Author Archives: admin

แต่ปางก่อน 2530

พ.ศ. 2490 “ราชาวดี” สาวน้อยวัย 17 ปี เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ได้เดินทางมาที่โรงเรียนกุลนารี เพื่อสมัครเป็นครูตามความประสงค์ของมารดาที่ล่วงลับ ไปแล้ว “กาบทอง” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนรับราชาวดีเข้าเป็นครูด้วยความเต็มใจ เพราะเธอกับแม่ของราชาวดีเคยรู้จักกันมาก่อน

นับแต่ก้าวแรกที่ ราชาวดีเหยียบย่างเข้ามาในเขตโรงเรียนซึ่งเป็นวังเก่าก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะเหมือนมีใครตามเธออยู่ห่าง ๆ และยิ่ง “ถวิล” เพื่อนสนิทของเธอเล่าถึงความน่ากลัว ของเสด็จในกรมฯ และท่านชายรังสิธรผู้เป็นโอรสและเจ้าของวัง ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ยิ่งทำให้ราชาวดีสนใจวังนี้มากขึ้นไปอีก คืนแรกที่ราชาวดีเข้าพัก เธอก็ได้ฝัน ถึงวังอันรโหฐาน และเพลงไทยเดิมที่ชื่อ “ลาวม่านแก้ว” อันแสนไพเราะ และชายหนุ่มที่เรียกเธอว่า “เจ้านางน้อย” แต่ไม่ทันได้เห็นหน้าผู้ชายคนนั้นราชาวดี ก็สะดุ้งตื่นเสียก่อน

ราชาวดี ต้องการหาคำตอบว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นคืออะไร จึงแอบเข้าไปในวังซึ่งถูกทิ้งร้างมานานจนทรุดโทรม ที่นั่นราชาวดีได้พบกับ “จางวางจัน” ข้ารับใช้ ้เก่าแก่ของเสด็จในกรมฯ ราชาวดียิ่งแปลกใจมากขึ้น เมื่อจางวางจันเรียกเธอว่า “เจ้านางน้อย” เหมือนผู้ชายคนนั้นในฝันของเธอ

จางวาง จันชวน ราชาวดี ไปที่ ตำหนักริมน้ำแต่เธอปฏิเสธ ระหว่างเดินทางกลับราชาวดีรู้สึกเหมือนมีใครบางคนดึงดูดเธอให้ตามเขาไปโดย ไม่รู้ตัว ราชาวดีรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ายืนอยู่หน้าบ้าน สีขาว ราวบ้านในเทพนิยาย เธอรู้ทันทีว่านี่คือตำหนักริมน้ำที่จางวางจันชวนเธอมา กาบทองพาราชาวดีไป กราบหม่อม “พรรณราย” เจ้าของโรงเรียน ทำให้ได้ พบกับ “ม.ร.ว. จิรายุส” ลูกชายของหม่อมและ “สวรรยา” คู่หมั้น หม่อมพรรณรายประหลาดใจ ที่ราชาวดีหน้าตาเหมือนเจ้านางน้อยไม่มีผิดเพี้ยน เพราะตอนเด็กๆหม่อมเคยพบกับเจ้านางน้อย แต่ท่านก็ไม่ทราบรายละเอียดความเป็นมาของเจ้านางจากลาวผู้นี้มากนัก และดูเหมือนท่านจะไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีตนี้ด้วย

ราชาวดีหาโอกาส ปลีกตัว ไปที่ตำหนักริมน้ำบ่อยครั้ง จนได้พบกับผู้ชายผู้เป็นเจ้าของตำหนัก เธอรู้สึกสนิทคุ้นเคยเหมือนรู้จักกันมานาน ชายคนนั้นให้ราชาวดี ดูรูปเจ้านางน้อยที่อยู่ใน ตำหนัก ทำให้ราชาวดีถึงกับหมดสติไป เพราะภาพที่เห็นช่างเหมือนตัวเธอราวคน ๆ เดียวกัน

เมื่อฟื้นจากสลบ ก็พบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ปี พ.ศ.2453 ในสภาพเจ้านางน้อย ราชาวดีได้พบกับท่านชายใหญ่หรือ “ท่านชายรังสิธร” ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอ หมดสติไปอีกครั้ง เมื่อได้สติขึ้นมา คราวนี้ราชาวดีพบว่าตัวเองนอนสลบอยู่บนเตียง โดยมีบรรดาครูรุมล้อมด้วยความห่วงใย

ถวิลเล่าให้ราชาวดีฟังว่า จางวางจัน พบเธอนอนสลบอยู่ในสวนหน้าวัง ราชาวดีสารภาพว่าเธอแอบเข้าไปที่ตำหนักริมน้ำ ราชาวดีได้พบวิญญาณท่านชายใหญ่อีกครั้งในงานประจำปีของโรงเรียน โดยเธอได้บรรเลงไวโอลินเพลง “ลาวม่านแก้ว” ทำให้ท่านหญิงวิไลเรขา ป้าแท้ๆ ของจิรายุส ขวัญผวา เพราะก่อนหน้านั้นวิไลเรขาเคยเป็นคู่หมั้นของท่านชาย ใหญ่ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่

แต่ท้ายที่สุดท่านชายใหญ่ก็ขอถอน หมั้นกับเธอ แล้วไปแต่งงานกับเจ้านางน้อย ส่วนเพลง “ลาวม่านแก้ว” เป็นเพลงที่ท่าน ชายใหญ่แต่งให้เจ้านางน้อย และถูกนำมาบรรเลงในวันแต่งงาน

วิไลเรขาเกลียดราชาวดีเพราะคิดว่าเป็นเจ้านางน้อยกลับชาติมาเกิดเพื่อจองเวรกับเธอ
ดัง นั้นวิไลเรขาจึงแกล้งให้ราชาวดีมาอยู่รับใช้ช่วงปิดเทอม ราชาวดีถูกวางยาให้ป่วยทีละน้อย เหมือนที่วิไลเรขาเคยทำกับเจ้านางน้อยในอดีต

จิรายุสนำตัวราชาวดี ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งก็ทำให้วิไลเรขาโกรธมากจนป่วยหนัก ก่อนที่วิไลเรขาจะสิ้นลมเธอได้บังคับให้จิรายุสเต่งงานกับสวรรยา และหลังการแต่งงาน ทั้งคู่เกิดการทะเลาะกันใหญ่โตสวรรยา ทวงทุกสิ่งทุกอย่างจากชายหนุ่ม

หม่อมพรรณรายได้ยินทุกอย่างทำใจรับ ไม่ได้ท่านหัวใจวายทันที่แต่ก็ยังทันเห็นหน้าหลานชายคนเดียวก่อนเสีย จิรายุสเสียใจมากเพราะทั้งชีวิตเขาเหลือเพียงแม่คนเดียว เขาหย่าขาดจากสรรยาโดยเลี้ยงลูกชายเพียงคนเดียว คือ “จิราคม” ราชาวดีตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูแล้วกลับมาที่อุดรฯ โดยมี วิญญาณ ของท่านชายใหญ่ติดตามมาเป็นกำลังใจ กระทั่งคืนหนึ่งท่านชายได้มาบอกลาเธอ ราชาวดีเสียใจที่จะไม่ได้พบท่านชายแล้ว แต่ถ้าเป็นการ จากลาเพื่อ ได้พบกันใหม่ราชาวดีก็ยินดี จากนั้นเธอก็ตัดกิเลสทางโลกเข้าวัดบำเพ็ญกุศล ราชาวดีป่วยหนัก เมื่อถวิลไปเยี่ยมก็พบเพียงกาบทองมาเยี่ยมถวิลที่บ้านและได้พบกับอันตราก็ ถึงกับอึ้งไป เพราะอันตรามีหน้าตาเหมือนราชาวดีเหลือเกิน

อันตรา อาสามาส่งกาบทองที่บ้าน ทำให้เธอได้พบกับจิรายุส เมื่อจิรายุสได้พบอันตราก็รู้สึกเอ็นดู อันตราชอบตำหนักริมน้ำของจิรายุสมาก เธอพยายามขอ ซื้อแต่ ไม่สำเร็จ เพราะจิรายุสตั้งใจเก็บไว้มอบให้จิราคมในวันแต่งงาน อันตรามักจะไปที่ตำหนักริมน้ำบ่อย ๆ จนได้เจอจิราคม ทั้งคู่รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ แล่นพล่านไปทั้งตัว อันตราตกใจรีบหนีออกมา แต่ทั้งคู่ก็ต้องมาพบกันอีกครั้งในงานราตรี จิราคมเดี่ยวเปียโนเพลง “ลาวม่านแก้ว” ซึ่งอันตราโปรดปรานมาก เพราะแม่ของเธอเคยร้องให้ฟังตอนเธอเด็ก ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จิรายุสไปทาบทามอันตรามาเป็นสะใภ้ พร้อมกับเปรยว่า การรอคอยของท่านชายใหญ่ และเจ้านางน้อยสมควรจะจบสิ้นลงได้แล้ว อุปสรรคต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไป ทั้งคู่เข้าสู่พิธีวิวาห์ และสัญญาต่อกันว่าจะดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ท่ามกลางบรรยากาศหวานละมุนของเสียงเปียโน เพลง “ลาวม่านแก้ว” ที่จิราคมเซอร์ไพรส์เจ้าสาวในวันแต่งงาน

ออกอากาศทางช่อง 3 ระหว่าง เดือนมกราคม ถึง วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530

แต่ปางก่อน พ.ศ. 2530 นำแสดงโดย

ฉัตรชัย เปล่งพานิช  (รังสิธร, จิราคม)
จริยา สรณะคม (ม่านแก้ว, ราชาวดี, อันตรา)
นพพล โกมารชุน (จิรายุส)
ดวงตา ตุงคะมณี (วิไลเลขา)
อุทุมพร ศิลาพันธ์ (สวรรยา)

แต่งกับงาน

แต่งกับงาน เป็นเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของสองคนหนุ่มสาว ชลธิศ และ ดาววัน คนหนุ่มสาวทำงานประจำ มีเงินเดือนเงินดาว ต้องตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่ ชีวิตคู่ที่เร่งรีบ เริ่มต้นด้วยกันใน “บ้านแถว” ตามสำนวนของสถาปัตย์เกียรตินิยมอย่างชลธิศ แม้จะคับแคบก็เพียงแต่คับที่คับทาง เพราะหัวใจพองโตของสองคนกว้างขวางและคล้องสมานเป็นดวงเดียวกัน “แต่งกับงาน” จึงสนุกกับรสพ่อแง่แม่งอนยุคไฮเทค ความวุ่นยุ่งอลเวงของครอบครัวใหม่ที่ “ความเป็นครอบครัว” ยังไม่สมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อต่างคนต่างมีภาระ มีหน้าที่ในงาน… งาน ที่จะทำให้ “วิมานห้องแถวที่เช่าอยู่” เป็น “บ้านอบอุ่นของครอบครัว

แต่งกับงาน 2532

แต่งกับงาน เป็นเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของสองคนหนุ่มสาว ชลธิศและ ดาววัน คนหนุ่มสาวทำงานประจำ มีเงินเดือนเงินดาว ต้องตื่นแต่ไก่ยัง
ไม่โห่ ชีวิตคู่ที่เร่งรีบ เริ่มต้นด้วยกันใน “บ้านแถว” ตามสำนวนของสถาปัตย์เกียรตินิยมอย่างชลธิศ แม้จะคับแคบก็เพียงแต่คับที่คับทาง เพราะหัวใจพอง
โตของสองคนกว้างขวางและคล้องสมานเป็นดวงเดียวกัน “แต่งกับงาน” จึงสนุกกับรสพ่อแง่แม่งอนยุคไฮเทค ความวุ่นยุ่งอลเวงของครอบครัวใหม่
ที่ “ความเป็นครอบครัว” ยังไม่สมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อต่างคนต่างมีภาระ มีหน้าที่ในงาน… งาน ที่จะทำให้ “วิมานห้องแถวที่เช่าอยู่” เป็น “บ้านอบอุ่น
ของครอบครัว

นักแสดงละคร แต่งกับงาน
บิลลี่ โอแกน
สิเรียม

เต่ากินผักบุ้ง

หลังจบการศึกษา รังสิมา หรือผักบุ้ง ( อาทิตยา ดิถีเพ็ญ ) , ชลลดา หรือโอ๋ ( ทัศนพรรณ สิริสุขะ ) และอารียา ( วิญาดา จงรัตนเมธีกุล ) ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันต้องแยกย้ายกันไป ผักบุ้งต้องแต่งงานตามสัญญากับเต่า หรือจัตริน ( เคลลี่ ธนะพัฒน์ ) หลานชายแท้ ๆ ของปู่รังสี ( ญาณี ตราโมท ) ผู้ที่เลี้ยงดูผักบุ้งมาตั้งแต่เด็ก ผักบุ้งดีใจ และรอคอย วันที่จะได้แต่งงานกับจัตริน แต่เมื่อจัตรินกลับจากเมืองนอกกลับบอกกับ รังสรรค์ ( สมภพ เบญจาธิกุล ) และนภัสสร (ปนัดดา โกมารทัต ) พ่อกับแม่ว่าตนมีธิดารัตน์ ( ภัคจิรา วรรณสุทธิ์ ) เป็นคนรักอยู่แล้วและกำลังจะมีลูกกับเธอ จึงขอยกเลิกสัญญาเรื่องการแต่งงานกับผักบุ้ง พ่อกับแม่จึงต้องแบกหน้าไป บอกกับปู่รังสี ๆ โกรธมากบอกว่าจะ ไม่ยอมช่วยเหลือเรื่องเงินเรื่องทองของบ้านจัตรินอีก

ผักบุ้งเสียใจที่จัตรินปฏิเสธเหมือนเธอไม่มีค่า แต่ปู่รังสียังยืนยันว่าไม่ต้องการ เหลนทวดจากใครนอกจากผักบุ้ง เพราะปู่รังสีต้องการตอบแทนที่ในอดีตมาลินี ( ญาสุมินทร์ เลิศอมรวัฒนา ) แม่ของผักบุ้งได้สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยตนไว้ และสัญ ญากับมาลินี ว่าจะดูแลผักบุ้งให้ดีที่สุด เมื่อจัตรินปฏิเสธผักบุ้ง เธอจึงวางแผนเข้าไป ทำงานในบริษัทของพ่อโอ๋ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่จัตรินทำงาน อารียาก็ทำงานใน บริษัท นั้นเช่นกันจึงขอให้โอ๋ฝากผักบุ้งเข้าทำงาน โอ๋รับปากและดีใจที่ผักบุ้งไม่ ต้องแต่ง งานกับเต๋าเพราะจาตุนรต์ ( คงกระพัน แสงสุริยะ ) พี่ชายของตนจะได้สม หวัง ตอนที่เรียนหนังสือ

ผัก บุ้งเคยอยู่ที่บ้านของอารียา เพราะบังอร ( ดวงใจ หทัยกาญจน์ ) แม่ของอารียา เป็น เพื่อนรัก กับมาลินีมาก่อน บังอรจึงรักผักบุ้งเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งบอก อารียาว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะขอมาอยู่บ้านอารียาเช่นเดิม เพราะบ้าน ของอารียาอยู่ติดกับบ้านจัตริน อารียายินดี จัตริน และจาตุรน์ เป็นเพื่อนรักกันจัตริน ขอให้จาตุรนต์ฝากธิดารัตน์เข้าทำงานในบริษัทที่ตนทำอยู่ จาตุรนต์รับปาก แต่เมื่อ โอ๋บอกว่าผักบุ้งต้องการทำงานนี้จาตุรนต์ก็เลือกผักบุ้งและปฏิเสธจัตริน ในบริษัท ลือกันว่าเพราะผักบุ้งเป็นแฟนกับจาตุรนต์จึงได้ทำงาน ซึ่งตรงตามแผนของ ผักบุ้งที่ต้องการแก้แค้นจัตรินที่ทำให้เธอผิดหวัง

จัตรินคิดว่าที่แท้ผักบุ้งมีแฟนอยู่แล้วตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดที่ไม่ยอมแต่งงาน กับเธอ ต่อมาจัตรินได้รู้ว่าทาง ครอบครัว ของธิดารัตน์ปฏิเสธที่จะรับตนเป็นลูกเขย และบอกว่าธิดารัตน์ไม่ได้ท้อง เธอตัดสินใจเป็นเมียน้อยเสี่ย ทรงชัย เพราะฐานะร่ำรวยกว่า จัตรินรู้ข่าว เขาเสียใจมาก จัตรินบอกปู่รังสีว่าตนพร้อมที่จะแต่งงานกับผักบุ้งแล้ว ปู่จึงให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินพร้อมเล่าเหต์การณ์ในอดีตให้ผักบุ้งฟังว่า ธิดารัตน์คือพี่น้องพ่อเดียวกันกับผักบุ้ง เพราะธาดา(อรรถชัย อนันตเมฆ) พ่อของผักบุ้งทิ้งมาลินีไปแต่งงานกับดาลัด ( ปิยะมาศ โมนยกุล ) มีลูกด้วยกันสองคน คือ ธิดารัตน์ และธราดล (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) ปู่จึงต้องการให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินเพื่อบอกให้ธาดารู้ว่าผักบุ้ง ได้ดีกว่าธิดารัตน์ลูกสาวที่เขาฟูมฟักซึ่งยอมเป็นเมียน้อย ผักบุ้งไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวธาดา แต่เธอยอมแต่งงานกับ จัตรินเพื่อตามใจคุณปู่ เมื่อจาตุรนต์รู้ข่าวเขาเสียใจมาก

เพื่อฐานะที่ดีขึ้นดาลัดชักนำให้ธราดลกับโอ๋ ทั้งที่โอ๋อายุมากกว่าธราดล ทำให้เขาได้ รู้จักกับผักบุ้งและเรียกผักบุ้งว่าพี่สาวอย่างเต็มปาก เขาบอกกับผักบุ้งว่า ธาดารู้สึกผิด ที่ทิ้งมาลินีและผักบุ้ง แต่โอ๋กลับคิดว่าธราดลทำไปเพราะว่าผักบุ้งกำลัง จะเป็นหลาน สะใภ้เศรษฐี งานแต่งงานของผักบุ้งและจัตรินมาถึง จาตุรนต์เอาแต่ดื่มเหล้า และหนี ออกจากงานอารียาด้วยความเป็นห่วงจึงตามไป แต่กลับโดนจาตุรนจ์แกล้ง อารียา โกรธจึงไม่ยอมพบหน้าจาตุรนต์อีก จาตุรนต์ปลงตก และหันกลับมาคบกับอารียา

ธิดารัตน์หลอกเสี่ยทรงชัยว่าท้อง เสี่ยรู้ว่าเธอโกหกโกรธมาก เธอจึงหนีกลับเมืองไทยและตามราวี ผักบุ้ง กับ จัตรินไม่เลิกเพราะต้องการจะกลับไปคบกลับจัตรินอีก จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาก แต่ จัตรินยืนยันตัด ความสัม พันธ์กับ ธิดารัตน์เพราะจัตรินรักผักบุ้ง ปู่รังสีดีใจที่รู้ว่าผักบุ้งกำลังจะมีเหลนแต่ก็ไม่ทัน ได้ดูหน้าเหลน ปู่ก็เสียชีวิต ผักบุ้งเสียใจมาก จัตรินรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคน จึงสัญญากับผักบุ้งว่าจะไม่ทรยศเธอเรื่องธิดารัตน์อีก หลังงานศพปู่ ธาดาขออยู่ที่บ้าน สวนที่ปู่ยกให้จัตริน และผักบุ้ง และรับปากว่าจะส่งเงินให้ดาลัดใช้ ส่วนธิดารัตน์ ให้หางานทำธราดลนั้นก็ให้เรียนไปทำงานไป ผักบุ้งและอารียาเป็นตัวประสานให้โอ๋ปรับความเข้าใจ กับธราดล ธิดารัตน์ถูกซ้อมปางตาย ทำให้ธิดารัตน์คิดว่าถ้าเธอมีสามีที่ดีอย่างจัตรินคงไม่ถูกใครทำร้าย เธอตัดสินใจว่าจะ ต้องแย่งจัตรินจากผักบุ้งให้ได้ โดยโกหกว่าท้องกับจัตริน เมื่อธราดลเปิดเผยความจริงว่าเธอไม่ได้ท้องจริง เธอจึง รับไม่ได้ใช้มีดแทง จัตริน แล้วก็เสียสติต้องไปอยู่โรงพยาบาลประสาท จัตรินรอดตายมาได้ ทั้งสองคนเข้าใจกัน จัตรินขอดูแลธิดารัตน์เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งไม่ขัดจัตริน แล้วทั้งสองก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ตุ๊กตาโรงงาน

พลวัต เป็นพ่อม่ายลูกติด ซึ่งแม่ของเขาอยากจะให้แต่งงานกับ มิรันตี พุทธ ลูกสาววัย 6 ขวบของพลวัตเป็นเด็กที่มีซิกซ์เซนส์ วันหนึ่งพุทธไปพบตุ๊กตา ที่ตลาด นัด และขอที่จะซื้อตุ๊กตาผู้หญิงและตุ๊กตาผู้ชายกลับบ้าน พลวัตพา ลลิตา มาขอให้แม่รีบจัดงานแต่งงานให้ เพราะเธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่ง แท้จริงแล้วลลิตาตั้งใจที่จะจับพลวัตโดยเธอได้ทิ้ง โทนี่ แฟนของเธอ และโกหกเรื่องท้องกับพลวัต ในงานแต่งงานมีแขกที่สนิทสนมกันมาร่วมงานก็ มี เสี่ยวิทย์ และผู้ช่วยคือ โทนี่ มาร่วมงานด้วย พุทธแปลกใจที่ตุ๊กตาสองตัว ที่บอกเธอว่าชื่อ แจ๋วแหวว และ เดชา มีปฏิกริยา แปลก ๆ กับการมาของเสี่ยวิทย์ โทนี่พยายามขอคืนดีกับลลิตาในงานแต่เธอปฏิเสธ ส่วนเสี่ยวิทย์เมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกับมิรันตีก็เริ่มสนใจ

เมื่อเสี่ยวิทย์ขับรถออกมาจากงานก็ต้องหักพวงมาลัยแทบเสียหลัก เพราะเห็นตุ๊กตาทั้งสองตัวเดินตัดหน้ารถ เสี่ยวิทย์คิดว่าตัวเองคงตาฝาดไป โทนี่ก็เจอตุ๊กตา ใช้ส้อมปักมือจนได้ เลือดในงานแต่งงาน แต่เขาก็คิดว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า มิรันตีได้รู้จักกับ รุ่งโรจน์ เพื่อนบ้านหนุ่มและ บอย หลานชาย ของเขาที่อยู่รั้วติดกัน รุ่งโรจน์เห็นความเรียบร้อยน่ารักของมิรันตีก็แอบชอบ บอยมาเป็นเพื่อนเล่นกับพุทธ ทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของพุทธที่เอาแต่คุยกับตุ๊กตาทั้งสองตัว

วัน หนึ่งลลิตาพลัดตกบันได และพบว่าตุ๊กตาทั้งสองตัวนั่งอยู่ที่ขั้น บันไดที่เธอสะดุด พลวัตพาลลิตาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าลลิตาไม่ได้ท้อง พลวัต โกรธที่ถูก หลอก สำรวย และ วงศ์ ญาติของลลิตาที่จ้างมาคอยช่วยเหลือเธอและคอยกลั่นแกล้งพุทธ ทั้งคู่ได้เอาตุ๊กตาไปลนไฟ หรือทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ และทั้งคู่ก็ได้รับโทษ จากตุ๊กตาทั้งสองตัว สำรวยประกาศไปทั่วว่าตุ๊กตาสองตัว นี้เป็นตุ๊กตาผี ลลิตาติดต่อ อ.บุญสืบ ให้มาทำพิธีปัดรังควานแต่พุทธไปบอกย่าว่าลลิตาชักนำคนไม่ดีเข้าบ้าน ทำให้ลลิตาไม่สามารถพา อ.บุญสืบเข้ามาทำพิธีได้ มิรันตีสรุปเอาว่าตุ๊กตาสองตัวนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ เธอเลยไปปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่งโรจน์

พลวัต มักจะออกอาการหึงหวงเพราะลึกๆเขาก็รักมิรันตี โทนี่พยายามมาขอคืนดีกับลลิตาทำให้ถ่านไฟเก่าคุขึ้นอีกครั้ง โทนี่มาหาลลิตาที่บ้านเสมอ โดยดึงเสี่ยวิทย์ที่สนใจมิรันตีเข้ามาด้วย พลวัตเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในบ้าน เขาเริ่มปรึกษากับมิรันตีและรุ่งโรจน์เรื่องการสืบค้นต้นตอที่มาของตุ๊กตา สอง ตัวนี้ และในที่สุดเมื่อสืบสาวราวเรื่องไปถึงโรงงานเก่าที่ถูกเผาจนวอด ทั้งสามปะติดปะต่อเรื่องจากคนแถวๆนั้น และข่าวจากหนังสือพิมพ์เก่าทำให้ทราบว่าโรงงานแห่งนี้เป็นของเสี่ยวิทย์ และโทนี่เป็นผู้บริหาร เคยถูกไฟไหม้และมีคนงานโดนไฟคลอกตายหลายศพ ซึ่งสงสัยว่าเป็นการเผาเพื่อเอาเงินประกัน

พลวัตวางแผนให้ มิรันตีทำทีสนใจกับการที่เสี่ยวิทย์ชวนมิรันตีไปทำงานด้วยกัน เพื่อจะได้เข้าไปสืบหาหลักฐานและก็ได้พบเงื่อนงำในบัญชีของเสี่ยวิทย์ที่มี การโอนเงินไปบัญชีของโทนี่ หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานไม่กี่วัน และยิ่งไปกว่านั้นมีชื่อเดชา และแจ๋วแหวว เป็นคนงานที่ตายในกองไฟ พลวัตกลับ ไปหา อ.บุญสืบเพื่อขอให้มาทำพิธไล่วิญญาณ ให้ออกจากตุ๊กตาทั้ง สองตัว อ.บุญสืบทำพิธีมัดตุ๊กตาแล้วนำไปฝังในป่าช้า พุทธบอกพ่อว่าอีกหน่อยตนจะต้องโดนคนร้ายจับตัวไปเพราะตุ๊กตาเคยบอกไว้ คืนหนึ่งลลิตาพาโทนี่มาพลอดรักกันในบ้าน และบังเอิญที่พุทธมาเห็นเข้า

พุทธ นำเรื่องมาฟ้องพลวัตต่อหน้าลลิตา ทำให้ลลิตาจ้างคนมาจับตัวพุทธเรียกค่าไถ่ พลวัตนึกถึงคำพูดที่พุทธเคยบอกเรื่องตุ๊กตา เขาจึงไปขุดตุ๊กตาในป่าช้าออกมา ในขณะที่พุทธกำลังจะโดนฆ่าตามคำสั่งของลลิตา และโทนี่ ตุ๊กตาก็มา ช่วยโดยฆ่าคนงานตาย ลลิตาไม่ตายแต่เสียสติ ส่วนโทนี่ก่อนที่จะตายวิญญาณตุ๊กตาก็บังคับให้โทรตามเสี่ยวิทย์มา ก่อนที่เสี่ยวิทย์จะโดนฆ่าตาย พลวัต และมิรันตีมาห้ามวิญญาณทั้งสองไว้

ตุ๊กตาเริงระบำ

ตุ๊กตาเริงระบำ เป็นเรื่องราวของ อินทุอร  เธอเป็นสาวสวยนักเรียนนอก นั่งกอดตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีสวมชุดบัลเล่ต์สีขาวไว้แนบอก เธอร้องไห้เพราะพ่อมาเสียชีวิตอย่างกระทันหัน โดยทราบข่าวจากจดหมายของ ศจี แม่เลี้ยง เธอมาเรียนที่อังกฤษประมาณ 5 ปีแล้ว อีกปีเดียวก็จะเรียนจบปริญญาตรี   เธอไม่เชื่อว่าพ่อของเธอจะฆ่าตัวตาย อนันต์ เป็นนักธุรกิจชื่อดัง ร่ำรวยมหาศาล ประสบความสำเร็จในอาชีพ พ่อสั่งสอนเธอมาตลอดว่า คนฆ่าตัวตายคือคนโง่ อินทุอรนั่งมองตุ๊กตา ที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว ท่านบอกว่าตุ๊กตาสวยน่ารักเหมือนอินทุอร ตอนนั้นพ่อกอดเธอไว้แน่น สั่งนักสั่งหนาว่าให้เก็บตุ๊กตาตัวนี้ไว้ให้ดี ตุ๊กตาตัวนี้จะเ ป็นตัวแทนของท่าน เมื่อเธอคิดถึงก็ให้กอดตุ๊กตาแล้วก็เหมือนกับกอดท่าน อินทุอรแปลกใจกับคำพูดแปลก ๆ แต่ ณ วันนี้เธอไม่มีใครแล้วนอกจาก “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตัวนี้ตัวเดียวที่เป็นตัวแทนของพ่อ

อินทุอรขอบิดาเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี หลังจากที่ จันทรา มารดาของเธอตรอมใจตาย อินทุอรจึงเกลียดศจีแม่เลี้ยงและ สลีวัลย์ ลูกสาวของศจีที่เกิดจากสามีเก่ามาก ศจีกับลูกสาวเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอได้ก็เพราะความใจดีของจันทราเอง เพราะสงสารที่สามีของศจีตายกะทันหัน เธอจึงรับศจีและสลีวัลย์มาอยู่ด้วย โดยให้ทำหน้าที่ “แม่บ้าน” ดูแลความเรียบร้อยทั่วไป โดยไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเพื่อนรักจะทำร้ายเธอได้ลง ศจีหว่านเสน่ห์และยั่วยวนจนอนันต์พลาดมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ อนันต์สงสารจันทราขอร้องศจีว่าอย่าบอกภรรยา ศจีรับปากพูดอย่างเจียมตัวว่าเธอมาอยู่ที่นี่มีความสุขก็เพราะจันทราเพื่อนรักเธอไม่ทำร้ายจันทราแน่นอน ทว่าตรงกันข้ามเธอกลับเป็นฝ่ายบอกจันทราเองอย่างจงใจ ศจีทำทีไปสารภาพผิดกับจันทราเธอรู้ดีว่าจันทรา รับไม่ได้แน่ ๆ กับเรื่องนี้ จันทราเป็นคนดีมีเมตตา มีศีลธรรมและอ่อนแอเกินไป ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของศจี จันทราช็อกเมื่อรู้เรื่องจากปากเพื่อนรัก ศจีเล่นละครร้องไห้สำนึกผิดทั้งที่สะใจที่เห็นเพื่อนเจ็บปวด จันทราข่มใจถามอนันต์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจต่อหน้าศจี อนันต์จำต้องยอมสารภาพ อินทุอรจำได้ว่ามารดาร้องไห้จนหมดสติไป จันทราอยู่โรงพยาบาลหลายวัน เมื่อออกจากโรงพยาบาลเธอก็เปลี่ยนไปมาก จากผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน หน้าตาสดใสมีความสุข จันทรากับเก็บตัวเงียบแต่ในห้อง เธอมีอาการของโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง ยิ่งเห็นศจีเอาใจอนันต์ จันทราก็แทบอยากตาย เธอไม่กินไม่นอน ผ่ายผอมผิดตา แล้ววันหนึ่งจันทราก็เสียชีวิต อินทุอรเสียใจมาก เธอโกรธและเกลียดศจีแต่ไม่โกรธบิดา เพราะรู้ว่าอนันต์รักจันทรามาก การจากไปของจันทราทำให้อนันต์ทุกข์ใจมากเช่นกัน หลังงานศพจันทราไม่นานศจีก็ประกาศตัวเป็นภรรยาของอนันต์ทันที นางกับลูกสาวทำร้ายจิตใจอินทุอรทุกวัน จนเธอทนไม่ไหวต้องขออนุญาตบิดามาเรียนต่อที่อังกฤษ อนันต์รู้ดีว่าทำร้ายจิตใจลูกสาวเพียงใด เขาจึงยอมตามใจเธอ โดยเขาจะบินมาเยี่ยมเธอทุกปีโดยเฉพาะในวันเกิด อนันต์จะหาของขวัญเป็นเครื่องเพชรน้ำงามเก๋ ๆ เหมาะกับเด็กสาวมาฝาก หรือเป็นของใช้ที่ลูกสาวพอใจ มีปีที่แล้วที่เขาซื้อ “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตัวนี้ให้อินทุอร วันรุ่งขึ้นเธอตัดสินใจเก็บของกลับกรุงเทพทันที เธอไม่เชื่อว่าบิดาของเธอจะฆ่าตัวตาย

บนเครื่องบินเที่ยวบินอังกฤษ – กรุงเทพ ทยา หนุ่มหล่อนักธุรกิจไฟแรงนั่งมองสาวสวยที่นั่งติดกันอย่างสงสัย เธอนั่งกอดตุ๊กตากระเบื้องในชุดบัลเล่ต์ไว้แน่น สีหน้าเศร้าหมอง แต่ถึงจะเศร้าเธอก็สวยจับตาจับใจเหลือเกิน ทยาพยายามคุยด้วยเมื่อรู้ว่าเธอเป็นคนไทย แต่เธอไม่สนใจเขาเลย จนทยาเข้าใจว่าเธอหยิ่ง ระหว่างบินจู่ ๆ เครื่องบินก็สั่นสะเทือนรุนแรงผิดปกติ กัปตันบอกผู้โดยสารว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง เขาขอให้ผู้โดยสารอยู่ในความสงบ ทยามองไปรอบตัวอย่างนึกขำ ทุกคนก้มหน้าสวดมนต์ตามศาสนาของตน ด้วยท่าทางตระหนกสุดชีวิต ทยาหันมาดูสาวสวยข้างตัว เขาก็พบว่าเธอหน้าซีดตกใจอย่างน่าสงสาร แต่ไม่วายกอดตุ๊กตาไว้แน่น ทยาบีบมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เขาบอกเธอว่าอย่ากลัวทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ทยาชวนอินทุอรดูคนรอบตัว เขาชวนเธอคุยอย่างมีสติและอารมณ์ขันจนอินทุอรค่อยคลายตกใจ ทยาพูดอย่างมั่นใจว่า เขาและเธอจะต้องถึงกรุงเทพอย่างปลอดภัยแน่นอน อินทุอรไม่แน่ใจนักแต่ก็ราวปาฏิหารย์ที่กัปตันสามารถแก้ไขสถานะการณ์จนกลับ เป็นปกติได้ในเวลาต่อมา เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ อินทุอรก็กลับไปนั่งเหม่อกอดตุ๊กตาเหมือนเดิม เธอยอมพูดกับเขาอีก 2-3 คำเท่านั้น ทยารู้เพียงว่าเธอชื่ออินทุอร

เมื่อถึงกรุงเทพ ทยาช่วยดูแลเธอจนออกมาถึงนอกสนามบิน เมื่อเขารู้ว่าเธอไม่มีใครมารับ ทยาก็อาสาจะไปส่ง อินทุอรลังเล แต่เมื่อเขาบอกเธอว่า เขาและเธอต่างก็ผ่านวิกฤตความเป็นความตายมาด้วยกันก็อย่ากลัวเขาเลย อินทุอรจึงตกลง ระหว่างเดินมาที่รถทยา สาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวอีกคนหนึ่งก็วิ่งถลามากอดเขาอย่างรักและคิดถึงเต็มที่ อาการของเจ้าหล่อนใครมองก็รู้ว่าเป็นแฟนกัน ทยาตกใจแต่อินทุอรตกใจกว่า เธอจำได้ว่าสาวเปรี้ยวคนนี้คือ สลีวัลย์ ลูกสาวศจีนั่นเอง อินทุอรรีบลากกระเป๋าหนีมาขึ้น TAXI ทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของทยา อินทุอรมาที่สำนักงานทนายความของ ประชา ทนายประจำตระกูล ประชาและ ประพล ลูกชายตกใจที่อินทุอรมาอย่างกะทันหัน อินทุอรซักถามถึงการตายของบิดาอย่างละเอียดเพราะไม่เชื่อ แต่ประชาก็ยืนยันว่า อนันต์ฆ่าตัวตายจริงๆ ที่สำคัญคือยังหาพินัยกรรมไม่พบ อนันต์เขียนพินัยกรรมต่อหน้าประชา แต่บอกว่าจะเก็บไว้เอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาเก็บไว้ที่ไหน ประชารู้เพียงว่าจะเปิดพินัยกรรมได้ก็เมื่ออินทุอรอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์พอดี อินทุอรและประชากลุ้มใจเพราะมีเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นในการหาพินัยกรรม วันนั้นประพลรีบอาสาไปส่งอินทุอรที่บ้าน ศจีและสลีวัลย์ตกใจที่เห็นอินทุอรมาแบบกะทันหัน รวมถึงทยาซึ่งสลีวัลย์ชวนมาที่บ้านด้วย ส่วนอินทุอรมองศจีที่วางมาดเป็นเจ้าของบ้านอย่างปวดร้าว ใบหน้าเรียบเฉย ตาดุ มองศจีอย่างโกรธแค้น ชิงชัง ศจีข่มใจวางมาดผู้ใหญ่ใจดี ปลอบอินทุอรเรื่องบิดา และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปเรียนต่อ แต่อินทุอรกลับตอบโต้อย่างรุนแรง ทั้งศจี อินทุอร สลีวัลย์ และประพล เถียงกันจนลืมไปว่า ทยาซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั่งอยู่ด้วย กว่าอินทุอรจะรู้สึกตัวก็พูดอะไรไปมากพอที่ทยาจะจับความได้ เมื่อเธอเห็นทยาเธอมองเขาอย่างเกลียดชัง ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน เมื่ออินทุอรไปแล้ว ทยาก็ขอตัวกลับบ้าง เขาเข้าใจว่าทุกคนที่นี่วุ่นวายเรื่องสมบัติอย่างน่าเวียนหัวจริงๆ

เช้าวันต่อมา อินทุอรต้องโกรธศจีจนแทบบ้าเมื่อรู้ว่า นมอ่อน แม่นมของบิดาและ กิ่งแก้วพี่เลี้ยงของเธอต้องไปอยู่เรือนคนใช้ ทั้งที่เคยมีห้องพักบนตึกใหญ่ เมื่ออินทุอรลงไปหาทั้งคู่ เธอยิ่งเสียใจเมื่อเห็นว่านมอ่อนป่วยมาก กิ่งแก้วกอดอินทุอรอย่างรักและคิดถึง และบอกว่านมอ่อนป่วยมานานแล้ว แต่ศจีไม่ยอมให้พาไปโรงพยาบาล อินทุอรโกรธจัด อินทุอรกลับขึ้นตึกและต้องทะเลาะกับศจีอีกรอบ กว่าจะขับรถพานมอ่อนไปโรงพยาบาลได้ เธอดีใจที่หมอบอกว่านมอ่อนไม่เป็นอะไรมาก แต่ต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวันหน่อย เพราะแกอายุมากและร่างกายอ่อนแอ อินทุอรให้กิ่งแก้วอยู่กับนมอ่อน เธอกลับไปหาทนายประชาอีกครั้ง คราวนี้เธอขอแฟ้มคดีของบิดามาด้วย เธอต้องการรู้ข้อมูลอย่างละเอียด อินทุอรไปเยี่ยมนมอ่อนทุกวัน เธอเริ่มอ่านรายละเอียดคดีของบิดาบ้างแล้ว แต่ยังไม่จบ วันหนึ่งอินทุอรขับรถเพื่อไปเยี่ยมนมอ่อน แต่รถเสียกลางทาง ขณะที่เธองงและทำอะไรไม่ถูก ทยาบังเอิญขับรถผ่านมาพอดี เขาดีใจที่พบอินทุอรอีกครั้ง ทยาลงไปช่วยหญิงสาวอย่างเต็มใจ แม้อินทุอรจะไม่เต็มใจก็ตาม ในที่สุดเธอต้องยอมให้ทยาเรียกช่างจากอู่ที่เขารู้จักมารับรถเธอไปซ่อม และยอมให้ทยาตามไปเยี่ยมนมอ่อนด้วย ที่โรงพยาบาลทยาแปลกใจที่เห็นอินทุอร ผู้หญิงกระด้าง เย็นชา กลับมีท่าทางอ่อนโยน น่ารักกับนมอ่อน เขาชอบมองเธอยิ้ม เมื่อยิ้มเธอจะมีเสน่ห์น่ารักมากขึ้น ทยาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอินทุอรจึงเครียดนัก เมื่ออยู่ต่อหน้าศจี สลีวัลย์ ส่วนอินทุอรเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้ทยา แต่เธอตัดใจเมื่อเข้าใจว่าทยาคือคู่รักของสลีวัลย์ อินทุอรจึงนับทยาเป็นศัตรูของเธอด้วย เวลาผ่านไปเหตุการณ์ในบ้านทำให้อินทุอรเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเธอไปบริษัท ข้อมูลหลายอย่างทำให้อินทุอรสงสัยศจีและ สมบูรณ์ น้าชายแท้ๆ ของเธอ สมบูรณ์ดูแลเรื่องการเงินแต่ก็เหมือนอยู่ใต้อำนาจของศจี จนอินทุอรแค้นใจมากขึ้น

คืนวันหนึ่ง อินทุอรนั่งอ่านรายละเอียดการตายของบิดาจนหมด เธอเชื่อว่าบิดาถูกฆาตกรรมแน่นอน เพราะบิดาเป็นคนถนัดขวาก็จริง แต่เมื่อยิงปืนแล้ว ท่านจะถนัดใช้มือซ้ายมากกว่า ทว่าในรายงานกลับลงว่าบิดาใช้มือขวาจับปืนจ่อยิงที่ขมับขวาตัวเอง อินทุอรเจ็บแค้นอย่างบอกไม่ถูก เธอค่อยๆ สืบจากคนในบ้านจนรู้ว่า ศจีคือคนที่พบศพบิดาเธอเป็นคนแรก อินทุอรมั่นใจว่า ศจีนี่เองคือตัวการ อินทุอรพบทยาอีกบ่อยครั้ง เพราะเขามักมาหาสลีวัลย์ ทยาไม่คิดอะไรกับสลีวัลย์มากไปกว่าเพื่อนคนหนึ่ง ตอนนี้เขาสนใจอินทุอรมากกว่า  เมื่อนมอ่อนหายป่วยกลับมาบ้าน นางหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวของจันทราให้อินทุอร คืนนั้นเธออ่านจนหมดเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งแค้น อินทุอรหาทางแก้แค้นศจี จนวันหนึ่งเธอเห็นทยามากับสลีวัลย์ อินทุอรคิดออกทันที เธอจะแย่งทยาจากสลีวัลย์ อินทุอรเข้ามาทักทายทยาอย่างสนิทสนมและยิ่งสะใจเมื่อเห็นสลีวัลย์หึง

วันหนึ่งทยาเสนอให้อินทุอรไปพักผ่อนบ้าง เพราะเธอเครียดมากเหลือเกิน เขากลัวเธอจะป่วยเสียก่อน ทยาเสนอให้เธอไปพักที่บ้านพักริมทะเลของเขา อินทุอรรับปากทันที เธอดีใจที่ทยามาหาเธอที่บริษัทและนำกุญแจมาให้เธอเอง อินทุอรแกล้งชวนทยาไปกินข้าว เพราะรู้ว่า สุมาวดี เลขาของสมบูรณ์และเป็นคนของศจีต้องบอกสลีวัลย์แน่ เมื่อทยาและอินทุอรกลับมาบริษัทก็พบสลีวัลย์มารออยู่แล้วอย่างกระวนกระวาย อินทุอรแกล้งยั่วจนสลีวัลย์แทบบ้า แสดงอาการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทยาอย่างนอกหน้า จนทยาไม่พอใจ ยิ่งคบกันนานวัน ทยาก็รู้ตัวว่าเขาชอบอินทุอรมากกว่าสลีวัลย์

วันหนึ่ง อินทุอรเก็บของไปพักผ่อนที่บ้านทยาจริงๆ เธอชอบบรรยากาศที่นั่นมาก อินทุอรเล่นน้ำจนเหนื่อย กลับมาทำอาหารเย็นกินเองตามลำพัง ระหว่างทำกับข้าว เธอได้ยินเสียงรถและมีคนไขกุญแจบ้านกึกกัก อินทุอรนึกแปลกใจว่าเป็นใคร เมื่อเธอออกมาจากบ้านก็พบทยา อินทุอรแปลกใจมากที่เขาตามเธอมา ทยาบอกง่ายๆ ว่าเขาก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน เย็นนั้นทยาเป็นลูกมือทำกับข้าวให้อินทุอร ทั้งคู่รับประทานอาหารอย่างมีความสุข อินทุอรดูผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองจนทยารู้สึกว่าจริงๆ แล้วอินทุอรเป็นคนน่ารัก แต่ปัญหาที่เธอมีและข้อขัดแย้งกับศจีนั้นเป็นเรื่องที่เธอไม่ยอมพูด คืนนั้นทยาชวนอินทุอรลงว่ายน้ำกลางดึก ทั้งคู่ว่ายน้ำเก่งทั้งคู่ อินทุอรสวยน่ารักเป็นธรรมชาติจนทยาอดใจไม่ไหว เขาค่อยๆ ดึงเธอมากอดท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก อินทุอรเองก็ดูจะเผลอตัวยอมให้เขากอด เขาสบตาคู่สวยของเธออย่างหลงใหล ทยาจะก้มลงจูบเธอ อินทุอรก็รู้สึกตัว เธอผลักเขาออกและวิ่งหนีกลับบ้านพักทันที ทยาได้แต่เสียใจที่ทำให้เธอหวาดระแวง ทว่าเขากลับหลงรักอินทุอรจริงๆ วันรุ่งขึ้นทยาตามมา ขอโทษอินทุอร แม้หญิงสาวจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อาการตื่นเต้นจนแก้มแดงของเธอก็ทำให้ทยารู้ว่าอินทุอรเองก็หวั่นไหวเช่นกัน ทั้งคู่กลับกรุงเทพโดยขับรถกันคนละคัน เมื่อถึงกรุงเทพ ทยาก็ร้อนใจทันทีที่สลีวัลย์มาตามหึงเขาและเมื่อรู้ว่าเขาไปพบอินทุอร สลีวัลย์ก็ยิ่งคลั่งจนศจีต้องหาทางกำจัดอินทุอร

คืนวันหนึ่งอินทุอรบังเอิญเห็นสมบูรณ์น้าชายเดินออกมาจากห้องนอนของศจี ท่าทางอาลัยอาวรณ์ของสมบูรณ์ทำให้อินทุอรเจ็บใจที่น้าชายหลงเสน่ห์ศจีเข้าอีกคน เธอจึงยิ่งแกล้งหวานกับทยาเพื่อยั่วสลีวัลย์ จนทยาขอเธอแต่งงานจริงๆ อินทุอรสับสนจนไม่รู้ว่าเธอนั้นรักทยาเช่นกัน ศจีและ สลีวัลย์โกรธมากที่รู้ข่าวของทั้งคู่ ทว่าเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ศจีต่อว่าอินทุอรเรื่องทยา อินทุอรแกล้งบอกศจีว่าเธอแต่งงานกับทยาก็เพื่อแก้แค้นที่ศจีทำร้ายจิตใจ มารดาเธอเท่านั้น เธอต้องการให้สลีวัลย์เจ็บใจ เสียใจ ทั้งที่เธอไม่เคยรักทยาเลย อินทุอรไม่รู้ว่าทยาซึ่งตั้งใจมารับเธอไปลองชุดแต่งงานได้ยินพอดี เขาเสียใจมาก ผลุนผลันกลับไปจึงไม่รู้ว่าศจีกับอินทุอรทะเลาะกันรุนแรง อินทุอรบอกว่าเธอรู้ว่าศจีฆ่าบิดา เพราะบิดาถนัดยิงปืนด้วยมือซ้าย และเธอจะแจ้งตำรวจ ศจีจึงย้อนกลับไปว่าถ้าอินทุอรต้องการให้ครอบครัวฉาวโฉ่ก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วจันทราเสียชีวิตเพราะว่านางค่อยๆ วางยาพิษให้จันทราโดยมีอนันต์ร่วมมือด้วย ส่วนอนันต์ตายก็เพราะไม่ยอมทำพินัยกรรมยกสมบัติให้เธอ อนันต์ตายเพราะปืนลั่น

อินทุอรช็อกเมื่อรู้เรื่องบิดา เธอตัดสินใจไม่ถูก ส่วนทยาห่างเหินกับเธอจนน่าแปลกใจ จะอย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็แต่งงานกัน ในงานแต่งงาน ทยาทำร้ายจิตใจอินทุอร เมื่อเขายอมให้สลีวัลย์ใกล้ชิด คลอเคลีย เหมือนเป็นคนรัก โดยไม่ไยดีอินทุอรซึ่งเป็นเจ้าสาว เมื่อส่งตัวคู่บ่าวสาว ทยาหอบเสื้อผ้าไปนอนที่อื่นโดยที่อินทุอรไม่เข้าใจ ยิ่งนานวันทยาก็ยิ่งห่างเหินอินทุอร แต่กลับไปใกล้ชิดสลีวัลย์ เพื่อประชดเธอ จนอินทุอรทั้งเสียใจและทรมาน เธอเพิ่งรู้ว่าเธอรักเขาเหลือเกิน ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยขึ้น สลีวัลย์ยั่วทยาให้หึงประพลว่ารักอินทุอร เพื่อยุให้ทั้งคู่หย่ากันโดยเร็ว ส่วนอินทุอรเครียดมากไหนจะเรื่องพินัยกรรมที่ยังหาไม่เจอและเรื่องของทยา เธอกลับไปบ้านเพื่อหาพินัยกรรมบ่อยครั้ง จึงไม่รู้ว่าศจีเริ่มวางยาเธออีกคน อินทุอรผอมซูบซีดจนผิดตา ทยาเป็นห่วงมาก แต่ด้วยทิฐิและหึงหวงทั้งคู่จึงปรับความเข้าใจกันไม่ได้ จนกระทั่งถึงวันเปิดพินัยกรรม อินทุอรเก็บของใส่กระเป๋าอย่างหมดอาลัย ส่วนทยากำลังหึง ประพลที่สุด เขารักอินทุอรมาก และยอมไม่ได้ถ้าเธอต้องแต่งงานกับคนอื่น ทยาเข้าไปหาเรื่องทะเลาะกับอินทุอรจนทำให้ “ตุ๊กตาเริงระบำ” ตกแตก อินทุอรเสียใจมาก จนไม่สังเกตว่าในตัวตุ๊กตามีกระดาษพับซ่อนอยู่ ทยาหายเมารีบหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาอ่านจึงรู้ว่าอนันต์ซ่อนพินัยกรรมไว้ในตัวตุ๊กตานั่นเอง

ทยารีบพาอินทุอรไปพบประชาก่อนจะไปบ้านอนันต์พิศาล ที่บ้านศจีและสลีวัลย์กำลังดีใจและเตรียมตัวแบ่งสมบัติมหาศาลของอนันต์ แต่เมื่อประชาอ่านพินัยกรรมจบ ศจีและสลีวัลย์ตกใจที่ทุกอย่างเป็นของอินทุอรคนเดียว อินทุอรไล่ศจีและสลีวัลย์ทันที ทยาพยายามขอร้องอินทุอรเพื่อเห็นแก่อนันต์ เพราะศจีมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของเธอด้วย คำขอร้องของทยาทำให้อินทุอรปวดใจที่สุด เธอเข้าใจว่าทยารักสลีวัลย์ ส่วนทยาเข้าใจว่าอินทุอรใจร้ายใจดำเกินไป ศจียอมลดทิฐิขอร้องอินทุอรอยู่ด้วยระหว่างหาบ้านใหม่ อินทุอรยอมโดยไม่รู้ว่าศจีเริ่มวางยาเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ อาการซูบซีดของอินทุอร ทำให้สมบูรณ์ทนไม่ไหว เขาไปบอกความจริงกับทยาว่าศจีวางยาฆ่าอนันต์ จันทรา ขณะนี้อินทุอรกำลังอยู่ในอันตราย ทยาแปลกใจที่ทำไมสมบูรณ์ไม่ช่วยหลานสาวเสียเอง สมบูรณ์จึงต้องบอกอย่างหมดอายว่าเขาคือสามีลับๆ ของศจีอีกคน ทยาห่วงอินทุอรมากรีบเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับเธอ เขาไม่ยอมไปไหนแม้อินทุอรจะไล่ เมื่อ สลีวัลย์เรียกร้องเขาก็บอกกับเธอตรงๆ ว่าเขารักอินทุอร ทยาวางแผนจับศจีโดยร่วมมือกับกิ่งแก้ว แล้วศจีก็พลาดจนได้ ทยาจับได้คาหนังคาเขาว่าศจีกำลังใส่ยาลงในแก้วยาของอินทุอร ศจีถูกจับ สลีวัลย์เสียใจจนเตลิด ส่วนทยายังน้อยใจและเข้าใจอินทุอรผิดว่าเธอรักประพล เมื่อศจีถูกจับไปแล้ว ทยาเข้าไปเก็บของเพื่อกลับบ้าน อินทุอรตามเข้ามาอย่างซาบซึ้งที่เขาช่วยชีวิตเธอ แต่ทยากับจะทิ้งเธอไป เมื่อรู้ว่าเขาเข้าใจเธอผิด อินทุอรจึงง้อทยาอย่างอ่อนหวาน น่ารัก และบอกว่าเธอรักเขามากและไม่ยอมให้เขาไปจากเธอเด็ดขาด ทยากอดอินทุอรแน่นอย่างมีความสุข เขาสัญญาว่าเขาจะดูแลและปกป้องเธอไปจนตลอดชีวิต

ตุ๊กตาเริงระบำ

นักแสดงละคร เรื่อง ตุ๊กตาเริงระบำ
ลลิตา ปัญโญภาส แสดงเป็น อินทุอร อนันต์ไพศาล (อิน)
จิรายุส วรรธนะสิน แสดงเป็น ทยา
วัลวิภา โยคะกุล
รัชชนก พูนผลิน
เกรียงไกร อุณหะนันท์ เป็น อนันต์
พิราวรรณ ประสพศาสตร์
กษมา นิสัยพันธุ์
นุติ เขมะโยธิน
น้ำเงิน บุญหนัก แสดงเป็น นมอ่อน

 

ตุ๊กตามนุษย์

ตุ๊กตามนุษย์”  ละครสะท้อนปัญหาอีกแง่มุมของสังคม ความแตกต่างของเด็กสติปัญญาดีที่ถูกเขี้ยวเข็ญกดดัน กับเด็กปัญญาอ่อน ที่ชีวิตเหมือนเป็นสิ่งของเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตจิตใจ ถูกฉกฉวยและเอาเปรียบจากคนรอบข้างที่สติปัญญาดี

นักแสดงละคร ตุ๊กตามนุษย์

จักรกฤษณ์ อำมรัตน์
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ
กรรชัย กำเนิดพลอย
บุญพิทักษ์ จิตต์กระจ่าง
อังคณา ทิมดี

 

 

ตุ๊กตาทอง

ตุ๊กตาทอง เป็นนิทานวัดเกาะมีมานานแล้วค่ะเป็นคำกลอน เนื้อเรื่องเดิมนั้นมีอยู่ว่า พระราชาองค์หนึ่งมีมเหสี 2 องค์ ซึ่งอิจฉาริษยากัน เมื่อมเหสีใหญ่มีลูก(เป็นเด็กผู้หญิง) ถูกมเหสีรองสับเปลี่ยนเอาไปทิ้งน้ำ เด็กน้อยถูกพระฤๅษีนำไปเลี้ยงและมอบตุ๊กตาทองซึ่งเป็นของวิเศษเอาไว้ป้องกันตัว ต่อมาในเมืองเกิดยุคเข็ญ ถูกตัวประหลาดบุกทำลายบ้านเมือง เจ้าหญิงน้อยเดินทางกลับไปช่วยกอบกู้ ระหว่างทางได้พบเพื่อนคู่ใจจึงเดินทางไปต่อสู้ด้วยกัน หลังจากปราบตัวร้ายลงแล้วทั้งสองก็แต่งงานกัน ต่อมาเกิดการพลัดพราก สามีของเจ้าหญิงไปได้เจ้าหญิงอีกเมืองหนึ่งเป็นภรรยา ครั้นมาถึงในรุ่นลูกก็มีเหตุให้ต้องเป็นศัตรูกัน

ตุ๊กตา

ตุ๊กตา เป็นละครลึกลับ กึ่งสยองขวัญ กึ่งสอบสวน ว่าด้วยเรื่องของ เด็กหญิงบูรณา ซึ่งชอบเล่นคนเดียว พูดคนเดียว และเธอถูกใจตุ๊กตาตัวหนึ่งมากเป็นพิเศษ แม้ว่านักจิตวิทยาจะบอกว่าอาการอย่างนี้พบเห็นได้ทั่วไป แต่แม่ของเธอรู้สึกได้ว่าลูกสาวของเธอมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ

ตี๋ใหญ่

ตี๋ใหญ่ มีชื่อจริงว่า นายกรประเสริฐ ช่างเขียน เป็นคนดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สมัยเด็กตี๋ใหญ่มักจะถูกเพื่อนวัยเดียวกันกลั่นแกล้งรังแกอยู่เสมอๆ แต่ก็มีเพื่อนกลุ่มนักเลงมาช่วยจึงทำให้เป็นคนกล้าสู้คนขึ้นมา และหลังจากนั้นก็มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นโจรปล้นฆ่า ในราวปีพ.ศ. 2520 โดยจะปล้นฆ่าไปทั่วแถบบริเวณจังหวัดราชบุรีและหลายจังหวัดในพื้นที่ใกล้ เคียง และพื้นที่กรุงเทพมหานคร

มีเสียงเล่าลือกันว่า ตี๋ใหญ่ เป็นโจรใจเด็ด และยังเชื่อว่ากัน ตี๋ใหญ่เป็นโจรจอมขมังเวทย์ มีคาถาอาคมอำพรางกายหายตัวได้ จึงทำให้หลุดรอดจากการจับกุมตำรวจได้ตลอด แถมยังเป็นคนเจ้าชู้มีเมียหลายคนเพราะมีหน้าตาดี โดยตี๋ใหญ่โกหกชื่อตนว่าชื่อแจ็คบ้าง ไพโรจน์บ้าง เป็นต้น โดยเมียหลายคนของตี๋ใหญ่บายังไม่ทราบด้วยซ้ำว่า ตี๋ใหญ่นั้นเป็นโจร ตี๋ใหญ่มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ มักจะแต่งกายด้วยเสื้อเชิร์ตลายสก๊อต กางเกงยีนส์สีดำ สวมแว่นตาดำ และรองเท้าผ้าใบ เวลาตี๋ใหญ่ออกปล้นมักจะฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วยความโหดเหี้ยม แต่ก็ปล้นแต่เฉพาะคนรวย และใครเคยช่วยเหลือก็ไม่เคยลืมบุญคุณ โดยจะนำของมีค่าที่ปล้นได้มาให้ โดยการวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้าน

ตี๋ใหญ่ได้เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2524 ก่อนหน้าวันที่ตี๋ใหญ่เสียชีวิตหนึ่งวัน ทั้งตะกรุดและพระของตี๋ใหญ่ได้หายไป จึงถูกตำรวจโดยการนำของ พล.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์วางแผนจับและถูกยิงถล่มจนเสียชีวิต