Tag Archives: ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

พิษสวาท

พิษสวาท พิษรัก แรงแค้น ข้ามภพ

ทับทิมสีเลือด ที่ค้นเจอในศพของโจรขโมยวัตถุโบราณ เป็นสิ่งที่นำให้อัคนี นักโบราณคดีหนุ่มมาพบกับ สโรชินี หญิงสาวลึกลับ อัคนีรู้่สึกผูกพันกับสโรชินีอย่างประหลาด และเริ่มฝันถึง นางรำในสมัยอยุธยานามว่า อุบล มากขึ้นเรื่อยๆ

อัคนีนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้วคือ ทิพอาภา เมื่อสโรชินีเข้ามาในชีวิตของอัคนี เรื่องราวแปลกๆ จะเกิดขึ้นรอบๆ ตัวของคนใกล้ชิดของอัคนีมากขึ้นเรื่อยๆ

ในสมัยอดีตชาตินั้น อุบลเป็นนางรำหลวงแห่งราชสำนัก และเป็นเมียของ พระอรรค ทหารเอก ทั้งสองนั้นจงรักภักดีต่อแผ่นดินยิ่งชีพ และเมื่อวาระสุดท้ายของแผ่นดินมาถึง เขาจำต้องลงดาบฆ่าเมียที่รัก เพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทรัพย์แผ่นดินสืบต่อไป ทำให้ อุบล อาฆาตแค้นเขานักที่ต้องแบกรับหน้าที่ด้วยความทุกข์ทรมาน

สโรชินีเป็นร่างแปลงของเธอเพื่อให้อัคนีจดจำอดีต และสำนึกในสิ่งที่เขาทำต่อเธอให้ได้ ไม่อย่างนั้นวิญญาณของเธอจะถูกจองจำไปชั่วกาล เรื่องราวความรักและความแค้นของทั้งสองจะจบลงเช่นไร ติดตามชมในละคร พิษสวาท

รายชื่อนักแสดงใน ละคร พิษสวาท

วรนุช ภิรมย์ภักดี  แสดงเป็น  สโรชินี/อุบล
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์  แสดงเป็น  พระอรรค/อัคนี
เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์  แสดงเป็น  เชษฐา
เรวิญานันท์ ทาเกิด  แสดงเป็น ทิพ/ทิพอาภา
เกรียงไกร อุณหะนันทน์  แสดงเป็น  พระโหราจารย์/พลโทอัครา
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  แสดงเป็น  พระยาพลเทพ/ดนัย
ภัทรวรินทร์ ทิมกุล  แสดงเป็น  อรุณฉาย
ปานเลขา ว่านม่วง  แสดงเป็น  อัมพวัน
รอน บรรจงสร้าง  แสดงเป็น  ขุนวิจิตร
ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล  แสดงเป็น  ณรงค์
ปรเมศร์ น้อยอ่ำ  แสดงเป็น  สุนทร
อนุสรา จันทรังษี  แสดงเป็น  รัมภา
เรืองฤทธิ์ วิสมล  แสดงเป็น  วิชิต
ณัฐกฤต เกษตรภิบาล  แสดงเป็น  ผู้กองกฤษณ์
วรินทร รัตนสรรค์  แสดงเป็น  จัน
เดชบดินทร์ ฉายทองดี  แสดงเป็น  ใหญ่

นักแสดงรับเชิญกิตติมศักดิ์ใน ละคร พิษสวาท

พีรมณฑ์ ชมธวัช  แสดงเป็น  พระเจ้าเอกทัศน์
กณิการ์ วีรวรรณ  แสดงเป็น  เจ้านายฝ่ายใน

 

อีสา-รวีช่วงโชติ

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลาจนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว”สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น“หม่อม”อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม“คุณชาย”ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่นๆ ว่า“คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง“ถวายงาน”เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา“กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว”ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล สานั้นลึกๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธานหนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่างๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริงๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาลและขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป อีสาจึงไปต่อรองกับหม่อมพริ้ม ให้รับโสภิตเป็นหลาน ในที่สุดหม่อมพริ้มก็ยอม แต่หม่อมพริ้มได้เล่าเรื่องราวของอีสาในอดีตให้ชายระวีฟัง ชายระวีจึงเริ่มออกห่างอีสา เมื่อชายระวีรับโสภิตไปแล้วก็ไม่ค่อยได้มาเยี่ยม ทำให้อีสาคิดมาก อีสามีแต่ความทุกข์ระทมใจ พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ อีสาได้ไปหายายเจิม ผู้ที่เลี้ยงอีสาในยามเด็ก ยายเจิมดุด่าอีสา อีสาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เรื่องโสภิตเป็นลูกของตน และสั่งไม่ให้ยายเจิมบอกใคร อีสาคิดว่าชายระวีกับโสภิต คงจะรังเกียจตนมาก จึงตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มได้พาลูกทั้งสองของอีสามากราบอีสา และไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสองได้ทราบ

นักแสดงจากเรื่อง อีสา รวีช่วงโชติ

วรนุช ภิรมย์ภักดี – อีสา / อุษาวดี ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ – สมศักดิ์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
สินจัย เปล่งพานิช – หม่อมพริ้ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
นิธิดล ป้อมสุวรรณ – ม.ร.ว.รวีช่วงโชติ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
เต็มฟ้า กฤษณายุธ – ม.ร.ว.โสภาพรรณวดี (หญิงโสภา) ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ – หญิงโสภิตภิไล ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ภัณฑิลา ปานสิริธนาโชติ – ใจสว่าง ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
รัญญา ศิยานนท์ – ยายเจิม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
อริศรา วงษ์ชาลี – บัว ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ – ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
กันต์ดนย์ อะคาซาน – วิทย์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ – ประธาน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา – เซกิ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี – หม่อมลำดวน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ – หม่อมนิ่ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ

มารกามเทพ

รักที่ยาก..จะสมหวัง เมื่อความแค้นชิงชัง คือ…มารกามเทพ

น้ำหนึ่ง หรือ เพชรน้ำบุศย์(มนชนก แสงฉายเพียรเพ็ญ) ดีใจมากที่ได้เจอเพชร(ฌวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) วิศวกรหนุ่มหล่อรุ่นพี่ ที่น้ำหนึ่งแอบปลื้มตั้งแต่สมัยมัธยม แม่เพชรบอกรักและแสดงออกด้วยความจริงใจ น้ำหนึ่ง จึงรับรักเพชร เพชรดีใจมากขอน้ำหนึ่งแต่งงาน แต่รมต.เกรียงศักดิ์(สุรวุฑ ไหมกัน) และคุณหญิงดาราณี(กชกร นิมากรณ์) พ่อแม่ของน้ำหนึ่งไม่ยอมเพราะเห็นว่าสถานภาพทางสังคมของน้ำหนึ่งและเพชรแตกต่างกันเกินไป แต่เพชรก็บอกกับน้ำหนึ่งว่าเขาจะพิสูจน์ความรักจนกว่าพ่อแม่ของน้ำหนึ่งจะเห็นใจ น้ำหนึ่งดีใจมาก

แต่ภาคย์(เอเคอร์-ชมะนันทน์ อรรถจินดา) เพื่อนรุ่นพี่ของน้ำหนึ่ง ลูกชายของสมบัติ(สุรศักดิ์ ชัยอรรถ) กับอารีย์(ภัสสร บุณยเกียรติ)เจ้าของร้านเพชร เสียใจมากเพราะภาคย์แอบหลงรักน้ำหนึ่งอยู่ แม้จะมีอลิส(แอริณ ยุกตะทัต) สาวไฮโซลูกสาวคนเดียวของคุณชายศิริศักดิ์ มาดามหัวใจ ภาคย์ก็ไม่สนใจ ทำให้อลิสโกรธมาก เพราะอลิสเป็นคู่แข่งของน้ำหนึ่งมาตั้งแต่ไหนๆ อลิสพยายามทำทุกอย่างให้น้ำหนึ่งไปจากชีวิตของเธอ

ที่สุดน้ำหนึ่งก็ได้แต่งงานกับเพชร ท่ามกลางความไม่เห็นชอบของรมต.ศิริศักดิ์และคุณหญิงดาราณีหลังแต่งงาน เพชรพาน้ำหนึ่งไปอยู่ที่บ้านเชิงเขา ที่นั่น น้ำหนึ่งได้พบกับทับทิม(อภิรดี ภวภูตานนท์) แม่ของเพชร และพลอย(นัท มีเรีย) พี่สาวขาพิการของเพชร สองคนมีทีท่ามึนตึงเฉยชากับน้ำหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพลอยที่มีทีท่าว่าเกลียดชังน้ำหนึ่งตั้งแต่แรกเห็นน้ำหนึ่งไม่เข้าใจ แต่พยายามไม่สนใจ เพราะสงสารพลอยที่ขาพิการแต่แล้วน้ำหนึ่งต้องช็อกเมื่อพลอยพา รจนา(แคท-เปรมนลิน ธรรมเจริญ) เข้ามาในบ้าน พร้อมทั้งแนะนำว่ารจนาคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเพชร นั่นหมายถึง น้ำหนึ่งต้องตกอยู่ในฐานะ ภรรยาน้อย หรือภรรยาเก็บ เพราะน้ำหนึ่งไม่ได้จดทะเบียน น้ำหนึ่งเสียใจและตกใจมาก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เพชรจึงบอกในอดีตพ่อของน้ำหนึ่งได้ปลุกปล้ำขืนใจพลอย หนำซ้ำยังขับรถไล่ชนพลอยพิการ เพราะกลัวแม่ของน้ำหนึ่งรู้เรื่อง แต่เมื่อคุณหญิงดาราณีรู้เรื่อง ก็ยังส่งคนมาทำร้ายรังควานพลอยไม่สิ้นสุด ทำให้เพชรและครอบครัวโกรธแค้นมาก

เพชรบอกน้ำหนึ่งเขาไม่เคยรักเธอ ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้น้ำหนึ่งตกหลุมรักเขาเท่านั้น น้ำหนึ่งจะต้องตกอยู่ในสภาพเมียเก็บ นางบำเรอของเขา เหมือนที่พลอยถูกพ่อของน้ำหนึ่งกระทำ น้ำหนึ่งทั้งตกใจและเสียใจมาก เมื่อรู้ว่าพ่อแม่ทำร้ายพลอย และเพชรไม่เคยรักเธอ ต้องการตัวเธอมาเพื่อแก้แค้นเท่านั้น ด้วยความรัก น้ำหนึ่งยอมก้มหน้าชดใช้ความผิดแทนที่พ่อแม่โดยไม่คิดหนีกลับกรุงเทพแต่อย่างใด

ที่บ้านเชิงเขา น้ำหนึ่งต้องถูกเพชร พลอย และทับทิม ตลอดจนรจนาทำร้ายกายและหัวใจโดยเฉพาะต้องทนอยู่กับคนที่เหมือนมีอาการประสาทตลอดเวลาอย่างพลอย ไม่มีใครเห็นใจน้ำหนึ่ง มีแต่คนสะใจยกเว้นพจนีย์(อินทิรา เกตุวรสุนทร) พี่สาวของรจนา เพราะพจนีย์รู้ดีว่าความจริงแล้วเพชรและรจนาไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่พจนีย์บอกน้ำหนึ่งไม่ได้ เพราะพลอยมีบุยคุณกับเธอ

ตาหวาน(คิตตี้-กัจนฐานียา ศรีโรจน์วัฒนะ) ที่ติดตามมารับใช้ดูแลน้ำหนึ่ง ไปบอกกับนวล(สุปราณี เจริญผล) แม่บ้านเรื่องน้ำหนึ่งถูกเพชรทำร้ายร่างกายและหัวใจ นวลสงสารน้ำหนึ่งมาก ในขณะเดียวกันก็เกลียดชังเพชร นวลหาโอกาสเข้าไปเยี่ยมน้ำหนึ่งที่บ้านเชิงเขา เมื่อไปถึงที่นั่น นวลตกใจมากที่ได้เจอกับทับทิม เพราะในอดีตนวลพลั้งมือฆ่าคนตายต้องหนีหัวซุกหัวซุน นวลทั้งดีใจ เสียใจ ตกใจที่ได้ที่ได้รู้ว่าเพชรคือลูกชายของเธอ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นวลตกใจมากที่ได้รู้ว่าเพชรคือลูกชายของเธอ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นวลตกใจมากที่ได้รู้ว่าพลอยคือลูกสาวของทับทิม เพราะความจริงแล้ว พลอยคือหน้าห้องของเกรียงศักดิ์ที่ต้องการเป็นอนุ แต่เกรียงศักดิ์เป็นคนรักครอบครัว ไม่ได้ต้องการพลอยแบบนั้น พลอยโกรธและเสียใจมากที่ถูกปฏิเสธ วิ่งให้รถชนตาย แต่หมอณัฐ(แอม ธัญวิสิฎฐ์ เสียงหวาน) ลูกพี่ลูกน้องของอลิสช่วยเอาไว้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พลอยขาพิการ แต่พลอยสร้างเรื่องโบ้ยความผิดว่าเป็นฝีมือของเกรียงศักดิ์และดาราณีทำให้ เพชรกับทับทิมโกรธแค้นมาก ที่สุดความแค้นมาตกที่น้ำหนึ่ง อลิสตามมาแฉซ้ำเรื่องความเลวร้ายของพลอย เพราะอลิสรู้เรื่องทุกอย่างดี พลอยโกรธมาก ฆ่าอลิส และทุกคนที่ขวางทางเธอ เพชรเสียใจมากที่สำร้ายน้ำหนึ่ง คนที่รักเขาสุดหัวใจ และยิ่งตกใจหนักเมื่อเพชรรู้ว่าที่แท้จริงแล้วพลอยแอบหลงรักเขาอยู่

เพชรจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า “พลอย” พี่สาวที่แสนรัก น่าสางสารของเขาแท้จริงแล้วคือ “มารกามเทพ” ระหว่างเขากับน้ำหนึ่ง และพลอยจะทำอย่างไรเมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่คนน่าสงสาร แต่เธอคือ “มาร” คือความเลวร้าย สำหรับทุกคน

อนิลทิตา

อนิลทิตา เจ้าหญิงเขมร จะถูกจับให้แต่งงานกับ เจ้าชัยวิริยะ แต่เธอไม่ยอมเพราะไปหลงรัก สินธุ ผู้ชายไทย เจ้าชัยวิริยะจึงส่งคนไปฆ่าสินธุ อนิลทิตาเสียใจมากจึงใช้มารยาหญิงหลอกฆ่าเจ้าชัยวิริยะเป็นการแก้แค้น แล้วหนีไปเมืองไทยพร้อมกับ บันดาสาเทวี คนสนิท ซึ่งมีวิชาอาคมมนต์ดำแก่กล้าโดยเฉพาะเรื่องการคงความสาวไว้ได้ตลอดไป อนิลทิตาตั้งใจจะรอการกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งของสินธุ จึงขอร้องให้บันดาสาเทวีสอนวิชาคงความสาวให้ ด้วยความรักที่บันดาสาเทวีที่มีต่ออนิลทิตาจึงสอนวิชาถอดวิญญาณ และให้เอาเลือดของผู้ชายมาผสมกับสมุนไพรและร่ายคาถา แล้วใช้น้ำเลือดนั้นอาบชะโลมทั่วกายทุกสามวัน ถ้าไม่อาบร่างการจะแก่เฒ่าลงอย่างรวดเร็ว 200 ปีต่อมา ที่เมืองเชียงใหม่มีงานแต่งงานใหญ่โตระหว่าง เจ้าพงษ์สุริยันติ เจ้าคุ้มเชียงแมนกับ โฉมสุรางค์ สาวสวยผู้มีประวัติลึกลับ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ อนิลทิตา ที่ยังคงความสาวไว้ หลังจากนั้นไม่นานอนิลทิตาก็มีลูกสาวให้เจ้าพงษ์สุริยันต์คือ เจ้าดาเรศ โดยไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าดาเรศไม่ใช่ลูกของอนิลทิตา เพราะบันดาสาเทวียอมปลอมตัวเป็นอนิลทิตาไปหลับนอนกับเจ้าพงษ์สุริยันต์แทน ทำให้มนต์ดำที่เคยช่วยบันดาสาเทวีให้คงความสาวก็เสื่อมกลายเป็นคนแก่ทันตา อนิลทิตาจึงแกล้งบอกคนอื่นๆ ในบ้านว่าบันดาสาเทวีกลับเขมร แต่ก็มี ยายทวด ที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมาแทน และอาศัยอยู่กระท่อมท้ายคุ้มตามลำพัง 20 ปีต่อมา จักรา ซึ่งก็คือสินธุที่กลับชาติมาเกิด เดินทางมาเชียงใหม่เพื่อตามหา สุรเดช น้องชายที่หายสาบสูญไป โดยให้ ไกรลาส ปลัดอำเภอซึ่งเป็นเพื่อนสนิทช่วยเหลือ ในที่สุดจักราก็ตามหาสุรเดชเจอ แต่ในคืนนั้นสุรเดชก็หนีออกจากบ้านและวิ่งตามหาอนิลทิตาไปจนถึงยอดเขา ร้องเรียกชื่ออนิลทิตาสุดเสียงก่อนจะกระโดดลงจากเขาตายคาที่ จักราเสียใจมากและตัดสินใจว่าจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าอนิลทิตาคือใคร ต่อมา ระจิต น้องสาวของไกรลาส ซึ่งแอบชอบจักราได้ใบประกาศรับสมัครงานตำแหน่งผู้ดูแลสวนที่คุ้มเชียงแมน จักราตัดสินใจจะไปสมัครเพื่อเข้าไปสืบหาอนิลทิตา แม้ไกรลาสจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่ฟัง สุดท้ายเลยขอให้ จักราส่งข่าวออกมาตลอดให้รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ จักราเข้าไปสมัครงานที่คุ้มเชียงแมนและได้พบกับอนิลทิตาที่ดูสาวสวยกว่าอายุ จริงมาก เธอมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ชื่อ ไอ้โล้นดำ และมีสัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นงูเหลือมชื่อว่า ตองเหลือง จักรารู้สึกว่าอนิลทิตาดูยินดีกับการมาของเขา และตกลงให้เข้าทำงานอย่างง่ายดาย และพูดว่า…เธอรอการกลับมาของเขามานานเต็มที อนิลทิตาเริ่มพาจักราเดินดูสวน เวลานั้นเจ้าดาเรศที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้ไปพบศพคนดูแลสวนคนเก่าที่หาย ตัวไป เธอตกใจจนวิ่งมาชนกับจักรา จักราหลงรักเจ้าดาเรศทันที และก็สังเกตเห็นว่าเจ้าดาเรศตกใจที่คนดูแลสวนคนเก่าแก่ตาย ผิดกับอนิลทิตาที่ดูเหมือนไม่รู้สึกอะไร จักราจึงขอตัวอนิลทิตากลับไปเก็บของก่อนแล้วอีกสามวันจะกลับมาอยู่ที่คุ้ม อนิลทิตาให้ กระถิน เด็กรับใช้ตามออกไปส่งจักราที่หน้าประตูคุ้ม ทำให้กระถินได้เจอกับไกรลาสที่ขับรถมารับจักรา ทั้งคู่ต่างหลงรักกันแต่เก็บอาการไว้ ไกรลาสบอกจักราว่าได้เจอกับ พ่อเฒ่าบุญโฮม ที่เคยทำงานที่คุ้มเชียงแมนมาก่อน แต่ตอนนี้ป่วยต้องกลับมารักษาตัวอยู่บ้าน จักราจึงให้ไกรลาสพาไปหาและถามถึงเรื่องราวในคุ้ม เมื่อจักราและไกรลาสลากลับ อนิลทิตาสั่งให้ตองเหลืองฆ่าพ่อเฒ่าบุญโฮม แม้ว่า แม่เฒ่านายิกี ซึ่งมีวิชาอาคมมนต์ดำของเขมร และเป็นน้องสาวของพ่อเฒ่าบุญโฮม กำลังจะมาช่วยแต่ก็ไม่ทันการ หนำซ้ำเมื่อจักราและไกรลาสกลับถึงบ้านก็พบว่าระจิตน้องสาวของไกรลาสถูกงู เหลือมฆ่าตายเช่นเดียวกัน และก่อนตายระจิตบอกว่าอนิลทิตาเป็นคนส่งงูมาทำร้าย ไกรลาสแค้นใจมากสาบานว่าจะต้องกำจัดอนิลทิตาให้ได้ จึงขอร้อยให้แม่เฒ่านายิกีช่วยกำจัดอนิลทิตาให้ แม่เฒ่ารับปากเพราะต้องการแก้แค้นให้พ่อเฒ่าบุญโฮมเหมือนกัน การปะทะกันครั้งแรกระหว่างอนิลทิตากับแม่เฒ่านายิกี ทำให้อนิลทิตาพ่ายแพ้ถูกแม่เฒ่ากรีดหน้าเสียโฉมและต้องพักรักษาตัวอยู่นาน หลังจากจัดการงานศพระจิตเสร็จ จักราจึงเข้าไปทำงานในคุ้มและได้รู้จักกับ ไอ้พัน ชายวิกลจริต ซึ่งแท้จริงแล้วคือเจ้าพงษ์สุริยันต์ที่ยังไม่ตาย อีกทั้งยังพบว่ามีกระท่อมร้างที่อนิลทิตาหวงมาก ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้แม้แต่เจ้าดาเรศก็ถูกไล่ออกมา เจ้าดาเรศเสียใจร้องไห้ที่ถูกแม่ด่าว่าเสมอ จักราได้โอกาสเข้าไปปลอบโยนทำให้เจ้าดาเรศเกิดชอบพอกับจักรา และเธอก็รู้สึกว่าแม่ไม่รักเธอเพราะมีผู้ชายมาพัวพันมากหน้าหลายตา แต่น่าแปลกที่ผู้ชายเหล่านั้นเข้ามาในคุ้มครั้งสองครั้งก็จะหายหน้าไปไม่ กลับมาอีกเลย จัก ราตัดสินใจตามสืบเรื่องนี้เพราะคิดว่าอาจได้เงื่อมงำบางอย่าง ในขณะเดียวกันความใกล้ชิดของจักราและเจ้าดาเรศสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อนิลทิตาเกิดความหึงหวงและหาทางแยกทั้งสองให้ห่างกัน เวลาเดียวกัน เจ้าพงษ์นคร ญาติห่างๆ ของเจ้าดาเรศเดินทางมาพักอยู่ที่คุ้มเชียงแมน อนิลทิตาจึงให้เวทย์มนต์ทำให้เจ้าพงษ์นครกับเจ้าดาเรศใกล้ชิดกัน จนทำให้จักราเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองรักกันและเริ่มตีตัวออกห่างเจ้าดาเรศ อนิลทิตาถือโอกาสนี้เอาเหรียญเท้าวเวสสุวรรณที่สินธุเคยให้ไว้เมื่อชาติที่ แล้ว เอามาทำพิธีและมองให้จักราคล้อง ทำให้จักราเกิดอาการลุ่มหลงอนิลทิตาเป็นอย่างมาก และคลุกคลีอยู่กับอนิลทิตาทุกวันเจ้าดาเรศช้ำใจร้องไห้ไม่หยุด ไกรลาสรู้เรื่องจากกระถินเลยไปขอให้แม่เฒ่านายิกีช่วยจักรา แม่เฒ่านายิกีบุกเข้าไปในคุ้มและปะทะกับอนิลทิตาอีกครั้ง คราวนี้อนิลทิตาบาดเจ็บสาหัสต้องนั่งสมาธิเป็นเวลา 7 วันเพื่อให้ร่างการฟื้น เจ้าดาเรศจึงได้โอกาสถอดเหรียญท้าวเวสสุวรรณจากคอจักรา ทำให้จักราหลุดพ้นจากมนต์สะกด แม่เฒ่านายิกีเห็นอนิลทิตายังอ่อนแออยู่ จึงลอบเข้าไปในคุ้มตอนกลางคืนหวังฆ่าอนิลทิตาให้ตาย แต่อนิลทิตารู้ด้วยจิตว่ามีศัตรูจึงออกจากสมาธิและร่ายพิษใส่แม่เฒ่า แต่แม่เฒ่าหนีรอดออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของจักราและไอ้พัน อนิลทิตาเจ็บใจมากแต่ร่างกายอ่อนแอจึงจัดการปลูกว่านอสูรกายขึ้น เพื่อใช้เป็นสมุนและคอยป้องกันภัยให้เธออีกทางนอกจากไอ้โล้นดำ ระหว่างนั้นอนิลทิตาถูกแม่เฒ่านายิกีทำพิธีตัดคอ จนเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอให้บันดาสาเทวีช่วยทำพิธีแก้อาถรรพ์ เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าดาเรศและจักราพาแม่เฒ่านายิกีเข้าไปช่วยเจ้าพงษ์นคร ให้หลุดจากมนต์สะกดก่อนที่จะถูกฆ่า จังหวะนั้นเองไอ้โล้นดำก็เข้ามาขัดขวาง และเกิดการต่อสู้กันจนแม่เฒ่าบาดเจ็บสาหัส อนิลทิตาที่กำลังทำพิธีรับรู้ด้วยจิตว่าเกิดเหตุร้ายในคุ้มก็รีบกลับ แต่ทุกคนก็หนีออกจากคุ้มได้อย่างหวุดหวิด ยกเว้นแต่เจ้าดาเรศที่ถูกไอ้โล้นดำจับตัวเอาไว้ได้ อนิลทิตาโกรธเจ้าดาเรศมากอีกทั้งยังเป็นตัวมารความรักของเธอกับจักราอีกจึง จะฆ่าเธอทิ้งซะ เรื่องราวความรักที่มั่นคงและผ่านเวลามากว่า 200 ปี ที่ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ และชีวิตของผู้บริสุทธิ์จะลงเอยอย่างไร ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในละคร “อนิลทิตา”

รายชื่อนักแสดง  อนิลทิตา
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท สินธุ / จักรา
กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ รับบท อนิลทิตา / โฉมสุรางค์
ปภาวี เร่งสมบูรณ์ รับบท เจ้าดาเรศ / เรไร
พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ รับบท ไกรลาส
ชุติมา นัยนา รับบท บันดาสาเทวี
ปัญญาพล เดชสงค์ รับบท เจ้าพงษ์นคร
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รับบท แม่เฒ่านายิกี
รอน บรรจงสร้าง รับบท เจ้าพงษ์สุริยันต์ / ไอ้พัน
วรรณภา คำสงค์ รับบท กระถิน

หนึ่งมิตรชิดใกล้

หนึ่งมิตรชิดใกล้ เป็นเรื่องของคู่กัดคู่หนึ่งในออฟฟิศที่ผลิตรายการทางคลื่นวิทยุ รวมมิตรเรดิโอ ฝ่ายแรกคือ แก้มบุ๋ม สาวนักเรียนนอกจบใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้มาบริหารบริษัทของครอบครัว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือ นาย ผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเป็นหัวแรงหลักในการผลิตรายการวิทยุแห่งนี้ ทั้งแก้มและนายไม่ได้เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ทั้งสองเคยเรียนอยู่ที่เดียวกันสมัยมัธยม โดยนายจะเป็นเด็กนั่งหลังห้อง เป็นนักกีฬา และเดือนประจำโรงเรียน ส่วนแก้มเป็นเด็กสาวที่ตั้งใจเรียน หน้าตกกระ ใส่เหล็กดัดฟัน นั่งอยู่หน้าห้อง ด้วยความที่เป็นคนละแบบจึงทำให้เกิดการเขม่นกัน อีกทั้งแต่ละคนยังเคยทำให้ต่างฝ่ายต่างขายหน้ากัน จึงเป็นความไม่ถูกโฉลกที่ฝังใจกันมานานไม่เพียงแต่ทะเลาะกันในออฟฟิศเท่า นั้น เรื่องราวยิ่งวุ่นไปอีกเมื่อแก้มย้ายเข้าไปอยู่คอนโดห้องตรงข้ามกับนาย ทั้งคุ่จงกลายเป็นคุ่กัดกันทั้งในออฟฟิศและที่บ้าน เวลาที่ทั้งสองคนกัดกันจะเหมือนคนที่ทันกัน ภาษามวยเรียกว่ามวยถูกคู่ คือไม่มีใครยอมใคร จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าสองคนนี้จะมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกัน แต่นั่นคงเป็นได้แค่ความคิดเท่านั้น เพราะความจริงแล้วทั้งสองต่างก็มีแฟนกันอยู่แล้ว วี นักธุรกิจไฮโซเป็นแฟนที่แสนดีจะคอยดูแลแก้มบุ๋มตลอดเวลา ส่วน อ้อแอ้ คือแฟนสาวของนาย นิสัยขี้อ้อน รักและเชื่อฟังทุกอย่างที่นายบอก และนอกจากคนทั้ง 4 คนแล้ว ออฟฟิศแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยคนที่ต่างแบบต่างสไตล์มารวมตัวกันแบบไม่น่าเชื่อ ว่าจะมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ ซึ่งพอมารวมตัวกันแล้วกลับเกิดเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจอย่างคาดไม่ถึง ป้าอุษา ผู้ก่อตั้งคลื่นวิทยุแห่งนี้ แม้ว่าจะวางมือให้หลานสาวมาบริหารแล้ว แต่แกก็ยังมาคอยป้วนเปี้ยนที่ออฟฟิศเสมอ โดยมี ลุงอูฐ ดีเจ.เก่าแก่ที่ถึงจะหมดไฟในการทำงาน แต่ก็ยังคงสร้างสีสันให้กับคนในออฟฟิศ จูดี้ ดีเจ.รุ่นพี่ที่ชอบแทะเล็มเด็กหนุ่มๆ เสมอ โดยเฉพาะกับ ธนา ดีเจ.รุ่นใหม่ที่ทั้งหล่อและเป็นที่หมายปองของสาวๆ รวมทั้ง โก้ น้องชายของแก้มบุ๋มซึ่งเป็นดีเจ.เหมือนกัน แต่มีนิสัยกะล่อน เจ้าชู้ เอาตัวรอดเก่ง และสุดท้าย ซัน ฝ่ายประสานงานออฟฟิศ นิสัยดี ขี้เล่น จริงใจใสซื่อแบบชาวบ้าน

รายชื่อนักแสดง หนึ่งมิตรชิดใกล้
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท นาย อรจิรา แหลมวิไล รับบท แก้มบุ๋ม ตรีพล พรหมสุวรรณ รับบท วี เมย์ เฟื่องอารมณ์ รับบท อ้อแอ้ พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท ป้าอุษา สนธยา ชิตมณี รับบท ซัน พุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท จูดี้ ป๊อบ คำเกษม รับบท ธนา

สองปรารถนา

สองปรารถนา เป็นเรื่องราวของ ปรารถนา ธาราทอง หรือ หนึ่ง (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) แต่งงานกับ ธียศ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ตามคำสั่งเสียก่อนตายของ ปองพล (อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์) พ่อของหนึ่งและเจ้าของรีสอร์ทบ้านหาดธารา ปองพลมีบุญคุณต่อธียศ ธียศจึงยอมแต่งงานกับหนึ่งแม้จะไม่ได้รัก แต่ในวันแต่งงาน นิชดา (รุจิรา ช่วยเกื้อ) คนรักเก่าของธียศกลับปรากฎตัวขึ้นมาของานทำ เพราะสามีของเธอเสียชีวิตจึงไม่มีใครให้พึ่งพา ด้วยความเห็นใจธียศจึงยอมให้นิชดาอาศัยที่รีสอร์ทโดยให้เป็นผู้ช่วยของตน

ราตรีคนสนิทของหนึ่งไม่ไว้ใจนิชดาเพราะเคยเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของเธอ จึงขอร้องให้หนึ่งไปสืบ แล้วหนึ่งก็พบเงินอยู่เต็มกระเป๋าเดินทางของนิชดา พอไปลองค้นประวัตินิชดาจึงพบว่าเธอคือภรรยาของ เพฑูรย์ (ปราบ ยุทธพิชัย) เลขานักการเมือง ที่เพิ่งรถคว่ำเสียชีวิตไปพร้อมกับเงิน 50 ล้าน

หนึ่งตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับธียศ นิชดารู้ทันเลยวางแผนฆ่าปิดปากหนึ่งแต่ไม่สำเร็จเพราะ เฟื่อง (รัญญา ศิยานนท์) คนเก่าแก่ของรีสอร์ทมาเจอจึงช่วยไว้ หนึ่งเอาแต่เพ้อเพราะหวาดกลัวจนเฟื่องเข้าใจผิดว่าธียศเป็นคนวางแผนฆ่าหนึ่ง เฟื่องจึงเอาเสื้อผ้าของหนึ่งไปใส่ให้ราตรี สาวใช้ที่ออกเรือตามหาหนึ่งจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เพื่อให้ทุกคนรวมทั้งธียศเข้าใจว่าหนึ่งตายไปแล้ว

ท่ามกลางความวุ่นวายหนึ่งกลับหนีเตลิดหายไป จนไปเจอกับ สาริศ (รัชชานนท์ สุขประกอบ) นายตำรวจหนุ่ม สาริศเห็นหนึ่งมีอาการทางจิตเลยให้ หมอสุรเชษฐ์ (พนมกร ตังทัติสวัสดิ์) เพื่อนสนิท และวรรณวลี (แอริน ยุกตะทัต) น้องสาวที่ทำงานอยู่สถานบำบัดจิตเวชช่วยรักษา

แม้ธียศจะสงสัยเรื่องการตายของหนึ่ง แต่เพราะรีสอร์ทบ้านหาดธาราโดนพายุซัดหนักจนเสียหาย ธียศจึงต้องระดมเงินมาซ่อมแซม รวมทั้งปิดบัญชีธนาคารในชื่อ ปรารถนา ธาราทอง ของ ปลา (พอลล่า เทเลอร์) หญิงสาวที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนหนึ่ง เมื่อปลารู้ว่าบัญชีถูกปิดจึงชวนวรรณวลีเพื่อนสนิทตามไปทวงหนี้ธียศถึง รีสอร์ท ทำให้รู้เรื่องการตายที่น่าสงสัยของหนึ่ง

ปลา เริ่มสืบหาความจริงและได้ใกล้ชิดกับธียศ ทั้งคู่จึงเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ด้วยความระแวงและหึงหวงนิชดาจึงสร้างเรื่องข่มขู่ปลาต่าง ๆ นานา โดยให้เข้าใจว่าเป็นฝีมือของธียศ วรรณวลีจึงขอร้องให้ปลากลับกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัย

ด้านสาริศที่รู้ตัวว่าหลงรักหนึ่งก็พยายามสืบประวัติพร้อมกับช่วยรักษาอาการ กลัวทะเลของเธอไปด้วย ระหว่างที่ปลาไปหาวรรณวลีที่สถานบำบัด ปลาเกิดทำรูปธียศตกจนหนึ่งไปเห็นเข้าเลยอาละวาดหนัก ทำให้ปลาสงสัยว่าหนึ่งอาจรู้จักกับธียศ เธอจึงตามสืบจาก ภูมิ (ภูริ หิรัญพฤษ์) คนสนิทของธียศ จนรู้ว่าที่แท้หนึ่งคือภรรยาของธียศ ปลาจึงมั่นใจว่าธียศต้องเป็นฆาตกรที่วางแผนฆ่าเมียตัวเอง เธอจึงกลับไปที่รีสอร์ทเพื่อหาหลักฐานเอาผิดธียศ ส่วนหนึ่งที่อาการดีขึ้นมากก็ตัดสินใจกลับมาที่รีสอร์ทอีกครั้ง เพื่อเปิดโปงโฉมหน้าฆาตกรตัวจริง! แต่นั่นจะกลับกลายเป็นโอกาสให้นิชดาปิดบัญชีฆ่าทั้ง สองปรารถนา หรือไม่? ติดตามชม ละครสองปรารถนา

สงครามนางฟ้า

มณีริน (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) สาวสวยที่มาฝึกอบรมสำหรับการเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินเมขลาแอร์ ทำให้เธอรู้จักกับ หนุ่ย (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) และ กิ๊บ (ภัทรา มั่นพิริยะกุล) เพราะความสวยของรินทำให้เธอได้รับคัดเลือกให้ทำกิจกรรม ทำให้เพื่อนบางคนหมั่นไส้ โดยเฉพาะ หน่อย (อภิษฎา เครือคงคา) ที่อิจฉาความสวยของรินทำให้เธอก้าวหน้าเร็วกว่าเพื่อน

วันหนึ่งรินก็ได้พบกับ อิน (สหรัถ สังขปรีชา) กัปตันเครื่องบิน อินหลงรักรินตั้งแต่แรกเห็น ทั้ง ๆ ที่มีภรรยาอยู่แล้วชื่อ จิ๋ม (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) รินมักได้รับของขวัญจากใครบางคน จนวันหนึ่งรินบินไปสิงคโปร์และเจออิน ทำให้เธอรู้ว่าอินเป็นคนส่งของมาให้ อินพารินไปเที่ยวที่ต่างๆ ทำให้รินหลงรักอิน แต่พอกลับมารินก็ต้องเจอ จิ๋ม ภรรยาขี้หึงของอิน ตามมาอาละวาดที่สนามบิน ทำให้รินอับอาย และ หนิง (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) กัปตันอีกคนที่เป็นผู้ชายที่เจ้าชู้มากและเป็นเสือผู้หญิง ก็ได้โอกาสเข้ามาปลอบใจริน แต่อินก็หาโอกาสที่จะบอกรักริน และบอกว่าจะหย่ากับจิ๋ม

หนิงแสร้งว่าจะช่วยอิน อินฝากจดหมายไปให้รินแต่หนิงไม่เคยเอาให้เธอ

รินคิดว่าอินตัดขาดความสัมพันธ์ และหนิงก็ใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดริน พออินรู้ว่าหนิงจีบรินก็ไม่พอใจและพยายามจะบอกรินว่าหนิงเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่งรินก็บอกว่าอินต่างหากที่เป็นคนตัดความสัมพันธ์กับเธอ ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าหนิงเก็บจดหมายไว้ รินจึงโทรศัพท์ไปต่อว่าหนิง หนิงรู้ว่าอินอยู่กับริน จึงโทรศัพท์ไปบอกจิ๋มว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ทำให้เธอไปอาละวาด รินจึงออกไปกับหนิง และในที่สุดรินก็ตกเป็นของหนิง

รินจำเป็นต้องแต่งงานกับหนิงเพราะเธอท้อง

และเธอก็ได้รู้ว่าหนิงเคยมีลูกมาแล้ว 1 คน กับกิ๊บนั่นเอง ชื่อ หนอน น้องสาวของหนิงก็คือหน่อย เป็นศัตรูของเธออีกต่างหาก รินเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย ไหนจะโดนแม่สามี (ภัสสร บุญยเกียรติ) หน่อย และหนอนที่คอยแกล้งเธอ แต่เธอก็อดทนเรื่อยมา หนิงคงยังเจ้าชู้ไม่เลิกจนได้พบกับ เชอรี่ (ปานวาด เหมมณี) แอร์โฮสเตสน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา หนิงตามจีบเชอรี่และเชอรี่ก็ให้ท่าแก่หนิงจนได้เสียกัน เชอรี่ก็ตามรังควาญริน ในขณะที่ทางหนุ่ยเป็นเกย์แต่ไม่กล้าเปิดเผยให้พ่อ (อภิชาติ หาลำเจียก) ที่เป็นโรคหัวใจได้รับรู้ เพราะพ่อไม่อาจรับได้

รินยังคงต้องผจญกับชีวิต จนทนไม่ไหวเธอพยายามแยกบ้านอยู่ต่างหากกับหนิงและครอบครัว และพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับหนิง แต่หนิงก็ยังตามง้อเธออยู่เรื่อย ๆ และเธอก็ต้องใจอ่อนทุกที ส่วนจิ๋มภรรยาขี้หึงของอินก็เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง อินดูแลจิ๋มจนวันสุดท้ายของชีวิต

ในที่สุด เชอรี่ก็ท้องกับหนิงและตามมาถึงที่บ้านและมาอาศัยอยู่ด้วยในฐานะภรรยาคนหนึ่งของหนิง รินทนความเจ้าชู้ของหนิงไม่ไหว ยื่นฟ้องต่อศาลขอหย่ากับหนิง และเมื่อเธอไปที่สิงคโปร์อีกครั้งท่ามกลางความสับสนในใจ เธอได้พบกับอิน ซึ่งเป็นผู้ชายที่จริงใจกับเธอมาโดยตลอด และในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

เลือดหงส์

เลือดหงส์

เลือดหงส์

บทโทรทัศน์ กษิตินทร์ แสงวงศ์ / ดวงทิพย์ ยุวชิต / เวฬุรีย์ เมธาวีวินิจ
กำกับการแสดง กิตติ บุญสกุลศักดิ์
อำนวยการผลิต ถกลเกียรติ วีรวรรณ
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.20 น.
ออกอากาศ : ละครช่อง5, ละครปี 2544

นักแสดงนำ :
สันติภาพ สุวรรณพิมพ์, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ราศี วัชราพลเมฆ, ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

 

ที่บ้านพักตากอากาศกาญจนบุรี นารี (อรัญญา นามวงศ์) สะใภ้หม้ายของตระกูล ไกรศุภวรรณ เจ้าของกิจการโรงแรมและรีสอร์ท ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เกิดปวดท้องคลอดขึ้นมากะทันหัน หมอตำแยจากหมู่บ้านใกล้ ๆ มาทำคลอดให้ นารีคลอดลูกสาวแล้วหมดสติไป แก้ว (ณัฐินี สิทธิสมาน) สาวใช้ต้นห้องผูกขวัญเด็กด้วยสร้อยข้อเท้าที่ย่าอนงค์(วิไลวรรณ วัฒนพานิช) ย่าของเด็กฝากมาด้วย แต่เด็กก็ยังร้องให้ไม่หยุด

หมอตำแยเพิ่งทำคลอดหญิงสาวในหมู่บ้านเมื่อตอนกลางวัน จึงให้แก้วไปจ้างหญิงผู้นั้นมาให้นมเด็กชั่วคราว สาวชาวบ้านคนนั้นคือ สร้อย (จารุณี สุขสวัสดิ์)  เธอไม่รู้ว่าจะเลี้ยงลูกให้รอดชีวิตได้หรือไม่ แต่สร้อยก็ยอมไปช่วยนารีเพราะเห็นแก่เด็ก

ระหว่างที่สร้อยให้นมลูกสาวนารีเพียงลำพัง ความคิดหนึ่งก็ผ่านมาในหัวของสร้อย เธอตัดสินใจเปลี่ยนลูกของเธอกับลูกของนารี ยี่สิบสองปีผ่านไป ลูกสาวของสร้อยเติบโตขึ้นท่ามกลางความเพียบพร้อมในทุก ๆอย่าง นารีตั้งชื่อให้เธอว่า อพัชชา (ออแกน ราศี วัชราพลเมฆ) เพราะการเลี้ยงดูอย่างเต็มใจ ทำให้อพัชชาเป็นคนเอาแต่ใจตนเองใครขัดขืนใจไม่ได้ ซึ่งทั้งครอบครัวก็รู้นิสัยของเธอดี

ในครอบครัวของนารียังมี ย่าอนงค์ แม่สามีของนารี ที่แม้จะเกษียณตัวเองจากธุรกิจทั้งหลายแล้ว แต่ทุกคนก็ยังให้ความเคารพนับถืออยู่ ส่วนรสิน (ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) และบารมี (กอล์ฟ กริช หิรัญพฤกษ์) ลูกชายของนารี เมื่อโตขึ้นมาก็มีนิสัยต่างกันมาก บารมีคนน้องมีนิสัยขี้โอ่ เจ้าชู้ ชอบเล่นการพนัน ส่วนรสินคนโตนั้น เป็นคนสุภาพและอบอุ่น รสินชอบงานศิลปะมากกว่างานบริหารโรงแรม แต่ในฐานะกรรมการผู้จัดการโรงแรมของครอบครัว เขาก็ไม่เคยทำให้งานเสียหาย เพราะเขามีกฤติกานต์ (ติว สันติภาพ สุวรรณพิมพ์) ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงกาญจนา (ปิยะมาศ โมนยะกุล) ผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูงเป็นเพื่อนสนิท

กฤติกานต์ทำหน้าที่ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม คอยดูแลทุกอย่างให้ และดูเหมือนจะได้เป็นเขยของตระกูลไกรศุภวรรณ ถ้ากฤติกานต์ยอมรับนิสัยเสียๆ ของอพัชชาได้ ส่วนอพัชชานั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบกฤติกานต์ ทางด้านน้ำฝน (บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) ลูกสาวที่แท้จริงของนารีที่สร้อยนำไปเลี้ยงนั้นกลับมีชีวิตที่ยากลำบาก แม้เธอจะเรียนจบปริญญาตรีการโรงแรมจากวิทยาลัยในจังหวัด แต่ระหว่างรองานเธอก็ช่วยสร้อยขายข้าวแกงอยู่ในตลาด

วันหนึ่งแก้วซึ่งบัดนี้ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวของนารี เดินทางมาที่กาญจนบุรี เพื่อดูแลเรื่องการขายบ้านพักตากอากาศ แก้วได้พบกับสร้อย ทั้งสองดีใจมาก โดยเฉพาะสร้อยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้พบลูก ในขณะนั้นเองเกิดไฟไหม้ในละแวกที่พักของสร้อย เพลิงได้เผาพลาญทุกอย่างจนหมดสิ้น ทั้งสร้อยและน้ำฝนไม่มีที่จะไป แก้วสงสารสร้อยมาก เธอให้สร้อยพาลูกสาวไปอยู่กับนารี สร้อยลังเล แต่เมื่อได้ยินแก้วพูดว่า อพัชชาจะแต่งงานและออกเรือนไปเร็ว ๆ นี้

สร้อยตัดสินใจตามแก้วไป เพราะหวังจะได้เห็นคู่ชีวิตของอพัชชาลูกสาวแท้ ๆ ของตน แก้วพาสร้อยและน้ำฝนมาที่บ้านของนารี และขอให้นารีจ้างสร้อยแทนแม่ครัวคนเก่าที่ทนฤทธิ์อพัชชาไม่ไหว ทันที่ที่นารีได้เห็นหน้าน้ำฝนเธอก็รู้สึกประทับใจอย่างประหลาด เธอยินดีรับน้ำฝนไว้และสร้อยกับน้ำฝนไปอยู่ที่เรือนคนใช้ การมาถึงของสร้อยและน้ำฝนสร้างความรู้สึกต่างกันไป สำหรับสมาชิกในครอบครัวของนารี

อพัชชาไม่ชอบน้ำฝน เธอมองว่าฝนชอบประจบแม่เธอมากเกินไป และอพัชชายังรำคาญสร้อยที่ชอบมาคุยกับเธอและ แอบมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ฝ่ายลูกชายทั้งสองของนารี ต่างก็มีความรู้สึกของน้ำฝนแตกต่างกัน รสินถูกชะตาน้ำฝนมาก เขารู้สึกว่าน้ำฝนจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีของเขาได้ แต่บารมีกลับพึงใจในตัวน้ำฝนถึงขนาดต้องการให้น้ำฝนมาเป็นของเขา

ส่วนน้ำฝนเองก็ประทับใจในความสุภาพและอบอุ่นของรสิน แต่ตลอดเวลาเธอก็จะถูกสร้อยห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายในครอบครัวนี้ น้ำฝนเข้าใจว่าสร้อยคิดถึงความแตกต่างกันในฐานะตนกับคนในตระกูลใหญ่แต่สร้อยรู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ด้วยความเป็นคนที่มีจิตใจงาม จึงทำให้ทุกคนจะพึงใจในตัวน้ำฝนมากขึ้นจนอพัชชาเก็บความอิจฉาริษยาไว้ไม่ได้

เธอเริ่มหาวิธีกลั่นแกล้งน้ำฝน จนถึงขนาดแกล้งผลักตกน้ำ เคราะห์ดีที่กฤติกานต์เข้ามาช่วยไว้ทัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ สร้อยเข้าข้างอพัชชาลูกสาวแท้ๆ ของเธอ ดุด่าน้ำฝน ส่วนนารียุติปัญหานี้ ด้วยการให้น้ำฝนไปทำงานที่โรงแรม ไม่ต้องอยู่ที่บ้าน แต่นั่นกลับทำให้กฤติกานต์เห็นความดีในตัวน้ำฝนที่รักแม่มาก และไม่ยอมตอบโต้อพัชชาเพราะเห็นแก่แม่

กฤติกานต์เริ่มรู้สึกดีๆกับน้ำฝน ด้านน้ำฝนเอง เมื่อได้ใกล้ชิดกฤติกานต์มากขึ้น เธอก็เริ่มหวั่นไหวในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา แต่เพราะไม่ต้องการมีปัญหากับอพัชชา เธอจึงได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้ข้างใน ด้านบารมีหลังจากเพียรจีบน้ำฝนอยู่นาน แต่น้ำฝนไม่ยอมเล่นด้วย บารมีตัดสินใจแอบใส่ยานอนหลับให้น้ำฝนกิน และตั้งใจพาไปข่มขืนที่โรงแรม แต่รสินก็เข้ามาช่วยน้ำฝนไว้ทันพี่น้องต่อสู้กัน บารมีชกรสินล้มลงและหมดสติไป ทั้งบ้านตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รสินถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ผลการตรวจพบว่า รสินมีเนื้องอกในสมองที่ร้ายแรง กฤติกานต์ขอร้องหมอไม่ให้บอกใคร แม้แต่ตัวรสินเองส่วนตัวเขาตัดสินใจว่าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เพื่อนของเขามีความสุข ก่อนจะถึงวาระสุดท้าย ส่วนบารมีหลังจากเกิดเรื่อง เขาก็ไม่สามารถเข้าหน้าน้ำฝนได้อีก เขาหันมาเที่ยวเตร่และติดการพนันอย่างหนัก กฤติกานต์พยายามผลักดันให้น้ำฝนรับหน้าที่ดูแลรสิน แม้ว่าน้ำฝนยินดีทำอยู่แล้ว แต่ความเจ้ากี้เจ้าการของกฤติกานต์ก็ทำให้น้ำฝนคิดไปว่า กฤติกานต์ไม่ได้คิดอะไรกับเธอ

อย่างไรก็ตาม การที่ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันช่วยดูแลรสิน ทำให้อพัชชาไม่พอใจ และคิดไปว่าน้ำฝนพยายามแย่งกฤติกานต์ของเธอ อพัชชาจึงคิดหาทางกลั่นแกล้งน้ำฝนอีก วันหนึ่งเมื่อเธอเห็นน้ำฝนเอาเครื่องเพชรของคุณย่างอนงค์มาทำความสะอาด อพัชชาขโมยเครื่องเพชรนั้นออกมาและให้บารมีเอาไปขายใช้หนี้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือเอาไปซ่อนในห้องน้ำฝน

เมื่อย่าอนงค์พบว่าเครื่องเพชรหายจึงแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่พบเครื่องเพชรส่วนหนึ่งอยู่ที่น้ำฝนน้ำฝนจึงถูกตำรวจจับ สร้อยรู้ดีว่าเป็นฝีมือของอพัชชาจึงไปขอร้องให้ช่วย แต่อพัชชากลับให้สร้อยปรักปรำน้ำฝนเพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อเธอ สร้อยจึงทำเป็นดุด่าว่าน้ำฝน แต่สุดท้ายรสินก็ยื่นมือเข้ามาช่วยประกันตัวน้ำฝนออกมาจนได้ ทำให้สร้อยรู้สึกโล่งใจที่เธอไม่ทำร้ายน้ำฝนมากไปกว่านี้

ทางด้านอพัชชาพอรู้ว่าน้ำฝนหลุดคดีมาได้ ก็โกรธมาก เธอด่าว่าสร้อยอย่างรุนแรงพร้อมกับถีบสร้อยจนหกล้ม สร้อยเพิ่งแน่ใจเดี๋ยวนี้เองว่าลูกสาวแท้ ๆ ของเธอเป็นคนอย่างไร อพัชชาขู่สร้อยไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่เธอไม่รู้ว่า แก้วแอบได้ยินเรื่องทั้งหมด แก้วตั้งใจจะมาถามน้ำฝนเรื่องสร้อยที่ตั้งใจเข้าข้างอพัชชา ทำร้ายลูกตัวเองแต่น้ำฝนไม่อยู่ที่ห้อง ด้วยความบังเอิญ แก้วเห็นห่อสร้อยข้อเท้าเด็กตกอยู่ จึงเปิดออกดู แล้วแก้วก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นสร้อยข้อเท้าที่เธอเป็นคนใส่ให้ลูกสาวของนารีเมื่อยี่สิบสองปีก่อน แก้วพอจะสรุปอะไรได้บ้างแล้ว

ในงานดนตรีการกุศล ขณะที่อพัชชากำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยการประกาศหมั้นของเธอและกฤติกานต์จากคุณหญิงกาญจนา แก้วก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสร้อย แก้วเอาสร้อยข้อเท้าออกมา แล้วถามความจริงต่อหน้าอพัชชา สร้อยสารภาพว่าอพัชชาเป็นลูกแท้ ๆ ของเธอ อพัชชาไม่ยอมเชื่อและไม่พอใจมาก

ขณะที่แก้วคิดจะนำเรื่องนี้ไปบอกนารีและคุณหญิงกาญจนาให้รู้เรื่อง อพัชชายอมไม่ได้ที่จะถูกยกเลิกงานหมั้น เธอจึงกำจัดแก้วไปให้พ้นทาง โดยออกอุบายว่ามีคนร้ายเข้ามาในห้องและบุกเข้ามาขโมยของในงานแล้วฆ่าแก้วปิดปาก ทั้งงานเกิดโกลาหล ในที่สุดคุณหญิงก็ไม่ได้ประกาศงานหมั้นของกฤติกานต์กับอพัชชา ตำรวจสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกร พบแต่หลักฐานสร้อยข้อเท้าเด็ก ซึ่งมีเพียงย่าอนงค์คนเดียวเท่านั้นที่จำได้

รุ่งขึ้นย่าอนงค์พยายามซักไซ้อพัชชา จน อพัชชาพลั้งมือผลักย่าตกบันได ย่าอนงค์ได้รับความกระทบกระเทือนที่สมองจนถึงขั้นพิการ และไม่สามารถพูดได้ ส่วนอพัชชาก็เริ่มผิดปกติมากขึ้น เธอเกิดอาการหวาดระแวงทุก ๆ คน อพัชชาระแวงย่าและสร้อยที่กุมความลับทั้งหมดไว้ แต่ก็ยังคิดหาทางกำจัดไม่ได้ เธอจึงแกล้งทำดีกับทุกคนโดยเฉพาะสร้อย

นารีพยายามยุติปัญหาในบ้านด้วยการให้รสินแต่งงานกับน้ำฝน ก่อนที่รสินจะให้คำตอบใด ๆ อาการป่วยของเขาก็กำเริบขึ้นมา ในที่สุดทุกคนก็รู้ความจริงว่ารสินป่วยเป็นโรคอะไร และมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ ดังนั้นการแต่งงานของเขากับน้ำฝนจึงจำเป็นต้องยกเลิกไป แต่อพัชชาไม่ยอมยกเลิกแค่นั้น เธอยุให้นารีจับน้ำฝนแต่งงานกับบารมีแทน เพื่อให้บารมีกลับใจเป็นคนดี โดยขอร้องกฤติกานต์ให้เป็นคนเกลี่ยกล่อมน้ำฝน

น้ำฝนโกรธมากที่ทุกคนเห็นเธอที่เป็นสิ่งของ เธอจึงตัดสินใจหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แต่กฤติกานต์ก็ตามเธอพบจนได้ กฤติกานต์พยายามเกลี้ยกล่อมน้ำฝนอีกครั้ง จนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ในที่สุดกฤติกานต์ก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหว เขาเข้าปลุกปล้ำน้ำฝน รุ่งขึ้นกฤติกานต์พาน้ำฝนกลับมาถึงบ้าน น้ำฝนประชดกฤติกานต์ด้วยการยอมแต่งงานกับบารมี

สร้อยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงแอบไประบายเรื่องของน้ำฝนและอพัชชาให้ย่าอนงค์ฟัง จนต้องส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าย่าอนงค์สามารถพูดได้บ้าง อพัชชารู้ข่าวก็ตกใจ เธอแอบออกจากบ้านเพื่อจะไปจัดการกับย่าอนงค์ สร้อยเองเมื่อรู้เรื่องก็กลัวความลับของตัวและลูกจะเปิดเผย สร้อยจึงไปโรงพยาบาลเหมือนกัน

รายชื่อนักแสดง เลือดหงส์
1. สันติภาพ สุวรรณพิมพ์ รับบท กฤติกานต์
2. น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ รับบท น้ำฝน
3. ราศี วัชราพลเมฆ รับบท อพัชชา
4. ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท รสิน
5. กริช หิรัญพฤกษ์ รับบท บารมี
6. จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท สร้อย
7. อรัญญา นามวงศ์ รับบท นารี
8. วิไลวรรณ วัฒนพานิช รับบท ย่าอนงค์
9. ปิยะมาศ โมนยะกุล รับบท กาญจนา
10. ฉันทนา กิตติยพันธ์ รับบท สวาท
11. ณัฐิณี สิทธิสมาน รับบท แก้ว
12. สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ รับบท มิ้นท์
13. ไอริน ศรีแกล้ว รับบท จอย
14. ยอดชัย ภัยขยาด รับบท โจ
15. ไกลลาศ เกรียงไกร รับบท เขียว

เล่ห์ภุมเรศ

วรรณจักรกรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนมือผู้บริหารหลังจากการเสียชีวิต ของประธานบริหาร สุวรรณ วรทิพย์ (ดิลก ทองวัฒนา) มาเป็น ทาทอง หรือ นิด (นุสบา ปุณณกันต์) พี่สาวคนโตที่มีนิสัยจริงจัง เอาการเอางานและเด็ดขาดเหมือนพ่อ โดยมี โรยทอง หรือ น้อย (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) บุตรสาวคนรอง เป็นมือขวาในการบริหาร ทั้งสองคนมีศูนย์รวมจิตใจอยู่ที่ รินทอง หรือ หน่อย (อรจิรา แหลมวิไล) น้องสาวคนเล็กที่เรียบร้อย อ่อนไหวและเป็นแม่บ้านแม่เรือน ความปรองดองของสามพี่น้องเป็นที่ชื่นชมและรับรู้กันดีในวงสังคม ตราบจนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้ชายซึ่งเป็นเสมือนอสรพิษร้ายได้ก้าวเข้ามา…

ภุมเรศ ภมรชัย (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ชายหนุ่มหน้าตาดี มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ทายาทของนายพงศ์ ภมรชัย (มนตรี เจนอักษร) ศัตรูเก่าทางธุรกิจของนายสุวรรณ ผู้เคยพ่ายแพ้ในการฟ้องร้องคดีจนทำให้ครอบครัวภมรชัยต้องล้มละลาย ถึงแม้เหตุการณ์นั้นนายพงศ์จะเป็นฝ่ายผิด แต่ก็ไม่สำนึกกลับเสี้ยมสอนลูกชายให้ผูกพยาบาทตระกูลวรวิทย์ และเมื่อข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนายสุวรรณแพร่สะพัด นายพงศ์จึงสั่งภุมเรศให้ทำหน้าที่ลูกกตัญญู เป้าหมายคือเพื่อทำลายตระกูลวรวิทย์ และทวงความมั่งคั่งกลับคืนมา

ภุมเรศผู้ที่ได้รับการปลูกฝังอย่างผิดๆ มาตลอดชีวิต ได้เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อล้างแค้นในงานบุญ 100 วันของนายสุวรรณ ภุมเรศปรากฏตัวในฐานะลูกชายของเพื่อนเก่าพ่อ ที่มาเคารพศพเพื่อขออโหสิกรรม เขาได้พบกับสามสาวพี่น้อง ด้วยเสน่ห์อันเหนือชั้น เขาได้สร้างความประทับใจแก่ทาทอง หญิงสาวที่แม้จะเจนจัดในเชิงธุรกิจ แต่ก็อ่อนหัดในเรื่องผู้ชาย ทำให้เธอเห็นใจและรับเขาเข้ามาทำงานในวรรณจักร โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของนายชม (สมภพ เบญจาธิกุล) ทนายความเก่าแก่ที่รู้จักตระกูลภมรชัยดี

ในบรรดาสามสาวพี่น้อง โรยทองเป็นคนที่เฉลียวใจในสิ่งที่นายชมพูดมากที่สุด จากการที่เธอพบปะผู้คนมามากมาย ทำให้เธอนึกระแวงถึงเหตุผลในการมาของภุมเรศ และด้วยความสงสัยนี้ โรยทองจึงร่วมมือกับนายชม เพื่อหยั่งเชิงภุมเรศ เริ่มด้วยการยับยั้งความต้องการของพี่สาวที่จะยกตำแหน่งสำคัญในบริษัทให้ โดยโรยทองเสนอให้ภุมเรศลองฝึกงานกับเธอก่อน ซึ่งภุมเรศก็ยอมรับข้อเสนอของเธอแต่โดยดี เพราะถือเป็นโอกาสที่จะได้จัดการกับโรยทองไปในตัวด้วย แต่ด้วยความที่ต้องทำงานใกล้ชิดกันทำให้ภุมเรศรู้ว่าโรยทองนั้นไม่ “ง่าย” อย่างที่คิด ภายใต้รอยยิ้มของเธอคือความรู้เท่ากันในทุกๆ คำพูดของภุมเรศ โรยทองจึงกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ภุมเรศรู้สึกทึ่ง ภุมเรศจึงเป็นฝ่ายที่เกิดติดใจโรยทองโดยไม่รู้ตัว เขานึกอยากเอาชนะเธอเกินเลยไปกว่าหน้าที่ที่จะต้องแก้แค้น เขาจึงงัดลูกไม้สารพัดชนิดมาใช้เพื่อจะเอาชนะใจเธอ และในระหว่างนี้เองที่ทำให้ทั้งคู่เกิดความรู้สึกที่พิเศษต่อกัน จนเกือบจะทำโรยทองมั่นใจว่าภุมเรศหวังดีต่อวรรณจักรจริง และคิดว่าเขาคือผู้ชายที่เธอจะเชื่อใจได้ แต่แล้วสิ่งที่ภุมเรศไม่ได้คิดและเตรียมใจรับมาก่อนก็เกิดขึ้น

นายพงศ์ พ่อของภุมเรศเกิดล้มป่วยหนักอย่างกระทันหัน จึงเร่งให้เขารีบทำหน้าที่ให้สำเร็จก่อนที่เขาจะตายไป ภุมเรศที่เริ่มหลงใหลไปกับความรักจึงได้สติ สำนึกได้ว่าเขากำลังลืมการแก้แค้น เขาจึงหันไปสนใจทาทอง ผู้กุมอำนาจของวรรณจักรแทน พร้อมกับปฏิเสธกับทาทองว่าเขาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับโรยทองแม้แต่นิดเดียว และเมื่อเขาสามารถมัดใจทาทองได้แล้วจึงคิดที่จะไปสานต่อความสัมพันธ์กับโรย ทอง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นดังหวัง เพราะทาทองสมนาคุณความรักหลอกๆ ของเขาอย่างเอิกเกริก ทั้งตำแหน่งที่ใหญ่โตและรถราคาแพง ทำให้ภุมเรศหมดหนทางแก้ตัวกับโรยทอง

ด้านโรยทองที่เห็นภุมเรศเกาะชายกระโปรงพี่สาวของเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี จึงหมดความเชื่อถือ แม้ลึกลงไปแล้วจะยังมีเยื่อใยหลงเหลืออยู่ก็ตาม โรยทองเริ่มทำตัวห่างเหินพร้อมกับคอยจับตาดูการกระทำของเขาอย่างใกล้ชิด ทั้งยังให้ลุงชมตามสืบประวัติเขาอย่างละเอียดเพื่อหาว่าเขาต้องการอะไรจาก วรรณจักร

ส่วนภุมเรศนั้นที่ยังหวังจะได้ใกล้ชิดกับโรยทอง จึงหลอกล่อให้ทาทองชวนเขาเข้าไปอยู่ที่บ้านวรวิทย์ เมื่อภุมเรศได้เข้าไปอยู่ในวรทิพย์แล้ว ลับหลังทาทองเขาก็พยายามหาโอกาสปรับความเข้าใจกับโรยทอง แต่โรยทองกลับหลบหน้า และเมื่อเขาพยายามมากขึ้น โรยทองก็แก้ปัญหาด้วยการควบ สนิท ลูกค้าของบริษัทมาเป็นเกราะป้องกันใจของตัวเอง แต่ภุมเรศไม่อาจทนต่อแรงหึงภายในใจได้ จึงเกิดมีปากเสียงกับเธออยู่บ่อยๆ

ด้วยความแค้นที่ไม่สามารถควบคุมโรยทองได้อย่างที่คิด ภุมเรศจึงหันกลับไปสู่การแก้แค้นอย่างจริงจังอีกครั้ง เขาเริ่มผูกมิตรกับ ชีวีวัฒน์ (ศราวุธ นวแสงอรุณ) ลูกชายจอมเสเพลของนาชมที่ทำกงานที่วรรณจักรได้ก็เพราะทาทองเมตตา ภุมเรศจึงซื้อเขาด้วยเงิน เพื่อที่จะนำไปสู่การโกงบริษัท

ขณะที่ภุมเรศคบกับทาทองอยู่นั้น ก็แอบมาสร้างความสัมพันธ์กับ รินทอง น้องสาวคนเล็กที่บ้าน แม้รินทองจะรู้ว่าเขาเป็นแฟนพี่สาว แต่ด้วยความอ่อนต่อโลกก็ทำให้เธออดหวั่นไหวไม่ได้ โดยภุมเรศหลอกว่าเขาจะต้องคบกับทาทองเพราะสำนึกบุญคุณเท่านั้น แต่คนที่เขารักจริงๆ คือเธอต่างหาก และด้วยความเจนจัดของภุมเรศ ไม่ช้ารินทองก็ยอมลักลอบคนหากับเขาในที่สุด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ก็ไม่รอดสายตาของ นฤชา (รุ่งเรือง อนันตยะ) ชายหนุ่มที่ดีทั้งหน้าตาและฐานะ เพื่อนบ้านของครอบครัววรทิพย์ ผู้ที่สนิทสนมกับสามสาวพี่น้อง และมีใจรักใคร่ผูกพันอยู่กับรินทองเป็นที่สุด แต่ว่ารินทองไม่เคยมองเขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน และเมื่อรินทองมีภุมเรศ เธอจึงยิ่งสลัดรักเขาอย่างไม่ใยดี จนทำให้นฤชาสงสัยในความเปลี่ยนแปลงของรินทอง จึงคอยตามดูและพบว่าทั้งคู่มีอะไรพิเศษที่มากกว่าพี่เขยและน้องเมียอย่างแน่ นอน

นฤชาจึงปรึกษาเรื่องนี้กับโรยทอง เธอจึงไล่เบี้ยกับภุมเรศ แต่เขาไม่ยอมรับทั้งยังหาว่าเธอหึงแทนน้อง ทำให้โรยทองโกรธมากถึงกับลั่นวาจาว่าเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้น้องต้อง เสียคนเพราะเขา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทาทองต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับภุมเรศอย่างเปิดเผย เพื่อลบคำติฉินนินทาของคนในบริษัทว่าเธออุปการะผู้ชายไว้ในบ้าน โรยทองจึงถือโอกาสที่รินทองกำลังผิดหวังจากการประกาศแต่งงานของทาทองกับ ภุมเรศนี้ ชวนรินทองย้ายออกไปจากบ้านวรทิพย์กับเธอ

ภุรเรศนึกไม่ถึงว่าโรยทองจะมาไม้นี้และรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เธอจะหนี ไปจากเขาและยังจะเอาชนะเขาด้วยการพารินทองออกไปอีกคน ขณะที่รินทองยังอ่อนไหวเพราะยังตัดใจไม่ได้นั้น ภุมเรศได้รวบรัดให้รินทองตกเป็นของเขาก่อนวันงานแต่งงานของเขากับทาทองเพียง ไม่กี่วัน ซึ่งภุมเรศนั้นวางแผนอย่างแนบเนียนให้รินทองเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยแอบไปจดทะเบียนกันก่อน แล้วจึงไปแต่งงานอย่างเอิกเกริกกับทาทองโดยการจดทะเบียนสมรสซ้อน เท่านี้ก็เท่ากับเขาจะได้ผู้หญิงถึงสองคนไว้ในกำมือ และถ้าวันใดที่ความจริงปรากฏว่าพี่น้องมีสามีคนเดียวกัน…วันนั้นวรทิพย์จะ ต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แน่นอน

หลังจากที่รินทองตกเป็นของภุมเรศแล้วจึงไม่คิดจะย้ายออกจากบ้านวรทิพย์ อีก โรยทองจึงย้ายออกไปคนเดียว ในวันที่โรยทองย้ายของ สนิทอาสามาช่วย ทำให้ภุมเรศยิ่งหึงจนทนไม่ไหวใช้กำลังบังคับขืนใจเธอ แต่สุดท้ายเมื่อเห็นน้ำตาของโรยทองก็ทำไม่ลง ภุมเรศจึงต้องยอมปล่อยโรยทองให้จากไปอย่างสิ้นหวัง…

เมื่อโรยทองย้ายออกไปแล้ว เธอจับได้ว่ารินทองแอบมีความสัมพันธ์กับภุมเรศ รินทองจึงขู่ว่าห้ามยุ่งเรื่องของเธอ ทำให้โรยทองรู้สึกเสียใจมากที่ต้องเสียน้องสาวให้กับผู้ชายเลวๆ ไปอีกคน

หลังจากแต่งงาน ทาทองคุมภุมเรศแจจนภุมเรศไม่มีเวลาให้กับรินทองอย่างที่เคยรับปากเธอไว้ รินทองจึงประชดภุมเรศด้วยการไปคบหากับ สมาน พี่ชายของสนิทที่มาติดพันเธอ แต่ก็นับว่าได้ผลเพราะภุมเรศหันกลับมาสนใจเธออีกครั้ง โดยไม่กลัวว่าทาทองจะจับได้ โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วภุมเรศเตรียมแผนการแก้แค้นไว้พร้อมแล้ว ทั้งส่วนแบ่งหุ้นของวรรณจักรที่เขาให้ชีวีวัฒน์กวาดซื้อมาเป็นจำนวนมากใน ชื่อของหลายๆ คน จนทำให้เขาเปลี่ยนจากที่ปรึกษามาเป็นหนึ่งในผู้กุมอำนาจบริหารเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะแยกตระกูลวรรณจักรออกเป็นเสี่ยงๆ

ขณะเดียวกันโรยทองก็เริ่มเอะใจถึงสถานการณ์แปลกๆ ในบริษัท เธอจึงพยายามสืบหาความจริง แต่แล้วก็ต้องพบกับความจริงที่น่าตกใจ โรยทองจะทำอย่างไร เธอจะสามารถแก้ไขทุกอย่างได้ทันเวลาหรือไม่ ติดตามชมความเข้มข้นของละครแนวดราม่า เล่ห์ภุมเรศ

รายชื่อนักแสดง “เล่ห์ภุมเรศ
ณวัฒน์           กุลรัตนรักษ์           รับบทเป็น           ภุมเรศ
นุสบา           ปุณณกันต์             รับบทเป็น           ทาทอง
พิมพ์มาดา       บริรักษ์ศุภกร         รับบทเป็น           โรยทอง
อรจิรา         แหลมวิไล           รับบทเป็น           รินทอง
มนตรี           เจนอักษร           รับบทเป็น           พงศ์
ดิลก           ทองวัฒนา           รับบทเป็น           สุวรรณ
ศราวุธ         นวแสงอรุณ           รับบทเป็น           ชีวีวัฒน์
รุ่งเรือง         อนันตยะ             รับบทเป็น           นฤชา
สมภพ           เบญจาธิกุล           รับบทเป็น           ชม
เมตตา         รุ่งรัตน์             รับบทเป็น           แหวน
สมชาติ         ทรงกลด             รับบทเป็น           ปวิศร์
สุรางคณา       สุนทรพนาเวส         รับบทเป็น           สุวิมล
จอย           ชวนชื่น             รับบทเป็น           พร

เจ้าแม่จำเป็น

ณ สำนักเจ้าแม่มหาลาภโพธิ์ทอง เป็นที่ตั้งของสำนักร่างทรงที่ได้รับความนิยมอย่างมากของชาวบ้าน ร่างทรงคือ กะละแม (ยิปซี คีรติ) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับ โต๊ด (เกรียงไกร อุณหนันท์ ) พ่อของ ติ่ง (ฟรอยด์ ณัฎฐพงศ์) และ ตุ้งแช่ (เฟม ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์) แม้ว่าลึกๆ กะละแมจะไม่อยากทำอาชีพหลอกลวงชาวบ้าน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ทำให้กะละแมต้องทำและไม่ได้เรียนต่อ บอกความจริงกับใครไม่ได้ แม้แต่ โทฟู่ (เกรซ เดอะสตาร์) นักเรียนแพทย์เพื่อนสนิท แต่เธอก็หวังลึกๆว่าถ้าโต๊ดมีเงินมากพอ เธอจะเลิกเข้าทรงใบ้หวย แล้วกลับไปเรียนต่อตามที่ฝันไว้

ชิณ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของที่ ต้องการที่จะเปลี่ยนชุมชนให้เป็นห้างสรรพสินค้า เพราะบริษัทคู่แข่งของจักกาย (แฟร์ กันต์ดนย์ อะคหชาน) เตรียมจะสร้างห้างเช่นกัน ชิณ จำเป็นต้องกำจัดกะละแมและสำนักทรงเจ้า เพราะคิดว่าเป็นพวกต้มตุ๋นชาวบ้าน และเป็นหัวโจกในการต่อต้านการไล่ที่ของเขา ด้าน ฉายตะวัน (มยุรา เศวตศิลา) ผู้เป็นแม่ของชิน กลัวว่าลูกชายจะทำงานจนไม่มีเวลาหาคู่ กิมเอ็ง (ญาณี จงวิสุทธิ์) เพื่อนสนิท ที่จ้องจะจับชิณคู่กับ มิ้ว (พิชญ์นาฎ สาขากร) ลูกสาวตัวเองเสมอ จึงพาฉายตะวันไปดูหมอที่สำนักทรงของกาละแม ฉายตะวันเลื่อมใสเจ้าแม่ในร่างทรงของกาละแมเป็นอย่างมาก

จักกายเริ่มสนใจความหยิ่งของกาละแม จึงตีสนิทกับโทฟู่ เพื่อตีซี้กาละแมและยุให้กาละแมทรงเจ้าต่อไป ชิณจะได้สร้างห้างไม่สำเร็จ แต่กาละแมไม่ยอมรับข้อเสนอของจักกาย วันหนึ่ง ชิณ ถูก ก๋อย (แจ๊ค เฉลิมพล) ลูกน้องของดวง (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) ซึ่งเป็นลูกชายของเสี่ยนุ้ย (เป็ด เชิญยิ้ม) เจ้ามือหวยรายใหญ่ประจำชุมชน ยกพวกรุมทำร้ายจนชิณบาดเจ็บ กาละแมพาชินส่งโรงพยาบาล แต่ชินเข้าใจผิด คิดว่ากาละแมเป็นคนพาพวกมาทำร้ายตน แต่ภาพวิดีโอวงจรปิดทำให้กาละแมพ้นข้อกล่าวหา ฉายตะวันจึงสั่งให้ชิณขอโทษกาละแม

ชิณยังเดินหน้าหาทางไล่ที่กาละแมกับคนในชุมชนต่อไป โดยงัดไม้ตายจ่ายเงินให้โต๊ดสามล้านบาท เพื่อให้โต๊ดและครอบครัวย้ายออกไป จักกายแอบมาหาโต๊ดและทุ่มเงินกลับถึงสี่ล้านบาท เพื่อให้ทุกคนกลับมาอยู่ในชุมชนอีกครั้ง กะละแมสงสัยและคาดคั้นโต๊ด จนรับสารภาพว่ารับเงินมาจาก ชิณ และจักกาย กะละแม จึงเอาเงินทั้งหมดไปคืน

ชาวบ้านถูกหวยกันอีกครั้ง จากการทรงเจ้าใบ้หวยของกะละแม เสี่ยนุ้ยแค้นใจมาก สั่งให้ลูกน้องไปพังบ้านกะละแม จักกายประกาศให้ความช่วยเหลือให้กะละแมและครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่บ้าน พอฉายตะวันรู้เรื่อง ก็ไปหากะละแมถึงบ้านจักกาย พร้อมทั้งเสนอให้กะละแมและครอบครัวมาอยู่ที่บ้านตนและเปิดสำนักทรงในบ้านได้ โต๊ดดีใจรีบตกลง แต่มิ้วและกิมเอ็งปรี๊ดมาก ชิณและกะละแมได้มาอยู่ใกล้ชิดกัน ต่างก็ทำเป็นไม่สนใจ แต่ลึกๆก็หวั่นไหวและมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆกัน เสี่ยนุ้ยพยายามบังคับโต๊ดกลับมาเปิดสำนักร่างทรงและใบ้หวยหลอกให้ชาวบ้านโดนกิน แต่กะละแมไม่ยอมหลอกชาวบ้านอีกแล้ว ทำให้กะละแมกับโต๊ดตัดขาดกัน โต๊ดบังคับให้ตุ้งแช่เป็นร่างทรงแทน กะละแม โทฟู่ และชิณ ปลอมตัวไปดูด้วยความเป็นห่วง

ในที่สุดกะละแม โทฟู่ จักกาย และติ่ง ก็ร่วมมือวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง จึงจัดตั้งพิธีทรงเจ้าครั้งใหญ่ที่สำนักทรงในบ้านเสี่ยนุ้ย โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาจับธุรกิจหวยเถื่อนของเสี่ยนุ้ย แต่กะละแมต้องแลกมาด้วยการประนามหยามเหยียดจากชาวบ้านว่าเป็น 18 มงกุฏ ในขณะที่ชิณยอมรับแล้วว่ารักกะละแม แต่ฉายตะวันรับไม่ได้ และไม่ให้อภัย ชิณต้องยอมออกจากบ้านตัวเปล่า เพื่อพิสูจน์รักแท้ที่มีต่อผู้หญิงธรรมดาอย่างกะละแม เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ในละคร เจ้าแม่จำเป็น