปานตะวันคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไป วันรุ่งขึ้น เธอเข้าไปดูแลบรรพตตามปกติ แต่บรรพตไม่ยอมรับยาจากเธอตามเคย แถมคราวนี้ยังไล่เธอออกจากบ้านอีกด้วย ปานตะวันทนไม่ไหวจึงบอกว่าเธอรู้เรื่องหมดแล้ว เธอไม่ยอมออกจากบ้านของเธอเด็ดขาด คำพูดของเธอทำให้บรรพตช็อคเข้าใจว่ายุคลเดชบอกความจริงกับปานตะวันและโอน บ้านให้เธอแล้ว บรรพตแน่นหน้าอกทันที เขาร้องขอยาโรคหัวใจจากปานตะวัน แต่ปานตะวันมองเฉย ความแค้นทำให้จิตใจเธอเหี้ยมเกรียมผิดปกติ เธอยืนมองบรรพตดิ้นทุรนทุรายอย่างสะใจก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นเงียบๆ บรรพตต้องดิ้นรนกดกริ่งเรียกคนในบ้านมาช่วย เขาจึงถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลทันที บรรพตอาการหนักมากต้องอยู่ในห้องไอซียูตลอดเวลา ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยุคลเดชและปานตะวันหมางใจกัน เมื่อปานตะวันขอหย่า ยุคลเดชรู้ดีว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องชดใช้หนี้เกียรติยศ ยุคลเดชยอมตามใจเธอทุกอย่างแม้ว่าเขาจะรักเธอมาก เขาจะคืนทุกอย่างให้เธอและจะจากไปอยู่ตามลำพัง ปานตะวันตกลงด้วยความทิฐิ เธอคิดว่าเขาไม่ได้รักเธอ ยุคลเดชจึงจากไปด้วยความเจ็บช้ำ แต่เมื่ออยู่คนเดียวเธอก็คิดได้ว่าเรื่องทุกอย่างเกิดจากบรรพตคนเดียว โดยที่ยุคลเดชไม่เกี่ยวข้องเลย แต่เขากลับทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษแทนพ่อ ภาพความหลังเก่าๆ ที่ยุคลเดชดูแลปานตะวันอย่างดี และเอาใจใส่ด้วยความรัก ทำให้ปานตะวันลดทิฐิลง ปานตะวันเริ่มรู้ดีว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร จึงออกตามหายุคลเดช และให้อภัยเขาด้วยความรัก

รายชื่อนักแสดง หยดน้ำในตะวัน
อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท ปานตะวัน
วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ยุคลเดช
อริษา วิลล์ รับบท เดือนแรม
เปียเชอร์ คริสเต็นเซ่น รับบท จรัสศรี
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท บรรพต
มาฬิศร์ เชยโสภณ รับบท อโณทัย

หยกลายเมฆ

เรื่องราวอดีตรัก…อันขมขื่นของ​ผู้​ให้กำ​เนิด ​ทำ​ให้​เธอต้องลัดฟ้า…​ไป​ไกล​ถึงดิน​แดนมังกร ถิ่นที่​เต็ม​ไปด้วย​การ​แก่ง​แย่งทางธุรกิจ…​ความริษยา…​และมนต์ขลัง ของ​ความรัก วังวนของประวัติศาสตร์ กำลังจะ​เกิดซ้ำรอย​เก่าขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับดนตรี​แห่ง “​ความรักบท​ใหม่” ​ก็​เริ่มบรร​เลง​เช่นกัน

ทริยา ​เอกธำรงวรกุล บุตรสาวคน​โตของ คุณชูวิทย์ ​และคุณ จันทนา นักธุรกิจอัญมณีชื่อดัง ทริยา ​เป็นหญิงสาวสวย รูปร่างสมส่วน ​เป็นคนจริงจัง​และ​ไม่ยอม​ใคร ส่วน จีรนันท์ น้องสาวคน​เดียวของ​เธอนั้น ​แตกต่างจากทริยา​ทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัย​ใจคอ ​แต่​ก็​ไม่​ทำ​ให้​ความรักระหว่างพี่น้องต้อง​เปลี่ยน​แปลง ทริยารัก​และปกป้องน้องสาวคนนี้​เสมอมา

ทริยา มี ​โสภณ ​เป็นคนรัก ​และมี​โครง​การจะ​แต่งงานกัน ​แต่​ทั้งทริยา​และ​โสภณต่าง​ก็ดู​ไม่ออกว่า จีรนันท์​แอบหลงรักว่าที่พี่​เขย ​แต่​เธอ​ก็​ไม่ต้อง​การ​แย่งชิงคนรักของพี่สาว

วันหนึ่ง ชูวิทย์ สั่ง​ให้ ทริยา ​เดินทาง​ไปฮ่องกง​เพื่อพบกับ ฮุ่ยซัน มารดาบัง​เกิด​เกล้าของ​เธอ ที่กำลังป่วย​เป็น​โรคมะ​เร็ง ทริยา รู้สึกสับสนมาก​แต่​ก็ยินยอม​เดินทาง​ไป​แต่​โดยดี ​แม้จะยัง​ไม่รู้หนทางข้างหน้าจะ​เป็น​เช่น​ไร มี​เพียงหยกลาย​เมฆสมบัติที่มารดามอบ​ไว้​ให้บิดา​เธอ​เท่านั้น​เป็น​เพื่อน ​เดินทาง

ที่สนามบินฮ่องกง ทริยา ​ได้พบกับ มีมี่ น้องสาวของ​แม่​เธอ มีมี่กอดหลานด้วย​ความรัก​และคิด​ถึง ​และรีบพาทริยา​ไป​โรงพยาบาลทันที ทริยา​โผ​เข้ากอดมารดา จากนั้นฮุ่ยซัน​ก็สิ้นลม​ใน​เวลาต่อมา ทริยา​จึงต้องอยู่จัด​การศพของมารดา​ให้​เรียบร้อยก่อน ​และ​ได้มี​โอกาส​ความรู้จักกับครอบครัวของมารดาที่ฮ่องกง ​เถ้า​แก่หลอ คือคุณตาของ​เธอ ​เจ้าพ่อธุรกิจที่ยิ่ง​ใหญ่​แห่ง​เกาะฮ่องกง มีมี่มีคนรักอยู่​แล้วคือ คังจิน ​แต่​เถ้า​แก่หลอ​ไม่​เห็นด้วยหากมีมี่จะลง​เอยกับคังจิน​จึงต้องคบกับคังจิ น​ไป​เรื่อยๆ​โดย​ไม่มี​การ​แต่งงาน น้าจิงจิง น้องสาวคนถัดจากมารดาของ​เธอ ​เป็นคนขี้อิจฉา​และหวังจะครอบครองธุรกิจ​ทั้งหมด​แทนพี่สาว จิงจิง​แต่งงาน​ใหม่กับ หม่า​เจา พ่อหม้ายลูกติดคือ ปี​เตอร์ ​ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราว​เดียวกับทริยา ปี​เตอร์​เป็นคนที่มี​ความทะ​เยอทะยาน​และหัวสูง

คุณจาง ​ซึ่ง​เป็นอดีตคนรัก​เก่าของมารดา ทันที่ที่ ทริยา ​เห็นหน้าคุณจาง ​เธอรู้สึก​ไม่ถูกชะตากับหนุ่ม​ใหญ่คนนี้​เลย ​เนื่องจาก​เขาคือศัตรูหัว​ใจของบิดา​เธอ ด้านคุณจาง มีภรรยาที่พิ​การชื่อ ซู่หลิง ​ซึ่ง​เป็น​เพื่อนสนิทฮุ่ยซันอีกด้วย

ปี​เตอร์ มี​แฟนสาวที่กำลังตั้งท้องอ่อนชื่อ ​เพ็กกี้ ​แต่​เมื่อ​เขา​ได้พบกับ ทริยา ​เขากลับสน​ใจ​ในรูปร่างหน้าตา​และสมบัติของทริยา ปี​เตอร์​เริ่มตามติดทริยาตลอด​เวลา ​ทำ​ให้ ​เพ็กกี้ ​เริ่ม​ไม่พอ​ใจ​จึงนำ​เรื่อง​ไปปรึกษา พอล พี่ชายของ​เธอ ​ซึ่ง​เป็นนักออก​แบบจิว​เวลลี่หนุ่มฝีมือชั้น​เยี่ยมของฮ่องกง

พอล​จึงคิด​แผน​การ​ใก้ลชิดกับทริยา ​เพื่อกัน​ไม่​ให้ปี​เตอร์มายุ่งกับทริยา ​ทำ​ให้ ​แอนนา ​แฟนสาวของพอล​ไม่พอ​ใจ ทางด้านทริยา​เธอตั้ง​ใจว่า​เมื่อ​เสร็จงานศพ​เธอจะกลับ​เมือง​ไทยทันที ​แต่ มีมี่ คัดค้าน​ไว้ ​เพราะ​เธอรู้ดีว่า​เถ้า​แก่หลอต้อง​การ​ให้ทริยา​เป็น​ผู้รับช่วงต่อจาก ฮุ่ยซัน ทริยา​จึงมีปาก​เสียงกับ​เถ้า​แก่หลอ จน​เขาต้อง​เข้ารับ​การผ่าตัดด่วน ​แต่​เขา​ไม่ยอมรับ​การผ่าตัดหากทริยายังยืนยันจะกลับ​เมือง​ไทย ​ทำ​ให้​เธอ​ไม่สามารถกลับ​เมือง​ไทย​ได้

ทางด้าน​เมือง​ไทย จีรนันท์ ​เริ่มสนิดสนมกับ ​โสภณมากยิ่งขึ้น ​แต่​แล้ว​เหตุ​การณ์​ไม่คาดคิด​ก็​เกิดขึ้น ​เมื่อจีรนันท์ต้อง​ไปงาน​เลี้ยงกับ​โสภณ คืนนั้น​โสภณ​เมา​ไม่​ได้สติ ​และจีรนันท์​ก็ตก​เป็นของ​โสภณด้วย​ความ​เต็ม​ใจ จีรนันท์​เริ่มมีอา​การ​แพ้ท้องจน​ไม่สามารถปิดบัง​ได้อีก ​โสภณยอมรับผิดชอบทุกอย่าง คุณชูวิทย์​โทรศัพท์ทาง​ไกล​เล่า​เรื่องราวที่​เกิดขึ้น​ให้ ทริยาฟัง ​เธอตก​ใจมาก​และขอ​เวลาปรับสภาพจิต​ใจ ​เธอ​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​ให้พอลฟัง ​เธอ​เริ่มค้นพบ​ความรู้สึกที่​แท้จริงว่า​เธอรักพอล​โดย​ไม่รู้ตัว

​เมื่อ​เหตุ​การณ์ผ่าน​ไปทริยา​ได้รับ​เลือก​ให้​เป็น​ผู้ออก​แบบ​เพชร หยดน้ำ​ทำ​เป็น​เข็มกลัดถวาย​แด่พระม​เหสีของ​เจ้าชายจาก​เมืองวาซี​เลีย ต่อมามีงาน​ใหญ่ประจำปีของบริษัทอัญมณียักษ์สองบริษัท ของคุณจาง​และ​เถ้า​แก่หลอ ​ในงานทริยาบัง​เอิญ​ได้​เป็นนาง​แบบ​เดินอัญมณีชิ้น​เด่นที่สุด​ในงาน ​ทำ​ให้​ได้รับ​เสียงปรมมือดังกึกก้อง ​ทำ​ให้​ได้รับ​การกล่าว​ถึง​และยอดขาย​ก็พุ่งพรวด คุณจางรู้สึก​แค้น​ใจ ​จึงหาวิธี​เล่นงาน ​โดยว่าจ้าง ​เจนนี่ พนังงาน​ในบริษัท​ซึ่ง​เป็นคู่​แข่งกับทริยา​ไปข​โมย​เข็มกลัดที่จะต้องถวาย ​เจ้าชาย ทุกคนต่าง​ก็พุ่งประ​เด็น​ไปที่คุณจาง มีมี่​จึงตัดสิน​ใจนำจดหมายที่ฮุ่ยซันทิ้ง​ไว้ก่อนตาย​ให้คุณจาง ​แท้จริง​แล้วทริยาคือบุตรสาวของ​เขา คุณจางรู้สึกตก​ใจมาก​แต่​ในขณะ​เดียวกัน​ก็ยินดีที่​ได้ตัวบุตรสาว​เพียงคน ​เดียว ซุ่หลิง​เสีย​ใจ​แทบคลั่ง​เธอสั่ง​ให้ ลู่​ไห่ น้องชาย​ซึ่ง​เป็นอดีตนัก​เลง​ไปตาม​เ​ก็บทริยา กระสุนนัด​แรก​โดน​เข้าที่​ไหล่ของทริยา ส่วนนัดที่สองพอลกระ​โดดรับกระสุน​แทน

ต่อมาลู่​ไห่ถูกจับ ส่วนซู่หลินตัดสิน​ใจ​เลิกกับคุณจาง ทริยารู้สึกตัว​เธอ​เห็นทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ​เธอ​ให้อภัย​แอนนา ​โสภณ ​และจีรนันท์ ​และด้วย​เหตุนี้​ทำ​ให้​เถ้า​แก่หลอ​เห็น​ใจ มีมี่ ​และ คังจิน ​จึง​ให้​ทั้งสอง​แต่งานกัน ทริยา​ไป​เยี่ยมพอลที่​โรงพยาบาล ​เขาอา​การดีขึ้น ​ทั้งสองสวมกอดกัน ​และสัญญาว่าจะอยู่​เคียงคู่กันตลอด​ไป มรสุมชีวิต​ได้ผ่านพ้น​ไป นับจากนี้​เธอจะ​ใช้ชีวิต​เคียงคู่กับพอลชายหนุ่มคน​เดียวที่​เธอรักบน​แผ่น ดิน​แม่

หมอลำซัมเมอร์

ณ มหานครนิวยอร์ก เดือนพิลาส หรือ แอนนี่ สาวน้อยลูกครึ่งไทยอเมริกัน สนุกสนานไปกับชีวิตนักศึกษาปีสุดท้าย ด้วยบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในอเมริกา ทำให้สาวน้อยวัยน่ารักอย่างเธอหลงแสงสีความเป็นอเมริกันชน และลืมไปบ้างว่าตัวเองเป็นลูกครึ่ง ไทยอีสาน-อเมริกัน พ่อ ลุกส์ และแม่ ดาวเรือง ย้ายมาอยู่ที่อเมริกามาหลายสิบปีแล้ว หลังจากลุกส์ในฐานะวิศวกรพบกับดาวเรือง นางพยาบาลแสนสวยแห่งอุบลราชธานี เดือนพิลาสกำลังเรียนด้านสถาปัตยกรรมปีสุดท้าย และอยู่ในช่วงฝึกงาน ดาวเรืองกับลุกส์พยายามชวนเธอให้กลับไปเยี่ยมบ้านอุบลฯ ในช่วงปิดเทอมนี้ แต่แอนนี่พยายามบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอดเวลา โดยมีสาเหตุที่แท้จริงคือ อยากจะเลี่ยงไม่ไปเจอความเป็นอีสานของยายดวง เจ้าของวงหมอลำชื่อดังของอุบลราชธานี

ภาพ อุบลราชธานีในความคิดเสมือนประเทศโลกที่สามที่เธอเห็นจากสารคดีช่วยเด็กและ ผู้หิวโหยทางทีวี ยังไม่รวมเพลงหมอลำพื้นบ้านที่ครอบครัวแม่ภูมิใจนักหนา ถึงขึ้นมีวงดนตรีส่วนตัวและยังทำเทปทำซีดีส่งมาให้แม่เปิดและพ่อก็ยังร้อง ตามได้ด้วย สวนทางกับอาการคลั่งฮิพฮอพเบรกบีทอย่างสุดฤทธิ์ของเธอ ยิ่งคิด เดือนพิลาศก็ยิ่งนึกเดียดฉันท์บ้านนอกของประเทศไทย เธอถึงกับโวยวายกับพ่อแม่ว่า ลำพังเมืองไทยก็เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาแล้ว นี่ยังต้องไปอยู่ถึงอุบลราชธานี อีสานบ้านนอกเข้าไปอีก นายลุกส์โมโห ไม่ชอบให้ลูกสาวดูถูกบรรพบุรุษทางแม่ และยังดูถูกเพื่อนร่วมชาติด้วย ยื่นคำขาดให้เดือนพิลาสไปกับตัวเองโดยไม่มีข้อแม้

พรีม โด่งดังมากจากอัลบั้มแรกที่สัตยาบรรจงเขียนเนื้อและทำนองให้ อัลบั้มของพรีมกลายเป็นอัลบั้มที่สร้างฐานะการเงินอย่างมั่นคงให้กับบริษัท ชุดที่สองจึงตามมาติด ๆ ด้วยยอดขายสูงไม่ต่างกัน สัตยาคาดหวังจะแต่งงานกับพรีมในอีกสองสามปีข้างหน้า เมื่อเขาสร้างฐานะได้ด้วยตัวเอง และพรีมโด่งดังพอแล้ว แต่ความต้องการของสัตยาสวนทางกับพรีม เธอไม่ได้ต้องการแต่งงานกับสัตยา แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะแนบแน่นใจทางพฤตินัยแล้วก็ตาม สายทิพย์ มารดาของสัตยาไม่ค่อยชอบพรีมนักเพราะ เห็นความทะเยอทะยานและอยากดังเป็นดาวเด่นบนฟ้าตลอดกาลของพรีม สายทิพย์เคยคุยกับพรีมและทราบว่า พรีมไม่อยากให้มีการแต่งงาน เพราะกลัวว่าจะมาบั่นทอนความดังของตัวเอง สายทิพย์ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับสัตยา กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้เพราะรักพรีมมาก ฝันที่จะมีชีวิตคู่ที่แสนสุขและสมบูรณ์กับคนที่ตนรัก

ที่อุบลฯ นางดวงต้อนรับลูกสาวและลูกเขยด้วยความยินดียิ่ง แต่นางดวงยังไม่ยอมญาติดีกับลุกส์ เนื่องจากไม่ชอบหน้าลูกเขยฝรั่ง เพราะถือว่าพรากลูกสาวของแกไปไกลบ้าน แม้ต่อหน้าคนอื่นแกจะแสดงความชื่นชมเขยคนนี้ แต่พออยู่กันในครอบครัว แม่ยายจะหาเรื่องลูกเขยทุกครั้งไป และลูกเขยก็ช่างยั่วโทสะแม่ยายได้ทุกครั้งไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยโกรธกันเป็นเรื่องเป็นราวสักที มีแต่จะสร้างความขำขันในครอบครัว เพราะนางดวงเป็นคนมีอารมณ์ขันอย่างร้ายเป็นจอมโวยวายที่น่ารัก

ขณะ ที่เดือนพิลาส กำลังเข้าตาจนที่กรุงเทพฯ เธอถูกโมเดลลิ่งโฆษณาหลอก และเชิดเงินค่าตัว เดือนพิลาสจะไปปรึกษาเอกราชเพื่อนสนิทก็ไม่ได้เพราะเขาไปอุบลฯ เพื่อหาทัสยาคนรักแล้ว เดือนพิลาสต้องกระเด็นออกจากคอนโดหรูเพราะไม่มีเงินจ่าย เธอเดินย่ำต๊อก ไม่รู้หนทางในกรุงเทพ จากคอนโดแถวสุขุมวิทเดือนพิลาสเดินหลงมาอยู่บริเวณย่านที่มีหญิงบริการเดิน กลาดเกลื่อนอย่างนานา เธอถูกฝรั่งเข้าประกบเพราะเข้าใจผิดว่าทำอาชีพอย่างว่า เดือนพิลาสรับไม่ได้ ยิ่งเกลียดสภาพบ้านเมืองขณะนี้มากขึ้น จังหวะเดียวกับที่สัตยาขับรถผ่านมาเห็นเข้า สัตยาถึงกับตะลึงที่สาวสวยที่เขาเคยสะดุดในรูปโฉมและเป็นคนเดียวกับที่ไป เสนอเพลงกับเขาต้องตกอับถึงขนาดนี้

สัต ยามีโอกาสได้เจอกับเดือนพิลาสอีกครั้งที่โรงพยาบาล และครั้งนี้เดือนพิลาสถูกขอร้องจากทัสนาให้ช่วยแกล้งเป็นแฟนเอกราช เพราะทัสนาไม่กล้าบอกพี่ชายว่าตนรักกับลูกชายของบริษัทที่สัตยามีเรื่อง ราวออกมา ขณะที่สัตยาอยู่ที่อุบลฯ ชลดา เลขาของเขาโทรมารายงานข่าวร้าย นั่นคือ พรีม ขอถอนตัวออกจากบริษัท สัตยาพยายามติดต่อพรีมแต่ติดต่อไม่ได้ จนในที่สุดรู้ว่าพรีมไปพักผ่อนที่ออสเตรเลีย

สัตยารู้ว่าทั้งหมด เป็นแผนของคมกฤช เขาพยายามติดต่อพรีม แต่พรีมไม่ยอมคุยกับเขามากนัก นอกจากบอกว่าเธอมีความจำเป็น ครอบครัวเธอต้องการบ้านใหม่ น้อง ๆ เธอจะต้องใช้เงินเรียนต่อสูงขึ้นมาก เธอเอาครอบครัวมาอ้างควบคู่ไปกับตัวเลขค่าใช้จ่าย และสัตยารู้ว่าด้วยเงื่อนไขตัวเลขสูงลิบขนาดนั้นเขาคงจะช่วยพรีมไม่ได้ เขาเอาเงินแม่เขามามากเกินพอแล้ว สัตยาเสียใจกับเรื่องที่พรีมขอถอนตัวไป และมันหมายถึงการบอกเลิกด้วย เขากลับมากรุงเทพฯและจมอยู่กับเหล้าภายในห้อง ปิดกั้นข่าวทุกอย่าง คุณสายทิพย์แม่ของสัตยาเฝ้ามองลูกชายอย่างเป็นห่วง

ยาย ดวงยิ่งภูมิใจนักหนาที่ทำให้หลานสาวหัวนอกจ๋ากลับมาซึมซับวัฒนธรรมดั้งเดิม ได้สำเร็จ อาการรังแครังคัดบ้านนอกของเดือนพิลาสหายไปพร้อม ๆ กับจิตวิญญาณที่ลื่นไหลไปกับวัฒนธรรมอิสานของเธอที่เพิ่มพูน บัดนี้เดือนพิลาสรู้แล้วว่า ตัวตนของเธอนั้นก็มีส่วนหล่อหลอมมาจากรากเหง้าความเป็นไทยมากมายเพียงใด เมื่อจบการทัวร์คอนเสิร์ต สัตยาเจรจาทำเทปให้กับเดือนพิลาส ยายดวงยิ่งสนับสนุนเต็มที่ เดือนพิลาสในมาด เดือนเด่น แดนดาว ถูกสัตยาจับมาเจียรไนใหม่เฉิดไฉไลกว่าเก่า มีเพลงชุดใหม่ออกมาในแนวเดิมที่เดือนเด่นถนัด และมีการโปรโมตกันเป็นพิเศษ สัตยาอาศัยความเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์เก่า และอยู่ในแวดวงโฆษณาทำให้เดือนเด่นดังเป็นพลุ

คมกฤชเริ่มจับตามอง เดือนเด่น และหันมาเคี่ยวเข็ญพรีมเปลี่ยนแนวเพลงเป็นเพลงลูกทุ่งผสมหมอลำ พรีมแทบขาดใจตายด้วยความแค้นเคือง คมกฤชบอกว่าหากพรีมไม่ทำตามที่เขาบอกก็จะไม่มีเทปชุดใหม่ออกมา และเขายังปิดกั้นการเดินสายออกคอนเสิร์ตและงดแผนการโปรโมตพรีมอย่างเลือด เย็น พรีมซมซานกลับมาหาสัตยา แต่พบว่าเขาเฉยเมยกับเธอ พรีมเกิดลูกฮึดไปทำเทปแข่งกับเดือนเด่นแต่ปรากฏว่าหล่อนสู้เดือนเด่นไม่ได้ เลย คมกฤชให้สัญญาลับ ๆ กับพรีมให้ออกมาแฉความสัมพันธ์กับสัตยา แล้วบอกว่าเธอโดนทอดทิ้ง พรีมไม่มีทางเลือกนอกจากจำยอม สร้างความลำบากใจให้กับสัตยามาก ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเดือนเด่นที่กำลังงดงามแทบจะพังทะลายลง

พรีม ยิ่งคับแค้น หล่อนพบว่าตัวเองตกอับลงเรื่อยๆ พยายามวิงวอนคมกฤชก็ไม่ประสบผลสำเร็จ สัตยากับเดือนเด่นปรับความเข้าใจกันเรื่องงานและร่วมกันทำเพลง เปิดเดินสายทั่วประเทศ คมกฤชพยายามดิสเครดิตทุกทาง สุดท้ายเขาวางแผนโฉดชั่วเข้าทางยายดวงให้ร้ายสัตยา และให้พรีมมาขอพบกับเดือนเด่นอย่างลูกผู้หญิงด้วยกัน ให้พรีมโกหกเรื่องท้อง เพราะรู้ว่าเดือนเด่นรับไม่ได้ ประกอบกับเดือนเด่นกับสัตยาไม่มีเวลาคุยกัน

เดือน เด่นตัดสินใจเลิกร้องเพลง เธอร้องเพลง “ซัมเมอร์เผลอรัก” ฝากไว้เป็นเพลงสุดท้าย พอดีกับที่อินทิราหายจากบาดเจ็บกลับมารับช่วงต่อได้ทัน เดือนเด่นกลับนิวยอร์คพร้อมลุกส์ ดาวเรือง และจอนนี่ เดปป์ แล้วสัตยาก็รู้หัวใจตัวเอง เขาเดินทางไปนิวยอร์ค หากแต่เขาไม่ได้ต้องการน้องนางบ้านนาที่ชื่อ เดือนเด่น แดนดาว เป็นนักร้องประจำค่าย แต่สัตยาต้องการเดือนพิลาสกลับไปอยู่ประจำใจของเขา

ผู้กำกับ : ณรงค์ ปุนบุตรดา
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท :
บทประพันธ์ : กันยามาส

นักแสดง
ณัฐวุฒิ สกิดใจ
อารยา เอ ฮาร์เก็ต

หมอผีไซเบอร์

หมอผีไซเบอร์ เป็นเรื่องราวของ คาถา เด็กหนุ่มวัยรุ่น เป็นลูกคนโตของ เดชา และวาณี และมีน้องชายอีกสองคนคือ อาคม และโอภาส คาถานั้นชอบทางด้านโบราณคดี และมีสัมผัสพิเศษสามารถมองเห็นภูติผีวิญญาณได้ โดย ดำรง คุณตาของเขาได้บอกว่ที่เขามีสัมผัสพิเศษเช่นนี้ ก็เพราะว่าเขามีจิตใจที่ละเอียดอ่อน ซึ่งคาถาก็มีเพื่อนคู่ใจที่คอยอยู่เคียงข้างเขานั่นก็คือ คุณนี หรือผีนางตานี นั่นเอง คุณนีได้คุ้มครองดูแลคาถาและครอบครัวมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกด้วยความบังเอิญที่มีเหตุโจรร้ายบุกปล้นบ้านของคาถา แต่โดนคุณนีแสดงอิทธิฤทธิ์หลอกหลอนจนโจรเหล่านั้นหนีเตลิดไปด้วยความตกใจ กลัวสุดขีด ตัวคาถาเองก็สนใจเกี่ยวกับเรื่องภูติผีวิญญาณ และหมั่นเพียรศึกษาวิชาปราบผีจาก หลวงพี่มุนี พระรุ่นพี่ที่เคร่งครัดในธรรมวินัย เมื่อคาถามีวิชาอาคมแก่กล้าพอจึงช่วยจัดการกับบรรดาผีเร่ร่อน และผีที่ชาวบ้านมาขอร้องให้ช่วยไปปัดเป่าด้วยการจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จนมาวันหนึ่งคาถาก็ทำกิจวัตรประจำวันของเขาเช่นเดิม แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำด้วยท่าทีเหลืออด ท่าทางของเธอออกจะแก่นแก้วและเฮี้ยว เธอคือ พรายสายธาร เธอขึ้นมาโวยคาถาว่าหม้อที่เขาทิ้งลงไปในน้ำมันเกะกะบ้านช่องของเธอมาก มิหนำซ้ำยังมีหม้อบางใบหล่นลงมาโดนหัวของ พรายสายชล จนหัว โน คาถาแปลกใจแต่ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้พรายสายธารเกิดความโมโหมากยิ่งขึ้น จนต้องหาเรื่องคอยกลั่นแกล้งคาถาสารพัดเพื่อที่จะล้างแค้น คาถาเองก็ไม่ยอมลดละเช่นกันแกล้งแหย่พรายสายธารให้ต้องโมโหทุกทีไป วันไหนที่ไม่ได้พบหน้าพรายสายธารคาถาก็ต้องแกล้งหาเรื่องไปเจอกับเธอจนได้ คาถาได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนที่คณะโบราณคดีและได้มาเจอกับ ชลธิชา นั้นเป็นสายที่บอบบาง นิสัยเรียบร้อย ขี้โรค อ่อนแอ หัวอ่อนไม่ค่อยทันคน อาศัยอยู่กับครอบครัวของ บราลี และมี อัมรินทร์ รุ่นพี่ไฮโซร่ำรวยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาคอยตามจีบ คาถาพยายามเข้าไปทักชลธิชา แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คาถารู้สึกงงมากจึงเริ่มตามสืบเรื่องของเธอ จนรู้ว่าชลธิชานั้นแท้จริงแล้วเป็นคนละคนกับพรายสายธาร คาถาจึงจัดแจงพาทั้งสองมาพบกันเพื่อค้นหาความจริงว่า ทั้งสองคนนี้มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรกันแน่ และทั้งหมดก็ได้มารู้ความจริงจากปากของ พรายสายน้ำ และพรายน้ำแข็ง ว่าพวกเธอทั้งสองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน แต่เคราะห์ร้ายต้องพรากจากกันด้วยอุบัติเหตุเรือล่มขณะมาแล่นเรือท่องเที่ยว มีเพียงชลธิชาคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต ส่วนพรายสายธารก็ถูก 3 พรายนำตัวมาเลี้ยงไว้ที่คุ้มนางพราย และวิญญาณพ่อแม่ของพวกเธอถูก หมอผีคำอินทร์ จับตัวไปเป็นบริวาร เมื่อสองพี่น้องได้รับรู้ความจริงก็ยิ่งรักและผูกพันกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อชลธิชาถูกอัมรินทร์ ทำร้าย เพราะไปรู้เห็นว่าเขาเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดองค์กรใหญ่ อัมรินทร์บีบคอเธอจนขาดใจตายแล้วจับร่างเธอโยนลงน้ำ พรายสายธารผ่านมาพบร่างที่ไร้วิญญาณของชลธิชาจึงนำกลับไปชุบชีวิตที่คุ้มวัง พรายจนสำเร็จ และได้ปลอมตัวเป็นชลธิชาเพื่อไปแก้แค้นอัมรินทร์ อัมรินทร์เห็นพรายสายธารก็คิดว่าเธอคือชลธิชา ก็ตกใจเป็นอย่างมากที่ชลธิชายังไม่ตาย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งพรายสายธารก็แก้แค้นกลับมาอย่างเจ็บแสบที่สุด อัมรินทร์คิดว่าพรายสายธารต้องโดนผีเข้าแน่ๆ จึงไปตามลุงคำอินทร์หมอผีใจชั่ว ผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของตนมาทำพิธีไล่ผี แต่ก็โดนพรายสายธารเล่นงานกลับจนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เมื่อคาถาได้เจอกับพรายสายธารที่ปลอมตัวเป็นชลธิชา เขาก็รู้สึกประหลาดใจกับกิริยายียวนกวนประสาทไร้มาดผู้หญิงนุ่มนิ่มเรียบ ร้อยอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขาอดคิดไปไม่ได้ว่าอาจจะเป็นพรายสายธารคู่ปรับเี่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้านอัมรินทร์และคำอินทร์ยังคงทำความชั่วต่อไป พวกเขาฆ่าหลวงพี่มุนีและชิงคำภีร์ขมังเวทย์มาได้สำเร็จและเอามาใช้ในทางที่ ผิด คาถาคิดหาวิธีมาจัดการกับคนพวกนี้ ด้วยการประดิษฐ์เครื่องมือไฮเทคมาคอยขัดขวางการค้ายาบ้าของพวกมัน ทำให้อัมรินทร์โกรธเป็นอย่างมาก จึงวางแผนอุบาทว์เอาน้ำมันเสน่ห์ป้ายใส่พรายสายธาร ทำให้เธอตกอยู่ใต้อำนาจมนต์ดำ คาถาพยายามหาทางช่วยพรายสายธารจนพบคำภีร์แก้มนต์ดำ โดยข้อความในคำภีร์ระบุวิธีแก้ไว้ว่า ต้องใช้เลือดและรักแท้จากคนๆ หนึ่งที่มีมอบให้แก่เธออย่างบริสุทธิ์ใจ จึงจะคลายมนต์ดำของน้ำมันพรายได้ คาถาจึงรีบตามไปช่วยพรายสายธาร แต่พรายสายธารที่ยังไม่ได้สติกลับยิงคาถา คาถาพยายามกลั้นใจเดินเข้าไปหาพรายสายธารเพื่อที่จะกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความรักที่มีให้แก่เธอสุดหัวใจทันใดนั้นก็ปรากฏเป็นแสงสว่างเรืองรองไป ทั่วบริเวณ โอบคลุมร่างของ คนทั้งสองเข้าด้วยกัน ด้วยอำนาจแห่งมนต์ขลังได้ช่วยปลดปล่อยจิตใจของพรายสายธารให้หลุดพ้นจากอำนาจ มืดได้เป็นผลสำเร็จ ติดตามความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในละคร หมอผีไซเบอร์

รายชื่อนักแสดง หมอผีไซเบอร์
ตะวัน จารุจินดา รับบท คาถา
ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ รับบท พรายสายธาร / ชลธิชา
คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท บราลี
สุภัทศร มามีเกตุ รับบท ตานี / สาลินี
ศิวัส นฤภัย รับบท อัมรินทร์
อริษา วิลล์ รับบท ลิต้า
รอง เค้ามูลคดี รับบท พรายสายชล
โย่ง เชิญยิ้ม รับบท พรายน้ำแข็ง
ปิยะมาศ โมณยะกุล รับบท พรายสายน้ำ