ปลาบู่ทอง เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวชาวบ้านผู้มีใจเมตตาที่ในตอนท้ายได้แต่งงานกับกษัตริย์
เรื่องปลาบู่ทองเริ่มขึ้นโดยเศรษฐีทารก (อ่านว่า ทา-ระ-กะ) ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อ ขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้าย และ อี่ วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับปลาในคลอง ไม่ว่าจะเหวี่ยงแหไปกี่ครั้งก็ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่า นั้น จนกระทั่งพลบค่ำเศรษฐีก็ตัดสินใจที่จะเอาปลาบู่ทองที่จับได้เพียงตัวเดียว กลับบ้าน…
ครอบครัวหนึ่งมีลูกอยู่ 5 คน แม่รักลูกชายมากที่สุด แต่สร้างปัญหาให้มากที่สุด ลูกสาวคนโตเรียนน้อยเพราะฐานะค่อนข้างยากจน ออกมาเย็บเสื้อ ลูกชายเป็นทหารชั้นผู้น้อย (มีลูกสองหรือสามคนนี่แหละ) ลูกสาวคนที่สองทำงานเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอาง เลี้ยงน้องที่เหลือสองคน ลูกสาวคนที่สี่เป็นนักคอมพิวเตอร์ คนสุดท้องเป็นเลขาผู้บริหาร อีกครอบครัวมีลูกสองคนอายุไม่น้อยแล้วคือ ลายครามกับเรืองนาม ลายครามเป็นสถาปนิก ส่วนเรืองนามเป็นผู้จัดการแบงค์ เรืองนามเคยแต่งงาน แต่ภรรยาเสียชีวิต มีลูกติดสองคน…
เรื่องราวความรักของ ปริศนา (เทย่า) สาวสวยนักเรียนนอก และเป็นที่หลงรักของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดายเสียด้วย ปริศนาได้พบกับ ประวิช (พอล ภัทรพล) ที่หลงรักปริศนา และนำเรื่องของเธอไปเล่าให้ท่านช่ายพจน์ปรีชา (ติ๊ก เจษฎาภรณ์) ผู้เป็นดั่งพี่ชายและผู้ปกครอง ทำให้ท่านชายพจน์ได้รู้จักกับปริศนา ปริศนาเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของท่านชายและด้านปริศนาเองกับตัว ท่านชายนั้นก็เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในชีวิตเธอเช่นกัน แม้ว่าตอนต้นนั้นจะเริ่มได้ไม่ดีนักเมื่อ ลูกสุนัขของปริศนาถูกรถของท่านชายทับจนตาย ทำให้เธอไม่ค่อยชอบท่านชาย…
ปราสาทมืด ซ่อน ความลับเอาไว้พร้อมกับผู้คนที่มีบุคลิกและพฤติกรรมอันแปลกประหลาดเต็มไปด้วยปริศนา เมื่อ ม.จ.อุมารังษี ย่างก้าวเข้ามา ความมืดดำก็คล้ายจางหายไปด้วยหัวใจอันอ่อนโยนของเธอ แต่ทว่าความรักท่างกลางแรงอาฆาตแค้นนั้น จะสว่างไสวได้ดังที่ปรารถนาหรือ
ตะวันฉาย ศิมันตรา ทายาทคนเดียวของตระกูลศิมันตรา ที่ร่ำรวยมหาศาล ต้องพักการเรียนต่อในระดับปริญญาเอกและรีบเดินทางจากอังกฤษกลับไทยทันทีที่ รู้ข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุของ บวร , คงเดช และ ณรงค์วิทย์ ซึ่งคือ ปู่ พ่อ และ อาของเขา ตะวันฉายช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น การจัดการเรื่องงานศพผ่านไปอย่างเรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือของ ลุงชาญชัย และ…
วิน หรือ เปี๊ยก (ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์) พา ภศน (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ลูกชายคนเดียวมาเมืองไทย และนัด เฮง (โพลาร์ อิศวร์) กับ หน่อน (อรรถชาติ ศรีภักดี) เพื่อนรักจะพาลูกไปรู้จัก เหตุผลหนึ่งที่…
เสียงดนตรีไทยดังก้องไปทั่วตึกแถว ซอมซ่อ ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่หน้าซูเปอร์มาเก็ตเมกะสโตร์ขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง ตึกแถวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ สัมปรายภพพาณิชย์ ศูนย์รวมนิวาสถานสำหรับผู้ที่หลับไม่ตื่น ให้บริการจำหน่ายโลงศพทุกประเภท รวมทั้งจัดส่งและตกแต่งศพนอกสถานที่ นายกล้า สานต่อกิจการสุจริตมาตั้งแต่รุ่นปู่ ภาคภูมิใจกับสัมมาอาชีพของตนเป็นหนักหนา และความภูมิใจนี้เองที่ถูกถ่ายทอดมายัง แก้วเจ้าจอม ลูกสาวคนเดียวอย่างเต็มเปี่ยม แก้วเจ้าจอมร่วมต่อสู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อ ยับยั้งการกระทำทุกวิถีทางจากเจ้าของห้างฯ ที่พยายามกำจัดร้านขายโลงศพของเธอ เพราะเห็นว่าเป็นร้านอัปมงคลตั้งขวางหูขวางตาขัดฮวงจุ้ยขัดโชคลาภทำให้เม็ด เงินไม่ไหลเข้าห้างได้สะดวก แต่ด้วยความร่วมมือของสองพ่อลูก…
บุษบา ครูสอนดนตรีสาวแสนสวย สอนเปียโนอยู่ที่โรงเรียนของ ธนาดล ซึ่งหลงรักเธอ แต่เธอก็ไม่อยมรับรักใคร บุษบาพักอยู่กับ ช่อทิพย์ เพื่อนรักที่ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ บุษบาชอบนั่งดูทีวีเป็นประจำเพื่อดูข่าวของ รงรอง นางแบบชื่อดัง แต่ตอนกลางคืนบุษบาสาวหวานจะกลายเป็น มินตรา นักร้องคาเฟ่ที่จัดจ้านชอบหว่านเสน่ห์ให้กับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี เสี่ยสุรินทร์ ที่มีภรรยาคือ ฉวีวรรณ และมีลูก…
ริ ษา และ ชุภา เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยประถมจนจบมหาวิทยาลัย ทั้งสองคนสัญญากันว่าเมื่อแต่งงานมีครอบครัว หากมีลูกชายหรือลูกสาวเหมือนกัน จะให้เป็นเพื่อนรักเหมือนที่รุ่นแม่เป็นกันมา แต่หากฝ่ายหนึ่งมีลูกชาย และอีกฝ่ายหนึ่งมีลูกสาว จะให้แต่งงานกัน เรื่องราวยุ่งๆ เลยเริ่มจากจุดนี้ ชุ ภา แต่งงานกับ ธานี และได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่น และมั่นคงโดยทำธุรกิจเพชรเป็นพันๆ ล้าน…