Tag Archives: อาทิตยา ดิถีเพ็ญ

เส้นไหมสีเงิน

คุณยายบุหงา เศรษฐินีม่าย อาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ ดูเหมือนจะมีความสุขแต่แท้จริงแล้วกับเป็นคนแก่ที่เหงาเศร้า เพราะลูกทั้ง 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงกลณีและอุบลวรรณเลี้ยงแม่ไม่ได้สักคน คุณยายจึงย้ายกลับมาอยู่บ้านเดิมกับแม่ครัวเก่าแก่เพียง 2 คน โดยมีเพื่อนบ้านเก่าอยู่รั้วติดกัน คือ คุณตาพจน์

คุณตาพจน์ เป็นชาวสกลนครมีลูกชาย 1 คน ภรรยาตายและมีหลานที่คุณตาต้องรับหน้าที่ดูแลอีก 4 คน คือ แพรวา ไหมคำ ฝ้าย และป่าน คุณตาและหลาน ๆ ผูกมิตรกับคุณยายด้วยการเด็ดผักสวนครัวข้างรั้วให้ ส่วนคุณยายก็ทำอาหารมาให้ และมีการเชิญไปทานข้าวซึ่งกันและกันบ้างเพิ่มความสนิทสนมทำให้คุณยายรู้สึกอบอุ่นรักหลานคุณตาเหมือนหลานตัวเอง

ฝ้าย ชวน แพร ไปงานรับน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัยทำให้ แพร รู้จักกับมอดลูกชายของอุบลวรรณซึ่งหล่อมาดนายแบบ เรียนดี เก่งกีฬาว่ายน้ำ ร้องเพลงเพราะ มอดแอบชอบแพรแต่แพรไม่สนใจเพราะมอดดูหยิ่งผยอง ไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษจนกระทั่งแพรได้รู้จักกับหนึ่งลูกชายของจงกลณีที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และทำงานบริษัททัวร์ที่เชียงใหม่แพรก็แอบชอบหนึ่งพราะดูเขาเป็นคนดีมีน้ำใจและรักคนแก่เหมือนกัน

จงกลณีเอาแต่เล่นการพนันจนมรดกและหนี้สินท่วมตัว จึงไปหลอกคุณยายว่าตนจะไปลงทุนค้าขายกับเพื่อน และขอโฉนดบ้านนี้ไปค้ำประกันเงินกู้ แต่คุณยายปฏิเสธเพราะรู้ว่าถ้าให้ไปก็คงไม่ได้ไถ่คืน จงกลณีกลับมาอีก พร้อมนักเลงที่จ้างและขอโฉนดบ้านนี้ไปและหลอกคุณยายว่าตนเป็นหนี้จ่ายเช็คเด้งไปสิบล้าน ถ้าไม่เคลียร์จงกลณีจะถูกฆ่าตายคุณยายถึงกับทรุด อดที่แวะมาต้องเข้าประคองและห้ามคุณยายให้โฉนดที่ดินอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายแก่ จงกลณี แต่คุณยายจำใจให้ไปเพราะกลัวนักเลงจะทำร้าย

ไหม ป่าน มอด ชวนคุณยายหลบจงกลณีไปพักผ่อนที่สกลนคร แต่ก่อนคุณยายได้เขียนจดหมายทิ้งให้ จงกลณีว่าเปลี่ยนใจไม่ขายบ้านแล้ว พร้อมกับทิ้งเช็คไว้ห้าแสนบาทและโฉนดก็ถูกอุบลวรรณฉกไปต่อหน้าต่อตาบ้านที่สกลนครขาดเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มอดต้องการ อีกทั้งมอดยังต้องช่วยไหมทำกับข้าวและ ช่วยงานบ้านสารพัดจนจับไข้ คุณยายช่วยเช็ดตัวให้จดมอดซึ้งใจอีกทั้งได้ช่วยไหมให้พ้นจากการถูกข่มขืนจาก เพื่อนบ้านติดกัน

ทำให้ไหมรู้สึกดีขึ้นหลังจากกลับมามอดเปลี่ยนแปลงไปเขาไปเช่าห้องแคบ ๆ เป็นนักร้องใน ห้องอาหารหาเงินค่าเช่าและค่าเล่าเรียนเอง ส่วนหนึ่งดัดแปลงบ้านเป็นเกสท์เฮาส์ให้ฝรั่งเช่า แพรช่วยหนึ่งเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และช่วยตกแต่งเต็มที่ แพรดูมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดหนึ่ง ส่วนไหมกับมอดก็เริ่มมีใจ ให้กัน

เมื่ออุบลวรรณมาเห็นบ้านกลายเป็นเกสท์เฮาส์ก็หาว่าคุณยายโดยจงกลณียุคุณยายซึ่งแข็งขึ้นกว่าเดิม น้อยใจว่าอุบลวรรณไม่ใช่แม่อย่ามายุ่งกับสมบัติและให้เอาโฉนดมาคืนด้วย มอดซึ่งเดินออกมาจากบ้านคุณ ตาพอดีก็โดนอุบลวรรณหาว่ามอดมาอยู่กันกับผู้หญิงบ้านนั้น โดยคุณยายเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจ มอดทนไม่ได้ ต่อว่าแม่ของเขาว่าดูถูกเพื่อนแล้วยังมาหาเรื่องคุณยายอีกจึงให้แม่เอาโฉนดมาคืน

เมื่อเรื่องราววุ่น ๆ ผ่านไปคุณยายเลยต้องทำหน้าที่ให้หลานด้วยความเต็มใจและมีความสุขที่สุดในชีวิตด้วยการไปขอหมั้นแพรให้หนึ่งและขอหมั้นไหมให้มอดติดตามเรื่องราวดรามาสะท้อนสังคมและจะทำให้คุณ ๆ เห็นคุณค่าของคำว่า ” ครอบครัว ”

รายชื่อนักแสดง เส้นไหมสีเงิน
1. อธิชาติ ชุมนานนท์
2. ภูริ หิรัญพฤกษ์
3. อาทิตยา ดิถีเพ็ญ
4. เพชรลดา เทียมเพชร

ระเริงไฟ

ไฟ แค้นที่ฝังใจ “ชาคริต” มานานปี กำลังจะถูกชำระ เมื่อเขาล่อลวงให้ “เขมิกา” หลงรัก และตกลงแต่งงานด้วย แต่ตัว “ชาคริต” กลับหนีไปเมืองนอก เป้าหมายคนต่อไปคือ “ญาดา” พี่สาวของ “เขมิกา” แม้จะได้ตัวเธอมาแล้ว ทว่าเวลานี้ “ชาคริต” กลับอยากได้ใจของ “ญาดา” มากที่สุด ทั้งที่ในใจของเขายังเปี่ยมไปด้วยแรงพยาบาท

“เขมิกา” ลูกสาวคนรองของ “ดิลก เมธาสิทธิ์” นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงและเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่างเธอกำลังจะเข้าพิธี วิวาห์กับ “ชาคริต พิชชากร” ชายหนุ่มรูปหล่อฐานะมั่นคง แต่พิธีดังกล่าวก็ต้องมีอันล้มเลิกลงเพราะเจ้าบ่าวหนีการแต่งงานไปต่าง ประเทศ จึงทำให้เขมิกาหญิงสาวผู้อ่อนแอบอบบางไม่สามารถทนกับสภาพความเป็นจริงที่ เกิดขึ้นได้ เธอตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก “ทัศนะ” เพื่อนสนิทของชาคริตผู้ซึ่งรู้เรื่องราวในอดีตของเขาเป็นอย่างดี

แต่ ทัศนะก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนรักจะใช้วิธีการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ แค้น ด้วยความสงสาร ทัศนะจึงให้เขมิกาพักอยู่ที่บ้านโดยมี “เพ็ญขวัญ” น้องสาวคอยดูแล เขมิกาขอร้องไม่ให้ทัศนะบอกเรื่องนี้แก่ครอบครัว ของเธอ จนกว่าเธอจะทำใจได้และพร้อมจะเผชิญกับความจริง แต่ความลับนี้ก็ ไม่สามารถปกปิดชาคริตได้ แม้ตัวเขาจะอยู่ต่างประเทศ หากชาคริตก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น กับเขมิกาด้วยความสะใจ การช่วยเหลือเขมิกาในครั้งนี้ทำให้ทัศนะรู้สึกเห็นใจเขมิกาจนความรู้สึกนั้น แปรเปลี่ยนกลายเป็นความรัก ทัศนะตัดสินใจไม่ให้ชาคริตทำร้ายเขมิกาอีกต่อไป ชาคริตไม่อยากขัดใจเพื่อน เขาจึงยอมทำตามความต้องการของทัศนะ แต่การล้างแค้นยังไม่ลบเลือนไปจากสมองของเขา ดิลกยังมีลูกอีก 2 คนคือ “ญาดา” ลูกสาวคนโต สาวนักเรียนนอกผู้คล่องแคล่ว เจ้าอารมณ์ เอาเรื่อง ไม่ยอมคน กับ “ไตรทศ” ลูกชายคนเล็กที่ถอดแบบพี่สาวคนโตมาทุกกระเบียดนิ้ว ดิลกแต่งงานใหม่กับแม่ม่ายลูกติดคือ “กมลพรรณ”

ส่วนลูกสาวของเธอคือ “ปาริฉัตร” มีแต่ความอิจฉาริษยาลูกทั้งสามคนของดิลก การหายตัวไปของเขมิกาทำให้ญาดาต้องวุ่นวายออกตามหา ในขณะที่ดิลกก็ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล จักริน น้องชายแท้ๆ ของชาคริต ผู้ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวในอดีตของพี่ชายมาก่อนก็ยังช่วยญาดาออกตามหา และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพี่ชายแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก เพราะชาคริตเป็นคนมั่นใจในความคิดของตัวเองมากเกินกว่าที่ใครจะมาโน้มน้าว เขาได้ ตรงกันข้าม “ชญานี” ญาติกำพร้าที่ชาคริตอุปการะไว้ และเธอก็แอบหลงรักชาคริตอย่างเงียบๆ กลับเข้าข้างการกระทำของ ชาคริตมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็ไม่ทราบความจริงว่าชาคริตกำลังใช้การหายตัวไปของเขมิกาเป็น เครื่องต่อรองกับญาดา ผู้ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปในการชำระความแค้นชาคริตพยายามหลอกล่อให้ญาดามาติด กับ โดยมีปาริฉัตรลูกเลี้ยงของดิลกให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เพราะปาริฉัตรก็แอบหลงรักชาคริต กอปรกับความริษยาในตัวลูกๆ ของดิลกเป็นทุนเดิม ทำให้ปาริฉัตรตกลงใจช่วยเหลือศัตรูของพ่อเลี้ยง ขณะเดียวกันปาริฉัตรก็คิดจะจับ “กสิณ” แฟนหนุ่มนักธุรกิจของญาดาโดยพยายามให้ท่า ในที่สุดกสิณก็ถูกญาดาจับได้ว่าเขาคิดนอกใจ ญาดาเสียใจมากจึงหนีไปดื่มเหล้าเมามายไม่ได้สติและนั่นก็เท่ากับเธอเปิด โอกาสให้ชาคริตได้ทำตามแผน

ญาดาถูกชาคริตพามาบ้านชายทะเลเพื่อขืนใจ และกักขังไว้เป็นการแก้แค้น โดยที่ชาคริตเองก็ไม่รู้ตัวว่า การใกล้ชิดญาดามากๆ ทำให้เขาเริ่มหลงรักในตัวญาดาขึ้นมาจริงๆ ในที่สุดเขมิกาตัดสินใจกลับบ้านพร้อมกับความจริงที่ได้รู้จากชาคริต เขมิกาพยายามจะให้ดิลก เปิดเผยความจริงแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งชาคริตยอมปล่อยตัวญาดากลับมาโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ากำลังท้อง หลังจากดิลกทราบข่าวจากเขมิกาว่าญาดาถูกชาคริตลักพาตัวไปและกำลังตัดสินใจ ที่จะทำแท้ง เขาก็ยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกทั้งสามคนได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว เขาคือฆาตรกรที่ฆ่านายสมบูรณ์เพื่อนร่วมธุรกิจ แล้วโยนความผิดให้กับ “กาจ” บิดาของชาคริตรับผิดไปแต่เพียงผู้เดียว และวันที่กาจพ้นโทษก็มาถึง ดิลกพาลูกทั้งสามมาขอขมาลาโทษและปรับความเข้าใจ ซึ่งกาจก็ยอมยกโทษให้เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในคุก กาจใช้ธรรมะสงบจิตใจดับความแค้นที่มีต่อดิลกจนหมดสิ้น แต่ชาคริตกลับไม่เห็นด้วยกับพ่อ จนกระทั่งทราบความจริงจากเขมิกาว่าเขากำลังจะมีลูกกับญาดาและญาดากำลังจะ เดินทางกลับไปใช้ชิวิตที่เมืองนอกพร้อมกับลูกในท้อง ชาคริตจึงตามไปปรับความ เข้าใจจนญาดายอมให้อภัยในที่สุด

นักแสดงละคร ระเริงไฟ

จอนนี่ แอนโฟเน่ แสดงเป็น ชาคริต
บุษกร พรวรรณะศิริเวช แสดงเป็น ญาดา
ชาเลต ฮิตเดอร์บรานด์ แสดงเป็น ทัศนะ
อาทิตยา ดิถีเพ็ญ แสดงเป็น เขมิกา
ธัญญา โสภณ แสดงเป็น กมลพรรณ
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น ปาริฉัตร
เอก โอรี แสดงเป็น จักริน
ก่อฤกษ์ เทศน์ธรรม แสดงเป็น ไตรทศ
สุธิตา เกตานนท์ แสดงเป็น ชญานี
สริตา ธูปกระจ่าง แสดงเป็น เพ็ญขวัญ
ไมเคิล พูพาร์ท แสดงเป็น กสิณ
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น กาจ
แรม วรธรรม แสดงเป็น เดช
พบอย เอมเมอรี่ แสดงเป็น นภัสสร
สมภพ เบญจาธิกุล แสดงเป็น ดิลก

รังหนาว

รังหนาว

เพราะ สองตระกูลมีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีในแวดวงธุรกิจ มัชพลและตยาคีจึงตกลงแต่งงานกันตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่เคยพบกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น แต่ด้วยอุปนิสัยที่คล้ายคลึงกัน ความรู้และพื้นฐานของชาติตระกูลที่ทัดเทียมกัน ตลอดจนบุคลิก รูปร่างหน้าตาดีทำให้ทั้งสองคนตกลงแต่งงานกันโดยทั้งคู่คิดว่าจะสามารถสร้าง รังรักอันอบอุ่นขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ในงานแต่งงาน “กัมพล” พี่ชายของมัชพลได้พาเลดี้ชารอน ลูกสาวท่านทูตอังกฤษซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับ “ฟาร่าห์” คู่รักเก่าของมัชพลที่อังกฤษเมื่อ 6-7 ปีก่อนมาร่วมงานด้วยซึ่งเมื่อชารอนโทรศัพท์เล่าให้ฟาร่าห์ทราบถึงงานแต่งงาน และความร่ำรวยของคู่บ่าวสาว ฟาร่าห์ก็คิดแผนการณ์ที่จะหวนไปหามัชพลอีกครั้งหลังจากหนีมัชพลไปแต่งงานกับ ริคาโดลูกชายเศรษฐีนักธุรกิจชาวอิตาลีตามความประสงค์ของแม่ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นฟาร่าห์ได้ตั้งท้องกับมัชพลได้ 2-3 เดือน โดยที่มัชพลไม่รู้เรื่องฟาร่าห์พยายามโน้มน้าวริคาโดให้เดินทางไปเมืองไทย เพื่อหาช่องทางทำธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่โดยอาศัยฐานะชื่อเสียงของครอบ ครัวมัชพลซึ่งเป็นนายธนาคารใหญ่ เพราะขณะนั้นฐานะความเป็นอยู่ของริคาโดล้มเหลวมาตลอด โดยฟาร่าห์และริคาโดหวังจะอาศัยบิลลี่ ลูกของฟาร่าห์ที่เกิดจากมัชพลเป็นเครื่องมือ ดังนั้นฟาร่าห์และริคาโดจึงเดินทางไปเมืองไทยในฐานะเศรษฐีนักธุรกิจเพื่อ ดำเนินการตามที่วางไว้ ชีวิตรักของมัชพลและตยาคีที่กำลังเบ่งบานหอมหวานเริ่มค่อยๆ ได้รับพิษภัยจากแผนของฟาร่าห์โดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว

ฟาร่าห์ ตระหนักดีว่า “บิลลี่” จะเป็นตัวดึงดูดมัชพลให้หลงไปติดกับดักของตนอย่างไม่ยากเย็นเพราะสายเลือด สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก อีกทั้งมัชพลยังเป็นคนที่มีจิตใจดีละเอียดอ่อนและมองโลกในแง่ดี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของฟาร่าห์ เพราะมัชพลรักและห่วงบิลลี่มาก เขาพยายามทุ่มเทเวลาความรักให้แก่บิลลี่เพื่อชดเชยเวลา 6 ปีที่เขาไม่เคยทราบมาก่อนว่าเขามีลูกที่เกิดกับฟาร่าห์ มัชพลหลงลืมตยาคีไปชั่วขณะโดยเขาคิดว่าตยาคีคงเข้าใจดีว่าเขาอยากให้บิลลี่ รู้สึกอบอุ่น ตยาคีเองก็เข้าใจและเห็นใจมัชพลมาก ถึงขนาดยอมรับอะไรๆ ได้อย่างง่ายๆ เพราะหล่อนรักเขา และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่มัชพลเองก็ไม่ทราบมาก่อน จะถือโทษโกรธเขาก็คงจะไม่ได้ ฟาร่าห์รู้สึกถึงความสะดวกสบายที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากมัชพลทำให้เธอคิด จะ “จับ” มัชพลไว้เพื่อความสุขสบายที่ยั่งยืนของตัวเอง โดยไม่แคร์ความรู้สึก ของตยาคี เพราะถือว่าตนเป็นผู้มาก่อน ฟาร่าห์ขอร้องริคาโดให้หลีกทางให้เธอ โดยที่เธอจะยินยอมช่วยเหลือริคาโดเรื่องธุรกิจ ซึ่งขณะนั้นกัมพลและริคาโดมีแผนงานที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการออกแบบและ ประกอบรถยนต์ระดับหรู ซึ่งริคาโดมีความรู้เป็นอย่างดี

แผนธุรกิจของ ริคาโดและกัมพลได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากมัชพลและพ่อแม่ ของเขา เพราะทั้งหมดกำลังหลงและเห่อบิลลี่ พวกเขาเกรงว่าหากฟาร่าห์ต้องกลับไปอิตาลีพร้อมริคาโด เขาก็อาจจะสูญเสียบิลลี่ไปด้วย เหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างมัชพล ฟาร่าห์และบิลลี่ได้เริ่มสร้างกำแพงขึ้นในใจระหว่างมัชพลและยาคี โดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว ความหนาวเย็นเริ่มเข้าเกาะกุมรังรักที่เคยอบอุ่นหอมหวาน อย่างไรก็ตามเมื่อตยาคีรู้ว่าหล่อนกำลังท้องกับมัชพลหล่อนก็มีความสุข เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีลูกซึ่งเป็นตัวแทนของคนที่เธอรัก มัชพลก็ดีใจที่จะมีลูกกับตยาคี แต่ความหลงที่เขาทุ่มเทให้กับบิลลี่และฟาร่าห์ก็ทำให้เขาละเลยตยาคีไป เพราะคิดว่าอย่างน้อยตยาคีก็ยังมีพ่อแม่ที่คอยดูแล แต่ทั้งบิลลี่และฟาร่าห์นั้นไม่มีใครเลยนอกจากเขา และแล้วมัชพลก็เผลอไผลถึงขั้นมีความสัมพันธ์กับฟาร่าห์ ซึ่งมัชพลเองก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าถึงอย่างไรเขาก็ เลี้ยงดูและให้เกียรติตยาคีเหมือนเดิม หากต่างคนต่างอยู่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าตยาคีคงเข้าใจ โดยมิได้เฉลียวใจว่าฟาร่าห์ต่างหากที่ไม่เคยเข้าใจ และหล่อนเองก็ต้องการครอบครองเขาทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

มัชพล พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับยาคี เพราะเขารู้สึกผิดที่ปล่อยใจไปกับฟาร่าห์ “ข่าวคาว” ระหว่างเขากับฟาร่าห์ในวงสังคมทำให้มัชพลสารภาพกับตยาคีว่าเขากับฟาร่าห์ยัง รักกันอยู่ ทำให้ตยาคีเสียใจมาก แต่อย่างน้อยหล่อนก็ต้องทนเพื่อลูกที่จะเกิดมาในอีกไม่กี่เดือนริคาโดเห็นใจ ตยาคีมาก เนื่องจากเขารู้ถึงธาตุแท้และความร้ายกาจของฟาร่าห์เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรนักเมื่อฟาร่าห์หวนกลับไปหามัชพล แต่นิสัยและความดีของตยาคีทำให้ริคาโดรู้สึกเห็นใจและสงสารตยาคีเป็นอย่าง ยิ่ง เขาจึงพยายามที่จะดึงเรื่องหย่าของเขากับฟาร่าห์ออกไป เพื่อมิให้ฟาร่าห์ได้มีโอกาสทำร้ายจิตใจของตยาคีมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับฟาร่าห์เป็นอย่างยิ่ง

ตยาคีแท้งลูก เพราะบิลลี่เป็นต้นเหตุซึ่งเธอกำชับเด็กรับใช้ไม่ให้บอกใคร เมื่อไม่มีลูกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอดทนเพื่อใครอีก ตยาคีจึงตัดสินใจ “หย่า” กับมัชพล ซึ่งมัชพลเองก็พยายามจะยับยั้งเพราะเขายังรักตยาคีอยู่แต่ความผิดพลาดของเขา ทำให้เขาจำใจต้องปล่อยตยาคีไป ตยาคีหนีไปเปิดธุรกิจเล็กๆ ที่เชียงราย งานการยุ่งทั้งวันและสภาพแวดล้อมที่ห่างไกลจากอดีตและผู้คนที่เคยรู้จักช่วย รักษาจิตใจให้หล่อนได้บ้างในบางขณะ ซึ่งตยาคีเองก็เข้าใจดีว่าเวลาจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แล้วชารอนก็มาพบหล่อนเข้าด้วยความบังเอิญ ซึ่งตยาคีรู้ดีว่าอีกไม่ช้าทุกคนคงจะรู้ว่าหล่อนซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และแน่นอนความยุ่งยากจะต้องตามมาจนได้ เมื่อมัชพลและตยาคีหย่ากันริคาโดจึงไม่จำเป็นจะต้องขวางทางรักของฟาร่าห์อีก ต่อไป ดังนั้นเขาจึงหย่ากับฟาร่าห์เพื่อเปิดทางให้หล่อนได้แต่งงานอยู่กินกับมัชพล ความริษยาในใจของฟาร่าห์ทำให้หล่อนพยายามลบและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยว กับตยาคีให้หมดสิ้น จนมัชพลเองเริ่มรู้สึกถึงความร้ายกาจ และตัวตนที่แท้จริงของหล่อนยิ่งนานวันธาตุแท้ของฟาร่าห์ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น จนถึงขั้นมีปากเสียงกัน รังรักของเขาเริ่มเหน็บหนาวเยือกเย็นอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างเพชรกับเม็ดกรวด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างเขากับฟาร่าห์ มัชพลจึงสร้างโลกส่วนตัวขึ้น เขาเริ่มเก็บตัวเงียบในห้องทำงานของเขาและใช้มันเป็นที่หลบพักยามที่เขาต้อง การตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกที่ฟาร่าห์สร้างขึ้น มัชพลนึกถึงตยาคีอยู่เสมอนึกถึงความดีของหล่อนและความผิดพลาดของตน ทำให้เขาเริ่มโหยหาอดีตอันหวานชื่น ดังนั้นเมื่อมัชพลทราบจากกัมพลว่าตยาคีอยู่ที่เชียงราย เขาจึงพยายามหาเหตุที่จะไปพบหล่อนจนได้ การพบปะระหว่างเขากับหล่อนไม่อาจเล็ดลอดสายตาของฟาร่าห์ไปได้ หล่อนโวยวายกับเขาจนมีปากเสียงกันและเขาก็ผลุนผลันขับรถออกไป มัชพลโทรศัพท์บอกฟาร่าห์ว่าเขาจะไปพักผ่อนต่างจังหวัดสักอาทิตย์สองอาทิตย์ เพราะเกรงว่าหล่อนจะไปทำความวุ่นวายให้กับตยาคีถ้าเขาหายไปเฉยๆ แต่ฟาร่าห์ก็ยังไปพบตยาคีและขอร้องให้ตยาคีอย่ามาวุ่นวายกับมัชพลอีก

มัชพลโทรไปหากัมพลจึงได้รู้ถึงความวุ่นวายของฟาร่าห์ในช่วงที่เขาหายไป เขารู้สึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเพราะเห็นแก่ลูก ลูกที่เขาสร้างขึ้นมาจนกลายเป็นเครื่องมือต่อรองและบีบบังคับเขา ถ้าเขารู้จักฟาร่าห์ดีกว่านี้สักนิด เขาคงจะไม่กล้าถลำและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินมาถึงขั้นนี้เด็ดขาด การที่มัชพลหายไป 2 – 3 อาทิตย์ โดยไม่ได้ส่งข่าวอะไรให้หล่อนรู้ทำให้ฟาร่าห์รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของ เขา ครั้งหนึ่งลูกเคยเป็นสายใยที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาจนทำให้หล่อนสามารถ ใช้เป็นเครื่องมือแย่งเขามาจากตยาคีได้ แต่บัดนี้ดูเหมือนว่าลูกจะไม่สามารถดึงเขาให้กลับมาได้อีกแล้ว หล่อนเริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของอนาคต

ริคาโดรับรู้เรื่องราว ต่างๆ มาโดยตลอดเขาตัดสินใจบอกความจริงเรื่องฟาร่าห์ทั้งหมดให้มัชพลทราบและเพื่อ ช่วยมัชพลกับตยาคี เขาร่วมมือกับชารอนและกัมพลวางแผนหลอกฟาร่าห์ว่ามัชพลกำลังจะถูกฟ้องล้ม ละลาย และทางครอบครัวพ่อแม่ของเขาก็ตัดมัชพลออกจากพินัยกรรม มัชพลต้องกลายเป็นคนล้มละลาย ฟาร่าห์จึงตัดสินใจหาที่พึ่งใหม่และรีบเก็บข้าวของพร้อมกับเซ็นหย่าไว้ให้ มัชพล โดยมีชารอนเป็นคนดำเนินการให้ฟาร่าห์รีบเดินทางจากเมืองไทยไปจากทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อหาจุดหมายใหม่ เพราะไม่ต้องการติดร่างแหไปกับมัชพลด้วย มัชพลเดินทางไปพบตยาคีที่เชียงรายด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวังเขาพบเธอ ที่นั่นหากแต่ตยาคีมีทีท่าเฉยเมย จนมัชพลเกือบหมดหวังแต่แล้วเขาก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อตยาคีให้โอกาสเขาได้ เริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่อีกครั้ง

รังหนาว

นักแสดงละคร รังหนาว
จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็น ฟาร่าห์
ยุรนันท์ ภมรมนตรี เป็น มัชพล
อาทิตยา ดิถีเพ็ญ เป็น ตยาคี
ไมเคิล พูพาร์ท เป็น ริคาโด
เล็ก ไอศูรย์ เป็น กัมพล
เจอราดีน ริคอร์เดล เป็น ชารอน
จีโน่ ชูทส์ เป็น บิลลี่

เต่ากินผักบุ้ง

หลังจบการศึกษา รังสิมา หรือผักบุ้ง ( อาทิตยา ดิถีเพ็ญ ) , ชลลดา หรือโอ๋ ( ทัศนพรรณ สิริสุขะ ) และอารียา ( วิญาดา จงรัตนเมธีกุล ) ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันต้องแยกย้ายกันไป ผักบุ้งต้องแต่งงานตามสัญญากับเต่า หรือจัตริน ( เคลลี่ ธนะพัฒน์ ) หลานชายแท้ ๆ ของปู่รังสี ( ญาณี ตราโมท ) ผู้ที่เลี้ยงดูผักบุ้งมาตั้งแต่เด็ก ผักบุ้งดีใจ และรอคอย วันที่จะได้แต่งงานกับจัตริน แต่เมื่อจัตรินกลับจากเมืองนอกกลับบอกกับ รังสรรค์ ( สมภพ เบญจาธิกุล ) และนภัสสร (ปนัดดา โกมารทัต ) พ่อกับแม่ว่าตนมีธิดารัตน์ ( ภัคจิรา วรรณสุทธิ์ ) เป็นคนรักอยู่แล้วและกำลังจะมีลูกกับเธอ จึงขอยกเลิกสัญญาเรื่องการแต่งงานกับผักบุ้ง พ่อกับแม่จึงต้องแบกหน้าไป บอกกับปู่รังสี ๆ โกรธมากบอกว่าจะ ไม่ยอมช่วยเหลือเรื่องเงินเรื่องทองของบ้านจัตรินอีก

ผักบุ้งเสียใจที่จัตรินปฏิเสธเหมือนเธอไม่มีค่า แต่ปู่รังสียังยืนยันว่าไม่ต้องการ เหลนทวดจากใครนอกจากผักบุ้ง เพราะปู่รังสีต้องการตอบแทนที่ในอดีตมาลินี ( ญาสุมินทร์ เลิศอมรวัฒนา ) แม่ของผักบุ้งได้สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยตนไว้ และสัญ ญากับมาลินี ว่าจะดูแลผักบุ้งให้ดีที่สุด เมื่อจัตรินปฏิเสธผักบุ้ง เธอจึงวางแผนเข้าไป ทำงานในบริษัทของพ่อโอ๋ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่จัตรินทำงาน อารียาก็ทำงานใน บริษัท นั้นเช่นกันจึงขอให้โอ๋ฝากผักบุ้งเข้าทำงาน โอ๋รับปากและดีใจที่ผักบุ้งไม่ ต้องแต่ง งานกับเต๋าเพราะจาตุนรต์ ( คงกระพัน แสงสุริยะ ) พี่ชายของตนจะได้สม หวัง ตอนที่เรียนหนังสือ

ผัก บุ้งเคยอยู่ที่บ้านของอารียา เพราะบังอร ( ดวงใจ หทัยกาญจน์ ) แม่ของอารียา เป็น เพื่อนรัก กับมาลินีมาก่อน บังอรจึงรักผักบุ้งเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งบอก อารียาว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะขอมาอยู่บ้านอารียาเช่นเดิม เพราะบ้าน ของอารียาอยู่ติดกับบ้านจัตริน อารียายินดี จัตริน และจาตุรน์ เป็นเพื่อนรักกันจัตริน ขอให้จาตุรนต์ฝากธิดารัตน์เข้าทำงานในบริษัทที่ตนทำอยู่ จาตุรนต์รับปาก แต่เมื่อ โอ๋บอกว่าผักบุ้งต้องการทำงานนี้จาตุรนต์ก็เลือกผักบุ้งและปฏิเสธจัตริน ในบริษัท ลือกันว่าเพราะผักบุ้งเป็นแฟนกับจาตุรนต์จึงได้ทำงาน ซึ่งตรงตามแผนของ ผักบุ้งที่ต้องการแก้แค้นจัตรินที่ทำให้เธอผิดหวัง

จัตรินคิดว่าที่แท้ผักบุ้งมีแฟนอยู่แล้วตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดที่ไม่ยอมแต่งงาน กับเธอ ต่อมาจัตรินได้รู้ว่าทาง ครอบครัว ของธิดารัตน์ปฏิเสธที่จะรับตนเป็นลูกเขย และบอกว่าธิดารัตน์ไม่ได้ท้อง เธอตัดสินใจเป็นเมียน้อยเสี่ย ทรงชัย เพราะฐานะร่ำรวยกว่า จัตรินรู้ข่าว เขาเสียใจมาก จัตรินบอกปู่รังสีว่าตนพร้อมที่จะแต่งงานกับผักบุ้งแล้ว ปู่จึงให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินพร้อมเล่าเหต์การณ์ในอดีตให้ผักบุ้งฟังว่า ธิดารัตน์คือพี่น้องพ่อเดียวกันกับผักบุ้ง เพราะธาดา(อรรถชัย อนันตเมฆ) พ่อของผักบุ้งทิ้งมาลินีไปแต่งงานกับดาลัด ( ปิยะมาศ โมนยกุล ) มีลูกด้วยกันสองคน คือ ธิดารัตน์ และธราดล (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) ปู่จึงต้องการให้ผักบุ้งแต่งงานกับจัตรินเพื่อบอกให้ธาดารู้ว่าผักบุ้ง ได้ดีกว่าธิดารัตน์ลูกสาวที่เขาฟูมฟักซึ่งยอมเป็นเมียน้อย ผักบุ้งไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวธาดา แต่เธอยอมแต่งงานกับ จัตรินเพื่อตามใจคุณปู่ เมื่อจาตุรนต์รู้ข่าวเขาเสียใจมาก

เพื่อฐานะที่ดีขึ้นดาลัดชักนำให้ธราดลกับโอ๋ ทั้งที่โอ๋อายุมากกว่าธราดล ทำให้เขาได้ รู้จักกับผักบุ้งและเรียกผักบุ้งว่าพี่สาวอย่างเต็มปาก เขาบอกกับผักบุ้งว่า ธาดารู้สึกผิด ที่ทิ้งมาลินีและผักบุ้ง แต่โอ๋กลับคิดว่าธราดลทำไปเพราะว่าผักบุ้งกำลัง จะเป็นหลาน สะใภ้เศรษฐี งานแต่งงานของผักบุ้งและจัตรินมาถึง จาตุรนต์เอาแต่ดื่มเหล้า และหนี ออกจากงานอารียาด้วยความเป็นห่วงจึงตามไป แต่กลับโดนจาตุรนจ์แกล้ง อารียา โกรธจึงไม่ยอมพบหน้าจาตุรนต์อีก จาตุรนต์ปลงตก และหันกลับมาคบกับอารียา

ธิดารัตน์หลอกเสี่ยทรงชัยว่าท้อง เสี่ยรู้ว่าเธอโกหกโกรธมาก เธอจึงหนีกลับเมืองไทยและตามราวี ผักบุ้ง กับ จัตรินไม่เลิกเพราะต้องการจะกลับไปคบกลับจัตรินอีก จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาก แต่ จัตรินยืนยันตัด ความสัม พันธ์กับ ธิดารัตน์เพราะจัตรินรักผักบุ้ง ปู่รังสีดีใจที่รู้ว่าผักบุ้งกำลังจะมีเหลนแต่ก็ไม่ทัน ได้ดูหน้าเหลน ปู่ก็เสียชีวิต ผักบุ้งเสียใจมาก จัตรินรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคน จึงสัญญากับผักบุ้งว่าจะไม่ทรยศเธอเรื่องธิดารัตน์อีก หลังงานศพปู่ ธาดาขออยู่ที่บ้าน สวนที่ปู่ยกให้จัตริน และผักบุ้ง และรับปากว่าจะส่งเงินให้ดาลัดใช้ ส่วนธิดารัตน์ ให้หางานทำธราดลนั้นก็ให้เรียนไปทำงานไป ผักบุ้งและอารียาเป็นตัวประสานให้โอ๋ปรับความเข้าใจ กับธราดล ธิดารัตน์ถูกซ้อมปางตาย ทำให้ธิดารัตน์คิดว่าถ้าเธอมีสามีที่ดีอย่างจัตรินคงไม่ถูกใครทำร้าย เธอตัดสินใจว่าจะ ต้องแย่งจัตรินจากผักบุ้งให้ได้ โดยโกหกว่าท้องกับจัตริน เมื่อธราดลเปิดเผยความจริงว่าเธอไม่ได้ท้องจริง เธอจึง รับไม่ได้ใช้มีดแทง จัตริน แล้วก็เสียสติต้องไปอยู่โรงพยาบาลประสาท จัตรินรอดตายมาได้ ทั้งสองคนเข้าใจกัน จัตรินขอดูแลธิดารัตน์เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผักบุ้งไม่ขัดจัตริน แล้วทั้งสองก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข